Yakiimo Host Club คลับลับเฉพาะคนรักมันเผา [Fic C.N.BLUE]

ตอนที่ 6 : Yakiimo Host Club ::: ตอน4 เช้าที่แสนวุ่น (ซายน์กับเซโร่เป็นลูกหลงของพาทิซิเย่)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    9 พ.ย. 55




ตอน4 เช้าที่แสนวุ่น
 

 

            พระอาทิตย์เพิ่งโผล่ขึ้นขอบฟ้าไม่นาน เด็กน้อยสองคนก็รีบคว้าเสื้อกันหนาวสีฟ้ากับชมพูมาสวมใส่ก่อนจะวิ่งไปหยิบโปสเตอร์แผ่นหนึ่งบนโต๊ะแล้ววิ่งออกจากบ้าน ทว่าโปสเตอร์แผ่นนี้ถูกฉีกหายไปส่วนหนึ่ง ทำให้พวกเด็กน้อยเห็นหน้าคนในรูปไม่ชัดรวมทั้งตัวอักษรบนโปสเตอร์ด้วย แต่ตอนนี้พวกเขาสนใจด้านหลังของกระดาษมากกว่า

            “เซ ใกล้ถึงยัง? ซายน์หนาว” เด็กหญิงกล่าวขณะกระชับเสื้อหนาวสีชมพูเข้าหาตัว

            “ใกล้แล้ว ตามแผนที่ตรงไปข้างหน้านิดเดียว” เซโร่ละสายตาจากแผนที่ซึ่งเขาวาดไว้ด้านหลังของกระดาษโปสเตอร์แล้วยิ้มให้ซายน์ ก่อนจะจับฮู้ดที่เลื่อนหลุดของพี่สาวสวมให้ แม้ท้องฟ้าจะเริ่มสว่างแล้ว แต่ลมยังคงกระพือแรง ทั้งสองจึงต้องกระชับเสื้อหนาวและถุงมือให้แน่น

            “เราจะได้พบพี่เขาจริงๆเหรอ?” ซายน์เอ่ยอย่างกังวลขณะจูงมือน้องชาย

            “ต้องได้พบสิ ก็เมื่อวานเซตามพี่เขามา นี่ไง! ก้อนหินที่เซขูดเป็นกากบาทยังอยู่เลย” เซโร่พาซายน์มาดูก้อนหินข้างทางเดิน ซึ่งมีกากบาทเล็กๆที่โดนกิ่งไม้ขูดให้เป็นรอย

            “เซ แอบเลียนแบบฮันเซล[1] ในนิทานบ้านขนมหวานที่คุณป้านมเล่าให้ฟังเหรอ?” ซายน์เอ่ยพลางหัวเราะน้อยๆ

            “มันดูเป็นการผจญภัยดีออก แต่พี่เขาชื่อว่าอะไรหรอ?” เซโร่พยายามอ่านชื่อบนโปสเตอร์ที่เหลือเพียงใบหน้าเสี้ยวหนึ่งของชายหนุ่มกับตัวอักษรHy

            “เป็นตัวย่อรึเปล่า?” เด็กหญิงเสนอความเห็น

            “นั่นสิ! แล้วย่อได้อะไรบ้างนะ” เซโร่กล่าวขณะเดินไปข้างหน้าตามแผนที่ ส่วนซายน์ก็พยายามนึกชื่อคนในครอบครัวเผื่อมีใครเขียนย่อแบบนี้บ้าง

            แล้วพอพวกเขาเดินมาถึงตึกร้างคร่ำครึ ทั้งสองก็เอ่ยขึ้นพร้อมกัน

            “ฮาร์เวิร์ด!!

            “ต้องย่อเหมือนคุณลุงฮาร์เวิร์ดแน่ๆ” ซายน์เอ่ยขณะนึกถึงลายเซ็นของคุณลุงที่มักจะเซ็นH.v. ส่วนเซโร่ก็พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นพวกเขาก็พากันเข้าไปในตึกร้าง           

 
 

            หนุ่มผิวขาวละออนั่งดีดกีต้าร์อยู่ในห้องซ้อมขณะที่ผู้จัดการส่วนตัวของเขากำลังดูแลตรวจดูความเรียบร้อยก่อนจะขยับแว่นสายตาแล้วกล่าว

            “เป็นยังไงบ้าง? ทุกอย่างโอเคใช่มั้ย?

            “ครับพี่ผู้จัดการ” จงฮยอนเอ่ย

            “วันนี้ก็ทำให้เต็มที่นะ พี่เชื่อฝีมือนาย” ผู้จัดการหนุ่มตบบ่าหนุ่มผิวละออ ส่วนจงฮยอนก็ยิ้มละมุนให้พี่ผู้จัดการอย่างมั่นใจ

            ครั้นแล้วเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็เคาะประตูห้องซ้อมขึ้น ก่อนจะเข้ามารายงาน

            “มีคนมาขอพบ คุณอีจงฮยอนครับ”

            “อืม” ผู้จัดการพยักหน้า ก่อนจะเปรยขึ้น

            “เช้าขนาดนี้ คงไม่ใช่เรื่องของบริษัทหรอก”

            “งั้นเดี๋ยวผมค่อยกลับมานะครับ” จงฮยอนเอ่ยก่อนจะเดินออกจากห้องซ้อม

            เพียงแค่เขาพ้นขอบประตูห้องซ้อม เด็กชายกับเด็กหญิงก็ตะโกนเรียกอย่างดีใจก่อนจะวิ่งมาหา

            “พี่ฮาร์เวิร์ด” ชายหนุ่มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าประหลาดใจก่อนจะชี้นิ้วหาตนเอง

            “พี่ฮาร์เวิร์ดเหรอ?” หนุ่มผิวละออทวนคำพลางคลี่ยิ้มให้เด็กน้อย ส่วนเด็กทั้งสองคนก็พยักหน้ารับ

            “เราอ่านตามนี้คะ”ซายน์รีบชูโปสเตอร์ครึ่งเสี้ยวให้จงฮยอนดู แล้วเซโร่ก็ชี้ที่ตัวอักษรHyก่อนเสริม

            “ก็ตัวย่อของพี่เหมือนคุณลุงฮาร์เวิร์ดเลยนี่ครับ”

            “พี่ไม่ได้ชื่อฮาร์เวิร์ดนะครับ พี่ชื่อจงฮยอน”  จงฮยอนเอ่ยพร้อมยิ้มให้อย่างเอ็นดู

            “แต่ผมชอบชื่อฮาร์เวิร์ดมากกว่า” เซโร่แย้ง แล้วซายน์ที่พยายามออกเสียงชื่อจงฮยอนก็พยักหน้าเห็นด้วย

            “หนูขอเรียกว่าพี่ฮาร์เวิร์ดนะคะ” นัยน์ตาซายน์เป็นประกายวิบวับอย่างอ้อนวอน เพราะฟันแท้ของเด็กน้อยยังขึ้นไม่ครบ เมื่อเอ่ยชื่อจงฮยอนจึงฟังแปร่งๆ ทำให้หนุ่มผิวละออใจอ่อนจึงอนุญาตให้ซายน์กับเซโร่เรียกตามที่ขอ แล้วจงฮยอนก็ได้ชื่อฮาร์เวิร์ดมาด้วยประการฉะนี้

            จากนั้นชายหนุ่มก็จูงเด็กน้อยทั้งสองนั่งบนเก้าอี้หน้าห้องซ้อม ก่อนถามอย่างเอ็นดู

            “แล้วมาหาพี่ มีอะไรเหรอครับ?

            “พี่ช่วยพวกเราด้วยนะครับ” เซโร่กล่าวทันที

            “นะคะ พี่รับปากว่าจะช่วยพวกเรานะคะ” ซายน์เริ่มอ้อน

            “พี่ขอรู้ว่าเป็นเรื่องอะไรก่อนนะ แล้วถ้าช่วยได้ก็จะช่วยนะครับ” จงฮยอนคลี่ยิ้มละมุน

            “พี่ช่วยได้อยู่แล้วครับ” เซโร่กล่าวอย่างดีใจ ส่วนซายน์ก็ยิ้มแก้มแทบปริ

 

 

 

            “ติ่งต่อง~”

            เสียงกริ่งหน้าบ้านของบ้านไม้สังเคราะห์สีครีมดังขึ้นครั้งหนึ่งตามมารยาทก่อนหญิงสาวผมบรอนซ์ในชุดสูทกางเกงสีดำจะใช้บันไดไม้พาดกำแพงที่สูงสองเมตรแล้วปีนข้ามไปเปิดประตูรั้วให้ผู้ติดตาม ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับชายหนุ่มเจ้าของบ้านเปิดประตูออกมาพอดี

            “มะ..มาสเตอร์!! เข้ามาได้ไงครับ?” ยงฮวาถามอย่างตกใจ แล้วพอเขาเห็นบันไดที่พาดอยู่ก็เข้าใจถึงวิธีเข้ามาของมาสเตอร์สาว

            “มันอันตรายนะครับ”

            “ไม่ได้ทำแบบนี้นานแล้ว สนุกดี” แกรนดี้ยิ้มอย่างร่าเริง ขณะมองยงฮวาที่อยู่ในชุดนอนแขนยาวสีน้ำเงิน ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง

            “แล้วนี่เพิ่งตื่นรึไง?

            ยงฮวาไม่ตอบ แต่เหลือบมองนาฬิกาแขวนซึ่งตีบอกเวลา 6 โมงเช้าพอดี ขณะเปิดประตูบ้านให้แกรนดี้ ก่อนถามอย่างสงสัย

            “มาสเตอร์มีธุระด่วนเหรอครับ?

            “นายจะบอกว่ายังไม่ถึงเวลางานใช่มั้ย? แต่วันนี้ฉันต้องเตรียมตัวพวกนายให้พร้อม แล้วมันก็น่าจะใช้เวลานานด้วยสิ” ประโยคหลังหญิงสาวพึมพำกับตนเอง

            ขณะนั้นเองหนุ่มตาหยีเดินพับแขนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าหม่นลงมาจากบันได ก่อนจะเรียกพี่ชายทั้งที่ยังมองแขนเสื้อเชิ้ต

            “พี่ฮะ ห้องน้ำว่างแล้วฮะ” เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นแกรนดี้ มินฮยอกจึงรีบโค้งเคารพและทักทายทันที

            “สวัสดีครับ มาสเตอร์มาเช้าจังครับ”

            “นายก็ตื่นเช้าดีนี่” แกรนดี้กล่าวขณะเหลือบมองยงฮวาอย่างเปรียบเทียบ

            “พี่เขาก็ตื่นเช้านะครับ” มินฮยอกรีบเอ่ย ส่วนยงฮวาฉีกยิ้มอย่างยอมรับ แต่แกรนดี้ก็กล่าวอย่างไม่สนใจก่อนจะถามเรื่องอื่น

            “ช่างมันเถอะ! แล้วห้องครัวอยู่ทางนี้ใช่มั้ย?” เธอชี้นิ้วไปทางที่คิดว่าน่าจะเป็นห้องครัว ขณะสองชายหนุ่มพยักหน้ารับ

            พลันหญิงสาวก็มุ่งหน้าไปยังตู้เย็นแล้วหยิบขวดน้ำส้มขึ้นดื่มอย่างรีบเร่ง ก่อนจะปาดน้ำส้มที่มุมปากด้วยแขนเสื้อ เธอไม่ชอบอาการขาดน้ำตาลที่มักเป็นกะทันหันแบบนี้เลย แม้จะไม่ร้ายแรง แต่มันก็ทำให้เธอมึนงง อ่อนแรงทุกที

            “มาสเตอร์น้ำตาลต่ำอีกแล้วหรือครับ” มินฮยอกถามอย่างเป็นห่วง แต่แกรนดี้ก็แค่คลี่ยิ้มก่อนปรารภ

            “น้ำส้มอร่อยดีนะ” คำพูดนี้ทำให้สองชายหนุ่มมองหน้ากันอย่างสะอึก จากนั้นมินฮยอกก็เอ่ยอย่างเกรงๆ

            “มาจากที่ร้าน..”

            “ม็อกเทลเมื่อคืนงั้นเหรอ!” แกรนดี้แปลกใจ

            “เมื่อวานพวกผมดื่มกันไม่หมด เลยเก็บที่เหลือใส่ขวดมาครับ” ยงฮวายิ้ม ขณะแกรนดี้งุนงง ม็อกเทลที่ร้านเธอผสมแก้วต่อแก้ว แล้วจะมีของเหลือได้ไง? แต่แล้วเธอก็ฉุกคิดได้ว่า เมื่อวานเธอเป็นคนออกค่าเครื่องดื่มม็อกเทล ที่นานๆครั้งจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงสักที

            “อย่าบอกนะ...” หญิงสาวเอ่ยแค่นั้นแล้วเปิดตู้เย็นทันที เมื่อกี้เธอรีบจึงไม่ทันสังเกตให้ถี่ถ้วน แล้วมันก็เป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ที่เมื่อวานใช้ผสมม็อกเทล หรือโซดา แล้วก็ไหนจะมีม็อกเทลสีต่างๆในขวดแช่อยู่เต็มตู้อีก  

            “อืม! เอาให้คุ้มเลยสินะ”

            แกรนดี้หันมองยงฮวาและมินฮยอกด้วยนัยน์ตาดุดัน ทำให้ทั้งสองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ก่อนจะรีบขอตัวเป็นพัลวัน

            “สายมากแล้ว ผมไปอาบน้ำก่อนครับ”ยงฮวาเอ่ยแทบไม่หายใจ

            “ผมขอตัวไปดูจองชินนะครับ” มินฮยอกกล่าวระรัว แล้วจากนั้นพวกเขาก็ต่างรีบวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นสองทันที ขณะแกรนดี้ยืนมองตู้เย็นอย่างขัดเคือง ทั้งที่ส่วนผสมพวกนี้เก็บไว้ใช้วันอื่นได้แท้ๆ แต่พวกเขาเล่นนำมาทั้งหมด เป็นเหตุให้เธอต้องรีบตื่นแต่เช้าเพื่อสั่งซื้อวัตถุดิบเข้าร้าน            

            “เล่นกันแบบนี้ใช่มั้ย?” แกรนดี้จ้องมองไปทางบันได แล้วทันใดนั้นนัยน์ตาเธอก็เปลี่ยนเป็นประกายแวววาว เมื่อแผนบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว ขณะผู้ติดตามได้แต่ยืนเก็บความกังวลใจไว้กับตัว

            เวลาผ่านไปสักพัก จองชินในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงขาสั้นเดินลงบันไดมากับมินฮยอก ขณะยงฮวาเดินตามหลัง เขาเลือกใส่เสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์ที่ดูสบายๆ เพราะมีลางสังหรณ์ว่ามาสเตอร์ต้องเตรียมอะไรแปลกๆไว้ให้พวกเขาแน่ อย่างปีที่แล้วทั้งเขา มินฮยอกและจองชินก็ต่างโดนให้ไปทำแปลงผักสวนครัวที่บ้านเธอ โทษฐานรับงานพิเศษที่อื่นจนไม่มีเวลามาช่วยงานเธอตอนคนไม่พอ แต่ความจริงวันนั้นแกรนดี้ไล่ให้พนักงานลาพักร้อน เพื่อจะเล่นงานพวกเขาต่างหาก         

            “เรียบร้อยแล้วนะคะ” หญิงสาวผมบ๊อบ รูปร่างปราดเปรียวเอ่ยขึ้นด้านหลังพวกเขา เธอเป็นผู้ติดตามแกรนดี้

            “ครับ” ชายหนุ่มทั้งสามขานรับพร้อมกัน

            “งั้นไปกันเลยนะคะ” เธอปรารภแล้วเดินนำพวกเขาออกจากบ้าน

            “จะไปไหนครับ?” ยงฮวาถาม

            “ไปที่ร้านคะ รถจอดรออยู่ข้างนอกแล้วคะ” หญิงสาวหันมายิ้มให้พวกเขา   

            “แล้วมาสเตอร์ล่ะครับ คุณไคด์” มินฮยอกสงสัย เมื่อเขามองไปทั่วบ้านก็ไม่พบมาสเตอร์

            “ท่านไปที่ร้านแล้วคะ” ไคด์ตอบ

            “ผมต้องไปด้วยเหรอครับ?” จองชินเอ่ยขณะที่ไคด์เปิดประตูรถแวนให้พวกเขา

            “แน่นอนคะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มแล้วหันไปเปิดประตูรถด้านคนขับ จากนั้นรถแวนเล็กสีขาวมุกก็ทะยานออกจากบ้านไม้สีครีม

 
 

              ขณะนั้นในห้องหนึ่งบนชั้นสองของร้านขายทาร์ตหญิงชราในชุดกิโมโนสีเขียวเข้มดุจชาที่เธอใส่เป็นประจำกำลังช่วยซายน์สวมใส่ชุดยูคาตะสีชมพูสดใส พร้อมรองเท้าเกี๊ยะสีชมพูเข้าชุด

            น่ารักมากจ้ะ คุณหนูซายน์หญิงชรายิ้มให้เด็กหญิงอย่างเอ็นดู

            “จริงเหรอคะซายน์รีบวิ่งไปดูกระจก เมื่อเห็นว่าน่ารักก็รีบเปิดประตูแล้ววิ่งไปทางห้องเซโร่โดยหวังจะได้คำชมจากน้องชายอีกคน ทว่าประตูห้องเซโร่ยังปิดสนิท เด็กหญิงจึงวิ่งกลับมาหาหญิงชรา

            “คุณป้านม ทำไมเซช้าจัง”

            “เดี๋ยวก็ออกมาล่ะจ้ะ ไปรอข้างล่างดีกว่าจ้ะ คุณหนู” หญิงชราเอ่ยขณะจูงมือเด็กหญิงลงบันได

            ห้องกระจกที่ตบแต่งด้วยวอลเปเปอร์ลายทางสีม่วงอ่อนสลับขาว ทำให้ดูเป็นร้านน่ารักๆหวานๆเหมาะกับขนมหอมๆอย่างทาร์ตมัน แล้ววันนี้ยังมีไอศกรีมรสมันหวานกับมันเผาอีกต่างหาก พนักงานในร้านจึงวิ่งวุ่นเพื่อเตรียมของที่จะยกไปขายที่ซุ้ม ขณะพนักงานอีกส่วนช่วยกันประดับตบแต่งซุ้มอย่างเต็มที่ เพื่อประชันกับซุ้มของร้านอื่นๆที่ร่วมกิจกรรมประกวด“ร้านอันดับหนึ่งแห่งเทศกาลเชิดชูมันเผา

            “สวัสดีครับ/คะคุณฮาบาระ” พนักงานในร้านต่างกล่าวทักทายและโค้งเคารพหญิงชรา

            “เตรียมของเสร็จหมดแล้วใช่มั้ยจ้ะ” ฮาบาระยิ้มให้พนักงานทุกคน

            “คะ/ครับ” พวกเขาต่างขานรับก่อนจะรีบช่วยกันยกสินค้าทั้งหมดใส่รถเพื่อไปจัดเรียงที่ซุ้ม ส่วนซายน์ก็ช่วยถือของเล็กๆน้อยๆไปใส่รถขนขนมด้วย แล้วทันใดนั้นพนักงานชายคนหนึ่งก็วิ่งจากชั้นบนลงมา

            “คุณฮาบาระครับ คุณหนูเซโร่บอกว่าเดี๋ยวค่อยตามไปครับ” หญิงชรามองหน้าพนักงานอย่างครุ่นคิด ก่อนพยักหน้า

            “ทำตามที่คุณหนูต้องการเถอะจ้ะ”

            “ครับ แล้วผมจะรีบพาคุณหนูไปที่ซุ้มครับ” พนักงานชายเอ่ยแล้วรีบวิ่งขึ้นไปยังห้องเซโร่ เมื่อซายน์ได้ยินก็บ่นขึ้น

            “เซช้าจริงๆ”

            “ไปรอคุณหนูเซโร่ที่ซุ้มกันดีกว่าจ้ะ” ฮาบาระคลี่ยิ้มก่อนจะจูงมือเด็กหญิงขึ้นรถ


           


            ในห้องนอนสีครามของเซโร่ เด็กชายที่สวมชุดยูคาตะสีฟ้าสดใสคาดผ้าสีทองอ่อนยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจก ก่อนเอ่ยกับชายหนุ่มผิวขาวละออ

            “พี่ฮาร์เวิร์ด คิดว่าชุดนี้ดีแล้วเหรอครับ”

            “พี่ว่าดูเหมาะกับเซโร่มากเลยนะ” จงฮยอนในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตกับกางเกงยีนส์กล่าว ก่อนจะช่วยหวีผมให้เด็กชาย

            “แล้วนี่ คือสิ่งที่อยากให้พี่ช่วยเหรอครับ?” ชายหนุ่มสงสัย เพราะถ้าต้องการคนช่วยเลือกชุดยูกาตะ พนักงานในร้านนี้ก็น่าจะช่วยได้ แล้วทำไมถึงต้องเจาะจงเป็นเขาด้วยล่ะ

            “อืม อันนี้เป็นของแถมครับ” เซโร่ฉีกยิ้มก่อนจะหันไปสบตากับพนักงานชายที่ยืนอยู่มุมห้อง

            “ผมอยากให้พี่ช่วยเป็นพี่ชายผมกับซายน์วันหนึ่งครับ”

 
 

            จงฮยอนเดินวนไปมาในห้องเซโร่อย่างคิดไม่ตก เขาไม่รู้อะไรดลใจให้ตกปากรับคำเซโร่ไปง่ายๆทั้งที่พี่ผู้จัดการกำลังรอเขาอยู่ แล้วไหนจะการแสดงอีก ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชายหนุ่มรีบล้วงมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงทันที พอเห็นชื่อพี่ผู้จัดการ หัวใจเขาก็แทบจะตกไปยังตาตุ่ม ครั้นแล้วจงฮยอนก็รีบสูดหายใจเข้าลึกๆทีนึงอย่างเรียกสติก่อนรับสาย

            “สวัสดีครับพี่”

            “นายน่าจะกลับมาห้องซ้อมได้แล้วนะ” ปลายสายเอ่ย

            “ถ้าผมกลับไปช่วงบ่าย ได้มั้ยครับ” น้ำเสียงจงฮยอนกล่าวอย่างกริ่งเกรง

            “ทำไมล่ะ? ตามตารางเช้านี้นายก็ว่างนี่” เสียงปลายสายฉงน

            จงฮยอนจึงตัดสินใจเล่าเรื่องเซโร่ให้ผู้จัดการฟังทั้งๆที่รู้สึกผิด ทว่าผู้จัดการกลับไม่ว่าอะไร นอกจากกำชับให้จงฮยอนไปห้องซ้อมตามเวลาที่นัดก่อนจะวางสาย และแล้วจงฮยอนก็คลี่ยิ้มอย่างโล่งใจ ขณะคว้าชุดในถุงคลุมเสื้อสีทึบเข้าห้องน้ำ

 
 

            “ผมอยากให้พี่ช่วยเป็นพี่ชายผมกับซายน์วันหนึ่งครับ”

            “ทำไมล่ะ?” จงฮยอนฉงน

            “วันนี้เป็นวันที่ครูประจำชั้นของผมกับซายน์จะมาเยี่ยมครับ พวกเราก็เลยอยากให้พี่ช่วยเป็นผู้ปกครองครับ” เซโร่ยิ้มกว้าง

            “แล้วคุณป้านมล่ะครับ?” จงฮยอนยิ้มละมุนขณะย่อตัวคุยกับเซโร่อย่างเอ็นดู

            “คุณป้านมไม่ใช่ผู้ปกครองครับ แต่คุณป้านมเป็น..” เด็กชายพยายามนึกคำที่ผู้ใหญ่มักใช้เรียกคุณป้านม

            “ผู้ดูแลครับคุณหนู” พนักงานชายที่เห็นสีหน้าเซโร่ครุ่นคิดอย่างหนักจึงกล่าวขึ้น

            “ใช่ๆครับ พี่เรย์บอกว่าผู้ที่จะพบคุณครูได้ต้องเป็นผู้ปกครอง หรือตัวแทนผู้ปกครองครับ” เด็กชายเอ่ยเจื้อยแจ้วตามที่พี่ชายเคยบอกไว้ ขณะจงฮยอนเริ่มตามคำพูดของเด็กชายไม่ทัน พนักงานชายจึงรีบอธิบาย

            “คุณเรย์เป็นพี่ชายคนโตของคุณหนูครับ และเป็นผู้ปกครองของคุณหนูทั้งสองด้วยครับ” จงฮยอนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนเอ่ย

            “แล้วพี่เรย์ไม่ว่าอะไรเหรอครับ ถ้าเซจะมีพี่เป็นพี่ชายหนึ่งวัน” เพียงสิ้นคำหนุ่มผิวขาวละออก็แทบอยากกลืนคำพูดนั้นลงคอ

            “ไม่ว่าหรอกครับ เพราะพี่เรย์ไม่ค่อยว่าง จึงมักส่งพี่ๆตัวแทนมาแทนนะครับ..” แล้วจู่ๆเซโร่ก็ชะงักก่อนจะเอ่ยอย่างดีใจ

            “พี่ฮาร์ดเวิร์ดยอมเป็นพี่ชายผมกับซายน์แล้วใช่มั้ยครับ?” นัยน์ตาเด็กน้อยเปี่ยมไปด้วยความหวัง จนจงฮยอนไม่อาจปฏิเสธได้ ชายหนุ่มพยักหน้าน้อยๆแม้จะไม่เข้าใจเรื่องราวอะไรมากนักก็ตาม

           ครั้นแล้วจงฮยอนก็ได้รู้ว่า ซายน์กับเซโร่เป็นน้องเล็กสุดของตระกูลพาทิซิเย่ ซึ่งมีพี่ๆอีก5 คนที่อายุห่างกว่าพวกเขาเกือบ20ปีโดยมีคุณฮาบาระหรือคุณป้านมเป็นผู้ดูแล ขณะที่มีคุณเรย์เป็นผู้ปกครองและเป็นพี่ใหญ่ซึ่งไม่ค่อยมีเวลาว่างนักจึงมักส่งตัวแทนมาเป็นพี่สาวพี่ชายเสมอ แต่คราวนี้ตัวแทนของเรย์ติดธุระกะทันหันจึงมาไม่ได้ ทำให้คุณฮาบาระต้องเป็นผู้หาพี่ชายมาแทน โดยเรย์กำหนดเงื่อนไขว่า คนที่จะมาเป็นตัวแทนต้องใจดี และเอ็นดูเซโร่กับซายน์ แล้วจงฮยอนผู้ที่ทุกคนในร้านทาร์ตมันลงมติว่าตรงกับเงื่อนไขเรย์ก็เข้ามาได้จังหวะพอดี

 

 

            แสงแดดยามสายเริ่มสาดส่อง สายลมเบาบางพัดกิ่งไม้ประดิษฐ์ตบแต่งซุ้มไสว กลีบดอกไม้งามประดับบนขนมให้ดูละไม รองด้วยกระทงสีไพรยิ่งขับสีเหลืองนวลของทาร์ตให้ดูน่ากิน

            แล้วทันใดนั้นเสียงใสๆแสนร่าเริงของเซโร่ก็ดังขึ้น

            “แต่น แตน แต๊นน~~~ ขอเชิญพบกับพี่ฮาร์เวิร์ดครับ” เซโร่ผายมือไปทางหลังซุ้ม แล้วจงฮยอนก็เดินเข้ามาในชุดยูกาตะสีน้ำเงินเข้มขับผิวชายหนุ่มให้ผ่องมากขึ้น เมื่อต้องแสงแดดอ่อนๆก็ยิ่งดูเจิดจ้าจนบรรดาสาวๆในร้านต่างตกตะลึง แล้วเมื่อหนุ่มผิวขาวละออคลี่ยิ้มละมุนแบบเขินอาย พนักงานหญิงทั้งหมดต่างแทบละลายจนขาอ่อนแรงกันเลยทีเดียว

            “พี่ชายผมหล่อใช่มั้ย?” เซโร่กล่าวกับพนักงานในร้านอย่างภาคภูมิใจ ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดนอกจากพยักหน้ายอมรับ แม้กระทั่งพนักงานชาย

            “พี่ฮาร์เวิร์ดหล่อสุดๆไปเลยคะ” ซายน์เอ่ยพร้อมรอยยิ้ม จงฮยอนจึงยิ้มให้อย่างเอ็นดู

            “เซเป็นคนแต่งตัวให้พี่เขาเองนะเนี่ย” เซโร่กอดอกและยิ้มกว้างให้หญิงชรากับซายน์

            “จริงเหรอ? พี่ไม่เห็นจะจำได้เลย” จงฮยอนแย้งทำให้เซโร่หน้ามุ่ยก่อนบ่นอุบอิบ

            “ไม่ช่วยกันบ้างเลย”  ทุกคนในร้านจึงหัวเราะ ทันใดนั้นหญิงชราก็เห็นโฟมแต่งผมติดอยู่ที่ปลายแขนเสื้อเด็กชายจึงปรารภขึ้น

            “แต่เซก็ช่วยพี่เขาแต่งทรงผมใช่มั้ยล่ะ?

            “ใช่ครับ เรื่องแต่งทรงผมเป็นงานถนัดของผมเลย” เซโร่กล่าวอย่างภูมิใจ ขณะที่ทุกคนหัวเราะเด็กชายด้วยความรักใคร่ เพราะทุกคนรู้ว่าเซโร่สนใจเรื่องทรงผม ถึงแม้จะไม่เคยแต่งให้ใครเลยก็ตาม แล้วจงฮยอนก็ลูบหัวเซโร่อย่างเอ็นดูพร้อมกับระบายยิ้ม

            “แถมทำได้ดีซะด้วยสิ” คำชมของจงฮยอนทำให้เซโร่ยิ้มหน้าบานไม่หยุด ขณะชายหนุ่มก็ยิ้มละมุนให้เด็กชาย

            จากนั้นซายน์ก็ถือไอศกรีมมันใส่โคนมาให้จงฮยอนกับเซโร่ แล้วทุกคนก็นั่งทานไอศกรีมโคนด้วยกัน เซโร่กับซายน์เอาโคนและแป้งพายมาแต่งเป็นหมวกเป็นลูกตา ก่อนจะแลกกันกิน เสียงหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกจึงดังขึ้น จงฮยอนคลี่ยิ้มกับบรรยากาศโดยรอบก่อนจะชิมไอศกรีมมันที่รสชาติหอมหวาน นุ่มละมุนลิ้น  ถึงแม้จะเย็นฉ่ำตามธรรมชาติแต่ก็ทำให้อบอุ่นใจ เหมือนกับเด็กน้อยสองคนและร้านทาร์ตมันแห่งนี้

..ครั้นแล้วก็ถึงเวลาเปิดบริการ..

 

[1] นิทานกริมม์ เรื่อง ฮันเซลกับเกรเทล

ม็อกเทล คือ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ผสม

 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #14 จีร่า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 01:59
    รอลุ้นว่านายจงจะได้เจอกับคนอื่นเมื่ิไหร่

    และเรื่ิงนี้จะมีนางเอกมั้ย 55
    #14
    0