Yakiimo Host Club คลับลับเฉพาะคนรักมันเผา [Fic C.N.BLUE]

ตอนที่ 4 : Yakiimo Host Club ::: ตอน2 งานเลี้ยง?[FridayNight1/2]155%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    4 ก.ย. 55


 

 

ตอน2 งานเลี้ยง? [FridayNight1/2]


 

            สองชายหนุ่มหน้าตาดีเดินมาหยุดที่จักรยานสีเงินที่บริเวณน้ำพุเพื่อซื้อมันเผา แต่ยังไม่ทันที่หนุ่มตาหยีจะเอ่ย ชายแก่ก็เปรยขึ้นอย่างคุ้นเคย

            “วันนี้ก็ห้าหัวรึเปล่า?

            “เปล่าครับ วันนี้ขอสิบห้าหัวครับมินฮยอกกล่าว

            “นายมาซื้อที่นี่ประจำเหรอ?” ยงฮวาแปลกใจ เพราะเขารู้สึกว่ามันเผาร้านไหนก็รสชาติเหมือนๆกัน จึงไม่คิดว่าจะต้องมีร้านประจำ ขณะหนุ่มตาหยีพยักหน้าให้พี่ชายอย่างเขินอาย ก่อนเอ่ยว่า

            “มันเผาลุงเขาอร่อยมากนะฮะ” 

            “แน่อยู่แล้ว เพราะได้เจ้าแก่ช่วยให้อร่อยไงล่ะ เนาะ”คำหลังสุดชายแก่หันไปพูดกับเตาเผาพร้อมรอยยิ้มก่อนจะลูบมันอย่างเอ็นดู ทำให้ยงฮวาและมินฮยอกเผลอยิ้มตาม ทว่าพอชายแก่คีบมันเผาใส่ถุงเสร็จแล้วจะส่งให้มินฮยอก จู่ๆชายแก่ก็ทอดถอนใจ

            “เฮ้อ! พรุ่งนี้เทศกาลก็สิ้นสุดแล้ว หลังจากพรุ่งนี้พวกพ่อหนุ่มคงต้องซื้อมันเผาร้านอื่นแล้วล่ะ

            “ทำไมล่ะครับ?” หนุ่มตาหยีเอ่ยอย่างตกใจ

            “ถึงหมดเทศกาล ลุงก็ยังขายตรงนี้ได้นี่ครับยงฮวากล่าว

            “ไม่ได้หรอกพ่อหนุ่ม หลังเทศกาลลุงก็ต้องกลับไปขายที่เดิมน้ำเสียงชายแก่สลดไม่น้อย

            “ที่เดิมที่ไหนครับ? ผมจะได้ไปอุดหนุนลุงต่อมินฮยอกถาม

            “เฮ้อ! มันไกลจากที่นี่อยู่นะ ลุงแค่มาร่วมงานเทศกาลเท่านั้นแหละ พวกพ่อหนุ่มคงไม่อยากไปหรอก 

            “ลองบอกดูสิครับ เผื่อผมแวะไปได้หนุ่มตาหยีเอ่ยขณะยงฮวามองความมุ่งมั่นของน้องชายอย่างเข้าใจ หากพวกเขาพบอะไรที่ชอบแล้ว จะหาสิ่งอื่นมาทดแทนก็ยาก

            “วันนี้ฉันยังบอกไม่ได้ ไว้พ่อหนุ่มค่อยมาถามใหม่วันพรุ่งนี้นะชายแก่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม และเป็นจังหวะที่ลูกค้าคนอื่นเข้ามาซื้อพอดี มินฮยอกกับยงฮวาจึงเลี่ยงออกมายืนที่หน้าน้ำพุ

            “ทำไมต้องตอบพรุ่งนี้ด้วยนะมินฮยอกพึมพำ

            “เพราะเขาไม่มั่นใจว่าพรุ่งนี้นายจะมาซื้ออีกรึเปล่า ถ้าอยากรู้คำตอบก็ต้องมาพรุ่งนี้ไง ลุงนี่ฉลาดไม่เบาแฮะยงฮวาชื่นชมจากใจจริง

            “คนขายมันเผามีอุบายเยอะจริงๆมินฮยอกเอ่ยอย่างปลงตก

            “มันเป็นกลยุทธ์ของพ่อค้าต่างหากล่ะ แล้ววันนี้จองชินจะไปที่ร้านรึเปล่า?” ยงฮวาเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ทำให้มินฮยอกงงเล็กน้อยก่อนกล่าว

            “ผมยังไม่ได้คุยเลยฮะ แต่คิดว่าน่าจะไปนะฮะมินฮยอกล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกง ทำให้ธนบัตรห้าหมื่นบลูหล่นลงพื้น ยงฮวาจึงเก็บให้

            “มินฮยอก เงินนาย

            “ขอบคุณฮะ” พอเห็นธนบัตร มินฮยอกก็ฉุกคิดได้ว่าต้องถามจองชินเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นเขาจึงรีบกดหาเบอร์จองชินทันที ทว่าเสียงโทรศัพท์ยงฮวาก็ดังขึ้น มินฮยอกจึงหยุดก่อนหันไปทางพี่ชาย สักพักยงฮวาก็เอ่ยกับมินฮยอก

            “มาสเตอร์โทรมาตาม พี่ต้องไปก่อนแล้วล่ะ

            “มาสเตอร์เรียกผมด้วยรึเปล่าฮะ?

            “เปล่า คงเป็นธุระที่วันนี้พี่ต้องไปกับมาสเตอร์ ไว้ค่อยเจอกันที่ร้าน แล้วนายอย่าลืมพาจองชินไปด้วยนะ เพราะมาสเตอร์มีเรื่องจะคุยด้วยยงฮวากำชับ

            “ผมจะลากจองชินไปให้ได้ฮะ โชคดีฮะมินฮยอกกล่าวขณะชายหนุ่มตาโตสาวเท้าไปทางตลาดกลางคืนอย่างเร่งรีบ

 

 

            “~~I want you happy happy tonight   I want you happy happy tonight

            I want you happy happy tonight     Ohohoh Forever Friday night~~

            เสียงริงโทนเพลง “Friday[1] ดังขึ้นขณะหนุ่มร่างสูงจะเดินเข้าร้านขายเสื้อผ้า เขาจึงหยิบมือถือออกมา ก่อนจะขมวดคิ้วน้อยๆ เพราะเป็นหมายเลขที่เขาไม่รู้จัก

            “สวัสดีครับจองชินกล่าว

            “นั่น คุณสเตฟานรึเปล่าครับ?

            “ครับหนุ่มร่างสูงขานรับ

            “คุณชอบทานมันเผามั้ยครับ?” ปลายสายเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น

            “ห๊ะ!” เสียงอุทานในสายดังขึ้นก่อนจะตามด้วยเสียงโวยวาย พี่ไปถามแบบนั้นได้ไงล่ะ เสียมารยาทจังจองชินได้ยินถึงกับงุนงงชั่วขณะ จนเผลอคิดว่าอาจเป็นโทรศัพท์โรคจิต แต่ก่อนที่เขาจะวางสาย เสียงคนที่เพิ่งโวยวายเสร็จก็ดังขึ้น

            “สวัสดีจ้ะจองชิน

            “สวัสดีครับจองชินกล่าว

            “ยังจำป้าได้มั้ย ป้าที่เคยขายมันเผาหน้าโรงเรียนเธอไง

            “เอ๋?” ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย เขายังคงจำป้าที่ขายมันเผาหน้าโรงเรียนตอนอนุบาลได้ ทว่าเขาไม่เคยซื้อมันเผากับเธอแล้วก็ไม่เคยรู้จักเลยสักครั้ง แล้วทำไม?? ตอนนี้ในหัวสมองจองชินมีคำถามมากมาย ครั้นแล้วเขาก็เลือกถามสิ่งที่อยากรู้ที่สุด

            “ทำไมคุณป้ามีเบอร์ผมล่ะครับ?”

            “เรามีเรื่องอยากให้เธอช่วย คือว่า... เธอช่วยมาเจอเราที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามได้มั้ยจ้ะจองชินรีบมองไปยังฝั่งตรงข้ามทันทีก็เห็นชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งโบกมือให้เขา หนุ่มร่างสูงได้แต่ยืนโบกมืออ่อยๆอย่างไม่เข้าใจและยิ่งสงสัยมากกว่าเดิมเมื่อไม่ได้คำตอบ

 

            ณ อีกฟากของจัตุรัสบลูฟลาวเวอร์ ยงฮวารีบเดินเข้าไปในย่านร้านอาหารกลางคืนก่อนหยุดที่หน้าคลับ หมายเลขหนึ่งทว่าพอเขาจะเปิดประตูก็มีชายหนุ่มวิ่งออกมาจากด้านในอย่างเร่งรีบ ยงฮวาจึงหลบทางให้ชายหนุ่มก่อนจะเดินเข้าไป

            ภายในคลับเน้นสีดำและแดงเข้ม เมื่อผสานกับแสงไฟสีส้มจึงยิ่งทำให้คลับดูมีระดับ ตรงกลางเป็นเวทีบุกำมะหยี่แดงล้อมรอบด้วยชุดโซฟาสีเข้ม ขณะชั้นบนเป็นโต๊ะกลมทันสมัยสีนิลและมุมค็อกเทลที่มีบาร์เทนเดอร์คอยยืนบริการ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดบริการของร้าน ภายในร้านจึงมีเพียงพนักงานจัดเตรียมสถานที่และเจ้าของร้านเท่านั้น

            “มาสเตอร์ คนที่เพิ่งออกไปใครเหรอครับ?” ยงฮวากล่าวกับหญิงสาวร่างโปร่ง ผมสีบรอนซ์ดัดลอนยาว แม้อายุจะล่วงเข้าเลขสามแล้วแต่หน้าตาหญิงสาวยังคงดูรุ่นราวคราวเดียวกับเขา

            “เขามาสมัครตามใบปลิวนะ แม้คุณสมบัติจะไม่เลว แต่ก็ยังไม่ใช่เธอเอ่ยขณะมองดูใบสมัครของเด็กหนุ่มคนนั้น

            “เขามาสมัครตำแหน่งอะไรครับ?

            “ไม่ได้ระบุนะ แต่ตำแหน่งที่เราต้องการต้องเป็นคนมีคุณสมบัติพร้อมกว่านี้เธอปรารภขณะขยับแว่นสายตากรอบดำอย่างใช้ความคิด ก่อนเอ่ย

            “แล้วจองชินจะมามั้ย?

            มินฮยอกกำลังโทรบอกครับยงฮวาตอบ

            “ดี! งั้นเราก็ออกจากร้านได้แล้วหญิงสาวคว้ากระเป๋าสีน้ำตาลทองออกจากร้านอย่างฉับพลัน ยงฮวาจึงต้องรีบวิ่งตาม พลันมาสเตอร์สาวก็ถอดแว่นสายตาออกก่อนเปลี่ยนเป็นแว่นกันแดดสีดำและขึ้นรถฝั่งคนขับ ขณะหนุ่มตาโตนั่งด้านข้าง และแล้วรถสปอร์ตสีแดงก็พุ่งทะยานออกจากคลับอย่างรวดเร็ว

 

 

            ร้านกาแฟเล็กๆตรงหัวมุมถนน กระจกโปร่งใสทำให้เห็นโซฟาสีขาวน่านั่งกับบรรยากาศดูสบายๆ เพียงแค่เปิดประตูกลิ่นคลุกเคล้าของกาแฟคุกรุ่นกับนมเนยที่เอามาทำขนมเค้กสีหวานก็ฟุ้งปะทะนาสิกประสาทแล้ว ลูกค้าในร้านจึงรู้สึกผ่อนคลายและพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม ทว่าผิดกับโต๊ะริมกระจกฝั่งถนนจัตุรัสที่บรรยากาศดูน่าอึดอัดพิกล

            “สวัสดีครับคุณลุง คุณป้าจองชินกล่าวอย่างสุภาพ ก่อนจะสั่งกาแฟเย็นกับบริกร

            “ความจริงเราก็ไม่อยากรบกวนเวลาเธอหรอกนะ แต่เราไม่รู้จะหันไปพึ่งใครแล้วจริงๆหญิงวัยกลางคนรีบเข้าเรื่องทันที

            แต่ผมเองก็ไม่เคยรู้จักพวกคุณนะครับ” หนุ่มร่างสูงกล่าวจากใจจริง

            “นั่นสิ! ฉันก็บอกเธอแล้ว แต่เขาไม่ฟังนะครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับชายวัยกลางคนหันไปเอ่ยกับภรรยาก่อนจะกล่าวขอโทษจองชิน จากนั้นเขาก็พยายามดันให้ภรรยาลุกขึ้นเพื่อจะกลับบ้าน

            “กลับตอนนี้ไม่ได้นะ ฉันอุตส่าห์ไปอ้อนวอนขอเบอร์กับแม่เขา จะให้มากลับตอนนี้ได้ไงล่ะหญิงวัยกลางคนกล่าวกับสามี เมื่อจองชินได้ยินก็ถึงกับอึ้งชั่วขณะ เขาไม่คิดว่าคุณป้าคนนี้จะไปหาแม่เขา

            “คุณป้าไปพบแม่ผมมาเหรอครับ?

            “ฉันต้องขอโทษจริงๆ แต่พวกเรากำลังแย่มาก เจ้าหนี้ทวงเงินเราทุกวัน มันเผาที่เราขายก็ยังไม่หมด พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลแล้ว หากได้เงินไม่ครบ พวกเราต้องตายแน่หญิงวัยกลางคนโอดครวญกับชายหนุ่มทันที

            “แล้วคุณป้าจะให้ผมช่วยอะไรครับ? ช่วยซื้อมันเผาเหรอครับ?

            “แค่นั้นก็ได้พ่อหนุ่มสามีคุณป้ารีบสนับสนุนประโยคจองชินทันที ทว่าเขาก็ต้องหยุดเมื่อเจอสายตาห้ามปรามของภรรยา

            “ไม่ใช่จ้ะ ป้าอยากให้เธอช่วยเป็นพรีเซ็นเตอร์มันเผาให้เรานะจ้ะจองชินหน้าเหลอเล็กน้อย เพราะไม่คาดคิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้

            “เรามีค่าจ้างให้เธอด้วยนะ ช่วยป้าหน่อยนะจ้ะหญิงวัยกลางคนโน้มน้าว

            “พ่อหนุ่มไม่ต้องรับหรอกนะ แค่ช่วยซื้อมันเผาก็พอแล้วล่ะ หัวเดียวก็ได้สามีคุณป้ารีบเสนอทางช่วยเพราะเขาไม่เห็นด้วยกับภรรยาที่มารบกวนชายหนุ่มตรงหน้า            

            “หนี้ที่เราต้องใช้มันอีกตั้งหลายหมื่นบลู แค่ให้เขาช่วยซื้อไม่พอหรอกภรรยากล่าวกับสามี ก่อนจะหันมาหาเอ่ยกับจองชินเสียงหวาน

            “เธอจะช่วยป้าใช่ไหมจ้ะ?” 

            “คุณป้าบอกว่ามีหนี้หลายหมื่นบลู แล้วคุณป้าจะเอาเงินที่ไหนมาจ้างผมล่ะครับ อีกอย่างหากผมเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ราคามันเผาก็คงไม่สูงขึ้นกว่าเดิมมาก แล้วคุณป้าจะได้เงินปลดหนี้จนหมดเหรอครับ?” หนุ่มร่างสูงเอ่ยอย่างเห็นใจ

            “หมดสิจ้ะ เพราะเราจะขายมันเผาพร้อมลายเซ็นเธอไง เพียงเท่านี้ราคามันเผาก็ต้องสูงขึ้นเป็นกอง เอ๋! จะว่าไปเราน่าจะจัดประมูลภาพถ่ายเธอกับมันเผาด้วยนะ กล้องๆอยู่ที่ไหน?” หญิงวัยกลางคนกระวนกระวายหากล้องเพื่อจะถ่ายรูปจองชิน ขณะคนที่จะโดนถ่ายรูปเริ่มเหงื่อตกกับสถานการณ์แปลกประหลาดนี้

            ทว่าขณะนั้นเสียงริงโทนมือถือจองชินก็ดังขึ้น เขาถึงกับยิ้มออกแม้ยังไม่ได้เห็นว่าใครโทรมา แต่นั่นก็ทำให้ชายหนุ่มหาทางปลีกตัวสักพักได้อย่างสวยงาม

            “ผมขอตัวสักครู่นะครับหนุ่มร่างสูงกล่าวกับคู่สามีภรรยาก่อนจะเดินออกจากร้านเพื่อหามุมรับโทรศัพท์ แล้วเขาก็เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งในสวนหน้าร้าน

            “มินฮยอก ฉันกำลังคิดถึงนายพอดี จองชินกล่าวอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นเป็นเบอร์มินฮยอก

            “ฉันก็เหมือนกัน ฉันโทรหานายตั้งหลายทีแต่ติดต่อไม่ได้ นายอยู่ที่ไหน?” หนุ่มตาหยีถาม

            “ร้านกาแฟตรงข้ามกับร้านเสื้อที่มาดูกับนายวันก่อน

            “อ๋อ! นายอยู่ที่สัญญาณชอบรวนนี่เองมินฮยอกเอ่ยก่อนร้องขึ้น

            “เฮ้! ไปร้านกาแฟไม่มีชวนสักนิด แล้วนี่นายมาจิบกาแฟหลังเลือกซื้อเสื้อผ้าจนอิ่มเหรอ?” มินฮยอกกล่าวพลางหัวเราะ เพราะเขารู้ดีว่าหากจองชินมีเวลาว่างมักจะแวะไปที่ร้านขายเสื้อผ้าหรือไม่ก็ร้านอาหาร

            “เฮ้อ! ฉันยังไม่ทันจะดูเลย ก็ต้องมาที่ร้านกาแฟจองชินปรารภก่อนจะเล่าเรื่องของสามีภรรยาที่จะจ้างเขาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ฟัง

            “พอดีเลย มาสเตอร์ต้องการพบนาย ถ้ามาสเตอร์รู้เข้า ต้องไม่ยอมให้นายรับงานนี้แน่ มินฮยอกกล่าวเมื่อฟังเสร็จ

            “มาสเตอร์ต้องการพบ? แต่ฉันไม่ได้ทำงานกับมาสเตอร์แล้วนะ หนุ่มร่างสูงเอ่ย

            “ฉันแค่โทรบอกนายตามคำสั่งมาสเตอร์หน่ะ ส่วนรายละเอียดนายต้องถามมาสเตอร์ มินฮยอกปรารภ ทว่าจู่ๆเขาก็ร้องขึ้น

            “เอ้อ! ฉันมีเรื่องจะถามนายด้วย งั้นเดี๋ยวเจอกันที่ร้านกาแฟ”

            “ได้สิ แล้วเจอกัน หนุ่มร่างสูงขานรับก่อนจะวางสาย แล้วเดินเข้าร้านกาแฟ


           หญิงวัยกลางคนทำตาเป็นประกายวิบวับอย่างอ้อนวอน เมื่อจองชินนั่งลงบนโซฟา ทำให้จองชินคิดไม่ตกว่าจะปฏิเสธยังไงถึงจะไม่หักหาญขณะยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ครั้นแล้วคุณป้าก็เอ่ยขึ้นด้วยความหวัง       

            “ตกลงเธอจะช่วยป้าใช่ไหมจ้ะ?”           

            “ไม่!!” เสียงดุดันมีอำนาจปฏิเสธขึ้นอย่างชัดเจน หนุ่มร่างสูงรีบหันหลังไปมองต้นเสียงทันที

            “มะมาสเตอร์!” จองชินกล่าวอย่างตกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวร่างโปร่งผู้มีอิทธิพลมากสุดในเลอซิเอล

            “เรามีเรื่องต้องคุยกัน นายมากับฉัน ส่วนพวกคุณสองคนกลับไปได้แล้ว หญิงสาวกล่าวขณะลากจองชินไปนั่งอีกโต๊ะซึ่งมียงฮวานั่งรออยู่

            “เกิดอะไรขึ้นครับ?” ยงฮวาถาม

            “ก็ถามน้องนายดูสิ หญิงสาวปรารภขณะจับจองชินนั่งที่โซฟาข้างยงฮวา แต่ชายหนุ่มสองคนรู้ดีว่า หากไม่ติดภาพพจน์ เธอคงเหวี่ยงจองชินติดกำแพงร้านไปแล้ว ส่วนมินฮยอกที่เพิ่งมาถึงเห็นบรรยากาศอึมครึม จึงยิ้มให้มาสเตอร์สาวก่อนเอ่ย

            “จองชินทำให้มาสเตอร์ไม่พอใจหรือฮะ?” รอยยิ้มของมินฮยอกทำให้มาสเตอร์สาวยิ้มออกทันที แต่เธอก็ยังคงพยายามตีหน้าขรึม

            “พวกเธอคุยกันไปก่อนแล้วกัน หญิงสาวลุกขึ้นเพื่อต้องการไม่ให้ตนเองละลายกับรอยยิ้มมีเสน่ห์นั้น แล้วเมื่อเธอเห็นคู่สามีภรรยามันเผากำลังเดินออกไปจากร้าน หญิงสาวก็ฉุกคิดบางอย่างได้จึงรีบตามออกไปทันที

            ขณะนั้นมินฮยอกที่นั่งลงบนเก้าอี้ต่อจากมาสเตอร์ก็เอ่ยถาม

            “มาสเตอร์โกรธนาย เพราะเรื่องคู่สามีภรรยาเหรอ? นายยังไม่ปฏิเสธหรอ?”

            “น่าจะใช่ ฉันก็กำลังจะปฏิเสธนะ แต่มาสเตอร์เอ่ยขึ้นมาก่อนหนุ่มร่างสูงกล่าวอย่างไม่ปิดบังก่อนจะถามถึงสิ่งที่สงสัย

            “แล้วมาสเตอร์รู้เรื่องนี้ได้ไง นายบอกเธอเหรอ?” มินฮยอกพยักหน้ารับอย่างรู้สึกผิด ขณะยงฮวายิ้มอย่างเข้าใจก่อนเอ่ย

            “พี่ได้ยินมาสเตอร์โทรไปเช็คกับมินฮยอก” 

            ใช่ มาสเตอร์โทรมากำชับเรื่องที่ต้องพานายไปที่ร้าน ฉันก็เลยต้องบอกเรื่องนี้ ขอโทษทีนะมินฮยอกกล่าว

            “นายคงโดนมาสเตอร์ซักจนสะอาดเลยล่ะสิ” จองชินคลี่ยิ้มพลางหัวเราะ จึงทำให้มินฮยอกหัวเราะด้วย เพราะเขาก็โดนมาแบบนั้นจริงๆ แล้วทันใดนั้นยงฮวาก็เอ่ยถามหนุ่มร่างสูง

            “หากไม่ติดเรื่องมาสเตอร์กับป้าเขามีท่าทีแปลกๆ จองชิน นายก็คงรับปากช่วยพวกเขาไปแล้วใช่มั้ย?

            “ถ้าเป็นผม ผมจะช่วยแบบไม่คิดค่าจ้างเลย” มินฮยอกเสนอความคิด

            “ผมก็คงทำแบบมินฮยอกล่ะครับพี่ยงฮวา แต่คุณป้าเขาดูแปลกจริงๆนะครับ เธอคิดจะจัดประมูลภาพถ่ายกับมันเผาด้วย”

            “ภาพมันเผาเหรอ? ไอเดียคุณป้าสุดยอดมากเลย” มินฮยอกตาเป็นประกาย ยงฮวาจึงแซวขึ้น

            “ถ้างั้น เดี๋ยวพี่ไปบอกคุณป้าให้ว่า นายจะทำงานนี้แทนจองชิน”

            “พี่ก็รู้ว่าผมไม่ว่าง ฮ่าๆ” หนุ่มตาหยีหัวเราะ

            “เดี๋ยวพี่ขอมาสเตอร์ให้ก็ได้ ฮ่าๆๆ” เมื่อมินฮยอกได้ยินคำว่ามาสเตอร์หน้าเขาก็ซีดลงทันที ทำให้ยงฮวากับจองชินหัวเราะร่วน เพราะไม่ว่าใครก็ต่างเกรงหญิงสาวคนนี้ ผู้ที่เคยอาละวาดใส่ผู้ปกครองเมืองจนต้องยอมสยบ แล้วนั่นก็เป็นเหตุให้เธอเปิดคลับใหญ่โตได้อย่างทุกวันนี้

            ครั้นแล้วบริกรชายก็มาเสิร์ฟกาแฟเย็นสามแก้ว ยงฮวาจึงหยิบเงินออกมาจ่ายตามระเบียบของร้าน “จ่ายเงินทันทีเมื่อได้รับสินค้า” มินฮยอกเห็นดังนั้นเลยฉุกคิดถึงเงินห้าหมื่นบลู จึงหยิบออกมาถามจองชิน

            “นี่ใช่เงินนายรึเปล่าฉันเจอมันอยู่ใต้โต๊ะรับแขก

            “ใช่! แต่ฉันเขียนบอกไว้แล้วนะว่า เงินค่าเช่าบ้าน’” จองชินกล่าว

            “ค่าเช่าบ้าน!” มินฮยอกเอ่ยอย่างตกใจ เขาลืมสนิทว่าวันนี้เป็นวันจ่ายค่าเช่าบ้าน ก่อนจะยิ้มแห้งๆให้ยงฮวากับจองชิน

            “วันนี้วันศุกร์?” หนุ่มตาหยีถามเสียงแผ่วเบา ขณะชายหนุ่มสองคนพยักหน้ารับ

            “วันนี้ที่คนให้เช่าขีดเส้นตายไว้ หากไม่จ่ายต้องออกจากบ้าน?” มินฮยอกยังคงยิ้มแห้งๆ

            “ใช่!” จองชินกับยงฮวาขานพร้อมกัน

            “งั้นเรารีบกลับไปจ่ายค่าเช่าบ้านกันเถอะ หนุ่มตาหยีรีบเอ่ยชวนและลุกจากเก้าอี้ ทว่ามาสเตอร์สาวที่ไม่รู้มาจากไหนก็จับไหล่มินฮยอกให้นั่งลง ก่อนจะคว้าเงินห้าหมื่นบลูไปเก็บใส่กระเป๋า

            “จองชิน นายมีเรื่องติดหนี้ฉันอยู่นะ

            “เรื่องอะไรครับ?” หนุ่มร่างสูงถาม

            “แล้วเจอกันที่ร้านเย็นนี้นะจ้ะหนุ่มๆ มาสเตอร์สาวมองทั้งสามคนอย่างอารมณ์ดีแล้วจากไป ทิ้งให้หนุ่มร่างสูงงุนงง แต่ตอนนี้เรื่องใดก็ไม่สำคัญเท่ากับที่พักอาศัย

            ครั้นแล้วสามหนุ่มพี่น้องก็นั่งมองหน้ากันว่าจะไปหาค่าเช่าบ้านมาจากไหน เพราะเช็คของจองชินก็ยังขึ้นเงินไม่ได้ ส่วนเงินเดือนของมินฮยอกกับยงฮวา มาสเตอร์ก็จ่ายพรุ่งนี้ ต่างคนต่างสลดใจเมื่อรู้ว่าตนเองอาจต้องออกจากบ้านเช่า

 


 

 

 



 [1] เพลง Friday (T.G.I.Friday's Brand Song) - C.N.BLUE


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #12 จีร่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 01:38
    อิอิ นายจงจะเปิดตัวมายังไงน้อ อยากรู้



    หนุ่มๆ จะแก้ปัผญหาเรื่่องค่าเช่าบ้านยังไง
    #12
    0