Yakiimo Host Club คลับลับเฉพาะคนรักมันเผา [Fic C.N.BLUE]

ตอนที่ 3 : Yakiimo Host Club ::: ตอน1 ก้าวแรก[First Step]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    28 ส.ค. 55


 


ตอน1 ก้าวแรก[First Step]


            “กริ๊ง! กริ๊ง!

            เสียงโทรศัพท์บ้านดังอย่างต่อเนื่องจนคนที่หลับคุดคู้อยู่บนเตียงต้องยกหมอนขึ้นมาปิดหูก่อนตะโกนเรียกชายหนุ่มที่ง่วนอยู่กับการทำความสะอาดห้องน้ำ

            “มินฮยอกรับโทรศัพท์ที” หนุ่มตาหยีชะโงกมามองประตูห้องนอนเพื่อนก่อนจะถอดถุงมือแล้วรีบวิ่งออกไปรับโทรศัพท์ที่ห้องโถง แต่สักพักเขาก็ต้องเคาะประตูห้องนอนเพื่อนแล้วเอ่ย

            “โทรศัพท์นาย” เพียงแค่นั้นชายหนุ่มผมสลวยรีบกระเด้งตัวจากเตียงแล้ววิ่งออกไปรับโทรศัพท์ทันที ขณะมินฮยอกจะเดินไปเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ     

            “สวัสดีครับ ผมจองชินครับ” หนุ่มร่างสูงกล่าวอย่างนอบน้อม

            “สเตฟาน! ทำไมนายถึงไม่เปิดมือถือ” น้ำเสียงปลายสายคุกรุ่น ขณะจองชินกลอกตาไปมาหาคำตอบ เขาไม่อยากให้คนในสายรู้ว่าเขาเพิ่งตื่นเลยยังไม่ได้เปิดมือถือ เมื่อคิดไม่ออกจึงหันไปหามินฮยอกอย่างขอความช่วยเหลือ แล้วหนุ่มตาหยีก็ชี้ที่ปากตัวเอง ให้จองชินอ่านตาม

            “แบตหมดครับ ต้องขอโทษด้วยครับ” จองชินกล่าวตามคำมินฮยอกก่อนจะยกนิ้วโป้งให้เพื่อนอย่างชื่นชม

            “เออๆ นายรีบมาหาฉันแล้วกัน” ปลายสายเอ่ย

            “ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ” พอสิ้นเสียงจองชิน ปลายสายก็วางทันที ขณะมินฮยอกเอ่ยถาม

            “จากพี่ผู้จัดการเหรอ?

            “อืม คงเรื่องเดิมๆ” จองชินกล่าว

            “ขอให้โชคดี” มินฮยอกอวยพรและแปะมือกับจองชิน ก่อนหนุ่มร่างสูงจะวิ่งแจ้นคว้าเสื้อผ้าแล้วเข้าห้องน้ำ

 

            ครั้นแล้วจองชินก็ขมวดผมสลวยด้วยยางรัดผมก่อนจะคว้าสูทเข้ารูปสีดำสวมทับเสื้อยืดแล้วเดินออกจากห้อง ทว่าพอถึงห้องโถง เขาก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันจ่ายค่าเช่าบ้าน จองชินจึงหันไปมองปฏิทินตั้งโต๊ะบนชั้นหนังสือเพื่อตรวจสอบ แล้วก็จริงตามคาด เพราะมินฮยอกได้บันทึกไว้ในปฏิทิน  หนุ่มร่างสูงเลยรีบเปิดกระเป๋าเงินสีดำที่มีธนบัตรไม่มากนัก ก่อนชั่งใจหยิบธนบัตรใบที่มีมูลค่ามากสุดออกมา เพราะใบอื่นๆรวมกันแล้วไม่พอจ่ายค่าเช่าบ้าน  

            ครั้นแล้วเขาก็ฉีกกระดาษโน้ตมาเขียนกำกับก่อนจะวางทับกับธนบัตรไว้บนโต๊ะรับแขก

เงินค่าเช่าบ้าน

            จองชินคิดจะบอกมินฮยอกไว้ด้วยแต่มือถือเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง หนุ่มร่างสูงจึงรีบรับโทรศัพท์ของผู้จัดการแล้ววิ่งออกจากบ้านทันที

            เพียงแค่นั้นสายลมบางเบาก็พัดผ่านเข้าประตูบ้านกับหน้าต่างที่มินฮยอกเปิดระบายอากาศและรับแสงยามเช้าทุกวัน สายลมได้พัดกระดาษโน้ตกับธนบัตรปลิวไปคนละทาง กระดาษโน้ตเข้าไปใต้โซฟา ขณะธนบัตรตกอยู่ใต้โต๊ะรับแขก

           

            มินฮยอกที่เพิ่งทำความสะอาดห้องนอนตนเองเสร็จ ก็เหลือบมองนาฬิกาซึ่งถึงเวลาที่รายการ เลอซิเอล ซุปเปอร์โมเดล ซึ่งตอนออกอากาศของวันนี้มีจองชินร่วมเดินแบบด้วย  หนุ่มตาหยีจึงรีบเก็บไม้กวาดแล้ววิ่งออกไปห้องโถงเพื่อเปิดทีวีทันที

            รายการเริ่มด้วยงานแฟชั่นโชว์ที่จองชินไปเดินแบบเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มินฮยอกก็ตามไปถ่ายรูปและวิดีโอเก็บมาด้วย แต่เขาก็ยังอยากจะดูจากทีวีอีก ชุดที่จองชินใส่ส่วนใหญ่เป็นสีดำ เมื่อมินฮยอกเห็นการเดินบนแคทวอล์คของจองชินก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้

            “นายเหมาะเป็นนายแบบจริงๆ”

            จากนั้นก็เป็นภาพเบื้องหลังงานแฟชั่นโชว์ในห้องแต่งตัว และการสัมภาษณ์ความรู้สึกนายแบบนางแบบหลักของรายการ ก่อนจะยืนโพสท่าให้ตากล้องถ่ายรูป ทำให้มินฮยอกขัดใจหน่อยๆ เพราะเพื่อนเขาไม่ได้เป็นนายแบบหลักของงานนี้ จึงไม่ได้ให้สัมภาษณ์ มีแต่รูปถ่ายเท่านั้น

            “โครก..คราก”

            ทว่าจู่ๆท้องมินฮยอกก็ส่งเสียงออกมา เขาตกใจนิดหน่อย เพราะปกติไม่เคยปล่อยให้ท้องร้องดังขนาดนี้

            “เฮ้อ! โชคดีนะไม่มีใครได้ยิน”

            มินฮยอกพึมพำขณะลุกขึ้นเพื่อเข้าไปในครัว   เขาเปิดตู้เย็นเพื่อหาของสดหรืออาหาร แต่มันว่างเปล่า มีเพียงขวดน้ำดื่มกับที่ทำน้ำแข็งในช่องแช่แข็งเท่านั้น หนุ่มตาหยีมองตู้เย็นอย่างงงงัน ก่อนจะนึกได้ว่าเมื่อวานเขากับจองชินต่างไม่ได้ไปตลาด

            มินฮยอกทำหน้าเซ็งกับตัวเองนิดหนึ่งที่เมื่อคืนยุ่งจนลืมซื้อของกินกลับมา เขาจึงลองเปิดตู้กับข้าวเล็กๆดู เผื่อมีราเมง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปัง หรืออะไรที่กินได้ แล้วเขาก็เจอขนมปังมันเผากับราเมงสำเร็จรูป มินฮยอกไม่รอช้า เขารีบฉีกขนมปังใส่ปากทันที ก่อนจะต้มน้ำแล้วฉีกห่อราเมงออกใส่ชาม

            ขณะนั้นเองเสียงเพลงCome on ในทีวีก็ดังขึ้นหลังจากรายการซุปเปอร์โมเดลจบพร้อมๆกับน้ำเดือด หนุ่มตาหยีจึงรีบเทน้ำใส่ชามราเมงแล้วยกมานั่งบนโซฟาห้องโถงทันที ทว่าขณะที่เขารีบร้อนวางชามราเมงเพื่อดูเอ็มวีนั้น ตะเกียบก็กลิ้งหล่นลงไปใต้โต๊ะรับแขก มินฮยอกจึงก้มไปเก็บตะเกียบแล้วเขาก็พบธนบัตรมูลค่าห้าหลักซึ่งเป็นมูลค่าเยอะสุดของธนบัตรเมืองเลอซิเอล

            พลันหนุ่มตาหยีหยิบมันขึ้นมาอย่างครุ่นคิด เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นเงินจองชินแต่ปกติจองชินจะเก็บเงินไว้ใกล้ตัวหรือไม่ก็ในห้องนอน  จึงไม่น่าจะมาหล่นใต้โต๊ะรับแขก แต่ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ มินฮยอกจึงลองโทรศัพท์หาจองชินเผื่อเพื่อนเขาจะทำหล่นไว้

            ขณะนี้คุณได้เข้าสู่ระบบฝากข้อความ กรุณาฝากข้อความหลังได้ยินเสียงสัญญาณ..

            “สงสัยคุยกับพี่ผู้จัดการอยู่” มินฮยอกพึมพำขณะกดวางโทรศัพท์แล้วพิจารณาเงินห้าหมื่นบลู(1)ในมืออย่างสงสัย แต่ความคิดก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเส้นราเมงเริ่มอืด เขาจึงรีบไปหยิบตะเกียบคู่ใหม่ขณะมิวสิกวีดีโอเพลงถึงตอนมือกลองของวงนี้ตีกลองพอดี

           

            ณ ห้องกระจกใสขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนตึกสูงแห่งหนึ่งกลางเมืองเลอซิเอล ซึ่งจากมุมห้องนี้จะมองเห็นวงเวียนน้ำพุของจัตุรัสบลูฟลาวเวอร์ได้ชัดเจน เจ้าของธุรกิจใหญ่ๆของเมืองนี้มักชอบเลือกตั้งบริษัทที่ทำเลแบบนี้มาก เพราะจะได้เห็นมุมมองการแสดงต่างๆบนวงเวียนน้ำพุใจกลางจัตุรัสซึ่งอาจนำไปเป็นไอเดียให้กับงานธุรกิจของพวกเขาเสมอ

            เพียงแต่ไอเดียของนักธุรกิจบางทีก็อาจทำให้คนทำงานสลดหดหู่ได้เช่นกัน อย่างหนุ่มผมสลวยที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือดบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับผู้จัดการร่างอ้วนแต่งหน้าหนาเตอะ กลิ่นเครื่องสำอางฟุ้งกระจายขณะเธอเริ่มเอ่ย

            “พี่ต้องเสียใจด้วยจริงๆนะ สเตฟาน”

            “ผมเข้าใจครับ” น้ำเสียงจองชินแม้จะฟังธรรมดาไร้ความสลด แต่ผู้จัดการที่ร่วมงานกับเขามาเป็นปี รู้ดีว่าน้ำเสียงนี้แฝงด้วยความเสียใจแม้จะเล็กน้อยแทบสัมผัสไม่ได้

            “เฮ้อ! พี่ก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ทางบริษัทโฆษณา กลับบอกว่าตอนนี้เป็นเทรนด์ของลูกครึ่งยุโรป พวกเขาเลยอยากได้นายแบบลูกครึ่งหรือไม่ก็ชาวยุโรปเท่านั้น แถมยังพูดทำนองว่าเราใช้ชื่อสเตฟานไปหลอกเขาอีก” ผู้จัดการเอ่ยอย่างสุดทน

            “ใจเย็นๆก่อนครับ เขาอาจพูดตลกก็ได้ พี่อย่าคิดมากเลยครับ”

            “เมื่อเช้าเพราะเรื่องนี้แหละ พี่เลยต้องเข้าห้องเย็นไปพบผู้บริหาร แล้วเขาก็มีคำสั่งว่าต้องพักงานนายไว้ก่อน เพราะกระแสนิยมตอนนี้มันเป็นแบบนี้จริงๆ แค่เปลี่ยนชื่อให้เป็นยุโรปยังไม่เพียงพอ แถมบริษัทโฆษณานั้นก็เป็นบริษัทสุดท้ายในบัญชีรายชื่อแล้วด้วย โอ้ย! พี่ล่ะเซ็งเป็นบ้า” ประโยคสุดท้ายเรียกรอยยิ้มบางๆจากจองชิน เขาเข้าใจความรู้สึกของพี่ผู้จัดการดี หลายวันมานี้เธอวิ่งเข้าออกหลายบริษัท แต่สุดท้ายก็ไม่ได้งานแล้วยังโดนต่อว่าอีก จึงเป็นธรรมดาที่เธอจะหัวเสีย

            ทว่าพอผู้จัดการได้ระบายเรื่องของเธอใส่หนุ่มร่างสูง ปากอวบอิ่มสีแดงสดก็ระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดีทันที ก่อนจะยื่นแฟ้มสีฟ้าอ่อนให้จองชิน

            “แม้จะไม่มีงานโฆษณาหรือนายแบบ แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะไม่มีงานนะ สเตฟาน” จองชินกลอกตาไปมาอย่างไม่เข้าใจคำพูดพี่ผู้จัดการก่อนเอ่ยถาม

            “หมายความว่าไงครับ?

            “นายก็เปิดแฟ้มดูสิ” เธอยิ้มอย่างยียวน หนุ่มร่างสูงจึงรีบทำตามคำแนะนำทันที แล้วเขาก็พบจดหมาย ตารางงานกับเช็คสองใบ

            “เงินค่าอะไรครับ?” เขารีบถามทั้งทียังไม่ทันได้เห็นมูลค่าของเช็คด้วยซ้ำ

            “ใบนี้เป็นเงินล่วงหน้าจ้ะ ส่วนอีกใบก็ค่าตัวคราวที่แล้ว” จองชินสังเกตเห็นว่าเธออารมณ์ดีสุดๆขณะหยิบเช็คสองใบออกจากแฟ้ม จนเขาเริ่มกังวล หวังว่าไม่มีอะไรแอบแฝงนะ

            “ดูท่าเธอจะกังวลมากนะ ฮ่าๆๆ” ผู้จัดการจับสีหน้าวิตกของจองชินได้ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

            “ครั้งนี้นายอาจไม่เจอพวกเราสักพัก ดังนั้นทางบริษัทฯจึงจัดเงินล่วงหน้าให้ เพราะทางนู้นเขาจ่ายเงินค่าตัวนายงวดแรกมาแล้ว”

            จองชินรับฟังอย่างแปลกใจ เพราะเขาไม่เคยเจอกรณีที่มีจ่ายค่าตัวเป็นงวดๆ ก่อนจะเปิดแฟ้มดูอีกครั้ง แล้วเริ่มอ่านจดหมายจากบริษัทต้นสังกัด ซึ่งรายละเอียดไม่มีอะไรมากแค่บอกว่า ทางบริษัทฯส่งเขาไปเรียนการแสดงกับเจ้าของร้านเครื่องแก้ว โดยเขาจะต้องอยู่ในความดูแลของที่นั่น

            “ผมจะต้องไปอยู่ที่ซินเดอร์แลนด์เหรอครับ?” ทุกคนในเลอซิเอลต่างเรียกร้านเครื่องแก้วว่าซินเดอร์แลนด์ ตามฉายาต้นตระกูลเจ้าของร้านที่ถูกเรียกว่าซินเดอเรลล่า

            “ก็ตามใบส่งตัวนั่นแหละ รู้สึกว่านายต้องไปรายงานตัวหลังวันเทศกาลมันเผาสินะ” ผู้จัดการเอ่ย

            “ใช่ครับ เหมือนไม่ได้มีแค่ผมที่ต้องไปเรียนการแสดงนะครับ” จองชินกล่าวขณะมองตารางงานที่ระบุว่าแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม

            “ก็คงงั้นมั้ง แต่คนของเรามีแค่นาย” เธอเอ่ยขณะเอามือประสานกันไว้บนโต๊ะ ก่อนเสริม

            “นายสงสัยอะไรอีกไหม?

            “ไม่มีแล้วครับ” เขาตอบ

            “ขอให้โชคดีนะ สเตฟาน” ผู้จัดการอวยพรขณะยิ้มละไมให้ชายหนุ่ม

            “ขอบคุณครับ แล้วผมจะติดต่อหาพี่นะครับ” จองชินกล่าวพร้อมกับโค้งให้ผู้จัดการที่เขานับถือเสมือนพี่สาวคนหนึ่ง แต่หญิงร่างอ้วนทำเพียงแค่ส่งยิ้มให้และมองจนลับสายตาเท่านั้น

            “รู้สึกได้กลิ่นความสนุกแล้วสิ” เธอหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะโทรหาเด็กในสังกัดคนต่อไป

 

             สายลมอ่อนๆยามสายพัดโบกพุ่มดอกไฮเดรนเยียหลากสีริมถนนรอบๆจัตุรัสให้ลุกขึ้นร่ายรำ ขณะแสงแดดค่อยๆไล้กลีบไฮเดรนเยียอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้นก็มีเสียงเพลงที่สายลมมิได้แต่งดังขึ้น แต่แรงลมที่กระพือขึ้นเล็กน้อยราวจะโอบกอดชายหนุ่มเจ้าของเสียงเพลงนั้น คล้ายบอกถึงความหลงใหลของสายลมเป็นอย่างดี

            ชายหนุ่มตาโตระบายยิ้มให้พุ่มไฮเดรนเยียข้างทางก่อนจะฮัมเพลงที่เขาชอบต่อไป ขณะเดินสวนทางกับหนุ่มตาหยีซึ่งเร่งรีบเข้าตลาด

            “มินฮยอก นายจะไปไหน?

            “อ้าว พี่ยงฮวา ผมจะไปตลาดฮะ” มินฮยอกกล่าว ยงฮวาจึงเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือก่อนเอ่ย

            “งั้นพี่ไปด้วยแล้วกัน”

            “เอ๋! ผมจำได้ว่าวันนี้พี่ธุระนี่ฮะ” มินฮยอกมองยงฮวาอย่างงงงัน

            “ยังพอมีเวลา พอพี่เจอนายแล้วจู่ๆก็อยากกินมันเผาขึ้นมา วันนี้นายก็จะไปซื้อใช่มั้ยล่ะ?”ยงฮวาเอ่ยอย่างรู้ทัน เพราะช่วงสองสามวันนี้มินฮยอกจะต้องซื้อมันเผามากินที่ร้านที่พวกเขาทำงานประจำ

            “ผมกะจะไปซื้อมันเผาให้จองชินนะฮะ” มินฮยอกเอ่ย

            “งั้นเราก็ไปซื้อมันเผาให้จองชินกัน” ยงฮวาสรุปขณะเดินกอดคอมินฮยอกเพื่อมุ่งหน้าสู่วงเวียนน้ำพุแห่งจัตุรัสบลูฟลาวเวอร์


 

(1) บลู เป็น สกุลเงินของเลอซิเอล

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น

  1. #11 จีร่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 01:27
    เปิดตัวมา สามคนแล้ว



    แต่ละคน คาแรคเตอร์ชัดมากเลย
    #11
    0
  2. #6 gentleshiine gin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2555 / 23:45
    Gonna Gonna~~^U^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 กันยายน 2555 / 23:06
    #6
    0
  3. #5 BlueSky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 / 23:50
    Wow!!!!! It's reallt interesting. Anyway, I'm waiting for Jonghyun ^^v
    #5
    0