คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

785

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


785

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 ส.ค. 58 / 14:20 น.
นิยาย ¹ӵ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 
 

เปิดเรื่อง 23/07/2010

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 ส.ค. 58 / 14:20


 

 

 

รอยน้ำตา

 

 

 

          วันใดที่ข้าเป็นกษัตริย์  เจ้าจักต้องเป็นราชินีนะแข
                        ดวงหน้าพิศหันมองชายคนรักพร้อมรอยยิ้มอันอ่อนหวาน

                         แขรับปากสิเขากุมมือเธอทั้งสองข้างเพื่อรอคำตอบจากหญิงสาวผู้เป็นที่รัก แต่เธอยังคงไม่เอ่ยวาจาใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่จ้องมองดวงจันทร์ที่ส่องสว่างกลางฟ้าอันมืดมิด

 

                          แข ถ้าอย่างงั้นข้ารวินทร์ขอเขียนคำมั่นว่า วันใดที่ข้าเป็นกษัตริย์  แขจักเป็นราชินีของข้าตลอดไปท่านชายรวินทร์ใช้ไม้เซาะหน้าดินเป็นคำมั่น  แขหันมามองคำพวกนั้นอย่างตื้นตัน  เธอไม่กล้าคิดถึงอนาคตข้างหน้า  เธอไม่อยากเอ่ยสิ่งที่จะทำให้เขาเสียใจ  แต่เธอรู้ดีว่ามิอาจตอบรับคำมั่นนั้นได้เพราะเธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่ไม่มียศศักดิ์ใดจะเทียบเท่าชายตรงหน้า

 

                ท่านชายรวินทร์ยังเฝ้ามองเธอ  แม้เธอจะไม่เอื้อนเอ่ยคำใดเขาก็รู้ว่าเธอตื้นตันกับคำมั่นนี้เพียงใด

แล้วเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยมือคู่นี้ไปจนกว่าจะหมดลมหายใจเป็นแน่

 

                แข ข้าจักให้จันทราเป็นพยาน  คำมั่นนี้ข้าจักทำให้เป็นจริง หญิงสาวเบิกตากว้างทันที  เขาต้องไม่สัญญาอะไรแบบนี้  อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน  ยิ่งตำแหน่งอย่างเขาไม่ควรจะสัญญาอะไรกับคนธรรมดาอย่างเธอ

 

                ท่านไม่ควรให้จันทราเป็นพยานเพคะ  ขอแค่ข้าและท่านรับรู้ก็เพียงพอเพคะ

 

                แข  เจ้าตกลงรับแล้วใช่มั้ย ท่านชายบีบมือเธอแน่นด้วยความดีใจ

 

                ข้ามิอาจรับปากท่านได้เพคะ แต่ถ้าท่านเขียนว่าให้ข้าเป็นราชินีในใจท่าน ข้าก็พอกล้าที่จะรับปากเพคะ องค์กษัตริย์รวินทร์แขหยอกล้อท่านชายแล้วยิ้มหวานซึ่งเป็นรอยยิ้มอ่อนหวานที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา จากนั้นท่านชายรีบเปลี่ยนคำมั่นเป็น

 

                วันใดที่ข้ารวินทร์เป็นกษัตริย์  แขมณีจักเป็นราชินีในใจข้าชั่วนิรันดร์

 

 

                วันที่องค์รัชทายาทอย่างเขาหนักใจเป็นที่สุดก็มาถึง  ท่านชายรวินทร์เข้าใจแขมณีทุกสิ่ง  เขารู้สึกว่าโลกที่เคยงดงามสว่างสดใสตอนนี้กลับมืดมนมีแต่กลิ่นไอแห่งความทุกข์  แม้แสงตะวันยังสาดแสงอ่อนๆแต่ใจเขาเหมือนโดนแสงเผาไหม้เป็นจุณ  วันนี้เขาเหลือแค่ทางเลือกที่แม่ยื่นให้  แต่ถึงยังไงเขาก็ต้องการจะเป็นคนเลือกทางชีวิตเอง  เขาต้องการให้แขเป็นราชินีไม่ใช่เจ้าหญิงต่างแคว้น  ไม่ใช่ผู้บรรณาการทางการเมืองเพื่อไม่ให้เสียเลือดเนื้อแก่แผ่นดิน

 

                องค์รัชทายาทมุ่งหน้าไปยังห้องทรงงานของพระมารดาทันที  เขาจะไม่ยอมตกเป็นทาสการเมือง

แล้วให้ผู้ใดขโมยหัวใจที่รักมั่นของเขาไปแน่  ท่านชายทรงเหวี่ยงประตูห้องแล้วนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะทรงงานจ้องหน้าพระมารดาอย่างไม่พอพระทัย

 

                เจ้ามีสิ่งใดก็ว่ามา รวินทร์   แม่ยุ่งแค่งานของท่านพ่อเจ้าก็พอแล้ว  ลูกควรจัดการเชิญท่านหญิงเนตรนภามาทานข้าวกับแม่ได้แล้วนะ  เราจะได้พูดเรื่องหมั้นหมายกันเสียที

 

          แม่  ลูกขอเลือกเจ้าสาวเองได้ไหม  ส่วนเรื่องอื่นแม่อยากให้ลูกทำสิ่งใดลูกก็ทำให้หมด  ขอเรื่องนี้แค่เรื่องเดียวนะแม่ องค์รัชทายาทต่อรองกับพระมารดา

 

                ไม่ได้ พระมารดาเสียงแข็งแล้วเอ่ยต่อคล้ายปลอบประโลม แม่รู้ว่าลูกรักแขมากเพียงใด แต่เจ้าจักต้องเป็นกษัตริย์แห่งแคว้นซึ่งผู้เป็นประมุขจักต้องเห็นแก่ส่วนรวมก่อนส่วนตัวเสมอ ถ้าเจ้ายังถือเรื่องส่วนตัวมาก่อน แล้วใครเล่าจะมานับถือเจ้ากัน

 

          แต่ลูกสัญญากับแขไว้แล้ว  กษัตริย์ก็ไม่ควรจะผิดสัญญาเหมือนกัน

 

                ใช่  แต่เจ้าอย่าเอาคำนี้มาเถียงข้างๆคูๆกับแม่หน่อยเลย  เราไม่ควรผิดสัญญากับคำที่เราพูดไว้ก็จริง แต่ถ้าเจ้าผิดสัญญากับแขมณีเพื่อเห็นแก่บ้านเมือง  คงไม่มีใครกล้าครหาเจ้าหรอกมีแต่เขาจักชื่นชมเจ้าด้วยซ้ำ

 

                แต่แม่... องค์รัชทายาทพยายามจะอ้อนวอนอีกครั้ง แต่พระมารดาหมดความอดทนที่จะพูดเรื่องเดิมๆอีก คำประกาศิตพรั่งพรูออกมาเพื่อจะได้ยุติเรื่องนี้เสียที

 

                ถ้างั้นเจ้าก็ตั้งแขมณีเป็นสนมเจ้าเสียสิ แล้วไม่ต้องมารบกวนแม่เรื่องนี้อีก เข้าใจไหมองค์รัชทายาท องค์รัชทายาทตกตะลึงกับสีหน้าท่าทีพระมารดาขณะทรงพระดำเนินออกจากห้อง การเรียกยศเต็มของพระองค์เป็นการบอกถึงอารมณ์คุกรุ่นนั้นมากเพียงใด ท่านชายมองพระมารดาที่พระเนตรยังโศกเศร้า

 

ท่านชายรวินทร์ทอดพระเนตรรูปบนโต๊ะทรงงานที่เป็นเหตุทำให้พระมารดาเศร้าสร้อย  พระองค์ทรงหยิบรูปชายที่ท่านและพระมารดาทรงรักยิ่ง  สายน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างรวมถึงความรู้สึกต่างๆระคนปนไปหมด  ความเสียใจที่พระบิดาจากไป  ความแค้นใจที่ทรงทิ้งทุกอย่างไว้ให้รับผิดชอบและความเหนื่อยล้าเมื่อไม่อาจสู้ให้ได้ในสิ่งที่ใจต้องการแทนการเมือง

 

 

แขมณีได้ยินทุกอย่างที่องค์ราชินีตรัสกับองค์รัชทายาท  เธอตัดสินใจเก็บข้าวของเตรียมออกจากพระตำหนัก  เหตุเพราะเธอมีหน้าที่จัดดอกไม้ในงานพระบรมศพและตอนนี้งานหลักของเธอก็ใกล้เสร็จแล้ว จึงจะไม่มีใครเดือดร้อนถ้าเธอหายตัวไป  แล้วทุกสิ่งอย่างจะได้จบลงเสียที  ท่านชายรวินทร์คงจะลืมเรื่องเธอได้สักวัน  แต่เมื่อเธอเดินผ่านพระราชอุทยาน เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็หยุดลงข้างหลังเธอ  เธอหันหลังกลับทันที 

 

นัยน์ตาแดงก่ำและดวงหน้าเศร้าหมองของคนรักทำให้หัวใจเธอแทบสลาย  เธอไม่ควรจะพบเขาอีก แล้วยิ่งไม่ควรจะได้พบตอนนี้  เขาไม่ควรรู้ว่าเธอกำลังจะไป

 

ท่านชายรวินทร์ทิ้งตำแหน่งไว้เบื้องหลัง  ตอนนี้เขาหวังจะเป็นเพียงคนธรรมดา  มือสองข้างโอบกอดคนตรงหน้าอย่างทะนุถนอม  เขากลัวที่เธอจะหายไป  เขากลัวที่จะไม่ได้ยินเสียงหวานนี้อีกแล้ว  และหวังว่าเธอจะยังคงอยู่เคียงข้างเขา

 

เสียงหัวใจกับสติของแขมณีกำลังจะเป็นทางเดียวกัน  แต่สติอันน้อยนิดก็ทำให้เธอตระหนักถึงความเป็นจริง  เธอจะต้องไม่ทำตามหัวใจถ้ามันจะฉุดคนรักลงดิน  เธอต้องเป็นคนหยุดแล้วปล่อยให้มือคู่นี้ลอยสูงอย่างสุดความสามารถ ถึงแม้เธอจะเอื้อมไม่ถึงก็ตาม

 

ใต้ฝ่าพระบาทปล่อยข้าพระพุทธเจ้าเถอะเพคะ เดี๋ยวใครเห็นเข้าจะครหาได้เพคะ

 

แขทำไมเจ้าพูดกับข้าเช่นนี้ เจ้ายังคงเป็นคนที่ข้ารัก ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าไปจากข้าเป็นแน่องค์รัชทายาทกอดเธอแน่นมากขึ้นจนเธอได้ยินเสียงลมหายใจของเขา

 

ข้าพระพุทธเจ้าจักต้องไป  องค์รัชทายาทต้องทรงงานอีกมาก  ทรงปล่อยเถอะเพค่ะท่านชายรวินทร์ตะลึงกับคำพูดห่างเหินของเธอ

 

ไม่นะแข  ข้าขอถามเจ้าว่า ถ้าข้าตั้งเจ้าเป็นสนม เจ้ายังจะอยู่กับข้าอีกหรือไม่ เธอเตรียมคำตอบไว้ให้เขาตั้งแต่ที่เธอได้ยินเรื่องนี้แล้ว

รู้สึกเป็นพระเดชพระคุณเป็นล้นเกล้าฯ  แต่ข้าพระพุทธเจ้ามิอาจรับไว้ได้  ถ้าคู่หมั้นใต้ฝ่าพระบาททรงทราบเข้าจะไม่งามเพคะที่พระองค์จะโปรดสนมมากกว่าราชินี แล้วถ้าข้าพระพุทธเจ้าต้องแต่งงานกับผู้ใด  ข้าพระพุทธเจ้าก็อยากให้ผู้นั้นรักข้าพระพุทธเจ้าคนเดียวเพคะ  ใต้ฝ่าพระบาททรงเห็นพระทัยเจ้าหญิงต่างแคว้นด้วยเถอะเพคะ เหตุผลของแขมณีทำให้ท่านชายรวินทร์คลายอ้อมกอดลงอย่างไม่รู้ตัว  เธอจึงอาศัยจังหวะนั้นพลิกตัวแล้วผลักมือคนรักออก  แต่เขาก็ยังรู้ทันทำให้ท่อนแขนแข็งแรงนั้นโอบรัดเธอแน่นอีกครั้ง

 

แข เมื่อเจ้ายืนยันว่าจะไป ข้าก็มิอาจรั้งเจ้าไว้ได้ แต่เจ้าอย่าลืมเรื่องคำมั่นเลย แม้เจ้าจักมิได้เป็นราชินีแต่เจ้าคือราชินีในใจข้าชั่วนิรันดร์ น้ำตาเธอไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน แต่คนที่กอดเธอไว้รู้สึกได้เพราะหยาดน้ำตาหยดบนท่อนแขนเขา

 

แข แม้จันทรากับตะวันจักมิอาจอยู่ร่วมกันได้ แต่ข้าเคยเห็นดวงจันทร์และตะวันลอยบนท้องฟ้าด้วยกันตอนเช้า ข้าอยากให้เราเป็นเช่นนั้น แขยังคงร้องไห้แต่ตอนนี้เธอกลั้นไม่มิดแล้วเพราะหยาดน้ำตาหยดบนแขนหม่อมเจ้าชายมากขึ้นเรื่อยๆจนเขาเองก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน เขาจึงจับไหล่คนรักแล้วให้เธอหันหน้ามาหาเขา

 

ดวงหน้าแขที่เปื้อนแต่รอยน้ำตาทำให้ใจเขาแทบสลาย  เขากอดเธอไว้แน่นจนเธอและเขาได้ยินเสียงหัวใจที่ยังคงปวดระทม  แขใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้าและตอนนี้เธอก็ได้ปล่อยให้ความรู้สึกไหลแต่เพียงฝ่ายเดียว

 

แม้ข้ากับท่านจะเป็นเช่นนั้นได้ แต่ยังไงจันทรากับตะวันก็มิอาจอยู่ใกล้กันเพราะแสงตะวันมักกลบแสงจันทร์เสมอเพคะ พูดจบเธอโอบกอดเขาไว้แน่นแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลเป็นสายลงบนหลังเขา เธออยากหยุดเวลา อยากหยุดโลกที่กำลังจะหมุน อยากมีเขาเคียงข้างแบบนี้ไปตราบลมหายใจสุดท้าย น้ำตาเธอยังคงเอ่อล้นออกจากใจจนเธอแทบหมดสติจะระลึกถึงความจริง แต่เธอรู้ดีว่าเวลาแห่งความสุขและความเศร้าหมดลงแล้วเธอจะต้องลาชายคนรัก แล้วเสียงเอื้อนเอ่ยอันแสนหวานกลบเสียงสะอื้นในใจแต่ยังคงความเศร้าสร้อยได้กระซิบข้างหูคนรัก

 

ข้าขอลาคนที่ข้ารักสุดหัวใจเพคะ องค์กษัตริย์รวินทร์ แม้ท่อนแขนเขายังคงโอบกอดเธอแต่เขารู้ว่าถึงเวลาที่ต้องปล่อยเธอแล้วเหมือนกัน เมื่อหญิงสาวหลุดจากพันธนาการ เธอก็กราบถวายบังคมลาคนตรงหน้าทั้งรอยยิ้มและน้ำตา แล้วหันหลังให้กับความสุขความเศร้าที่เคยมีทั้งหมด

 

หญิงสาวที่รักพ้นจากรั้วพระตำหนักไม่นานนัก  นางข้าหลวงคนหนึ่งรีบเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าเขาเพื่อถวายพานมาลัย เมื่อเขาเห็นมาลัยลายข้าวบิณฑ์ก็รู้ทันทีว่าใครเป็นเจ้าของ เขาหยิบพวงมาลัยด้วยมือสั่นเทาจึงทำให้กระดาษใบลานหล่นลงพื้น นางข้าหลวงหยิบถวายอีกครั้ง ทันใดนั้นเขาต้องรีบกลั้นน้ำตาอย่างสุดทนขณะนางข้าหลวงกราบถวายบังคมลา

 

ลายมือที่เขาไม่เคยลืมมาลัยงามประณีตที่ยังคงรำลึกถึง  ขณะนี้เขาได้ยินเสียงหวานของแขผ่านจากทุกตัวอักษร  พวงมาลัยถูกแนบไว้กับอกและน้ำตาขององค์รัชทายาทก็ไหลเป็นสายอีกคราพร้อมละอองฝนโปรยปรายราวกับจะปลอบประโลม

 

          เสียงเพรียกเรียกหาระทมหวน             ใจคร่ำครวญรำลึกถึงความหลัง

            แสนอาดูรหยาดน้ำตาร่วงพรูพรั่ง        อยากฉุดรั้งมือคนรักไว้ข้างกาย

            ยามใดจันทราขึ้นหลงฝั่ง                     อาทิตย์ยังคงกลบแสงมิเลือนหาย

            แม้ใจข้าบ่มีวันเคลื่อนคลาย                 แต่จักต้องมลายจากแสงรวี

            แม้นดวงจิตจักยังปฏิพัทธ์                   มิอยากปัดสุริยันผู้เป็นศรี

            ยิ่งห่างไกลยิ่งอยากใกล้เป็นทวี             แต่น้องนี้ขอลาพี่ด้วยหัวใจ

            น้ำตาน้องยังคงโปรยดังสายฝน           ยังอยู่ในวังวนแห่งร่ำไห้

            ณ ตอนนี้เราสองคงห่างไกล                 เสียงฤทัยพร่ำเรียกมิได้ยิน

            ขอตะวันลอยเลื่อนอย่างแสนสุข          ลืมเรื่องทุกข์ที่น้องต้องกลับถิ่น

            น้องรู้ดีว่าน้องนั้นเป็นดิน                    มิอาจเอื้อมศิขินใกล้นภา

            น้องจักมองฤทัยจากตรงนี้                   ตรงที่พี่เขียนคำมั่นบนพื้นหล้า

             ถึงคำเขียนจักเลือนเพราะเพลา            แต่น้ำตายังแทนรักจากหัวใจ

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ ภัสนภางค์,White Sonata

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 เมษายน 2554 / 13:51
    @ tageela ขอโทษค่ะเพิ่งเห็น
    ขอบคุณค่ะ ต่อไปเป็นไงคงต้องลุ้นกันหน่อยค่ะ คิกๆ
    #9
    0
  2. วันที่ 6 มกราคม 2554 / 11:01
    แต่งเรื่องได้เศร้ามั่กๆค่ะ T^T แร้วต่อไปเรื่องจาเปนงัยเนี่ยยยยย
    #8
    0
  3. วันที่ 16 สิงหาคม 2553 / 21:56
    ขอโทษค่ะ เพิ่งรู้ว่าข้อความหาย อิอิ เลยเอามาใส่ใหม่ คริๆๆ
    #7
    0
  4. วันที่ 8 สิงหาคม 2553 / 22:16
    มาเม้นท์เป็นกำลังใจให้่จ้า
    #6
    0
  5. วันที่ 4 สิงหาคม 2553 / 10:48
    ขอบคุณทุกกำลังใจมั่กมากค่ะ
    #5
    0
  6. วันที่ 3 สิงหาคม 2553 / 19:29
    ฟ สวัสดีค่ะ เรื่องนี้น่ารักมากๆค่ะ แต่เสียดายคำราชาสัพท์คุณค่อนข้างผิดมากๆ ถ้าแก้ไขคำราชาสัพท์อีกนิดแล้วเขียนเรื่องนี้อีกสักครั้ง รับรองค่ะว่าทำให้คนร้องไห้ได้แน่ๆ ก่อนอื่น คำว่าหมอมเจ้าชาย ไม่ถูกต้องค่ะ ต้องเรียกว่า หม่อมเจ้าเฉยๆถ้าเป็นชาย ถ้าเป็นหญิง เราจะใช้คำว่าหม่อมเจ้าหญิงค่ะ แล้วจะใช้คำว่า ท่านหญิง หรือท่านชายสำหรับตำแหน่งหม่อมเจ้า คำว่าหม่อมชายผิดนะคะ ต้องใช้คำว่าท่านชาย หรือคำว่าหม่อมเจ้าเฉยๆค่ะ ส่วนคำที่ใช้ในชั้นหม่อมเจ้านี้ จะลงท้ายถ้าผู้หญิงที่เป็นสามัญชนพูดกับชนชั้นหม่อมเจ้านี้ จะใช้คำว่า"เพคะนะคะ" เรื่องนี้แขเป็นสามัญชน จะใช้คำพูดห้วนๆหรือคำว่า คะ ไม่ถูกค่ะ ต้องใช้คำว่า"เพคะ" หรือมังคะก็ได้ค่ะ คำว่ามังคะเป็นคำที่สุดยอดเลยค่ะ ดูผู้ดีจริงๆค่ะ ให้ความรู้นิดนึงค่ะ คำว่า หม่อมราชวงศ์หญิงหม่อมราชวงศ์ชาย จะเรียกกันสั้นๆว่า คุณหญิง/คุณชาย หม่อมเจ้าหญิง/หม่อมเจ้า เรียกกันสั้นๆว่า ท่านหญิงหรือท่านชาย ตั้งแต่ชนชั้นนี้เป้นต้นไปจะเริ่มใช้คำราชาสัพท์แล้วค่ะ ทูลกระหม่อมหญิง จะใช้คำว่า องค์หญิง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ จะใช้คำว่าองค์แล้วตามด้วยพระนามนะคะ ส่วนพระเจ้าหลานเธอก็เช่นกันค่ะ จะใช้คำว่าองค์แล้วตามด้วยพระนาม เช่น องค์ภา จะใช้คำว่า พระเจ้าหลนเธอพระองค์เจ้าอะค่ะ นึกออกมั้ยเอ่ย เรื่องนี้น่ารักมากๆ ถ้าใช้คำราชาสัพท์ดีๆแล้วถูกต้อง จะน่าอ่านมากกว่านี้ค่ะ
    #4
    0
  7. วันที่ 2 สิงหาคม 2553 / 21:00
    กลอนเพราะมากเลยค่ะ
    เนื้อเรื่องเศร้าและซึ้งมาก
    #3
    0
  8. วันที่ 23 กรกฎาคม 2553 / 14:37



    ลองฟังดูนะ อิอิ


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กรกฎาคม 2553 / 14:38
    #1
    0