[SF] HKS special...รวมเรื่องสั้นพี่น้องสองหมี ^o^

ตอนที่ 4 : Desire...[One Part End] -- 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ธ.ค. 56

เอาฟิคเก่ามาลงค่ะ เผื่อมีคนอยากอ่าน แฮ่ๆๆ >.<


[SF] Desire

 

บรรยากาศในงานกาล่าไนท์ภาพยนตร์เรื่อง “จันดารา” คึกคักเต็มไปด้วยผู้คนในวงการบันเทิงที่มาร่วมงานอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และเป็นวันที่เหล่าเดอะสตาร์แปดได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

“แกง เข้าโรงได้แล้วมั้ง ได้เวลาแล้ว” พี่เออาร์เดินเข้ามาสะกิด ผมพยักหน้าแล้วจึงหันไปบอกเพื่อนๆอีกเจ็ดคนให้เข้าไปในโรงภาพยนตร์พร้อมกัน

วันนี้แฟนคลับมาให้กำลังใจกันหลายคนเลย ไม่เคยทิ้งผมเลยจริงๆ แต่วันนี้ดูพวกเขาจะฟินกันเป็นพิเศษนะครับ โดยเฉพาะแฟนคลับของคนที่ยืนอยู่ข้างๆผม สาเหตุมันก็มาจากคนที่ยืนอยู่ข้างๆผมนี่แหละครับ พวกเขาดูจะฟินกันลืมโลกทุกครั้งที่พวกเราอยู่ใกล้หรือพูดคุยกัน แล้ววันนี้พี่ชายผมก็ดูจะไม่ยอมห่างผมเลยล่ะครับ ส่วนผมน่ะหรอ นานๆได้ออกงานด้วยกันทั้งทีผมจะปล่อยให้ห่างได้หรือครับ งานนี้ยิ่งสาวๆเยอะอยู่ด้วย งานนี้ต้องเฝ้าครับผม

ตอนนี้เราเข้ามาในโรงแล้วครับ ระหว่างที่เข้าไปในโรงผมเจอพี่ไมค์เลยพูดคุยทักทายกันนิดหน่อย พอหันมาอีกที อ่าว พี่ชายผมหายไปแล้วครับ หายไปไหนเนี่ย

ผมมองซ้าย...หาไม่เจอ

ผมมองขวา...เอิ่มมมม เต็มหน้าผมเลยครับ ยืนอยู่ตรงนี้ก็ให้สุ้มให้เสียงกันหน่อยเซ่ พี่อ๊า...

“โวะ อยู่ตรงนี้ก็ไม่บอก ให้มองหาอยู่ได้” พวกคุณเข้าใจอารมณ์ไหมครับ คือว่าพี่ฮั่นกับผมน่ะ ส่วนสูงใกล้เคียงกันพอหันหน้ามาหากันในระยะประชิดแบบนี้... หน้ามันจะชนกันอยู่แล้วครับ ให้ตายเถอะ ผมก็เขินเป็นนะครับ แต่นี่ที่สาธารณะครับ ผมเลยต้องทำโวยวายกลบเกลื่อน

“มัวแต่คุยอยู่นั่นแหละ ไปนั่งกัน” ผมเลยเดินตามพี่ชายต้อยๆ อีกหกคนก็นั่งกันเรียบร้อยแล้วพอถึงที่นั่งแทนที่พี่ฮั่นที่เดินนำหน้าผมมาจะเข้าไปนั่งก่อนกลับหลีกทางให้ผมเข้าไปก่อนซะงั้น เอาเถอะครับ พี่แคนพี่โดมครับ เลิกแซวทางสายตาเถอะครับ แค่นี้ผมก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว ผมเขินเหมือนกันนะครับ

ทุกคนเคยดู “จันดารา” กันใช่ไหมครับ อย่างนี้ก็คงพอจะรู้สินะครับว่ามันค่อนข้าง...เอ่อ...หวือหวาสักเล็กน้อย (ไม่น้อยแล้วมั้ง) นั่นแหละครับ จริงๆผมก็คงไม่ได้คิดอะไรหรอกครับถ้าตอนที่กำลังดูอยู่ไม่มีมือใครบางคนมากุมมือผมไว้

“เฮ้ย พี่ ปล่อยดิ” ผมรีบกระซิบกระซาบพี่ชายที่สุดแสนจะหน้าด้านไม่แคร์สื่อ มาจับมืออะไรตอนนี้เนี่ย

“เวลามาดูหนังกับแฟนเค้าต้องจับมือกันไม่ใช่หรอ”

“คนตั้งเยอะแยะไม่เห็นหรือไง” ผมพยายามลดเสียงลงให้เบาที่สุด ไม่งั้นพี่แคนกับพี่โดมต้องสงสัยแน่ แล้วพี่ฮั่นปล่อยไหมหรือครับ ก็ไม่ปล่อยน่ะสิ =..=

บางทีผมก็ยังไม่อยากชัดเจนอะไรตอนนี้นะครับ ช่วยคลุมเครือนิดนึงเหอะพี่

ให้มันถูกกาลเทศะบ้างเหอะ

พอเห็นผมทำหน้าไม่พอใจก็เหมือนพี่ชายฝาแฝดกับแองกรี้เบิร์ดของผมจะรู้ตัวครับ

“ปล่อยก็ได้”

ฟอดดด...

มันเกิดขึ้นรวดเร็วมากครับ เจ้าของสัมผัสอุ่นที่แก้มของผมหันไปนั่งหน้าเป็นมองจอภาพยนตร์ไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งนั้น ผมจ้องตัวต้นเหตุด้วยสายตาเอาเรื่อง แต่พี่แกก็ดูจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรทั้งนั้น

มันคือค่าจ้างให้ปล่อยมือใช่ไหม?

ผมสงสัยครับทุกคน ผมเคยได้เปรียบพี่ฮั่นบ้างหรือเปล่า?

ด้วยความที่อยู่ในโรงหนังผมเลยเลยโวยวายไม่ได้ แต่... รู้สึกอีกข้างของผมเริ่มมีเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆเข้ามาในโสตประสาทของผมแล้วครับ ผมมองพยายามเหล่มองด้วยหางตาเพื่อไขข้อข้องใจว่าเขาหัวเราะคิดคักอะไรกัน...

แต่มันคือการทำผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่

พอผมหันไปก็ไปเจอสายตาเจ้าเล่ห์แบบฟินลืมโลกของพี่โดมสบเข้ากับสายตาของผมพอดี ให้ตายเถอะ....

...เห็นสินะ...

ผมรีบหลบสายตาแทบไม่ทัน ให้ตายเถอะ ผมว่าผมชักจะดูหนังไม่รู้เรื่องซะแล้ว

..............................................................................................................................................................

 

พอหนังจบทุกคนก็ทยอยออกจากโรงหนัง ท่ามกลางเสียงพูดคุยอื้ออึงภายในโรง พี่ชายของผมก็ก้มมากระซิบถาม

“ไปนอนบ้านพี่ไหม”

เอ่อ... ถามอย่างนี้หมายความว่าไงครับพี่?

“ไปทำไม พรุ่งนี้ไม่ได้ทำงานด้วยกันสักหน่อย”

อย่าคิดนะครับว่าผมไม่รู้ ผมพยายามเอาตัวรอดอยู่ครับตอนนี้

“...” พี่ฮั่นเหมือนจะรู้ครับว่าผมพยายามปฏิเสธ จริงๆแล้วเราสองคนแทบไม่ต้องพูดก็รู้ครับว่าต่างคนต่างคิดอะไรอยู่ แต่คราวนี้พี่ฮั่นดูไม่พอใจผมเอามากๆ ไม่ใช่งอนนะครับ ผมรู้สึกได้ว่าพี่เขาไม่พอใจจริงๆ

แค่ผมไม่ไปนอนด้วยเนี่ยนะ?

อย่ามาเอาแต่ใจให้มันมากนักเหอะ ผมก็มีงานมีการต้องทำนะครับ

 

.........................................................................................................................................................

พวกเราทั้งแปดคนกลับรถตู้มาที่คอนโด แล้วก็ขึ้นไปบนห้องของผู้ชายกันทั้งแปดคน พวกเราไม่ได้มาเล่นที่คอนโดด้วยกันทั้งหมดอย่างนี้นานแล้ว ดีเหมือนกัน ถือเป็นการรวมตัวครั้งย่อยๆ

ผมอยากจะปาร์ตี้กันเล็กๆ แต่ไอ้ตัวผมเองก็ง่วงจะแย่แล้วล่ะครับ แต่พี่ชายผมสิ หน้ายังบูดอยู่เลย โกรธอะไรนักหนาว้า ผมต้องง้อไหมเนี่ย?

“พี่กลับก่อนนะ” พอวางข้าวของไว้บนโต๊ะในส่วนนั่งเล่นเรียบร้อยพี่ฮั่นก็พูดขึ้น แล้วก็ไม่รอคำตอบรับจากน้องๆพี่แกก็เดินออกนอกห้องไปเลยครับ โอ่วววว... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

“เฮ้ย แกง ตามไปดิวะ” พี่แคนครับ มาสะกิดผมใหญ่เลย คงดูออกเหมือนกันว่าพี่ฮั่นไม่ปกติ

“แกง ไปง้อหน่อยเร็ว” พี่โดมก็มาสมทบครับ มาสำเนียงใต้เลย

ผมพอจะรู้ว่าพี่ฮั่นไม่พอใจที่ผมไม่ไปค้างด้วยที่บ้าน แต่ผมไม่รู้จริงๆว่าทำไมพี่ฮั่นถึงได้ดูอารมณ์ไม่ดีขนาดนี้

“เรื่องดิ เป็นอะไรก็ไม่รู้ ทำไมต้องไปง้อด้วย ความผิดผมปะ?” ผมย้อนครับ ถึงจะใช่อยู่นิดนึงก็เหอะ

“ตามไปเถอะน่า” ทั้งพี่โดมพี่แคนช่วยกันรุนหลังผมให้ตามพี่ฮั่นออกจากห้องไป

สุดท้ายผมก็ต้องตามไปสินะครับ ที่จริงแล้วใจลึกๆก็เป็นห่วงแหละครับ ผมว่าพี่เค้าไม่ค่อยปกตินะวันนี้ แต่ผมเดินออกจากห้องมาพี่ฮั่นก็เข้าลิฟท์ไปแล้วครับ

โอ๊ย เวรกรรม ไม่อยู่ให้ง้อจริงหรอเนี่ย

แต่พี่ฮั่นจอดรถไว้ที่คอนโดผมครับ สงสัยจะลงไปลานจอดรถ ผมก็วิ่งสิครับ ให้ตายเถอะ เคยได้ยินแฟนคลับเขาเม้าท์กันว่าจะตามพี่ฮั่นให้ทันต้องเป็นนักวิ่งสี่คูณร้อย ผมเข้าใจถ่องแท้เลยครับวันนี้ รู้สึกเข้าใจชีวิตแฟนคลับที่ต้องตามพี่ฮั่นไปลานจอดรถตึกแกรมมี่เลยทีเดียว พี่ฮั่น ทีหลังหัดลงล็อบบี้มาเจอแฟนคลับบ้างนะ ผมสงสารพวกเค้า >.<

แล้วในที่สุดผมก็วิ่งลงมาถึงลานจอดรถชั้นที่พี่ฮั่นจอดอยู่สักที ดีว่าเมื่อเช้ามาเอาของที่รถพี่ฮั่น เลยรู้ว่าจอดที่ไหน ไม่งั้นวิ่งหาเหนื่อยตายชัก

“...” หอบสิครับหอบ เหนื่อยไม่ใช่เล่นนะขอบอก แต่ดูไอ้พี่หมีตัวดีเถอะครับ เก็บของเข้าหลังกระโปรงรถ ไม่สนใจผมสักนิด ชักจะหมั่นไส้แล้วนะ!

ผมว่าพี่ฮั่นเห็นผมครับ อย่างน้อยก็ต้องได้ยินเสียง นี่มันตีหนึ่งกว่าแล้ว ลานจอดรถเงียบเป็นป่าช้าผมวิ่งมาเสียงดังจะตาย ไม่ได้ยินก็หูหนวกแล้วครับ

“พี่ฮั่น” ผมตัดสินใจเรียกออกไปในที่สุด

พี่ฮั่นหันมามองผมนิดนึงก่อนจะหันกลับไปเปิดประตูด้านข้างคนขับ

อ่าว เฮ้ย!

ผมวิ่งมาหาพี่นะ อุตส่าห์มาง้อ สนใจผมนิดนึงครับพี่!

ผมไม่รู้จะทำยังไงดี ยืนบื้อต่อไปพ่อคุณท่านยังคงทำงอนไม่สนใจอยู่ดีผมก็เลยวิ่งไปชกหัวไหล่พี่ชายแบบไม่แรงนัก ดูซิว่าจะยังทำไม่สนใจอยู่อีกไหม

“มีอะไร” โอ้ววว เสียงเรียบมากครับ เดาอารมณ์ไม่ถูก ไม่ห้วนไม่กดเสียงไม่มีอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น!

ผมว่าแบบนี้แหละครับที่น่ากลัว เง้อ

“พี่เป็นอะไร”

“...”

“พี่ไม่บอกผมก็ไม่รู้หรอกนะ”

“แล้วทำไมแกงถึงตามมาล่ะ”

“ก็ผมเป็นห่วงพี่ไง วันนี้ตอนดูหนังยังดีๆอยู่เลย อยู่ดีๆก็มาทำมึนตึงแบบนี้ พี่คิดว่าผมควรจะทำตัวสบายใจอยู่ได้หรือเปล่า”

“พี่คงต้องรีบกลับแล้วล่ะ” คนตัวโตหันกลับไปจะเปิดประตูรถ

แล้วคิดว่าผมจะยอมหรือครับ? ไม่มีทางซะล่ะ!

ธนทัตเอามือดันประตูรถไว้ด้วยมือทั้งสองข้างทำให้ตอนนี้พี่ชายตกอยู่ในวงแขนของคนเป็นน้อง

ทั้งลานจอดรถตกอยู่ในความเงียบหากมีเสียงเข็มตกสักเล่มก็คงจะได้ยินชัดเจน

พี่น้องประสานสายตากันนิ่งนานนับนาทีก่อนคนเป็นพี่จะหมดความอดทนดันคนที่เป็นมากกว่าน้องชายติดเสาต้นใหญ่ที่กั้นช่องจอดรถก่อนขังคนเป็นน้องไว้ในอ้อมแขนของตัวเองแทน

“อยากรู้หรือเปล่าว่าพี่เป็นอะไร”

“...” ผมสู้ตาพี่ฮั่นยิบตาเลยครับตอนนี้

พี่ฮั่นไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ผมรู้สึกได้ถึงหน้าขาแกร่งที่บดเบียดเข้า บางอย่างที่สัมผัสได้จากหน้าขาของตัวเอง...

ผมเบิกตากว้างทันที พอจะรู้แล้วล่ะครับว่าพี่ฮั่นเป็นอะไร..

ไอ้พี่ฮั่น ไอ้ทะลึ่ง ไอ้ลามก!

ได้แต่ด่าในใจเท่านั้นแหละครับ เพราะว่า...

ไม่ทันได้พูดอะไรริมฝีปากหนาก็จู่โจมบดเบียดริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อน คนตัวโตที่พยายามอดกลั้นอารมณ์ปรารถนามาตลอด พอเจอน้องชายจอมตื๊อแบบนี้แล้วความอดทนก็ขาดสะบั้น

ผมพูดอะไรไม่ออกเลยครับ... จะพูดออกได้ยังไง โดนจูบอยู่แบบนนี้ >.<

“อื้อออ” พี่ฮั่นกัดผมครับ กัดทำไมวะ เจ็บนะเว่ย!

“พี่พยายามอดทนแล้ว พี่ไม่เคยคิดจะทำแบบนี้กับใครนอกจากแกง แต่ทุกครั้งที่พี่ขอ แกงทำเหมือนพี่เห็นแก่ตัว เอาแต่ใจตัวเองตลอดเวลา แกงเป็นผู้ชายเหมือนกันก็น่าจะรู้ว่าอารมณ์แบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ แต่แกงก็บ่ายเบี่ยงพยายามปฏิเสธมาตลอด อยากให้พี่ไปทำแบบนี้กับคนอื่นหรอ?”

“ผม...” ผมพูดไม่ออกครับ ให้ตายเถอะ ผมเข้าใจพี่นะ แต่พี่ไม่คิดว่าผมจะเขินบ้างหรือไงวะครับ

“แกงรักพี่บ้างหรือเปล่า”

“พี่อย่ามาดูถูกความรักของผมนะ”

“พี่อยากให้แกงรู้ ว่าเพราะพี่รักแกงพี่ถึงไม่เคยบังคับ ถ้าแกงไม่เต็มใจพี่ก็อดทนได้” พี่ฮั่นดึงผมเข้าไปกอดแน่นจนผมหายใจไม่ออก ซบหน้าอยู่บนบ่าของผม ผมรู้ครับว่าพี่ฮั่นรักผมมาก ผมก็อยากบอกพี่ฮั่นว่าผมก็รักพี่มากเหมือนกัน

ผมผละออกจากอ้อมกอดของคนที่เป็นมากกว่าพี่ชายมองตอบสายตาถ่ายทอดความรู้สึกให้พี่ชายได้รับรู้

ริมฝีปากบางแนบประทับลงบนกลีบปากหนาส่งต่อคำงอนง้อผ่านรอยสัมผัส ร่างสูงแกร่งความอดทนขาดผึงกับกิริยาแสนน่ารักของคนรัก บดเบียดริมฝีปากตอบคำง้องอนนั้นด้วยความรักและแรงปรารถนา แผ่นหลังบางแนบชิดกับแผ่นเสาเย็นชืดอีกครั้ง แต่ร่างทั้งร่างกำลังร้อนระอุ มือใหญ่ที่เคยโอบกอดร่างบางไว้เริ่มลากไล้ซุกซนกับแผ่นท้องเนียน

สัมผัสชื้นจากเรียวลิ้นเก็บชิมความหวานทั่วใบหน้านวลและซอกคอขาว กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกทีละเม็ด...

...............................................................................

........................................................

.................................

 

-END-

 

ขอให้สนุกกับฟิคเรื่องนี้นะคะ J

ด้วยรัก

@Jinapo

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

59 ความคิดเห็น

  1. #50 baoli (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 22:52
    ............ท้ายบทแปลว่า ให้จิ้นต่อเอาเอง....... หรือเว้นไว้ให้แปะเมล์คะ
    #50
    0
  2. #49 Hksfan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 19:11
    จบได้ตัดตอนมากกก



    ค้างเลยแบบนี้



    ต่อเพิ่มสักนิดได้มั้ยอ่ะ
    #49
    0
  3. #48 bull (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 11:01
    ค้างสุดอ้ะ อ้ากกกกกกก -///-
    #48
    0
  4. #47 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 01:44
    อ๊ากกกกกกกกก อะไรเนี่ย นานนนนนนนนนนนนนนนจะมาซะที แล้วทำแบบนี้เหรอเจี๊ยบ TOT

    ค้างมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก...



    เอามาแถมหน่อยสิจ๊ะ คึคึคึ
    #47
    0