fic seventeen « whirlpool » วังวนซวท

ตอนที่ 2 : Ch.1 #วังวนซวท 100 per.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ม.ค. 60









Whirlpool

#วังวนซวท



Ch1.

 

 

ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน อาจารย์และนักศึกษาส่วนมากต่างทยอยออกจากห้องเรียนของตัวเองหลังจากหมดเวลาเรียน เพื่อหนีจากความน่าเบื่อที่พบเจอในห้องเรียนมาตลอดทั้งวัน บางคนรีบกลับที่อยู่อาศัยไปพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า บ้างก็อาจจะไปสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนของตัวเองต่อ เสียงพูดคุยดังขึ้นทั่วบริเวณชั้นเรียน แต่ยังมีนักศึกษาอีก 2 คนที่ยังไม่ยอมออกจากหลังห้อง ร่างโปร่งของวอนอูที่ฟุบหลับนิ่งไร้การเคลื่อนไหวอยู่บนโต๊ะยังไม่เงยหน้าขึ้นมา ข้างๆก็มีซึงชอลเพื่อนสนิทนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ไม่ห่าง ร่างของคนทั้งคู่ไร้วี่แววความรีบร้อนและใส่ใจคนรอบข้างแม้แต่น้อย จนเวลาผ่านไปเกือบ 30 นาที


ไอ้วอน ไอ้วอนอูตื่นโว้ยยร่างหนาของซึงชอลที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือมาตลอดปลุกร่างโปร่งที่ฟุบหน้าหลับมาตั้งแต่ต้นคาบเรียนให้ตื่นขึ้น

           

               ร่างโปร่งของคนถูกเรียกค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะที่ตัวเองฟุบหลับอยู่ตลอดเกือบ 3 ชั่วโมงมามองหน้าเพื่อนสนิทที่อยู่ๆก็ปลุกเค้าขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ยังตื่นไม่เต็มตา หน้าตาของวอนอูยามตื่นมันทำให้เพื่อนรักอย่างซึงชอลชะงักไปก่อนจะพูดบอกเพื่อนของตัวเอง



 …..ไอ่เหี้ย ทำไมมันน่ารักจังวะ…..



ห้วงความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวก่อนจะรีบพูดบอกสิ่งที่ตัวเองได้ความมาจากโทรศัพท์มือถือ



วันนี้กูต้องไปรับจองฮันว่ะ กูคงไปส่งมึงที่บ้านไม่ได้นะสิ้นเสียงของซึงชอลวอนอูก็แค่พยักหน้ารับคำแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

ได้ยินกูแล้วใช่มั้ย ไอ้นี่ตื่นสิวะซึงชอลยื่นมือมาตบที่แก้มวอนอูเบาๆ สองสามครั้งเพื่อเป็นการปลุกเพื่อนสนิทของตัวเองที่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้นมาฟังที่เค้าพูด

เออรู้แล้วหน่า ไปหาเมียมึงเถอะ ช่างกูวอนอูยื่นมือมาปัดมือซึงชอลก่อนจะโบกมือไล่ให้ซึงชอลไปหา แฟนหนุ่ม หน้าสวยของตัวเองและเลิกสนใจเค้าสักที

           


ซึงชอลมองวอนอูอยู่อีกสักพัก พร้อมทั้งคิดในใจหรือจะพาวอนอูไปด้วย ไปส่งจองฮันเสร็จแล้วค่อยไปส่งวอนอูต่อก็ได้ เขาไม่อยากทิ้งเพื่อนสนิทให้อยู่คนเดียว ก็รู้อยู่แก่ใจว่าวอนอูดูแลตัวเองได้ ไม่มีใครกล้าทำร้ายวอนอู แต่นั่นมันเวลาอยู่สองคนแต่นี่เพื่อนสนิทเค้าต้องอยู่คนเดียว

จะมองหน้ากูอีกนานไหม  ไปดิ!” วอนอูที่เห็นซึงชอลมองหน้าเขาอยู่ก็เอ่ยปากไล่

เออๆ กูไปละ กลับบ้านดีๆนะมึง ถึงแล้วไลน์หากูด้วย



สิ้นเสียงบอกลาเพื่อนซึงชอลก็คว้ากระเป๋าเป้ประจำตัวขึ้นสะพายบ่าและรีบเดินออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้วอนอูนอนอยู่คนเดียวในห้อง บรรยากาศตอนเย็นที่เงียบสงบและอากาศที่เย็นสบายทำให้วอนอูไม่อยากเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ ร่างโปร่งฟุบหน้าลงไปอีกครั้ง ตั้งใจว่าจะนอนต่ออีกสักแปปและรีบกลับบ้านแต่ก็คงไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะหลังจากที่ซึงชอลเดินออกไปได้ไม่นาน ก็มีกลุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ตรงดิ่งมายังโต๊ะตัวที่วอนอูนอนอยู่ เมื่อเห็นว่าวอนอูอยู่คนเดียวก็ยกเท้าขึ้นถีบโต๊ะอย่างแรงจนทำให้วอนอูที่ฟุบอยู่กับโต๊ะแทบจะกระเด็นหลุดไป ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ถีบโต๊ะเขาพร้อมทั้งลูกสมุนที่เดินล้อมเขาอยู่ด้วยใบหน้านิ่งๆ



….พวกเด็กปีหนึ่ง?....


มีอะไรวอนอูเอ่ยปากถามออกไปด้วยความรำคาญ คนจะหลับจะนอนทำไมต้องมีอะไรมากวนตลอด

“จำกูไม่ได้รึไง….รุ่น พี่” อีกฝ่ายถามหยั่งเชิง วอนอูมองรุ่นน้องตรงหน้าพร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัยไปครู่หนึ่งก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้

“กู จุนฮเว?” ชื่อของอีกฝ่ายออกมาจากปากของวอนอู ชื่อของรุ่นน้องที่เคยได้ยินชื่อครั้งหนึ่งสมัยเรียนมัธยม

ความจำดีนี่ แล้วเพื่อนมึงไปไหนแล้วล่ะ ทำไมทิ้งให้มึงอยู่คนเดียววอนอูมองหน้านิ่งไม่ตอบอะไรกลับไป

กลัวจนพูดไม่ออกเลยเหรอมึงไอ้จุนฮเวพูดพร้อมทั้งแสยะยิ้มร้าย


…..หน้ากวนตีนแล้วยังจะทำหน้ากวนส้นอีก….

 วอนอูคิดในใจ


ขี้เกียจ เปลืองน้ำลาย

มึงนี่อยู่คนเดียวแล้วยังจะทำปากดีอีกนะ มานี่เลยมาพูดจบจุนฮเวก็เข้ามาขยำคอเสื้อนักศึกษาของวอนอูยกให้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากัน



           

หลังจากที่วอนอูถูกจุนฮเวดึงขึ้นจากโต๊ะแล้ว พวกลูกสมุนกระจอกงอกง่อยของจุนฮเวก็เข้ามาล็อคตัวเขาพร้อมลากเขาออกมานอกห้องและตรงไปหลังหลังตึกเรียนทันที เขาเดินตามพวกมันมาเงียบๆ ไม่หนีไม่ร้องให้ใครช่วย เขาก็แค่อยากรู้พวกมันจะทำอะไรกับเขา ส่วนตัวถามว่ากลัวไหม พูดเลยว่าไม่  จอน วอนอู นักศึกษาวิศวกรรมเครื่องกล ปี 2 คนนี้ แค่เอ่ยชื่ออกมานักศึกษาฝั่งตะวันตกเกือบจะทุกคนก็ต้องรู้จักชื่อของเขาและซึงชอลเพื่อนของเขาดี ต่อยตีเก่งเป็นที่หนึ่ง ไม่สนใจการเรียน ไม่เคยแพ้ให้ใครหน้าไหน แต่วอนอูและซึงชอลไม่ใช่พวกที่ต่อยตีกับคนอื่นเป็นอาชีพ ก็แค่ถ้าโดนกวนตีนหนักเข้าหรือคนไหนอยากจะลองของเขาและซึงชอลก็จะจัดให้ วอนอูไม่เคยไปหาเรื่องใครก่อนแต่ที่เจอบ่อยก็พวกแบบจุนฮเวนี่แหละ คิดว่าแก็งค์ตัวเองเก่ง ต้องคอยกำจัดแก็งค์หรือคนเก่งคนอื่นเพื่อให้ตัวเองเป็นที่หนึ่ง แต่ไอ้พวกนี้ที่เคยได้ยินมามันหมาลอบกัดกับหมาหมู่นี่เก่งเป็นเลิศ ถ้าพูดกันถึงเรื่องความสามารถในการต่อยตี พวกจุนฮเวยังถือว่าเด็กประถม เขาไม่ได้ตั้งใจจะสบประมาทพวกจุนฮเวหรอก แต่ดูเชิงก็รู้


ว่าพวกมันน่ะกาก


เงียบขนาดนี้กลัวละสิมึงอ่ะ

ทำไมกูต้องกลัววอนอูตอบกลับเสียงนิ่ง


            ไอ้จุนฮเวและลูกน้องมันหัวเราะเสียงดังเหมือนคำพูดของวอนอูเป็นเรื่องตลก เขาเงียบจ้องหน้าพวกมันทุกคน หัวเราะทำไม เขาไม่เข้าใจ พ่อพวกมันเปิดคณะตลกเหรอ วอนอูทำได้แค่คิดในใจ เขาไม่อยากพูดคุยกับพวกมันให้เป็นเรื่องเป็นราวกันอีก


เงียบอยู่นั่น เป็นใบ้ไปแล้วเหรอมึง จุนฮเวตะคอกถามวอนอู

หุบปาก หลบไปกูจะกลับพูดจบวอนอูก็สะบัดมือไอ้ลูกกระจอกของจุนฮเว แต่พวกมันกลับไม่ยอมปล่อยแขนเขา อีกทั้งพวกมันยังบีบแขนของเขาแน่นกว่าเดิม

จะรีบไปไหน มาเล่นกันก่อนสิวะ

เล่นเหี้ยไรของมึง

ทำไมคนอื่นถึงบอกว่ามึงเก่ง ดูมึงสิตัวก็บาง เอวก็เล็ก ไหนจะแขนนี่อีก ต่อยใครเป็นป่ะเนี่ย ดูอ่อนแอไปหมดหรือว่าจริงๆมึงเป็นแค่ลูกกระจอกตามตูดไอ้ซึงชอลเพราะกลัวโดนแกล้งกันแน่วะ


จุนฮเวพูดไปก็ใช้สายตาน่ารังเกียจของมันมองวอนอูตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมมันยังเอามือหยาบกร้านของมันมาจับแขนเขาอีก วอนอูจะทนไม่ไหวแล้วนะโว้ยยย


พลั่ก!


            ไม่มีใครเคยบอกใช่มั้ยว่าวอนอูเกลียดการบอกว่าเขาอ่อนแอที่สุด ไม่มีใครรู้หรอกว่าวอนอูเติบโตและใช้ชีวิตมายังไงถึง 20 ปี จอน วอนอูเด็กผู้ที่ลืมมาดูโลกมาก็ไม่เคยเห็นหน้าแม่และพ่อของตัวเอง ตั้งแต่เด็กจนโตเขาต้องใช้ชีวิตด้วยความเดียวดายถึงจะไม่ทั้งหมดแต่เขาไม่เคยได้รับความรักจากคนที่ถูกเรียกว่าพ่อและแม่เลย เขาถูกเลี้ยงโดยพี่เลี้ยงคนหนึ่ง มีแค่ทั้งเงินที่โอนเข้าบัญชีมาในทุกๆเดือนทำให้เขามีเงินเลี้ยงปากท้องของตัวเอง พี่เลี้ยงบอกว่าพ่อของเขาเป็นคนโอนเงินพวกนี้มาให้ คนละแวกบ้านคอยบอกว่าแม่ของเขาเป็นผู้หญิงใจแตก ที่ได้กับพ่อของเขาเพราะความใคร่จนสุดท้ายก็พลาดมีเขาออกมา คนทั้งคู่เลยเกลียดและไม่มีใครต้องการเขา เหอะ! เขาก็ไม่ต้องการพ่อกับแม่เหมือนกัน จริงๆวอนอูเป็นเด็กที่มีปัญหาหนักมาก ตอนเด็กๆเขาเข้ากับเพื่อนไม่ได้ มีนิสัยสันโดษ ชอบอยู่คนเดียว พูดน้อยจนเกือบจะไม่พูด จนคนรอบข้างคิดว่าวอนอูเป็นใบ้ เขาชอบอยู่ในห้องนอนของตัวเอง ห้องนอนสี่เหลี่ยมที่ว่างเปล่า ไม่ออกมาเล่นเหมือนเด็กคนอื่น ไม่เคยหัวเราะ เขาเกลียดเสียงหัวเราะเยาะเย้ย และเสียงด่าทอที่ชอบบอกว่าเขาเป็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ แม่เป็นโสเภณี และคำต่างๆนาๆ ที่คอยว่าเขา ช่วงประถมวอนอูทะเลาะกับเพื่อนบ่อยมาก มีเรื่องชกต่อยเกือบทุกวันเพราะสาเหตุเดิมๆ เขาก็เด็กคนหนึ่งไม่มีใครชอบโดนเพื่อนล้อเพื่อนว่าหรอก เขาเลยจัดการสั่งสอนพวกที่ว่าเขาโดยการซัดหมัดหนักๆไปที่หน้ามันคนละทีสองที จนโดนไล่ออกจากโรงเรียน พี่เลี้ยงที่เลี้ยงวอนอูมาแต่เด็กก็เริ่มทนไม่ไหวและทิ้งเขาไว้ภายในบ้านคนเดียวในวันต่อมา วอนอูยังจำเหตุการณ์นั้นได้ดี เขาตื่นมาในตอนสายคิดในใจว่าดีซะอีกไม่ต้องไปโรงเรียน จะได้ไม่มีใครว่าเขา เดินลงมาจากบันไดบ้านชั้น 2 บ้านทั้งบ้านเงียบสนิท วอนอูวิ่งหาพี่เลี้ยงจนทั่วแต่กลับไม่เจอใคร เด็กน้อยคิดในใจว่าพี่คงไปตลาดและจะกลับมา แต่นั่งรอนานแค่ไหนก็ไม่มีใครกลับมา วอนอูนั่งร้องไห้บนโซฟาคนเดียว คิดในใจว่าชีวิตนี้คงไม่มีใครรักเขาจริงๆ ทุกคนทิ้งเขาไปหมด หลังจากเหตุการณ์นั้นชีวิตวัยประถมและมัธยมของวอนอูก็ค่อนข้างจะเละเทะพอสมควร แต่มันก็ทำให้วอนอูคิดได้ว่าเขาควรจะรักตัวเอง วอนอูกลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง โดยวอนอูเป็นคนหัวดีมากไม่นานก็เรียนตามเพื่อนได้ทัน และได้เจอ ซึงชอล ตอนขึ้นมหาลัย  ซึ่งซึงชอลเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องทั้งหมดของวอนอูและไม่ทิ้งวอนอู


 

            สิ้นสุดเสียงกระทบของเท้ากับวัตถุบางสิ่ง ร่างใหญ่ๆทั้งร่างของจุนฮเวก็ล้มลงกับพื้นภายในพริบตา ลูกน้องที่เหลือตกใจและรีบปล่อยมือจากแขนของวอนอู ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปประคองคนที่เป็นลูกพี่ของตัวเองอย่างรวดเร็ว


นี่หรอแน่วอนอูพูดด้วยน้ำสิ่งเรียบนิ่ง ตอนนี้เขาโกรธจัดจนสามารถฆ่าใครได้สักคนเลย

จัดการมันสิวะ ไม่ต้องมาจับตัวกูจุนฮเวรีบสะบัดมือลูกน้องของตัวเองก่อนเอ่ยปากไล่คนอีก 4 คนไปจัดการกับวอนอู


            ลูกน้องของจุนฮเวรีบเข้าล้อมวอนอูไว้ สองคนอ้อมมาด้านหลังพยายามจะจับตัววอนอูไว้ แต่ไม่ทันจะได้จับตัวของวอนอู ขาเรียวก็ถีบเข้าไปที่หน้าอกของอีกฝ่ายทันทีก่อนที่จะได้ตั้งตัว คนโดนถีบล้มลงอย่างแรง ก่อนที่หมัดหนักๆ ของวอนอูจะชกเข้าไปที่หน้าของอีกหนึ่งคนที่จะเข้ามาจับตัวเขา สองคนที่เหลือหน้าถอดสีไม่กล้าจะเดินเข้ามาใกล้วอนอู

รออะไร แน่ก็เข้ามา


            วอนอูพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นก่อนลูกน้องคนหนึ่งคนคว้าไม้ที่กองอยู่แถวข้างตึกและรีบเข้ามาประชิดตัววอนอู วอนอูหลบแรงฟาดได้อย่างชำนาญและต่อยเข้าไปที่ท้องของอีกฝ่ายอย่างจัง คนถูกต่อยล้มลงไปก่อนจะกุมท้องตัวเองแน่น ความรู้สึกจุกทำให้ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ส่วนอีกคนเห็นเพื่อนโดนต่อก็รีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจสายตาจุนฮเวลูกพี่ของตัวเอง

ไอ้พวกขี้ขลาด ฝากไว้ก่อนเถอะมึงจุนฮเวสถบก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินออกไป


            หลังจากพวกจุนฮเวไปวอนอูก็ยกหลังมือขึ้นมาเช็ดมุมแก้มของตัวเองที่มีรอยเลือดเล็กๆไหลลงมา เขาคิดว่ามันคงจะโดนไม้ตอนที่หลบแรงฟาดของลูกกระจอกไอ้จุนฮเวก็ได้ ร่างโปร่งยกมือปัดฝุ่นตามตัวก่อนจะมองไปที่มุมตึกเหมือนมีใครมองเขาอยู่



ใครอยู่ตรงนั้นร่างโปร่งตะโกนถามออกไป


          

          




          หลังจากกล่าวทักทายเพื่อนฝรั่งของตัวเอง พวกเขาสองคนก็เดินไปหาซอกมินเพื่อนอีกคนที่รออยู่ตามคำบอกเล่าของเวอร์น่อน ระหว่างทางเดินเวอร์น่อนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาถามอะไรไปก็ไม่ยอมตอบ มันน่าสงสัยนะแต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ มันอยากเล่าเมื่อไหร่ก็คงจะเปิดปากบอกมาเอง เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะมาเซ้าซี้อะไรคนอื่น คุณพ่อบอกว่ามาโรงเรียนให้มาเรียนศึกษาหาความรู้ จะได้สบายเหมือนคุณพ่อ พวกเราสองคนเดินมาไม่นานก็ถึงร้านกาแฟที่ซอกมินรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว



ว่าไงมินกยู มาแล้วเหรอซอกมินเอ่ยทักทายมินกยูทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะ

อื้ม ขอโทษที่ให้รอนานนะมินกยูโค้งขอโทษเพื่อนหลังพูดจบ

เห้ย ไม่เป็นไรเรารอไม่นานหรอก

มีอะไรจะฝากให้คุณแม่เราเหรอ

อ๋อ คุณแม่เราฝากน้ำหอมกลิ่นโปรดของคุณนายคิมมาให้น่ะ

ขอบคุณนะมินกยูยิ้มให้ซอกมินก่อนจะรับกล่องขวดน้ำหอมมา

            

          

          ถ้าหากพูดถึงเพื่อนสองคนนี้ของมินกยู เขารู้จักเวอร์น่อนมาสักพัก เพราะเจ้าเพื่อนฝรั่งคนนี้อยู่บ้านใกล้เคียงกับเขา เวอร์น่อนย้ายเข้ามาอยู่ใกล้ๆบ้านเขาช่วงเขาอยู่มัธยมปลายปี 1 เราสองคนไม่ได้สนิทกันตั้งแต่แรก อาจจะเคยเจอกันบ้างในงานสังคมสูงๆของผู้ใหญ่แต่พวกเราสองคนไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ เพิ่งจะมาพูดคุยกันบ่อยขึ้นเพราะรู้ว่าสอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันก็เท่านั้น ส่วนซอกมินเขารู้จักซอกมินได้ เพราะซอกมินเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเวอร์น่อน มันเล่าให้ฟังว่ามันและซอกมินสนิทกันมาก บ้านอยู่ติดกัน ไปเที่ยวด้วยกันบ่อย เรียนห้องเดียวกันมาตลอด แต่ต้องมีเหตุให้มันย้ายมาอยู่ในเมืองเลยต้องแยกกับซอกมินตอนมัธยมต้นปีสุดท้าย แต่ก็ได้มาเจอกันที่มหาลัยแถมยังติดคณะเดียวกัน เลยได้รวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง 


 ไปเรียนกันเถอะ จะถึงเวลาแล้ว

            

          

          เป็นเสียงของเวอร์น่อนที่เรียกผมและซอกมินจากบทสนทนา  เวอร์น่อนเคาะที่หน้าปัดนาฬิกาสองสามครั้งแสดงให้เห็นว่าใกล้ถึงเวลาเรียนแล้วจริงๆ พวกเราสามคนจึงลุกขึ้นเดินออกจากร้านกาแฟและตรงไปยังตึกเรียนทันที

            

          

          หลายชั่วโมงผ่านไปจนถึงเวลาเลิกเรียน พวกเราทุกคนทยอยออกจากห้องเรียนอย่างไม่เร่งรีบ ซอกมินและเวอร์น่อนเอ่ยปากชวนไปเที่ยวหลังจากเลิกเรียนด้วยกันแต่มินกยูเลือกปฏิเสธออกไป เพราะเจ้าตัวมีสถานที่ที่อยากจะลองไปอยู่แล้วในใจตั้งแต่แรก ฝั่งตะวันตกไง เขาอยากลองไปฝั่งตะวันตกดูให้เห็นกับตาตัวเองว่ามันเป็นยังไง คนรอบข้างชอบพูดกันว่าฝั่งตะวันตกเป็นฝั่งที่ตึกเรียนไม่ทันสมัย ไม่มีสถานที่อำนวยความสะดวกเหมือนกับฝั่งตะวันออก ไม่สมกับเป็นมหาวิทยาลัย Assemble International University แห่งนี้ ควรจะแยกตัวออกไปก่อนจะทำให้มหาลัยเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้ และอีกคำลือที่หนาหูเลยก็คือ พวกเด็กตะวันตกเถื่อนมาก ไม่มีความเป็นสมบัติผู้ดีเลย ไม่รู้ว่าเป็นนักศึกษาหรือนักเลงกันแน่ น่ารังเกียจ มินกยูเลยอยากจะลองไปให้เห็นกับตาสักครั้ง

            

          

          มินกยูเดินแยกตัวมาจากกลุ่มซอกมินและเวอร์น่อน เขารีบเดินลัดเลาะไปตามตึกเรียนหรูราคาแพงที่จัดเรียงรายสวยงาม เพื่อไปกำแพงที่กั้นตะวันออกและฝั่งตะวักตก ถึงขึ้นต้องสร้างกำแพงหนาแน่นขนาดนี้เลยเหรอมินกยูคิดในใจ พอเริ่มใกล้กำแพงตึกเรียนและสถานที่อำนวยความสะดวกก็เริ่มลดน้อยลง เหลือเพียงแค่ต้นไม้ที่ปลูกไปตามแนวทางเดินก็แค่นั้น แถมรอบข้างก็เงียบจนได้ยินเสียงก้าวเท้าของตัวเอง


มันจะวังเวงไปไหมเนี่ยมินกยูพูดพึมพำกับตัวเอง

            

         ในที่สุดร่างสูงของมินกยูก็เดินมาถึงกำแพงใหญ่ ร่างสูงเดินหาทางเข้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเจอมันซ่อนอยู่ใกล้ๆกับพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่ ทางเข้าจำเป็นต้องหายากขนาดนี้ไหม มินกยูบ่นกับตัวเองดึงสายกระเป๋าแล้วก็เปิดประตูเหล็กสนิมเขรอะเข้าไปอีกฝั่งของกำแพงทันที


ไม่ทันสมัยแบบเขาว่ากันจริงๆด้วย


          มินกยูเดินตรงไปตามทางเดินเพื่อเข้าสู้ศูนย์กลางของฝั่งเผื่อจะมีแผนผังของมหาลัยฝั่งนี้ให้เขาได้ดูบ้าง เดินไปได้ไม่นานพอเริ่มเข้าโซนที่เป็นตึกเรียนนักศึกษาฝั่งตะวันตกก็มองมินกยูเป็นสายตาเดียว มินกยูยังเดินต่อไปเรื่อยๆ คนแถวนั้นก็เริ่มมองหน้าเขามากขึ้น ผู้ชายบางคนลุกขึ้นเหมือนจะเดินเข้ามาหามินกยู กลุ่มผู้หญิงก็จับกลุ่มมองมาที่เขาและหันกลับไปพูดคุยกับเพื่อนถึงเรื่องเขา เขามองอะไรวะเนี่ยมินกยูคิดในใจ มือก็กำสายกระเป๋าเป้ของตัวเองแน่น หรือจะกลับไปฝั่งตัวเองดีนะ แต่ก็มาถึงที่แล้ว ทนและเดินต่อไปก็คงไม่เป็นไร เขาไม่ได้จะมาหาเรื่องใครสักหน่อย หน้าตาเขาก็ไม่ใช่คนที่จะมาต่อยใคร มินกยูก้มหน้าและรีบเดินเร็วๆเข้าไปในตึกเรียนที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที


เฮ้ออ ทำไมต้องมองเหมือนจะมาหาเรื่องด้วยนะมินกยูถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวกับตัวเองเบาๆ

มีอะไรให้พี่ช่วยไหมจ๊ะหนุ่มน้อย

            


          ยืนพักหายใจได้ไม่นานก็มีกลุ่มผู้หญิงสาวสวยเดินเข้ามาถามมินกยู มินกยูยิ้มให้กลุ่มพี่สาวก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่มีอะไร


จะมาหาใครรึเปล่า พี่พาไปได้นะ พี่สาวอีกคนในกลุ่มถามขึ้นมาหลังจากที่มินกยูส่ายหน้า

ไม่มีครับ ผมแค่มาดูฝั่งนี้เฉยๆ

อ่า เด็กฝั่งตะวักออกนี่เอง หึ

            


          พี่สาวคนแรกที่ถามผมพูดออกมาก่อนจะยิ้มแบบที่เขาไม่สามารถจะคาดเดาอะไรได้ มือบางของหล่อนเอื้อมมาจับที่ไหล่ของมินกยูก่อนจะลากลงมา เขามองไปหาพี่สาวคนอื่นเพื่อขอความช่วยเหลือ ตอนนี้มินกยูทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนตัวแข็งเป็นหิน


แสดงว่าน้องต้องรวยละสิ มีแฟนรึงยังล่ะ

ยะ ยังไม่มีครับ

            


          มินกยูตอบพี่สาวออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ก็คุณพ่อบอกว่ายังอยู่ในวัยเรียนห้ามมีความรักเดี๋ยวจะเสียการเรียน มินกยูเป็นด็กดีก็เชื่อฟังคุณพ่อทุกอย่าง ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้เขาไม่เคยมีแฟนเลยสักคน ถ้าพูดตามความจริงก็มีคนเข้าหามินกยูเยอะ แต่เขาเลือกที่จะไม่สนใจคนเหล่านั้น เขาจะทำให้คุณพ่อผิดหวังไม่ได้


พี่เป็นแฟนให้เอาไหมล่ะ พ่อหนุ่มน้อย

            

          พี่สาวคนเดิมยกมือออกจากอกของเขาและยื่นมาจับที่คางผมแทน ตอนนี้ตัวมินกยูแข็งยิ่งกว่าเดิมอีกสิบเท่า เขาเงียบไม่พูดอะไรต่อไป พวกพี่สาวหัวเราะกันก่อนที่พี่สาวที่จับคางของเขาจะเอามือออก


ไร้เดียงสาซะจริงๆนะ ไปเหอะอย่าแกล้งน้องเขาเลยพี่สาวพูดขึ้นก่อนจะเดินออกไปกับกลุ่มเพื่อน

เฮ้ออ เกือบไปแล้วมินกยู


มินกยูถอนหายใจครั้งที่สองของวันนี้ การมาฝั่งตะวันตกทำไมมันมีเรื่องให้ระทึกและลุ้นขนาดนี้นะ ก่อนจะเสียเวลาไปมากกว่านี้มินกยูจึงตัดสินใจเริ่มเดินสำรวจอีกครั้ง ขาของเขาเริ่มก้าวเดินโดยเขาตัดสินใจที่จะเดินไปทางตึกซ้ายมือสุดก่อน ระหว่างทางที่เดินมามินกยูได้มองไปรอบๆบริเวณ ฝั่งตะวันตกไม่มีอะไรเลย แม้แต่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เหมือนทั้งมหาลัยมีแค่ตึกเรียนของแต่ละคณะแค่นั้น ไม่มีสถานที่อำนวยความสะดวก ไม่มีสิ่งตกแต่งที่สวยหรู ในตอนนั้นเองผมก็ได้เดินมาหยุดอยู่ที่ตึกริมสุด


พลั้ก!

            

          มินกยูได้เหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างมาจากหลังตึกนี้ เขารีบวิ่งเข้าไปดูด้วยเสียงที่เงียบที่สุด เมื่อไปถึงสถานที่มินกยูเห็นผู้ชายร่างโปร่งคนหนึ่งกำลังยกเท้าขึ้นถีบผู้ชายอีกคนที่ถือวิสาสะไปจับแขนตัวเอง โดยที่แขนสองข้างก็มีผู้ชายอีกสองคนจับไว้ เขารู้สึกตกใจมาก


ทำได้ไงนะ ตัวก็แค่นั้นถีบผู้ชายตัวหนาตรงหน้าได้ยังไง

          


          หลังจากคนตัวหนาล้มลงไป คนที่น่าจะเป็นลูกน้องก็วิ่งเข้าไปช่วยก่อนจะโดนใช้ให้ไปจัดการกับร่างโปร่งคนเดียว ผู้ชายฉกรรจ์ 4 คนยืนล้อมคนร่างโปรงเอาไว้ ก่อนที่จะมีผู้ชายสองคนเตรียมวิ่งเพื่อไปจับตัวที่ด้านหลัง ไม่ทันผู้ชายสองคนนั้นวิ่งไปถึงตัวร่างโปร่ง ผู้ชายคนนึงก็โดนร่างโปร่งถีบเข้าที่อกอย่างจังจนล้มลงไป อีกคนก็โดนต่อยเข้าที่ใบหน้าเต็มๆ มินกยูที่แอบดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับเบ้หน้าเจ็บแทนคนที่โดนต่อยไป แต่ดูเหมือนการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุดเพราะคนที่เหลืออีกสองคนนั้นเข้ามาประชิดตัวร่างโปร่งอีกครั้ง โดยคราวนี้ในมือของผู้ชายคนนึงมีไม้ที่เก็บได้จากแถวข้างตึก แต่เหมือนเหตุการณ์ซ้ำรอย คนที่มีไม้ในมือยังไม่ได้จะฟาดโดนร่างโปร่ง คนกลางวงรีบเอี้ยวตัวหลบก่อนจะสวนหมัดเข้าที่ท้องไปเต็มๆ น่าสงสารเขานะครับ มินกยูทำได้แค่คิดในใจ หลังจากชายฉกรรจ์สามคนล้มลงไป คนที่ยังเหลืออีกคนในกลุ่มก็รีบวิ่งหนีไปทันที พร้อมทั้งคนที่โดนถีบคนแรกและคนอื่นๆตามไปจนหมด

            

          มินกยูขยับตัวเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุมากขึ้น เขารู้สึกตกใจในการกระทำของร่างโปร่งอีกคนมากๆ คนเดียวจัดการคนได้ถึง 4 คน ในขณะที่มินกยูกำลังยืนอึ้งอยู่นั้น คนร่างโปร่งที่ยืนอยู่กลางวงนั้นก็เหมือนจะรู้สึกตัวว่ามีคนแอบมองอยู่และเอ่ยทักเขา


ใครยืนแอบอยู่ตรงนั้นอ่ะ

            




          มินกยูสะดุ้งสุดตัวก่อนจะค่อยๆเดินออกไปหาร่างโปร่งเจ้าของเสียงนั้นพร้อมด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาได้














นี่คุณช่วยสอนผมทำแบบเมื่อกี้หน่อยได้ไหมครับ







  • talk 
  • นี่มหาวิทยาลัยหรือวันเดอร์แลนด์คะ

  • ทางเข้าซับซ้อนประหนึ่งมินกยูเป็นอลิส

    555555555555555555555555555555555

    //

  • Happy New Year ย้อนหลังรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนด้วย ปีนี้ 20เซเว่นทีน จะขยันอัพฟิคนะคะ

  • ปล.อ่านจบแล้วทวงฟิคต่อได้ ช่วงนี้ไรท์ว่างงงงงงงงงงงงงงง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #8 saycheol (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 11:50
    มินกยูใสมาก555555 รอดูสิว่าถ้ามีพี่วอนเข้ามาในชีวิต มิงยังจะใสอยู่ป่ะ
    #8
    0
  2. #7 Snookwrk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 10:05
    มิงกูได้เจอกะวอนอูแล่ววววว ~ อ้าาาาายยย >///<
    #7
    0
  3. #5 JiCheol ㅠ♡ㅠ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 / 22:35
    ใครง่ะ ใครแอบมองอยู่ ไรท์ต้องมาเฉลยนะคะ 555 สู้ๆ~
    #5
    0
  4. #4 Preaw1104 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 09:11
    ค้างเลย 5555 ไรต์สู้ๆ
    #4
    0
  5. #3 pepi_mint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 08:15
    ค้างอ่ะไรท์ สู้ๆนะคะ ????
    #3
    0