Mischievous Kiss : Love LeoN

ตอนที่ 5 : Mischievous Kiss #05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

Mischievous Kiss : Love LeoN


โดนเข้าแล้วล่ะ

?!


ที่ 100 จองแทคอุน ห้อง F คะแนน 694



"เป็นไปไม่ได้" แม้จะเห็นอยู่ตำตาชัดแล้วขนาดนั้นก็เถอะ "ที่หนึ่งร้อย ได้ที่หนึ่งร้อย เป็นไปได้ไง"


แทคอุนร้องขึ้นอย่างตกใจสุดขีดอยู่ที่หน้าบอร์ดรายชื่อ แล้วจากนั้นก็รีบวิ่งกลับออกมาหาฮัคยอนที่ยังคงยืนรออยู่ตรงที่เดิม ด้วยอาการดี๊ด๊าสุดๆ


"ฮัคยอนๆ นี่ชั้นไม่อยากเชื่อเลยนะ ได้ที่หนึ่งร้อยอ่ะ ชั้นทำสำเร็จแล้ว ดีใจสุดๆ ฮะๆๆ" แทคอุนเข้าไปพูดอวดกับฮัคยอนราวกับเด็กน้อยอนุบาลที่ได้ของเล่นใหม่


"จะตะโกนอะไรขนาดนั้น ไม่อายเขาบ้างรึไง" ฮัคยอนบ่นเสียงนิ่ง


พรึบ


ฮัคยอนแบมือออกไปตรงหน้าแทคอุนนิ่งๆโดยไม่พูดอะไร


"หือ?" แทคอุนก้มลงมองดูมือเล็กๆสลับกับเงยมองหน้านิ่งๆของฮัคยอน แล้วก็รีบคว้าสองมือของตัวเองออกไปจับมือของฮัคยอนไว้แน่นพร้อมทั้งพูดขึ้นอย่างดีใจว่า "เราทำสำเร็จแล้วนะ"


ปึด


 ฮัคยอนสะบัดสองมือใหญ่ของแทคอุนออกไปอย่างแรงจนหลุด พร้อมทั้งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดว่า "ไม่ใช่! ไม่ได้จะจับมือสักหน่อย" แล้วจึงแบมือออกไปตรงหน้าแทคอุนอีกครั้งและบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้งว่า "ตามที่สัญญากันไว้ เอาคืนมา"


"เอ๋?" แทคอุนยิ้มค้าง แล้วทำหน้างงๆอย่างคิดตามฮัคยอนไม่ทันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถึงนึกมันขึ้นมาได้ "โอ้!"


แทคอุนก้มลงไปหยิบเอารูปที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างในออกมาและชูขึ้นให้ฮัคยอนดูและพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าสนุกว่า "รูปนี้เหรอครับ^^"


หมับ


"อย่าถือล่อเป้าอย่างนี้สิ!" ฮัคยอนดึงรูปออกมาจากมือแทคอุนพร้อมทั้งพูดดุด้วยสีหน้าโหดๆด้วย "อีกอย่าง ขอย้ำนะว่าอยู่โรงเรียนไม่ต้องมาคุยกับชั้น" พูดจบฮัคยอนก็หันหลังเดินหนีออกไป


"นี่ ฮัคยอน" แทคอุนเรียกฮัคยอนไว้ก่อน


"...." ฮัคยอนกรอกตามองบนอย่างรำคาญก่อนจะหยุดเดิน แล้วหันกลับมาหาแทคอุนอีกครั้ง นายนี่เรื่องเยอะชะมัด


"สิ่งสำคัญคือประเมินความเป็นไปได้..." แทคอุนรีบพูดสิ่งที่ตัวเองท่องจำมาทันที เมื่อฮัคยอนหันกลับมา "ถ้ามันยากก็ต้องมุมานี"


"มุมานะต่างหาก" ฮัคยอนแก้ให้


"เอ๊ะ อะไรนะ?" แทคอุนทำหน้าเหวอไป


"ใจกับความมุมานะต้องมาด้วยกัน" ฮัคยอนพูดต่อบทกล่าวที่เหลือที่แทคอุนตั้งใจจะพูดกับเธอ แต่ว่าก็ดันพูดผิดไป เธอก็เลยพูดให้แทน


"แหะๆ ฮัคยอนก็รู้เหมือนกัน... คำพูดของเชสเตอร์ฟิลด์ (Philip Stanhope, 4th Earl of Chesterfield)" แทคอุนหัวเราะแห้งๆเพราะเผลอพลาด อุส่าไปท่องจำมาดีแล้วแท้ๆแต่ก็พลาดเข้าจนได้


"อืม ก็ใช่นะสิ" ฮัคยอนยกยิ้มขึ้นตอบเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป


"ฮัคยอนขอบคุณนะคร้า~~~~~~บ" แทคอุนตะโกนเสียงบอกขอบคุณไล่หลังฮัคยอนอีกครั้งอย่างอดไว้ไม่ได้ 


ก็ตอนนี้ผมมีความสุขมากจนไม่สามารถเก็บมันเอาไว้เงียบๆได้อ่ะ





Mischievous Kiss #05


ในที่สุดก็มีชื่อผม จองแทคอุน อยู่บนหน้าบอร์ดแผ่นเดียวกับ ชาฮัคยอน แล้ว


ทำสำเร็จแล้ว^^



(ระหว่างทางในโรงเรียน)


'นั่น คนนี้แหละ จองแทคอุน จากห้อง F'


'คนที่เดินอยู่ตรงกลางอ่ะ'


เสียงคุยกันของกลุ่มนักเรียนหญิงห้องอื่นที่เดินสวนทางผ่านหน้าแทคอุนและเพื่อน(ฮงบินกับวอนชิก)


'ทำคะแนนติดหนึ่งในร้อยล่ะ'

'เก่งชะมัด'


แทคอุนเชิดหน้าเดินไปกับฮงบินและวอนชิกอย่างภาคภูมิใจ


'เป็นเด็กทีฉลาดที่สุดตั้งแต่มีห้อง F มาเลยนะนั่น'

'จริงด้วย'


ยิ่งได้ยินคนอื่นพูดถึงตัวเองมากเท่าไหร่ แทคอุนก็แทบจะกั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ รู้สึกเหมือนตัวจะลอยเพราะคำชมพวกนั้นได้เลยจริงๆ



"แทคอุน~นายดังเรื่องดีๆกับเขาบ้างแล้วนะ" วอนชิกเอียงหน้าเข้าไปพูดแซวแทคอุน


"ตอนนี้ชั้นรู้สึกปลื้มมากที่ได้อยู่แก๊งเดียวกับนาย" ฮงบินเองก็เอียงตัวเข้าไปพูดกับแทคอุนด้วยสีหน้าปลาบปลื้มจริงๆอย่างที่บอก 


ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนเดินไปทางไหนก็ได้ยินแค่เสียงพูดุยกันเกี่ยวกับคะแนนสอบของแทคอุนไปทั่วโรงเรียน


"อืม....ฮึก คิกๆๆ" แล้วแทคอุนก็หลุดยิ้มกว้างและหัวเราดีใจออกมาจนตาปิด อ่า ช่างเป็นวันที่ดีของแทคอุนจริงๆเลย ตอนนี้เขามีความสุขที่สุดเลย


"ยิ้มปากฉีกเลยนะ" วอนชิกแซวอีกรอบ


"ก็คนมันดีใจอ่ะ ฮะๆๆ" แทคอุนก็ไม่คิดถ่อมตัวเลย


หลังพุ่มไม้ตัดแต่งตรงทางเดินที่พวกแทคอุนเพิ่งพากันเดินผ่านไป


สวบ


"น่าสงสัยชะมัด" เสียงพูดของโคที่เดินออกมาจากหลังพุ่มด้วยสีหน้าและท่าทางจับผิด


สวบ


"น่าสงสัยสุดๆ" เสียงพูดของฮอนอูที่ออกเดินออกมาจากหลังพุ่มไม้อีกฝั่งหนึ่ง เดินเข้ามาสมทบกับโค


สวบ 


"อืม รู้มาตั้งแต่แรกแล้ว" โซอีที่เดินออกมาอยู่ข้างหน้าสุดพูดขึ้นโดยที่สายตาคมของเธอก็จ้องมองตามแทคอุนไปอย่างคนที่เหมือนว่าล่วงรู้ความลับบางอย่าง "ที่บ้านใหม่ของแทคอุน ต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ ชั้นมั่นใจ"



กลับมาที่แทคอุนกับสองเพื่อนซี้(ฮงบิน วอนชิก) ที่ตอนนี้ทั้งสามคนก็ได้เดินออกมาจากโรงเรียนมาจนถึงทางแยกกันแล้ว


"ไว้เจอกันนะ" แทคอุนหันหน้าไปบอกลาฮงบินกับวอนชิก


"โอ้ เจอกันพรุ่งนี้" วอนชิกพูดพร้อมโบกมือลา


"บาย~" ฮงบินก็โบกมือด้วยเช่นกัน


"รักษาตัวด้วยนะ" ทั้งสามเพื่อนซี้ล้ำลากันกลับบ้าน


แทคอุนเดินแยกจากเพื่อนทั้งสองคนมาอีกทาง ด้วยท่าทางร่าเริงกว่าปกติเพราะว่าเป็นวันที่เขามีความสุขมาก เพราะผลคะแนนสอบปลายภาคเขาได้ติดหนึ่งในร้อยสมตามความตั้งใจ ถึงจะเป็นที่หนึ่งร้อยก็เถอะ แต่นั้นก็ถึงเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ ที่มันดีที่สุดเลยสำหรับ จองแทคอุน


แทคอุนยังคงเดินกลับบ้านไปด้วยความอารมณ์ดี


...โดยไม่รู้ตัวเลยว่า โซอีและสองลูกสมุน(โค ฮอนอู) แอบตามเขากลับบ้านไปด้วยเงียบๆ



เวลาต่อมา


แทคอุนยังคงเดินกลับบ้านด้วยการเดินบ้าง วิ่งบ้างตามปะสาคนอารมณ์ดีอย่างสนุนสนานคนเดียวจนมาถึงหน้ารั้วบ้าน


วิ้ง~~~


ควับ


แทคอุนหยุดเดินแล้วหันหน้าไปหาแสงแดดที่มันสาดส่องผ่านทางช่องอาคารตึกตรงข้ามหน้าบ้านของฮัคยอน แทคอุนหันหน้าไปรับเอาแสงแดดยามเย็นด้วยใบหน้าที่เต็มรอยยิ้มแห่งความสุข


"อา~า อาทิตย์ตกดิน รู้สึกดีมากเลย" แทคอุนพูดพร้อมทั้งยืดแขนทั้งสองข้างขึ้นจนสุดและร้องออกมาด้วยความดีใจว่า " จบซะที(การสอบ)"


จากนั้นแทคอุนก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที


ตึกๆๆ


โซอีและลูกสมุน โคกับฮอนอู เมื่อเห็นแทคอุนวิ่งเข้าไปในรั้วบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอที่แอบสะกดรอยตามมาเงียบๆก็รีบวิ่งตามมาที่หน้ารั้วบ้านหลังนั้นกันทันที


"ที่นี่เองงั้นเหรอ" โซอีพูดขึ้นเมื่อวิ่งตามแทคอุนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้านหลังที่แทคอุนเพิ่งเปิดประตูเข้าไปในบ้านเมื่อตะกี๊


"ไม่อยากจะเชื่อว่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่ในย่านหรูๆแบบนี้" โซอียืนจ้องมองบ้านหลังใหญ่ตรงหน้าอย่างเชื่อไม่ลง "ไม่นะ คงไม่ใช่ว่าเขาแค่มาทำงานบ้านให้คนรวยหรอก ว่ามั้ยล่ะ" โซอีหันไปถามความเห็นจากลูกสมุน


"ครับ ผมเห็นด้วย" โค


"ท่านโซอีพูดถูก" ฮอนอู


ทั้งสามคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่ามันคงอย่าง ไม่น่าจะมีเหตุอื่น


"เฮ้อ น่าสงสัยชะมัด" โซอีหันเข้าไปมองบ้านหลังนั้นอีกหนอย่าง้องการความจริง


"ใช่" โคพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมทั้งมองดูโน้นดูนี่อย่างสำรวจไปเรื่อยอย่างเช่นเดียวกับฮอนอู


"โอ๊ะ ท่านโซอี ดูนี่สิ" อยู่ๆฮอนอูก็ทำเสียงตกใจขึ้นมา พร้อมยังชี้บอกทุกคนให้หันไปดูตรงป้ายชื่อที่ติดอยู่หน้ารั้ว "บ้านสกุลชา!"


"สกุลชาไหน?" โซอีหันไปถาม


"ก็มันเขียนไว้ตรงนั้นไง" โคดึงแขนโซอีไปดูที่ป้ายใกล้ๆ


"บ้านสกุลชา..." โซอีอ่านตามป้ายที่เห็นอยู่ตรงหน้ารั้ว แล้วก็เธอก็หันหน้าชี้เข้าไปที่บ้านหลังใหญ่นั้นพร้อมทั้งร้องขึ้นมาอย่างตกใจอีกครั้งว่า "สกุลชา!"


ทั้งสามคนมองบ้านหลังใหญ่ตรงหน้านิ่งกันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโซอีก็ตั้งสติได้ จึงส่ายหัวไปมาและหันไปพูดกับทั้งสองหนุ่มลูกสมุนว่า


"คงไม่ใช่หรอก นามสกุสชานี่โหลจาตายไป ฮะๆ" โซอีหัวเราะกลบเกลือน


"อ้อ จริง" โค


"นั่นสิๆ" ฮอนอู


และทั้งสามคนก็ต่างหันมองโน้นมองนี่กันไปคนละทางอย่างพยายามไม่สนใจเรื่องนามสกุลของบ้านหลังนี้


แต่ว่า....


"ท่านโซอี ดูนั่น!" โคเรียกโซอีให้หันมาดูอะไรกับเขาอีกครั้ง พร้อมชี้ไปทางที่เขามองมันด้วยเสียงตื่นๆ


"หือ?" 


ทั้งโซอีและฮอนอูต่างก็หันไปมองตามที่โคบอกอย่างพร้อมกัน ควับๆ


ร่างสูงเพรียวของอัจฉริยะสาวที่พวกเขารู้จักกันดี ' ชาฮัคยอน ' กำลังเดินอ่านหนังสือมาโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างใดๆเลย เดินตรงเข้ามาทางพวกเขาสามคนเรื่อยๆ


"นั่นมันชาฮัคยอนนี่" ฮอนอูพูดขึ้นอย่างตกใจ


"ไปหลบกันเร็ว" โซอีพูดเสียงร้อนรนพร้อมทั้งมองหาที่หลบไปด้วย


ทั้งสามคนเกิดความสับสนอลมานวุ่นวายกันขึ้นมา ก่อนที่โซอีจะตาดีมองเห็นที่เหมาะจะไปหลบซ่อนตัวที่ตรงมุมข้างตึกตรงข้าม


"นั่น ตรงนั้น ไปเร็ว" โซอีวิ่งนำไปและทั้งสองก็รีบวิ่งตามไปติดๆ


สวบ สวบ


ฮัคยอนยังคงเดินไปอ่านหนังสือไปอย่างไม่ได้รู้สึกถึงอะไรที่ผิดปกติเลยสักนิด จนกระทั่งเธอเดินมาถึงที่หน้าประตูรั้วทางเข้าบ้าน เธอก็เงยน้าขึ้นมองทางก่อนเล็กน้อย และก็เดินเลี้ยวเข้าไป


"ไม่นะ" เสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นของโซอีที่แอบซุ้มมองอยู่ที่ข้างตึกตรงข้ามนั้น  


"...." ฮอนอูกับโคก็ได้แต่หันมองโซอีอย่างนึกเป็นห่วงอยู่เงียบๆ


"เป็นไปไม่ได้ ....ไม่จริง" โซอีตั้งสติแล้วรีบเดินออกมาจากที่ซ่อน สาวเท้าเดินเร็วๆมาที่ตรงหน้ารั้วบ้านของฮัคยอนอีกครั้ง เพื่อมาดูให้เห็นกับตาตัวเองชัดๆว่าฮัคยอนจะเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นจริงๆงั้นเหรอ (ยังคงไม่ยอมเชื่ออยู่)


ฮัคยอนเก็บหนังสือลงเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน และจากนั้นเธอก็กดตัวล็อกเปิดประตูบ้านเดินเข้าไปข้างในเหมือนกับแทคอุน


"เอ๋?!!!!!" โซอีร้องเอ๋ขึ้นเสียงหลงทันที เมือเห็นฮัคยอนเดินเข้าไปในบ้านและยังได้เสียงแววๆของฮัคยอนด้วยว่า ' กลับมาแลวค่ะ ' อีกด้วยอย่างนั้น โซอีก็เลยเหมือนว่าจะช็อคค้างไปหลังจากนั้น


ตุบ


เสียงกระเป๋าที่หลุดออกจากมือที่มันไร้เรี่ยวแรงของโซอี 


วืดดด


และร่างบางที่ช็อคนิ่งของโซอีก็หงายเงิบไปข้างหลัง แต่ยังดีว่ามีโคและฮอนอูช่วยกันรับร่างของเธอเอาไว้ได้ทันเสียก่อน ไม่งั้นล่ะก็....




-เช้าวันต่อมาที่โรงเรียนมัธยมปลายคังซอ-


(ห้อง F)


"อรุญสวัสดิ์" วอนชิกที่เพิ่งมาถึงห้อง ก็เดินตรงเข้ามาทักแทคอุนที่กำลังจัดของในกระเป๋าอยู่ที่โต๊ะและฮงบินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถัดลงไปจากแทคอุน


"อรุณสวัสดิ์" แทคอุนหันไปทักตอบ


"นายดูง่วงอีกแล้วนะวอนชิก" ฮงบินทัก


"อืมๆ หาว-"  วอนชิกกำลังเยียดแขนอ้าปากหาวขึ้นอยู่ก็เป็นอันต้องชะงัก กึก เพราะเสียงเรียกอันดังก้องไปทั่วชั้นเรียนว่า


"จองแทคอุน!!!!" จากโซอี ที่วิ่งน่าตื่นเข้ามา


"...." แทคอุนขมวดคิ้วยุ่งหันมองออกไปทางต้นเสียงที่ดังลั่นนั้นอย่างนึกสงสัย เรียกเสียงดังลั่นมาแต่เช้าแบบนั้น....เรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย?


"อะไรล่ะนั่น" ฮงบินหันไปมองพร้อมบ่นขึ้นมายิ้มๆ


"แทคอุน จองแทคอุน" โซอียังคงเรียกหาแทคอุนอย่างร้อนรนไม่หยุด จนเพื่อนๆหลายคนที่อยู่ในห้องต่างพากันหัวเราะล้อ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ


"ยัยนั่นเป็นอะไรอีกล่ะ ฮะๆ" วอนชิกพูดขำๆ


"แทคอุนๆ" โซอีวิ่งเข้ามาหาแทคอุนที่ยืนมองเธอด้วยสีหน้างงๆปนตกใจอยู่ที่โต๊ะ 


หมับ


โซอีจับตัวแทคอุนไว้แล้วเขย่ามือตะโกนถามด้วยสีหน้าจริงจังว่า "แทคอุน บ้านที่นายพักอยู่น่ะ เป็นบ้านของชาฮัคยอนใช่มั้ย!"


"เอ๋? ว่าไงนะ!!!" เสียงร้องขึ้นอย่างตกใจไม่ใช่แค่แต่แทคอุน แต่ว่าเป็นทุกคนที่อยู่ในห้องเลย 


เรื่องน่าสนใจแบบนี้ไม่มีใครอยากพลาดกันหรอก


"หะ? จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ฮะๆ" แทคอุนชะงักตกใจอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติกลับมาได้แล้วรีบจับแขนเล็กทั้งสองข้างของโซอีออกจากตัวเองก่อน จะปั่นหน้าแกล้งหัวเราะขึ้นมาทำเป็นไม่รู้เรื่องกลบเกลื่อน


"แต่ชั้นเห็นนายเดินเข้าไปในบ้านเขากับตาเลยนะ เนี่ยโคกับฮอนอูก็เห็นเหมือนกัน" โซอีเถียงขึ้นอย่างไม่ยอม


"เราเห็นกับตานะ" โคยืนยันด้วย


"ใช่ๆ เห็นชัดๆเลย" ฮอนอูก็เช่นกัน


แทคอุนยกมือขึ้นมาชี้หน้าทั้งสามคนไปมา ก่อนจะหัวเราะและพูดอย่างลนลานว่า "ฮะๆ พวกเธอน่ะคงฝันไปล่ะมั้ง เพราะชั้นจะไปอยู่กับฮัคยอนได้ยังไง หึๆ ฮะๆ" 


แทคอุนทำเป็นหัวเราะกลบเกลือนออกมาอย่างว่ามันเป็นแค่เรื่องตลก แต่ว่าร่างกายมันลนลานอยู่ไม่เป็นสุขเอาเสียเลยนี่ซิ


ตุบ


แทคอุนเผลอเอามือไปปัดกระเป๋าตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะจนมันหล่นลงพื้นจนข้าวของข้างในเทกระจายออกมาหมด


"โอ๊ะ! ไม่นะ" แทคอุนสะดุ้งตกใจและรีบก้มลงไปเก็บของตัวเองที่ทำหล่น 


"แต่เราเห็นชัดๆเลย" โซอียังคงพูดต่ออย่างไม่ยอมจบง่ายๆ


"อ๊าาก เฮ้ย!" แทคอุนร้องขึ้นอย่างตกใจ เพราะดันไม่ระวังดูให้ดีๆตอนที่หยิบกระเป๋าขึ้นมา เพราะซิบมันเปิดกว้างเลยทำให้ของที่เพิ่งใส่เข้าไปเทกระจาดออกมาอีกรอบ


"แย่แล้ว" วอนชิกพูดแล้วรีบก้มลงไปช่วยเก็บของให้แทคอุน


"เห็นชัดๆเลย" โซอีก็ยืนเถียงกับแทคอุนไม่หยุด "ฝันเหรอ? เป็นไปไม่ได้ เห็นมากับตาขนาดนั้น"


ฮงบินส่ายหัวนึกตลกที่เห็นโซอีเถียงหน้าตั้งกับแทคอุนอย่างนั้น ก่อนจะเดินเข้ามาช่วยวอนชิกเก็บของให้แทคอุนที่ยังคงถูกโซอีไล่ต้อนเอาความจริงไม่หยุด


พึ่บ


"ให้แทคอุน เครื่องรางนำโชค...งั้นเหรอ?" วอนชิกอ่านหน้าซองจดหมายที่เขาเพิ่งหยิบมันขึ้นมาจากพื้น ที่มันหล่นมาพร้อมกับหนังสือของแทคอุน 

ด้วยความสงสัยใคร่รู้ วอนชิจึงไม่รอช้า รีบพลิกแกะซองจดหมายดูของที่อยู่ข้างในนั้นอย่างไม่ได้คิดจะหันขึ้นไปขออนุญาตแทคอุนก่อนเลย


พั่บ


วอนชิกดึงเอารูปถ่ายที่ใส่มาในนั้นขึ้นมาพลิกดูว่ามันคือรูปอะไร


พึ่บ


วอนชิกตาโตขึ้นอย่างตกใจสุดขีด ก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นมายืนพร้อมร้องขึ้นเสียงดังว่า "เดี๋ยวนะ!"


"หือ?"


ทุกคนหยุดการกระทำทุกอย่าง แล้วหันมาที่วอนชิกอย่างพร้อมกัน พรึบ


"นี่รูปอะไร?" วอนชิกโชว์รูปที่ตัวเองเป็นคนเจอให้ทุกคนได้ดูพร้อมๆกัน


รูปถ่ายที่วอนชิกถือโชว์อยู่นั้นคือ รูปถ่ายคู่ของแทคอุนกับฮัคยอน ตอนที่ทั้งสองคนติวหนังสือแล้วเผลอหลับอยู่คาโต๊ะเตี้ยที่มีกองแบบฝึดหัดวางกระจัดกระจาย อยู่ในห้องของแทคอุน ในคืนก่อนวันสอบปลายภาค (รูปที่คุณแม่ของฮัคยอนแอบย่องเข้ามาถ่าย)


"อะไรเนี่ย?!" แล้วทั้งห้องก็อ้าปากค้างกันอย่างตกใจกับเรื่องใหม่ ร่วมถึงแทคอุนเองก็ตกใจไม่ได้ต่างจากเพื่อนคนอื่นๆเลยเช่นกัน 


พรึบ


แทคอุนรีบคว้าเอารูปที่วอนชิกถือโชว์อยู่ มาจ้องดูใกล้ๆอย่างชัดๆว่ารูปที่เห็นอยู่คือรูปเขากับฮัคยอนจริงๆ


"ถ่ายคู่กับฮัคยอนเลยเหรอเนี่ย" เสียงฮือฮาของเพื่อนในห้องดังขึ้น แล้วจากนั้นรูปถ่ายใบนั้นก็ถูกคนโน้นคนนี้ดึงแย้งกันดูไม่หยุด


"เดี๋ยวนะ แทคอุน หมายความว่าไงเนี่ย?" ฮงบินหันไปถามแทคอุนหลังจากได้เห็นรูปนั้นชัดๆแล้ว


"....." แทคอุนยืนทำหน้าไม่ถูกทามกลางวงล้อมของเพื่อนๆที่จ้องมองมาที่เขาคนเดียว อย่างต้องการคำอธิบาย


มีหลักฐานเป็นรูปถ่ายชัดเจนขนาดนี้


คงโกหก แก้ตัวอะไรไม่ได้แล้วล่ะ จองแทคอุน


"ขอโทษนะ !" แทคอุนก้มหน้าขอโทษเพื่อนๆอย่างยินยอมพร้อมรับผิดทุกอย่าง


"ฮึก..อึก อย่างที่คิดไว้เลย นายอยู่บ้านเดียวกับชาฮัคยอน" โซอีจ้องมองรูปในมือพร้อมทั้งเริ่มสะอื้นออกมาอย่างเสียใจ


"แต่มันไม่ใช่อย่างที่โซอีคิดนะ" แทคอุนเงยหน้าขึ้นมาพูดกับโซอีพร้อมทั้งดึงรูปใบนั้นมาเก็บไว้อย่างไม่อยากให้เข้าใจผิด ก่อนจะหันไปอธิบายความจริงให้เพื่อนๆทุกคนฟังว่า 


"คือว่า พ่อเราเป็นเพื่อนซี้กันน่ะ แล้วบ้านเราก็พังใช่มั้ยล่ะ จนกว่าจะหาบ้านใหม่ได้ เราเลยพักอยู่กับพวกเขา..." แทคอุนอธิบายออกไปตามความจริง


"อ่า งั้นก็แปลว่าผลสอบคราวนี้" ฮงบินตั้งสติแล้วถามกับแทคอุนออกไปตรงๆว่ "ฮัคยอนติวให้นายใช่มั้ย?"


"....." แทคอุนนิ่งไม่พูดอะไร เพราะว่ามันคือความจริง 


"อ่า มิน่าล่ะ" เสียงเพื่อนๆฮือฮาออกมาเมื่อเริ่มเข้าใจถึงความลับที่มาของปาฏิหาริย์หนึ่งในร้อยของเด็กห้อง F อย่าง จองแทคอุน


"คราวนี้เกรดชั้นไม่ดีเลย อิจฉานายชะมัด"


"แบบนี้นี่เอง"


"เธอคนนั้นทำให้แทคอุนติดหนึ่งในร้อย"


"ชาฮัคยอยเนี่ยเก่งจริงๆ"


"ค่อยยังชั่ว แทคอุนอ่านเองคงไม่ได้แบบนี้หรอกเนอะ"


"ฮะๆๆๆ" แล้วเพื่อนๆก็พากันหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน


"เดี๋ยวนะ นั่นนะก็พูดแรงไป" แทคอุนพูดเหวี่ยงขึ้นอย่างอดไม่ไว้ ที่เพื่อนมองข้ามความพยายามแสนยากลำบากของเขา


"เข้าใจล่ะๆ" แต่เพื่อนก็ไม่ได้มีใครสนใจแทคอุนที่เหวี่ยงขึ้นมาอย่างนั้น


ตุบ


"หือ?" แทคอุนไปมองหน้าวอนชิกอย่างงงๆที่อยู่ดีๆก็เข้ามาตบบ่าเขาและทำหน้ายิ้มแปลกๆด้วย


"โอเคนะ" วอนชิกพูดขึ้น ก่อนจะดึงเอารูปถ่ายออกมาจากมือแทคอุนขึ้นมาดูชัดๆอีกครั้ง ก่อนจะพูดชวนให้คิด(ลึก)พร้อมหันรูปออกไปให้เพื่อนดูกันอีกครั้งด้วยว่า "แต่สองคนนนี้ดูยังไงๆอยู่นะ ....เวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน><"


กรี๊ดๆๆๆ (เสียงหวีดร้องของเพื่อนในห้องที่เริ่มพากันจิ้นตามวอนชิก)


"เลิกพูดอะไรบ้าๆเถอะน่า!" โซอีตะโกนขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ


"อยากรู้จังๆ" แต่เพื่อนๆหลายก็ยังคิดไปต่างๆนาๆ


"ไม่มีวันซะหรอก" แทคอุนพูดขึ้นมานิ่งๆ


กริบ


ทันทีที่ได้ยินแทคอุนพูดขึ้นอย่างนั้น เพื่อนๆก็เลยพากันเงียบและหันมาหาแทคอุนที่ตอนนี้สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก


"เลิกคิดเถอะ เพราะฮัคยอนไม่เคยสนใจชั้นเลยสักนิด" น้ำเสียงของแทคอุนฟังดูเศร้าๆ "เธอเกลียดชั้นจะตาย"


วอนชิกจับหน้าแทคอุนให้หันมาหาตัวเอง แล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เห็นใจอย่างที่สุดว่า "แทคอุน น่าสงสารจัง"


"ฮึก วอนชิก" แทคอุนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้พร้อมยกมือขึ้นจับบนไหล่ของวอนชิกไว้อย่างขอบคุณที่เข้าใจกัน ก่อนจะดึงแขนวอนชิกลงและพูดขึ้นว่า "แต่ชั้นไม่ชอบคนเย็นชา เลือดเย็นแบบนี้หรอก ชั้นไม่เป็นไร ฮะๆ"


แทคอุนจับมือวอนชิกเอาไว้และหันไปบอกกับทุกคนว่าเขาโอเค พร้อมหัวเราะออกมาเหมือนว่าไม่มีอะไร เพราะไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วง


"เออ แต่เขา(ฮัคยอน)สั่งห้ามบอกทุกคนที่โรงเรียนว่าเราอยู่บ้านเดียวกัน เพราะงั้นทุกคนช่วยเก็บเป็นความลับด้วยนะ ขอร้องล่ะ" แทคอุนยกมือไหว้อย่างขอร้องเพื่อนๆให้ช่วยเก็บความลับนี้ที


"อ่า ได้ ไว้ใจเราเถอะ ...ใช่มั้ย ทุกคน" วอนชิกพยักหน้ารับปากแทคอุนก่อน และค่อยหันไปบอกกับเพื่อนๆทุกในห้องว่าให้ตกลงกันตามนี้นะ


"โอ้ แน่นอน" และเพื่อนๆทุกคนต่างก็โอเครับทราบตามนั้นกันอย่างไม่มีใครขัดแย้งใดๆ


"ขอบใจนะ" แทคอุนขอบคุณเพื่อนๆอีกครั้งด้วยความดีใจที่ทุกคนเข้าใจ




-ช่วงดึกที่ห้องนอนแทคอุน-


แทคอุนนอนมองรูปถ่ายใบนั้นด้วยใบหน้ามีความสุข


'สองคนนี่ยังไงๆอยู่นะ'


อยู่ๆก็คิดถึงคำพูดของวอนชิกขึ้นมา แล้วแทคอุนก็ทำหน้าเขินอาย บ้าบออยู่คนเดียวบนเตียงนอน สักพักแล้วจึงลุกขึ้นเอารูปถ่ายใบไปเก็บในลิ้นชัก


ครืด


แทคอุนดึงลิ้นชักออกมาว่าจะเก็บรูป แต่พอก้มมองในลิ้นชักนั้น ก็เจอกับจดหมายรักที่ตัวเองเขียนถึงฮัคยอนวางอยู่ในนั้น แทคอุนก็เลยหยุดนิ่งจมไปกับความรู้สึกเก่าที่มันเกิดขึ้นเกี่ยวกับจดหายรักของเขาทันที


แทคอุนคิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ แล้วมองดูรูปถ่ายในมืออีกครั้ง ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกผิดหวัง แล้วเขาจึงยัดรูปถ่ายใบนั้นลงในลิ้นชักด้วยท่าทีหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อย


กึก (เสียงปิดลิ้นชัก)


แทคอุนปิดลิ้นชักแล้วก็เดินไปทิ้งตัวนอนคว้ำลงบนเตียงอย่างคนหมดเรี่ยวแรง ตุบ




-เช้าวันต่อมาที่โรงเรียนมัธยมปลายคังซอ-


สวบ สวบ


ใครบางคนกำลังสาวเท้าเดินอย่างรีบเร่ง เขาคนนั้นเดินตรงมาที่ห้อง F 


"จองแทคอุน" ฮัคยอนเรียกแทคอุนขึ้นที่หน้าประตูห้องก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปหาแทคอุนที่ยืนทำหน้าตกใจอยู่ที่โต๊ะ


"อะไร" แทคอุนถามฮัคยอนอย่างตื่นๆ


"มานี่กับชั้นเลย" ฮัคยอนเดินเข้าไปดึงเอาข้อมือแทคอุนให้รีบเดินออกไปด้วยกัย ด้วยสีหน้าที่ดูไม่ดีเลย เหมือนว่าฮัคยอนกำลังโกรธอะไรอยู่เลย


ฮัคยอนลากแทคอุนออกไปจากห้องทามกลางสายตาเพื่อนห้อง F โดยไม่ได้คิดสนใจอะไรเลย แม้ว่าจะมีเสียงโห่แซวดังขึ้นตามหลังพร้อมพวกเขามาก็ตาม


สวบ สวบ


"อึบ..เฮ้! ตอนอยู่โรงเรียน เราไม่ควรคุยกันไม่ใช่เหรอ" แทคอุนถามขึ้นในขณะถูกฮัคยอนลากแขนให้เดินลงบันไดไปที่ชั้นล่างด้วยกันอย่างรีบเร่ง


รีบไปไหนเนี่ย นี่มันบันไดนะ เดินลงเร็วๆแบบนี้เดี๋ยวก็เกิดอุบัติเหตุได้หรอก เฮ้ย


'ทางนี้ มีอีกๆ' เสียงพูดอย่างป่าวประกาศของวอนชิกดังแววขึ้นมาใกล้ๆ


ตึก


"ดูซะ" ฮัคยอนพูดพร้อมทั้งเหวี่ยงข้อมือแทคอุนไปข้างหน้า ให้ไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้น


"เฮือก!" แทคอุนถูกฮัคยอนเหวี่ยงแขนออกไปอย่างแรง จนเขาเซไถลเข้าไปหากลุ่มเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ที่มามุ่งล้อมอะไรกันก็ไม่รู้อยู่ที่หน้าบอร์ดนักเรียน


 แทคอุนยืดตัวขึ้นแล้วมองดูทุกอย่างด้วยความตกใจว่า "อะไรกันเนี่ย"


"ทางนี้ต่างหากที่อยากรู้" ฮัคยอนพูดอย่างเอาเรื่อง


บนบอร์ดข่าวสารนั้นมีรูปคู่ของแทคอุนกับฮัคยอน ซึ่งเป็นรูปเดียวกับที่แม่ของฮัคยอนให้เขามาเป็นเครื่องรางนำโชค


ตอนนี้รูปถ่ายรูปนั้นได้ถูกเพื่อนของเขา(วอนชิกกับฮงบิน) เอาไปขยายใหญ่และยังแต่งรูปมุ้งมิ้งและใส่ข้อความชวนคิดลงในรูปว่า


[ฮัคยอนกับแทคอุนอยู่บ้านเดียวกัน]


ไม่ใช่แค่รูปใบใหญ่ที่ติดอยู่กลางบอร์ดเท่านั้น แต่พวกวอนชิกยังทำรูปนั้นเป็นแบบขนาด A4 แจกจ่ายให้กับนักเรียนคนอื่นอีกด้วย


'สกู๊ปใหญ่เรื่องชาฮัคยอน กับจองแทคอุน' เสียงโปรโมทอย่างสุดใจของอีฮงบิน


'มีอีกนะคร้าบบบ' วอนชิกชูแผ่นแจกให้ทุกคนที่สนใจมารับไป


"....!!!" แทคอุนที่เพิ่งรู้เรื่องนี้ก็อึ้งจนทำอะไรไม่ถูกไปเลย นี่เจ้าสองแสบเพื่อนซี้ของเขามันทำเรื่องบ้าอะไรกันอยู่ล่ะเนี่ย งานเข้าชัดๆ


แทคอุนมองซ้าย มองขวาอย่างร้อนรนก่อนจะหันกลับไปหาฮัคยอนที่ยืนนิ่งด้วยสีหน้าโกรธน่ากลัว


"อะ เออ สองคนนั้นน่ะ วอนชิกกับฮงบินเป็น..." แทคอุนพยายามจะพูดอธิบายให้ฮัคยอนฟัง แต่ว่า


"เพื่อนนายคิดบ้าอะไร! ช่างเก่งเรื่องปั่นป่วนชีวิตคนอื่นให้วุ่นวายเสียจริงๆ" ฮัคยอนตะคอกใส่หน้าแทคอุนอย่างหมดความอดทน แล้วหันหลังเดินหนีไปทันทีด้วยความโมโห


"...." แทคอุนได้แต่ยืนนิ่งมองตามหลังฮัคยอนไปอย่างไม่สามารถทำอะไรได้


สองเพื่อนซี้ฮงบินกับวอนชิกก็ยังช่วยขยายข่าวของฮัคยอนกับแทคอุนอย่างสนุกสนาน ไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำของพวกเขากำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้ แทคอุน เข้าเสียแล้ว



โดนเกลียดอีกแล้ว



'นี่ๆ มันดีแล้วจริงๆเหรอที่เราทำแบบนี้นะ' ฮงบินแอบกระชิบถามวอนชิก อย่างนึกกังวลขึ้นมา


'เชื่อเถอะน่า เราต้องชงให้เขาสมหวังสิ' วอนชิกบอกให้ฮงบินเชื่อในสิ่งที่พวกเขากำลังทำ ว่ามันจะต้องเกิดผลดีกับเพื่อนของพวกเขาได้แน่ๆ


'เอ่อ เข้าใจพูดนะ วอนชิก' ฮงบินยิ้มขึ้นจนตาปิดเพราะถูกใจคำพูดของเพื่อน


เรื่องราวของ ชาฮัคยอนกับจองแทคอุนก็ได้ดังไปทั่วโรงเรียน(สมใจสองซี้ตัวแสบฮงบินกับวอนชิก)



-ช่วงพักกลาง-


ตึก ตึก


ฮัคยอนเดินขึ้นบันไดมาคนเดียวเงียบๆอย่างเช่นเคย


สวบ


ร่างสูงที่มาเฝ้ารออยู่ก่อนแล้ว ก็รีบเดินเข้าไปขว้างหน้าฮัคยอนเอาไว้ ด้วยท่าทางที่ยังคงร้อนรน


"ฮัคยอน ขอโทษนะ" แทคอุนรีบกล่าวขอโทษฮัคยอนด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด


"..." ฮัคยอนยังคงเดินต่อไปนิ่งๆ ทำเมินเฉยใส่ราวกับว่าแทคอุนเป็นเพียงธาตุอากาศไม่มีตัวตนในสายตาของเธอเลย


"ขอโทษจริงๆ" แทคอุนไม่ยอมแพ้วิ่งตามไปขอโทษฮัคยอนอีกครั้ง


กึก


ฮัคยอนหยุดเดินแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยไม่หันหน้ามามองว่า


"นายเขียนจดหมายรักให้ชั้น มีข่าวลือแบบนี้ก็ชอบใจเลยสินะ แต่ชั้นรำคาญนะ ทำไมถึงชอบทำตัวน่ารำคาญอยู่เรื่อย นายเนี่ย" ฮัคยอนสะบัดเสียงใส่ในตอนท้ายด้วยว่าเธอน่ะ รำคาญจริงๆ และก่อนที่จะขึ้นบันไดไปฮัคยอนก็ได้หันหน้ามามองหน้าแทคอุนนิ่งๆ แล้วพูดคำนั้นอีกครั้ง


"อย่ามายุ่งกับชีวิตชั้นอีก"


พูดจบฮัคยอนก็หันหน้าหนีเดินขึ้นบันไดจากไป เหลือแต่แทคอุนที่นิ่งค้างไม่สามารถขยับขาออกไปไหนได้ ราวกับร่างกายมันถูกแช่แข็งไปกับคำพูด ที่มันเย็นชาไร้หัวใจของฮัคยอน...


ทุกคำพูดแสนเย็นชาที่ฮัคยอนพูดออกมา...


มันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกกระชากไปอย่างไม่เหลืดชิ้นดี


แทคอุนยกมือขึ้นมาแตะตรงแก้มดู เพราะเหมือนว่า...


"ชั้น..." แทคอุนพูดออกมาหลังจากมองดูน้ำใสๆที่ปลายนิ้วของตัวเอง แล้วพูดขึ้นมาอย่างสับสนว่า " ร้องไห้ทำไมเนี่ย"




แทคอุนต้องเผชิญกับอารมณ์ปั่นป่วนเมื่อทั้งโรงเรียนรู้ความลับของเขากับฮัคยอน อยู่ในบ้านด้วยกันสองต่อสองตอนกลางคืน



ตึก ตึก


ดึกแล้ว แต่ว่าแทคอุนก็ยังเดินกลับไม่ถึงบ้านสกุลชาเลย


ตั้งแต่โดนฮัคยอนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี


ผมคิดว่าเธอจะยังไงกับผม ผมก็คงไมแคร์แล้ว


แล้วนี่ผมร้องไห้ทำไม...


แทคอุนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนแล้วก้มลงมาพูดกับตัวเองว่า "ยังไง...ชั้นว่าชั้นก็ยังรักเธออยู่" 



-เวลาต่อมา-


แกร๊ก


แทคอุนเปิดประตูเดินเข้าในบ้านเงียบๆ ด้วยใบหน้าเศร้าๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน


"แทคอุน กลับดึกจังเลย" เสียงเรียกทักขึ้นมาอย่างเป็นห่วงของจิเอลที่รอแทคอุนอยู่ พร้อมทั้งรีบวิ่งเข้ารับแทคอุนตรงชานหน้าประตูที่แทคอุนยืนอยู่ด้วย


"เป็นห่วงแทบแย่" จิเอลบอกกับแทคอุน


"ขอโทษครับ ผมน่าจะโทรมาบอกก่อน ขอโทษนะครับ" แทคอุนขอโทษจิเอลที่ทำให้เป็นห่วงอย่างสำนึกผิดแล้ว ก็เปลี่ยนรองเท้าเดินขึ้นบันไดบ้านไป อย่างเงียบๆ โดยจิเอลก็ได้แต่มองตามหลังอย่างแปลกใจและอดห่วงไม่ได้เลยกับอาการซึมๆท่าทางแปลกๆของแทคอุน เด็กที่น่ารักสดใสของเธอ



แทคอุนเข้ามาเก็บตัวอยู่ในห้องคนเดียวเงียบๆ


ครืด..


แทคอุนเปิดลิ้นชักโต๊ะหนังสือออก แล้วหยิบเอาจดหมายรักที่เขาเขียนถึงฮัคยอนขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้ง


นี่เป็นจดหมายรักฉบับแรกในชีวิตของผม


แต่ก็ไม่มีใครได้อ่าน



'ไม่เอาหรอก'



ภาพที่ฮัคยอนปฏิเสธผมวันนั้น มันฉ่ายภาพย้อนเข้ามาในหัวผมอีกแล้ว


ผมรู้ว่าเธอมันแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง


แต่ผมก็ยังรักเธอ ทำไมล่ะ


แล้วน้ำตาผมก็ไหลออกมาอาบแก้มอีกรอบ


วันนี้ ผมร้องไห้ไปกี่รอบแล้วนะ


.


.


.


ก๊อกๆ


เสียงเคาะประตูเรียกหน้าห้องแทคอุน


"นี่ อาบน้ำซะ" ฮัคยอนมายืนเคาะประตูบอกกับคนที่หลบหน้าทุกคนอยู่แต่ในห้องให้ไปอาบน้ำ


"....." เงียบ


ฮัคยอนยืนคิดชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนว่าควรจะทำยังไงดี แล้วจึงพูดขึ้นว่า "ได้ยินมั้ย? งั้นจะเข้าไปแล้วนะ"


ฮัคยอนพูดอย่างนั้นพร้อมกับหมุนลูกบิดเปิดประตูเข้าไปในห้องด้วย


" แม่ให้เรียกนายไปอาบน้ำ...."


พอเปิดประตูเข้าไปในห้อง แล้วพบว่าแทคอุนฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะหนังสืออย่างนั้น ฮัคยอนจึงนิ่งเงียบ ก่อนจะเดินเข้าไปหา...


ฮัคยอนไม่สนใจแทคอุนที่นอนหลับอยู่คาโต๊ะ แต่เธอสนใจกระดาษจดหมายที่วางอยู่ตรงข้างๆแทคอุนนี้ต่างหาก


ฮัคยอนไม่ได้ลังเลใจเลย ที่จะหยิบจดหมายนั้นขึ้นมาอ่าน



[ ถึงฮัคยอน ชั้นแทคอุนจากห้อง F 

เธออาจไม่รู้จักชั้นหรอก แต่ชั้นรู้จักเธอดีเชี่ยวล่ะ

ชั้นหลงรักเธอมาสองปีแล้ว ตั้งแต่พิธีเปิดเทอม 

ชั้นรู้สึกเหมือนโดนสะกดเลย ตอนเห็นหน้าเธอครั้งแรก

ความรู้สึกนี้ไม่เคยจากหายไป

 ฮัคยอน ชั้นรักเธอนะ]



อ่านจดหมายจบฮัคยอนก็หันไปมองใบหน้าที่หลับไปทั้งคราบน้ำตาของแทคอุนเงียบๆ



จิบๆ


เสียงนกร้องขึ้นในเช้าวันใหม่ ที่บ้านสกุลชา


แทคอุนยังคงนอนฝันหวานอยู่ที่โต๊ะหนังสือตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงตอนนี้...เช้าวันใหม่แล้ว


แทคอุนขยับตัวลืบตาตื่นขึ้นอยู่ครู่หนึ่งคล้ายกับละเมย แล้วก็หลับตาลงอย่างเดิม เหมือนว่าเขาจะหลับต่อนะ แต่ว่า


พรึบ


แทคอุนลืบตาเบิกกว้างขึ้นอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้


พึ่บ


แทคอุนเด้งตัวขึ้นมาหน้าหน้าตื่นๆแล้วพูดขึ้นมากับตัวเองว่า "ไม่นะ"



แทคอุนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบลงมาข้างล่างทันที


"อรุณสวัสดิ์ครับ" แทคอุนทักทายทุกคนที่นั่งพร้อมหน้ากันอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยเสียงสดใส


"อรุณสวัสดิ์/อรุณสวัสดิ์จ๊ะ แทคอุน" ทุกคนทักทายแทคอุนกลับ ยกเว้นฮัคยอนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไม่สนใจใครเหมือนเดิม


"นอนตื่นสายเหมือนเคยนะ ทำไมไม่ตื่นมาช่วยคุณน้าจิเอลบ้าง" ยุนโฮบ่นลูกชาย


"ขอโทษครับ" แทคอุนรีบกล่าวขอโทษ


"ไม่เป็นไรจ๊ะ ขนาดพี่สาวเองยังไม่ช่วยเลย" จิเอลพูดอย่างไม่ถือสา แล้วลุกขึ้นไปดึงแขนแทคอุนให้มานั่งทานมื้อเช้าด้วยอย่างเอาอกเอาใจ " มากินมื้อเช้านะ"


"ครับ^^" แล้วแทคอุนก็วิ่งเยาะๆเข้าไปนั่งที่ตัวเองแล้วพูดอย่างร่าเริงเหมือนเคยว่า "กินแล้วนะครับ"


แทคอุนหยิบขนมปังแผ่นที่จิเอลทาเนยไว้ให้ขึ้นมากินอย่างอร่อย ง่ำๆ


ตึกตัก


แววตาใส่ซื่อที่ไม่รู้จักจำ...ของแทคอุน ก็พลันหันมองไปหาฮัคยอนเข้าอีกจนได้


ใบหน้าน่ารักๆ ถึงจะชอบทำสีหน้านิ่งเฉยไม่พูดไม่ยิ้มเหมือนคนอื่น


แต่ว่า ใบหน้าของเธอก็มักจะเป็นสายตาของผมเสมอ


"....." ฮัคยอนรู้ตัวว่าถูกมอง แต่ก็ทำเมินเฉยอย่างไม่สนใจเหมือนเดิน


เย็นชาชะมัด



"นี่ แทคอุน" ยุนโฮเรียกขึ้น


"ครับ" แทคอุนหันไปหาพ่อ


"วันนี้มีงานแข่งกีฬาสีที่โรงเรียนใช่มั้ย งานโรงเรียนเลิกแล้ว ก็ไปที่ร้านเลยนะ"


"ครับได้สิ ว่าแต่ทำไมเหรอ?"


"อ่า พ่ออยากตอบแทนพวกเขาหน่อย คืนนี้พ่อจะทำมื้อเย็นให้พวกเขากินกัน เพราะงั้นลูกก็มาหาพ่อที่ร้านนะ"


"ครับ"


"คุณยุนโฮคะ ไม่ต้องลำบากหรอก" จิเอลพูดขึ้นอย่างเกรงใจ


"ไม่ลำบากอะไรหรอก ผมอยากจะขอบคุณน่ะครับ" ยุนโฮบอก


"ย่า...ยุนโฮเป็นเชฟที่เก่งมากนะ อยากกินซะแล้วสิเนี่ย ฮะๆ" แจจุงพูดด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะสุขใจ ก่อนจะหันไปหาลูกสาวทั้งสองคนว่า "ฮัคยอนกับชิอง เห็นด้วยกับพ่อมั้ย"


"พ่อพูดถูกค่ะ" ฮัคยอนพูดตอบด้วยรอยยิ้ม พร้อมพับเก็บหนังสือพิมพ์ที่เธออ่านเสร็จแล้ว ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมพูดว่า "หนูอิ่มแล้วค่ะ ไว้เจอกันนะคะ"


"โอ้ โชคดีนะ" ยุนโฮและทุกคนบอก 


ส่วนแทคอุนนั้นก็ได้แต่ชะเง้อคอมองตามฮัคยอนไปอย่างไม่ได้เอ่ยพูดอะไร


"นี่ แทคอุนจ๊ะ" จิเอลยื่นหน้ามากระซิบพูดกับแทคอุนเบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคนว่า "แทคอุนก็ต้องไปเหมือนกันนี่^^"


"โอ้ ครับ^^" แทคอุนรับทราบถึงเจตนารมณ์ของคุณน้าจิเอลแล้ว ก็รีบกิน(ยัด)ขนมปังแผ่นที่ยังไม่กินอยู่ในมือ รีบจัดการยัดเข้าปากเคี้ยวๆให้มันหมดเร็วๆ เพื่อจะได้ออกไปให้ทันฮัคยอน


สวบ สวบ


แล้วแทคอุนก็ทำเวลาให้ทันกับฮัคยอนจนได้


ฮัคยอนกำลังยืนเปลี่ยนรองเท้าอยู่ที่หน้าประตู และแทคอุนก็เดิน(ตาม)มาทันพอดี


กึก


ฮัคยอนสวมรองเท้าเสร็จก็ก้าวเท้าออกไปที่ประตู ในขณะที่แทคอุนกำลังก้มใส่รองเท้าอยู่


ควับ


ฮัคยอนหันกลับมามองแทคอุนก่อนโดยยังไม่เปิดประตูออกไป


หือ?


แทคอุนเงยหน้าขึ้นมองกลับฮัคยอนอย่างงงๆ อะไรเหรอ? ทำไมจู่ๆก็หันกลับมาล่ะ 


แทคอุนจ้องมองฮัคยอนที่มองมาที่ตัวเองอย่างแอบรู้สึกกลัวขึ้นมาใจ ว่าจะโดนเธอพูดอะไรเย็นชาใส่อีกรึเปล่า?  


บรรยากาศดูไม่ปกติเลยแบบนี้...



"เออ อะไรล่ะ" แทคอุนอดไม่ได้ก็เลยถามออกไปเสียงกระด้าง


สวบ


ฮัคยอนไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแต่หมุนตัวเดินกลับเข้าหาแทคอุนใกล้ๆ แล้วยื่นมือขวาของเธอขึ้นมาที่ข้างแก้มของแทคอุนโดยไม่พูดไม่จาอะไรก่อนเลยสักนิด


แทคอุนสะดุ้งพร้อมเอนตัวไปข้างหลังอย่างหวาดระวัง กลัวว่าจะโดนฮัคยอนทำอะไร เช่นว่า เธออาาจจะตบหน้าเขาก็ได้ เพราะเมื่อวานเขาเป็นสาเหตุทำให้เธอต้องเป็นอับอาย....


ฮัคยอนหยิบเอาบางออกมาจากแก้มแทคอุน มาดูแล้วพูดขึ้นมาเสียงปกติว่า "อ่า เศษขนมปังติดหน้า"


ฮัคยอนบอกกับแทคอุนแค่นั้น แล้วก็หมุนตัวกลับไปที่หน้าประตูอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็เปิดประตูเดินออกไป โดยทำเหมือนว่าสิ่งที่เธอเพิ่งทำไปเมื่อตะกี้ มันเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยสักนิด


ผิดกับแทคอุน ที่ตอนนี้ก็ยังยืนอึ้งค้าง เหมือนคนสติหลุดไปไหนแล้วก็ไม่รู้


พรึบ


พอสติกลับคืนมาแล้ว แทคอุนก็รีบยกมือขึ้นลูบผม ลูบแก้ม เช็ดปากอีกรอบ อย่างกลัวว่าอาจจะยังมีเศษขนมปังหลงติดอยู่อีกรึเปล่า


"อะไรกันเนี่ย" แทคอุนพูดขึ้นมาอย่างรู้สึกสับสน ปั่นป่วน ไม่หาย ก่อนจะนึกได้ว่าต้องรีบไปโรงเรียน






ปัง ปัง 


-เสียงประกาศ-


~ในเมื่อท้องฟ้าเบื้องบนเป็นใจขนาดนี้ งานกีฬาสีคังซอจึงจัดขึ้น~

~สถานการณ์ในปัจจุบัน ห้อง F ยังคงขึ้นนำอยู่~

~ปีนี้ ห้อง F จะได้ครองตำแหน่งชนะเลิศอีกครั้งหรือไม่~


ที่สนามกีฬานักเรียนทุกคนในโรงเรียนคังซอต่างก็มาร่วมกันทำกิจกรรมแข่งกีฬาสีประจำปี โดยแต่ละสีจะแบ่งเอาตามห้อง เช่น A-สีฟ้า  B-สีเขียว  C-สีขาว  D-สีเหลือง  E-สีส้ม และ F-สีแดง(เป็นห้องที่เกรดห่วยที่สุด แต่ดันเก่งเรื่องกีฬากว่าห้องอื่น)


นักเรียนแต่ละห้องก็จะมีความแต่งกันอยู่อย่างชัดเจน เช่น ห้อง-F ที่ชอบเรื่องสนุกเฮฮาอยู่แล้ว จึงทำให้บรรยากาศของสีแดงดูคึกครื้นและน่าสนุกกว่าห้องอื่น โดยต่างจากห้อง-A ที่เต็มไปด้วยเด็กเรียน บรรยากาศของสีฟ้าจึงดูน่าเบื่ออย่างสุดๆ 



~การแข่งขันรายการต่อไป คือการวิ่ง 100 เมตรหญิงครับ~


ที่สนามแข่ง


"เฮ้ ขอบใจมากเลยทุกคน" โซอีโบกมือให้กองเชียร์สีแดงของตัวเองอย่างภูมิใจ ก่อนจะเดินเข้าไปประจำที่


ฮัคยอนเองก็เป็นหนึ่งในตัวแทนห้อง A ที่ถูกเลือกให้ลงมาวิ่งแข่งด้วยเช่นกัน


"เฮ้ ฮัคยอน" โซอีเรียกฮัคยอนด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน


"...." ฮัคยอนเพียงหันไปทางโซอีเงียบๆอย่างรอฟังว่าโซอีจะพูดอะไร


"ชั้นไม่ยอมแพ้ คนอย่างเธอหรอกนะ จำไว้" สีหน้าโซอีเอาจริงสุดๆ


"...." แต่ฮัคยอนก็คงนิ่งเฉยเมินหน้าหนีไม่ต่อปากต่อคำอะไรด้วย (หยิ่งจริงๆ)


"ประจำที่" เสียงครูที่เป็นกรรมการให้สัญญาดังขึ้น


ฮัคยอน โซอี และนักเรียนจากห้องอื่น ที่มีกันอยู่ทั้งหมดหกคน พวกเธอก็เข้าประจำที่เตรียมรอฟังสัญญาณแล้ววิ่งไปสู่เส้นชัยที่ร้อยเมตรข้างหน้า


"เตรียม...."


ปัง


เสียงปืนดัง ปัง


นักเรียนหญิงที่หกคนก็วิ่งพุ่งตรงไปยังเส้นชัยกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร


แทคอุนที่นั่งเชียร์เป็นกำลังใจอยู่ที่สแตนเชียร์สีแดงก็เฝ้ามองดูการแข่งขันอย่างใจจดใจจ่อ แบบลุ้นสุดใจเลย


"เย้~~~~~~" เสียงร้องเฮ่ดังลั่นสนามจากสีที่เป็นผู้ชนะการแข่งวิ่งร้อยเมตรหญิง สีแดง คังโซอี 


และแน่นอนว่าสองหนุ่มลูกสมุนสุดภักดีของเธอก็รีบวิ่งเข้าโบยริบบิ้นให้เธออย่างเป็นการแสดงความยินดีกับชัยชนะที่เธอได้มา (ชนะซ้อนมาสามปีแล้ว)


สวบ สวบ


ฮัคยอนที่เข้าเส้นชัยได้ที่สองก็เดินออกจากไปอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่คิดจะสนใจอะไรอยู่แล้ว กับเรื่องแพ้-ชนะของการแข่งกันเล่นพวกนี้ มันก็แค่งานเล่นสนุกๆของโรงเรียนเท่านั้นแหละ


"เฮ้ๆ เห็นแล้วใช่มั้ยล่ะ ฮะๆ" โซอีวิ่งเข้ามาล้อฮัคยอนเล่นอย่างสะใจ


"...." ฮัคยอนก็ทำแค่ชำเลืองมองเธอด้วยหางตาอย่างนึกรำคาญๆเพียงนั้น และก็เดินต่อไปอย่างไม่สนใจ


เสียงโห่ร้องกันอย่างดีใจกับชัยชนะของสีแดงก็ยังคงดังไม่หยุด


แทคอุนเดินลงสนานเข้าไปแสดงความดีใจกับโซอีพร้อมวอนชิกกับฮงบิน และเพื่อนสีแดงคนอื่นๆ


"โซอี เธอทำได้ดีมากเลย เยี่ยมมาก" แทดอุนเดินเข้าไปพูดกับโซอีด้วยรอยยิ้มดีใจและยังยกมือขึ้นไปยีหัวเธอเล่นเบาๆด้วยอย่างนึกหมั่นเขี้ยวปนเอ็นดูตามประสาเพื่อนที่มักหยอกล้อกันเล่น


จากนั้นแทคอุนก็หันมองไปหาฮัคยอนที่เดินหนีหางออกไปคนเดียว และเขาก็รีบวิ่งตามไปหาเธอ


"นี่" แทคอุนเดินตามหลังฮัคยอนไปใกล้ๆแล้วก็พูดขึ้นมาว่า "พอได้เห็นโซอี วิ่งชนะฮัคยอนแบบนี้มันทำให้ชั้นรู้สึก..."


"...." ฮัคยอนไม่สนใจเสียงพูดของแทคอุน เธอยังคงเดินเชิดหน้าออกไปเรื่อยๆ


"รู้สึกโล่งใจขึ้นมา" แทคอุนชะเง้อหน้ามองปฏิกิริยาของฮัคยอนว่าคำพูดของเขาจะมีผลอะไรกับเธอบ้างรึเปล่า แต่ว่าสิ่งที่แทคอุนเห็นก็คงเป็นความเมินเฉยเหมือนเดิม แทคอุนก็เลยพูดต่อไปว่า 


"เฮ้อ ฮัคยอนก็ยังเป็นคนธรรมดาๆ เหมือนอย่างเราๆแหละเนอะ" เสียงพูดแทคอุนตอนนี้โคตรกวน...สุดๆ


กึก


ฮัคยอนหยุดเดิน หลับตาลง สูบหายเข้าปวดอย่างพยายามให้ใจเย็น ก็แทคอุนเล่นเดินตามมากวนประสาทกันซะขนาดนี้ มันก็ต้องมีอารมณ์โมโหขึ้นมาบ้างล่ะ


ควับ


ฮัคยอนเอี่ยวหน้าไปมองแทคอุนและพูดนิ่งๆว่า "อย่าเอาชั้นเข้าไปปนกับคนอย่างพวกนาย"


"เอ๋?" แทคอุนเจอคำพูดเย็นชาของฮัคยอนเข้าก็ถึงกับนึกคำไม่ออกทันที


"แค่แข่งวิ่งกันขำๆ ไม่เห็นต้องเอาจริงเลย" ฮัคยอนพูดจบก็หันกลับมาเดินต่ออย่างไม่อยากสนใจอะไรกับแทคอุนอีก


"พูดแบบนั้นมันก็เท่ากับประจานตัวเองเป็นคนขี้แพ้นะ" แทคอุนยังตามมาพูดราวีฮัคยอนไม่เลิก


กึก


ฮัคยอนได้ยินคำของแทคอุนก็เหลือกตาขึ้นอย่างเริ่มโมโหจริงจัง ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองแทคอุน พร้อมย้อมถามเสียงเย็นว่า "คนขี้แพ้งั้นเหรอ"


"ก็ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น ในการแข่งวิ่งผลัดรายการสุดท้าย เธอก็ต้องแสดงความสามารถที่มีออกมานะ ฮัคยอน" แทคอุนท้า


"เข้าใจแล้ว" ฮัคยอนรับคำท้า "ตั้งใจดูก็แล้วกันความสามารถของชั้น" พูดจบฮัคยอนก็เดินหนีออกไป


"ห้อง F เองก็จะทุ่มพลังออกมาเต็มที่เลย เธอคอยดูก็แล้วกัน" แทคอุนพูดไล่หลังฮัคยอนอย่างเอาจริงไม่คิดจะยอมแพ้ให้ฮัคยอนเห็น "แพ้ไม่ได้เด็ดขาด"


ที่จุดประจำที่การวิ่งผลัดรายการสุดท้าย


"ลุยเต็มที่เลยนะ แทคอุน" โซอีบอกกับแทคอุนอย่างให้กำลังใจ ตอนนี้พวกเขาทั้งคน (แทคอุน ฮงบิน โซอีและมิยอนเพื่อนนักเรียนหญิงอีกคน) ต่างก็ร่วมตัวกันอย่างเตรียมความพร้อมอยู่ที่สนาม


"ฮงบิน นายเป็นไม้แรก ก็ขอให้วิ่งอย่างเต็มแรงเลยนะ" แทคอุนบอกกับฮงบินอย่างเอาจริง


"จู่ๆ ก็คึกซะงั้น นายเนี่ย" ฮงบินทำเป็นแกล้งบ่นกับท่าทีเอาจริงเอาจังเกินไปของแทคอุน


"มิยอน เธอต้องเอาไม้มาส่งชั้นให้ได้นะ" แทคอุนไม่ได้บอกแค่ฮงบินแต่บอกกับทุกคนว่าต้องเอาจริงกันที่สุด


"อ่า แบบนี้มันกดดันไปนะเนี่ย" มิยอนบ่น ก่อนจะทำท่าจริงขึ้นพร้อมกับรับปากว่า "ไม่ต้องห่วง ชั้นจะทำมันอย่างเต็มที่ค่ะ"


"เยี่ยม"  พูดกับมิยอนเสร็จแทคอุนก็หันกลับมาหาคนที่จะเป็นชัยชนะของทีมว่า "โซอี เธอก็เต็มที่เลยนะ"


"อื้ม เชื่อใจเลย งั้นลุยกันเถอะ" โซอีพูดขึ้น แล้วทั้งสีคนก็กอดคอกันทำท่าบูมเชียร์ แล้วจากนั้นฮงบินก็เดินไปประจำที่


"ผู้วิ่งผลัดแรก เข้าประจำที่ได้" เสียงครูกรรมการเรียกผู้เข้าแข่งขัน


~การแข่งขันรายการสุดท้าย~

~คือการแข่งวิ่งผลัดของระดับชั้นปี 3 ครับ~


"ประจำที่...เตรียมพร้อม" 


ปัง


พรึ่บๆ


ทั้งหกคน หกสี หกห้อง ก็ออกตัววิ่งกันอย่างสุดพลัง


ตึก ตึก ตึก


แน่นอนว่าคนที่วิ่งนำโด่งก่อนใครเลยก็คือ สีแดง อีฮงบิน สุดหล่อแห่งชมรมบาส


"ไปเลยๆ อย่างนั้นแหละ ฮงบิน สู้เขาเพื่อนนนนน" แทคอุนร้องเชียร์อย่างสุดใจ


"ฮงบิน พยายามเข้า" เสียงเชียร์ดังก้องสนามของสีแดง


~ห้อง F เป็นห้องแรก ที่สามารถส่งไม้ให้ผลัดต่อไปได้สำเร็จ~


"เยี่ยม" แทคอุนกำมือขึ้นอย่างดีใจ


~ห้อง F นำโด่งมาเลยครับ แต่ห้อง A ก็ไล่ตามมาติดๆ~


"แทคอุนนนนน" มิยอนวิ่งร้องหาแทคอุนเสียงยาวมาพร้อมกับยื่นไม้ออกไปให้ด้วย


"เยี่ยมมากมิยอน" แทคอุนรับไม้จากมิยอนแล้วก็รีบออกตัววิ่งไปหาโซอีทันที


พรึบ 


แทคอุนตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเต็มพลัง


"แทคอุนนนนนนน" เสียงเรียกดังจากโซอีที่รออยู่ข้างหน้า



~จนถึงขณะนี้ ห้อง F ก็ยังคงขึ้นนำอยู่ครับ~



แบบนี้ชนะใสแหงๆ ฮะๆ


คนขี้แพ้ก็คือ ฮัคยอนนั่นแหละ 


คอยดูเถอะ คอยดูนะ


เอ๊ะ นั่นฮัคยอน....


ฮัคยอนกำลังยืนส่งยิ้มมาให้เรา...(ตาแทคอุนกลายเป็นรูปหัวใจไปแล้ว)


แทคอุนที่ตอนแรกวิ่งมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้มีชัย มาจนใกล้ถึงจุดผลัดไม้ 

จู่ๆ เขาก็เกิดสะดุกอากาศจนล้มม้วนตัวสามตลบ และไปหยุดอยู่ตรงปลายเท้าของใครสักคนเข้าพอดี


อั่ก


"ขอโทษนะโซ-...เฮือก!!!" แทคอุนรีบลุกขึ้นส่งไม้ให้(คนที่ตัวเองคิดว่าเป็น)โซอี  แต่ว่า พอเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนที่ตัวเองกลิ้งมาชน ก็เป็นอันต้องอ้างปากตาค้างอย่างตกใจไปเลย เพราะคนที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเขาคือ "ฮัคยอน...ไม่นะ!"



~แย่แล้วครับ จองแทคอุนจากห้อง F พลาดล้มกลิ้งและดันส่งไม้ผิดให้กับชาฮัคยอนห้อง A ไปซะแล้ว~


ฟิ้ว~ว


ฮัคยอนโยนไม้สีแดงที่แทคอุนให้ ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี  ก่อนจะขยับตัวยื่นมือออกไปดึงหูแทคอุนให้เข้ามาใกล้และก้มหน้าเข้าไปกระซิบพูดใส่หูแทคอุนชัดๆว่า "ซื่ อ บื้ อ"


"....." แทคอุนได้แต่อ้างปากค้างอยู่อย่างนั้น ไปไม่ถูกแล้วล่ะตอนนี้


โป๊ก


จู่ๆไม้สีแดงมันก็ล่วงมาใส่หัวแทคอุน อย่างซ้ำเติมความผิดพลาดที่น่าขายหน้าและอัปยศแก่สีแดงเป็นที่สุด


ปัดโธ่ อุส่าตั้งใจจะเอาชนะฮัคยอนให้ได้แท้ๆ แต่ตัวเองดันมาทำพลาดต่อหน้าเธอซะอย่างนี้ 


ผมเองสินะ คนขี้แพ้ ที่ไม่เอาไหนเสียเลย



"แทคอุน ทำอะไรของนาย รีบส่งไม้มา เร็วเข้า" โซอีร้องขึ้นเตือนสติแทคอุน


"โอ๊ะ เอานี่" แทคอุนรีบวิ่งไปเก็บไม้ที่หล่นที่พื้นขึ้นมาส่งให้โซอี เพื่อไปยังเส้นชัย 


"ไปล่ะ" โซอีได้ไม้แล้วก็ออกตัววิ่งเต็มพลัง


"ขอโทษนะ โซอี สู้เขานะ!!!!" แทคอุนตะโกนเชียร์สุดเสียง


"หึ" ฮัคยอนเหล่หางตามองแทคอุนและทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ ก่อนจะเตรียมรับไม้ผลัดจากเพื่อนสีเดียวกันที่วิ่งเข้าถึงพอดี


พรึบ


ฮัคยอนกำไม้สีฟ้าแน่นและวิ่งออกไปอย่างเต็มพลัง อย่างเอาจริงไม่คิดจะยอมแพ้ แม้ว่าโซอิจะวิ่งนำห่างไปไกลอยู่พอสมควรก็เถอะ


~ห้องF กับห้อง A กำลังสูสีกันเลยครับ~



แล้วนักเรียนทุกห้อง ทุกสี ก็พากันวิ่งแห่ตามลงมาเชียร์ผู้วิ่งผลัดไม้สุดที่กำลังจะถึงเส้นชัย โดยเฉพาะสีแดง และสีฟ้า ที่ตอนนี้มาออกันเต็มข้างสนามตรงเส้นชัยกันแล้ว



~ชาฮัคยอนจะสามารถคว้าชัย มาให้ห้อง A ได้สำเร็จรึไม่~



"โซอี โซอี" ทีมสีแดงต่างพากันตะโกนเชียร์โซอีกันอย่างแข็งขัน (เพราะโซอียังวิ่งนำอยู่)


ตึก ตึก


พรึบ


~สถานการณ์ตอนนี้ ห้อง A ยังพอมีโอกาสชนะอยู่ พวกเขามาถึงเส้นชัยแล้วครับ~



พรึบๆ


อยู่ๆสีแดงกับสีฟ้าที่มารอลุ้นเชียร์กันอยู่หน้าเส้นชัย ก็เกิดดันแย่งกันเข้ามาข้างหน้าเพื่ออยากจะดูชัดๆว่าใครจะเป็นที่ถึเส้นชยก่อน 


ปึก


อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็บังเกิดขึ้น ในเหตุการณ์ชุลมุนของเหล่าเด็กๆนักเรียนทั้งหลาย


แทคอุนที่ยืนเชียร์อยู่ด้านหน้าสุด ไม่ทันคิดระวังก็โดนคนด้านหลัง ดันกันมากระแทกเขาเข้าอย่างแรง จนร่างของเขากระเด่นเซถลาพุ่งเข้าไปขว้างทางลู่วิ่ง ที่ดันเป็นทางวิ่งของฮัคยอนพอดี


"อันตราย!!!"


เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งลง เมื่อฮัคยอนกับแทคอุนชนกันเข้าอย่างจัง จนร่างของทั้งสองคนล้มกลิ้งไปนอนกอดกันอยู่ที่พื้น ทามกลางวงล้อมของเพื่อนๆนักเรียน

ภาพเหตุการณ์ที่ทุกคนได้เห็นกันอยู่ในตอนนี้ คือแทคอุนนอนคล่อมทับอยู่บนร่างของฮัคยอน โดยที่มือข้างหนึ่งใช้ค้ำยันพื้นเอาไว้ แล้วมืออีกข้างก็ใช้มันลองศรีษะเล็กของฮัคยอนขึ้นจากพื้นเอาไว้แอบอกเพื่อป้องกันไม่ให้หัวกระแทก

ส่วนฮัคยอนที่นอนล้มอยู่ข้างล่างก็ได้แต่กอดแทคอุนเอาไว้แน่นด้วยความตกใจที่จู่ๆก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถึงเป็นอัจฉริยะก็ตั้งตัวไม่ทันนะแบบนี้


ตุบ


"นี่" ฮัคยอนทุบมือตีที่ไหล่กว้างของแทคอุนไปทีหนึ่ง อย่างนึกโมโหขึ้นมา "เป็นบ้าเหรอ จู่ๆพุ่งออกมาได้ไง อั่ก..." ฮัคยอนกำลังบ่นๆอยู่ ก็เกิดอาการเจ็บจุกขึ้นมา


"ฮัคยอน อ่า ขอโทษนะ เจ็บใช่มั้ย" แทคอุนรีบขยับพลิกตัวออกมาจากฮัคยอน และรีบประคองช้อนตัวฮัคยอนให้ลุกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ด้วยความเป็นห่วง(มากๆด้วย) 


โธ่เอ๊ย ดันทำให้เธอเจ็บตัวไปด้วยจนได้สินะ


"เฮ้ ยัยบ้าฮัคยอน ทำไมถึงได้ไปรับไม้จากแทคอุนแบบนั้น ห๊า" จู่ๆ โซอีก็เดินเข้ามาหาเรื่องฮัคยอนอย่างไม่สนใจดูสถานการณ์เลย  "แล้วเนี่ยอีก วิ่งหลบไปทางอื่นไม่เป็นเหรอ ถึงได้วิ่งชนแทคอุนอย่างนี้ ห๊า"


"โซอี หลบหน่อยสิ" แทคอุนบอกโซอีที่ยืนขว้างทางอยู่ให้หลบออกไป พร้อมกับดึงฮัคยอนขึ้นมาขี่หลัง แล้วพาเดินออกไปจากสนาม โดยไม่คิดจะแคร์สายตาใครจะมองมาว่ายังไง


ผมไม่สนใจหรอก


เพราะตอนนี้ผมเป็นห่วงฮัคยอนที่สุด



"เธอไม่ควรชนะหรอกแบบนี้น่ะ" โซอียังคงเดินตามมาต่อว่าฮัคยอนอย่างไม่ยอม


"พอเถอะ โซอี คนที่ผิดน่ะ มันคือชั้นนะ ไม่ใช่ฮัคยอนสักหน่อย" แทคอุนหันไปบอกให้โซอีหยุดหาเรื่องฮัคยอน


"มาเห่าเป็นหมาขี้แพ้ไปได้" ฮัคยอนบ่นออกมาเรียบๆ


"หา...!!!" โซอีทิ้งไม้เตรียมจะพุ่งใส่ฮัคยอนเต็มที่ แต่ว่า โคกับฮอนอูรีบมาดึงเอาไว้ทันก่อน


"พอเถอะน่า โซอี"



แล้วแทคอุนก็เดินแบกฮัคยอนออกไปจากสนาม ทามกลางสายตาของคนทั้งโรงเรียน โดยมีเหล่าบรรดาแฟนคลับที่จิ้นทั้งคู่อยู่ก็พากันออกมาถือป้ายยืนเชียร์กันสุดฤทธิ์


แล้วเสียงซุบซิบ ฮือฮา เกี่ยวกับทั้งสองคนก็ดังขึ้นทั่วสนาม


'กะแล้ว สองคนนั้นต้องมีอะไรแหงๆ'


'แทคอุน อิจฉานายว่ะ'


'คบกันอยู่จริงๆสินะ'


'โห่ ดูเป็นห่วงกันสุดๆ'


บลาๆๆ



แทคอุนเดินๆอยู่ก็พูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ว่า "นี่ ฮัคยอน"


"หือ?" ฮัคยอนเอียงหน้าไปหาแทคอุนอย่างรอฟังว่าจะพูดอะไร


"ขอโทษนะ เธอโดนทุกคนล้อเพราะชั้นอีกแล้ว" แทคอุนพูดเสียงเศร้าด้วยความรู้สึกผิดจากใจจริง


"อืม ก็โดนจนชินแล้วล่ะ" ฮัคยอนพยักพูดเสียงเรียบ แล้วจึงซบหน้าลงข้างใบหน้าแทคอุนเหมือนเดิม อย่างไม่อยากคิดอะไร ให้มันวุ่นวายใจไปมากกว่านี้


~จองแทคอุนให้ชาฮัคยอนขี่หลัง ไปห้องพยาบาลครับ~



'น่าอิจฉาอะไรอย่างนี้'



แทคอุนเดินไปยิ้มไปอย่างรู้สึกมีความสุข ที่ได้อยู่ใกล้ฮัคยอนแบบนี้


ส่วนฮัคยอนก็แค่เพียงซบหน้ากับแทคอุนอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้แทคอุนแบกตัวเองไปเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้แสดงสีหน้าออกอะไรมาเลยว่า ชอบหรือไม่ชอบ อะไรกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้


ตึกตัก


เสียงหัวใจที่เต้นดังของผม และเสียงหัวใจที่เต้นดังของฮัคยอน 


เป็นไปได้มั้ย ว่าอยู่ในตอนนี้


ที่หัวใจของเธอเต้นดัง 


นั่นเป็นเพราะผม







     


To be continued 




ปล.ถ้าไม่ได้วาดรูปประกอบฟิคเรื่องไหนแล้วมันจะรู้สึกแปลกๆ เดี๋ยวมันไม่ได้ฟิล 55555555555

ปล.2 วาดยังไม่เสร็จหรอก แต่อยากเอามาลง อ๋ายยยยยยยยยยยย



#KissLove_LeoN

@jielne



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น