Mischievous Kiss : Love LeoN

ตอนที่ 3 : Mischievous Kiss #03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

Mischievous Kiss  #03






เอี๊ยดด...


"ท้าดา~นี่เลยจ๊ะ" จิเอลเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วหันไปเรียกเชิญให้แทคอุนที่เดิมตามหลังมา ให้เข้ามาดูห้องที่เธอจัดตกแต่งเตรียมไว้ให้ ด้วยท่าทางกระตือรือร้น


"เป็นยังไงจ๊ะ ถูกใจแทคอุนรึเปล่า?" จิเอลถามขึ้นเมื่อแทคอุนเดินเข้ามาในห้องแล้ว


"..." แทคอุนยืนมองดูรอบๆห้องด้วยสีหน้าตื่นตะลึงอึ้งจนหาคำพูดไม่ได้


"เอ๋ ไม่ดีเหรอ แทคอุนไม่ชอบแบบนี้ใช่ไหม?" จิเอลถามขึ้นอย่างรู้สึกกังวลเมื่อเห็นว่าแทคอุนมีท่าทีนิ่งไป 


"...." แทคอุนเริ่มเดินไปดูของตกแต่งต่างๆในห้อง


"อ่า สงสัยว่าน้าคงตื่นเต้นมากไป เราก็รู้ว่าน้ามีแต่ลูกสาว...จิเอลพูดขึ้นอย่างรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย "แต่น้าก็อยากได้ลูกชายสักคน" 


แทคอุนหยิบเอาลูกบอลที่วางอยู่ในชั้นวางขึ้นมากอดไว้แล้วหันกลับไปพูดกับจิเอลว่า "ผมมีความสุขมากเลยครับ" 


"จริงเหรอจ๊ะ" จิเอลพูดขึ้นอย่างรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที พร้อมเดินเข้าไปหาแทคอุนใกล้ๆ


"ครับ เพราะว่าแม่ของผมเสียไปตั้งแต่ที่ผมยังเป็นเด็ก... พอเห็นทุกอย่างที่คุณทำไว้ให้แบบนี้ผมก็เลยรู้สึกคิดถึงแม่ขึ้นมาและผมก็รู้ตื้นตันใจมากๆเลยน่ะครับ" แทคอุนพูดด้วยความรู้สึกจริงจากข้างใน ความรู้สึกเหมือนได้อยู่กับแม่เลย


"น้าเองก็ดีใจจ๊ะ " จิเอลยิ้มรับอย่างยินดี แล้วจึงบอกให้แทคอุนมาดูของอีกอย่างที่เธอตั้งใจเตรียมไว้ให้ "แทคอุนมาดูนี่สิจ๊ะ"


"ครับ" แทคอุนเดินตามไปดูกับคุณน้าจิเอล


"นี่เลยจ๊ะ~~~" จิเอลเปิดตูเสื้อผ้าออกให้แทคอุนดูสิ่งที่เธอเตรียมไว้ให้


"ว้าวว สุดยอดเลย" แทคอุนขยับเข้าไปดูเสื้อผ้ามากมายที่แขวงอยู่เต็มตู้อย่างตื่นเต้นสุดๆ เพราะมีแต่แบบเท่ๆถูกใจเขาทั้งนั้นเลย


"เสื้อผ้าทั้งหมดนี่เป็นของแทคอุนนะจ๊ะ" จิเอลบอก "เลือกใส่ได้ตามใจชอบเลย"


"เอ๋?" แทคอุนหันกลับไปหาคุณน้าคนสวยอย่างรู้สึกเกรงใจและพูดว่า "แต่ว่าทำไมมันเยอะจังครับ"


"ไม่เยอะหรอกจ๊ะ ถือซะว่านี่เป็นของขวัญต้อนรับจากน้าเถอะนะจ๊ะ แทคอุน"


"ครับ^^"


ในขณะที่จิเอลและแทคอุนกำลังหัวเราะกันอย่างสนุกอยู่นั้นเอง


ตุบ


"ห้องนี้เคยเป็นของชิองมาก่อน" เสียงพูดนิ่งๆจากบุคคลที่สามก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะความสนุกของทั้งสองคน


"..." ทั้งสองคน แทคอุน และจิเอลแม่ของฮัคยอน ต่างหันไปมองฮัคยอนที่ตอนนี้เข้ามายืนกอดอกหลังพิงกำแพงอยู่ที่ประตูในห้องนี้ด้วยเหมือนกัน


"ต้องขอบคุณนายนะ เพราะนายทั้งโต๊ะและเตียงของชิองเลยย้ายไปอยู่ที่ห้องชั้นแล้ว..ห้องชั้นเลยรกไปหมด" ฮัคยอนพูดขึ้นมาเรียบๆ


"ทำไมลูกถึงมาทำลายบรรยากาศสนุกๆของเราอย่างนี้ล่ะ อย่าพูดในสิ่งที่ไม่จำเป็นสิจ๊ะพี่สาว" จิเอลหันไปดุฮัคยอนที่พูดจาออกมาไม่ดีอย่างนั้นต่อหน้าแทคอุน



เพราะงั้น...


'อย่างไรก็ตาม ชั้นเกลียดนาย' (คำพูดของชิองก่อนหน้านนั้น)




"แทคอุน ไม่ต้องไปกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้นนะจ๊ะ" จิเอลจับแขนปลอบใจแทคอุนและพูดอย่างนั้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่อ่อนโยน "คิดแค่ว่าที่นี่คือบ้านของแทคอุนก็พอนะจ๊ะ^^"


"ครับ" แทคอุนรีบยิ้มรับในความเมตตาและความเอาใจใส่ของจิเอลอย่างว่าง่าย


"ฮัคยอนจ๊ะ ลูกช่วยแทคอุนจัดของหน่อยได้ไหม" จิเอลหันไปบอกลูกสาวที่ยังคงยืนกอดอกพิงผนังข้างประตูห้องอยู่ตรงนั้นที่เดิมไม่ได้ไปไหน


"...." ฮัคยอนเพียงแค่หันไปมองแม่โดยไม่ได้พูดอะไร 


"เดี๋ยวแม่จะต้องไปเตรียมอาหารเย็นแล้ว" จิเอลหันกลับมาบอกแทคอุนแล้วหันกลับไปหาลูกสาวและบอกกับลูกสาวว่า "คืนนี้เราจะกินหม้อไฟกันนะ"


"...." ฮัคยอนก็ทำเพียงมองหน้าแม่เงียบๆไม่ตอบโต้ใดๆ


"แทคอุน ชอบกินหม้อไฟมั้ยจ๊ะ?" จิเอลหันกลับไปถามแทคอุนอีกครั้ง


แทคอุนคิดทวนคำถามของคุณน้าจิเอลอยู่แป๊ปหนึ่งก็ยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจแล้วพยักหน้ารัวๆพร้อมพูดว่า "ครับ ชอบมากครับ^^"


"เยี่ยมเลยจ๊ะ" จิเอลร้องขึ้นอย่างดีใจที่ได้ยินแทคอุนตอบอย่างนั้น  "เดี๋ยวเจอกันนะจ๊ะ" จิเอลหันไปบอกเด็กๆทั้งสองคนอย่างนั้นก่อนจะออกจากห้องไป



ความเงียบเกิดขึ้นทันทีที่คุณแม่คนสวยของฮัคยอนเดินออกจากห้องไป


แทคอุนค่อยๆวางลูกบอลที่ตัวเองถือไว้อยู่ตั้งแต่ต้นลงไว้บนเตียงก่อน อย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อต้องมาอยู่ในห้องนอนแบบนี้กันสองคนกับฮัคยอน


"เออ..." แทคอุนเหมือนว่าจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่ยอมพูดออกมา


"...." ฮัคยอนหันไปมองแทคอุนที่เหมือนว่ามีอะไรจะพูดกับตัวเองอยู่นิ่งๆ


"...." แทคอุนหลบสายตาฮัคยอนไปอย่างช่วยไม่ได้ ทำไมต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้ด้วยนะ


"อืม..." ฮัคยอนทำเสียงอ่อนแล้วยืดตัวขึ้นมาอย่างพร้อมที่จะเริ่มช่วยแทคอุนจัดของตามที่คุณแม่ขอ 


ฮัคยอนก้มลงไปเก็บกระเป๋าของแทคอุนที่ตัวเองถือขึ้นมาให้ก่อนหน้านั้นขึ้นมาตั้งใจจะเอาไปเก็บให้พร้อมพูดขึ้นมาว่า "ชั้นควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดี"


"ไม่เป็นไร ชั้นทำเองได้" แทคอุนพูดพร้อมทั้งรีบเข้าไปแย้งเอากระเป๋าใบนั้นออกมาจากมือฮัคยอน



ตุบ


เพราะรีบจนไม่ทันระวัง แทคอุนเลยทำกระเป๋าหลุดมือ จนของที่อยู่ข้างในเทกระจาดออกมาหมด และในจำนวนของต่างๆที่ถูกเทออกมานั้น ก็มีจดหมายรักที่แทคอุนเขียนให้ฮัคยอนด้วย


"อ้อ นั่นสินะ" ฮัคยอนหันไปจ้องหน้าแทคอุนตรงๆและพูดขึ้นมาว่า "ไม่มีเหตุอะไรที่ชั้นต้องช่วยนาย"


"...." แทคอุนจ้องมองฮัคยอนอย่างไม่พอใจก่อน แล้วจึงนั่งลงไปเก็บของที่มันหล่นกระจายอยู่บนพื้นนั้น เก็บใส่เข้าในกระเป๋าอย่างลวกๆ


"...." ฮัคยอนยืนมองดูแทคอุนเก็บของอยู่ตรงนั้นเงียบๆ แล้วสายตาของเธอก็มองไปเห็นจดหมายรักที่แทคอุนเคยเอามายื่นให้เมื่อวันก่อนอยู่แป๊ปหนึ่ง ก่อนมันจะถูกมือเรียวของแทคอุนเก็บมันยัดใส่กระเป๋าไป


"ไม่ว่านายจะอยู่ที่นี่หรือไม่อยู่ ชั้นก็ไม่ได้เดือนร้อนเลยสักนิด" ฮัคยอนพูดคำเย็นชาพวกนั้นขึ้นพร้อมทั้งเดินออกไปที่ประตูห้องด้วย


"...." แทคอุนเงยหน้าขึ้นมองตามฮัคยอนไปอย่างไม่มีคำโต้แย้ง


ฮัคยอนหันกลับมามองแทคอุนอีกครั้งและพูดทิ้งท้ายก่อนไปว่า "ขอแค่อย่ามาทำให้ชีวิตชั้นพังก็พอแล้ว"  


ปัง


เสียงประตูปิดลงจากมือฮัคยอนเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนสถานภาพของแทคอุนได้ดีที่สุด



"เลือดเย็น เลือดเย็นที่สุด" แทคอุนบ่นออกมาเมื่อได้อยู่คนเดียว "เลือดของยั่ยนั่น ทำมาจากน้ำแข็งรึไง"



นี่มันความน่าจะเป็นแบบไหนกัน 


ที่ผู้ชายคนหนึ่งต้องมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับผู้หญิงที่ปฏิเสธเขาไปเนี่ยนะ


นี่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรที่พิเศษหรือเปล่านะ


หรือว่า...



"เราไม่น่าต้องมาอยู่บ้านนี้..เลยจริงๆนะ" แทคอุนบ่นออกมาอย่างอ่อนล้าสุดๆ




-เช้าวันต่อมา-


ช่วงเช้าบนโต๊ะอาหารที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นของบ้างสกุลชา...


ติ่ง!


เสียงเครื่องปิ้งขนมปังดังขึ้น พร้อมๆกันขนมปังที่ปิ้งเสร็จก็เด้งขึ้นมา...


คุณแม่คนสวยของฮัคยอนรีบหยิบเอาขนมปังที่ปิ้งเสร็จขึ้นใสถาดขนมปัง แล้วเอาไปเสริฟให้ทุกคนที่โต๊ะอาหาร


"ขอโทษที่ทำให้รอนะจ๊ะ" จิเอลบอกออกไประหว่างที่เดินเข้ามาที่โต๊ะพร้อมถาดใส่ขนมปัง "แทคอุนน้าเอามาเพิ่มให้จ๊ะ"


"ขอบคุณมากครับ" แทคอุนพูดขอบคุณพร้อมทั้งหยิบเอาขนมที่ปิ้งเสร็จใหม่ๆออกมาจากถาดที่จิเอลถือมาให้ชิ้นหนึ่ง


"คุณยุนโฮล่ะคะ" จิเอลเดินเลยต่อไปหายุนโฮที่นั่งถัดจากแทคอุนไปด้วย


"อื้ม ขอบคุณครับ" ยุนโฮเองก็หยิบออกมาด้วยชิ้นหนึ่ง


"ยุนโฮนายชอบทานขนมปังเป็นอาหารเช้าไหม อยากทานข้าวรึเปล่า?" แจจุงถามอย่างเอาใจเพื่อน


"อื้ม ชั้นไม่เรื่องมากหรอก คราวต่อไปนายแวะไปที่ร้านชั้นสิ" ยุนโฮหันไปพูดกับแจจุงอย่างชักชวนว่า "จะกินเท่าไหร่ก็ได้ ต้องไปนะ"


"โอ้ พูดจริงนะ ยุนโฮ" แจจุงทำเสียงดีใจ และตอบเพื่อนว่า "ไปแน่ๆ ชั้นอยากกินซุปสูตรพิเศษของนาย"


แล้วจากนั้นเสียงหัวเราะอย่างถูกใจก็ดังขึ้นจากทั้งสองเพื่อนรัก


"แม่คะ" จู่ๆชิองก็หันไปถามแม่ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะข้างตัวเองว่า "พี่คนนี้ทำหน้าแปลกๆมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"


พอชิองพูดขึ้นมาแบบนั้นทุกคนก็พากันหันมามองที่แทคอุนทันที 


ยกเว้น ฮัคยอนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ต่างประเทศอยู่ถัดจากชิองอย่างไม่ได้สนใจใคร


"ไม่เอาน่า ชิอง" จิเอลพูดดุลูกคนเล็กอย่างไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศดีๆเสีย ชิองเลยยอมหันกลับไปจัดการกับอาหารเช้าของตัวเองต่อไป


"แทคอุน รู้สึกไม่ดีงั้นเหรอ?" ยุนโฮหันไปถามอาการลูกชาย


"โอ้ เปล่าครับ ไม่มีอะไร" แทคอุนเงยหน้ายิ้มบอกพ่อว่าไปต้องเป็นห่วง


"แทคอุน" แจจุงเรียกถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "เมื่อคืนหลับสบายดีไหม"


"ครับ^^"


"ต่อจากนี้ไป ที่นี่คือบ้านของเราแล้วนะ"


"ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ^^"


"จะเข้ามาเป็นลูกเขย เมื่อไหร่ก็ได้นะจ๊ะ" จิเอลบอก


"^^?" หา? คุณน้าพูดว่าอะไรนะ?


"แต่คุณจิเอล ลูกผมยังเรียนม.ปลายอยู่เลยครับ" ยุนโฮรีบหันไปบอก


"นั่นสิคุณ" แจจุงเองก็ด้วย


ส่วนจิเอลที่เป็นคนพูดเรื่องนั้นขึ้นก็แกล้งทำเป็นเฉยไม่รู้ไม่ซิ



พั่บ


"หนูขอตัวก่อนนะคะ" ฮัคยอนหันไปพูดกับคุณพ่อที่นั่งอยู่หัวโต๊ะข้างตัวเอง พร้อมพับหนังสือพิมพ์ลงเก็บไว้ที่เดิมด้วย


ฮัคยอนลุกขึ้นแล้วหันไปบอกคุณแม่ว่า "ขอบคุณสำหรับอาหารเช้าค่ะ"


"โอ้ ไปดีมาดีนะลูก" แจจุงบอกกับลูก


"ได้เวลาแล้วเหรอ แล้วข้าวกล่องล่ะลูก" จิเอลลุกขึ้นรีบตามออกไปเช็ดดูความเรียบร้อยให้กับลูกอย่างเช่นเคย


"แม่ทำเผื่อไว้ให้ทั้งพี่สาวและแทคอุนด้วยเลยนะจ๊ะ" จิเอลบอกกับลูกสาวแล้วเดินไปหยิบเอากระเป๋านักเรียนของแทคอุนที่วางอยู่ด้วยกันขึ้นมาแล้วหันไปเรียกแทคอุนว่า "แทคอุนจ๊ะ ในเมื่อลูกเรียนอยู่ที่เดียวกันก็เดินไปด้วยกันเลยสิจ๊ะ"


"ครับ" แทคอุนรีบยัดขนมปังปิ้งในมือให้หมด แล้วลุกขึ้นเดินออกไปหาคุณแม่ของฮัคยอนที่รออยู่ทางหน้าประตูทันที





-ระหว่างทางเดินไปโรงเรียน-


ตึก ตึก


แทคอุนรีบวิ่งตามหลังขึ้นไปให้หันฮัคยอนที่เดินอยู่ด้านหน้า


ตึก ตึก


แล้วแทคอุนก็วิ่งตามมาขึ้นมาจนได้เดินอยู่ข้างๆกับฮัคยอนในที่สุด


ได้เดินไปโรงเรียนด้วยกับแบบนี้....ฟินจังเลย ~~~~~



"นายช่าวย..." ฮัคยอนเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันไปมอง


"หืม" แทคอุนหันไปหาฮัคยอนด้วยรอยยิ้มสดใส


 "ช่วยเดินห่างๆชั้นหน่อยได้ไหม" ฮัคยอนบอก


"ทำไมล่ะ?" แทคอุนก็ยังคงปั่นหน้าซื่อถามต่อด้วยรอยยิ้ม


"ชั้นไม่อยากเดินกับผู้ชายที่มีเศษขนมปังติดไปทั่ว"


"...." แทคอุนได้ยินดังนั้นก็หยุดชะงัก รีบก้มมองดูสภาพของตัวเองทันที จากนั้นเขาก็รีบปัดพวกเศษขนมปังเล็กๆที่เกาะอยู่บนเสื้อออกไปให้หมดเกลี้ยง


พอหลังจากเช็คดีแล้วว่าตัวเองไม่มีเศษขนมปังหรือว่าอะไรติดอยู่แล้วก็รีบวิ่งตามขึ้นไปหาฮัคยอนที่เดินห่างออกไปไกลแล้วอีกครั้ง


ตึก ตึก 


ควับ (ฮัคยอนกลับหันมามองแทคอุนหน้านิ่งดุ)


กึก (แทคอุนชะงักค้างอยู่กับที่เพราะฮัคยอนหันมาด้วยท่าทางน่ากลัว)



"เดินให้ห่างจากชั้นสองเมตร" ฮัคยอนพูด(สั่ง)ขึ้น "ตามชั้นมาแล้วก็จำทางด้วยว่าไปโรงเรียนไปยังไง"


"...."


"แล้วก็ อย่าบอกใครเด็ดขาด ว่าเราอยู่บ้านหลังเดียวกันเข้าใจใช่ไหม"


"..."


"ที่โรงเรียนก็อย่ามาพูดกับชั้น" ฮัคยอนพูดกำชับสั่งเสียงเด็ดขาดเสร็จแล้ว ก็หันกลับไปเตรียมจะเดินต่อ


"ไม่เห็นจะต้องทำขนาดนั้นเลย" แทคอุนพูดขึ้นมาบ้างอย่างเหลืดอด


"เพราะชั้นไม่อยากมีเอี่ยวกับข่าวลือไร้สาระนั่นอีกแล้ว" ฮัคยอนบอกอย่างรำคาญโดยที่ไม่ได้หันมามองแทคอุน


"ไร้สาระงั้นเหรอ?" แทคอุนพูดทวนคำพูดของฮัคยอนอย่างข่มอารมณ์


"อย่างที่ว่าไปก่อนหน้า..." ฮัคยอนหยุดเดินแล้ว หันหน้าไปพูดให้ชัดๆกับแทคอุนอีกครั้งว่า "ผู้ชายสมองทึบอย่างนาย ชั้นเกลียดที่สุด"


แล้วฮัคยอนก็เมินหน้าเดินหนีจากแทคอุนไปอีกครั้ง 


แทคอุนก็ได้แต่เจ็บแค้นใจอยู่ตรงนั้นอย่างไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะสถานการณ์ของเขาตอนนี้มันยังไม่ใช่




ชั้นจะบ้าอยู่แล้ว (แทคอุนกรีดร้องขึ้นมาในใจอย่างสุดจะทน)


ไม่อย่างเชื่อเลยว่าชั้นจะตกหลุมรัก ผู้หญิงเลือดเย็นคนนี้มาตั้งสองปี


ชั้นจะทำให้เธอเสียใจที่พูดแบบนั้นกับชั้น


ช า ฮั ค ย อ น





-ห้อง F-


"ถึงช่วงตกนรกอีกแล้ว" เสียงบ่นขึ้นของนักเรียนปี 3 ห้อง F


"ทดสอบรัก"


"เอาล่ะ" เสียงครูประจำชั้นที่เขียนตารางสอบบนกระดานให้กับนักเรียนเสร็จก็หันหน้ากลับมาพูดกับนักเรียน "นี่เป็นตารางสอบปลายภาคสำหรับเทอมแรก"


"อะไรนะ" พอครูประจำชั้นพูดขึ้นมา เสียงโอดครวญของนักเรียนห้อง F ก็ดังขึ้นทันที


"เงียบหน่อย" ครูประจำชั้นบอกให้นักเรียบเงียบๆ


เหมือนว่าแทคอุนจะเป็นนักเรียนเพียงคนเดียวในห้องที่ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธการสอบเหมือนเพื่อนๆร่วมห้องคนอื่นๆ และแถมเขายังตั้งใจจดสิ่งที่ครูเขียนให้บนกระดานอีกด้วย


"ขอโทษนะครับ" แทคอุนยกมือขึ้นถามครูประจำชั้น


พรึบ (ทั้งครูประจำชั้นและเพื่อนร่วมห้องทุกคนก็พร้อมใจกันหันมามองที่แทคอุน)


"มีอะไรเหรอ จองแทคอุน เธอปวดท้องเหรอ" ครูประจำชั้นถามแทคอุน


"ผมมีคำถามครับ ภาษาอังกฤษที่ครูสอน ครูคิดแนวข้อสอบไว้หรือยังครับ?" แทคอุนลุกขึ้นถามครูประจำชั้นด้วยสีหน้าจริงจัง


"ว่าไงนะ?" ครูประจำชั้นทำหน้าแปลกใจ


"จะมีเนื้อหาของบทที่สามกับสี่มั้ยครับ" แทคอุนถามต่อ


"...." ครูประจำชั้นถึงกับนิ่ง 


เพื่อนๆในห้องต่างก็มองหน้ากันประมาณว่า หมอนี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?


"บ้าไปแล้ว" เพื่อนๆพากันว่าแทคอุนอย่างนั้นแล้วก็ต่างพากันหัวเราะล้อขำออกมากันใหญ่


"จริงจังชะมัด" เสียงล้อของเพื่อนๆ ไม่ได้ทำให้แทคอุนเสียความตั้งใจเลยสักนิด


"เงียบหน่อย" ครูประจำชั้นพูดขึ้นอีกครั้ง แล้วจากนั้นครูประจำชั้นก็ได้บอกกับแทคอุนเกี่ยวกับแนวข้อสอบที่แทคอุนถาม


แทคอุนมาร์คจุดที่คิดว่าสำคัญๆที่ครูจะออกข้อสอบไว้ เพื่อจะได้เอากลับไปทบทวนต่อที่บ้านอย่างตั้งใจ


"กลับบ้านกันเถอะ" วอนชิกเก็บกระเป๋าเสร็จก็รีบเดินเข้ามาหาแทคอุนที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะของเขาเพราะยังเตรียมหนังสืออยู่ยังไม่เสร็จ


"ทำอะไรน่ะ แทคอุน นายเปลี่ยนไปนะเนี่ย"  วอนชิกถามขึ้นมาอย่างไม่อยากเชื่อว่าคนที่นั่งเตรียมหนังสือสอบอยู่เนี่ย คือ จองแทคอุน เพื่อนของเขา


"ชั้นไม่ยอมยกโทษให้ชาฮัคยอน" แทคอุนขึ้น


"ดี พูดโดนใจมากแทคอุน" โซอีพูดขึ้นอย่างชื่นชม


"คราวนี้ชั้นเอาจริง" แทคอุนพูดอย่างมุ่งมั่น "จะสอบปลายภาคให้ได้คะแนนมากกว่า ชาฮัคยอน"


"...?" โซอีหันไปมองหน้าวอนชิก และวอนชิกก็หันไปมองฮงบิน ทุกคนหันหน้ามองกันและกันอย่างอึ้งๆกับสิ่งที่แทคอุนพูดออกมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งห้าคน (วอนชิก ฮงบิน โซอี ฮอนอู และโค) จะพากันหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างนึกขำ ตลกในความคิดที่เกินจริงของแทคอุน


"อะไรน่ะ พวกนายเองก็ยังขำฉันงั้นเหรอ" แทคอุนหันควับไปมองหน้าเพื่อนๆอย่างไม่พอใจ


"ตอนนี้ชาฮคยอนสอบได้ที่ 1 ตลอด" วอนชิกบอกกับแทคอุน


"สอบระดับประเทศ เธอก็ได้ที 1 ด้วยนะ" ฮงบินก็เตือนความจำให้แทคอุนอีกคน "นายเอาชนะเธอไม่ได้หรอก ฮะๆๆ"


"จริงด้วย" โซอี


"ไม่มีทางเลย" วอนชิก


"...." แทคอุนนิ่งเหมือนเริ่มจะคิดอะไรได้ แล้วพูดขึ้นว่า "งั้นชั้นก็จะมีชื่อติดบอร์ด ชั้นจะมีชื่ออยู่แผ่นเดียวกับฮัคยอนให้ได้" แทคอุนพูดอย่างมุ่งมั่น


"นายจะสอบให้ติดหนึ่งในร้อยงั้นเหรอ" ฮงบินทั้งพูดทั้งขำ


"ไม่มีทางหรอก เราอยู่ห้อง F นะ ลืมแล้วเหรอไง" วอนชิกว่า


"ใช่แล้ว เลิกพูดเล่นซะทีเถอะ" โซอีก้มหน้าลงไปพูดกับแทคอุนให้เลิกจริงจังซะที ก่อนจะพูดชวนแทคอุนว่า "ไปหาอะไรกินเติมพลังดีกว่า เร็วเข้า"


"ไม่" แทคอุนพูดปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมทั้งดึงแขนตัวเองออกจากมือโซอีที่กำลังจะลากเขาออกไปด้วยกันกลับมา แล้วพูดเสียงเข้มว่า "ประวัติศาสตร์น่ะมีไว้เปลี่ยน"


"....."


"ชั้นจะติดหนึ่งในร้อยให้ได้ แล้วก็มีชื่อของชั้นติดบอร์ด" แทคอุนทั้งพูดทั้งเก็บใส่กระเป๋าไปด้วย


"...."


"ชั้นจะทำให้ประวัติศาสตร์ห้อง F เปลี่ยนไป" แทคอุนหันไปมองหน้าเพื่อนทุกคนอย่างจริงจัง แล้วพูดขึ้นเสียงดังว่า "ขอตัวก่อนนะ"


พูดจบแทคอุนก็ลุกขึ้นแบกกระเป๋าพาดบ่าแล้วเดินเชิดออกไปจากห้องเรียน โดยไม่หันกลับมามองเพื่อนที่พากันยืนอึ้งค้างอยู่ข้างหลังอีกเลย


"แทคอุนเป็นอะไรไปเนี่ย"




-ช่วงมื้อเย็นที่บ้านสกุลชา-


บนโต๊ะอาหารเย็นวันนี้ที่เป็นเมนูอาหารอิตาเลี่ยนน่าอร่อยฝีมือจิเอลคุณแม่คนสวยของฮัคยอนเช่นเคย


"กินล่ะนะ" หลังจากคำพูดนั้นดังขึ้นพร้อมกันของสมาชิกทั้งห้าคน (ขาดยุนโฮคุณพ่อของแทคอุน) ทุกคนก็ลงมือทานอาหารในจานของตัวเองทันที


แทคอุนทำหน้าฟินทันทีเมื่อได้ทานสเต็กเนื้อแสนอร่อยของคุณน้าจิเอลเข้าไป (เพราะแทคอุนนั้นเป็นคนที่ชอบกินเป็นที่สุด ง่ำๆ) และคุณน้าจิเอลก็มีความสุขมากๆที่อาหารของเธอทำให้แทคอุนมีความสุขได้


"ตกลงว่ายุนโฮเปิดร้านอาหารแล้วใช่มั้ย" แจจุงถามขึ้น


"ครับ" แทคอุนหันไปตอบคุณอาแจจุงด้วยรอยยิ้มที่สดใส


"เป็นข่าวดีนะ แทคอุน" จิเอลพูด


"ใช่ครับ ขอบคุณทุกคนนะครับ" แทคอุนหันมองทุกคนและพูดขอบคุณออกมาจากใจ "ขอบคุณมากครับ"


"ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ" จิเอลพูดด้วยยิ้มยินดี แล้วจากนั้นทุกคนก็ทานอาหารกันต่อ


แทคอุนหันไปมองฮัคยอนที่นั่งทานอาหารเงียบๆอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาพินิจ


น่ารักชะมัด 


แทคอุนรู้สึกอย่างนั้นในยามที่ได้จ้องมองอริยาบถต่างๆของฮัคยอน



'ผู้ชายสมองทึบอย่างนาย ชั้นเกลียดที่สุด'


เ พ ล้ ง


ความคิดเพ้อฝันที่หลงใหลชื่นชมฮัคยอนของแทคอุนพังคลืนลงทันที เมื่อคำพูดแสนเย็นชาของฮัคยอนที่พูดกับเขาเมื่อเช้ามันดังย้อนเข้ามาในหัว จึงทำให้ใบหน้าที่เบิกบานอยู่เมื่อครู่ของแทคอุนต้องหดหู่ลงในทันที


แทคอุนสูดหายใจเข้าปอดลึกๆบอกตัวเองให้เลิกคิดเรื่องฮัคยอน แล้วกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารของตัวเองให้หมด


ยัดเข้าไปๆ อาหารแสนอร่อยของคุณน้าจิเอลนี่แหละ คือสิ่งที่ช่วยเติมพลังของเขาได้ดีที่สุด ง่ำๆ


"งั่บ" แทคอุนยัดคำสุดท้ายเข้าปากแล้วเก็บมีดเก็บส้อมลงไว้อย่างเรียบร้อยแล้วก็ยกมือขึ้นมาพูดคำขอบคุณ "ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะครับ"


"ไม่เห็นต้องรีบกินเลย" จิเอลพูดอย่างเป็นห่วง


"ใกล้สอบปลายแล้วครับ" แทคอุนหันไปบอกกจิเอล "ผมต้องรีบอ่านหนังสือครับ"


แทคอุนลุกขึ้นแล้วหันไปบอกทุกคนก่อนไปว่า "ขอตัวก่อนนะครับ"


"...." ฮัคยอนยังคงทำเมินเฉยทานอาหารของตัวเองต่อไปอย่างไม่สนใจ แต่ว่าก็แอบเหล่ตาไปทางแทคอุนตอนที่แทคอุนเดินออกไปอยู่นิดหนึ่ง อย่างคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาในใจ แล้วก็หันกลับไปสนใจอาหารของตัวเองต่อเหมือนเดิม




     

-ห้องแทคอน-


'แบบฝึกหัดเลขอย่างง่าย'


นั่นคือหนังสือที่แทคอุนกางมันอยู่ แทคอุนจ้องอ่านมันแต่ละหน้าอย่างจริงจัง


พั่บๆ (เสียงเปิดหนังสือหน้าถัด)

.


.


.


ตุบ 


แล้วหนังสือในมือของแทคอุนเล่มนั้นก็หล่นล่วงลงบนโต๊ะไปพร้อมๆกับแทคอุนที่หน้าตาเหมือนว่าวิญญาณของเขาได้หลุดออกไปจากร่างแล้วในตอนนี้


"อ่านไม่เข้าหัวเลย" แทคอุนพูดออกมาอย่างคนสติหลุด


ฟุบ


แล้วแทคอุนก็ฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะอย่างหมดแรง


.


.


.


พรึ่บ


แทคอุนเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งด้วยรอยยิ้มแห่งความหวังใหม่ที่เกิดขึ้น


"งั้นอ่านภาษาอังกฤษก่อนแล้วกัน" พูดแล้วก็หยิบเอาหนังสือภาษาอังกฤษขึ้นมาเปิดอ่าน 


"ภาษาอังกฤษๆ" แทคอุนทำหน้าทำตาให้มันสดชื่นเบิกบานในยามที่เขาเอาหนังสือมาเปิดอ่าน


"เอาล่ะ เริ่มจากตรงนี้เลย" 


อ่านๆ


อ่านๆ


อ่าน....อ่าน


ใบหน้าที่แช่มชื่นของแทคอุนค่อนๆดูแย่ลงเรื่อยๆ


"น่าจะฟังครูสอนให้มากกว่านี้" แทคอุนบ่นขึ้นมาอย่างเศร้าๆแล้วก็ปล่อยหนังสือลงอย่างหมดไฟอีกครั้ง


แต่ว่า จองแทคอุน ผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็กลับมากระตือรือร้นใหม่อีกครั้งอย่างไม่คิดยอมแพ้ ...แม้ว่าจะอ่านไม่รู้เลยสักอย่างก็เถอะ


"โอเค" แทคอุนค้นเอาดิกชันนารีออกมาเปิดหาศัพท์ พั่บๆ "C...."


ติ๊ก ติ๊ก


เสียงนาฬิกาแขวงดัง ติ๊กๆ ตอนนี้เวลาได้เดินมาถึงถึงสี่ทุ่มครึ่งแล้ว นับเป็นเวลากว่าสามชั่วโมงแล้วที่แทคอุนขึ้นมาอ่านหนังสืออยู่บนห้อง


"นี่มัน...หาว....ววว" แทคอุนเริ่มหาว เพราะอ่านหนังสือมากไป "เฮ้อ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปนะ อีกชาติหนึ่งก็ทำคะแนนติดหนึ่งในร้อยไม่ได้แน่"


แทคอุนบ่นขึ้นอย่างท้อใจในความไม่เอาไหนของตัวเอง



ก๊อกๆ


"แทคอุนจ๊ะ" เสียงเรียกของคุณน้าจิเอลดังขึ้นที่ห้อง


"ครับ" แทคอุนขานรับ


"ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมจ๊ะ"


"ครับ" แทคอุนตอบพร้อมรีบลุกจากเก้าอี้ออกไปเปิดประตูให้คุณน้าคนสวยที่มาเคาะประตูเรียกกลางดึก


เอี๊ยด...


"พักซะหน่อยมั้ย" คุณน้าจิเอลที่มาพร้อมของว่างเอ่ยบอกกับแทคอุนด้วยรอยยิ้มเช่นเคย


"ขอบคุณครับ" แทคอุนพูดขอบคุณเสียงร่าเริงด้วยเช่นกัน แล้วจากนั้นแทคอุนเชิญคุณน้าคนสวยเข้ามาข้างในและรีบไปหาเก้าอี้มาให้คุณน้านั่งด้วยความกระตือรือร้น


"ตามสบายจ๊ะ น้านั่งตรงนี้ได้...นี่จ๊ะ" คุณน้าจิเอลนำถาดของว่างที่เตรียมมาด้วยไปวางที่โต๊ะเตี้ยข้างเตียง อย่างไม่ถือสาเรื่องมากอะไร


"ขอบคุณครับ" แทคอุนที่กำลังจะยกเกาอี้ไปให้ ก็รีบวางเกาอี้ลงที่เดิมแล้วหันมาขอบคุณคุณน้าคนสวยอย่างสุภาพ ก่อนจะหยิบเอาหมอนลองนั่งที่อยู่แถวนั้น เดินเข้าไปนั่งที่พื้นพรมกับคุณน้าคนสวยที่โต๊ะเตี้ยข้างเตียง


"นี่จ๊ะ" คุณน้ารีบจัดแจงของว่างที่เตรียมมาให้แทคอุนทาน


"ทานแล้วนะคร้าบ" แทคอุนเช็ดมือจนสะอาดดีแล้วก็หยิบแซนวิชในจานขึ้นมา "ว้าว น่าทานมากเลย งั่บ"


"^^" จิเอลมอลแทคอุนกินแซนวิชของเธออย่างเอ็นดู


"อร่อยจัง" แทคอุนพูดด้วยสีหน้ามีความสุขที่ได้กินของอร่อย


"ดีใจจัง น้าฝันอยากทำอะไรแบบนี้มานานแล้ว" จิเอลพูดขึ้นด้วยความสุขใจที่ได้ทำหน้าของแม่


"เอ๋ แล้วฮัคยอนล่ะครับ" แทคอุนถามขึ้นอย่างนึกแปลกใจ


"พี่สาวเขาไม่อ่านหนังสือน่ะสิ" จิเอลบอกด้วยสีหน้าน้อยใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงลูกสาว


"ว่าไงนะครับ ฮัคยอนไม่อ่านหนังสืองั้นเหรอ" แทคอุนทำหน้าตกใจ


"อืม" จิเอลกดยิ้มพยักน้าขึ้นลงแทนคำตอบว่า ถูกต้องจ๊ะ


"แล้วตอนนี้ล่ะครับ?" ฮัยอนทำอไรอยู่ในตอนนี้


"เขานอนแล้วล่ะ" 


"เอ๊ะ?!" แทคอุนทำหน้าอึ้งกับสิ่งที่ได้รู้ แล้วหันไปมองผนังห้องที่กั้นระหว่างห้องเขาและห้องเธอ


พึ่บ


ภาพตัดไปหาฮัคยอนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงนอนสีเข้มไปเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนสามทุ่ม ร่วมถึงน้องสาวชิองที่อยู่ห้องเดียวกันก็หลับไปแล้วเช่นกัน


พึ่บ


กลับมาที่แทคอุนอีกครั้ง


"ฮัคยอนนี่เป็นอัจฉริยะใช่มั้ยครับ" แทคอุนยิ้มแห้งๆถามคุณน้าคนสวย


"ไม่รู้เหมือนกันว่ามันดีหรือเปล่า" จิเอลพูดด้วยสีหน้ากังวลอยู่ไม่น้อย


"ทำไมเหรอครับ"


"ไม่รู้จะพูดยังไง" จิเอลยกมือขึ้นท้าวคางหันมองไปทางอื่น แล้วพูดต่อด้วยสีหน้าและน้ำเสียเศร้าๆอย่างนึกห่วงลูกสาวคนโตว่า "แต่ถ้าพี่สาวยังเป็นแบบนี้ น้ากลัวว่าพี่สาวจะเสียของที่สำคัญไป"


"ฮัคยอนไม่เป็นไรหรอกครับ เธอมีครอบครัวที่อบอุ่นขนาดนี้" แทคอุยรีบพูดปลอบโยนคุณน้าด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ


"...." จิเอลหันมากมองหน้าแทคอุนด้วยสายตาซาบซึ้ง ก่อนจะยิ้มกว้างออกมาอีกครั้งพร้อมพูดว่า "ขอบใจนะ"



"^^ แหะๆ" แทคอุนยิ้มกว้างจนตาปิดและพยักหน้างึกๆ


"รู้แล้วล่ะ" จิเอลยกมือขึ้นมาแปะกันอย่างนึกอะไรบางอย่างได้ ก่อนจะหันไปเรียกแทคอุนด้วยความตื่นเต้นว่า "ฟังนะ แทคอุน"


"ครับ" แทคอุนรีบขานรับด้วยสีหน้าแววตาตื่นเต้นน่าสนใจด้วยเช่นกัน รู้สึกเหมือนจะมีอะไรสนุกๆเกิดขึ้นเลย


"อยากดู...อัลบั้มรูปตอนพี่สาวเด็กๆมั้ยล่ะ"



"โห..อยากครับ" โห เสียงตอบโคตรตื่นเต้นสุดๆ


"รออยู่นี่นะ เดี๋ยวหยิบมาให้ดู" จิเอลบอกเสียงร่าเริงพร้อมลุกออกไปด้วย แทคอุนเองก็ลุกขึ้นตามอย่างตื่นเต้นเก็บอาการไม่อยู่


หึๆ


พอจิเอลออกจากห้องไปหยิบของตามที่บอก แทคอุนที่อยู่รอในห้องก็ถอยหลังกลับมานั่งรอที่เดิม ด้วยสีหน้ายิ้มๆแบบเริ่มนึกจินตรนาการถึงภาพวัยเด็กของฮัคยอยไปล่วงหน้า


"อัลบั้มรูป ฮะๆ" แทคอุนพูดขึ้นเพ้อๆ " ฮัคยอนหลับปุ๋ยไปแล้ว ฮะๆ"



-ครู่ต่อมา-


พึ่บๆ


อัลบั้มหรูเล่มใหญ่หลายเล่มถูกนำมาวางกองบนเตียงของแทคอุนโดยคุณแม่คนสวยของฮัคยอน


"นี่จ๊ะ มาดูกัน~" จิเอลเรียกแทคอุนให้เข้ามานั่งดูอัลบั้มรูปที่เธอออกไปเอามาให้ดู


"งั้นผมขอเริ่มจากเล่มนี้นะครับ" แทคอุนดึงเอาอัลบั้มรูปเล่มที่อยู้ข้างล่างขึ้นมาเปิดดูเป็นเล่มแรก


พั่บ


"วู้วววว หุๆ" พอเปิดหน้าแรกดูแทคอุนก็ร้องอย่างถูกใจเสียแล้ว "เยี่ยมเลย~"


"น้านี่ถ่ายรูปเข้าขั้นโปรเชียวนะ" จิเอลพูดชมตัวเอวอย่างอดไม่ได้ พร้อมทำท่ายกกล้องขึ้นมากดถ่ายรูปเป็นท่าประกอบอย่างสนุกอีกด้วย "น้าชอบมากเลย"


"^^" แทคอุนก็มองตามอย่างสนุกไปด้วย


"อ่า แต่ไม่ค่อยมีภาพใหม่ๆเลยนะจ๊ะ พี่สาวไม่ชอบถ่ายรูปน่ะ ชิองก็เลียนแบบพี่สาว แล้วก็ไม่อยากถ่ายเหมือนกัน" จิเอลพูดบ่นออกมา "น้าล่ะคิดถึงตอนได้ถ่ายรูป"


"ฮัคยอนหน้าตาน่ารักตั้งแต่เด็กเลยนะครับ" แทคอุนพูดชมขึ้นด้วยรอยยิ้มและแววตาชื่นชม


"...." จิเอลมองแทคอุนที่พูดออกมาอย่างนั้น ด้วยสีหน้าคาดไม่ถึง...


พั่บ


"โอ้ ผมจำรูปนี่ได้ครับ" แทคอุนพูดถึงรูปฮัคยอนในวันปฐมนิเทศตอนขึ้นปี 1


จากนั้น แทคอุนก็ไล่ดูทีละรูปอย่างตั้งใจ แทคอุนลูบปลายนิ้วเรียวของเขาไปที่รูปของฮัคยอนด้วยแววตาชื่นชม แล้วห้วนนึกย้อนคืนไปถึงวันแรกที่เขาได้เห็นฮัคยอนเป็นครั้งแรก



'..ได้รับคำชมจากรุ่นพี่ ทำให้ชั้นดีใจมาก' 


คำพูดส่วนหนึ่งของฮัคยอนที่ได้เชิญขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์ตอนเข้าเรียนปี 1 ของโรงมัธยมปลายคังซอ


พอได้คิดถึงวันนั้นแล้ว แทคอุนก็อดยิ้มออกมาอย่างปลาบปลื้มไม่ได้


จิเอลที่แอบมองสังเกตดูอาการของแทคอุนมาตั้งแต่ต้นก็เริ่มเดาความรู้สึกข้างในของแทคอุนที่มีต่อฮัคยอนลูกสาวคนโตของเธอได้แล้วในตอนนี้

และแน่นอนว่า ถ้าเป็นจริงอย่างที่เธอคิดไวอยู่ล่ะก็...มันก็เข้าทางเธอเลยล่ะ



พั่บ


ถัดจากรูปวันปฐมนิเทศ ก็เป็นรูปฮัคยอนตอนกำลังแข่งยิงธนู


เวลาที่ฮัคยอนใส่ชุดกิโมโนในเวลาแข่งยิงธนูแบบนี้ ...ช่างงดงามอะไรอย่างนี้


รู้สึกตกหลุมรักฮัคยอนอีกแล้วสิ



พั่บ



"หูวววว ยังเด็กอยู่เลย" แทคอุนพูดขึ้นกับรูปในอัลบั้มเล่มใหม่


พั่บ


"เอ๋?" พอเปิดไปอีกหน้าก็เห็นแต่รูปเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักคนหนึ่งที่ยิ้มให้กล้องอย่างร่าเริง


พั่บ


"หือ?" เปิดหน้าถัดไปอีกก็ยังเป็นรูปของเด็กผู้ชายคนเดียวกันอยู่อีกเหมือนกัน


"เด็กผู้ชายคนนี้เป็นใครเหรอครับ?" แทคอุนถามขึ้นอย่างอดสงสัยไม่ได้


"คนนี้...พี่สาวจ๊ะ" จิเอลขยับเข้าไปตอบแทคอุนใกล้ๆอย่างนึกสนุกและตื่นเต้นที่ได้บอกความลับอันสำคัญแก่แทคอุน


"เป็นไปไม่ได้!" แทคอุนอุทานขึ้นอย่างตกใจ "ห๊ะ!!!"


"น่ารักจัง~" จิเอลมองรูปลูกสาวคนโตตอนเด็กที่ถูกแต่งตัวให้เป็นเด็กผู้ชายแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ 


"น้าอยากมีลูกชายน่ะ น้าเลยคิดว่าคนนี้จะเป็นผู้ชาย เลยซื้อแต่เสื้อผ้าเด็กผู้ชายไว้" จิเอลเล่าความจริงให้แทคอุนฟัง "แล้วก็เลยเถิดไปใหญ่ หึๆๆ"


"หึๆๆ" แม้แต่แทคอุนที่ได้รู้ความจริงเรื่องนี้ก็หัวเราะตามออกมาด้วย อย่างอดขำไม่ได้


"เพราะแบบนั้น...มันเลยมีแบบนี้ด้วย" จิเอลพูด


"หึๆ" แทคอุนก็ยังคงดูไปขำไป


"โอ๊ะ! นี่น้าบอกแทคอุนคนแรกเลยนะ" จิเอลพูดอย่างนึกขึ้นได้ "ไม่เคยบอกชิองด้วย พี่สาวบอกน้าว่าอย่าเล่าให้น้องฟังเด็ดขาด เก็บไว้เป็นความลับเลยนะ"


จิเอลหันไปขอร้องกับแทคอุนให้เก็บความลับเรื่องนี้เอาไว้


"หึๆ ได้ครับ" แทคอุนหันไปตอบตกลงกับคุณน้าพร้อมทำมือ โอเค ด้วยใบหน้าที่ยิ้มๆอย่างสนุกสุดๆ


"งั้นก็..." จิเอลพูดขึ้นก่อนจะเอาอัลบั้มรูปออกมาจากแทคอุน แล้วดึงเอาหนึ่งรูปจากในนั้นออกมา ยกขึ้นโชว์ให้แทคอุนดูแล้วพูดว่า


"น้าจะให้รูปนี้แทคอุนเพื่อจะได้เก็บไว้เป็นความลับ"


"อ่า จริงเหรอครับ ขอบคุณครับ ฮะๆ" แทคอุนพูดอย่างตื่นเต้นพร้อมรับเอารูปสำคัญนั้นมาเก็บไว้ด้วยความดีใจสุดขีด ฮะๆ


"อืม~น่ารักจัง" แทคอุนพูดกับรูปที่ได้รับมา







-เช้าวันต่อมา-


ที่โต๊ะอาหารแสนอบอุ่นของบ้านสกุลชา สมาชิคทุกคนยกเว้น ฮัคยอนที่พึ่งจะเดินลงมาจากชั้นบนเข้ามาที่ห้องอาหาร ที่มีทุกคนกำลังนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา


"อุ...คิกๆ" แทคอุนที่พอเห็นหน้าฮัคยอนที่เดินหยิบหนังสือพิมพ์เข้าที่โต๊ะอาหารด้วยท่าทางนิ่งๆเงียบๆเหมือนปกติทุกวัน ก็อดที่จะนึกขำ...ขึ้นมาไม่ได้


"โอ้ อรุณสวัสดิ์" ยุนโฮเอ่ยทักทายฮัคยอนขึ้นก่อนใคร


"อรุณสวัสดิ์ค่ะ" ฮัคยอนทักทายตอบทันทีตามมารยาท


"นั่งสิๆ" จิเอลกวักมือเรียกลูกสาวคนโตให้เข้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วนกัน


"อรุณสวัสดิ์~^^" แทคอุนหันหน้าไปทักทายฮัคยอนด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่อารมณ์มาก(เกิน)เป็นพิเศษ


"...." ฮัคยอนหันไปจ้องแทคอุนนิ่งอย่างรู้สึกแปลกใจทันที อะไรของเขาน่ะ ปกติไม่เคยทักทายเลยนี่น่า


"^^" แทคอุนหันไปมองทางอื่นแล้ว แต่ว่าก็ยังอดขำไม่ได้ เขาเก็บอาการที่รู้สึกต่อฮัคยอนไม่อยู่เลย


คลืด..


ฮัคยอนเลิกสนใจท่าทางแปลกๆนั้นของแทคอุนแล้ว จึงเลือนเก้าอี้ออกมานั่งลงทานอาหารเช้า


"อึก...หึๆ" แต่แทคอุนก็ยังไม่เลิกแสดงท่าทางประหลาดๆนั้นอยู่ดี 



แทคอุนกลั้นขำจนทานอาหารไม่ได้



"เป็นอะไรไป แทคอุน ไม่สบายเหรอ?" ยุนโฮหันไปถามลูกชายอย่างอดไม่ได้ เป็นอะไรอีกล่ะเนี่ยเจ้าลูกคนนี้


"...." แทคอุนนิ่งตั้งสติแล้วหันไปหาพ่อ แล้วส่ายหัวปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไร ยังสบายดีทุกอย่าง "ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ"


"สงสัยอ่านหนังสือจนบ้าไปแล้ว" ชิองพูด


"...." แทคอุนมองหน้าชิองก่อนจะเหล่สายตามองไปหาฮัคยอน แล้วจากนั้น อาการอยากระเบิดหัวเราะออกมาดังๆมันก็กลับขึ้นมาอีกรอบ


หึๆ ไม่ได้ๆ นายต้องห้ามขำออกมาเด็ดขาดนะ จองแทคอุน ฮะๆๆ



"...." ฮัคยอนละสายตาออกจากหน้าสือพิมพ์ที่กำลังอ่าน ขึ้นมองไปทางแทคอุนนิ่งๆอย่างสงสัย


หมอนี่ดูไม่ปกติเลยสักนิด







-โรงเรียนมัธยมปลายคังซอ-



"ผู้คนต่อสู้กันอย่างไร้ความหมาย สงครามกลางเมืองของอเมริกา ปี 1861 ...มีการปลดปล่อยทาส ปลดปล่อยทาส ปี 1863 ...ปี 1863 ...ปี 1863 ...เลิกทาส ปี 1863 เลิกทาส ...ผู้คนปลดปล่อยทาสอย่างไร้ความหมาย" เสียงท่องจำของแทคอุนที่นั่งท่องจำอยู่ที่ที่นั่งของเขา


"แทคอุน เอาจริงเหรอเนี่ย" ฮงบินเดินเข้ามาพูดด้วย


"ปลดปล่อยทาสๆ" แทคอุนท่องจำอย่างจริงจังไม่ได้สนใจเสียงของใคร 


เห็นแบบนั้นฮงบินกับวอนชิกจึงยอมพากันถอยออกไปนั่งที่ตัวเอง แต่ว่าก็ยังคงหันมาสนใจดูเพื่อนที่ตั้งใจท่องหนังสืออย่างขมักเขม้นอย่างห่วงๆอยู่ดี



"อันต่อไป คลองสุเอซ 1869"  แทคอุนเริ่มท่องจำข้อถัดไป


สวบ


"นี่ แทคอุน ตอนนี้นายไปพักอยู่ที่ไหน?" โซอีที่เฝ้ามองแทคอุนอยู่นานแล้ว ก็ตัดสินใจเข้ามาถามเพื่ออยากหาเรื่องคุยกับแทคอุนบ้าง


"คลองสุเอซ ปี 1869 คลองสุเอซ...ปี 1869 คลองสุเอซ.." แทคอุนไม่ได้สนใจอะไรรอบตัวเลยนอกจากการท่องจำ


โซอียื่นมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้าแทคอุนก็ไม่รู้สึกอะไรเลย


"บ้าไปแล้วแหงๆ" โซอีบ่นออกมาอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อแล้ว



"คุณจองแทคอุน" เสียงเรียกชื่อแทคอุนดังขึ้นที่ประตูหน้าห้อง


"..?!" น้ำเสียงเรียกขึ้นนิ่งๆนั้นทำให้แทคอุนสะดุ้งหลุดออกมาจากโลกท่องจำของเขาได้อย่างทันทีเลย


พลวด


ควับ


แทคอุนเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วหันควับไปมองหาต้นเสียงเรียกเมื่อตะกี้ทันที


ควับๆๆๆ


และเพื่อนร่วมห้องที่อยู่เกือบครบทุกคนในห้องต่างก็รีบหันไปมองตามทิศทางมองของแทคอุนอย่างพร้อมเพียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย


แล้วทุกคนในห้อง F ก็พูดขึ้นมาพร้อมกันด้วยความคาดไม่ถึงว่า


"ชาฮัคยอน?!"



"...." ฮัคยอนไม่ได้สนใจอะไร เพียงแค่ยืนรอแทคอุนอยู่ตรงนั้นนิ่งๆ


"กล้าโผล่หน้ามาหาแทคอุนได้ไง" โซอีพูดอย่างเอาเรื่องพร้อมทำท่าจะเดินออกไปหาฮัคยอนด้วย แต่ว่าถูกโครั้งแขนห้ามไว้เสียก่อน


"คุณจองแทคอุน หยิบกระเป๋าแล้วตามชั้นมา" ฮัคยอนพูดกับแทคอุนโดยไม่ได้คิดจะสนใจคนอื่นเลยแม้แต่นิด



"ได้ครับ" แทคอุนพยักหน้ารับทราบอย่างมึนๆงงๆ เพราะยังรู้อึ้งช็อคที่เห็นฮัคยอนมาหาตัวเองถึงห้องเรียนแบบนี้


เมื่อเห็นว่าแทคอุนรับทราบแล้ว ฮัคยแนก็หันหลังเดินนำออกไปก่อนทันที


แทคอุนหันไปหยิบกระเป๋าตัวเองแล้วรีบเดินตามฮัคยอนออกไป


"หยิบกระเป๋างั้นเหรอ" โซอีพูดขึ้นกับแทคอุนที่กำลังเดินออกไป "เอาไปด้วยเหรอ?"


"ทำไมเนี่ย?" วอนชิกพูดตามหลังแทคอุน


"อะไรกัน?" ฮงบินก็นึกสงสัยไม่ต่างกัน


"ห๊ะ?!  เป็นไปไม่ได้ ชาฮัคยอน..." โซอีทำเสียงตกใจขึ้น "เปลี่ยนใจแล้วก็อาจจะขอเดทกับแทคอุน?!"


"ห๊ะ! เป็นไปไม่ได้!" วอนชิกกับฮงบินมองหน้ากันแล้วพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างไม่เชื่อเด็ดขาด


แล้วก็เป็นโซอีที่อดห่วงแทคอุนไม่ไหว ก็รีบวิ่งออกจากห้องเพื่อจะตามไปดูแทคอุนกับฮัคยอนเพื่อความแน่ใจทันที






ฮัคยอนพาแทคอุนออกมาที่มุมระเบียงทางเดินที่เงียบๆไม่มีใครผ่าน


"มีอะไรเหรอ?" แทคอุนถามขึ้น


"ก็นี่ไง แม่ชั้นใส่สลับกันน่ะสิ" ฮัคยอนเอากระเป๋าที่สะพายอยู่ลงมาเปิดหยิบเอาห่อกล่องข้าวกลางวันของแทคอุนออกมาให้แทคอุน


"โอ้! จริงด้วย" แทคอุนเห็นอย่างก็รีบเอากระเป๋าออกมาหยิบห่อกล่องข้าวที่สลับกันคืนให้ฮัคยอนทันที


"เรื่องแบบนี้นะ ถ้าคนในห้องนายมาเห็นเข้าละก็ ได้วุ่นวายแน่ๆ" ฮัคยอนบ่นขึ้น "ลำบากตั้งหลายอย่าง เรียนที่เดียวกันยิ่งวุ่นวายไปอีก"


"...." แทคอุกดยิ้มอย่างข่มอารมณ์ที่ได้ยินฮัคยอนบ่นออกมาอย่างรำคาญแบบนั้น


"ใช่" แทคอุนตั้งสติแล้วหันไปพูดกับฮัคยอนบ้าง 


"....." ฮัคยอนหันมามองแทคอุนด้วยสายตานิ่งๆที่ดูเย็นชาสุดๆ


"เธออาจใส่ชุดนักเรียนของชั้นมาเรียนก็ได้เนอะ" แทคอุนพูดขึ้นมายิ้มๆอย่างจี้จุด


"ชั้นจะไปใส่ชุดนักเรียนของนายทำไม" ฮัคยอนตอบกลับนิ่งๆแต่ลึกๆก็นึกเอะใจอยู่ว่าแทคอุนพูดอย่างนั้นทำไมกัน


"ตอนเด็กๆก็ใส่กางเกงนี่^^" แทคอุนพูดด้วยรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า


"...." ฮัคยอนเริ่มมองแทคอุนอย่างระแวงมากขึ้น


แทคอุนก้มไปค้นหาอะไรบางอย่างที่เขาเก็บซ่อนมันเอาไว้ในกระเป๋า


"ทาด้า~~" แทคอุนหยิบรูปที่ได้มาเมื่อคืนนี้ โชว์ขึ้นให้ฮัคยอนได้เห็นมันอย่างชัดๆ


"อ๊ะ! ทะ ทำไมนายมีรูปนี้?!" ฮัคยอนพูดเสียงติดขัดทั้งยกมือที่สั่นเทาชี้ไปที่รูปตัวเองที่อยู่ในมือแทคอุน อย่างช็อคสุดๆ


"แม่เธอให้ชั้นมาน่ะสิ" แทคอุนมองรูปและตอบฮัคยอนด้วยสีหน้าแห่งความสุข


"เฮ้อ....ทำไมแม่ชั้นทำแบบนี้" ฮัคยอนบ่นออกมาอย่างทำอะไรไม่ได้ ก่อนจะแบมือออกไปขอรูปนั้นคืน "เอาคืนมาเลย"


"จ้างให้ก็ไม่คืน" แทคอุนปฏิเสธทันควัน


"เอามา!" ฮัคยอนขึ้นเสียงใส่


"ไม่ให้!" แทคอุนก็ขึ้นเสียงใส่คืนอย่างไม่ยอม "เธอชอบมาแกล้งชั้น ทีนี้ก็ตาชั้นบ้างล่ะ"


แทคอุนหันหลังหลบจากมือเล็กของฮัคยอนทีเอื้อมเข้ามาหวังจะแย้งเอารูปคืน

แทคอุนจัดการยัดรูปใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อข้างในเพื่อจะได้ปลอดภัยจากฮัคยอน เพราะแน่นอนถ้ารูปอยู่ตรงนี้ ยังไงซะฮัคยอนก็ไม่กล้าเข้ามาล่วงมันออกไปหรอก


"...." ฮัคยอนทิ้งแขนลงแล้วถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ ที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้


"อัจฉริยะก็มีจุดอ่อนเหมือนกันนะเนี่ย" แทคอุนหันหน้ามาพูดล้อฮัคยอน ที่ยืนหงุดหงิดอยู่ข้างหลัง


"มาขู่กันเหรอเนี่ย" ฮัคยอนเมินหน้าหนีและพูดขึ้นอย่างงอนๆ


"คืนให้ก็ได้" แทคอุนพูดขึ้น "แต่มีข้อแม้..."


"...." ฮัคยอนหันกลับไปมองแทคอุนอีกครั้ง โดยที่ยังคงวางท่านิ่งๆ เชิดๆ ของเธอเหมือนเดิม


"หนึ่งอาทิตย์ก่อนสอบปลายภาค เธอต้องมาติวหนังสือให้ชั้น" แทคอุนบอก


"ติวหนังสืองั้นเหรอ?" ฮัคยอนถามย้ำ ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ


"อืม" แทคอุนพยัก


"ให้นายเนี่ยนะ?" สีหน้าของฮัคยอนแบบไม่อยากเชื่อสุดๆ


"อื้ม เอาแบบนี้แล้วกัน ทำให้คะแนนชั้นติดหนึ่งในร้อย แล้วจะคืนรูปให้" แทคอุนพูดอย่างชัดเจนถึงความต้องจริงๆของตัว


ควับๆ


ฮัคยอนส่ายหัวไปมาอย่างไม่เอาหรอก แบบนี้ยังไงก็ไม่ไหว


"ไม่เอาหรอก" ฮัคยอนปฏิเสธพร้อมหลังให้เตรียมท่าจะเดินหนี แต่แทคอุนก็รั้งเอาไว้


"ทำไมล่ะ" แทคอุนถาม


"สิ่งสำคัญก็คือประเมินความเป็นไปได้" ฮัคยอนบอกโดยที่ยังหันหลังให้อยู่


"หะ...มันคืออะไรเหรอ?"  แทคอุนถามอย่างไม่เข้าใจ


ควับ


"ทำในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้นี่ มันเสียเวลาเปล่า" ฮัคยอนหันหน้ากลับมาพูดหน้าเหวี่ยงใส่แทคอุน


"เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้คนโง่อย่างนายทำคะแนนติดหนึ่งในร้อย!" พูดรัวรวดเดียวจบฮัคยอนก็ก้าวเท้าผ่านหน้าแทคอุนเพื่อจะได้หนีออกไปให้พ้นๆจากตรงนี้ซะที


"โอ้ งั้นชั้นจะเอารูปให้ทุกคนดู~" แทคอุนเอารูปขึ้นมาขู่อีกรอบ


"เฮ้! เดี๋ยวๆ" ฮัคยอนร้องขึ้นแล้วรีบหันกับมาดึงแขนแทคอุนเอาไว้อย่างขอร้อง


"ครับ^^" แทคอุนยิ้มขึ้นอย่างมีชัย


"เข้าใจแล้ว" ฮัคยอนยอมพูดออกไปอย่างไม่มีทางเลือก "จะติวให้ตอนกลางคืนหนึ่งอาทิตย์ เริ่มวันนี้เลย"


"ได้ครับ^^" 


"แต่ว่า ชั้นจะเข้มงวดมากเลยนะ" ฮัคยอนทำหน้าจริงจัง


"...." แทคอุนหุบยิ้มลงอยางนึกเสียวสันหลังขึ้นมาแปลกๆ


"คนที่ติดหนึ่งในร้อยส่วนมากจะเรียนห้องA กับห้องB ถ้าเกิดนายทำได้ขึ้นมาเนี่ย ปาฏิหาริย์เลยนะ" ฮัคยอนยังคงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง


"อืม" แทคอุนเม้นปากแน่นและพยักหน้าให้ฮัคยอนอย่างเข้าใจ และจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาดด้วย


"งั้น เย็นนี้เจอกัน" พูดทิ้งท้ายแค่นั้น แล้วฮัคยอนก็หันหลังเดินจากไปทันที (รอบนี้ไปจริงๆ)







To be continued 





ปล.ถ้าไม่ได้วาดรูปประกอบฟิคเรื่องไหนแล้วมันจะรู้สึกแปลกๆ เดี๋ยวมันไม่ได้ฟิล 55555555555

ปล.2 วาดยังไม่เสร็จหรอก แต่อยากเอามาลง อ๋ายยยยยยยยยยยย



#KissLove_LeoN

@jielne



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น