Mischievous Kiss : Love LeoN

ตอนที่ 2 : Mischievous Kiss #02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

Mischievous Kiss  #02



 

-ระหว่างช่วงพักเที่ยงที่ห้อง F-


"นี่แทคอุน~อันนี้อร่อยนะ ลองทานดูสิ" โซอีแบ่งไข่ม้วนของเธอให้แทคอุนทานบ้าง


"อื้ม ขอบใจนะ โซอี" แทคอุนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เธออย่างน่ารักแทนคำขอบคุณ "งั้นชั้นของทานล่ะนะคร้าบบ"


"เป็นไงอร่อยมั้ย?" โซอีรีบถามอย่างตื่นเต้นทันทีหลังจากที่แทคอุนได้ทานไข่ม้วนของเธอแล้ว


"อื้ม อร่อยมากๆ" แทคอุนบอกด้วยสีหน้าสุดฟิน เพราะว่ารสชาติมันอร่อยจริงๆอย่างที่ว่า


"ข้อดีข้อเดียวของโซอีก็คือทำอาหารอร่อย" ฮงบินพูดพร้อมทั้งเนียนยื่นตะเกียบตัวเองไปคีบเอาไข่ม้วนจากในกล่องข้าวของเธอออกมากินหน้าตาเฉยอีกด้วย


"หา ข้อเดียวหรอ?" โซอีตีคิ้วยุ่งมองหน้าฮงบินอย่างเอาเรื่อง "นายพูดอะไรน่ะ! นี่ ฟังนะ ไม่มีใครรักแทคอุนไปมากกว่าชั้นหรอก ถึงยัยนั่นจะอยู่ห้อง A และเป็นอัจฉริยะ หล่อนก็สู้ชั้นไม่ได้หรอก" โซอีกอดอกพูดอย่างมั่นใจ


"ยัยนั่นกล้าปฏิเสธแทคอุนได้ยังไง นี่เป็นการท้าทายจากยัยนั่นแน่ๆ" โซอีพูดอย่างโกรธแค้นแทนแทคอุน แล้วพูดอย่างคาดโทษไปอีกว่า "ค่อยดูเถอะ ยัยนั่นต้องได้รับผลที่ยัยนั่นก่อเอาไว้"


"..." แทคอุนนิ่งไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "ไม่เป็นไรหรอกน่า พวกนายพูดถูกแล้ว ชั้นมันไม่รอบคอบเอง เธอไม่อ่านจดหมายชั้น เธอคงไม่ใช่คนที่ดี..ชั้น...ชั้นว่าตาชั้นคงไม่แหลมพอจะมองหาผู้หญิงดีๆน่ะ"


"แทคอุน.." เพื่อนๆที่มองหน้าแทคอุนด้วยสายตาเป็นห่วง


แทคอุนสูดหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วปล่อยมันออกมาช้าๆด้วยท่าทางที่ดูสดชื่นขึ้น จากนั้นแทคอุนก็หันไปมองเพื่อนๆทุกคนก่อนจะบอกกับเพื่อนๆที่เป็นห่วงอยู่ว่า


"ตอนนี้ชั้นไม่เป็นไรแล้ว ชั้นจะลืมเธอซะ"


"แทคอุน..."


"...หาววว" อยู่ๆแทคอุนก็หาวปากออกมาหน้าง่วง


"เห..นายหาวออกมาตอนนี้ได้ยังไงกันน่ะ" วอนชิกถามขึ้นอย่างตกใจ ในบรรยากาศแบบนี้เนี่ยนะ?


"อา เมื่อคืนชั้นไม่ได้นอนเลยน่ะสิ" แทคอุนหันไปบอกวอนชิกพร้อมกับยิ้มออกมาแห้งๆด้วย "คือชั้นมัวแต่คิดกังวลกลัวว่าถ้าเกิดทำอะไรผิดพลาดขึ้นมา เธอจะมองว่าชั้นโง่น่ะสิ รู้มั้ยว่าชั้นตรวจแม้กระทั่งชื่อของชั้นเองด้วยซ้ำ"


"บ้าบอที่สุด" วอนชิกว่า


"นั่นแหละที่ชั้นกังวลที่สุด" แทคอุนหันไปบอกวอนชิก "ชั้นไม่ได้แม้แต่จะกินข้าวเช้าก่อนออกมาเลย และนั่นเป็นเหตุผลที่ชั้นต้องขอบคุณเธอมากจริงๆนะโซอี เพราะทาร์ตที่อร่อยของเธอคาบเช้าชั้นเลยรอดตายเลยน่ะ ยังไงก็ขอบคุณเธอนะโซอี~" แทคอุนพูดและยิ้มกว้างออกมาอย่างขอบคุณจากใจในความห่วงใยของเพื่อนๆที่มีให้เขาในยามที่เขาลำบากแบบนี้


"อื้ม~แทคอุนเวลายิ้มนายดูดีมากเลยนะ" โซอีบอก "ชั้นทำทาร์ตให้นายได้มากเท่าที่นายต้องการเลยนะ เพราะงั้นรีบกลับมาร่าเริงไวๆนะ"








-ช่วงเย็นที่สนามบาสในโรงยิมของโรงเรียนคังซอ-


แทคอุนนั่งเหม่อออกไปอย่างไร้จุดหมายด้วยใบหน้าเศร้าอยู่ที่ที่นั่งข้างสนามกับวอนชิกที่นั่งฟังเพลงอยู่ข้างๆ และมองดูการซ้อมบาสของนักเรียนชายชมรมบาสปี 2 กับปี 3 กำลังเล่นแข่งบาสกันอยู่อย่างสนุกสนาน โดยหนึ่งในนั้นก็มี ฮีฮงบิน เพื่อนสนิทของแทคอุนที่เป็นตัวจริงของโรงเรียนก็ลงเล่นในเกมส์นี้ด้วย และนี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้แทคอุนกับวอนชิกต้องมานั่งรอฮงบินที่ข้างสนานบาส เพื่อพวกเขาทั้งสามคนจะได้กลับบ้านพร้อมกัน

 

ฟิ้ววววววววว


“เฮ้ย ระวัง!


ปักก!


เพราะมัวแต่เหม่ออยู่อย่างนั้น แทคอุนเลยไม่รู้ตัวว่ามีลูกบาสพุ่งมาทางเขาอย่างแรง จนเป็นเหตุทำให้แทคอุนโดนลูกบาสอัดเข้าใส่ที่ใบหน้าหล่อของเขาเข้าเต็มๆจนร่างเขาหงายหลังตกที่นั่งไปนอนน็อคอยู่ที่พื้นด้านหลังอย่างหมดสภาพและดูน่าอนาถสุดๆด้วย


“แทคอุน!!!

 


เวลาต่อมา


“โอ๊ยย นี่มันวันซวยของชั้นเหรอว่ะ?” แทคอุนพูดขึ้นมาในระหว่างทางที่พวกเขาทั้งสามคนกำลังเดินกลับบ้านด้วยกัน หลังจากที่เลือดกำเดาของแทคอุนหยุดไหลแล้ว


“น่าๆ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกันได้ทั้งนั้นแหละ” วอนชิกพูดปลอบใจ


“ช่ายย ไม่แน่นะเว้ย แทคอุน อนาคตข้างหน้ามันอาจจะมีเรื่องดีๆรอนายอยู่ก็ได้” ฮงบินบอก


"เอ่อ ก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน" แทคอุนพูดและยิ้มออกมา


"ว่าแต่...แทคอุน" อยู่ๆวอนชิกเรียกขึ้นเสียงด้วยน้ำเสียงแปลกๆ


"มีอะไร?" แทคอุนหันไปถาม


"นั่นน่ะ ที่หน้าบ้านนาย... ทำไมถึงมีคนมายืนมุ่งกันเยอะอย่างนั้นล่ะ?" วอนชิกถามขึ้นอย่างสงสัยกับสิ่งที่ดูผิดปกติไปตรงหน้านั้น


แทคอุนเห็นอย่างนั่นแล้ว ก็รีบออกไปดูทันที



ผ่ า ง ง ง



นี่....มันเรื่องอะไร(อีก)เนี่ย?!!


"พ่อ พ่อครับ พ่อ...ทำไม...บ้าน...บ้านเรา...ทำไมเป็นแบบนี้ได้ครับ?" แทคอุนวิ่งเข้าไปถามพ่อของเขาที่ยืนกอดป้ายชื่อของภรรยา(แม่ของแทคอุน)ด้วยสีหน้าที่ยังคงอยู่ในอาการช็อคกับเหตุการณ์อยู่



-รายงานข่าว-

เหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ทำให้บ้านของคุณจองยุนโฮได้ถล่มลงมาอย่างราบคาบ จากการเกิดแผ่นดินไหวที่ไม่ทราบสาเหตุขนาดเล็กขึ้นในกรุงโซลครับ




TRrrrr~~~~ TRrrrr~~~~ 


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง


"สวัดดีครับ ขอโทษนะครับวันนี้ร้านเราปิดแล้วครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่น่ะครับ" เสียงรับสายลูกค้าด้วยน้ำเสียงสุภาพของผู้จัดการร้านที่เป็นคนรับสายโทรศัพท์จากลูกค้าที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์หน้าร้าน




"เฮ้อ..." จองยุนโฮถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อนล้า ที่อยู่ดีๆบ้านหลังเดียวที่เป็นอยู่อาศัยและเป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่ต้นตระกูลเหลือไว้ให้ก็ดันพังถล่มลงราบคาบไปซะแบบนั้น เขาก็ช็อคจนไปไม่ถูกเลย


"น่า อย่ากังวลไปเลยครับพ่อ" แทคอุนพูดปลอบใจพ่อ


"พ่อต้องทำงานอย่างหนักเพื่อต้องการเก็บรักษาสิ่งที่ปู่กับย่าเหลือไว้ให้" 


"พ่อก็เริ่มสร้างมันกลับขึ้นมาใหญ่สิครับ"


"จะให้พ่อทำร้านอาหารต่อไปใน สถานการณ์แบบนี้น่ะเหรอ ขนาดแมนชั่นเล็กๆพ่อก็ยังไม่มีปัญญาจะเช่าเลย เฮ้อ พ่อใช้เงินไปกับการขยายร้านใหม่ไปหมดแล้ว"


"..."


"ชั้นเนี่ยมันอับโชคซะจริง" จองยุนโฮบ่นออกมาอย่างนึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง


"ไม่จริงสักหน่อย พ่อของผมโชคดีจะตายไป" แทคอุนแย้งขึ้น และพูดให้กำลังใจพ่อว่า "โชคดีแล้วที่พ่อออกมาทันก่อนที่บ้านจะถล่มในตอนนั้น นับว่าเป็นความโชคดีสุดๆเลยนะที่พ่อรอดออกมาโดยไม่มีรอยขีดข่วนแบบนี้ ผมเป็นห่วงพ่อแทบแย่เลยนะครับ"


"..." ยุนโฮหันไปมองหน้าลูกชายเงียบๆ


"เพราะงั้นเราควรจะรู้สึกขอบคุณสิ่งนั้นนะครับ โชคดีกว่านี้ไม่มีแล้วครับ พวกเราโชคดีสุดๆไปเลยใช่ไหมครับพ่อ^^"


จองยุนโฮจ้องมองหน้าลูกชายตัวเองอย่างพิณิจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจึงหัวเราะหึออกมา "หึ"


"อะไรเหรอครับพ่อ?" จู่ๆมองหน้าผมแล้วก็หัวเราะหึออกมาแบบนั้น มันหมายความว่ายังไง?


"พ่อคิดว่าลูกเริ่มเหมือนแม่มากขึ้นทุกทีแล้ว" ยุนโฮพูดยิ้มๆ


"ฮะ ฮ่าๆๆๆ" แทคอุนได้ยินพ่อพูดแบบนั้นก็หัวเราะออกมาเหมือนเด็กน้อยใส่ซื่อทันที


"แม่ของลูกยังมองโลกในแง่ดีเกินไปด้วยซ้ำ"


"เกินไปเหรอครับ? พูดดีๆสิครับพ่อ"


"..." ยุนโฮเพียงแค่ยิ้มออกมาโดยไม่ได้พูดอะไรต่ออย่างแทคอุนต้องการ


"แต่พ่อครับ พ่อคิดว่าแผ่นไหวที่แทบจะไม่รู้สึกถึงมันแรงสั่นสะเทือนเลยแบบนั้น จะทำให้บ้านเราถล่มจริงๆเหรอ?"


"แล้วลูกถึงคิดว่ายังไงล่ะ?"


"แทนที่จะเรียกผู้เคาะห์ร้าย... ผมอยากคิดว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มากกว่าครับ ฟังดูโรแมนติกมากกว่าใช่ไหมครับ ฮ่าๆๆ"


"หา?" ยุนโฮมองใบหน้ายิ้มของลูกชายอย่างอึ้งๆ


"พ่อไม่รู้สึกเหรอครับว่าอะไรดีๆกำลังจะเกิดขึ้น^^"


"อ่า ลูกนี่เหมือนแม่จริงๆเลยนะเนี่ย"



ในระหว่างที่สองพ่อลูกกำลังหัวเราะพูดคุยกันอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงโทรศัพท์ร้านดังขึ้นมาอีกรอบ



"สวัดดีครับ ร้านสกุลจองครับ ...ครับ ...ครับ ทราบแล้วครับ ถือสายรอสักครู่น่ะครับ" ผู้จัดการร้านวางโทรศัพท์ไว้แล้วรีบเดินเข้ามาหาสองพ่อลูกที่นั่งคุยกันอยู่ด้านใน


"เจ้านายครับ"


"หือ?"


"มีลูกค้าอยากคุยกับเจ้านายครับ"


"โอ้ อืม" แล้วจองยุนโฮก็ลุกขึ้นออกไปคุยโทรศัพท์กับลูกค้าที่ว่านั้นทันที



"สวัดดีครับ ผมจองยุนโฮครับ ผมต้องขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะครับ..." จองยุนโฮคุยกับปลายสายอย่างสุภาพ


/.....


"เอ๊ะ แจจุงเหรอ?" เขาทำเสียงตกใจขึ้นทันที เมื่อได้ทราบว่าปลายสายเป็นใคร "นายเป็นยังไงบ้าง ยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ย?"


/.....


"โอ้ คำถามนั้นควรจะถามชั้นแทนใช่มั้ย? ฮ่าๆๆๆ" ฟังเหมือนว่าปลายสายและจองยุนโฮจะรู้จักกันดีพอสมควรเลย



ตัดภาพมาที่หน้าแทคอุน ที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านในเหมือนเดิม



"แจจุงเหรอ?" ใครกันนะ? แทคอุนทำหน้าคิดเมื่อได้ยินชื่อคนที่พ่อกำลังคุยสายอยู่ด้วยอย่างนึกอดสงสัยไม่ได้



-เช้าวันต่อมา ที่โรงเรียนมัธยมปลายคังซอ-


แทคอุนกำลังอยู่ในระหว่างทางเดินไปเข้าประตูหน้าโรงเรียนเช่นเดียวกันกับนักเรียนชาย-หญิงคนอื่น ด้วยสีหน้าไม่ค่อยสดชื่นเบิกบานสักเท่าไหร่นัก


เพราะว่า...


'อา นี่ไงจองแทคอุนห้อง F' เสียงจากนักเรียนชายคนหนึ่งที่เดินสวนหน้าขึ้นมากับเพื่อนอีกคน


'ที่บ้านเขาถล่มลงมาใช่ไหม?'



'เธอได้ดูข่าวมั้ย?'

'ดูสิ เห็นลงในหนังสือพิมพ์ด้วยนะ'



'อ่า เขาเพิ่งถูกชาฮัคยอนปฏิเสธมาไม่นานนี้เอง'



'จองแทคอุนบ้านถล่มนี่น่า'



'มีแต่เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับหมอนนี่ บางทีอาจจะมีบางอย่างครอบงำเขาอยู่ก็ได้'




"แทคอุน~~~"


"แทคอุน~~~"


เสียงเรียกแทคอุนดังขึ้นมาจากทางด้านพร้อมๆกับเสียงวิ่งแข่งกันเข้ามาหาแทคอุนที่อยู่ด้านหน้าจาก อีฮงบินกับคิมวอนชิก เพื่อนซี้ของ จองแทคอุน


"ไง พวกนาย" แทคอุนเอ่ยทักทั้งสองคนขึ้นมาอย่างสั้นๆ


"แทคอุนนายเนี่ย เป็นประเด็นให้คนพูดถึงได้ทุกวันเลยนะ" ฮงบินว่า


"เอ่อ  ชั้นเพิ่งเข้าใจความรู้สึกอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีก็ตอนนี้ล่ะ เฮ้อ อยากหายตัวไปเลยจริงๆ" แทคอุนพูดเสียงเซ็ง


"ว่าแต่ว่า นายมีที่อยู่รึยังล่ะ?" วอนชิกถามบ้าง


"อืม เหมือนว่าพ่อจะพาชั้นไปอยู่ที่บ้านเพื่อนสนิทของเขาก่อนสักพักนึงน่ะ" แทคอุนตอบ


"โอ้ จริงเหรอ ดีจัง แต่ว่าทำไมนายถึงหาที่พักได้เร็วขนาดนี้กันนะ?" ฮงบินถามต่อ


"พวกเขาเห็นเราในทีวีน่ะสิ ก็เลยติดต่อหาเราทันที" แทคอุนบอก


"โอ้ ช่างเป็นคนดีอะไรอย่างนี้ ชั้นดีใจกับนายด้วยนะ" วอนชิกบอก "ชั้นว่าโชคชะตาของนายกำลังจะเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ตอนนี้"


"นายคิดอย่างนั้นเหรอ?" แทคอุนถามขึ้นก่อนจะยิ้มออกมาและพูดว่า "ชั้นเองก็อยากเชื่อย่างนั้น อ่า ตอนนี้ล่ะโชคดีจะต้องพุ่งมาที่ชั้นคนนี้แล้ว"


"เยี่ยม!!" ฮงบินพูดพร้อมตบที่หลังแทคอุนด้วย(อย่างแรง)


"โอ๊ย!"


"ต้องอย่างนี้แหละ จองแทคอุน ที่ชั้นรู้จัก" ฮงบินว่า


"ใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆๆ" แทคอุนหันหน้าไปพูดกับเพื่อนทั้งสองคนแล้วพวกเขาทั้งสามคนก็หัวหรอกกันออกมา



'ช่วยบริจาคเงินกันหน่วยนะค่าาา~~~' เสียงพูดผ่านทางโทรโข่งดังแววมาจากทางประตูหน้าโรงเรียนคังซอ



"นั่นอะไรน่ะ" เสียงพูดตื่นๆของวอนชิก


"???" แทคอุนกับฮงบินหันไปมองตามสายตาของวอนชิกด้วยความสงสัย



'ช่วยกันหน่อยนะครับ แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดีครับ แค่สิบวอนก็ได้นะครับ' (เสียงฮอนอู)


'ห้าวอนก็ไม่เป็นไรครับ ช่วยบริจาคเงินของคุณด้วยเถอะครับ' (เสียงโค)



"เพื่อจองแทคอุนที่สูญเสียบ้านของเขาไป เพราะแผ่นดินไหวเมื่อวานนี้...เรากำลังรวบรวมเงินบริจาคจากทุกคน แทคอุนเพื่อนร่วมสถาบันของพวกเราได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว..." โซอีถือกล่องบริจาคพร้อมพูดประกาศใส่โทรโข่งอย่างขันแข่งกันลูกสมุนสองคน โคและฮอนอู อยู่ที่หน้าประตูทางเข้าโรงเรียน



"อ่า ทำไม่ยัยนั่นทำเรื่องแบบนี้ได้ล่ะ" ฮงบินพูดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ


"เพราะเธอคือ คังโซอี ยังไงล่ะ" วอนชิกพูด


ตอนนี้สีหน้าของแทคอุนดูแย่กว่าเดิมมากๆ แทคอุนทนดูสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาจึงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาพวกเธอที่กำลังสร้างความลำบากใจ(อับอาย)ให้กับตัวเองอย่างที่สุด



"โซอี หยุดนะ!" แทคอุนเดินเข้าไปบอกเธอเสียงเข้มด้วยสีหน้าที่จริงจังสุดๆ


"โอ้ แทคอุนอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ แม้ว่าเมื่อวานนายจะเจอกับวันที่เลวร้าย แต่ว่าวันนี้นายก็มาโรงเรียนด้วยรอยยิ้มของนาย.. ฮึก นายทำให้ชั้นอยากร้องไห้ ฮึก" โซอีเริ่มสะอื้นขึ้นมา


"โซอี พอได้แล้วนะ!" แทคอุนพูดเสียงดุพร้อมทั้งแย้งเอาโทรโข่งจากมือของเธอมาถือเอาไว้


"ทำไมล่ะ ชั้นทำเพื่อนายนะ"โซอีบอกอย่างไม่ยอม


"แต่ชั้นไม่อยากให้ใครต่อใครพูดถึงชึ้นไปมากกว่านี้อีกแล้ว!" แทคอุนพูดและจ้องหน้าเธออย่างจริงจัง ว่าเขาไม่ต้องการแบบนี้ และเธอก็ควรจะหยุดมันซะ



"สุดท้าย พอหมอนั่นก็ออกไปคัดค้าน" วอนชิกพูดขึ้น


"แล้วใครต่อใครก็จะเอาหมอนั่นไปพูดเพิ่มอีก" ฮงบินพูดต่อ



ในระหว่างที่ฮงบินกับวอนชิกยืนพูดกันอยู่ตรงนั้น ก็มีร่างบางของใครบางคนเดินผ่านหน้าพวกเเขาไป 


พรึ่บ


"นั่น..!!!" วอนชิกกับฮงบินตาโตขึ้นกันทันทีเมื่อเห็นคนที่เพิ่งเดินผ่านหน้าไปนั้นเป็นใคร



ตึก ตึก



"ขอทางหน่อย ....ยืนเกะกะอยู่ได้" เสียงพูดนิ่งฟังดูแอบรำคาญนิดๆดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของแทคอุนโดย ชาฮัคยอน


"เฮือก!?" แทคอุนสะดุ้งกับเสียงพูดนิ่งๆที่มันฟังดูคุ้นๆ ก่อนจะรีบหันไปมอง และนั่นแหละ พอได้เห็นหน้านิ่งๆของคนพูดเมื่อกี้ในระยะใกล้ๆแบบนี้ก็ตกใจสุดขีด 


"ฮัคยอน!" เสียงพูดตื่นๆของแทคอุน อ่า ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยว่ะเนี่ย (แทคอุนคิดในใจ)


"..." ฮัคยอนทำเพียงยืนมองหน้าตื่นๆของแทคอุนอยู่นิ่งๆอย่างรอให้พวกเจาเปิดทางให้


"ทำไมเธอถึงกล้าพูดกับเราแบบนี้ฮะ!?" โซอีพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ "แทคอุนกำลังเจ็บปวดมาก คิดว่าเป็นความผิดใครล่ะ?"


"เป็นเพราะแผ่นดินไหวและโครงสร้างบ้านที่เก่าแล้วไม่ใช่เหรอ" ฮัคยอนตอบ


"ไม่ใช่เรื่องนั้นสักหน่อย!" โซอีพูดเสียงดัง "มันเป็นเพราะเธอปฏิเสธเขาต่างหากหล่ะ!"


"..." ฮัคยอนเหลือบมองหน้าเศร้าๆแทคอุนนิดหน่อยก่อนจะเดินหนีไปอย่างไม่สนใจ


หมับ


"เธอมันไม่รู้อะไร" โซอีดึงแขนเสื้อของฮัคยอนเอาไว้ไม่ยอมให้เธอเดินหนีไป "หลังจากนั้น แทคอุนก็เจอแต่เรื่องแย่ๆ ไม่หยุดเลย" 


"เรื่องที่บ้านพังคือความผิดชั้นงั้นเหรอ?" ฮัคยอนจ้องหน้าถามโซอีเสียงนิ่งด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูไม่พอใจและมันก็ดูน่ากลัวไม่น้อย


"ถูกต้อง เธอมันยัยจืดชืดหาดีไม่ได้ แทคอุนเลยต้องเจอแต่เรื่องแย่ๆแบบนี้" โซอีพูดอย่างโกรธแค้นแทนแทคอุนอย่งไม่ได้คิดกลัวอะไร


"โซอี นั่นมันไม่ใช่นะ" แทคอุนรีบดึงแขนโซอีออกมา ไม่อยากให้โซอีมีเรื่องกับฮัคยอนเพราะตัวเอง


"หา ชั้นไม่เคยรู้เลยนะว่าชั้นจะมีพลังยิ่งใหญ่ขนาดนั้น" ฮัคยอนพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มอย่างมีนัยแฝงกับแทคอุนและโซอี


"....?" แทคอุนกับโซอีถึงกับพากันหยุดชะงักแล้วมองหน้าฮัคยอนอย่างไม่เข้าใจ


 "ถ้าอยากได้เงินบริจาค ชั้นให้ได้อยู่แล้ว" ฮัคยอนพร้อมดึงกระเป๋านักเรียนที่ตัวเองสะพายมาเปิดซิบออกเอากระเป๋าสตางค์ออกมาหยิบเงินที่มีอยู่ในนั้นออกมายื่นใส่หน้าแทคอุน


"แค่นี้นายก็จะไม่โทษชั้นแล้วใช่ไหม?" ฮัคยอนพูดอย่างนั้นพร้อมจ้องหน้าแทคอุนด้วยสายตาอ่านยาก


หมับ!


 แทคอุนฟาดมือจับเข้าข้อมือเล็กที่ถือเงินอยู่ของฮัคยอนอย่างแรง จนเงินที่อยู่ในมือของฮัคยอนมันหล่นปลิ้วออกไปไม่รู้ทิศ พร้อมพูดเสียงดังออกมาอย่างโมโหว่า "อย่ามาดูถูกชั้นแบบนี้นะ!" แล้วแทคอุนก็สะบัดมือออกทันที


"หา?" ฮัคยอนทำหน้าตกใจเล็กน้อย


"รับเงินจากเธอเหรอชั้นยอมตายดีกว่า หึ ไม่อยากเชื่อเลยว่าชั้นชื่นชมคนแบบเธอมาได้ยังไงตั้งสองปี!" 


"หึ แน่ใจนะว่านายอยากจะพูดแบบนั้นกับชั้น" ฮัคยอนพูดพร้อมทั้งเก็บกระเป๋าสตางค์ที่เอาออกมาใส่ในกระเป๋านักเรียนเหมือนเดิม และจึงมองหน้าแทคอุนอีกครั้งให้แน่ใจ


"แน่ใจสิ" แทคอุนตอบกลับทันทีอย่างมั่นใจ ก่อนจะถามฮัคยอนว่า "เธอมีเพื่อนบ้างรึเปล่า? ดูสิ ชั้นมีเพื่อนตั้งหลายคนที่พร้อมจะช่วยชั้น ถ้าชั้นต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา ทั้งโซอี ฮงบิน และวอนชิก..."


"แทคอุนเยี่ยมมากเลย" โซอีเกาะแขนพูดกับแทคอุนด้วยสีหน้าภูมิใจ


"...." ฮัคยอนยืนฟังนิ่งๆ


"นั่นแหละเหตุผลที่ชั้นไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ!" แทคอุนพูดมันอย่างชัดเจน


"หึ.." ฮัคยอนมองดูสีหน้าจริงจังแบบนั้นของแทคอุนแล้วก็หัวเราะหึออกมา ก่อนจะเดินหนีไป


"เดี๋ยวสิ หัวเราะอะไรของเธอน่ะ" แทคอุนหันไปถามทันที "อย่าดูถูกกันเพียงเพราะเราไม่ฉลาดนะ!!!"


"..." ฮัคยอนเดินออกไปอย่างไม่สนใจ แม้ว่าแทคอุนจะมองตามหลังเธออย่างเจ็บใจมากแค่ไหนก็ตาม


"เออ เดี๋ยวครับๆ งะ เงิน นี่เงินของคุณ อะ เอาคืนไปด้วยครับ" ฮอนอูกับโครีบวิ่งตามเอาเงินของฮัคยอนที่หล่นไปก่อนหน้ามาคืนให้ฮัคยอนก่อนที่ฮัคยอนจะเดินหนีไปไกลกว่านั้น 

ฮัคยอนรับเงินคืนแล้วก็เดินออกไป


 "ค่อยดูนะ แล้วเธอจะได้เห็นด้านฉลาดๆของชั้นแน่นอน" แทคอุนพูดขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้


"แต่หลังจากนี้ นายก็จะกลายเป็นคนดังอีกแล้ว" วอนชิกยืนหน้าเข้ามาพูดใกล้หูๆแทคอุน


"นายคงเป็นผู้ชายคนเดียวที่เลือกจะมีเรื่องกับชาฮัคยอน" ฮงบินพูดอย่างยิ้มๆ


"ไม่มีทาง" แทคอุนพูดออกมาอย่างเพิ่งสำนึกอะไรได้ "ชั้นควรทำยังไงดี นั่นไม่ใช่สิ่งที่ชั้นต้องการเลยนะ"



แทคอุนหันไปพูดกับเพื่อนอย่างนึกหวั่นกลัวถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต



ฮัคยอนที่เดินหนีออกมาจากพวกแทคอุนไกลแล้ว ก็ดูเหมือนภายใต้ใบหน้าที่ดูเรียบเฉยของเธอนั่นจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่เช่นกัน


แชะ 


แชะ


สูงขึ้นไปบนระเบียงทางเดินชั้นสามของตึกหนึ่งที่อยู่ข้างๆโรงเรียนคังซอ ที่ซึ้งเป็นจุดที่สามารถมองเข้ามาในโรงเรียนคังซอได้อย่าเชัดเจน และบนนั่นก็มีคุณผู้หญิงที่ดูรูปร่างหน้าตาดีท่านหนึ่งกำลังยกกล้องคอมแพดใส่เลนส์ซูมขนาดใหญ่ขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ ตรงที่เกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ของระหว่างฮัคยอนกับพวกแทคอุน ตั้งแต่ต้นจนจบด้วยสีหน้าแห่งความพึงพอใจ




-ในระหร่างที่คาบเรียนของปี 3 ห้อง F -


"สิ่งนี้มีชื่อว่า แรงเข้าสู่ศูยน์กลางครับ และนี่ก็คือสูตรที่ใช้ในการคำนวน เข้าใจมั้ยครับ?" ครูประจำวิชาพูดสิ่งที่เขียนให้อยู่บนกระดานจบก็หันกลับมาถามนักเรียนทันที


"..." นักทุกคนเงียบไม่มีใครพูดตอบอะไรเลยสักคน แม้แต่แทคอุนเองที่วันนี้ตั้งใจเรียนมากเป็นพิเศษก็ได้แต่สายหัวไป-มาอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่ครูสอนสักนิด


"ไม่ไหว" แทคอุนพูดขึ้นมากับตัวเองเบาๆ ทั้งๆที่อยากทำให้ฮัคยอนเห็นแท้ๆว่าตัวเองก็ทำได้ดีเหมือนกัน แต่การเรียน...ทำไมถึงมีแต่อะไรที่ยากๆ ไม่เข้าใจเลยแบบนี้นะ นี่เราโง่จริงๆอย่างที่เขาพูดสินะ เฮ้อ...




-ช่วงเย็น-


แท็กซี่คันหนึ่งกำลังขับพาผู้โดยสารสองท่านไปส่งยังที่หมายที่ซึ้งเป็นหมู่บ้านในย่านชุมชนที่มีบรรยากาศค่อนข้างดูสงบเแห่งหนึ่งในกรุงโซล


"แทคอุน ขอโทษนะที่พ่อทำให้ลูกต้องกลับเร็วแล้วยังให้ช่วยขนของอีก" ยุนโฮพูดขึ้นระหว่างที่นั่งอยู่ในแท็กซี่กับลูกชาย


"พ่อไม่เห็นต้องมาขอโทษผมเลยนะครับ ในสถานการณ์แบบนี้ยังไงผมก็ต้องมาช่วยอยู่แล้วครับ ครูประจำชั้นท่านเองก็เข้าใจครับ" แทคอุนบอกกับพ่ออย่างไม่ต้องการให้พ่อต้องมาคิดมากเรื่องเขา


"ต้องขอบคุณแจจุงที่โทรมาหาพ่อเมื่อคืน ไม่งั้นเราคงไม่มีที่อยู่แน่ๆ"


"นั่นสิครับ"


"อ้อ เหมือนว่าลูกสาวของแจจุงเองจะเรียนอยู่ชั้นเดียวกับลูกด้วย...โอ๊ะ!" ยังพูดไม่ทันจบยุนโฮก็ร้องโอ๊ะขึ้นมา ก่อนจะรีบหันไปบอกคนขับแท็กซี่ว่า "ตรงนี้แหละๆ จอดตรงนี้เลยครับ!"



จากนั้นทั้งสองพ่อลูกก็พากันขนกระเป๋าลงจากแท็กซี่ ตรงที่หน้าบ้านใหญ่หลังหนึ่ง



"ที่นี่และคือบ้านของแจจุง" ยุนโฮบอกกับลูกชาย


"ว้าวว บ้านหลังใหญ่มากเลย" แทคอุนพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น


"อ่า แจจุงเป็นเจ้าของบริษัทรายใหญ่ เขาจบจากมหาวิทยาลัยคยองฮีด้วยนะ" ยุนโฮหันไปบอกกับลูกชาย


"จบจากมหาวิทยาลัยคยองฮีเหรอครับ เขาต้องเป็นนคนที่เก่งมากหแน่ๆ" แทคอุนพูดเสียงชื่นชม "ใหญ่จังเลย... ลานกว้างตรงนั้น เราทำบาร์บีคิวได้ด้วยนะ"


แทคอุนหันมองออกไปรอบๆบ้านสีขาวหลังใหญ่พื้นที่กว้างขวางอย่างตื่นเต้น


"แทคอุน ลูกไปกดออดให้ทีซิ" ยุนโฮหันไปบอกลูกชาย


"ครับพ่อ" แทคอุนขานรับแล้วรีบเดินไปกดออดที่หน้าประตู และในจังหวะนั้นเอง ที่สายตาคมของเขาก็หันไปเห็นป้ายชื่อที่ติดอยู่ตรงใกล้กันกับกริ่งหน้าบ้านพอดี


"ชาแจจุง ...ชา? " แทคอุนอ่านชื่อที่เขียนอยู่ให้ป้ายแล้วก็สะดุกเข้ากับนามสกุล ชา  


"นามสกุลชาเหรอครับ!?" แทคอุนหันกลับไปถามพ่ออย่างตกใจ


"โอ้ ใช่แล้วล่ะ" ยุนโฮยืนยันคำตอบอย่างมั่นใจ


"ทำไมต้องเป็นชาด้วยล่ะ ชื่ออื่นมีตั้งเยอะแยะ" แทคอุนทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมา


"หืม มีอะไรรึเปล่า?" ยุนโฮถามเพราะท่าทางแปลกๆของลูกชาย


"เออ ไม่มีอะไรครับ" แทคอุนรีบสายหัวปฏิเสธรัวๆ


"งั้นก็รีบกดออดเถอะ"


"อ้อ ครับ"


แกร๊ก...


ยังไม่ทันที่แทคอุนจะได้กดออด ประตูบ้านก็ถูกคนจากข้างเปิดออกมาเสียก่อน


"ยุนโฮ~ยินดีต้อนรับ" ร่างสูงดูสมาร์ทของนักธุรกิจใหญ่ผู้เป็นเจ้าของบ้านเปิดประตูออกมาต้อนรับสองพ่อลูกสกุลจองด้วยสีหน้าเบิกบาน


"โอ้ แจจุง ไม่เจอกันตั้งนานเลย" ยุนโอพูดพร้อมทั้งเดินเข้าไปหาแจจุง จากทั้งสองคนก็กอดกันเล็กน้อยพอได้หายคิดถึงกันตามประสาเพื่อนรักที่ไม่ได้พบกันมานาน


"มีเรื่องอะไรรึเปล่า? ทำไมมาช้าจัง" แจจุงถามอย่างเป็นห่วง


"โทษทีนะ มันต้องใช้เวลานิดหน่อยในการหาของที่อยู่ใต้ซากหักพังน่ะ" ยุนโฮบอก


"งั้นเหรอ อ่า ชั้นดีใจนะที่นายมาที่นี่" แจจุงว่า


ในระหว่างนั้น แทคอุนค่อยๆเดินเข้าไปหาพ่อใกล้ๆและพยายามมองสำรวจหน้าตาเพื่อนของพ่อไปด้วยอย่างลุ้นๆ


"โอ้ นี่ลูกชายชั้นเอง" ยุนโฮแนะนำแทคอุนกับแจจุง


"เออ.. สวัดดีครับ^^ ขอความกรุณาด้วยนะครับ" แทคอุนรีบพูดฝากตัวและโค้งให้แจจุงอย่างอ่อนน้อมทันที 


"แทคอุนสินะ ตัวสูงเหมือนพ่อเลย หน้าตาหล่อเหล่าแต่ก็ดูคล้ายแม่ด้วย" แจจุงพูดกับแทคอุนด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและใจดี


"....ฮ่าๆ ไม่เหมือนกันสินะ ค่อยยังชั่ว" แทคอุนเผลอพูดออกมาอย่างโล่งใจเมื่อได้เห็นใบหน้าชัดๆของเพื่อนพ่อ


"เอ๋" แจจุงทำหน้าแปลกใจ


"เปล่าครับ คือผมพูดกับตัวเองน่ะครับ ไม่มีอะไรครับ แฮะๆ" 


ตึก ตึก


"โอ้ เรากำลังรอคุณอยู่เลยค่ะ" เสียงทักทายอย่างร่าเริงจากคุณภรรยาท่านประธานใหญ่ของบ้านที่เพิ่งเตรียมของเสร็จ จึงออกมาต้อนรับช้ากว่าสามี 


ทั้งคุณผู้หญิงคนสวยและยุนโฮกับแทคอุนต่างก็รีบโค้งทักทายให้กันอย่างยินดีอีกครั้ง


"ชั้นดีใจมากเลยที่คุณมาที่นี่ ตามสบายเลยนะ คิดซะว่าเป็นบ้านของตัวเอง" เธอบอกทุกคนด้วยความยินดีพร้อมรอยยิ้มคุณแม่


"ขอบคุณมากเลยนะแจจุง ชั้นรู้สึกขอบคุณจริงๆ" ยุนโฮพูดขอบคุณและโค้งให้เพื่อนก่อน และจึงหันไปพูดกับภรรยาของเพื่อนอีกครั้งว่า "คุณจิเอล ขอบคุณที่ให้เราพักที่นี่ด้วยนะครับ"


"ชั้นเสียใจด้วยนะกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณ จากนี้ก็อยู่ที่นี่ได้นานเท่าที่คุณต้องการเลยนะคะ" เธอพูดกับยุนโฮอย่างยินดีต้อนรับและพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มใจ


"ผมชื่อแทคอุนครับ ยินดีที่รู้จักครับ" แทคอุนเมื่อเห็นจังหวะเหมาะแล้วก็รีบกล่าวแนะนำตัวเองกับจิเอลทันที


"ชั้นดีใจที่มีหนุ่มหล่อน่ารักอย่างแทคอุนมาอยู่ที่นี่ด้วย..." จิเอลพูดกับแทคอุนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอยอุ่น ก่อนจะหันไปหาแจจุงแวบหนึ่งแล้วพูดต่อว่า "พวกเรามีแต่ลูกสาว"


"คุณน้ามีลูกสาวเหรอครับ?" แทคอุนถามอย่างเริ่มกังวลอีกครั้ง


"จ๊ะ ไว้จะแนะนำพวกเขาให้แทคอุนรู้จักอีกทีนะจ๊ะ เข้าบ้านกันเถอะ" จิเอลบอกกับแทคอุนก่อนจะผ่ายมือเชิญแขกเข้าบ้าน




-ด้านในบ้าน-


"ทางนี่เลยจ๊ะ" จิเอลเป็นคนเดินนำทุกคนเข้ามาในบ้าน ตามมาด้วยแทคอุน ยุนโฮ และแจจุงที่เดินตามหลังเข้าเป็นคนสุดท้าย และทำหน้าที่ปิดประตูบ้าน


"นี่จ๊ะ" จิเอลทำหน้าที่ต้อนรับแขกอย่างดีด้วยการจัดสลิปเปอร์เตรียมไว้ให้ทุกคน


"ขอบคุณครับ" แทคอุนรีบโค้งขอบคุณทันที


บนระเบียงบันไดบ้านชั้นสองมีหนูน้อยน่ารักคนหนึ่งยืนเกาะขอบระเบียงมองดูสมาชิกใหม่ที่กำลังเข้าบ้านมาอยู่บนนั้นเงียบๆ



"โอ้ ชิอง ลงมาข้างล้างเร็ว ลงมาทักทายพวกเขาหน่อย นี่คือคุณอายุนโฮจ๊ะ" จิเอลหันไปเจอลูกสาวคนเล็กที่ยืนจ้องอยู่ตรงนั้นก็รีบเรียกให้ลงมาข้างทันที


หนูน้อยชิองผลักมือออกจากขอบระเบียงแล้วก็เดินลงบันไดไปหาทุกคนตามคำของแม่


"โอ้ ลูกสาวของคุณน้าเหรอครับ เธอน่ารักมากเลย" แทคอุนพูดชมด้วยรอยยิ้ม


"สวัดดีจ๊ะ" ยุนโฮเอ่ยทักทายขึ้นมาก่อน


"สวัดดีค่ะ หนูชื่อชาชิอง เรียนอยู่ป. 5 ค่ะ" ชิองโค้งทักทายยุนโฮอย่างมีมารยาท


"อ่า ท่าทางจะเป็นเด็กฉลาดนะเนี่ย" ยุนโฮกล่าวชมตามความจริง พร้อมกับหันไปมองแจจุงและจิเอลชื่นชม โดยที่สองสามีและภรรยาก็ได้แต่ยิ้มรับและหัวเราะถูกใจกับคำชมนั้น


"ยินดีที่ได้พบค่ะ^^" ชิองยิ้มกว้างขึ้นอย่างน่ารักให้ยุนโฮแทนคำขอบคุณ


"พี่ก็เหมือนกันครับ ชิอง^^" แทคอุนย่อตัวลงไปพูดกับชิองด้วยรอยยิ้มอย่างผูกมิตรสุดๆ


"..." ชิองหันไปมองหน้าแทคอุนนิ่งๆอย่างเย็นชาก่อนจะเมินหนีไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ


"..." เอ๋ สีหน้าแบบนั้น...อะไรกัน? ผมทำอะไรให้เธอไม่พอใจงั้นเหรอ?


"อ่า ทั้งสองคนคงจะเหนื่อยแล้ว มาทางนี่กันเถอะ" จิเอลเห็นว่าบรรยากาศชักเริ่มไม่ดีแล้ว จึงรีบพาทุกไปห้องรับแขกด้านในที่เธอได้เตรียมของว่างต่างๆสำหรับทุกคนไว้แล้ว




-ที่ห้องรับแขก-


"ตามสบายเลยนะจ๊ะ" จิเอลพร้อมทั้งรินน้ำชาใส่แก้วให้แทคอุน ที่ตอนนี้กำลังมีความสุขกับขนมหวานมากมายที่จิเอลเตรียมไว้ให้อย่างเพลิดเพลินสุดๆ


"อร่อยมากเลยครับ" แทคอุนบอกทั้งที่ปากก็ยังเคี้ยวขนมกินไม่หยุด จนแก้มกลมโตเป็นแฮมเตอร์เลย

"น้าดีใจที่แทคอุนชอบ กินอีกสิจ๊ะ" จิเอลพูดกับแทคอุนอย่างอบอุ่น


"ขอบคุณครับ" แทคอุนยิ้มตาปิดขอบคุณจิเอล


"เราเองก็โตเป็นหนุ่มแล้วสินะ แทคอุน" แจจุงพูดขึ้น


"เอ๋ คุณอาเคยเจอผมมาก่อนเหรอครับ?" แทคอุนหันไปถามอย่างแปลกใจ


"ตอนที่แทคอุนยังเป็นเด็ก อาเห็นเราที่ร้านอาหารน่ะ" แจจุงบอก


"คุณอาเคยมาที่ร้านอาหารพ่อด้วยเหรอครับ" แทคอุนถามอย่างตื่นเต้น


"อื้ม ใช่แล้วล่ะ" แจจุงตอบด้วยรอยยิ้ม


"พ่อกับแจจุงเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว" ยุนโฮหันมาบอกกับลูกชายที่ดูจะมีข้อสงสัยเยอะ


"พ่อแม่ของพวกเราเคยทำงานด้วยกัน" แจจุงเริ่มเล่าถึงอดีตให้แทคอุนได้ฟัง "ชั้นไปของบ้านยุนโฮ เพื่อไปทานอาหารเย็นทุกวันเลย"


"..." ทุกคนเงียบและมองมาที่แจจุงอย่างตั้งใจฟังสิ่งที่แจจุงจะเล่า


"พอตอนที่ชั้นเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ฉันก็ไม่มีเงิน...ตอนนั้นยุนโฮก็ได้เป็นเชฟพอดี เขาก็เลยเป็นคนค่อยส่งข้าวส่งน้ำให้ชั้นตลอด" แจจุงพูดอย่างนึกขอบคุณและภูมิใจในความห่วงใยของเพื่อนคนนี้ "อ่า ยุนโฮคอยดูแลชั้นตลอดเลย"


"นายพูดอะไรน่ะ" ยุนโฮพูดขึ้นบ้าง "ในตอนที่ชั้นเริ่มเปิดร้านอาหารของตัวเอง นายก็คอยแนะนำร้านของชั้นให้ใครตั้งหลายคน" 


"อ่าๆไม่หรอกๆ" แจจุงโบกมือปฏิเสธ


"ทั้งเพื่อนที่มหาวิทยาลัยคยองฮี...เพื่อนร่วมงานของนาย...จนถึงตอนนี้ พวกเขายังมากินร้านชั้นอยู่เลย" ยุนโฮบอก "ชั้นทำร้านของชั้นได้เรื่อยๆก็เพราะนายค่อยช่วยนั่นแหละ"


"เห...ไม่หรอก" แจจุงพูดแบบถ่อมตัว "พวกเราทั้งคู่ต่างก็มีครอบครัวกันแล้ว..มีลูกๆแล้วด้วย...และพวกเราก็ทำงานกันจนยุ่ง ไม่ได้เจอกันนานพอสมควรเลย"


"...."


"พอชั้นเห็นข่าว ฉันตกใจมากเลย และนั่น มันก็เป็นความโชคร้ายมากจริงๆ แต่ว่า..." แจจุงหยุดพูดแล้วหันไปมองเพื่อนกับลูกชายของเพื่อนก่อนจะพูดขึ้นต่อจากนั้นว่า "ชั้นดีใจมากที่เราสองคนได้มาเจอกันอีกครั้ง ใช่ไหม?" ประโยคหลังแจจุงหันไปพูดกับภรรยา


"ใช่ค่ะ" จิเอลก็รีบตอบรับขึ้นมาทันทีด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความจริงใจ "แทคอุนจ๊ะ คิดเสียว่านี่เป็นบ้านของเราเลยนะจ๊ะ"


"ครับ ขอบคุณครับ" แทคอุนรีบขานรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างกัน


"ที่แทคอุนกับน้าได้มาพบกันอย่างนี้คงเป็นโชคชะตานะจ๊ะ"


"หือ?" แทคอุนทำหน้าทำตางงๆอยากจะถามคุณน้าแต่ก็ติดว่าที่ปากยังเคี้ยวขนมอยู่นี่น่ะสิ



แกร๊ก..


ประตูหน้าบ้านถูกเปิดเข้ามาโดยร่างสูงของใครสักคนที่เดินมือล่วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาเงียบๆ


ตึก ตึก


เขาคนนั้นเปลี่ยนรองเท้าผ้าใบมาใส่สลิปเปอร์ที่เหลืออยู่คู่สุดท้ายแล้วเดินเข้ามาในบ้านอย่างช้าๆ


ตึก ตึก



"เหมือนกับได้พูดกับปีศาจเลย พอพูดถึงเขาก็มาพอดี" จิเอลเอนตัวเข้าไปพูดกับแทคอุนและบอกกับทุกคนว่า "พี่สาวคนโตของเรากลับมาแล้วค่ะ^^"


"พี่สาวคนโตงั้นเหรอ?" แทคอุนหันไปมองทางเข้าแวบหนึ่งด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อเพราะขนมตรงหน้ามันน่าสนใจกว่าเรื่องอื่น แล้วแทคอุนก้มลงไปเลือกหยิบเอาขนมที่ชอบในจานขนมขึ้นมากินอีกชิ้น


 สวบ


ร่างสูงเดินเข้ามาถึงหน้าโซฟที่ทุกคนนั่งร่วมกันอยู่ในจังหวะเดียวกันกับที่แทคอุนเลือกหยิบขนมได้พอดี


และในจังหวะนี้เอง ที่แทคอุนได้หันหน้าไปมองคนที่มาใหม่...เสียงร้องอย่างตกใจก็ดังขึ้น


"ว๊ากกกก!!!"  แทคอุนตกใจเผลอหากปากร้องเสียงหลงทันที เมื่อได้เห็นหน้าคนมาใหม่ อาการตกใจสุดขีดของเขาทำเอาทุกคนก็พลอยตกอกตกใจตามกันไปด้วย 


"อะไรน่ะแทคอุน?" ยุนโฮถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจว่ามีอะไรที่น่าตกใจมากขนาดนั้นกัน ทำอย่างกับเจอผี อยู่ๆก็หากปากร้องและยังกระโดดเด้งตัวขึ้นมาเบียดตัวเขาซะจนติดขอบโซฟาจนแทบขยับไปไหนเลยเนี่ย



"แทคอุนนี่กระฉับกระเฉงจังเลยนะ" แจจุงพูด


แทคอุนยังคงอึ้งอ้างปากอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาตัวเองเห็น เขากลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอก่อนจลุกขึ้นไปดูหน้าคนที่ยืนนิ่งตรงหน้าให้ชัดๆอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ


"ขอโทษที่ยังไม่ได้แนะนำตัวค่ะ หนู ชาฮัคยอน เป็นลูกสาวคนโตค่ะ ยินดีที่ได้พบค่ะ" พูดจบฮัคยอนก็โค้งให้ยุนโออย่างอ่อนน้อมถ่อมตัวทันที โดยที่แทคอุนก็ยังคงยืนจดๆจ้องๆหน้าเธอแบบเอาเป็นเอาตาย ตาแทบไม่กระพริบเลย


"ว่าแล้วไงแทคอุนกับฮัคยอนอยู่โรงเรียนเดียวกัน" จิเอลที่ไม่รู้ว่าไปลุกขึ้นยืนอยู่ข้างลูกสาวคนโตตั้งแต่เมื่อไหร่นั้น ก็ได้พูดขึ้นกับแทคอุนด้วยอย่างใบหน้าแห่งความสุข


"โอ้ ไม่รู้มาก่อนเลย ดีใจที่ได้พบหนูเหมือนกันนะ" ยุนโฮลุกขึ้นมาทักทายกับฮัคยอนด้วย และทั้งสองก็โค้งให้กันอีกครั้ง


"ค่ะ" ฮัคยอนโค้งให้ยุนโฮดวยความยินดี


"แทคอุน ลูกก็ทักทายเธอด้วยสิ" ยุนโฮเขย่าแขนแทคอุนที่ยังนิ่งค้างอยู่ในท่าประหลาดๆไม่ยอมขยับตัวไปไหน ให้รีบทักทายลูกสาวเพื่อน


ฮัคยอนยืนตัวตรงแล้วหันหน้ามามองหน้าแทคอุนนิ่งๆด้วยสายตาประมาณว่า เป็นไงล่ะ อึ้งไปเลยใช่ไหมที่ได้เจอชั้นที่นี่


"ทำอะไรน่ะแทคอุน?" ยุนโฮเขย่าตัวเรียกสติลูกชายอีกครั้ง เมื่อยังเห็นว่าแทคอุนยังนิ่งค้างอยู่


"ห๊ะ?!" แทคอุนสะดุ้งรู้สึกตัวรีบหันกลับไปมองหน้าพ่อตัวเองทันที ว่าเมื่อกี้พ่อพูดอะไรกับผมใช่รึเปล่า?


"ก็แค่...แปลกใจนิดหน่อยน่ะครับ" แทคอุนหันไปมองหน้าแจจุงก่อน จะหันกลับมามองหน้าฮัคยอนอีกครั้งพร้อมพูดขึ้นด้วยเสียงที่ฟังดูยังคงตื่นตกใจอยู่ว่า "เพราะว่าน้าแจจุงกับฮัคยอนไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่"


โป๊ก


"หยาบคายไปแล้วนะ" ยุนโฮฟาดมือตีหัวแทคอุนและพูดดุทันที


"ฮ่าๆๆๆ" แจจุงเห็นอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาใหญ่เลย จิเอลเองก็แอบขำตามด้วยเบาๆ


"ไม่เป็นไรๆ ลูกสาวทั้งสองคนของเราเค้าเหมือนแม่น่ะ" แจจุงบอกกับแทคอุน "เรารู้ไหมว่าโชคดีแค่ไหน ฮ่าๆๆ"


"แหม พ่อก็" จิเอลพูดและทำท่าเขินอายก่อนจะจุงแขนลูกสาวให้ไปนั่งด้วยกัน "มานั่งสิลูก"


ฮัคยอนเดินเข้าไปนั่งโซฟาตรงข้ามกับแทคอุนตามคำของแม่อย่างว่างาย แล้วจากนั้นแแทคอุนก็ค่อยๆนั่งลงตามโดยที่สายตาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าของฮัคยอนอย่างหวาดระแวง? จนตัวเกร็งไปหมด


แทคอุนหยิบน้ำชาขึ้นมาดื่มตาก็เอาแต่จ้องหน้าฮัคยอน แต่ฮัคยอนก็ไม่ได้สนใจอะไร เธอแค่นั่งนิ่งๆฟังพ่อตัวเองและพ่อของแทคอุนคุยกัน


จิเอลแม่ฮัคยอนเดินไปในครัว ต้มน้ำร้อนเพื่อชงน้ำชาเพิ่มสำหรับฮัคยอน


ทั้งสองมือของแทคอุนเต็มไปด้วยขนมหวาน เขาทำตัวไม่ถูก ที่อยู่ๆก็ต้องมานั่งอยู่ตรงหน้าฮัคยอนคนที่ปฏิเสธตัวเอง และเมื่อเช้าเขาก็เพิ่งมีเรื่องกับเธอมา พอตกเย็นก็ดันมาบังเอิญต้องมาอาศัยบ้านเค้าอีกแบบนี้...ถ้าเขายังปกติอยู่ก็คงไม่ใช่คนแล้ว


งั้นฮัคยอนคงไม่ใช่คนสินะ เพราะเธอดูนิ่งเฉยไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนใดๆเลย


ยัดๆๆ ขนมหวานมีเท่าไหร่ก็ยัดมันใส่เข้าไปให้มันเต็มปากไปเลย จองแทคอุน


เพราะทำตัวไม่ถูกแทคอุนเลยได้กินเอาๆ อยู่อย่างนั้นแหละ โดยที่ตาคมก็ค่อยแต่ลอบมองดูฮัคยอนไปด้วย



"น้าดีใจมากเลยนะ ที่แทคอุนรู้จักกับฮัคยอนมาก่อน" จิเอลขึ้นมาระหว่างเดินยกถาดน้ำชาเข้ามาหาทุกคนที่โซฟา 


จิเอลวางถาดลงบนโต๊ะพร้อมทั้งนั่งลงข้างฮัคยอนแล้วพูดขึ้นต่อไปอีกว่า "เป็นไปได้ไหมว่าเธอสองคนอยู่ห้องเดียวกัน^^"


"เออ... แหะๆ" แทคอุนไม่รู้จะตอบยังไงดี เลยได้แต่หัวเราะออกไปแห้งๆอย่างนั้นแทน


"ห้องเรียนของเราไม่ได้ใกล้กันเลยค่ะ" ฮัคยอนพูดขึ้น "แต่เมื่อเร็วๆนี้เราได้เจอกันในแบบที่ไม่คาดคิดมาก่อน ใช่ไหมคุณแทคอุน" ประโยคสุดท้ายฮัคยอนหันมาพูดกับแทคอุน แล้วก็ยกถ้วยน้ำชาที่แม่เตรียมมาให้ขึ้นมาจิบด้วยท่าทางสบายๆ


 แทคอุนตกใจอยู่ไม่น้อยที่ฮัคยอนพูดดีๆกับตัวเองด้วย ก็เลยหันไปยิ้มตาปิดให้ฮัคยอนและพูดอย่างคล่อยตามน้ำออกไปว่า "อื้ม ใช่ครับ..."


"ดีจังเลย ตอนนี้เธอสองคนก็จะได้สนิทกันมากขึ้น" จิเอลพูดอย่างตั้งความหวังว่ายังไงก็อยากให้เด็กๆทั้งสองคนรักและสนิทมากๆ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาบังปากกระชิบพูดกับแทคอุนว่า "ฮัคยอนค่อนข้างแปลกๆแทคอุนว่างั้นไหมจ๊ะ?"


"?" แทคอุนมองหน้าจิเอลงงๆ


"ช่วยเป็นเพื่อนกับเขาหน่อยนะ" จิเอลพูดเชิงว่าขอร้องแทคอุน


"^^" แทคอุนก็ได้แต่พยักหน้ารับคำของจิเอลพร้อมรอยยิ้มให้อย่างไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้ แล้วจากนั้นแทคอุนก็ยัดขนมหวานที่ถือค้างไว้ก่อนหน้านันปากกินต่อไปอย่างไม่รู้จบ


ตึก ตึก


"พี่ค่าา หนูทำการบ้านการบ้านของวันนี้เสร็จแล้ว" ชิองเดินถือหนังสือการบ้านของเธอเข้ามาหาฮัคยอนที่นั่งจิบน้ำชาอยู่กับทุกคน


"จริงเหรอ เยี่ยมมาก" ฮัคยอนหันไปพูดชมน้องสาว


"แต่ว่า มีตัวคันจิบางตัวที่หนูไม่รู้ว่าอ่านยังไงด้วย"


"หือ?"


 "วันนี้แทนที่จะถามพี่..." ชิองพูดกับฮัคยอนอย่างนั้นก่อนจะหันหน้าไปหาแทคอุนและพูดด้วยรอยยิ้มที่ทำไมแทคอุนรู้สึกรางสังหรณ์ไม่ดีเลยว่า "หนูจะถามพี่แทคอุนแทน"



งานเข้า! 



"อืม เป็นความคิดที่ดีนะ" ฮัคยออนบอกกับชิองด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ


"..." แทคอุนทำตาโตหันไปมองหน้าฮัคยอนอย่างตื่นๆ


"พี่แทคอุน ช่วยบอกหนูหน่อยสิว่าตัวคันจินี้อ่านว่ายังไง~" ชิองหันไปถามแทคอุนเสียงร่าเริง


"อะ อ้อ ได้สิๆ" แทคอุนชะงักไปแวบหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วรีบวางขนมหวานที่ยังถืออยู่ในมือลงในจานลอง แล้วเช็ดไม้เช็ดมือเตรียมตัวดูการบ้านให้น้องสาวของฮัคยอทันที



เล่มนี้เป็นของเกรดห้า ชั้นว่าชั้นอ่านได้นะ (แทคอุนคิดมันอยู่ในใจตอนเห็นหนังสือในมือของชิอง)


.

.

.


ผ่ า ง ง ! ! !


แทคอุนตาเหลือกทันทีที่ได้เห็นตัวคันจิยากๆเรียงกันอยู่เต็มหน้าหนังสือของชิอง


นี่เด็กเกรดห้าเขาเรียนคำศัพท์ยากขนาดนี้ด้วยเหรอ? แล้วยังเป็นภาษาญี่ปุ่นอีก



"..." แทคอุนกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบากก่อนจะก้มลงไปดูคำศัพท์พวกนั้นใกล้ๆด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


ยุนโฮที่รู้จักเรื่องการเรียนของลูกชายตัวเองดีว่ามันเป็นยังไง จึงได้แกล้งทำเป็นหันไปสนอกสนใจพวกของตกแต่งบ้านที่วางอยู่บนชั้นโชว์ที่ตั้งอยู่ข้างๆโซฟาแทนที่จะหันไปช่วยลูกชาย ที่ตอนนี้กำลังตกที่นั่งลำบากเข้าเสียแล้ว


ในจังหวะที่ยุนโฮรู้สึดเป็นห่วงและค่อยๆหันกลับไปทางลูกชายว่าจะหาคำตอบให้ลูกสาวคนเล็กของเพื่อนยังไง ก็ดันเป็นจัวหวะเดียวกันกับแทคอุนที่หันไปหาพ่ออย่างหวังตัวช่วยพอดี



"หืม อะไรลูก?" ยุนโฮแกล้งทำเป็นถามลูกว่ามีอะไร ทั้งๆที่รู้ว่าลูกต้องการอะไร


"...." แทคอุนมองพ่ออย่างผิดหวัง แล้วจึงหันกับมาหาชิองที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างตั้งตารอคำตอบจากเขาอยู่


"แหะๆ ชิองเนี่ยสุดยอดมากเลยนะเนี่ย เรียกอยู่เกรดห้า แต่ว่าเธอเรียนตัวคันจิที่ยากๆแล้ว" ไม่รู้จะตอบยังไงเลยต้องทำเป็นพูดชมกลบเกลือนไปเรื่อยเพื่อยืดเวลาออกไปอีกสักหน่อย


"..." ชิองก็ยอมฟังแทคอุนพูดอย่างไปขัด


"อ่า เอาล่ะ แล้วตัวไหนที่ชิองอ่านไม่ได้เหรอครับ?" ในที่สุดแทคอุนก็ถามถึงสิ่งที่ตัวเองต้องช่วยหาคำตอบ


"นี่ค่ะ" ชิองชี้นิ้วไล่ขึ้น-ลงที่ตัวคันจิสามตัวบนสุดให้แทคอุนดู


"อ้อ ตัวนี้อ่านว่า เขาของกระต่ายยังไงล่ะครับ" แทคอุนตอบ(มัว)ไปอย่างมั่นใจ?


"..." ฮัคยอนมองหน้าแทคอุนอย่างพูดไม่ออกก่อนจะก้มลงไปยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ


"เขาของกระต่าย^^" แทคอุนพูดพร้อมทั้งยกทั้งสองข้างขึ้นทำเป็นหูสองข้างเหมือนกระต่าย


 ชิองลุกขึ้นยืนพร้อมไปพูดใส่หน้าแทคอุนว่า "นายนี่มันโง่จริงๆ"


"..." แทคอุนหยุดค้างอยู่กับที่ไปเลยที่โดน่าว่า โง่


"คำนี่อ่านว่า 'อย่างไรก็ตาม' ต่างหากล่ะ" ชิองบอกและตำหนิแทคอุนต่อไปอีกว่า "นายเรียนอยู่มัธยมแล้ว แต่ว่านายดันอ่านนี่ไม่ออก"


ฮัคยอนเอามือขึ้นมาจับค้างหันหน้าไปมองที่น้องสาวและก็ยิ้มขำออกมากอย่างสะใจ


"ชิอง นั่นมันหยาบคายนะลูก รีบขอโทษพี่เขาดี๋ยวนี้นะ" จิเอลรีบบอกให้ลูกสาวคนเล็กพูดขอโทษแทคอุน


ชิองหันไปมองแทคอุนแล้วจึงพูดออกไปว่า "อย่างไรก็ตาม ชั้นเกลียดนาย"


"เฮ้ ชิอง!" แจจุงพูดเสียงดุ


ชิองไม่สนใจ เมินหน้าหนีและวิ่งกลับขึ้นไปบนชั้นสองอีกครั้ง


"ขอโทษแทนชิองที่พูดไปแบบนั้นด้วยนะ แทคอุน" จิเอลรู้สึกผิดแทนลูกสาวคนเล็กจึงรีบขอโทษแทคอุนทันที


"ไม่หรอกครับ ผมควรจะอ่านมันได้" แทคอุนเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ทำให้ชิองไม่พอใจ และรู้สึกแย่มากๆเพราะว่าอยู่ต่อหน้าฮัคยอนด้วย


"ไม่หรอก ชิองไม่เคยอยู่ใกล้หนุ่มๆมาก่อน อาคิดว่าน้องคงเขิน ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ แทคอุน" แจจุงพูดแก้ต่างเพื่ออยากให้แทคอุนรู้สึกดีขึ้น


"ครับ" แทคอุนขานรับอย่างขอบคุณ


"เดี๋ยวชั้นจะพาแทคอุนไปดูห้องนะ" จิเอลหันไปบอกกับแจจุงก่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านหน้าฮัยอนอ้อมไปหาแทคอุนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง เพื่อพาแทคอุนขึ้นไปดูห้องที่เธอเตรียมไว้ให้ "น้าตื่นเต้นมากเลยนะเนี่ย แทคอุนไปดูห้องกันเถอะ ทางนี้เลยจ๊ะ"



จิเอลรีบพาแทคอุนขึ้นไปดูห้องอย่างตื่นเต้นดีใจเหมือนว่าได้ลูกชายคนใหม่เพิ่มขึ้น

แทคอุนเองก็เหมือนะเป็นที่เอ็นดูมากๆสำหรับผู้ใหญ่ในบ้านหลังนี้ ทั้งแจจุง ทั้งจิเอล ต่างก็เอาใจใส่แทคอุนเหมือนเป็นลูกของพวกเขาแท้เลยด้วยซ้ำ


ฮัคยอนได้แต่มองตามหลังคุณแม่ที่แสนร่าเริงสดใสตลอดเวลาคนนั้น ที่พาแทคอุนขึ้นไปชั้นสองเงียบๆด้วยสีหน้านิ่งๆที่ดูเหมือนเก็บซ่อนอะไรบางอย่างไว้อยู่ข้างในคนเดียว





To be continued




#KissLove_LeoN

@jielne


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น