Mischievous Kiss : Love LeoN

ตอนที่ 1 : Mischievous Kiss #01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ส.ค. 61

Mischievous Kiss : Love LeoN

 

ความสัมพันธ์ล้วนมีพบเจอและลาจาก 

เราสองเล่นสนุกกันท่ามกลางสายลมในฤดูใบไม้ผลิ

สีพาสเทลเริงระบำ และเรื่องราวนี้ได้เริ่มต้นขึ้น

 

แล้วจากนั้นฉันก็มุ่งตรงไปหาเธอ

รอฉันด้วยนะ 

 

ทิวทัศน์ของเมืองที่ส่องประกายกำลังวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ฉันเข้าไปพัวพันในโชคชะตาของเธอโดยบังเอิญ 

และนี่คือสิ่งที่ฉันตามหามาตลอด

 

แล้วตอนนี้ 

ที่เราสองคนได้พบกัน มันไม่ใช่แค่บังเอิญแล้วแน่ๆ

 

และ 

ฉันอยากให้เธออยู่เคียงข้างฉันเหลือเกิน

 

กลีบดอกไม้สีชมพูร่วงหล่นมาบนหน้าเธอ

และมันก็แต่งแต้มสีสันบนแก้มของเธอในขณะที่มันหมุนไปรอบๆเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ฉันรักเธอ 

เพราะเธอเป็นแรงบันดาลใจให้เมโลดี้ที่ทำให้หัวใจฉันเต้นรัวนี้เกิดขึ้นมา

 

ดอกไม้มากมายเข้าสู่ฤดูเบ่งบานกันหมดแล้ว 

แต่พวกเรายังคงเป็นต้นอ่อนอยู่เลย

แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ฉันจะเชื่อว่าฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไป

 

ไม่ว่าเธอจะจากไปก็ตาม

แม้พายุจะโหมกระหน่ำ ฉันก็จะไม่ยอมแพ้

 

ก่อนที่เราสองคนจะเกิดมา

มันก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าเราสองคนจะต้องได้พบเจอกัน

 

 

ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม 

ฉันก็อยากให้เธออยู่เคียงข้างฉันเหลือเกิน

 

 

 

 Mischievous Kiss  #01

เคยแอบรักใครไหมครับ?

ผมแอบรักคนคนหนึ่งอยู่ครับ เออ...แบบว่าผมตกหลุมรักเขามาตั้งแต่ในวันปฐมนิเทศเมื่อตอนที่เข้าเรียนม.ปลายปี 1 เออ...มันเป็นรักแรกพบเลยครับ และจากวันนั้นก็ผ่านมา 2 ปีแล้วกับการแอบรักเขาข้างเดียวของผม

ตลอด 2 ปี ที่ผ่านมาผมก็ได้แต่แอบมองแอบรักเขาคนนั้นมาเงียบๆโดยไม่เคยบอกให้ใครรู้เลยมาแม้แต่เพื่อนสนิทของผมเอง ก็ไม่มีใครรู้ 

แต่เพราะว่าโรงเรียนของเราคัดห้องเรียนตามระดับความรู้(ผลการสอบ) จึงทำให้ผมต้องไปอยู่ห้อง F ซึ่งเป็นห้องที่ห่วยที่สุดของโรงเรียน แต่จริงๆแล้วคะแนนสอบของผมตอนที่สอบเข้าโรงเรียนไม่ผ่านเกณฑ์หรอกครับ แต่ว่าที่ทำให้ผมเข้าเรียนที่นี่ได้ก็เพราะว่ามีโควต้านักกีฬา(ตอนอยู่ม.ต้นผมเป็นนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้วเพราะว่าเกิดอุบัติเหตุเมื่อตอนปิดเทอมหน้าร้อนตอนปี 1 /โคตรโชคร้ายเลยครับ)

และเพราะไม่สามารถเข้าถึงระดับอัจฉริยะที่เป็นของนักเรียนห้อง A ที่ฮัคยอนอยู่ได้แบบนั้น ผมเลยทำได้แค่แอบมองดูเขาอยู่ห่างๆตรงนี้มาตลอด 2 ปี

แต่ว่า ตอนนี้ผมอยู่ม.ปลายปี 3 แล้ว เพราะงั้นผมเลยคิดว่า มันถึงเวลาที่ผมจะต้องรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดของผม แล้วเข้าไปสารภาพรักกับฮัคยอนก่อนที่มันจะสายเกินไป ผมไม่มีเวลาที่จะมานั่งลังเลอยู่เหมือน 2 ปีที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้ว  เพราะว่านี่คือโอกาสสุดท้ายแล้ว ที่ผมจะสามารถบอกความรู้สึกที่ผมมีต่อเขา...ตลอด 2 ปี ให้เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของผมก่อนที่พวกเราจะจบการศึกษา และจากกันไปโดยที่ผมไม่ได้พยายามอะไรเลยเพื่อความรักของผม แบบนั้นมันคงน่าเสียดายที่สุด

เพราะงั้นเมื่อคืนผมจึงได้นั่งเขียนจดหมายรักฉบับนี้ถึงเขาขึ้นมา และเมื่อเช้าผมก็รีบตื่นมาโรงเรียนตั้งแต่เช้า เพื่อมาดักรอคนที่ผมแอบรักเขามานานถึง 2 ปี วันนี้แหละ ผมจะเข้าไปสารภาพรักเขาให้ได้ !

ตอนนี้ผมแอบรอเขาอยู่ที่หลังกำแพงรัวหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนตั้งแต่เช้าด้วยหัวใจที่พองโตด้วยความคาดหวังและความรู้สึกที่ตื่นเต้นจนลนลานอยู่ไม่สุข

ผมหยิบเอาจดหมายรักที่ผมเขียนถึงเขาขึ้นมาดูอีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยมุ่งมั่นไม่คิดยอมแพ้ให้กับความตั้งใจของตัวเองโดยเด็ดขาด

ยังไงวันนี้ผม จองแทคอุน ปี 3 ห้อง F ก็จะบอกรัก ชาฮัคยอน ปี 3 ห้อง A ที่ผมแอบรักมาตลอด 2 ปีให้ได้ครับ !

 

โอ๊ะ นั่น...เธอมาแล้วแทคอุนอุทานขึ้นมากับตัวเองทันทีเมื่อหางตาคมของเขาเหลือบไปเห็นร่างบางที่แสนคุ่นเคยของคนที่เขาเฝ้ารอคอยมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้ร่างบางที่มีออร่าของเด็กอัจฉริยะคนนั้นกำลังเดินเข้ามาในโรงเรียนด้วยทางท่านิ่งๆไม่สนใจใครอย่างเช่นเคย

 

ถึงเวลาของนายแล้ว จองแทคอุน รีบเข้าไปหาเขาและพูดว่า ' ฮัคยอนครับ ผมรักคุณ ! '

 

เออ ขอโทษนะ คือว่า....แทคอุนรีบวิ่งเข้าไปยืนขว้างหน้าฮัคยอนไว้ก่อนที่ฮัคยอนจะได้เดินเข้าไปถึงตึกเรียน

 

นายเป็นใคร?” ฮัคยอนหยุดเดินและเหลือบมองแทคอุนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตานิ่งๆอย่างประเมินค่า 

 

เออ ชั้น จองแทคอุน ปี 3 ห้อง F ได้โปรดรับสิ่งนี้จากชั้นด้วยแทคอุนจ้องมองหน้าฮัคยอนด้วยแววตามุ่งมั่นจริงจังพร้อมยื่นจดหมายรักของตัวเองให้ฮัคยอนด้วยสองมือ

 

ไม่เอาหรอกฮัคยอนเมินหน้าปฏิเสธแทคอุนออกไปอย่างไม่แยแสทันที แถมก่อนที่เขาจะเดินหนีไปฮัคยอนก็ยังได้พูดดูถูกแทคอุนให้เจ็บปวดใจเพิ่มอีกว่า พวกสมองทึบอย่างนาย ชั้นเกลียดที่สุด

 

"...!!!" แทคอุนอึ้งค้างไปชั่วขณะเลย เมื่อถูกฮัคยอนที่ตัวเองหลงรักมาตั้ง 2 ปี ปฏิเสธไปอย่างเลือดเย็น

 

อะไรน่ะ

 

ไม่จริงใช่มั้ย

 

นี่ผม...ถูกเขาปฏิเสธแล้วงั้นเหรอ



เมื่อตั้งสติได้แทคอุนก็รีบหันไปมองตามหลังฮัคยอนที่เดินห่างตัวเองออกไปเรื่อยๆด้วยสีหน้าของคนผิดหวัง และบรรดานักเรียนคนอื่นๆอีกมากมายที่อยู่ยืนดูเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ของโรงเรียนมัธยมปลายคังซอเป็นสักขีพยานแห่งความอับอายของนักเรียนปี 3 ห้อง F จองแทคอุน

 

จากนั้นก็เกิดเสียงซุบซิบนินทา หัวเราะเยาะ ล้อกันต่างๆนาๆขึ้นจากนักเรียนผู้เห็นเหตุการณ์ และแล้วเรื่องที่แทคอุนออกไปสารภาพรักกับฮัคยอนต่อหน้านักเรียนคนอื่นๆที่หน้าโรงเรียน และก็ถูกฮัคยอนปฏิเสธอย่างเย็นชาก็เป็นประเด่นทำให้แทคอุนถูกนักเรียนคนอื่นๆทั้งโรงเรียนพากันหัวเราะล้อกันอย่างสนุกสนาน

 

'ได้ยินว่าหมอนั่นเพิ่งจะสารภาพรัก ชาฮัคยอน ห้อง A'

'จริงเหรอ?'

 

'เรื่องจริงเหรอที่ว่า จองแทคอุน คนนั้นสารภาพรักท่านฮัคยอนน่ะ?'

'ก็จริงน่ะสิ ต่อหน้าคนอื่นด้วยนะ'

 

'ไม่อยากเชื่อ...กับท่านฮัคยอนเนี่ยนะ'

 

'จองแทคอุนห้อง F บอกชาฮัคยอนห้อง A ว่ารักเธอด้วยล่ะ ฮ่าๆๆ'

'หมอนั่นไม่รู้ว่าตัวเองควรอยู่ที่ไหน'

 

'น่าสงสารจริงๆ'

 

คำพูดนินทาที่เหมือนจงใจพูดให้ได้ยินดังขึ้นตลอดทาง ไม่ว่าแทคอุนจะเดินไปไหนก็มีแต่คนมองด้วยสายตาสมเพชและเสียงหัวเราะเยาะ จนเขารู้สึกอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีมันซะเดี๋ยวนั้นเลย 

ให้ตายเถอะ นี่มันเหมือนเป็นตราบบาปแห่งความโชคร้ายชัดๆเลย

 

"มากเกินไปแล้ว....หุปปากไปเลยนะ!!!" แทคอุนหยุดยืนอยู่ตรงนั้นแล้วตระโกนขึ้นด้วยความโมโหสุดเสียง เมื่อขีดความอดทนของเขามันมาถึงขีดสุด จากนั่นแทคอุนก็หลับหูหลับตารีบวิ่งหนีขึ้นไปที่ห้องเรียนของตัวเองที่บนชั้น 3 ทันที

 

 

-ปี 3 ห้อง F-

ตุบ

แทคอุนทิ้งกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ของตัวเองออกมาและนั่งลงไปอย่างคนที่อ่อนล้าหมดแรง

 

"แทคอุน!!!" เสียงเรียกดังเข้ามาตั้งแต่หน้าประตูห้องเรียนจากเพื่อนสนิทสองคนที่ต่างพากันวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง

"อรุณสัวัสด์ วอนชิก ฮงบิน" แทคอุนทักทายเพื่อนสองคนที่วิ่งเข้ามารุมโต๊ะตัวเองด้วยสีหน้าหง่อยๆ ไม่ร่าเริง

"นี่นาย ไปบอกชาฮัคยอนว่านายรักเธองั้นเหรอ?!" ฮงบินถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

"เฮ้! อย่าเสียงดังสิ ฮงบิน" แทคอุนรีบดึงแขนบอกฮงบินให้ลดเสียงลงหน่อย เพราะเขาไม่อยากให้เรื่องมันดังไปมากกว่านี้อีกแล้ว แค่นี้เขาก็อับอายแย่พอแล้ว

"ชาฮัคยอนเนี่ย ใช่คนที่มีไอคิวสูง 200 และยังสอบได้คะแนนเต็มทุกครั้งคนนั้นป่ะ" วอนชิคเอียงตัวเข้ามากระซิบถามแทคอุนเพื่อความแน่ใจ

"ไม่ใช่แค่นั้นนะ เธอคนนั้นน่ะชนะเลิสแข่งขันยิงธนูระดับชาติมาด้วย อ่า เธอสมบูรณ์แบบเสียจนพวกเราเทียบไม่ติดเลย" ฮงบินพูด

"เฮ้อ...ชั้นล่ะอับอายจริงๆ" แทคอุนถอนหายใจและพูดออกมาอย่างเศร้าๆ

"นั่นสิ ทำไมนายถึงได้เลือกเป็นที่ประตูหน้าโรงเรียนแบบนั้นได้กันนะ" วอนชิกพูดอย่างเห็นใจ

"แบบนั้นมันเหมือนว่านายอยากบอกว่า 'เฮ้ พูดเรื่องนี้ซะสิ' กับทุกคนเลยนะ" ฮงบินว่า

"ทำเรื่องกล้าบ้าบิ่นแบบนี้ นายไม่คิดก่อนเหรอว่ามันจะทำให้นายขายหน้าเพราะเธอปฏิเสธน่ะ" วอนชิกขยี้ต่อ

"หา? ชั้น...บางที..." แทคอุนหยุดนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาอย่างคงคาดหวังอีกครั้งว่า "บางทีเธออาจจะชอบชั้น"

ป๊าป

"หยุดคิดเถอะ ไม่มีทางที่มันจะเกิดขึ้นหรอก นี่เรากำลังพูดถึงชาฮัคยอนคนนั้นเลยนะ" ฮงบินฟาดมือตบเข้าที่กลางหลังของแทคอุนอย่างเตือนสติเพื่อนให้เลิกคิดฝันในสิ่งที่มันไม่มีทางเป็นจริงได้นั้นออกไป

"..." แทคอุนทำหน้างอใส่ฮงบิน 

"นายก็รู้ดีนี่ว่าเราแบ่งห้องจากคะแนนสอบของโรงเรียนน่ะ" วอนชิกก็ช่วยพูดปลุกแทคอุนขึ้นจากฝันด้วยอีกคน

"ชาฮัคยอนน่ะฉลาดเป็นที่หนึ่งของโรงเรียนเรา และตอนสอบระดับชาติครั้งที่แล้วเขาก็ได้ที่ 1 นายก็รู้ใช่ไหม?" ฮงบินถาม

"อืม ต้องรู้อยู่แล้วสิ" แทคอุนตอบ

"เธอคนนั้นน่ะ ทั้งฉลาด ทั้งดูดี และพ่อของเขาก็ยังเป็นถึงประธานบริษัทอีกด้วย" วอนชิกพูด

"..." แทคอุนก็ได้แต่ก้มหน้าที่ฟังเพื่อนพูดอย่างไม่สามารถโต้แย้ง

"อ่า พอเทียบกับเธอแล้ว...เราเหมือนตัวถ่วงที่อยู่ระดับท้ายๆของโรงเรียน เราอยู่คนละโลกกับเธออย่างสิ้นเชิง" ฮงบินว่า

"แต่ชั้นก็ทำดีที่สุดแล้วนะ" แทคอุนพูดขึ้นมาบ้าง "ในแต่ละปีชั้นน่ะ พยายามอย่างหนักทุกครั้งเพื่อที่จะได้ไปอยู่ห้อง A กับฮัคยอน"

 

เงียบ....

 

"มีอะไร?" แทคอุนถามขึ้นเมื่อเห็นว่าฮงบินกับวอนชิกจ้องมองค้างมาที่ตัวเองและนิ่งเงียบไปเลยตั้งแต่ที่เขาพูดประโยคก่อนหน้านั้นขึ้น

วอนชิกหันหน้าไปมองฮงบินแทนคำพูดว่า 'นายช่วยบอกอะไรมันหน่อยสิ'

 

"นี่แทคอุน..." ฮงบินเรียกแทคอุนขึ้นพร้อมทั้งจับไหล่หมุนแทคอุนให้หันมามองหน้าเขาตรงๆแล้วจึงพูดต่อไปว่า "นายรู้จักพยัญชนะอังกฤษใช่มั้ย?"

"หา? อ่า อื้มๆ รู้สิ" แทคอุนพยักหน้าตอบอย่างงงๆ

"งั้นนายช่วยนับความห่างระหว่าง A-F ได้ใช่มั้ย?" วอนชิกขยับเข้าไปถามแทคอุนด้วยอีกคน

"ได้สิ" แทคอุนพยักหน้ารับทราบแล้วก็ยกมือขึ้นมาเริ่มหักนิ้วนับตามเพื่อนขอทันที 

" A...B...C...D...E......F !" 

"ถูกต้อง มันห่างกันหลายตัวเลยใช่ป่ะ" ฮงบินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มหลังจากที่ฟังแทคอุนนับพยัญชนะอังกฤษถึงตัว F แล้ว "นายอยู่ห้อง F มาตลอด...คงต้องพึ่งปฏิหาริย์เลยล่ะที่นายจะได้อยู่ห้อง A "

"..."

"แทคอุนชั้นก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะว่า มันเป็นไปได้ยากกว่าที่เราจะเห็นหิมะตกในฤดูร้อนน่ะ" วอนชิกว่า

"ไม่หรอก ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะพอมี....โอกาสที่เขาจะหันมา..." แทคอุนพยายามพูดให้ความหวังตัวเองขึ้นอีกครั้ง

ป๊าป

"ก็บอกว่าให้เลิกคิดไง หนึ่งในล้านก็ไม่มีเลยเว้ย" วอนชิกตบไหล่แทคอุนดังป๊าปและบอกให้แทคอุนเลิกคิดมัน

"ฟังนะ แทคอุน" ฮงบินกอดอกพูดเสียงจริงจังว่า "ในโลกใบนี้ยังมีคนธรรมดาๆที่เหมาะกับนายอีกตั้งเยอะ"

"เฮ้อ ชั้นรู้...แต่ก็อยากบอกความรู้สึกที่แท้จริงออกไปกับเธอก่อนจบไฮสคูลน่ะ" แทคอุนบอกออกไป

"ไอ้ซื่อบื้อ!!!" ฮงบินกับวอนชิกพร้อมใจกันพูดคำนั้นใส่หน้าแทคอุนทันที เมื่อยังเห็นว่าแทคอุนยังคงไม่ยอมแพ้ในเรื่องของชาฮัคยอนคนนั้น

 

ชาฮัคยอนเป็นคนที่เพอร์เฟคมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา(เธอมีหุ่นที่สูงเพรียวแบบนางแบบ ใบเล็กๆของเธอก็น่ารักจิ้มลิ้มดูนุ่มนิ่มน่าจุ๊บสุดๆ) จนรวมไปถึงฐานะทางบ้านเธอที่ร่ำรวยด้วยก็จริง แต่ว่าเธอคนนี้เสียชื่อในเรื่องบุคลิกภาพ เพราะว่าเธอเป็นคนที่เข้ายาก ค่อนข้างเย็นชา ชอบทำหน้านิ่งๆ น้อยครั้งมากที่จะได้เห็นเธอยิ้มหัวเราะร่าเริงแบบคนอื่นๆ

และแน่นอนว่าชาฮัคยอนนั้นเป็นคนทั้งรูปร่างหน้าตาดีระดับไอดอลขนาดนั้น แถมเธอยังได้ชื่อว่าเป็น อัจฉริยะ ดังนั้น จึงมีผู้ชายมากมายพากันเข้าไปสารภาพรักเธอ แต่ว่าเธอก็หักอกผู้ชายทุกคนที่เข้ามา...ก็เลยไม่เคยมีข่าวลือเรื่องรักๆใครๆของเธอเลย

 

"เด็กผู้หญิงอายุ 18 ปี...แต่ไม่สนใจเรื่องความรัก? เธอคงไม่ปกติ" วอนชิกว่า

"..." แทคอุนเงียบ

"นั่นสิ  แทคอุนนายเลิกคิดเรื่องยัยนั่นเถอะ" ฮงบินพูดจับไหล่แทคอุนและพูดอย่างให้กำลังใจว่า "เอาน่า สักวันนายก็ต้องได้เจอคนที่ธรรมดาเหมาะกับนายได้แน่ๆ"

 

ครืน...ปัง!

 

เสียงเปิดประตูหน้าห้องเรียนดังลั่นจากฝีมือของสาวสวยห้อง F ที่พรวดพลาดเข้ามาในห้องจนคนอื่นที่อยู่ในห้องร่วมถึงพวกแทคอุนก็ด้วยต่างก็พากับสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจกันทุกคน

 

"จ อ ง แ ท ค อุ น" เสียงพูดต่ำอย่างเน้นทีละคำจากสาวสวยของห้อง F เรียกชื่อเต็มของแทคอขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดน่ากลัว ก่อนที่เธอจะสาวเท้าฉับๆข้าไปหาแทคอุนที่นั่งทำหน้าลำบากใจอยู่ที่โต๊ะ

"ซะ โซอี?" แทคอุนเอ่ยทักเธอขึ้นมาอย่างกล้ากลัวๆเพราะท่าทางเธอเหมือนคนที่กำลังโมโหสุดๆ

ปึก

โซอีค้ำสองมือลงบนโต๊ะตรงหน้าแทคอุนอย่างแรงด้วยท่าทางจริงจังและพูดขึ้นว่า

"นี่แทคอุน เป็นความจริงเหรอที่นายไปบอกรักชาฮัคยอน แต่ถูกปฏิเสธมาน่ะ จริงเหรอ? จริงเหรอ? จริงงั้นเหรอ?!" ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งยื่นหน้าเข้าไปหาแทคอุนใกล้เข้าไปเรื่อยๆ

"โซอีย๊า เธอเข้ามาใกล้เกินไปแล้ว!" แทคอุนพูดเสียงดุและพยายามดันไหล่เล็กของเธอให้ถอยออกไปด้วย

"ฮึ่ย...ไม่รู้เลยนะเนี่ยว่านายจะชอบพวกเด็กเรียนแบบยัยนั่นน่ะ" โซอียันตัวขึ้นตรงแล้วเดินหันหน้าออกไปทางหน้าต่างพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างเจ็บใจว่า "ทั้งนายมีชั้นแล้วแท้ๆ"

"พูดอะไรน่ะ ชั้นไม่ได้เป็นอะไรกับโซอีสักหน่อย" แทคอุนพูดปัดอย่างไม่สนใจ

"นี่ นายกล้าเย็นชากับชั้นที่ตั้งใจทำทาร์ตสูตรพิเศษมาให้นายเหรอแทคอุน?!" โซอีหันควับกลับมามองแทคอุนแบบหน้างอใส่อย่างน้อยใจ

"จริงเหรอ? ชั้นอยากกินนะ~" แทคอุนตาเป็นประกายขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่ามีของกิน

"มัวทำอะไรอยู่ล่ะ โค, ฮอนอู รีบๆเอาทาร์ตออกมาให้แทคอุนเร็วเข้าสิ" โซอีหันไปสั่งลูกสมุนสองคนของเธอให้รีบเอาขนมที่เธอทำออกมาให้แทคอุน

"ครับท่านโซอี!" 

หนุ่มแวนชื่อว่าโคเป็นคนนำเอาห่อผ้าใส่กล่องทาร์ตออกมาวางให้บนโต๊ะของแทคอุน แล้วก็รีบแกะห่อผ้าออกพร้อมทั้งเปิดฝากล่องออกให้แทคอุนเห็นความน่ากินและกลิ่นหอมน่าอร่อยของทาร์ตฝีมือของโซอี หลังจากนั้นหนุ่มหน้าตี๋ชื่อฮอนอูก็หยิบกระติกน้ำร้อนที่บรรจุชาเขียวที่โซอีเป็นคนทำมาเปิดฝาพร้อมรินน้ำชาใส่แก้วเอามาวางลงคู่กับกล่องทาร์ตให้แทคอุนเสร็จสับ

จากนั้นแทคอุนก็รีบบอกขอบคุณโซอีอีกครั้ง แล้วลงมือทานทาร์ตสูตรพิเศษที่รสชาติแสนอร่อยของโซอีอย่างมีความสุข จนลืมเรื่องน่าอับอายก่อนหน้านี้ไปชั่วขณะเลย

 

 

 

'ไม่เอาหรอก'

 

จดหหมายรักที่รวมความในใจตลอด 2 ปี ของชีวิตนักเรียนม.ปลายของผมเอาไว้

คงต้องถอดใจแล้วมั้ง...ก็อีกฝ่ายเย็นชาขนาดนั้น

เฮ้อ ทำเอาผมรู้สึกเศร้าเลยจริงๆ

ขอโทษนะครับ คุณจดหมาย



To be continued




#KissLove_LeoN

@jielne


*ยังรู้สึกไม่เต็มร้อยกับพล็อต บทของแทคอุนกับฮัคยอนมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเปลี่ยนแปลงในอนาคต ถ้าได้ความคิดเห็นจากคนอ่านมาช่วยแนะนำ ก็จขอบคุณมากๆเลยค่ะ

อย่างเช่นว่าเปลี่ยนบทให้แทคอุนเป็นฮัคยอน อะไรแบบนี้

คือว่าเราลังเลแบบนี้ว่า บทพระเอกเย็นชาไม่สนใจนางเอกอะไรทำนองนี้มีคนแต่งเยอะแล้ว ทำไมเราไม่ลองให้บทพระเอกเป็นคนไล่ตามนางเอกดูบ้างล่ะ? 

และที่สำคัญคือเราอยากเห็นบทแบบนี้ในฟิควันพิเศษด้วยน่ะ แต่ถ้าคนอ่านเห็นว่าควรจะเปลี่ยนบท เราก็ยินดีนะ ถ้าแบบนั้นมันทำให้ทุกคนสนุก เราก็จะเปลี่ยนบทให้ทันที

แต่ถ้าหากว่าโอเคกับพล็อตนี้กันแล้ว เราก็จะบอกคุณว่า งานนี้สนุกแน่ค่ะ

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น