Artificial Love Or Real ? [VIXX n EXO]

ตอนที่ 9 : Hitman (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ส.ค. 61






แกร๊ง แกร๊ง 


          เสียงดังจากการประกอบอาวุธปืน! ...พกขนาดเล็กที่ผมพึ่งได้มาใหม่นั่นแหล่ะครับ ก็นะ ก่อนจะใช้มันเราก็ต้องแกะแยกส่วนมันออกมาเช็คดูก่อนสิครับ ว่ามีตรงไหนที่บกพร่องไรบ้างงี่อ่ะ มันก็เป็นเรื่องที่จะต้องทำกันเป็นปกติป่ะว่ะครับ...สำหรับคนที่ต้องใช้มันเป็นประจำราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายอย่างผมคนนี้ (อีฮงบินผู้ชายพกปืน เอิ่ม...แลฟังดูเท่เกิ๊นนน)


          เมื่อเช็คอุปกรณ์และประกอบชิ้นส่วนทุกชิ้นกลับเข้าไปเหมือนเดิมเสร็จแล้ว อ่า...แน่นอนว่าร้อยทั้งร้อยมันก็ต้องลองเล่งเป้าดูกันนั่นล่ะครับ


พรืบ/ซ้าย


พรืบ/ขวา


          เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมเลยกำลังเล่งปืนไปทางซ้ายที ไปทางขวาที เพื่อหาจังหวะและจุดที่เหมาะของรัษมีในมุมต่างๆที่เวลาใช้จริงผมจะได้ไม่พลาดเป้าไงล่ะครับ (เจ๋งเลยใช่มั้ยครับ^^)


          หนุ่มหล่อ(?)ในเสื้อกล้ามสีขาวสุดเท่(จากโครมฮาร์ท)โชว์ผิวขาวเนียนและหมัดกล้ามสวยๆที่สาวๆเห็นแล้วจะต้องกรี๊ดกันเป็นแน่ กางเกงยีนส์สีดำขาดๆ(นี่ก็จากเบรนด์ดังอีกเช่นกัน) ตอนนี้เขากำลังนั่งคุกเข่าเท่ๆเล่งปืนไปมาอยู่บนเตียงนอนสีขาวสะอาดตา ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดูมั่นคงอย่างน่าหวาดเกรง...




Several days later.


ปึก!


          ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกโยนกระแทกลงกับเตียงกว้างดังปึก พร้อมๆกับร่างสูงโปร่งของเจ้าของห้อง(คนที่กระทำการเมื่อครู่นั่นแหละ) ก็ได้ทิ้งตัวลงนอนแผ่ราบบนเตียงนุ่มอย่างเหนื่อยล้าด้วยเช่นกัน


          "เฮ้อ..." ฮงบินพ่นลมหายใจออกมาอย่างเสียไม่ได้ แล้วจึงเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิและเริ่มจัดการเปิดซองสีน้ำตาลขนาดเท่ากับกระดาษเอสี่เพื่อดูของข้างใน...


          แต่อย่าได้คิดไปล่ะว่าคนอย่าง อีฮงบิน คนนี้จะเปิดมันดูอย่างถนุถนอม 

เพราะว่าผมมันไม่ใช่พวกมีมาตรฐาน(?)อะไรขนาดนั้นหรอกครับ ทันทีที่ผมเปิดปากซองกระดาษได้ก็จัดการเทกระจาดมันออกมาให้หมด...จะเสียเวลายิบมันออกมาทีละชิ้นทำไมอ่ะครับ นี่ใคร? นี่ผมไง อีฮงบินครับ อะไรที่ยุ่งยาก วุ่นวาย น่ารำคาญน่ะบอกเลยว่ามันไม่ใช่วิถีของคนอย่างผมอ่ะ อ่าแพลมเยอะไปล่ะ ..มาดูของที่ออกมาจากในซองนี่กันดีกว่าครับว่ามันมีอะไรบ้าง ...หึๆ ผมรู้ว่าคุณๆก็อยากจะรู้มันอยู่เช่นกัน


ของที่มีก็..

-เอกสารข้อมูล(?)สี่แผ่น (จะเยอะไปป่ะว่ะ)
-รูปถ่ายเจ็ดใบ (นี่ก็เยอะอีกแหล่ะ)
-ปืนพกรุ่นพิเศษ,รังปืน(กระสุนอย่างอัดแน่นแถบมีสำรองอีกสองเซ็ต),และปากกระบอกเก็บเสียง (อันนี้ของชอบอ่ะ)

          ครับ...นั้นคือของที่อยู่ในซองที่ผมได้รับมาเพื่อการทำมิชชั่นในครั้งนี้ของผม อ่า ผมคงไม่ต้องบอกหรืออธิบายใดๆเกี่ยวกับของพวกนี้แบบละเอียดหรอกนะครับ(?) เพราะเท่าที่เห็นมันก็น่าจะบอกอะไรๆ หลายๆ อย่างของได้ชัดเจนดีอยู่แล้ว...จริงอย่างนั้นใช่มั้ยละครับ หึ ยกยิ้มเท่ๆ สไตล์ อีฮงบิน






          ผมหยิบโน้น จับนี่มาดูพอคราวๆ แต่แล้วผมก็สะดุดหยุดค้างอยู่ที่ภาพถ่ายของคนคนหนึ่ง ที่เป็นเป้าหมายมิชชั่นของผมในครั้งนี้...


"ชาฮัคยอน...ทาเก็ทในการล่าของมิชชั่นครั้งนี้งั้นเหรอ...หึ น่าสนใจดีนี่" 


          ผมจ้องมองภาพถ่ายของผู้ชายรูปร่างแลดูบอบบางราวกับหญิงสาว ผิวขาวใส หน้าตาสวยหวาน(ผู้ชายแน่อ่อว่ะสวยเกินไปป่ะ) 

          มีดวงตาสวยเป็นประกลายดุจดั่งกวางแห่งรุ่งอรุณ (ดูอ่อนโยนแต่ก็คงแฝงไปด้วยความมุ่งมั่น) 

          อ่า...เปลี่ยนจากฆ่ามาเป็นอย่างอื่นได้มั้ยครับ ถ้าคุณจะสวยโดนใจผมขนาดเน่~ เฮ้ย..แกนโมไปไกลล่ะ อีฮงบิน ตื่นๆๆ


          "จะว่าไป...ถ้าไม่บอกว่าเป็นผู้ชายนี่ก็จะคิดว่าเป็นผู้หญิง 100% แล้วแน่ๆ เหอะ ผู้ชายบ้าบอไรว่ะ แม่.ง สวยกว่านางเอกซีรี่ส์อีกเหอะ (เออ.. อีฮงบินนายคงลืมส่องกระจกดูหน้าตัวเองสินะ)


.


.


.



          ผมว่าชีวิตก็เหมือนคาสิโนนะ เพราะว่าเราไม่สามารถรู้อนาคตได้เลยว่า รูเล็ตที่หมุนในแต่ละรอบนั้นมันจะตกไปที่ตรงไหน ...ชีวิตเราก็เช่นกัน เราไม่สามารถคาดเดาอะไรได้หรอกว่า อะไรจะเกิดขึ้นบ้างในอนาคต

 

          ตัวแปรของค่าต่างๆในชีวิตผมคือ เอ็น ครับ


          ตั้งแต่เมื่อสองเดือนที่แล้ว ที่ผมได้รู้เอ็น....จากตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ชีวิตของผมก็ไม่เคยรู้จักความสงบสุขอีกเลย

          ในแต่ละวัน ผมต้องลุ้นอยู่ตลอดเลยว่า ...วันนี้ผมจะต้องเจอกับอะไร?


          ปกติที่เคยมีชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่เมื่อพอมีเอ็นเข้ามาชีวิตของผม แล้วอะไรๆมันก็เปลี่ยนไปทันที จนบางครั้งก็ตั้งตัวไม่ทัน ไปไม่ถูกจัดการอะไรไม่ได้เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์ที่เกินคาด...

 

          นั่นแหละครับ เพราะมักเจอเรื่องในลุ้นอยู่ทุกวันอย่างนั้น ผมจึงรู้สึกว่า ชีวิตผมเนี่ย ช่างไม่ต่างจากคาสิโนเลย 

          แต่บางทีผมก็คิดนะครับว่า อ่า ทำไมชีวิตผมถึงต้องมีอะไรให้คอยลุ้นคอยเสี่ยงดวงอยู่ได้ตลอดเลยล่ะเนี่ย เฮ้อ...แล้วทำไมคนที่เป็นตัวแปรค่าทั้งหมดอย่างเอ็น ถึงได้ดูนิ่งเฉย ดูชิลล์ ดูสบายได้กับทุกสถานการณ์แบบนั้นล่ะ? 

 

          อ่า ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมเอาแต่พร่ำบ่นเรื่องพวกนั้นให้ฟัง ทั้งๆที่ ณ ตอนนี้เอง ก็ใช่ว่าผมจะอยู่ในสถานภาพที่ควรจะมาบ่นอะไรแบบนั้นได้เลยแท้ๆ

          ครับ มีเรื่องชวนปวดหัวมาให้ผมเครียดอีกแล้ว...


          เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ผมได้รับส่ายด่วนเข้ามาจากคุณชายโอ(เซฮุน) ว่ามีเกิดเรื่องใหญ่ ให้ผมรีบไปที่xxx เพื่อไปช่วยเอ็นออกมาจากพวกคู่อริ....อ่า แบบนี้อีกแล้ว

          ทำไมเอ็นถึงชอบมีเรื่องแบบนี้ประจำเลยเนี่ย อยู่เฉยๆเหมือนคนธรรมดาเขาบ้างไม่ได้รึไงนะ เฮ้อ...


.

.

.


-สนามแข่งรถxxx-


          ร่างสูงในชุดสูทหรูเนี้ยบมาด CEO กำลังเร่งฝีเท้าวิ่งเข้าไปหาร่างสูงอีกคนที่ยืนพิงข้างซุปเปอร์คาร์สีดำคันดุอยู่กับอีกคนที่ตัวเล็กกว่าที่กำลังทำหน้าไม่พอใจอะไรสักอย่างคนที่ตัวสูงกว่า...


          "แฮ่ก แฮ่ก..." แทคอุนวิ่งมาหยุดตรงหน้าเซฮุนกับแพคฮยอน แล้วก็ได้หอบหายในแฮ่กๆเพราะเหนื่อยเพราะกว่าจะวิ่งเข้ามาถึงตรงนี้ได้ก็ใช้เวลานานเอาเรื่องเลย


          "โย่ มาช้านะ" เซฮุนเอ่ยขึ้นเรียบๆ


          "เขามาแล้ว ทีนี้ชั้นก็ไปได้แล้วใช่มั้ย?" แพคฮยอนยืดตัวขึ้นตรงหัดไปพูดกับเซฮุนด้วยน้ำเสียงห้วน


          "ไม่" เซฮุนไม่ได้พูดเปล่า มือแกร่งข้างที่ว่างอยู่ก็รีบเอื้อมออกไปรวบไหล่เล็กดึงตัวแพคฮยอนเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของตัวเองไม่ยอมให้คนตัวเล็กกว่าไปไหนได้


          "นี่..!!!" แพคฮยอนพยายามสะบัดตัวออกจากลำแขนแกร่งของเซฮุนสุดแรง แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดออกไปได้เลย เพราะแบบนั้นแพคฮยอนจึงได้แต่ฮึดฮัดใส่เซฮุนอย่างไม่พอใจ


          "...." แทคอุนยืนมองดูสองคนตรงหน้าแล้วก็ได้แต่คิดอยู่ในใจว่า เมื่อไหร่ทั้งสองคนจะเลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบนี้กันสักที...


          "รู้นะ ว่านายกำลังด่าชั้นในใจอยู่น่ะ" แพคฮยอนจ้องเขม่นแทคอุนอย่างเอาเรื่อง


          "เห๋ ไม่พอใจเซฮุนก็อย่ามาพาลคนอื่นสิ" แทคอุนยืดตัวขึ้นยกแขนกอดอกแล้วพูดอย่างไม่อยากถือสาเอาความสักเท่าไหร่


          "เป็นหมาบ้าก็อย่างนี้แหละ ชอบกัดคนอื่นไปทั่ว" เซฮุนกรองตาพูดอย่างต้องการกวนประสาทคนตัวเล็กที่อยู่ในวงแขนแกร่งของตัว


          "หึ ชั้นเอาคืนนายห้าเท่าแน่ โอ-เซ-ฮุน !"  แพคฮยอนกดเสียงต่ำคาดโทษเซฮุนด้วยแววตาน่าขนลุก จนเลโอที่เห็นยังแอบเสียวสันหลังวาบแทนเซฮุนเลย


          "หึ จะรอดูละกัน" เซฮุนก้มหน้าลงไปพูดข้างๆหูแพคฮยอนอย่างท้าทาย แบบไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรถึงภัยร้ายที่กำลังจะมาเยือนในอนาคตอันใกล้เลยสักนิด


          "นี่ จะจีบกันก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ยังไงก็ช่วยบอกชั้นก่อนได้มั้ยว่าตอนนี้เอ็นอยู่ที่ไหน?" แทคอุนเริ่มทำท่าจริงจังขึ้นเมื่อรู้สึกว่าเรื่องของเขาเหมือนจะถูกลืมไปเสียแล้ว


          "อ้อ โทษทีๆ" เซฮุนเงยหน้าขึ้นมาขอโทษแทคอุนก่อนจะหันหน้าเข้าทางสนามแข่งรถที่อยู่ด้านหลังพวกเขา และบอกเรื่องที่แทคอุนอยากรู้ว่า "กะทิงดุสีขาวอ่ะ"


          "ห๋า? กะทิงดุสีขาว..." แทคอุนทวนคำพูดของเซฮุนพร้อมทั้งเพ่งสายตาออกไปในสนามแข่งที่ตอนนี้มีรถขับแข่งกันอย่างดุเดือนอยู่ในสนามทั้งหมดสี่คัน และเป้าหมายที่แทคอุนตามหาอยู่ก็กำลังขับนำเป็นอันดับสอง


          "นอกจากเอ็น ...ทั้งสามคันนั่นน่ะ ต่างก็นักแข่งมืออาชีพที่ฝีมืออยู่ในระดับท็อป 5 ทั้งนั้นเลยด้วยล่ะ" เซฮุนบอกข้อมูลเพิ่ม


          "...." แทคอุนเงียบนิ่งสายตาคมก็จับจ้องอยู่ที่รถสีขาวคันดุไม่วางตา และหูก็ตั้งใจฟังเซฮุนพูดด้วยเช่นกัน


          "ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าคู่แข่งเป็นใคร..." แพคฮยอนพูดเสียงเย็น พลางมองดูปฏิกิริยาตอบสนองของแทคอุนไปด้วย "แต่มันจะแย่แน่ หากวันนี้เอ็นแพ้"


          "หมายความว่าไง?" แทคอุนหันมาจ้องแพคฮยอนอย่างต้องการความชัดเจนทันที


          "พวกนั้นต้องการจะขยี้เอ็นให้ตายในเกมส์นี้ยังไงล่ะ" น้ำเสียงแพคฮยอนยังคงเย็นและน่ากลัวที่แววตาในตอนนี้ก็เหมือนว่าเขากำลังโกรธแค้นใจอะไรสักอย่างด้วย


          "แล้วทำไมพวกนายปล่อยให้เขาลงสนามทั้งที่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ" แทคอุนเผลอพูดเสียงใส่อารมณ์ขึ้นอย่างลืมตัว


          "หึ ถามอย่างกับนายไม่รู้งั้นแหล่ะ ว่าเพราะอะไร" เซฮุนพูดขึ้นเสียงเรียบอย่างใจเย็น


          "มีใครเคยห้ามเอ็นได้ด้วยงั้นเหรอ?" แพคฮยอนถามคืนบ้าง


          "...." นั้นสินะ ไม่มีใครสักคนห้ามเอ็นได้หรอก "แล้ว...เรียกชั้นมาจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?"


          "แน่นอนสิ ถ้านายไม่มีประโยชน์ แล้วชั้นจะตามนายมาเพื่ออะไรล่ะ อย่าโง่สิ" เซฮุนพูดออกไปตามความจริงๆ โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของแทคอุนเลยสักนิด


          "นายนี่มันก็ชอบพูดตรงไม่เคยอ้อมเหมือนเคยนะเซฮุน" แทคอุนมองเซฮุนอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก เพราะรู้จักนิสัย(เสีย)ของเซฮุนดี


          "แล้วยังไง จะให้ชั้นทำอะไรก็บอกมาเถอะ" แทคอุนกลับมาถามด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้ง


          "ไปเจรจากับคู่แข่ง และบอกให้พวกเขาถอยกลับไปแต่โดยดีซะ" เซฮุนบอกเสียงเรียบนิ่งด้วยแววตาที่ไร้แววล้อเล่นใดๆ


          "ห๋า? เจรจา? ..กับใคร? พวกนั้นเป็นใครล่ะ ทำไมถึงเป็นชั้นล่ะที่ต้องไปเจรจา?" แทคอุนย้อนถามอย่างไม่วางใจ และยังไม่เข้าใจอะไรบางอย่างในนั้นด้วย


          "เพราะหัวโจกของคู่แข่งคือ เลโอ น้องชายฝาแฝดของนายยังไงล่ะ" คราวนี้เป็นแพคฮยอนเองที่กดเสียงตอบคำถามแทคอุนด้วยความคับแค้นใจออกมาชัดเจน


          "หา...เลโองั้นเหรอ?" หมอนั่นมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แทคอุนวิตกคิดกังวลอยู่ในใจอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นจริงอย่างนั้น "แล้วทำไมเขาถึงมาท้าแข่งกับเอ็นได้ล่ะ? พวกเขาไม่น่าจะรู้จักกันเลยนี่..."


          "นั่นควรจะเป็นพวกชั้นมั้ยที่ต้องถามนาย" แพคฮยอนยังคงอารมณ์ขึ้นไม่หยุด


          "เฮ้ ใจเย็นไว้ก่อนน่าแพคฮยอน แค่ดูก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าแทคอุนมันไม่รู้เรื่องนี้น่ะ" เซฮุนพยายามบอกให้แพคฮยอนอารมณ์เย็นลง


          "ฮึ่ย.." แพคฮยอนเหลือบตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าคมของเซฮุนแวบหนึ่งก่อนจะยอมสงบใจลงตามที่เซฮุนบอก


          "เข้าใจแล้วล่ะ" แทคอุนนิ่งคิดบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบอกกับทั้งสองคนอย่างแน่วแน่จริงจังว่า "ชั้นจะไปจัดการเรื่องนี้กับเขาเอง ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยล่ะกันที่เขาทำให้พวกนายไม่พอใจ" แทคอุนโค้งขอโทษแพคฮยอนกับเซฮุนอย่างจริงใจ


          "ช่างเถอะ ยังไงนายก็ไปเจรจากับน้องชายของนายให้ได้ก่อนเถอะ" แพคฮยอนพูดกับแทคอุนด้วยน้ำเสียงที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม


          "อือ แล้วพวกนายรู้ใช่มั้ยว่าตอนนี้เลโออยู่ที่ไหน?"


          "อื้อ ทางโน้นไง...ไอ้ผมสีสายไหมที่อยู่ทามกลางสาวๆตรงนั้นไง" แพคฮยอนบุยปากทำหน้าหมั่นไส้ไปทางซ้ายของเขาที่มีกลุ่มสาวๆกำลังลายล้อมเอาอกเอาใจหนุ่มฮ็อตของวันอยู่ห่างจากพวกเขาไปไม่ไกลเท่าไหร่นัก


          "..." แทคอุนมองตามทางที่แพคฮยอนบอก เพียงแปปเดียวก็เขาหาตัวปัญหาที่เขาจำได้อย่างชัดเจนเลยว่า ผู้ชายร่างสูงผมสีชมพูที่มีหน้าตาแบบเดียวกับเขาแปะที่ยืนสนุกกับสาวๆอยู่ตรงนั้นคือ เลโอ น้องชายฝาแฝดของเขาอย่างแน่นอน ไม่ต้องสงสัยเลย 


.


.


.


สวบ...


          "เลโอ" พอเดินเข้าไปถึง แทคอุนก็ไม่คิดลังเลเลยที่จะเสียงเรียกนามของคนที่อยู่ตรงกลางวงล้อมของสาวๆ ให้หันมาหาตัวเอง


          "หืมม...มาจนได้นะ หึ" เลโอพูดทักทายเสียงยียวนกับแทคอุนพร้อมกรตุกให้พี่ชายอย่างท้าทายอีกด้วยในตอนท้าย


          "นายคิดจะทำอะไร?" แทคอุนไม่อ้อมค้อมถามน้องชายออกไปตรงอย่างไม่ต้องการเสียเวลา


          "หึ หวงกันขนาดนี้...ก็ยิ่งสนุกขึ้นอีกน่ะสิ" เลโอยังคงพูดจาอย่างคนที่คุมเกมส์ทุกอย่างไว้ในมือ


          "นายต้องการอะไร ก็บอกพี่ตรงๆ อย่างเอาคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องอะไรเข้ามาเดือดร้อนด้วยแบบนี้" แทคอุนพูดเสียงเข้ม


          "แหมม แค่เอามาเล่นสนุกด้วยนิดๆหน่อยๆ อย่าทำมาเป็นหวงของนักเลย"


          "พูดอะไรออกมาน่ะ เอ็นไม่ใช่สิ่งของนะ หัดระวังคำพูดซะบ้าง!"


          "อ่า บอกตรงๆว่าตอนนี้ชักจะเลยหงุดหงิดขึ้นมาแล้วล่ะ" พูดจบเลโอก็ผลักตัวออกจากเหล่าสาวๆ เดินออกมาประจันหน้ากับพี่ชายตัวเองด้วยแววตาดุที่ไม่ได้ล้อเล่นเลย


          "นายต้องการอะไร?" แทคอุนพยายามใจเย็นถามอีกครั้ง


          "หึ ถ้าบอกว่าทุกอย่างที่เป็นของนายล่ะ ...นายจะว่ายังไง? จะยอมยกทุกอย่างให้ชั้นแลกกับเด็กคนนั้นรึเปล่า?" เลโอย้อนถามอย่างลองเชิง


          "นี่นาย..." แทคอุนถึงกลับพูดไม่ออก


          "เห๋ แค่นี้ก็ถึงกลับพูดไม่ออกเชียวเหรอ ..ยังอ่อนหัดเหมือนเดิมเลยนะ เพราะแบบนี้ไงชั้นถึงเกรียดนาย"


          "..." ถึงจะรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดดูถูกของน้องชาย แต่มันก็เถียงไม่ออก และก็ไม่อยากเถียงอะไรด้วย


          "จะทำตัวน่าสมเพชแบบนี้ไปถึงไหน หึ ไม่อยากเชื่อเลยว่านพวกนั้นจะเลือกนายขึ้นเป็นผู้ ...ทั้งๆที่อ่อนแอขนาดนี้" เลโอยังพูดจาดูถูกแทคอุนไม่เลิก


          "นั่นสินะ ทั้งๆที่นายเก่งกว่าพี่...ทุกอย่าง" แทคอุนพูดออกมาจากความรูสึข้างในใจจริงๆของเขา ไม่ได้จะประชดรึอะไรทั้งนั้น


          "หึ อย่ามาพูดจากเป็นหมาขี้แพ้ ชั้นน่ะ" เลโอจ้องตาแทคอุนนิ่งอย่างจริงจัง ก่อนจะพูดออกไปอย่างชัดเจนว่า "ข้าวที่พ่นทิ้งแล้ว ถึงอดตายก็ไม่มีวันเก็บมันขึ้นมากินหรอก"


          "เลโอ" แทคอุนเอ่ยเรียกชื่อน้องชายด้วยความรู้สึกผิดจับใจ


          "พอเถอะ สายตาแบบนี้น่ะ มันน่าสะอินสะเอียนจนชั้นอยากฆ่านายให้ตายไปพ้นๆเลยรู้มั้ย" 


          "...."


          "จะบอกอะไรให้ก็ได้ ว่าทำไมชั้นถึงมาอยู่ที่นี่ และทำไมแฟนของนายถึงมาเกี่ยวข้องด้วย"


          "...."


          "บอกตรงๆเลยว่าตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าหมอนั่นเป็นอะไรกับนาย"


          "...."


          "แต่บังเอิญว่าหมอนั่นน่ะ ดันมีค่าหัวแพงซะจนอดใจไม่ไหว ชั้นก็เลยต้องลงทุนมาเก็บมันถึงที่นี่ยังไงล่ะ" น้ำเสียงเย็นชา ที่บงบอกได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เลโอพูดมาน่ะคือความจริงไม่ได้มีอะไรแอบแฝง


          "...." แทคอุนยิ่งช็อคหนักเมื่อได้รู้เหตุผลจริงๆ


          "ให้เดานะ พวกนั้น(เซฮุน)คงหวังให้นายมาเจรจากับชั้นล่ะสิ" เลโอพูดเหมือนอ่านอนาคตได้


          "ใช่ อย่างที่นายพูด พวกเขาส่งชั้นมาเจรจากับนาย" แทคอุนพยักหน้ารับซื่อๆอย่างไม่คิดจะหาข้ออ้างกับคนที่ฉลาดอย่างเลโอให้ต้องเสียเวลา


          "เห๋ เหมือนว่านายจะรู้ตัวแล้วสินะ ว่าควรจะวางตัวยังไงกับชั้น" เลโอพูดขึ้นอย่างพอใจอยู่เล็กน้อย "จะเห็นแก่เลือดของแม่ที่อยู่ในตัวนาย ชั้นจะขอเตือนว่านายควรกับไปและเลิกยุ่งเกี่ยวกับหมอนั่นซะ ...ไม่งั้นนายเองก็โดนเก็บไปด้วยล่ะนะ"


          "..."


          "ทำหน้าทำตาแบบนั้น คงจะไม่ยอมเชื่อฟังคำเตือนกันสินะ"


          "คิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยรึไง?" แทคอุนย้อนถามเสียงเครียด


          "ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนี่..." เลโอพูดอย่างมีนัยแฝง "รู้มั้ย แค่ชั้นดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวหมอนั่นก็สามารถตายในสนามแข่งได้ทันที" เลโอไม่ได้แค่พูดขู่ แต่เขาสามารถทำแบบนั้นได้จริงอย่างที่พูดซะด้วย


          "นายมันเลือดเย็นไร้หัวใจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เลโอ?" แทคอุนเค้นเสียงถามน้องชายอย่างเจ็บปวดในใจ


          "แล้วคิดว่าใครเป็นสาเหตุเหรอ?" เลโอก็ย้อนถามอย่างเย็นชาเหมือนเดิม "เพื่อนายจะไม่รู้นะแทคอุน ว่าน้องชายที่ชื่อว่าเลโอคนนั้นของนายน่ะ มันตายไปตั้งนานแล้ว"



To be continued








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น