Artificial Love Or Real ? [VIXX n EXO]

ตอนที่ 7 : Welcome to University [King]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ก.พ. 61




#792[4]


"แทคอุน~"


"อือ? อา~ฮยอกอา~ แหะๆ"


ผวัะ!


"โอ้ย! เจ็บนะ...แกมาตบหัวฉันทำไมเนี่ย!" แทคอุนลูบหัวตัวเองปอยๆที่โดนเพื่อนสนิทอย่างซังฮยอกตบ


"เอ่อ! นี่ยังน้อยไปเหอะ ฮึ่ย! ..แล้วนี่หายไปไหนมาทั้งคืนวะ ห๊า! ฉันเป็นห่วง โทรไปหาแกก็ปิดเครื่องอีก จะออกไปตามหาแก ฝนแม่งก็ดันมาตกซะห่าใหญ่ สุดท้ายเลยได้แต่รอแกกลับมาจนเผลอหลับไปเลยนะ ไอ้เพื่อนบ้าเอ้ย!!" ซังฮยอกบ่นยาวใส่แทคอุน


"แหะๆ ขอโทษว่ะ คือ-อ่ะ!" ยังไม่ทันทีแทคอุนจะได้เอ่ยพูดอะไร ก็โดนจงแดกระชากตัวเข้าไปหาเสียก่อน


"เรื่องนั้นช่างก่อนเถอะ" ซังฮยอกพูดพร้อมทั้งสบตากับแทคอุนอย่างสื่อความหมาย


"เอ๋?" แทคอุนได้แต่มองซังฮยอกอย่างฉงน งุนงง


"ได้แล้วเว้ย! แกๆๆได้แล้วๆๆๆ" ซังฮยอกพูด(ตระโกน)พร้อมทั้งดึงแทคอุนเข้าไปกอดรัดคอแน่น แล้วยังเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาอย่างละคนที่กำลังดีอกดีใจมากมาย


"อั่กๆ ป ปล่อยๆๆ ปล่อยก่อนดิว่ะ ห...หายใจไม่ออกแล้วเว้ย!" แทคอุนพยายามดันร่างใหญ่กว่าของซังฮยอกออกอย่างทุลักทุเล


ไอ้บ้าซังฮยอกเอ้ย ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ บางๆ นะเว้ยเฮ้ย คือแบบนอกจากจะตัวโตกว่าแล้วแรงมันยังโคตรมหาศาลอีก โว่ะ!


"วู้ว- กว่าจะปล่อยได้นะแก" แทคอุนยืนเท้าเอวสูดเอาอากาศเข้าปอดเฮือกๆ


"เอ่อๆ โทษทีว่ะ คือแบบ...มันดีใจนี่หว่า" ซังฮยอกตบไหล่แทคอุนเบาๆสองทีอย่างขอโทษ ซึ่งแทคอุนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเวลาที่พวกเขาดีใจก็มักจะเป็นกันแบบนี้เสมอ


"เอ่อๆ ว่าแต่ไอ้ที่บอกว่าได้แล้วๆเนี่ย...นี่มันเรื่องไรว่ะ ไหนเล่าดิ"


"ก็เรื่องมหาลัยฯคิงไง"


"มหาลัยฯคิง? อา...ฉันไปดูบอร์ดเมื่อวาน..ไม่ติดว่ะ" เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แทคอุนก็มีสีหน้าเศร้าลงทันที และเรื่องนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แทคอุนไม่ได้กลับไปนอนที่หอกับซังฮยอก


"ไม่ติด? อะไรไม่ติดว่ะ ก็ชื่อแก....คะแนนติดอันดับสามในบอร์ดของมหาลัยฯคิงเลยไม่ใช่อ่อ?!" ซังฮยอกเบิกตาโตพูดขึ้นอย่างงงๆ ก็เมื่อเช้าเขาได้รับการแจ้งเตือนผลคะแนนผู้ที่สอบผ่านได้สิทธิ์เข้าเรียนในมหาลัยฯคิง มหาลัยในฝันของหลายๆคน และเนี่ยก็ไม่อยากจะอวดหรอกว่าชื่อของผม ฮันซังฮยอก ติดอันดับ 1 ของ top 5 ประจำปีด้วย เจ๋งใช่มั้ยล่ะ หึหึ


"ห่ะ?! แก..แกพูดว่าไงนะ ใคร? ใครได้อันดับสามนะ?" แทคอุนเอ่ยถามซังฮยอกอย่างไม่มั่นใจในสิ่งที่ได้ยิน


"ก็แกไง จองแทคอุน ทำคะแนนสอบได้ติดอันดับสามของนักเรียนทั้งหมดหนึ่งพันห้าร้อยคนจากทั่วประเทศที่สอบติดมหาลัยฯคิง" ซังฮยอกอธิบายให้แทคอุนได้เข้ามากขึ้น


"จ.จริง จริงๆหรอว่ะฮยอก!" แทคอุนรวบมือของซังฮยอกมาจับเอาไว้อย่างตื่นเต้นสุด


"ก็เอ่อสิ ไม่เชื่อแกก็ลงอ่านนี่ดูเองสิ เนี่ยๆๆ" ซังฮยอกเปิดไอโฟนเข้าไปที่หน้าเว็บบอร์ดของมหาลัยฯคิงที่แสดงผลประกาศรายชื่อนักเรียนที่สอบติดทั้งหนึ่งพันห้าร้อยคนตามเกณฑ์กำหนดของมหาลัยจากนักเรียนทั่วประเทศ ซึ้งชื่อของ ฮันซังฮยอก ติดดาวขึ้นเป็นอันดับที่ 1 และชื่อ จองแทคอุน ติดดาวอยู่อันดับที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่ยอดเยี่ยมมากๆ เพราะมันคืออันดับ top 5 ของปีนี้เลยด้วย (Top 5 คือเด็กที่จะได้รับสิทธิพิเศษเหนือกว่านักศึกษาคนอื่นๆ)


หลังจากที่แทคอุนได้อ่านรายชื่อของตัวเองแบบซ้ำๆหลายต่อหลายรอบจนมั่นใจ ถึงมั่นใจขั้นสุดแล้วจึงโพล่เข้ากอดซังฮยอกแน่นก่อนจะแหกปากร้อนตระโกนออกมาอย่างดีอกดีใจ จนคนที่ผ่านไปมาแถวนั้นถึงกับสะดุ้งตกใจ งุนงงไปตามๆกัน
.
.
.
.
.
.
.

หนึ่งเดือนต่อมา...

~ขอแสดงความยินดีแด่นักเรียนที่จบการศึกษาปี20×× ~

หลังจากขึ้นรับใบเกียรติบัตรจบการศึกษาของมัธยมปลายปี 3 เรียบร้อยแล้ว นักเรียนปี 3 ทุกคนก็มานั่งที่เก้าอี้ที่มีเลขที่ของตัวเองอย่างพร้อมเพียงกัน เพื่อรอรับฟังผู้อำนวนการโรงเรียนขึ้นกล่าวโอวาทแด่นักเรียนที่จบการศึกษาของชั้นปี ซึ่งก็ใช้เวลาไปกว่าสองชั่วโมงถึงจะเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการจบการศึกษาอย่างเป็นทางการ

เมื่อเสร็จวสิ้นพิธีการต่างๆแล้ว แทคอุนกับเพื่อนๆของเขาก็ถูกเหล่ารุ่นน้องและเพื่อนๆรวมถึงครอบครับของตัวเองที่มาดูและแสดงความยินดีด้วยดึงตัวไปถ่ายรูปด้วยทันที




Taekwoon said.

วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากๆเลยครับ ก็ผมได้เรียนจบมัธยมปลายแล้วนี่ครับ ฮะๆๆๆ มีความสุขจัง~ เดี๋ยวต่อไปก็ได้เป็นนักศึกษามหาลัยแล้ว~ ดีใจจัง~

วันนี้พ่อกับแม่และพี่ชายของผมก็มาแสดงความยินดีกับผมด้วยล่ะ อ่อๆ ครอบครัวของซังฮยอกก็มาด้วยเหมือนกันนะครับ 

ทุกคนต่างก็ยิ้มยินดีกันหน้าบานเลยล่ะครับ ฮ่าๆๆ ก็แหม...ลูกชายเรียนจบมัธยมปลายแล้ว แถมยังสอบติดมหาลัยชื่อดังอีกด้วยนี่น่า เป็นใคร ใครก็ต้องยินดี ดีใจกับลูกหลานตัวเองกันทั้งนั้นแหละเนอะ ฮ่าๆๆ อย่าถือสาอะไรผมตอนนี้เลยนะครับเพราะผมกำลังแฮปปี้สุดๆ




ในขณะที่ผมกำลังถ่ายรูปกับรุ่นน้องอยู่นั่นเอง


เสียงกรี๊ดกร๊าด ของบรรดาสาวๆก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากผมโดยทันที


เอ๋...มีอะไรกัน?


แล้วไม่รอให้ผมสงสัยนาน ต้นเหตุของเสียงกรี๊ดกร๊าดก็กำลังมาทางผม

โดยมีเพื่อนนักเรียนหญิงห้องเดียวกับผม เธอกำลังเดินนำผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มแถบขาว ผมสั้นด้านหน้าของเขาถูกเซ็ตขึ้นอย่างลวกๆ แม้ใบหน้าเรียวเล็กของเขาจะมีแว่นกันแดดสีเข้มใส่ปิดบังไว้ส่วนหนึ่ง แต่ออร่าความหล่อก็ยังแผ่ซานออกมาให้สาวๆได้กรี๊ดกร๊าดกันได้อยู่ดี 


"แทคอุนกุน~มีคนมาหาแหนะ" ควอน จีฮวา เพื่อนหญิงห้องเดียวกับผมเอ่ยขึ้นเมื่อเธอเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าผมเรียบร้อยแล้ว


"สวัสดีครับ น้องจองแทคอุน...รึเปล่าครับ?" ผู้ชายตัวสูงหน้าตาดี(มาก)เดินยิ้มอย่างเป็นมิตรเข้ามาถามผมเหมือนเจ้าตัวเองจะยังไม่ค่อยมั่นใจนัก


"อา ครับผมเอง สวัสดีครับ...เออ" ผมกล่าวทักทายกลับพร้อมทั้งโค้งหัวให้พี่เขาอย่างสุภาพ แม้จะยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เมื่อเขาเรียกผมว่าน้องก็แสดงว่าเขาอายุมากกว่าผมแน่นอน เพราะงั้นผมก็ควรมีมารยาทต่อเขาก่อน


"ผม มิคเคนดัล ชอง ครับ ...คิงให้ผมเอาของสิ่งนี้มาให้น้องแทคอุนครับ" ว่าจบคุณมิคเคนดัล ชอง ก็ยื่นกล่องของขวัญสีเทาพูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินแถบทองขนาด 15×20cm. ที่มีดอก Gerbera สีสวยหนึ่งดอกแนบติดมาบนกล่องของขวัญนี้ด้วย

ผมยื่นมืออกไปรับกล่องของขวัญจากคุณ มิคเคนดัล ชอง ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่รู้สิครับ ก็ผมไม่รู้นี่ว่าคิงอะไรนั่นที่เขาพูดคือใคร?อะไร? แต่ว่า...ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร แต่หัวใจที่เต้นแรงเมื่อได้รับของชิ้นนี้มามันก็ทำให้ผมอยากเจอเจ้าของของมันเสียแล้วสิ

...จะใช่คนที่ผมคิดไว้รึเปล่า?




#Specail #뭐해!!!

#UniversityKing



Chapter...เจ้าของ "แหวน"


บรื้น~ บรื้น~ เอี๊ยด!!!

Lamborghini aventador roadster กระทิงดุสีขาวแล่นเข้ามาจอดอยู่ลานหน้าตึกนิเทศฯ คณะเรียนของเพื่อนสนิทตัวเล็กของฮัคยอนอย่าง คิม มินซอก นักศึกษาปี 3 ที่พึ่งได้กลับมาเข้าเรียนวันนี้วันแรกหลังจากที่มหาลัยฯได้ทำการเปิดภาคเรียนใหม่ไปได้เกือบสองอาทิตย์แล้วก็ตาม


"ถึงแล้วครับ มินซอก~" ฮัคยอนหันไปพูดกับเพื่อนตัวเล็กน่ารักที่กำลังสนใจข้อความที่ขึ้นอยู่หน้าจอ iphone เครื่องใหม่จนไม่รู้ตัวว่าฮัคยอนได้ขับรถมาจอดที่คณะเรียนของตัวเองแล้ว


"โอ๊ะ อา..ถึงแล้วนี่ ฮ่าๆ" มินซอกเงยใบหน้าแสนน่ารักน่าหยิกขึ้นมองออกไปด้านนอกของรถก็ถึงได้รู้ว่าเขามาถึงคณะแล้ว


"ครับ~ถึงแล้ว ป่ะ เดี๋ยวลงเดินไปส่งที่ห้องเรียน" ฮัคยอนพูดแค่นั้นก็ปลดล็อคประตูรถก่อนจะเลื่อนประตูปีกนกขึ้น เรียวขายาวใต้กางเกงยีนส์สีซีดขาดๆจากแบรนด์หรูก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเท่ๆ ตามบุคลิกของคนร่างสูงหุ่นนางแบบอย่างฮัคยอน ที่ไม่ว่าจะทำอะไร?  อยู่ในอิริยาบถไหน?  ใครต่อใครต่างก็จะให้ความสนใจเค้าคนนี้สุดๆ เช่นเดียวกับมินซอก ที่จะทำอะไร อะไรๆ ก็ดูน่ารัก น่าเอ็นดูไปเสียหมด (ก็คนดังของมหาลัยก็งี่แหละ)


เป็นภาพปกติที่คนในคณะนิเทศฯมักจะได้เห็นกันทุกครั้ง ที่ประธานคณะฯตัวเล็กน่ารักแต่พูดน้อยอย่าง คิม มินซอก จะมีคิง[?]ของมหาลัยฯอย่าง ชาฮัคยอน เดินมาส่งถึงห้องเรียนแทบจะทุกครั้งที่มินซอกมีเรียน จนใครๆต่างก็คิดกันไป(เอง)แล้วว่าทั้งสองคนคบกัน

ก็ทั้งๆที่ฮัคยอนกับมินซอกเรียนอยู่คนละคณะกันแท้ๆ แต่พอถึงเวลาว่างเวลาพักก็จะมักเห็นฮัคยอนมารับมินซอกออกไปด้วยกันตลอด (คือเป็นคู่ที่ตัวติดกันมากๆอ่ะ)

แต่สาเหตุหลักที่ทำให้ใครๆ เชื่อว่าเขาทั้งสองคบกันจริงๆก็คือ...


"...ถึงห้องเราแล้ว" มินซอกหยุดเดินอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียนก่อนจะหมุนตัวกลับมาหาฮัคยอนที่ยืนอยู่ข้างๆ


"ครับ ตั้งใจเรียนนะเดี๋ยวตอนเที่ยงจะมารับ" ฮัคยอนโน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆกับหน้ามินซอกขณะพูดประโยดนั้น จนแฟนคลับที่จิ้นทั้งคู่อยู่ถึงกับกลั้นเสียงกรี๊ดกันแทบจะไม่อยู่


จุ๊บ


จุ๊บ


และสิ่งที่แฟนคลับกำลังรอคอยก็มาถึง เมื่อฮัคยอยเอียงคอเข้าไปจุ๊บเบาๆที่ข้างแก้มกลมๆแสนน่าฟัดของมินซอก และมินซอกเองก็จุ๊บกลับที่ข้างแก้มเนียนของฮัคยอนตอบเช่นเคย


การจุ๊บแก้มกันสำหรับฮัคยอนและมินซอก มันคือเรื่องปกติที่เขาทั้งสองคนทำกันมาตั้งแต่เริ่มจำความได้เลยด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนอื่นที่เห็น...คงไม่ใช่ แต่ฮัคยอนกับมินซอกก็ไม่คิดจะสนใจอะไรอยู่แล้ว (ก็มันเรื่องของพวกเขานี่จะสนใจคนอื่นไปทำไม)


"กลับไปที่คณะได้แล้ว เดี๋ยวอี้ฟานมันจะบ่นเราอีก" มินซอกพูดพร้อมกับยู่ปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเพื่อนตัวสูงอีกคนที่เรียนคณะเดียวกับฮัคยอน


"อาฮะ โอเคครับ แล้วเจอกันนะ" ฮัคยอนพูดจบก็หันหลังเดินกลับไปทางเดิมที่เดินขึ้นมาส่งมินซอก และมินซอกเองเมื่อฮัคยอนไปแล้ว เขาก็หันเดินเข้าห้องเรียนของตัวเองไปเช่นกัน



.


.


.


Taekwoon part.


พลั่ก


"อ่ะ/เฮ้ย/"


หวืบ...


หมับ


"괜잖아?" เสียงหวานคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนดังขึ้นที่ข้างๆหูผม กลิ่นหอมสะอาดๆนี้ด้วย ทำไมรู้สึกคุ้นจัง?


ผมค่อยๆเปิดตาขึ้นทีละข้างเพื่อมองคนที่กำลังกอดรับน้ำหนักตัวผมไว้ไม่ให้ตกลงไปเสียก่อน เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ที่ผมมั่วแต่รีบ เลยเดินลงบันไดไปแบบไม่ทันระวัง จึงก้าวพลาดขั้นบันไดเลยทำให้ผมเสียหลักการทรงตัว ทำให้ผม(เกือบ)ตกบันไดไปแล้ว


เมื่อผมเริ่มตั้งสติได้หลังจากที่มันหายไปตอนที่คิดว่าตัวจะต้องตกบันไดแน่ๆ ผมก็จึงค่อยดันร่างตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของอีกคน โดยที่อีกคนก็ยังคงช่วยประครองอยู่ จนผมกลับมายืนเองได้แล้วผมจึงรีบพูดขอบคุณเขาทันทีและตอนนั้นเอง...


"ขอบคุณ....OㅅO" ทันทีที่ผมได้มองเห็นใบหน้าชัดๆของคนที่ช่วยผมเอาไว้ได้เต็มสองตา อาการช็อคค้างกลางอากาศก็บังเกิดขึ้นเลยครับ


"หืม? ทำหน้าแบบนี้....ตกใจสินะครับ น้องแทคอุน?" รอยยิ้มขำและสายตาล้อเลียนจากคนตรงหน้าที่ผมไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก หลังจากตอนนั้น...ที่มันผ่านมานานหลายเดือนแล้ว แต่ผมก็ยังคงจำคนคนนี้ได้...ดีไม่เคยลืม


"ฮัคยอน" ผมเอ่ยชื่อเธอออกมาแผ่วเบาจนแทบจะไม่มีเสียง แต่เพราะเรายังยืนอยู่ใกล้กันมากๆ ฮัคยอนจึงได้ยินมันชัดเจน


"ครับ ..ดีใจนะที่ยังจำผมได้" ฮัคยอนยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน จนผมต้องหายใจติดขัดก่อนที่มันจะ...ตึก ตัก หัวใจที่พึงจะเริ่มกลับมาเต้นปกติหลังจากหายตกใจเรื่องที่เกือบจะตกบันได ตอนนี้มันก็กลับมาเริ่มทำงานหนักขึ้นเพราะคนตรงหน้านี้อีกครั้ง


"ทะ แทคอุน" ก่อนที่บาเรียสีชมพูมันจะเพิ่มจำนวนไปมากกว่านี้ เสียงทุ่มๆของซังฮยอกเพื่อนสนิทของผมก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของผมเสียก่อน


อา เกือบลืมไปแล้วครับว่าผมไม่ได้มาคนเดียว ฮ่าๆๆ


"คราวหลังก็ระวังๆหน่อย...เป็นห่วง" ฮัคยอนยื่นหน้าเข้ามากระซิบบอกประโยคสุดท้ายที่ข้างหูผมเบาๆก่อนจะถอยออกมายิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง (ทำไมต้องมายิ้มหวานๆให้แบบนี้บ่อยด้วยเนี่ย)


"อา เออ.." ผมก้มหน้าลงอย่างเขินๆเพราะไม่กล้าสบสายตาสวยคู่นั้น และก็คงหาคำพูดของตัวเองไม่เจออีกด้วย สถานการณ์ที่มันเป็นอันตรายกับหัวใจของผม..มาก 


"แล้วเจอกันครับ น้องแทคอุน" ฮัคยอนพูดพร้อมทั้งยกมือเรียวขึ้นไปยิกแก้มที่มีลิ้วสีแดงนั้นเบาๆอย่างอดไม่ได้ น่ารักอีกแล้วนะครับน้องแทคอุน


"อ่ะ" ผมสะดุ้งตัวทันทีที่โดนคนตรงหน้าบีบที่แก้มแม้ว่าจะแค่เบาๆก็เถอะ แต่มันก็ทำให้อุณหภูมิบนใบหน้าของผมมันร้อนขึ้นไปอีกเท่าเลยนะ นี่เธอกำลังแกล้งผมอยู่ใช่มั้ย?


ก่อนที่ฮัคยอนจะเดินจากไป ก็ไม่ลืมหันไปยิ้มให้กับซังฮยอกเพื่อนสนิทของผมที่ยืนงงทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงด้านหลังด้วยอย่างเป็นมิตร แล้วจากนั้นฮัคยอนก็เดินลงบันไดไป...โดยไม่ได้หันกลับมาพูดอะไรกับผมอีก


"...." แทคอุนยืนนิ่งค้างทอดสายตามองตามแผ่นหลังเล็กของฮัคยอนที่ค่อยๆไกลห่างออกไปเรื่อยๆ...จนสุดท้ายก็หายลับตาไป


"นั่น...รุ่นพี่ฮัคยอน คิง ของมหาลัยนี่!" ซังฮยอกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างสุดๆ เมื่อเขานึกออกแล้วว่าคนที่ช่วยเพื่อนของตัวเองไว้เป็นใคร


แน่นอนว่าไม่มีใครในมหาลัยที่นี้จะไม่รู้จัก คิง ของมหาลัยอย่าง ชาฮัคยอน


"หา? คิง...?" แต่ดูเหมือนว่าจะมีเด็กหนุ่นคนหนึ่งนะ...ที่ขนาดได้รับการช่วยเหลือจากคิงเอาไว้(อย่างแนบชิด)ขนาดนั้น...แต่ถึงขนาดนั้นแล้ว เด็กหนุ่มผู้มีนามว่า จองแทคอุน คนนี้เขากลับไม่รู้เลยว่า คนคนนั้น ที่ช่วยเขาเอาไว้เมื่อครู่นั้นน่ะคือ คิง บุคคลที่ใครๆก็ต่างยกย่องหลงใหลและหมายป้องกันทั้งนั้น (แทคอุนเนี่ยไม่รู้อะไรเลยสิน้า...เฮ้อ)


.


.


.


#กิจกรรม(ต้อน)รับน้อง?


"สวัสดีครับ น้องๆเฟรชชี่ทุกคน ผมชื่อ คิมจุนมยอน เป็นรองประธานคณะนิเทศฯ สำหรับกิจกรรมรับน้องในวันนี้..." จุนมยอนพูดค้างไว้ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่น้องๆเฟรชชี่ทุกคน...จนทั่ว แล้วเขาจึงพูดขึ้นต่อ


"ผมมีภารกิจสามอย่างให้น้องๆทุกคนทำ คือ...
1. หาบัดดี้
2. หาพี่ระหัส และ..
3. ตามหา secret mission โดยทั้งสามภารกิจนี้ ผมจะให้เวลาทำภารกิจทั้งหมดสามอย่างนี้ เริ่มตั้งแต่ที่ทุกคนได้รับคำใบ้จนถึงวันพรุ่งนี้เวลา 3.45 pm. หวังว่าทุกคนจะทำภารกิจนี้ได้สำเร็จทุกคนนะครับ" จุนมยอมยิ้มหวานให้กำลังใจแก่น้องๆก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า

"และแน่นอนครับ ว่าใครคนไหนที่ทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ ...ผมก็เตรียมบทลงโทษเอาไว้ให้แล้วเช่นเดียวกันครับ แต่..ผมคิดว่าทุกคนคงไม่อยากโดนลงโทษหรอกใช่มั้ย? เพราะฉะนั้นก็จงทำมันให้สำเร็จด้วยนะครับ ขอบคุณครับ" กล่าวจบแล้วจุนมยอนก็เดินลงจากเวทีไปหากลุ่มเพื่อนปีสองที่คอยอยู่ข้างเวทีทันที โดยที่บนเวทีก็มีพี่ปีสามไปทำหน้าที่ต่อ



10 นาทีต่อมา...

"นี้มันอะไรว่ะ 792011- 29 กระต่ายซึน(พี่ระหัส) ..7920012 - 61เซลฟี่สองนิ้ว(บัดดี้) ..คะ คำใบ้บ้าอะไรว่ะเนี่ยยยย" ซังฮยอกโอดครวญขึ้นหลังจากเดินออกมาจากลานกิจกรรมรับน้องของคณะ


"เอ่อว่ะ ดูของฉันสิ 7920012 - 94 miranda kerr(บัดดี้) ...792010 - 99TVXQ(พี่ระหัส) เอ่อซังฮยอกแล้วภารกิจลับแกคืออะไรว่ะ?" แทคอุนขมวดคิ้วเครียดกับคำใบ้ที่ได้ เอ่ยถามเพื่อนก่อนจะตั้งใจอ่านคำใบ้ของตัวเองใหม่ซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ


"เออ..หมื่นวอนจาก คิมจุนมยอน ..?? เอ่อ แล้วของแกล่ะ?" ซังฮยอดตอบแทคอุน แล้วถามกลับไปด้วย


"ของฉัน ..หนึ่งอย่างจาก คิง" แทคอุนตอบออกไปพลางยกมือชื้นเหงื่อยขึ้นมาเกาที่ท้ายทอยตัวเองอย่างคนที่กำลังมึนงง ทำอะไรไม่ถูก เมื่อต้องมาเจอกับปัญหาที่แก้ยาก..









#792[4]

#Specail #해IV

#KING!



Chapter...ตามหา


minseok part.


"เซฮุนครับ" ผมยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานมองญาติสนิทผู้น้องตัวสูงอย่าง โอ เซฮุน ที่กำลังนั่งเล่น ipad อยู่ที่โซฟามุมห้องอย่างนิ่งๆ


"อือ~ ครับฮยอง?" เซฮุนขลานตอบแต่ก็ไม่ยอมเงยหน้าออกจาก ipad มามองผมเลย


"คุณโอ เซฮุน ถ้าภารกิจไม่สำเร็จ....คิดว่าจะไม่โดนลงโทษรึครับ หืม?" ผมเดินไปหยุดตรงหน้าเขาก่อนจะ...


พรืบ


"อ่ะ ฮยอง!!!" เซฮุนตาโตร้องขึ้นอย่างขัดใจเมื่อโดนแย่งของเล่นไปต่อหน้าต่อตา


"หึ ยอมมองหน้ากันสักทีนะ เจ้าตัวแสบ" ผมยืด ipad ของเซฮุนมาถือไว้เอง ก่อนจ้องตาดุใส่เมื่อเซฮุนที่ทำท่าจะมาแย่งเอาของคืน


"ฮยองอา~" เซฮุนทำหน้างอแงใส่ผม


"ไม่ต้องมางอแงนะ ส่วนนี่...ฮยองจะคืนให้หลังจากที่นายทำภารกิจเสร็จแล้ว" ผมพูดกับเจ้าตัวดื้ออย่างจริงจัง


"โฮ่ย บังคับกันอีกแล้วอ่ะ ฮยองไม่รักผมเลยอ่ะ" เซฮุนคว่ำปากอย่างงอนๆเหมือนเด็ก


"หึ ถ้ายังไม่เลิกงอแง...venice fashion week นี้ก็งดแล้วกัน" ผมพูดเสียงนิ่ง


"ห่ะ ฮยอง~ ไม่เอาดิ ไม่แล้วๆๆ ผมไม่งอแงแล้วครับ เดี๋ยวจะรีบไปทำภารกิจตอนนี้เลย แต่ฮยองต้องห้ามงดงาน VF week ของผมนะครับ" เซฮุนลุกพรวดตรงเข้ากอดอ้อนผมทันที ที่ผมขู่เขาเรื่อง VF week หรือ venice fashion week อะไรนั่นของเขา ที่ผมได้ยินว่าวีคนี้มีนางแบบไอดอลของเซฮุนร่วมเดินแบบด้วย นั่นเลยยิ่งทำให้เซฮุนพลาดงานนี้ไม่ได้เด็ดขาด


จุ๊บๆ


"งั้นผมไปทำภารกิจก่อนนะครับ" เซฮุนจุ๊บแก้มผมสองทีก่อนจะรีบก้มลงไปคว้าเอากระดาษคำใบ้ที่ตัวเองวางทิ้งเอาไว้อยู่ก่อนหน้านี้บนโซฟาขึ้นมาอ่านดูอีกรอบ


"...792012 - 04 nutella ...7920011 - 11 hot body  ...หนึ่งอย่างจาก จาง อี้ชิง...นี่...นี่มันคำใบ้จริงๆเหรอ? ทำไมไม่เห็นจะเข้าใจเลยอ่ะฮยอง?" เซฮุนหันกระดาษคำใบ้มาให้ผมดูด้วยสีหน้างงๆอย่างไม่เข้าใจและต้องการความช่วยเหลือสุดๆ


"นา~นี่มันคือภารกิจของเฟรชชี่นิเทศฯน่ะนะ ถือซะว่าได้ทำอะไรสนุกๆเล่นนะเซฮุนอา" ผมตบไหล่กว้างของน้องอย่างให้กำลังใจ


.

.

.

Hakyeon part.


คณะวิศวะฯ

"เฮ้ ฮัคยอนวีคนี้นายจะไปงานที่เวนีสใช่ป่ะ?" อี้ฟานหนุ่มสุด cool เจ้าพ่อแฟชั่น(หลุดโลก) ประจำคณะ...ถามขึ้นขณะที่พวกเรากำลังลงไปที่ลานจอดรถหน้าคณะ หลังจากที่หมดชั่วโมงเรียนของวันนี้กันเรียบร้อยแล้ว

"อือ ใช่ รับปากกับเจ้าตัวแสบเซฮุนที่มาอ้อนขอให้พาไปตั้งแต่ต้นเดือนแล้วน่ะ ...อีกอย่างฉันก็ไม่ได้กลับบ้านหลักที่อิตาลีหลายเดือนแล้วด้วย ก็เลยถือโอกาสกลับบ้านด้วยซะเลย อ่ะ นายไปด้วยกันมั้ยล่ะ? " ผมตอบคำถามอี้ฟานยาว ก่อนจะถามชวนเขาในตอนสุดท้าย


"หือ? เอ่อว่ะ ฉันเองก็ไม่ได้ไปเที่ยวบ้านนายที่อิตาลีนานแล้ว...งั้นตกลงฉันจะไปกับนายด้วยล่ะกัน" อี้ฟานพูดพร้อมกับวาดแขนยาวของเขามากอดคอผมอย่างที่ชอบทำกันเป็นประจำ โดยมีสายตาหลายคู่ที่(แอบ)มองดูความใกล้ชิดสนิทสนมของเราสองคนอยู่ ก็นะ..ผมกับอี้ฟานเราเป็นเพื่อนและสนิทกันมาตั้งแต่ตอนเรียนประถมแล้ว แถมครอบครัวของพวกเรายังทำธุระกิจร่วมกันด้วย เพราะงั้นจึงไม่แปลกที่อี้ฟานจะสนิทกับทางครอบครัวของผมด้วย ซึ่งผมเองก็สนิทกับคุณแม่ของอี้ฟานอยู่เช่นกัน เรื่องสกินชิฟพวกนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพวกเรา


"อือ ตกลงตามนั้น เดี๋ยวฉันจะได้โทรฯบอกพ่อบ้านเวโน่ให้เตรียมห้องของนายไว้ให้ด้วยเลยละกัน โอเค?" ผมพูดจบก็ล่วงเอา iphone จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเลื่อนหาเบอร์บ้านที่อิตาลีทันที


หึ อยากจะบอกว่าอี้ฟานนะมันลูกรักของพ่อกับแม่ผมเลยล่ะ คิดดูเถอะว่าพวกท่านรักอี้ฟานกันขนาดไหนล่ะ ถึงได้มีห้องส่วนตัวสำหรับอี้ฟานโดยเฉพาะไว้ให้แบบนั้นได้นะ ฮ่าๆๆ


"โอ้~ ไงครับท่านแจฮวาน ไปหาท่านอธิการบดีมา...เป็นไงบ้างว่ะ?" อี้ฟานร้องทักอีแจฮวานเพื่อนสนิทอีกคนของพวกเขาที่นั่งทำหน้านิ่งสูบบุหรี่อยู่บนหน้ากระโปรงรถหรูของตัวเองด้วยท่านั่งสุดเท่(แบบพวกสาวๆชอบกรี๊ดกร๊าดความเท่ความดาร์กของแจฮวานมากๆ) เหมือนกำลังรอใครสักคนอยู่...ซึ่งแน่นอนว่าคนที่อีแจฮวานกำลังรออยู่นั้น ก็คือพวกเขาสองคนนี่แหละ


"เอ่อ ก็เรื่องเดิมๆว่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เฮ้อ...เซ็งว่ะ" แจฮวานเอ่ยตอบอี้ฟานก่อนจะลุกออกจากรถ เดินลากเท้าเข้ามาหาฮัคยอนด้วยสายตาอ้อนๆแล้วพูดกับฮัคยอนว่า "ขอชาร์จพลังจากนายหน่อยสิ ยอนนี่อา~~"


หมับ แจฮวานสวบกอดที่เอวบางของฮัคยอนแล้วเอาคางเกยไว้ที่ไหล่บางของฮัคยอนด้วยท่าทางที่ดูเหนื่อยล้าสุดๆ


"นาๆ ไม่เป็นไรนะ ฉันก็อยู่นี่ไง..ไม่ทิ้งนายหรอก ไม่เป็นไรนะแจฮวานอา ไม่เป็นไร" ฮัคยอนกอดแจฮวานเอาไว้หลวมๆโดยใช้มือข้างหนึ่งลูบขึ้นลงที่แผ่นหลังกว้างของแจฮวานอย่างปลอบโยนด้วย




.

.

.


Taekwoon  part.

"เฮ่ย~" ผมถอนหายใจออกมาอย่างหมดแรง เมื่อตอนนี้เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ยังไม่สามารถทำภารกิจอะไรได้เลยสักอย่างเดียว


"นา แทคอุนอา...ใจเย็นดิว่ะ เดี๋ยวแกก็ต้องหาพวกเขาเจอแน่ๆ" ซังฮยอกตบไหล่ผมเบาๆอย่างให้กำลังใจ


"หึ ก็แกเหลือแค่หาพี่ระหัสกับไปขอหมื่นวอนจากพี่รองประธานแล้วนี่" ครับ ซังฮยอกมันเจอบัดดี้ของมันแล้วล่ะครับ ผู้ชายตัวสูงโปร่ง ตาโต หูกาง ฟันเยอะ...เออคือเจ้าบัดดี้ของซังฮยอกเค้าก็แค่เป็นคนยิ้มกว้างน่ะครับ แต่เขาก็น่ารักเป็นมิตรดีครับ แบบหมอนี่เฟรนลี่ดีครับ เข้ากับซังฮยอกและผมได้ดีเลยล่ะ แม้ว่าจะพึงรู้จักกันเมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้เองก็ตาม


"แทคอุนนายได้คำใบ้อะไรบ้างหรอ?" ชานยอลที่หาบัดดี้และพี่ระหัสเจอแล้ว เหลือแค่ภารกิจลับข้อสุดท้ายตอนนี้ถามผมบ้าง


"เออ ฉันได้..7920012 - 94 miranda kerr ...792010 - 99 TVXQ และ..."


"7920012 - 94 นั่นมันเลขระหัสผมนี่!" เสียงหนึ่งดังขึ้นแทรกมาจากทางด้านหลังพวกผม แต่ก่อนที่พวกผมจะได้หันกลับไปมองหาต้นเสียงนั้น จู่ๆแผ่นกระดาษคำใบ้ของใครก็ลอยวืบ มาวางพรืบลงตรงกลางโต๊ะไม้ตรงหน้าของผม พร้อมกับมือเรียวขาวที่วางทับลงมาด้วย


"7920012 - 11 hot body  ..it's you?" ผู้ชายตัวสูงโปร่งผิวขาวจัดจนเกือบจะซีดเท่ากับสีผมขาวๆนั้นของเจ้าตัวเลยด้วยซ้ำ ใบหล่อๆติดสวย? นั้นมีเม็ดเหงื่อไหลซึมออกมาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกำลังจ้องมองมาที่ผมอย่างต้องการคำตอบ


"อะ เออ..ใช่..นี่มันคือเลขระหัสของฉัน...เอง?" ผมตอบเขาอย่างรู้สึกเกรงๆนิดหน่อย เพราะสีหน้าท่าทางเขาดู...ซีเรียสเอาเรื่องยังไงๆก็ไม่รู้สิ


"งั้นก็ถูกแล้ว...เราก็คือบัดดี้กัน ผมโอ เซฮุน ครับ" เซฮุนยืดตัวขึ้นตรงๆแล้วจึงยื่นมือข้างขวาออกมาตรงหน้าของผมพร้อมกับรอยยิ้มตายี๋ อา พอเขายิ้มแล้วจากหนุ่มหล่อมาดนิ่งก็กลายเจ้าเด็กแป๊ะยิ้มไปเลยแหะ ฮ่าๆๆ แต่ก็ยังดูน่ารักอยู่ดี (แทคอุน...นายไม่เคยส่องกระจกดูตัวเองตอนยิ้มกับหัวเราะเลยสินะ ถึงได้คิดแบบนั้น)


"อ่ะ อา ฉัน จองแทคอุนยินดีที่รู้จักนะ โอ เซฮุน" ผมลุกขึ้นยืนแล้วจึงยื่นมือซ้ายออกไปจับทักทายตอบกลับเซฮุนพร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ฮ่าๆๆ จริงๆแล้วก็ผมเองมันก็แป๊ะยิ้มไม่ต่างจากเซฮุนนักหรอกครับ ฮ่าๆๆๆ (อ้าว ก็รู้ตัวนี่ 555)


ฮ่าๆๆๆ ผมเจอบัดดี้แล้วครับ~


"Yehet! my mission complete." เซฮุนร้องขึ้นมาอย่างดีใจเมื่อทำภารกิจเสร็จแล้ว


"ไง~น้องโอ" ในขณะที่ผมกำลังมองดูเซฮุนดีใจกับภารกิจที่ทำสำเร็จแล้ว จู่ๆชานยอลก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปกอดคอของเซฮุนอย่างสนิทสนม จนผมและซังฮยอกหันไปมองหน้ากันอย่างงงๆ กับความเฟรนลี่ดีเลิศของเพื่อน(ใหม่)ตัวสูงอย่างชานยอล ที่เรียกสรรพนามของเซฮุนออกไปแบบนั้น แถมยังเนียนเข้าไปกอดคอตีซี้กับบัดดี้ผมอย่างกับเคยรู้จักกันมากก่อนงั้นแหละ


เอ่อ...แต่มันก็อาจจะจริงอย่างนั้นก็ได้นะผมว่า


"อ่ะ? ชานยอลลี่!!!" ทันทีที่เซฮุนหันไปมองหน้าชัดๆของคนที่ถือวิสาสะเข้ามากอดคอของตัวเอง ก็เบิกตากว้างร้องขึ้นมาอย่างดีใจพร้อมกับหันไปกอดกันแน่นอีกต่างหาก










To be continued 






#SeBaek

ณ ห้องประธานชมรมฮับกิโด

"อืม ผมเข้าใจแล้วน่า...ไม่ต้องย้ำมากก็ได้ ขอร้องเถอะ" แบคฮยอนนั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนโซฟาในท่าเอาเท้าขึ้นวางพาดไว้บนโต๊ะตรงหน้าอย่างแบดๆ และแถบสีหน้ากับอารมณ์ของเค้าในตอนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีเสยด้วยสิ

[.....] คนในสายพูดอะไรไม่รู้ แต่ว่าคงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่แน่ๆ เพราะสีหน้าของแบคฮยอนเริ่มดูตึงเครียดกว่าเดิม

"เฮ่ย....ครับ" แบคฮยอนถอนหายใจยาวก่อนจะเอ่ยรับเสียงของคนจำยอมไร้หนทาง 


แกร๊ง..


ปัง


"โอเคครับ งั้นก็แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องวางแล้ว" แบคฮยอนเอ่ยบอกกับคนในสายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและดูจริงจังขึ้นด้วย โดยที่สายตาของเค้าก็มองจ้องนิ่งไปที่บุคคลร่างสูงที่ถือวิสาสะเปิดประตูห้องเข้ามาโดยไม่เอ่ยขออนุญาตก่อนเลยสักนิด

แบคฮยอนยัดเก็บมือถือของตัวเองเข้าไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีดำขาดๆจากแบรนด์ดัง ก่อนจะเปลี่ยนไปเอื้อมมือออกไปคว้าเอากล่องบุหรี่ที่ว่างอยู่บนโต๊ะที่ตัวเองเอาขาขึ้นไปวางพาดอยู่นั้นขึ้นมาเปิดหยิบเอาบุหรี่มวนเล็กๆที่อยู่ในนั้นออกมาสูบด้วยท่าทางชิลๆดูไม่เหมือนกับแบคฮยอนคนหน้าเครียดอยู่เมื่อครู่เลย 

ฟู่~

"อะไร?" แบคฮยอนเอ่ยถามคนที่เข้ามาแล้วเอาแต่ยืมนิ่งจ้องมองตัวเองอยู่แบบนั้นไม่เห็นว่าจะเอ่ยอะไรออกมาสักที แบคฮยอนเลยต้องเป็นคนที่ต้องเอ่ยปากถามแขกเอง

"ดูสบายดีนะ" เซฮุนยืนกำกระดาษคำใบ้ในมือจนมันยับแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์กับท่าทีเฉยเมยของคนตรงหน้าที่นั่งเอนหลังขาพาดโต๊ะแขนพาดโซฟาสูบพ่นควันบุหรี่สีขาวขุ่นพวกนั้นออกมาอย่างไม่คิดจะสนใจอะไรจริงจังกับเค้าคนนี้เลย 

ทำไมต้องเป็นผม โอเซฮุน คนนี้ด้วยนะ ที่ต้องวิ่งวุ่นจนเหนื่อยไปทั่วมหาลัยเพียงเพราะต้องตามไอ่พี่ระหัสบ้าคนนี้เนี่ย มันน่าโมโหที่สุด ฮึ่ย!!!

ฟู่~

"แล้วฉันจำเป็นต้องลำบากด้วย?" นอกจากจะไม่สนใจท่าทีต้องอดทนของเซฮุนแล้ว แบคฮยอนยังทำสีหน้ายียวนถามกลับไปอีก

ฟู่~

เป็นงูไง? พ่นเสียงฟู่ๆอยู่ได้! (เซฮุนอา ใจเย็นก่อนสิครับ)


พรืบ!

ปึก!!

"เซ็นชื่อลงไปซะ!" เซฮุนเพียงก้าวเท้ายาวๆของเขาแค่สองก้าวก็สามารถมายืนทำหน้าทมึนอยู่ที่ตรงหน้าของแบคฮยอนได้แล้ว 

ไม่พอแค่นั้น...ด้วยความเป็นน้องเล็กที่ชอบเอาแต่ใจบวกกับความหมั่นไส้ส่วนตัวที่มีต่อแบคฮยอน จึงทำให้เซฮุนมักทำอะไรรุนแรงกับแบคฮยอนอยู่บ่อยๆ(แค่ยามที่ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง)

อึก! เจ้า...เด็กบ้านี่!

หมับ!

วืบ~

ตุบ...


"อ่ะ!"

 "หึ ไร้มารยาทกับพี่ตลอดเลยจังนะครับน้องเซฮุน" แบคฮยอนพูดขึ้นเสียงรอดฟัน หลังจากได้จับกระชากแขนของเซฮุนอย่างแรง จนทำให้ร่างสูงของเซฮุนเสียท่าล้มลง...มานั่งอยู่บนตักของแบคฮยอน

แบคฮยอนยังคงจับข้อมือเรียวข้างนั้นของเซฮุนเอาไว้แน่นไม่ยอมพร้อมทั้งส่งสายตาดุๆข่มเซฮุนเอาไว้ด้วย

"ก็นายมันน่าหมั่นไส้เองนิ" เซฮุนคว่ำปากพร้อมทั้งกรอกตาขึ้นบนอย่างเซ็งๆ เพราะโดยแบคฮยอนจับตัวไว้อีกแล้ว

"อะไรกันครับ ...เนื้อตัวชุ่มเหงื่อไปหมดเนี่ย" แบคฮยอนมองสำรวจสภาพของเซฮุนทั้งหน้าและหลังอย่างคนสงสัยใคร่รู่

กลิ่มหอมอ่อนๆของแบคฮยอนแผ่กระจายไปทั่วเวลาที่แบคฮยอนขยับตัว...

ทั้งความใกล้ชิด

ทั้งสัมผัส

และกลิ่นหอมแสนเย้ายวน

แบคฮยอนไม่เคยรู้ตัวเลยบ้างรึไง

ว่าตัวเอง....


หมับ!


"อ่ะ!"

"นายยั่วผมเองนะ..แบคฮยอน" เซฮุนพูดกระชิบรเรียกชื่อของแบคฮยอนด้วยน้ำเสียงพร่าชิดติดที่ข้างหูของแบคฮยอน และไม่ลืมที่จะย้ำเตือนแบคฮยอนด้วยการขบกัดเบาๆที่ใบหูบางนิ่มของแบคฮยอน จนทำให้แบคฮยอนเผลดร้องครางออกมาด้วยความรู้สึก..เสียว


แล้วโอเซฮุนก็ทำภารกิจหาพี่ระหัสได้สำเร็จ ...พร้อมทั้งยังได้ชาร์จพลังจากคุณพี่ระหัสสุดฮ็อตกลับไปอีกด้วย (หึหึ)






โอเคจบพาร์ทนี้แล้วคร้าบบบบบ

เจอกันใหม่พาร์ทหน้านะครับ

>3<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #2 183s (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:02
    แทคอุนจะโดนคิงแกล้งไหมม
    #2
    0