Artificial Love Or Real ? [VIXX n EXO]

ตอนที่ 3 : คืนนั้นและจุดเริ่มต้น...ของเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 ม.ค. 61




Ep. One Night Stand



Taekwoon part.


ไนท์คลับชื่อดังย่าน ฮงแด

หมับ!

วืบ~บ!


          "อ่ะ! โทษที/ขอโทษครับ!!"

          ระหว่างทางไปเข้าห้องน้ำ ผมก็(เกือบ)โดนคน(เมา)ที่อยู่ด้านหน้าเสียหลักเซถอยหลังมาจนจวบจะชนตัวผมอยู่แล้ว เพราะมันค่อนข้างกระทันหันจนผมทำใจแล้วว่ายังไงก็คงโดนเต็มๆแน่นอน ..จวนตัวขนาดนี้ ยังไงก็หลบไม่ทันแน่ๆ 
          แต่ทว่า...ก่อนที่ผมจะได้ปัง(?)ปะทะกันจริงๆ ก็มีมือปริศนาของใครก็ไม่รู้ เข้ามาคว้าตัวผมออกไปเสียก่อน..ฮู้ววว ทันเวลาพอดี

          "คนเยอะนะ ระวังหน่อยสิ..." กลิ่นตัวหอมเย็นอ่อนๆ ลอยออกมาจากตัวเจ้าของเสียงนุ่มหวานน่าฟังเจ้าของมือปริศนาที่มาช่วยผมเมื่อครู่นี้ เข้ามาพูดอยู่ข้างหูผมจนรู้สึกได้ถึงลมหายร้อนที่รินรดตรงข้างแก้มผมเบาๆ 

          อา ขนลุกตัวเกร็งไปหมดเลย ..ตอนนี้ผมอะ อยู่ในท่ายืนหลังพิงอกเค้าอยู่อะ คือเค้าใช้แขนข้างหนึ่งของเขาโอบกอดรวบบนหัวไหล่ผมเอาไว้ทั้งสอข้างเลย ท่าของเราสองคนจึงออกมาเป็นแบบนี้...ผมโดนเค้า 'Back Hug' (แบบนี้มันใช่เร่อะ)


ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


어떻게~!!


          "นี่ โอเคอยู่ป่ะเนี่ย...นิ่งเงียบเชี่ยว" เค้าเอ่ยถามผมอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าผมเอาแต่ยืนนิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้อะไรกับเค้าเลยอย่างนั้น


พรืบ!


ควับ!


          คงเพราะเห็นว่าผมเอาแต่นิ่งเงียบเฉยอยู่ท่าเดียว ก็เลยทนไม่ไหว เค้าจึงได้จับตัวผมให้หมุนกลับไปหาเค้า...


          "...." เค้าจับผมให้หันหน้าเข้ามาหาเค้า แล้วก็ปล่อยมือออกจากผม โดยที่ไม่ได้เอ่ยพูดะไร เพียงแค่กลับไปยืนมือล้วงกระเป๋ากางเกง รอว่าผมจะเอ่ยพูดตอบอะไรกับเค้า


          "?" ผมเงยหน้าขึ้นไปมองดูเค้าเพียงแค่ครู่เดียว ผมก็รีบหลบสายตาออกจากเค้าทันที " >ㅅ< "        


          "


          ผมทำใจกล้าแล้วหันกลับมองหน้าของเค้าอีกครั้ง


          " ///OㅅO/// " แซดดดด คนรึนางฟ้าว่ะเนี่ย สวยสาดดดดดดดด


          " - - ? " ???


ฉ่า~าาาา


          " ///.ㅅ./// " อย่าจ้องหน้ากันขนาดนี้ซี่...ผมก็เขิลเป็นนะอ่อ  ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


             "เมา...เหรอ?"


          "ห๊ะ?"

          "ก็หน้านายแดงๆอะ ไหวป่ะเนี่ย?"



จึก!!



          'เมาเหรอ?' เป็นคำถามทีโคตรมึนเลยอะ ผมดื่ม...ไปแค่แก้วเดียวเองจะให้เมาน่ะ เป็นไปไม่ได้หรอก(ก็ผมไม่ได้คออ่อนเว่อร์ขนาดนั้น) แล้วที่หน้ามันแดงเนี่ย...ก็เพราะคนที่อยู่ตรงหน้าผมนี่แหล่ะ

           อา คนบ้าอะไรหน้าตาโคตรสวยอะ ยิ่งมองยิ่งน่าหลงไหล...จนอยากลองสัมผัสดูสักครั้ง

           หญิงหรือชายว่ะเนี่ย? แยกกันไม่ออกเลย แต่หน้าอกเบนราบขนาดนั้นจะเป็นหญิงก็คงไม่ใช่ล่ะ แต่ผู้ชายเหรอ..หุ่นบางซะขนาดที่ผู้หญิง(บางคน)ยังอาย..แต่ว่า ตัวสูงเกือบเท่าผมเลยแฮ่ะ จะว่าเป็นชายก็ดูหุ่นโคตรบางร่างผู้หญิงเกิ๊น... โว่ะ! สรุปนี่ยังไง หญิงหรือว่าชายกันแน่? อะไร? ยังไง? ใครก็ได้บอก จองแทคอุน คนนี้ทีคร้าบบบ คือมันสงสัยใคร่รู้แซดดดดด

          "อ เออ ก็เปล่า...ไม่ใช่สักหน่อย" ผมตอบคำถามคนตรงหน้าหลังจากที่หลุดออกจากความคิดพวกนั้น เฮ้ย อะไรว่ะเนี่ย? ทำไมต้องรู้สึกเขินเค้าจนเกร็ง จนทำตัวไม่ถูกขนาดนี้ด้วยว่ะเนี่ย!!!

          "อา สบายดี..ว่างั้น?" เขายื่นหน้าเข้ามาถามย้ำใกล้ๆหน้าผม แบบใกล้มากๆจริงนะ เนี่ยผมรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นและกลิ่นหอมของเค้าชันเจนเลยเนี่ย โอ๊ยย จะใกล้ระยะอันตรายเกินไปแล้วคุ๊ณณณณณณ

          "อะ เออ อืม ..ครับ" ครับ พอเจอเข้าแบบนี้...ผมนี่ก้มหน้าหนีงุดๆเลยครับ อ๊ากก ย๊าๆๆ เข้ามาใกล้เกินไปใจไม่ดีเลยเว๊ยยยยยยยยยยย

          "อืม งั้นก็ดี ..แล้วนี่มากับใคร? เพื่อนๆน่ะ มีรึเปล่า? พวกเขาอยู่ไหนกันหรอ? อย่าเอาแต่ก้มหน้าดิ นี่ฉันคุยด้วยอยู่นะ" เค้าจับแก้มผมทั้งสองข้างด้วยฝ่ามืออุ่นนุ่มของเค้าก่อนจะค่อยประคอง(บังคับ)ให้ผมเงยหน้าขึ้นไปคุยกับเค้าดีๆ

ฉ่าาาา

          "///.ㅅ.///" ผมยอมเงยหน้าขึ้นมาตามแรงประคองของเค้า แต่ผมก็ยังคงหลบสายตาไม่กล้ามองหน้าเค้าอยู่ดี อา ตอนนี้ทั้งหน้าทั้งตัวผมมันร้อนไปหมดเลยอะ ทำไงดี?

          "เอ๋...ดูยังเด็กอยู่เลยนี่..มาทำไรที่แบบนี้กัน? อายุก็ไม่น่าจะถึงเลยด้วยซ้ำ.."


ควับ!


          "ทำไมครับ?!" คราวนี้ผมหันไปสบตาเค้าตรงๆเลยล่ะครับ หึ่ย มาว่าผมเด็กงั้นเหรอ เหอะ ความรู้สึกเขินอาย ใจเต้นแรง อะไรๆต่างๆที่ผมเป็นอยู่เมื่อครู่นี่หายวาบไปเลยทันที เมื่อโดนเค้าบอกว่าผมเป็น 'เด็ก'

          "ผมเด็กแล้วทำไมล่ะ? ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณเลยนิ เหอะ ตัวเองก็ใช่ว่าจะดูโตกว่าเสียที่ไหนทำมาพูด ชิส์" ผมเชิดหน้ากอดอกพูดตอกกลับใส่เค้าเสียงแข็งทันที 

          คือผมไม่ชอบให้ใครมาว่าผมเด็กอะ ไม่ชอบสุดๆเลย คำต้องห้ามเลยล่ะ

          "เฮ่ย ไม่ใช่แบบนั้น ฉันก็แค่จะบอกว่า.. เฮ้อ" แล้วจู่ๆเค้าไม่ยอมพูดต่อ แต่กลับถอนหายใจทิ้งแล้วทิ้งอีกเบาๆ ก่อนจะมองจ้องผมแบบจริงจังนิ่งๆอีกครั้ง 

          เฮ้ยไรของเค้าว่ะ?

          "อะไร?" เฮ้ยๆ อย่ามาจ้องกันแบบนี้ดิ ดวงตาสวยๆแบบนั้นจ้องกันนานๆ ถึงจะโกรธเคือง...อยู่ก็เขินได้นะเอ่อ!


          เค้ามองจ้องสำรวจใบหน้าผมอยู่สักพักแล้วจึงเอ่ยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มหวานว่า "น่ารัก" 


          "ห๊ะ?!ㅇㅅㅇ?! เขาว่าอะไรนะ? นะ..น่ารัก น่ารักงั้นเหรอ???


           เค้าส่ายหัวไปมาเบาๆ เหมือนว่าที่เค้าพูดคำนั้นออกมาเมื่อครู่นี้ เค้าก็เพียงแค่เผลอหลุดปากพูดมันออกมา ไม่ได้ตั้งใจจะพูดมันออกมาอย่างนั้น...ก่อนจะเอ่ยพูดกับผมใหม่อีกครั้งว่า  "เออ..คือ ฉันหมายถึงที่นี่น่ะ มันอันตรายเกินไปสำหรับเด็ก...เออ สำหรับนาย.."

          "......" เพราะคำพูดว่า น่ารัก ที่เค้าหลุดพูดมันออกมากับผมเมื่อครุ่ ทำให้ผมสติหลุดจนหาคำพูดของตัวเองไม่เจอ จึงได้แต่เม้มปากแน่นมองๆหลบๆเค้าอยู่อย่างนั้นไม่กล้าเปิดปากพูดอะไรออกไปเลย สักคำ...

          "......" เมื่อเห็นว่าผมเงียบ เค้าก็เลยเงียบตาม..

          "......" 

          "โอเค, นายคงไม่อยากฟังอะไรจากคนแปลกหน้าอย่างฉัน ที่พึ่งจะเจอกันตอนนี้หรอก ฉันเข้าใจ" แล้วก้เป็นเค้าอีกครั้ง ที่เอ่ยปากพูดขึ้นมา

          "....." 

          "แต่ถึงยังไงนายก็ควรระวังตัวเองดีๆ ..อยู่ในที่นี่แบบนี้" เค้าก็ยังคงใช้ภาษาพูดของผู้ใหญ่ที่ตั้งการบอกเตือนถึงเรื่องที่ไม่ควรเช่นนั้นต่อ

          "....."

          "อา ช่างมันเถอะ ..นายไปได้แล้วล่ะ" เค้าบอกกับผมแบบนั้นก็จริง แต่คนที่เดินไปก่อนนั้นกลับเป็นเค้าเสียเอง

.
.
.


          "หึ ช่างสิ ใครจะสนกัน เชอะ!" ผมเบะปากแบบขัดใจตามแผ่นหลังเล็กของเค้าที่ค่อยๆกลืนหายเข้าไปกับผู้คนอื่นๆในคลับตรงนั้นไปแล้ว ก่อนผมจะค่อยหันกลับไปทางห้องน้ำที่ผมควรจะไปถึงมันตั้งนานแล้ว หากไม่เกิดเหตุการณ์บ้าๆอย่างนั้นขึ้นมาก่อน


.



.



.


          "ย๊า แทคอุนหายไปไหนตั้งนานว่ะ" ฮอนอูเพื่อนผมถามขึ้นทันทีที่ผมกลับมาที่นั่งตั้งหน้าบาร์

          "ก็ไปเข้าห้องน้ำไง" ผมตอบปัดๆไป แล้วหันไปขอเครื่องดื่มจากบาร์เทรนเดอร์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆแทน "ผมขอวิสกี้ครับ"

          "เฮ้ยๆ แทคอุนฉันออกไปคุยโทรศัพท์แปปนะ" ฮอนอูสะกิดแขนบอกผมก่อนจะรีบเดินออกไปทันที สงสัยแฟนมันโทรมาแหงๆ


.


.


.


สักพักต่อมา..

          "เออ..ขอโทษน่ะ ใช่แทคอุนรึเปล่า?" จู่ๆเสียงทุ่มคุ้นๆก็ดังมาจากทางข้างๆด้านซ้ายมือของผม ก่อนที่ผมจะหันไปตามเสียงคนที่เอ่ยชื่อของผม

          "รุ่นพี่...ดงชอล?!"

          "ครับพี่เอง บังเอิญจังนะครับที่เจอเราที่นี่" 

          "อ่อ นั้นสิครับ บังเอิญมากเลย แล้วรุ่นพี่มากับใครเหรอครับ?"

          "อา พี่นัดกับเพื่อนไว้นะ ..แต่ป่านนี้ก็ยังไม่โผล่มาสักที"

          "ฮ่าๆ เดี๋ยวก็คงมาล่ะครับ"

          "อืม ก็คงงั้นล่ะ แล้วเราล่ะ...มาคนเดียวเหรอ?" 

          "เปล่าครับ ผมมากับฮอนอูนะครับ"

          "อ่อ แล้ว..."

          "คือมันออกไปคุยโทรศัพท์อยู่นะครับ แฮ่ๆ" 

          "อ่อ งั้นพี่ขอนั่งรอเพื่อนพี่กับเราก่อนได้มั้ย..ที่อื่นเต็มหมดเลยนะ"

          "ครับๆ ได้สิครับรุ่นพี่ ผมก็กำลังเซ็งๆอยู่พอดีเลย ต้องนั่งรอฮอนอูมันอยู่คนเดี่ยวแบบนี้..." แล้วผมกับรุ่นพี่ดงชอลก็เริ่มคุยโน้นนี่กันไปเรื่อยๆ พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มมาดื่มด้วยกันเพิ่มอีก เอาแบบไม่เมาไม่กลับกันไปเลยครับคืนนี้(คือผมก็โม้ไปอย่างนั้นหล่ะครับ ยังไงผมก็ไม่กล้าดื่มหนักๆหรอกครับจริงๆ)

Taekwoon said end.







Hakyeon part.

#9995 Club...


          "ฮัคยอน ฮยองว่าฮยองพามินซอกกลับก่อนดีกว่า ชักเริ่มไม่ไหวล่ะ" แจจุงหันไปบอกฮัคยอนก่อนจะส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจให้น้องชายตัวเล็กอย่างมินซอกที่ตอนนี้อยู่ในสภาพ...เมาแทบเลื่อยอยู่ล่ะ - - อืม...

          "ฮ่ะ?...อืม ฮยองกลับก่อนไปเถอะ ยอนว่าจะนั่งต่ออีกสักหน่อยน่ะ" ฮัคยอนหันไปบอกกับแจจุงพี่ชายของตัวเอง ก่อนจะหยิบบุหรี่อีกมวนขึ้นมาจุด

          "เอ่อๆ ตามใจเราละกัน แต่อย่าให้มันหนักนักล่ะ รู้มั้ย?!" แจจุงเอื้อมไปลูบหัวน้องอย่างเป็นห่วงแลเอ็นดู


          เขารู้ว่าฮัคยอนมีเรื่องต้องคิดหนักจึงอดห่วงไม่ได้ แต่น้องชายตัวเล็กนี่ก็ไม่รู้ไปมีเรื่องอะไรมา.. พอมาถึงคลับมันก็กระดกวิสกี้เข้าปากแก้วต่อแก้วเลยทีเดียว

          เฮ่ย...วิสกี้นะครับไอ่คุณน้อง! ไม่ใช่น้ำหวาน น้ำเปล่า เล่นกระดกพลวดๆเอาแบบนั้น ไม่เมาก็ไม่ใช่คนล่ะ

          คือผมไม่ได้เว่อร์น่ะ แต่มินซอกมันกระดกวิสกี้เพรียวๆคนเดียวอ่ะ เกือบหมดขวดเลยเนี่ยสิ เฮ้อ..นี่ผมที่เป็นพี่ชายของมันยังห้ามปรามอะไรมันไม่ทันเลยทีเดียว เฮ้อ..


          สุดท้าย...เป็นไงล่ะครับ?


          นี่ไง...ก็เมาแอ๋ไปเลยนะสิ และก็เป็นผมเองนี่แหละ ที่ต้องรับกรรมพามันกับบ้านไปเก็บ...เอ๊ย ไปนอนครับ ไปนอน 5555

          ส่วนฮัคยอนนะเหรอ เจ้าเด็กคนนี้มันมีความคิดรอบครอบสุด ยิ่งแจฮวานไม่ได้มาด้วยแบบนี้ เจ้านี่มันก็ยิ่งไม่มีทางปล่อยตัวเองให้เมามายไร้สติแบบมินซอกแน่ๆ คอนเฟิร์มได้เลยครับเจ้าน้องของผมคนนี้


          "อา ...โอเค งั้นฮยองกลับก่อนนะ" แจจุงบอกกับฮัคยอนอีกเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเขาประคองร่างเล็กของมินซอกให้ลุกขึ้นยืนได้แล้ว แม้มันจะทุลักทุเลไปสักหน่อยก็เถอะ

          เพราะงั้นผมว่าควรจะรีบพาน้องออกไปจากที่นี่เสียที เหลือทิ้งไว้แค่ัคยอนที่ยังคงนั่งอัดควันเอาสารนิโคตินเข้าปอดอย่างน่าเป็นห่วงอยู่ที่นี่ต่อไป


.


.


.


เวลาผ่านไปได้สักพักใหญ่


          เสียงดีเจและเสียงดนตรีเพลงที่ปลุกเล้าอารมณ์สำหรับนักท่องราตรีมากมาย ก็ยังคงเปิดดำเนินต่อไปอยู่อย่างนั้น อย่างต่อเนื่องให้ทุกคนที่มาได้ปล่อยอารมณ์กันอย่างเมามันส์


          แต่หากว่า...คงไม่ใช่สำหรับฮัคยอนในคืนนี้


          ฮัคยอนไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะดื่มและสนุกมัวเมากับสถานที่รื่นเริงแห่งนี้เหมือนอย่างคนอื่นๆที่มากัน แต่..เพียงแต่ว่า ฮัคยอนแค่ไม่รู้จะไปที่ไหนดี ก็เลยเลือกมาอยู่ที่นี่อย่างช่วยไม่ได้


          "ฟู่..." ฮัคยอนพ่นควันสีขาวออกมาอย่างช้าๆ จนหมดไม่เหลือแล้วจึงยกวิสกี้ครึ่งแก้วที่เหลือขึ้นมากระดกให้หมดในรวดเดียว 


กึก 


          ฮัคยอนวางแก้วเปล่าลงไว้ที่เดิม แล้วจึงคว้าเอากระเป๋าเงินออกมา หยิบเอาเงินจำนวนหนึ่งในนั้นออกมาวางไว้บนโต๊ะกระจกใสตรงหน้า ซึ้งแน่นอนว่านั่นมันมากกว่าค่าเครื่องดื่มที่เขาสั่งมาอย่างแน่นอน จากนั้นฮัคยอนก็ลุกเดินออกไปจากตรงนั้นทันที


          ในขณะที่ฮัคยอนกำลังเดินหลบผู้คนที่บริเวรฟลอร์เต้นรำเพื่อจะออกไปจากคลับ สายตาเฉียบคมของฮัคยอนก็บังเอิญเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังถูกรังแกอยู่พอดี

          กึก ฮัคยอนหยุดเดินทันที แล้วยืนจ้องมองไปที่เด็กผู้ชายร่างสูงที่ตัวเองรู้สึกคุ้นๆ ว่าเหมือนจะเคยเจอมาก่อนอย่างพินิจพิจารณาอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงเข้าไปทางนั้นแทนประตูทางออกคลับทันที....


หมับ!


ผลัก!


          ฮัคยอนเดินเข้าไปคว้าเอาร่างสูงของเด็กผู้ชายที่ตัวเองรู้สึกคุ้นคนนั้นออกมาไว้ข้างตัวเอง ก่อนจะผลักผู้ชายอีกคนที่ตัวสูงกว่าตัวเอง ด้วยแรงไม่น้อยจนผู้ชายคนนั้นเซถลาไปเกือบจะล้ม


          "เฮ้ยไรว่ะ!" ผู้ชายคนนั้นร้องขึ้นมาทันทีที่เขาตั้งตัวได้


          ฮัคยอนจ้องมองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตานิ่งลึกและน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยพูดเสียงเย็นออกมาว่า "ไสหัวของนายไปซะ เพราะตอนนี้ฉันกำลังเมา..."


          "....." ???


          "และอาจจะเผลอทำอะไรรุนแรงกว่านั้นอีก...ถ้านายยังอยู่ตรงนี้" น้ำเสียงนิ่งเรียบที่มันฟังดูเย็นยะเยือกไม่ต่างจากสีหน้าและสายตาคมๆนั้นของฮัคยอนเลย


          แม้ว่าเสียงเพลงข้างในนี้จะดังกระหึ่มและบรรยากาศจะร้อนแรงแค่ไหน แต่ทว่าตรงที่ฮัคยอนยืนอยู่นั้น มันกลับเริ่มรู้สึกหนาวเย็นยะเยือกขึ้นมาเรื่อยๆเสียอย่างงั้น

          "ว้าว...อะไรกันครับคนสวย ถ้าผมขัดใจคนสวยแล้วจะเป็นยังไงเหรอ หืม?" ผู้ชายคนนั้นช่วงไม่รู้จักอะไรเลยเสียจริงๆ


          ตึง!


          บรรยากาศเริ่มหนาวจัดขึ้นมาอีกเท่า


          เมื่อผู้ชายคนนั้นเริ่มใจกล้า ท้าทาย อำนาจมืดของฮัคยอนด้วยการเอามือตัวเองมาลูบไล้ไปตามลำแขนเรียวผิวเนียนของฮัคยอนเล่น


          หึหึ ชะตาขาดแล้วแก!!!


          โครม!!!


          อ๊อก!


          "อ้าว...ว่าไง? นายจะยอมไสหัวไปเองดีๆ หรือต้องให้ฉันช่วย(เตะ)ส่งออกไปดีล่ะ ห๊า?!"


          ตึงง!!


          บรรยากาศรอบๆ ตรงนั้นแทบนิ่งเป็นน้ำแข็งกันเลยทีเดียว


          เมื่อฮัคยอนเพิ่มเลเวลโหดขั้นสองด้วยการยกเท้าตัวเองขึ้นไปเยียบทับไว้ที่ตรงยอดอกของผู้ชายคนนั้นไม่ให้ลุกขึ้นได้ หลังจากที่ตอนแรกได้ยกเท้าถีบอัดเข้าที่กลางลำตัวของผู้ชายคนนั้นไปอย่างเต็มแรง


          "อึก!..." ผู้ชายคนนั้นจุกจนพูดไม่ออก มือทั้งสองข้างก็พยายามจับยก พยายามดันเท้าของฮัคยอนออกไปจากตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ไม่รู้ว่าเพราะยังจุกอยู่..รึว่าแรงที่เท้าของฮัคยอนนั้นมันจะหนักเกินไปกันแน่


          โอ้ก๊อด! เห็นรูปร่างเพียวบางแบบนั้น ใครมันจะคิดว่าจะมีพละกำลังมากมายขัดกับรูปร่างหน้าตาได้ขนาดนี้ โธเว้ย คิดผิดจริงๆที่ไปเล่นแบบนั้นกับคนคนนี้ ฮื่ออออออ (ผู้ชายคนนั้นก็คงได้แต่คร่ำครวญมันอยู่ข้างใน)


          สุดท้าย

          เมื่อไม่มีหนทางรอด เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่มีทางสู้แรงโทสะของฮัคยอนในตอนนี้ได้เลย ผู้ชายคนนั้นจึงต้องทิ้งศักดิ์ศรีตัวเอง ยอมเอ่ยปากขอโทษ ร้องขอชีวิตของตัวเองคืนจากยมทูตคนสวยอย่างฮัคยอนออกมาในที่สุด 


          "ข..ขอโทษ ขอโทษผม...ผิด อึก ...ไปแล้ว อึก..ปะ ปล่อยผมไปเถอะ..ครับ" 


          "หึ ! ก็แค่นั้น ชิส์...ไปเถอะ"  ฮัคยอนยกเท้าออกจากอกชายคนนั้น แล้วจึงหันกลับมาคว้าเอาข้อมือของเด็กผู้ชายร่างสูงที่ตัวเองเข้ามาช่วยไว้ พาเดินออกไปจากคลับด้วยกัน






Taekwoon talk...


          มึนมาก...

          อึ้งมาก...

          งงมาก...

          นี่มันอะไรกันว่ะเนี่ย?!

          ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในรถหรูซูปเปอร์สปอร์ตคาร์อย่าง Lamborgini aventador roadster LP700-4 สีขาวที่จอดเปิดประทุนอยู่ที่ลานจอดรถหน้าคลับ(สำหรับลูกค้าระดับวีไอพี) โดยคนที่เป็นเจ้าของรถคันนี้ ก็คือคนที่เข้าไปช่วยและก็เป็นพาผมออกที่นี่ แล้วตอนนี้เค้าคนนั้นก็...


          ฟู่~


          ฟู่~~


          ฟู่~~~


          เออ...
          
          คือผมจะบอกว่าเค้ากำลังนั่งสูบบหรี่แบบมวนต่อมวนอยู่ในรถ แบบไม่คิดจะสนใจอะไรเลย แม้แต่ผมที่นั่งมึนอยู่ที่เบาะข้างคนขับของเค้าอยู่อย่างนี้...เค้าก็ยังไม่คิดจะสนใจผมเลยด้วยซ้ำ

          คือเค้าเป็นคนลากผมออกมาน่ะ


          แล้วอะไรคือ..การที่เค้าเอาแต่นั่งสูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่าไม่พูดไม่จากันเลยแบบนั้นอ่ะ?


          ได้โปรด...


          ผมไม่โอเคอย่างมากโคตรๆกับบรรยากาศเงียบๆชวนให้อึดอัดแบบนี้เลย


          "นี่..." สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวเลยต้องเป็นคนเริ่มเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน


          "ติดมันมากขนาดนั้นเลยเหรอ? ทำไมต้องสูบมัน...ขนาดนั้นล่ะ?" ผมเริ่มต้นด้วยเรื่องที่ผมสงสัยที่สุด


          "...." เค้าคงเงียบไม่ตอบอะไร เพียงแต่เหล่มองผมด้วยหางตาเชิดๆของเค้ามาแบบนิ่งๆ ก่อนจะทิ้งบุหรี่ที่สูบไปแล้วกว่าครึ่งมวนในมือของเค้า ทิ้งลงไปที่พื้นคอนกรีตข้างรถ แล้วใช้ปลายเท้าข้างที่อยู่นอกประตูรถของเขากดบี๋มันจนมันดับสนิท


          "เออ ...ขอบคุณนะ" ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องที่เค้าดับบุหรี่มวนนั้นหรอกนะ ผมหมายถึงเรื่องที่เค้าเข้าไปช่วยไว้ผมเมื่อก่อนหน้านี้ต่างหาก


          "ถ้าคุณไม่เข้ามาช่วยไว้..ผมคงแย่" ผมจ้องมองเค้าไปอย่างขอบคุณ แต่ถึงอย่างงั้นเค้าก็ยังคงนิ่งเงียบเสมอต้นเสมอปลายอ่ะครับ อะไรของคนคนนี้กันว่ะ?


          "...." 

          "..." ?!!!

          แต่แล้วอยู่ๆคนสวยหน้านิ่งเค้าก็หันมาจ้องมองที่ผมนิ่งด้วยสายตาที่ดูลึกอย่างยากนักที่ผมจะเดาไม่ออกว่า เค้ากำลังคิดอะไรอยู่...ถึงได้จ้องมองผมมาแบบนี้กัน?

          เออ..ถ้าคุณจะจ้องมองผมจริงจังมากขนาดนั้นล่ะก็นะ ...เอามีดมาแทงหน้าอกของผมเลยเถอะ


          "เออ...จะ จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ? แฮะๆๆ" พอถูกเค้าจ้องมองมาแบบตรงๆเต็มๆอยู่แบบนี้นานๆ ผมก็ชักจะทำตัวไม่ถูกมาขึ้นเรื่อยเหมือนกันแล้วสิ


          เอ่อ...ยอมรับตรงๆก็ได้ว่า เขิน!!! ทำไมต้องมาจ้องกันด้วยสายตาแบบั้นด้วย...ผมก็เขินเป็นนะครับ เอ่อ!


          "...." แต่ถึงเค้าจะได้ยินที่ถามเค้าอย่างนั้น แต่ทว่า เค้าก็ยังคงเงียบไม่ยอมพูดเอ่ยอะไรออกมาอยู่ เอาแต่มองผมนิ่งเงียบด้วยสายตาอ่านยากอยู่แบบนั้น จนผมทนไม่ไว้เลยต้องหลบสายตาคู่นั้นไปก่อน


          "...."


          "...."


          "ฉันบอกไปรึยัง...ว่าฉันเมา" จู่ๆคนที่เอาแต่จ้องมองผมเงียบมาตลอดก็เอ่ยพูดขึ้น


          ผมนี่เผลอสะดุ้งเฮือกออกมาเลย


          "หะ..หา? ว่าไงนะ?" ผมหันกลับไปมองเค้าแล้วเอ่ยถามออกไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่า เมื่อกี้นั้นเค้าพูดอะไรออกมาใช่มั้ย?


          "ฉันเมา ตอนนี้ฉันเมาอยู่" เค้าเอ่ยตอบผมด้วยเสียงมั่นคง จนผมต้องขมวดคิ้วมึนงงและสงสัยไปเลย


          อะไรกับล่ะครับนั้น? 


          มันมีด้วยเหรอครับ? ที่คนเมาแล้วยอมรับว่าตัวเองเมาน่ะ มันมีอยู่เหรอครับ?!


          "เออ..ระ แล้ว แล้วไงอ่ะ?" นี่ผมไม่ได้กวนเค้านะ แต่ผมแค่...แค่อะไรว่ะ? คิดไม่ออก ไปไม่เป็น และมึนงงมากกกก ขอบอกไว้เลยตอนนี้


          "เพราะนายไม่ให้ฉันดูดมัน(บุหรี่)"


          เออ ผมเปล่าน่ะ


          "ตอนนี้ปากฉันมันเลยว่าง"


          อ่าครับ แล้ว?


          "ปากเล็กๆนั่นของนาย"


          อื้ม??!!


          "ถ้าได้ชิมแล้วจะหวานมั้ย?"


          หะ หา? ชิม? เดี๋ยวนะเฮ้ย!


          "เพราะงั้น..." เอาแล้ว เค้าเริ่มขยับตัวโน้มมาหาผมแล้วครับ


          อึก...เฮือก!!! 


          ตึก..ตัก


          "ฉัน..." เค้ายังคงขยับใกล้เข้ามาหาผมอีกเรื่อยๆ


          ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก


          "ขอชิมมันแทนบุหรี่ของฉัน..." ระยะใกล้ของใบหน้าผมกับเค้าตอนนี้คือ หนึ่งช่วงของลมหายใจแล้วครับ


          "ได้ใช่มั้ย?" เค้าพูดเบาๆเมื่อริมฝีปากของเราทั้งสองเริ่มแตะโดนกัน


          เฮือก จังหวะนี้...ผมขนลุกซู่และเกร็งไปหมดทั้งตัวเลยอ่ะครับ อื้อ...อ!!!


          "อะ..อื้ออ" แล้วริมฝีปากร้อนของเค้าก็กดจูบเข้าที่ริมฝีปากผมเข้ามาเบาๆ เค้าค่อยแตะจูบผมเบาๆอย่างรอให้ผมตอบรับจูบของเค้าอยู่สักพัก...


          อื้อ...อา ผมก็ผู้ชายคนหนึ่งที่มีความรู้สึก...และอารมณ์


          มาลุกมาต้อนกันขนาดนี้ คิดว่าผมจะอดทนห้ามใจไหวงั้นสิ?!


          บ้าเหรอ? ใครจะทนก็ทนไปครับ! แต่ไม่ใช่ จองแทคอุน คนนี้แน่ๆ


          เพราะความอดทนขาดสูญไปแล้วกลางอากาศ เสือร้ายในตัวผมก็ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตัว ผมเริ่มจูบตอบกลับเค้าอย่างเร้าร้อน...แบบนี้...ตั้งแต่ตอนไหนแล้วก็ไม่รู้


          ...เริ่มจากจูบแสนหวานผสมผสานเข้ากับฤทธิ์แอลกอฮอล์ ในกายของทั้งสองคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของกันและกัน


          ก็แค่ใครบางคนที่บังเอิญผ่านมาเจอกัน


          แค่ความรู้สึกพอใจซึ่งกันและกัน


          แค่อยากลองเล่นเกมส์แห่งสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด เกมส์ที่มีแค่พวกเค้าสองคนเท่านั้นที่ได้เล่นมันในคืนนี้


          แค่ชั่วข้ามคืน


          พอถึงรุ่งเช้า...ทุกอย่างก็จบ


          แล้วเราสองคนก็จะเป็นแค่คนเปลกหน้าสำหรับกันและกัน เมื่อเกมส์ของคืนนี้จบลง


          นั้นแหละ เกมส์แห่งสรวงสวรรค์ ที่คนทั่วไปเรียกมันว่า One Night Stand


          แล้วสำหรับแทคอุนกับฮัคยอนในคืนนี้ล่ะ?

          พวกเค้าทั้งสองคนจะเป็นเพียงแค่ one night stand กันอย่างเช่นนั้นจริงๆ...รึเปล่า?





 


หึ ของมันก็แน่นอนอยู่แล้วนี่ครับ

ว่า

เรื่องของเรา

มันไม่มีทางเป็นได้เพียงแค่ one night stand












ช่วงสายๆ ณ เพนท์เฮ้าส์หรูแห่งหนึ่งย่านคังนัม


          'อยู่ไหน? ทำไมไม่กลับบ้าน? มีเรื่องอะไรรึเปล่า?'


          "ใจเย็นดิ มินซอกอย่ารัวครับ อย่าพึงมารัวใส่กันดิเอ่อ!"


          'เอ้า! ก็นี่เป็นห่วงไง เปิดห้องเข้าไปเตียงก็ว่างเปล่า ถามแจจุงฮยองก็ส่ายหัวให้งี่อ่ะ'


          "โอเคๆ ฉันอยู่เพนท์เฮ้าส์ ส่วนเมื่อคืนก็..." ฮัคยอนเหล่ตาเข้าไปมองที่เด็กผู้ชายตัวขาวที่ยังคงนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงของตัวเอง แล้วก็ได้แต่แอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างระวังกลัวว่าคนในสายโทรศัพท์อย่างมินซอกจะได้ยิน แล้วเดี๋ยวเรื่องมันจะยาว! แล้วจึงหันกลับมาคุยกับมินซอกในสายต่อ


          "ไม่มีเรื่องที่ต้องห่วงหรอก ฉันโอเค...ดี" ฮัคยอนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแบบปกติ


          'อา อย่างงั้นอ่อ อื้อๆ ถ้างั้นก็ดีแล้ว'


          "อืม หวังว่าที่โทรมาหานี่...ไม่ใช่แค่เป็นห่วงเรื่องเมื่อคืนอย่างเดียวหรอกนะ?" ฮัคยอนทำเสียงเข้มอย่างรู้ทันคนที่โทรมาหา


          '555 สมกับเป็นฮัคยอนจริงๆ'


          "หึ คิดไว้แล้วเชี่ยว ...แล้วเรื่องไรอ่ะ?" หวังว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่เค้าคิดไว้หรอกนะ...


          'ก็เรื่องเย็นวันนี้ไงจ๊ะ ที่วันนี้เรามีนัดดินเนอร์กับครอบครัวของคุณจอง...เพราะงั้นลูกควรรีบกลับมาที่บ้านได้แล้วนะ ฮัคยอน ' เสียงนุ่มหวานที่ไม่ใช่เสียงของมินซอก เอ่ยตอบคำถามและข้อสงสัยของฮัคยอนเข้ามาแทน


          "la mamma !!!" (เป็นคำเรียกแม่ของชาวอิตาเลี่ยน)


          'ciao..เจ้าลูกตัวแสบ'


          "อะไรกัน? ....แม่อยู่บ้านด้วยเหรอเนี่ย?"


          'ย๊า! พูดอะไรของเราน่ะ เจ้าลูกคนนี้นี่ล่ะก็ ที่นี่มันก็บ้านของฉันเหมือนกันนะ ชิ!'


          "Niente! เปล่าซะหน่อย ยอนแค่คิดว่าแม่เข้าบริษัทไปแต่เช้าแล้วต่างหาก" ฮัคยอนแก้ต่างให้ตัวเอง


          'ขอโทษจ๊ะ วันนี้แม่ไม่ไปไหนทั้งนั้นแหล่ะ แม่รอเราอยู่...รีบกลับบ้านซะ'


          "โฮ่ว นี่...ยอนต้องรีบกลับบ้านงั้นสินะเนี่ย เฮ้อ"


          'ใช่! และก็ไม่ต้องทำมาเป็นถอนหายใจใส่แม่เลยนะฮัคยอน ฟังนะ ก่อนถึงเที่ยงวันนี้ แม่ต้องเห็นเราที่บ้าน เข้าใจนะ...อ่ะ แม่คุยเสร็จแล้ว เอาคืนไปได้จ๊ะมินซอก...'


          'Yo! ฮัคยอน ฉันมีเรียนวิชาเดียวตอน 9 โมงอ่ะ'


          "ฮ่ะ?! เอ่อ.. แล้วไง? นายก็ไปเรียนสิ ฉันไม่มีเรียนวันนี้"


          'อือๆ ฉันรู้แล้ว'


          "....แล้ว?"

          

          'ก็จะให้แวะมารับฉันที่มหาลัยตอนนายจะกลับบ้านด้วยไง'


          "เอ๋? อ้าว? ไม่ขับรถไปเองล่ะ?"


          'ก็ขี้เกียจอ่ะ เมื่อคืนก็ดื่มไปหนักมากๆด้วย'


          "อะฮ่ะ รู้ตัวด้วยเหรอ?"


          'ไม่รู้ล่ะ?! นายต้องมารับฉัน โอเคนะ แค่นี้ล่ะ bye~'


          "ห๊ะ?! เออ...เอ่อๆ เดี๋ยวไปรับ bye." แล้วการคุยโทรศัพท์สายจากทางบ้านของฮัคยอนก็จบลงเพียงเท่านั้น....


          หลังจากคุยโทรศัพท์กับมินซอกและแม่เสร็จ ฮัคยอนก็ยังคงยืนรับรมรับแสงแดดในช่วงสายของวัน พร้อมกับรับสารนิโคตินในมวนบุหรี่ราคาแพง ที่เริ่มสูบมันมาตั้งแต่เดินออกมาคุยโทรศัพท์...จนถึงตอนนี้ก็หมดไปสามมวนแล้ว และก็แน่นอนว่ามวนที่สี่ก็ยังค้างคาอยู่ที่ปากสวยนั่นไง


          เฮ่ย...จริงๆก็ไม่ใช่คนติดบุหรี่อะไรหรอก แต่ช่วงนี้ก็ต้องยอมรับว่าตัวเองสูบบุหรี่จัดเกินไปจริงๆ


          ฮัคยอนยืนพิงอยู่ที่ริมราวระเบียงหน้าห้องนอนอัด-พ่นมวลควันบุหรี่สีขาวไปอยู่อย่างนั้น นัยน์ตาสวยสีนิลทอดมองลึกเข้าไปข้างในห้องนอน อย่างใช่ความคิด....


          'ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย...'


          ตั้งแต่สร่างเมาตื่นมาเพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้น (และคนที่โทรเข้ามาก็มินซอกนั้นแหละ) 

          แล้วนอกจากจะตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ดังแล้ว ฮัคยอนยังต้องมาตื่นตกใจอีกรอบเพราะว่าลืมตาขึ้นมาก็เจอเข้ากับร่างของผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลื่อยกายอยู่ข้างๆด้วยนะสิ แล้วพอลองก้มมองดูสภาพของตัวเอง...มันก็ยังสภาพไม่ได้ต่างกันเลยแบบนั้น...ก็ได้แต่กุมขมับ 


          แต่หากจะให้ลุกขึ้นมาโวยวายอะไร นั่นนี่ ก็คงดูไร้ประโยนช์


          เฮ้อ ก็...ยังไง? อะไร? คงไม่ทันแล้วล่ะ ...มันเกิดขึ้นไปหมดแล้วนี่จะมาพูด มารู้สึกเสียดาอะไรเอาตอนนี้น่ะ...มันคงทันอยู่หรอกนะ เฮ่ย....พูดไปก็เท่านั้นแหล่ะ ไปอาบน้ำเตรียมตัวไปรับมินซอกและก็ไปเจอท่านแม่ของเราดี เรื่องอื่น..ก็ช่างมันไปก่อนเถอะ เพราะเรื่องที่เรากำลังจะกลับไปเจอนี่...ท่าจะหนักว่าเยอะ!







30 นาทีต่อมา...


Taekwoon talk.


          แกร๊ง!


          "ไง...ตื่นแล้วเหรอ" ร่างสูงบางในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ เจอผมนั่งซึนอยู่ที่เตียงนอนก็เอ่ยทักทายขึ้น


          "อา เออ...อะ อรุณสวัสดิ์" ผมตอบทักทายกลับไปอย่างเงอะง่ะ


          "อืม อรุณสวัสดิ์...ถึงตอนนี้มันใกล้จะสิบโมงเช้าแล้วก็เถอะ" นั่นเค้าไม่ได้แขวะผมอยู่ใช่มั้ยครับ?


          "เออ...คือ ผมขอโทษ.."


          "ถ้าจะพูดถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ล่ะก็...ช่างมันเถอะ"


          "ครับ?"


          "one night stand."


          "หา..อะไรน่ะ?"


          "แค่เกมส์ๆหนึ่งที่เล่นจบไปแล้ว..เมื่อคืน อย่าให้เรื่องมันเยอะเลยนะ...นายควรจะคิดมันแค่นั้นก็พอ"


          "หา? พูดอะไรออกมาน่ะ!" 


          "อะไร?"


          "ถึงผมจะเพิ่งสิบเจ็ด...ผมก็มีความรับผิดชอบพอ"


          "ไปกันใหญ่ล่ะ นี่นายไม่เข้าใจที่ฉันพูดเหรอ?"


          "เข้าใจสิ แต่ผมแค่ไม่พอใจมันเท่านั้นเอง"


          "เฮ่ยๆ ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามานั่งพูดนั่งเจรจาอะไรกับนายทั้งนั้นแหล่ะ เพราะฉันต้องเตรียมตัวกลับบ้านแล้ว"


          "กลับบ้าน?"


          "อืม ส่วนนายจะนอนต่อก่อนก็ได้น่ะ ฉันไม่ว่า ที่นี่เป็นเพนท์เฮ้าท์ส่วนตัวของฉันเอง" ร่างสูงบางคนนั้นพูดกับผม พร้อมทั้งเลือกหาชุดเสื้อผ้าออกมาใส่จากในตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ที่อยู่มุมหนึ่งของห้องนอน


          "นี่!.....จะเปลี่ยนชุดก็ไปเปลี่ยนในห้องน้ำโน้นสิ !" มาเปลี่ยนอะไรตรงหน้าผมนี่เล่าว่ะครับ?! นี่คงไม่ได้คิดจะยั่วผมอีกใช่มั้ยเนี่ย? เออ...แบบเมื่อคืนนี้ก็กว่าจะได้นอนกันก็เกือบตีสี่ล่ะเอ่อ!


          "หา? ...อะไรของนาย?" ถึงจะเค้าพูดแบบนั้น แต่เค้าก็เลือกเอาชุดที่จะใส่ได้แล้วก็เดินเลี่ยงเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำตามที่ผมบอกอยู่ดี


          เฮ่ย...ให้มันได้อย่างนี่สิ


          ระหว่างที่นั้นผมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้พอดี


          "นี่! คุณ!!"


          "อะไร?"


          "ผมขอใช่โทรศัพท์คุณได้มั้ย?"


          "ห่ะ? อ่อ ได้สิ ได้!"


          เมื่อเจ้าของเค้าเอ่ยอนุญาตแล้ว ผมก็เลยไม่รอช้าเอื้อมขึ้นไปหยิบเอาโทรศัพท์บ้านไร้สายที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงทางข้างผม ขึ้นมากดเบอร์ของเพื่อนสนิทที่พวงตำแหน่งรูมเมตของผมด้วยอย่างฮันซังฮยอกทันที


          ตู๊ด.......


          รอสายอยู่สักพักหนึ่งคนที่ผมโทรไปหาก็กดรับ...


          'ฮัลโล ฮันซังฮยอกพูดครับ' รับสายเสียงสุภาพมากซังฮยอก


          "อา ฮยอกอา นี่ฉันเอง..."


          'แทคอุน?!'


          "เอ่อ ฉันเอง"


          'หายหัวไปอยู่ไหนว่ะ? ไม่กลับคอนโด! มือถือก็ไม่ยอมพกไปด้วยอีก ฉันเป็นห่วงแกนะเว้ย แถมที่บ้านแกเค้าก็โทรหาโทรตามแกกันให้วุ่นกันเลยเหอะแกเอ้ย' ซังฮยอกมันสวดรัวใส่ผมแบบ non stop เลยครับ


          "เอ่อๆ ฉันขอโทษว่ะ"


          'แล้วนี่จะไม่กลับมาอีกรึไง?'


          "กลับดิว่ะ นี่ไง...เพราะงั้นแกออกมารับฉันหน่อยดิ"


          'หา? อะไรว่ะ แล้วแกอยู่ไหนอ่ะ?'


          "ฉันอยู่ที่...venezia hotel ย่านคังนัม แกรู้จักใช่มั้ย?"


          'เอ่อ รู้จัก...ฉันเคยไปดินเนอร์ที่นั่นครั้งหนึ่ง'


          "งั้นแกออกมารับฉันนะฮยอก"


          'เอ่อ ได้ๆ เดี๋ยวฉันออกไปรับแก'


          "รักแกที่สุดเลยฮยอกอา"


          'ไม่ต้องมารักเพราะจะใช้งานฉันเลยนะ ไอ้บ้าแทคอุน'


          "ง่ะ แกอ่ะ! ไม่พูดกับแกแล้ว ตกลงตามนั้นนะเว้ย แค่นี้แหละ" ว่าแค่นั้นผมวางสายจากซังฮยอก และก็เป็นจังหวะเดียวกันกับ ทีเจ้าของห้องร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี


          "ฉันต้องไปแล้ว...อ้อ! ฉันไม่รู้ว่านายชอบกินอะไรตอนเช้า เลยสั่งให้เชฟทำมาให้หลายอย่าง นายก็ลองเลือกทานเองละกัน... ฉันไปนะ" ร่างสูงบางตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวเนื้อผ้าบางตัวลวมๆกับกางเกงยีนส์รัดรูปสีซีดขาดๆ


          แบบว่า...มันดู...โคตรเท่เลยอ่ะ


          "อา ขอบคุณ..เออ"


          "Arrivederci" ลาก่อน...


          ปัง!


          อะไร? คือมันต้องรีบขนาดนั้นเลยอ่อ?

          แบบคือเค้าพูดประโยคยาวๆพวกนั่นพร้อมๆกับเดินหาของโน้น ยิบนี่ ยิบนั่น จนครบที่ตัวเองต้องการแล้วก็เดินโบกมือลาผม เปิดประตูห้องนอนออกไปเลย แบบที่....ไม่แม้แต่จะสนใจหันหน้าสวยๆของเค้ามามองผมที่ตอนนี้กำลังมองตามเค้าตาปริบๆคนนี้เลย...

          เออ..คือ... นี่มัน จบลงแล้วใช่มั้ยครับ?


          บท one night stand. ของผมกับเค้า...และคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว...อย่างนั้น...เหรอ?








เวลา 6:00pm


ณ บ้านตระกูล คิม


          "นายหญิงครับ คุณจองและครอบครัวมาถึงแล้วครับ" พ่อบ้านประจำตระกูลกล่าวรายงานกับนายหญิงของบ้านอย่างนอบน้อม


          "แจจุง ลูกขึ้นตามน้องสองคนลงมานะ เดี๋ยวแม่จะไปต้อนรับแขกก่อน...รอที่ห้องอาหารนะลูก"


          "ครับแม่ เดี๋ยวผมขึ้นไปตามน้องๆ แล้วจะรีบตามไปที่ห้องอาหารครับ"


.

.

.

ณ ห้องอาหาร


          "ขอโทษที่ให้รอนะครับ" แจจุงกล่าวคำขอโทษเหล่าผู้ใหญ่ของตระกูลจอง เมื่อเขาได้เดินนำน้องๆทั้งสองคนเข้ามาถึงในห้องอาหารที่มีคุณแม่ของเขาและแขกพิเศษนั่งรออยู่


          "อา นั่นลูกชายคนโตของคุณคิมใช่มั้ยค่ะ?" คุณนายจองเผ่ยรอยยิ้มแสนใจดีไปให้แจจุง ก่อนจะหันไปถามคุณคิมที่นั่งอยู่เก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ


          "อ้อ ใช่แล้วค่ะคุณนายจอง ...แจจุงลูกรีบพาน้องๆเข้ามานั่งกันเร็วสิลูก" คุณคิมเอ่ยตอบกลับคุณนายจอง ก่อนจะหันไปบอกลูกชายคนโตของตัวเอง


          เมื่อแจจุงพาน้องๆมานั่งที่กันเรียบเรียบแล้ว คุณคิมก็เริ่มเอ่ยแนะนำลูกๆของเธอให้กับครอบครับของคุณจองทันที


          เริ่มต้นจากลูกคนโต...


          "สวัสดีครับ ผมแจจุงเป็นลูกชายตนโตครับ" แจจุงลุกขึ้นโค้งคำนับอย่างสุภาพ เมื่อเขาได้กล่าวแนะนำตัวเองกันผู้ใหญ่ตระกูลจอง


          "สวัสดีครับ ผมมินซอกครับ" มินซอกโค้งตัวกล่าวแนะนำตัวอย่างเขินๆ แต่ก็แลดูน่ารัก น่าเอ็นดูมากๆ ในสายตาของทุกคนที่เห็น


          และก็มาถึง...


          "ฮัคยอนค่ะ ยินดี...ที่ได้รู้จัก...ค่ะ" ฮัคยอนพูดสะดุด เมื่อเงยหน้าขึ้นหลังจากโค้งคำนับ แล้วนัยน์ตาสีนิลคู่สวยก็ได้สบเประสานข้ากับดวงตาคมเรียวที่แสนคุ้นกำลังเบิกตากว้างมองมาที่ตัวเองอยู่ด้วยความตื่นตกใจ


          และก็ต้องแน่นอนว่า... ฮัคยอนเองก็ตกใจด้วยเช่นกัน เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้านหน้าของตัวเองตอนนี้ คือเด็กผู้ชายคนเดียวกันกับคนที่ตัวเองทิ้งมาเมื่อตอนสายของเช้าวันนี้เองเนี่ยสิ


          บ้าเหรอ! มาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย? - เสียงอุทานดังก้องอยู่ในหัวของฮัคยอนและแทคอุน


          "อ้าว ลูก..แทคอุนก็แนะนำตัวด้วยสิลูก" คุณนายจองพูดขึ้นพร้อมทั้งแอบกระตุกที่แขนเสื้อลูกชายให้รีบกล่าวแนะนำตัวได้แล้ว


          "อ่ะ ขอโทษครับ ผะ ผมแทคอุนครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ" แทคอุนรีบลุกขึ้นยืนแล้วโค้งขอโทษผู้ใหญ่ และรีบกล่าวแนะนำตัวเองในที่สุด


          หลังจากที่ทำความรู้จักกันไปเรียบร้อยแล้ว คุณคิมก็เชิญทุกคนทานมื้อค่ำ ที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับต้อนรับครอบครัวตระกูลจองที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้..ทั้งสองครอบครัวก็จะเกี่ยวดองเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว


          ระหว่างที่ทานมื้อค่ำกันนั้น ฮัคยอนและแทคอุนก็แอบส่งสายตาว่ามีนัยทำไมๆไปให้กันอยู่บ่อยครั้ง โดยทั้งสองคนต่างก็คงยังไม่มีใครยอมเอ่ยปากพูดคุยกันขึ้นเลยเสียที


          จนกระทั้ง....


          "แทคอุนจ๊ะ" คุณคิมเอ่ยเรียกแทคอุนเสียงนุ่มใจดี


          "ครับ?" แทคอุนขานรับอย่างสุภาพ


          "เดี๋ยวพรุ่งนี้ น้าให้ฮัคยอนไปรับแทคอุนมาอยู่ที่นี่ด้วยกันนะจ๊ะ"


          "ครับ? อะไรน่ะครับ?!"


          "ถึงยังไงแล้ว หลังงานแต่งงานเสร็จแทคอุนก็ต้องย้ายเข้ามาอยู่กับฮัคยอนที่นี่อยู่แล้ว เพราะงั้นน้าว่าให้แทคอุนย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกันตั้งแต่พรุ่งนี้เลยดีกว่า..ดีมั้ยจ๊ะ" คุณคิมยิ้มให้แทคอุนอย่างอบอุ่น และแน่นอนว่า...ว่าที่ลูกเขยอย่างจองแทคอุนก็ไม่สามารถปฏิเสธคำชวนของว่าที่คุณแม่ยายได้อยู่แล้ว


จบบท One Night Stand




แปะๆๆๆ

แล้วนี่ก็คือที่มาของการได้เป็น สามี ภรรยา ของกันและกัน

ของแทคอุนกับฮัคยอน



แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าค่าาาาา



*เพิ่มเติม สาเหตุที่ทำให้ฮัคยอนและแทคอุนไปที่ไนท์คลับคืนนั้น ก็เพราะว่าเครียดเรื่องที่จะต้องถูกจับแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่รู้จัก...แต่ทว่า เมื่อเกิดมาคู่กันแล้ว มันก็คงไม่แคล้วจะต้องอยู่คู่กันหรอก ก็พรมลิขิตของทั้งสองคนได้ขีดเส้นมาคู่แล้วนี่ จบ.




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #6 ngampisut (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 09:45

    อ้าวเฮ้ย 5555555

    #6
    0
  2. #1 มินนี่มินเนียน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:58
    น่ารักจัง ขอแบบนี้อีกนะคะ ไฟท์ติ้งค่าาา
    #1
    0