Artificial Love Or Real ? [VIXX n EXO]

ตอนที่ 14 : One Night Stand ep.2[4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ก.ย. 61

#792[4]

Chapter 3 อดีต


"คุณใช่ ฮัคยอนรึเปล่าครับ?" เป็นคำถามที่ทำเอาบรรยากาศของสองแม่ลูก ฮัคยอนกับนูเบสถึงกับหยุดชะงัก รวมถึงเมมเบอร์วิกซ์ทุกคนด้วยที่ต่างก็ชะงักกึกไปตามกัน


เมื่อจู่ๆแทคอุนนก็เอ่ยถามเสียงนิ่ง(แอบน่ากลัว)ขึ้นมาแบบนั้น


"...." ทุกคนต่างนิ่งเงียบอย่างลุ้นระทึก? เพื่อรอฟังคำตอบจากคนที่ถูกแทคอุนถาม

"หืม? คุณรู้จักผม... แทคอุน!!?" ฮัคยอนร้องชื่อแแทคอุนออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะนิ่งค้างไปชั่วขณะ ฮัคยอนมองหน้าแทคอุนที่กำลังจ้องมองตัวเองอยู่เช่นกัน  แต่เพียงแค่แปปเดียวฮัคยอนก็รีบหลบสายตาไปอย่างไม่เข้าใจ


"หึ ใช่จริงๆด้วยแหะ..." แทคอุนยังคงจ้องมองคนที่เอาแต่หลบสายตาของเค้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ที่ใครก็ยากจะเข้าใจ แม้แต่ตัวแทคอุนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

"เออ เออ..ผม ผมคงต้องพานูเบสกลับแล้ว ขอบคุณที่ช่วยดูแลนูเบสให้นะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ ..นูเบสก็บอกขอบคุณพี่ๆเค้าด้วยสิครับลูก" ฮัคยอนรีบอุ้มนูเบสขึ้นมากอดไว้ก่อนจะรีบหันไปโค้งให้ทุกคน และพูดคำขอบคุณกับทุกคนโดยที่ไม่แม้จะหันไปมองแทคอุนเลยสักนิด แถบเค้ายังไม่รอให้ใครได้เอ่ยรับอะไรตอบกลับ ก็รีบหันหลังเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ทามกลางความมึนงงของทุกคน
.
.
.
"มาไวไปไวเนอะ" เคน

"ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยอ่ะ" ฮงบิน

"สวยอ่ะ สเปคเลย" ฮยอก

"จะได้เจออีกป่ะ" ราวี่

"ได้กลิ่นเฟอร์รารี่แบล็คจากเธอด้วยละ" เอ็น

"หุ่นโคตรเปะว่ะ" ฮงบิน

"อยากเป็นพ่อน้องนูเบส" ฮยอก

"ฮ่าๆ ฮโยกี้ของเรานี่ละก็" เอ็น

"อยากไปเล่นกับน้องนูเบสจัง" ราวี่

"คิดไม่ถึงเลย ว่านายจะรู้จักเธอด้วยแทคอุน?" เอ็นถามอย่างตั้งข้อสงสัย

"เออ ก็..." แทคอุน

"เหมือนนายกับเธอจะมีเรื่องอะไรกันอยู่...รึเปล่า?" เอ็น

"รู้สึกว่าเธอจะไม่อยากเจอหน้าฮยองด้วยสิ" ฮยอก

"ไปทำเรื่องอะไรไว้ป่ะเนี่ย?" เคน

"อือ ...ก็คงอย่างนั้น" แทคอุนพูดทิ้งไว้แค่นั้นก็เดินหนีออกจากกลุ่มไป โดยไม่สนใจเสียงเรียกร้องที่ดังตามหลังมาเลยสักนิด

"ขอโทษนะ แต่ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนได้มั้ย"


แทคอุนเดินหนีเข้ามาทิ้งตัวนอนอย่างหมดแรงอยู่บนเตียงนอนของเค้า พร้อมกับภาพความทรงจำมากมายในอดีตที่กำลังพุดขึ้นมาฉ่ายภาพซ้ำในสมองของผม

ภาพความทรงของผมกับฮัคยอน...

-

-

-


สามปีที่แล้ว (แทคอุน said)


"แทคอุน" ในช่วงพักที่ผมกำลังนั่งรอเข้าเรียนวิชาเพิ่มเติมอยู่ที่หน้าห้องกับอิมฮวานเพื่อนต่างห้องที่มาลงเรียนวิชานี้เหมือนกัน และเพื่อนของอิมฮวานอีกคน ที่เป็นคนเรียกชื่อผมเมื่อครู่นี้

"ครับ" ผมหันไปยิ้มตอบให้เธออย่างเป็นกันเอง แต่ดูเธอจะอายๆผมยังไงๆอยู่นะ? แต่เธอก็ดูน่ารักดีครับ ฮ่าๆๆ

"แทคอุน.." เธอเรียกชื่อผมอีกแล้ว 

"ครับ" และผมก็หันไปยิ้มตอบให้เธอเหมือนเดิม อา ผมคิดว่าเธอมีอะไรจะพูดกับผมนะ แต่เหมือนเธอจะไม่กล้าพูดมันเท่าไหร่ อา อยากรู้จังว่าเธอจะพูดอะไรกับผม

"..." เธอหันมายิ้มอายๆให้กับผม แต่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไรออกมาอยู่ดี

"..." แต่ผมก็ยังส่งยิ้มไปให้เธอทุกครั้งที่เธอหันมาสบตากับผมนะครับ...คือผมเองก็แอบๆมองเธออยู่ตลอดแหละครับ ก็เธอทำท่าทางแปลกๆดูกล้าๆกลัวๆอยู่แบบนั้นมาสักพักแล้วนี่ครับ


อ่า จริงๆ ตั้งแต่ก่อนที่เธอจะมานั่งอยู่ตรงนี้(ข้างๆผม)โดยฝีมือของอิมฮวานมันไปลากเธอมาเองครับ ฮ่าๆ อิมฮวานมันบอกว่าเพื่อนมันมีอะไรจะบอกกับผมน่ะครับ เพราะแบบนั้นผมถึงได้คาดหวังรอฟังคำที่เธอจะพูดมันกับผมอยู่ไงครับ

แต่นี่เวลาก็ผ่านไปจนใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนอยู่แค่ไม่ถึงสิบนาทีอยู่แล้ว ..ยังไม่รู้อะไรเลยเนี่ย


แล้วเธอก็เรียกชื่อผมอีกเป็นครั้งที่สาม และผมคิดว่าครั้งนี้ผมคงได้ยินสิ่งที่เธออยากจะบอกกับผมแน่ๆ


"แทคอุน" เธอเรียกชื่อผมพร้อมกับสบตาผมนิ่ง

"ครับ" ยอมรับตามตรงเลยครับ ว่าทั้งน้ำเสียงและแววตาที่ดูแนวแน่แบบนั้นของเธอในครั้งนี้มันทำให้ผมใจกระตุก


"ผมชอบแทคอุนครับ!!!"


"ห่ะ?" ครับ ตามนั้นเลย พอเธอพูดจบปุ๊ปก็ลุกวิ่งหนีผมออกไปเลย ฮ่าๆ โดยที่ไม่ทันให้ผมได้ตั้งรับและพูดอะไรตอบกลับเลยสักนิด เธอก็หายออกไปจากสายตาของผมเสียแล้ว


แล้วหลังจากวันนั้นเธอหายไปเลย เออ..คือจริงๆผมก็เห็นเธออยู่บ้างครับ แต่พอเธอเห็นผมเธอก็จะรีบหลบหน้าทันทีน่ะครับ 

หึ ให้ได้อย่างนี้สิครับ ผมไม่เข้าเธอเลยจริงๆ เธอเป็นคนมาบอกชอบผมเองแท้ๆ และผมเองก็ยังไงไม่ทันได้ว่าหรือตอบอะไรเธอเลยด้วยซ้ำ แต่เธอก็เอาแต่หลบหน้ากันไปซะอย่างงั้นเฉยเลยอ่ะ งงมากครับ


จนเวลาผ่านเลยไปนานเกือบสามเดือน ผมกับเธอก็ได้มีโอกาสเจอกันอีกครั้ง โดยที่มันเป็นการเจอกันที่ทำให้ผมรู้สึกผิดต่อเธอมาจนถึงทุกวันนี้เลยครับ


เพราะเราเจอกันอีกครั้งบนเตียงนอนยังไงล่ะ! 


หึๆ ครับมันก็เลยกลายเป็นเรื่องบนเตียงไปเลยไง

คือว่าคืนนั้น ผมออกไปเที่ยวกลางคืนกับพวกเพื่อนๆในกลุ่มกันน่ะครับ และก็มีดื่มแอลกอฮอล์กันบ้างตามปะสาวัยรุ่นนั่นแหละ แต่ผมคงจะดื่มมันเยอะไปหน่อยเลยเมาหนัก

และไม่รู้ว่ามันบังเอิญรึไงกันแน่ ที่ผมดันเดินไปเจอกับผู้หญิงร่างสูงคุ้นตาที่กำลังยืนพิงรถหรูและอัดสารนิโคตินเข้าปวดอยู่คนเดียวที่ลานจอดรถหน้าผับ ที่ผมกับเพื่อนมาเที่ยวกัน พอได้จ้องดูเธอคนนั้นจนแน่ใจแล้วว่าใช่คนๆเดียวกันกับคนที่พยายามหลบหน้าผมมาตลอดสามเดือน ผมก็ไม่ลังเลใจเลยที่จะรีบเดินเข้าไปหาเธอคนนั้น


ไม่รู้ว่าเพราะผมกำลังเมาอยู่หรือว่าเพราะอะไรกันแน่ ที่ทำให้ผมกล้าทำอะไรแบบนั้นกับเธอ


ผมเดินเข้าไปแย่งเอาบุหรี่ที่ดูราคาแพงออกมาจากปากสวยของเธอ และแทนที่มันด้วยริมฝีปากบางของผม ที่เข้าไปบดเบียดลิ้มรสชาติหอมหวานของเธอโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ


หมับ


"มายืนสูบบุหรี่คนเดียวแบบนี้ ไม่ดีเลยนะ" ผมพูดกระซิบเสียงพร่าที่ข้างๆหูของเธอ และก็แอบสูบดมกลิ่นกายหอมๆที่มันเย้ายวนชวนให้กระหายของเธอ หลังจากถอนจูบที่แสนหวานนั้นออกมาจากเธออย่างนึกเสียดายแล้ว


"ทะ แทคอุน" เธอเอ่ยเสียงขึ้นอย่างอึ้งๆตะลึงงงและคงตกใจอยู่ไม่น้อย ที่เจอผมเข้ามาทำแบบนี้ด้วย

"ครับ ผมเอง แล้วนี่..." ผมกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างควบคุมตัวเองแทบไม่ไหว ก็...แบบว่าผมแพ้ผู้หญิงขาเรียวยาวที่ใส่กางเกงยีนส์รัดรูปไงครับ พอเห็นแล้วมันทำให้อารมณ์ดิบของผมพลุนพล่านขึ้นมาเลยอ่ะ แล้วไหนจะเสื้อยืดบางๆสีขาวที่มันขาดๆที่เธอใส่อยู่นี่อีก มันก็ยิ่งทำให้ผมอยากฉีกกระชากมักออกไปให้พ้นๆเสียจริงๆ


เฮ่ย ทำไมผมถึงมีอารมณ์รุนแรงได้ขนาดนี้ล่ะ รึเพราะกำลังเมาอยู่งั้นเหรอ?


"นาย...เมาเหรอ?" เธอจับที่ใบหน้าของผมดูเบาๆ แล้วจ้องมองลึกเข้ามานัยน์ตาของผมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

"อือ ครับ...ผมเมา" เมากับสายตาอ่อนโยนของเธอที่ผมมองว่ามันช่างยั่วยวนและเชิญชวนตัวตนผมเหลือเกิน มันเลยอดใจไม่อยู่จนต้องดึงเธอเข้ามารับจูบเร้าร้อนจากผมอีกครั้ง


เมื่อเห็นว่าเธอเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนหรือแม้แต่จะห้ามปรามสิ่งที่ผมทำ แถมยังเริ่มจูบตอบผมกลับแบบนี้ด้วยมันก็ยิ่งเลยเถิดนะ...ว่ามั้ยครับ


แล้วสุดท้ายมันก็จบลงที่บนเตียงในเช้าของวันต่อมาอย่างที่ผมได้บอกไว้แล้วในเบื้องต้นนั่นแหละครับ


และพอได้สติกลับมาเป็นปกติแล้วผมก็รู้สึกผิดและขอโทษเธอ กับสิ่งต่างๆที่ได้ทำลงไป

แต่เธอกลับบอกผมว่าไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ ลืมมันไปซะ พวกเราก็แค่พลาดเพราะมัวเมาไร้สติ และมันก็แค่ one night stand จึงไม่อยากจะเรียกร้องอะไรจากผม ด้วยท่าทางที่เฉยชา จนผมใจกระตุก


หึ แค่ได้ยินเธอพูดมันออกมาแบบนั้นแล้ว ก็ทำให้ผมรู้สึกโมโหเธอเหมือนกันนะครับ ตัวเองเป็นผู้หญิงและก็เป็นฝ่ายเสียหายมากกว่าผมแท้ๆ ทำไมถึงพูดออกมาแบบนั้น ทำไมไม่รู้จักเรียกร้องอะไรบ้างเลย ทำไมต้องทำให้ผมรู้สึกแย่มากมายขนาดนี้ด้วย ...ผมไม่ชอบที่เธอเป็นแบบนี้จริงๆ


และหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้พบเธอที่โรงเรียนอีกเลย พอลองไปถามจากอิมฮวานดูมันก็บอกว่าเธอคงไม่มาอีกแล้ว พอได้ยินแบบนั้นผมก็งง มันเลยอธิบายให้ผมได้เข้าใจอีกว่า จริงๆแล้วเธอเป็นนักศึกษาปีสองที่มาเข้าทำรายงานบางอย่างในโรงเรียนมัธยมปลายของพวกผมก็เท่านั้นเอง พอทำรายงานชิ้นนั้นเสร็จเธอก็คงกลับไปเรียนที่มหาลัยเหมือนเดิมอะไรประมานนั้น


พอได้รู้เรื่องจริงแบบนั้นแล้ว ผมจึงขอเบอร์ติดต่อเธอจากอิมฮวานมา แต่ผมก็ยังไม่กล้าโทรไปหาเธอเลยทันทีหรอก ผมปล่อยให้เวลามันผ่านเลยไปเกือบจะสองเดือนนั่นแหละ ผมถึงตัดสินใจโทรไปหาเธอดูตามเบอร์ที่ได้มาจากอิมฮวาน

ผมโทรไปหาเธอและเธอก็รับสายของผม เราคุยกันได้ไม่นานนักเธอก็เป็นคนจบบทสนทนาของเราด้วยประโยคสุดท้าย ที่ทำให้ผมไม่เข้าใจและค้างคาใจตัวเองมาตลอดว่า


-"ขอบคุณนะแทคอุนที่โทรมาหาผม แต่ผมไม่อยากทำลายอนาคตของแทคอุน เพราะงั้นได้โปรดอย่าโทรมาหาผมอีกเลยนะครับ"-


เธอพูดประโยคยาวๆนั้น ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเหมือนคนที่กำลังร้องไห้อยู่ แล้วเธอก็ตัดสายไปโดยไม่รอฟังอะไรจากผม...อีกแล้ว 

หึ ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะ นี่เธอไม่เคยคิดจะรอฟังคนอื่นเค้าพูดบ้างเลยรึไงกัน เฮ้อ...น่าหงุดหงิดจริงๆ ให้ตาย


และนี่ก็คือ อดีต ของผมกับผู้หญิงที่เข้ามาปั่นป่วนหัวใจผมให้หวั่นไหวแล้วก็หนีหายจากไปแบบดื้อๆ โดยที่ผมยังไม่ทันได้มีโอกาศที่จะพูดบอกความรู้สึกที่ผมมีกับเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

เธอมันยัยคนใจร้ายรู้มั้ย ฮัคยอน

.
.
.

กลับมาที่ปัจจุบัน

พอได้นึกถึงเรื่องเก่าๆในอดีตแล้วคำว่า ทำไม? เพราะอะไร? มันก็เกิดขึ้นมาเต็มไปหมด เมื่อผู้หญิงคนนั้นในอดีตที่ผมคิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ....จู่ๆก็โพล่เข้ามาปรากฏตัวให้ผมได้เจอเธออีกครั้ง ในวันนี้

และยังทำให้ผมตกใจมากขึ้นอีกขั้นที่เธอดันมาในฐานะแม่ของน้องนูเบสที่ผมหลงรักและผูกพันธ์ตั้งแต่ที่ใด้เจอหน้าครั้งแรกโดยไม่ทราบสาเหตุ

แถมประเด็นคือเด็กคนนั้นดันมีหน้าตาคล้ายกันกับผมเอามากๆอีกด้วยนี่สิ มันเลยทำให้ผมเกิดอาการคิดไม่ตกขึ้นมา และประโยคสุดท้ายที่เธอเคยพูดกับผมเมื่อสามปีก่อนก็ยิ่งทำให้ผมคิดหนักเข้าไปอีกเท่า


อ่า นี่หรือว่ามันคงใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ เวลาที่ผมจะได้เคลียร์กับฮัคยอน กับเรื่องราวที่ผมค้างคาใจมาตลอดสามปีที่ผ่านมา 

ฮัคยอน มันคงได้เวลาที่ผมจะได้รู้อะไรที่คุณมันซ่อนอยู่นั่นแล้วสักที


#792[4]

Chapter 4 นูเบสลูกใคร?


"นูเบสครับ หนูชอบหมวกใบนี้มั้ยลูก?" ฮัคยอนชูหมวกไหมพรมสีน้ำเงินทรงหูแมวให้ลูกชายดู

"ชอบครับ น้องเบส อยากได้อันนี้ ใส่ให้น้องเบสหน่อยครับ น้องเบสเอาอันนี้" นูเบสรีบเดินเข้าไปหามามี๊ฮัคยอนของเค้าด้วยท่าทางน่ารักที่ออดอ้อนได้อย่างน่าเอ็นดู จนคนเป็นแม่อย่างฮัคยอนอดหมั้นเขี้ยวในความน่ารักน่าชังของลูกชายตัวน้อยไม่ได้ เลยต้องก้มลงไปฟัดแก้มกลมๆยุ้ยๆทั้งสองข้างนั้นไปสองที 


ความน่ารักของทั้งสองแม่ลูกคู่นี้ทำเอาผู้คนแถวนั้นที่ได้เห็นก็ต่างพากันอมยิ้มให้ความน่าเอ็นดูนั้น


วันนี้ฮัคยอนพานูเบสออกมาเดินเล่น ที่ย่านกาโรซูกิล และนัดกับพี่แจจุงเอาไว้ด้วย ว่าวันนี้พวกเขาจะไปทานข้าวด้วยกัน และนี่ก็ใกล้จะถึงเวลาที่นัดกันเอาแล้ว เดี๋ยวไม่นานพี่แจจุงก็... อา นั่นไงพูดถึงก็งโทรเข้ามาพอดีเลย


Rrrrrr


"ครับ พี่แจจุง"

'...............'

"อา ใช่ครับ อยู่แถวนั้นแหล่ะ"

'................'

"ครับๆ เดี๋ยวพานูเบสออกไปหาครับ"

'.................'

"ครับ เจอกันครับ"


"นูเบสครับ อาแจจุงมาถึงแล้วเรารีบไปหาอาแจจุงกันดีว่าครับ" ฮัคยอนย่อตัวลงไปพูดกับลูกชายที่กำลังเพลินกับสินค้าน่ารักๆในร้าน

"แจแจเหรอครับ มาแล้ว.. ไปหาแจแจกันครับ~" พอได้ยินว่าอย่างนั้นนูเบสก็รีบโผล่เข้ากอดมามี๊ฮัคยอนอย่างออดอ้อน เพื่อให้ฮัคยอนรีบพาเค้าออกไปเจออาแจแจที่รักเบอร์สองของเค้าเร็วๆ

"อา ครับๆ งั้นก็ไปกันเลยครับ" ว่าแล้วฮัคยอนก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินจูงมือน้อยๆของลูกชายออกไปจากร้านเสื้อผ้าเด็กทันที


พอทั้งสองคนแม่ลูกคู่น่ารักที่ค่อนข้างเป็นเป้าสายตาของคนแถวยั้นออกมานอกร้านก็เห็นรถ Audi R8 สีดำคันหรูของแจจุงจอดรอพวกเค้าทั้งสองอยู่พอดี ฮัคยอนจึงก้มลงไปอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นมาไว้แล้วรีบเดินตรงไปที่รถคันนั้น เธอเปิดประตูพาตัวเองและลูกชายเข้าไปนั่งข้างในรถทันที


"ไงครับ นูเบสของแจจุง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงแจจุงมั้ยเอ๋ย?" แจจุงเอ่ยถามทักทายหลานรัก พร้อมกับเอื้อมมือออกไปลูบหัวกลมๆเล็กๆที่มีหมวกไหมพรมทรงหูแมวสีน้ำเงินสวมอยู่อย่างคิดถึง ก็เค้าต้องไปทำงานที่ญี่ปุ่น เลยทำให้ไม่ได้เจอหลานรักตัวน้อยคนนี้ตั้งนานเกือบเป็นเดือนแหนะ มันก็เลยโคตรคิดถึงกันจริงๆ


#คิมแจจุงคนติดหลาน


"คิดถึง คิดถึงครับ น้องเบสคิดถึงแจแจมากๆเลยครับ" นูเบสรีบยื่นจมูกเล็กๆของตัวเองเข้าไปฟัดๆกับใบหน้าสวย?ของแจจุงที่ยื่นเข้ามาหาทันที

"อา รู้สึกเหมือนถูกลืมเลยแหะ" ฮัคยอนแกล้งพูดขึ้นอย่างงอนๆ จนคู่อาหลานต้องหยุดเล่นกันก่อนจะทำท่าพยักหน้าให้กัน แล้วแจจุงก็ยื่นหน้ามาจุ๊บเบาๆที่ข้างขมับของฮัคยอนไปทีนึง

"คิดถึงเราเหมือนกันนั่นแหละเจ้าน้องรัก~" แจจุงจับโยกหัวฮัคยอนเล่นไปมาเบาๆอย่างที่ชอบทำ มันคือการแสดงความรักในแบบของแจจุง


จุ๊บ


"น้องเบส ก็รัก รักมามี๊นะครับ รักมาก มากที่สุดในโลกเลย~" นูเบสเองหันตัวปีนขึ้นจุ๊บปากสวยของมามี๊ฮัคยอนของเค้าอย่างต้องการแสดงความรักที่เค้ามีให้กับมามี๊ของเค้าเช่นกัน

"ครับๆ มามี๊ก็รักนูเบสน้อยของมามี๊ที่สุดในโลกเหมือนครับ มาๆให้มามีํจุ๊บๆหน่อยสิครับ เด็กน้อยของมามี๊" แล้วฮัคยอนก้มลงไปจุ๊บๆลูกรักบ้าง จากนั้นสักพักแจจุงก็ค่อยขับรถพาน้องสาวและหลานชายออกไปหาร้านอาหารที่ได้จองล่วงหน้าไว้แล้วทันที


-

-

-

"กรี๊ดดด แกดูนั่นดิ นั่นๆๆๆ"

"กรี๊ดดด ฉันอิจฉาพวกเขาอ่ะ"

"ช่างเป็นครอบครัวที่เพอร์เฟคมากอ่ะแก"

"ใช่ๆๆ พ่อก็หล่อ แม่ก็สวย ลูกก็น่ารัก ฉันเชียรธีมนี้แก"

เสียงหวีดร้องอย่างชื่มชม? คลั่งไคล้? ดังขึ้นมาจากโต๊ะด้านหลังของเคนกับราวี่ภายในร้านกาแฟชื่อดังในย่านกาโรซูกิล เค้าสองคนที่นั่งโต๊ะติดอยู่ริมกระจกใสหน้าร้านอยู่แล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะลองแอบมองออกไปดูตรงถนนเดินเท้าด้านนอก ที่มันเป็นประเด็นหัวข้อของบทสนทนาจากกลุ่มสาวๆโต๊ะด้านหลังไม่ได้  


"เฮ้ๆ นายว่านั่นใช่น้องนูเบสที่เจอเมื่ออาทิตย์ก่อนป่ะวอนชิค?" เคนสะกิดถามคนอายุน้อยกว่าที่นั่งอยู่ตรงข้ามทันทีอย่างนึกคุ้น

"หือ...เอ่อ ก็ดูคล้ายๆอยู่น่ะ" ราวี่ตอบโดยที่ไม่มั่นใจนัก แต่ผู้หญิงตัวสูงหุ่นเปะที่เดินอยู่ข้างๆกับผู้ชายตัวสูงเท่าๆกันเธอคนนั้น ที่ขนาดใสแว่วกันแดดหนาๆบังใบหน้าอยู่ก็ยังดูออกเลยว่าโคตรหล่อ และเธอคนนั้นก็ดูคล้ายแม่ของน้องนูเบสมากๆเหมือนกัน

"นี่ นายว่าผู้ชายคนนั้นดูคุ้นๆป่ะ?" เคนเอ่ยถาม

"หืม? ผู้ชายคนนั้นหรอ?..." ราวี่เพ่งตามองออกไปโฟกัสที่ใบหน้าของผู้ชายที่กำลังเดินอุ้มเด็กน้อยและหยอกเล่นกันไปมาอย่างน่ารัก อย่างพยายามนึกว่าเค้าเคยเห็นรึว่ารู้จักมาก่อนบ้างรึเปล่านะ?

"เราออกไปทักดีป่ะ" จู่ๆเคนก็ทำท่าจะลุกออกไปจริงๆ

"ห๊ะ จะบ้าเหรอ เราไม่ได้รู้จักกันอย่างนั้นสักหน่อย จะไปทักเค้าได้ยังไง...คิดบ้าอะไรของฮยองเนี่ย" ราวี่รีบห้ามเคนที่จู่ๆก็จะออกไปทักคนที่ไม่รู้จักกันแบบนั้นเอาไว้ 


ถึงแม้จะเคยเจอกันแล้วครั้งนึง แต่ก็ยังไม่ทันได้รู้จักชื่อกันเลยป่ะล่ะ เคนฮยองบ้านี่มันคิดอะไรเพี้ยนๆไปได้จริงๆ เฮ้อ ราวี่สุดฮ็อตคนนี้ล่ะเหนื่อยใจกับเคนฮยองนี่จริงๆครับ


"อา ก็อยากเห็นหน้าคุณพ่อน้องนูเบสให้ชัดๆอ่ะ" นี่ก็ยังจะดื้อมางอแงใส่เค้าอีกนะ

"ทำไม?" เคนฮยองเป็นแฟนคลับเค้ารึไง ถึงได้อยากรู้อยากเห็นอะไรให้ได้แบบนั้นน่ะ เฮ้อ ไม่ไหวๆ

"ก็อยากรู้ว่าผู้ชายที่โชคดีได้แฟนที่เพอร์เฟคอย่างคุณแม่น้องนูเบสจะหน้าตาเป็นยังไงไรงี่อ่ะดิว่ะ โถ่-ว" ยอมรับเลยว่าผมเคนสุดหล่อคนนี้แอบอิจฉาผู้ชายคนนั้นอยู่ลึกๆ ก็ธรรมดาของผู้ชายแมนๆคนนึงป่ะครับ ที่ก็ต้องมีบ้างที่ฝันอยากมีแฟนที่สวยเพอร์เฟคบ้างไรบ้างงี่น่ะ มันไม่ผิดหนิครับ เอ่อ

"ฮ่าๆ เคนฮยองนี่ล่ะจริงๆ ...แต่ผมว่าเค้าดูดีมากๆเลยนะ แม้จะเห็นไม่ค่อยชัดแต่ความรู้สึกของผมมันบอกว่า เขา-หล่อ-มาก" ราวี่พูคตามที่คิด จริงๆราวี่เองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากเคนนักหรอก เพราะผู้หญิงคนนั้นเธอมีเสน่ห์ที่ดึงดูดมากๆ แม้จะได้เจอกันแค่ไม่เพียงแปปเดียว แต่เธอก็สามารถทำให้หวั่นไหวใจกระตุกกันได้ง่ายๆเลยอ่ะ

"อืม...เค้าดูสมกันดีเนอะ" พอจบประโยคสั้นๆนั้นของเคนทั้งสองคนก็หันกลับมาสนใจดื่มด่ำไปกับรสชาติกาแฟและน้ำผลไม้ปั่นที่พวกเค้าสองคนชอบกัน  พร้อมกับหัวข้อในบทสนทนาที่เปลี่ยนไปจากเรื่องนอกร้านเมื่อครู่นั้นเช่นกัน

.
.
.
.
.

เวลา 9.27 pm. ณ ลานจอดรถในคอนโดxxx ร่างสูงหุ่นนางแบบที่ใส่รองเท้า Nike jordan สีน้ำเงิน-ขาว กางเกงยีนส์รัดรูปสีเข้มและแจ็คเก็ตหรูสีดำจาก Balmain ใส่สเวตเตอร์เนื้อบางสีเทาอยู่ด้านใน ผมยาวสลวยถูกเก็บรวบหมัดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักแต่ทุกอย่างที่เป็นเธอมันก็ดันดูเท่เป็นบ้า และใบหน้าสวยดูนิ่งไม่แสดงออกอารมณ์ใดๆแบบนั้นมันก็ยิ่งทำให้เธอดูน่าค้นหาเข้าไปอีกขั้น


เธอเดินวนหน้ารถ Land rover ของเธอมายังทางฝั่งของประตูข้างคนขับและเปิดมันออกมา เพื่อเข้าไปอุ้มเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบเศษที่กำลังหลับปุ่ยอยู่บนเบาะลองสำหรับเด็กออกมาอย่างระมัดระวังที่สุด พอจัดท่าอุ้มได้ดีแล้ว เธอก็ถอยออกมาเล็กน้อยและผลักประตูปิด จากนั้นก็มาเปิดประตูเบาะหลังเพื่อรวบเอาถุงของต่างๆที่ไปช๊อปปี้งมาวันนี้ออกมาด้วย พอเก็บของต่างๆเสร็จก็จัดการปิดประตูและกดล็อครถให้เรียบร้อย แล้วเธอจึงเดินตรงไปที่ลิฟท์เพื่อขึ้นไปยังชั้นที่ตัวเองพักอยู่ต่อไป ....หากไม่มีใครมาฉุดแขนข้างที่ใช้คล้องสายถุงกระดาษสี่ถึงห้าใบนั้นไว้เสียก่อน


"อ่ะ!" เธอทำเสียงออกมาอย่างตกใจเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันควับไปมองเจ้าของมือเรียวสวยที่จู่ๆก็เข้ามาดึงแขนเธอไว้อย่างนี้

"ผมช่วยนะ...ฮัคยอน" ผู้ชายร่างสูงที่มีเรียวตาคมเหมือนดั่งมนต์สะกดทุกอย่างยามที่เผลอมอง เขาใส่ฮู้ดตัวหนาสีเทาของ supream ที่ตอนนี้กำลังส่งยิ้มบางๆกับสายตาที่มองมาแบบขอร้องและอ้อนวอน ทำเอาคนที่โดยรั้งเอาไว้ถึงกับนิ่งค้างไปหลายวิ

"...แทคอุน"



To be continued....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น