VIXX HOUSE LUV LeoN

ตอนที่ 9 : Just a feeling

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ส.ค. 61




Hello Again ep.11


Just a feeling

 

ในช่วงบ่ายวันหนึ่ง ที่ท้องฟ้าสดใสในฤดูใบไม้ผลิ

ใช่ ผมคิดว่าวันนี้เป็นวันที่อากาศดีมากๆ

จนกระทั่ง...

แปะ แปะ แปะ

เม็ดฝนมากมายจากบนท้องนภากว้างที่ก่อนเคยสดใส แต่ว่าตอนนี้มันเริ่มถูกหมู่เมฆฝนสีเทามาบดบังความสดใสให้กลายเป็นฟ้าครึ้ม และเม็ดฝนค่อยๆโปรยปรายลงมาสู่พื้นดิน จนเปียกชุ่มไปหมด

 

เริ่มจากละอองฝนเล็กๆ จนกลายเป็นสายฝนกระหน่ำที่ไหลอาบลงมาจนทำให้ผมเปียกไปหมดทั้งตัว

ผู้คนมากหลายที่เคยอยู่ออกมาเล่นสนุกกันอยู่ที่กลางแจ้ง บัดนี้ ผู้คนเหล่านั้นต่างก็พากันวิ่งหาที่หลบฝนกันไปหมดแล้ว

จะเหลือก็เพียงแค่ผมคนนี้ คนเดียวนี่แหละมั้ง...ที่ยังคงยืนนิ่งปล่อยให้ฝนที่เริ่มตกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆนั้นให้มันชำระล้างทุกอย่าง...บนตัวผมคนนี้

พอมาคิดทบทวนแล้วมันก็ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลอะไรกันสักเท่าไหร่เลยนะครับ

ที่ในวันอากาศดีแบบนั้นแท้ๆ แต่ไหงเล่า ฝนเจ้ากรรมถึงได้ตกลงมาได้ในเวลานี้

ทำไมถึงได้ตกลงมา...ถูกเวลาจังเลยครับ

แบบนี้หากผมจะปล่อยให้น้ำตาที่ผมสู้ทนอดกลั้นเก็บมันเอาไว้อยู่ตอนนี้ ให้มันไหลออกมาก็คงไม่มีใครรู้แล้วสินะ

อ่า ตอนนี้ผมสามารถร้องไห้ได้โดยที่ไม่ต้องอายใครแล้วสินะ

หยาดน้ำตาอุ่นของผมค่อยๆไหลออกมาบนใบหน้าเพียงไม่กี่วินาที น้ำตาอุ่นก็ถูกสายฝนเย็นชำระล้างออกไป แต่ถึงอย่างนั้นน้ำตาของผมก็ยังคงหลั่งไหลรินออกมาไม่หยุดเช่นเดียวกับฝนที่ยังคงตกอยู่ในตอนนี้...

 

เมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้าที่ฝนจะตกลงมา ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมรู้สึกดีมากๆกับการออกมาข้างนอกในวันนี้

ก็วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่พิเศษมากสำหรับผมน่ะครับ

เพราะว่าวันนี้ผมตั้งใจจะขอแฟนสาวที่น่ารักของผมที่เราคบกันมานาน 4 ปีกว่า

วันนี้ ผมตั้งใจจะขอเธอแต่งงานครับ

 

แต่ว่า...ทุกอย่างมันก็ดันจบลงก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากขอเธอแต่งงานซะอีก

ผมเป็นคนนัดเธอออกมาเจอกันเพื่อผมจะได้เซอร์ไพรส์เธอ

แต่ว่าคนที่ถูกเซอร์ไพรส์มันกลับดันกลายเป็นผมคนนี้เสียเอง

แจ็คพอตครับ ผมถูกขอเลิกเพราะว่าเธอมีคนอื่นที่ดีกว่าผม

ผมช็อคจนพูดไม่ออก ได้แต่มองหน้าเธออย่างเงียบงัน

เธอบอกว่าขอโทษ แต่ไม่ว่าผมจะให้อภัยเธอรึไม่ เธอก็ยังคงยืนยันว่าจะจากผมไปอยู่ดี

แล้วแบบนั้นจะให้ผมพูดอะไรได้ล่ะ ก็เธอตั้งใจมากเอาซะขนาดนั้น

ผมเลยได้แต่คิดอยู่ในใจว่าเขาคนนั้นคงดีกว่าผมคนนี้จริงๆนั้นแหละ

จะให้ผมทำยังไงล่ะ

ผมเองก็ยอมรับว่าผมมันก็ไม่ได้เป็นแฟนที่ดีให้เธอเลย

ตลอดสี่ปีที่เราคบกันมา ถ้าลองมองย้อนกลับไปทบทวนดู...

มันก็เป็นผมเองนี่แหละ ที่เอาแต่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียว ผมปล่อยเธอให้ต้องเหงาและทนอยู่อย่างนั้น เพื่อรอคอยวันที่ผมกลับมาหาเธออยู่อย่างเสมอ

ผมมันไม่เอาไหนเลย

สมควรแล้วที่เธอทิ้งผมไปหาคนที่ดีกว่า

 

แหวนที่ผมใช้เวลานานเลือกมันอย่างตั้งใจ เพื่อเอามามอบให้กับเธอ

เพื่อหวังจะบอกให้เธอรู้ว่า ต่อจากนี้ไปเธอจะไม่ต้องทนเหงาแล้วนะ ไม่ต้องเฝ้ารอผมอย่างที่ผ่านมาแล้วนะ เพราะผมจะไม่ปล่อยให้เธอต้องอยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว

ต่อจากเราจะอยู่ด้วยกัน จะสร้างวันเวลาที่มีความสุขไปด้วยกัน...

นั้นคือสิ่งที่ผมตั้งใจจะมาบอกกับเธอในวันนี้

แต่ว่า

อย่างที่พูดไปทั้งหมด...มันก็สายไปเสียแล้ว เธอทิ้งผมไปแล้ว

ความตั้งใจของผมมันพังไปแล้ว

ผมไม่เหลืออะไรแล้ว

ผมมันโง่ แค่หัวใจดวงเดียวก็รักษามันไว้ไม่ได้

ผมมันโง่เหลือเกิน ผมมันก็แค่ไอ้งั่ก ที่ไม่ยอมทำอะไร เป็นแค่ไอ้งั่กที่เอาแต่เงียบและปล่อยให้เธอเดินจากไปง่ายๆ ...งี่เง่าสิ้นดี

 

เพราะผมมันเป็นไอ้งั่กปากหนัก

ตอนนี้ผมเลยได้แต่ยืนโง่ๆอยู่ทามกลางสายฝน และจมอยู่กับความเจ็บปวดใจที่ตัวเองไม่สามารถบรรเทาหรือเยียวยามันได้

ผมยืนอาบฝนและร้องไห้เหมือนอย่างกับคนบ้า

อ่า หากว่าใครที่รู้จักผมมาเจอผมเข้าตอนนี้ เขาก็คงจะหัวเราะเยาะผมเป็นแน่ 


แปะ แปะ แปะ


ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่ผมยังคงอยู่ตรงนี้ที่เดิมทามกลางสานฝนที่ดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเมื่อไหร่

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่ว่าก็คงจะนานเอาเรื่องอยู่ เพราะผมที่เคยอยู่ในสภาพยืนนิ่ง จนตอนนี้ได้ทรุดลงมานั่งเศร้าอยู่อย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน

ผมนั่งกอดเข่าตัวเองและมองดูฝนที่ตกลงมาอย่างว่างเปล่า

อ่า มันก็ยังรู้สึกปวดหัวใจไม่หายหรอกครับ

เพียงแต่ว่าสมองผมมันกลับว่างเปล่า จนคิดอะไรไม่ออกเลย

ตอนนี้ร่างกายผมมันก็เริ่มสั่นเทาเพราะความหนาวที่เกิดจากการตากฝนเป็นเวลา

ผมควรจะไปจากตรงนี้ กลับไปที่บ้านและทำร่างกายให้อุ่นขึ้น

เพราะถ้าปล่อยตัวไว้แบบนี้ต่อไป ผมคงได้เป็นไข้หวัดหรือถ้าหนักก็คงเป็นปวดบวมแน่ๆ

อ่า พอเริ่มคิดอะไรได้แล้ว มันก็ดันมีปัญหาใหม่เข้ามาแทนซะงั้น

อ่า ตอนนี้ผมไม่มีแรงพอจะลุกออกไปไหนได้แล้วล่ะครับ

ร่างกายของผมมันหนักอึ้งไปหมด

เฮ้อ ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ...งี่เง่าสิ้นดี


ในขณะที่ผมกำลังตัดพ้อให้กับชีวิดตัวเองอยู่นั้น

ผมก็เริ่มรู้สึกตัวว่า ไม่มีฝนที่ตกลงมาโดนตัวผมแล้ว แม้ว่าฝนก็ยังคงตกอยู่เหมือนเดิม


ผมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองข้างบนตัวเอง ก็ผมว่ามีใครบางคนเข้ามายืนกางร่มให้ผมอยู่

นัยน์ตาสีแดงสดกำลังมองลงมาที่ผมอย่างไร้แวว แต่กลับทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก


"ทำไม คุณมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?" ผมถามคนที่มายืนกางร่มให้ผมอย่างอดไม่ได้

"แค่เรื่องบังเอิญน่ะ" เธอบอกกับเรียบๆ

"งั้นเหรอครับ...สภาพผมคงดูไม่จืดเลยสินะ" ผมก้มหน้าลงเพราะไม่สามารถสบตาสายตากับนัยน์ตาสีแดงของเธอที่เหมือนว่าอ่านใจผมได้ทุกอย่างได้

"แล้วทำไมไม่ลุกขึ้นล่ะ จะนั่งแช่อยู่ตรงนี้อีกทำไม ในเมื่อก็รู้แล้วว่าไม่ได้อะไร"

"ถ้าคุณอยากสมน้ำหน้าผมก็ได้นะ แค่ว่าผม...ไม่มีแรงพอจะยืนขึ้นไหวหรอก"

"งั้นก็แปลว่า ไม่ได้อยากอยู่อย่างนี้ แต่ว่าแค่ไม่มีแรงที่จะลุก?"

"..." ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเธออีกครั้งอย่างยอมรับว่าเธอพูดถูก และผมไม่มีอะไรจะเถียง

"เข้าใจแล้ว" เธอบอกกับผมอย่างนั้นแล้ว วางร่มที่ถืออยู่ลงไปพื้นอย่างไม่ได้สนใจ

ผมมองเธออย่างไปเข้าใจก่อนในทีแรก ว่าทำไมเธอถึงทิ้งร่มไปอย่างนั้น เดี๋ยวก็เปียกหรอก

แต่แล้วผมก็เข้าใจ ว่าเธอทำอย่างนั้นทำไม

เธอย่อตัวลงมาใกล้ๆผมและช่วยผยุงผมให้ลุกขึ้น

จากนั้นเธอก็ประคองผมเดินกลับไปยังที่พัก ที่อยู่ห่างจากตรงนี้เพียงครึ่งชั่วโมง

ระหว่างเราทั้งสองคนต่างเงียบไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย จนถึงที่พัก

แต่ว่า ในทามกลางสายฝนและอุณหภูมิของร่างกายที่ซีดเย็นของผมและเธอ

ลึกๆข้างในใจของผมก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ข้างในของเธอ

แม้ว่าผมจะสงสัยและไม่เข้าใจหลายๆอย่างในตัวของเธอคนนี้

แต่ว่าความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นเวลาที่ผมได้อยู่ใกล้เธอ

ผมก็มักจะรู้สึกปลอดภัยอยู่เสมอ


นี่แหละ ผมไม่เข้าใจเลย

แค่เธอมาปรากฎตัวอยู่ตรงหน้าผม

ความรู้สึกพังทะลายจนคิดว่าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

อยู่ๆมันก็ค่อยๆเริ่มรู้สึกดีขึ้นมา เพราะแค่ว่ามีเธออยู่กับผมตรงนี้



to be continued









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น