VIXX HOUSE LUV LeoN

ตอนที่ 8 : Memories and Dreams

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ก.ย. 61




Hello Again ep.10


#Memory


          หลับตาลงครั้งใด...
 
          ข้าก็เห็นว่ามีแต่ภาพใครบางคน...ที่แม้ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ..ก็ยังวกวน มันดูเลือนลาง...ไม่ชัดเจน
          ข้าได้ยินแต่เสียงเรียกของใครคนนั้น ที่แววดังเข้ามา.. เป็นเสียงเรียกที่ทำให้ข้าได้ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นและคุ้นอยู่ในใจ

          ยิ่งเริ่มผ่านวันเนินนานไป...ข้ายิ่งห้ามตัวเองไม่ให้คิด แต่ทว่า...มันก็ยิ่งทำให้ข้าติดอยู่ข้างในที่ที่เหมือนวังวนนั้น ที่ยิ่งห้ามใจเท่าไร ข้าก็ยิ่งอยากเข้าใกล้ใครคนนั้นมากเข้าไปทุกที

          ข้าเฝ้ารอและตามหาหัวใจของข้า ที่เหมือนว่าข้าได้ฝากเอาไว้กับใครซักคน

          ข้าจะตามและจะออกไปค้นให้จนเจอ ใครคนนั้น...ในความทรงจำของข้า

          ได้โปรดเถอะ ขอเพียงซักครั้ง ให้หัวใจของข้าได้ตื่นขึ้นมาและได้ใช้ลมหายใจพร้อมใครคนนั้นที่ข้าเฝ้าตามหา

          นานเนินเหลือเกิน...และข้าก็ไม่อยากสัมผัสรักจากใครคนนั้น ...อย่างสิ้นไร้ตัวตน

          รูปวาดมากมายที่ข้าวาดขึ้นจากหัวใจ รูปที่ข้าใช้ทั้งความรู้สึกเพื่อถ่ายทอดมันออกมา...สุดท้ายแล้ว มันก็ต้องเลือนลางจางลงตามกาลเวลา มันช่างคล้ายภาพความทรงจำ... 
แต่ทว่า หน้าแปลกยิ่งหนัก...คือ ใครคนนั้น
          ที่ไม่ว่าจะเนินนานสักเท่าไหร่ ใครคนนั้นก็ยังคงไม่เคยลบไม่เคยเลือนออกไปจากใจของข้า
ไม่มีสิ่งใดที่อาจจะล้างรักนี้ที่โอบกอดใจของข้าไว้ 

          ความรักเป็นเช่นไร? 

          ข้าสามารถรับรู้ทั้งหมดได้จากใครคนนั้น...

          ความทรงจำ และความรักของใครคนนั้น จะคงอยู่ในตัวของข้า... ตลอดไป





          ลึกเข้าไปในเขตป่าต้องห้ามที่บรรยากาศโดยรอบปกคลุมไปด้วยหมอกหนาและความเย็นยะเยือกของอากาศ เป็นที่ที่เงียบสงบ เป็นที่ที่แทบจะไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่
          ลึกเข้าไปอีกหน่อย ก็จะพบกับปราสาทหินยุคกลางที่สภาพด้านนอกดูรกร้างไร้คนอาศัยดูแลมานานกว่าหลายร้อยปี
          ปราสาทแห่งนี้ แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลากลางวันก็มีบรรยากาศวังเวงน่าขนลุก ทั้งป่าไม้น้อยใหญ่ที่อยู่รอบๆปราสาทที่มันรกทึบนั่นก็ด้วย ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่ากำลังโดนจับจ้องจากสายตาของใครสักคนที่เฝ้ามองมาจากด้านในปราสาทนั้นตลอดเวลา


          'ที่นี่มัน ...ที่ไหนกันเนี่ย?'  

          'ความฝันงั้นเหรอ?'

          'แล้ว? ...จำเป็นต้องฝันว่าเข้ามาในที่ที่น่ากลัว น่าขนลุกแบบนี้ด้วยงั้นเหรอว่ะ? ㅠㅅ'


          ใช่แล้วครับ ตอนนี้ผมจองแทคอุนคนชิค ที่ฮ็อตสุดๆ กำลังเดินท่องเที่ยวอยู่ในโลกแห่งความฝัน ที่มันเป็นฝันที่ผมคิดว่า โคตรไม่น่าฝันเข้ามาแบบนี้เลย ให้ตายเถอะ คือผมโคตรจะไม่ชอบเลยอ่ะ ไอ้สถานที่และบรรยากาศแสนจะขนลุกวังเวงแบบนี้ 
          นี่มันอย่างกับฉากในหนังสยองขวัญเลยนะเฮ้ย โคตรไม่น่าฝันเห็นแบบนี้เลยจริงๆ บ้าเอ๊ย!!! (อยากตื่นมันซะตอนนี้เลยจริงๆ)

          แล้วนี่มันเรื่องอะไรเนี่ย? ทั้งที่มันโคตรน่ากลัวแบบนี้ แต่ทว่า สองเท้าของผมมันก็ยังก้าวเดินเข้าไปหาประตูหน้าปราสาทนั้นเรื่อยๆ อย่างกับว่า กำลังมีบางอย่างเรียกร้องให้ผมต้องเข้าไปหาอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้อยู่งั้นแหละ

          นี่ผมจะต้องเข้าไปข้างในนั้นจริงๆเหรอ? มันดูน่ากลัว มันดูไม่น่าเข้าไปเลยนะเว้ย  ㅠㅅ


แกร๊ก

เอี๊อด...

          เอาหล่ะครับ ตอนนี้มือของผมก็ได้ทำการเปิดประตูหน้าทางเข้าปราสาทเข้าไปด้านในแล้ว...

          โอ้โห เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ไม่ผิดเลยล่ะครับ ว่าข้างในนี่มันจะต้องมืดและน่ากลัวจริงๆด้วย

          ความมืด ความสงบเงียบและความเย็นยะเยือกคือสิ่งที่ผมสัมผัสได้ทันทีที่ตัวผมเข้ามาอยู่ด้านในปราสาท

พรึ่บ

          เฮือก! ให้ตายสิ...ผมเกือบกรี๊ดออกไปแล้วนะ บ้าอะไรอีกเนี่ย? อยู่ๆก็มีดวงไฟรุกพรึบขึ้นมาจากประทีปเล็กๆที่ติดตามผนังทางเดินในปราสาท แบบนี้ก็ยิ่งเหมือนกับว่าในปราสาทนี้มันมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ และสิ่งนั้นมันก็กำลังเฝ้ารอให้ผมเข้าไปหามันอยู่แน่ๆเลย

          นี่...

          นี่ผมควรจะเดินเข้าไปตามแสงประทีปนี่จริงๆเหรอ? 

          มันจะดีเหรอ? ดูยังไงๆก็ไม่น่าไว้ใจเลยนะ (ถึงจะคิดอยู่แบบนั้น แต่ทว่า องท้าวของผมมันก็ก้าวเดินออกไปเอง โดยที่ผมไม่สามารถครบคุมหรือสั่งการอะไรกับร่างกายของตัวเองได้เลยในตอนนี้)

          น่าแปลกแหะ? ที่ผมเริ่มรู้สึกว่าที่นี่มันช่างคุ้นเคย ทั้งๆที่ไม่มีความทรงจำอะไรเลยเกี่ยวกับปราสาทแห่งนี้ แต่ทว่า มันกลับรู้สึกว่าคุ้นเคย...ถึงแม้ว่าผมจะยังรู้สึกกลัวที่ต้องเข้ามาเดินคนเดียวอยู่ข้างในนี้ ...มันยังไงกันแน่?

          ประทีปนำทางให้ผมเดินลึกลงไปที่ชั้นใต้ดินของปราสาท โดยที่ตลอดทางเดินที่ผมเดินผ่านมานั้น นอกจากความมืดแล้ว...ผมก็ไม่เห็นอะไรเลย

          ที่นี่มันว่างเปล่าจังเลยนะ อย่างน้อยๆก็น่าจะมีอะไรหลงเหลือไว้บ้างสิ เหมือนในหนังไง ที่ไม่ว่าจะเป็นบ้านร้าง ปราสาทร้าง หรืออาคารร้างอะไรต่างๆ ก็มักจะมีพวกสิ่งของ เครืองใช้เก่าๆอะไรทำนองนั้นของผู้ที่เคยอยู่มาก่อน หลงเหลือหรือทิ้งเอาไว้อยู่บ้างสิ ไม่ใช่มั้ย?

          ใช่มั้ย? ใช่มั้ย? ใช่มั้ย? เออ...ผมพูดกับใครอยู่เหรอ? (ชักเริ่มเพ้อเจ้อแล้วสิ)


          ยิ่งเดินลึกลงไปเท่าไหร่ ความชื่นและความเย็นยะเยือกของอากาศมันก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ผมเริ่มหายใจออกมาเป็นควันเพราะความหนาวเย็นของที่แห่งนี้ไปแล้วหล่ะครับ

          นี่ผมไม่ได้กำลังเดินอยู่ในห้องเย็นหรอกใช่มั้ย? ...เริ่มสงสัยขึ้นมาแล้วสิ ว่าสิ่งที่ผมกำลังเดินเข้าไปหานั่น มันจะเป็นอะไรที่ผม...ไม่เอา ไม่พูด มันต้องไม่ใช่ นายจะต้องมีสติเข้าไว้ จองแทคอุน อย่าไปคิดมาก อย่าไปจินตนาการเยอะ ไม่เอาๆ ไม่ดีๆ (ผมได้แต่เดินสะบัดหัวไปมาให้ความคิดบ้าพวกนั้นหลุดออกไปจากหัวของผม)

          โอ๊ะ นั่น...ประตู?

          เหมือนว่าผมจะมาถึงแล้วล่ะครับ ตรงด้านหน้าของผมตอนนี้ มันคือประตูหนาบานใหญ่ ที่มีการแกะสลักรวดลายเป็นเหมือนรูปตราสัญลักษณ์ของอะไรสักอย่าง ที่ซึ่งผมเองก็ดูไม่ออกเหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่ดูคล้ายว่ามันน่าจะเป็นตัวอักษรโบราณ...อะไรประมาณนั้นรึเปล่าน้า? (ผมก็แค่เดาไปงั้นแหละครับ) แต่พอจ้องมองดูมันนานๆเข้า ก็ชักเริ่มรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในโลกเวทมนตร์ยังไงไม่รู้สิ..???

          ผมยืนนิ่งจ้องมองดูบานประตูตรงหน้าของผมอย่างลังเลใจ(คือผมกำลังชั่งใจสุดๆอ่ะ) 

          ผมควรเปิดมันเข้าไปเหรอ? และข้างนั้นล่ะ มันมีอะไรรอผมอยู่งั้นเหรอ? ความรู้สึกหนึ่งของผมมันบอกว่าให้ผมเปิดประตูบานนี้เข้าไป ...แต่จิตใต้สำนึกของผมกลับบอกว่าผมไม่ควรไปแตะต้องมัน...อ่า ผมเริ่มสับสนแล้วนะ ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย

          นี่ ผมไม่เข้าไปได้มั้ย? ผมอยากตื่นออกจากฝันนี้แล้วอ่ะ  คือมันน่ากลัวเกินไปจริงๆนะครับㅠㅅㅠ งื่อออ ให้ตายเถอะ ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้จริงๆเลย ผมอยากตื่นอ่ะ อยากตื่นๆ อยากแล้วจริงๆนะ (เริ่มงอแงล่ะ)


          'เข้ามาถึงที่นี่แล้ว ก็อย่าลังเลอยู่อีกเลย

          นะ นั่น เสียง? ผมได้ยิน...เสียงของใคร?

          มีเสียงพูดของใครสักคน ดังแววผ่านเข้ามาในหูของผม (นี่มันยิ่งทำให้ผมเริ่มกลัวเข้าไปมากกว่าเดินอีก ทำไงดี? ㅠㅅ)


          'เร็วเข้าสิ ผลักประตูนั้นเข้าไปซะ"


          อีกแล้ว!  มีเสียงพูดแววเข้ามาในหูผมอีกแล้ว ...นี่จะกดดันให้ผมเปิดประตูเข้าไปให้ได้เลยสินะ โธ่เอ๊ย มันแย่มากเลยนะ ที่ผมอยากจะตื่นออกจากฝันบ้าๆนี้ แต่มันก็ไม่ยอมให้ผมตื่นเนี่ยสิ

          เอาว่ะ ยังไงซะ ถ้าไม่ตายก็รอดเท่านั้นแหละ เพราะงั้นผมจะหาญกล้าและเปิดประตูเข้าไป ดูสิว่าอะไรกัน ที่กำลังรอผมอยู่ข้างใน...

          ผมสูดหายใจเข้า-ออกลึกๆ และค่อยๆหลับตาลงก่อนจะยื่นมือที่มันสั่นเทาทั้งสองของผมข้างออกไปแตะที่บานประตูใหญ่ตรงหน้า อึก...ประตูมันโคตรเย็นอย่างกับน้ำแข็งเลยอ่ะ

กึก

          ผมค่อยๆดันประตูเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ ทั้งๆที่หลับตาอยู่อย่างนั้น ตึกตัก...ผมกลัวอ่ะ ขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย ไม่รู้เลยว่า ถ้าผมลืมตาขึ้นแล้ว ผมจะต้องเจอกับอะไร ...ให้ตายสิ ทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นสับสนจนอธิบายไม่ถูกแล้วเนี่ย

          แต่ว่านะ ...มีอยู่สิ่งหนึ่ง ที่ผมรู้สึก และยังคงนึกสงสัยมาตั้งแต่แรก ที่ผมได้เข้ามาสัมผัสอยู่ในที่แห่งนี้ นอกจากทั้งหมดที่ผมได้บอกไป มันก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกถึงมันอยู่ตลอดเวลา

          นั่นก็คือ... ความเจ็บปวดและความโดดเดี่ยวที่เฝ้ารอการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ

          
          ทำไมหัวใจผมถึงรู้สึกเหมือนถูกบีบและความเจ็บปวดนี้...มันคืออะไรกัน?


          'ในสุดเจ้าก็มาถึง'


          ชัดเจน เสียงที่ผมได้ยินมาก่อนหน้านี้ ที่แท้ต้นเสียงนั่น...ก็อยู่ตรงหน้าของผมนี่เอง

          ห้องโถงสี่เหลี่ยมโล่งกว้างมีทางเดินทอดยาวอยู่ตรงกลางห้อง และระหว่างทั้งสองข้างทางเดินซ้าย-ขวา ก็มีรูปปั้นขนาดสูงประมาณสองเมตรครึ่งตั้งเรียงแถวกันอยู่ข้างละ 7 เป็นรูปปั้นลักษณะครึ่งล่างเป็นคน ครึ่งบนสัตว์(เหมือนว่าจะเป็นม้านะครับ) ที่สวมใส่ชุดเกราะแบบนักรบอยู่ในท่ายืนถือดาบยกขึ้นสูงไว้เสมอหน้า คล้ายท่าเตรียมพร้อม?

          รูปปั้นพวกนี้ มันดูน่ากลัวและน่าเกรงขามมากๆในเวลาเดียวเลยล่ะ (แบบยิ่งมองยิ่งน่าขนลุก) 

          ไม่เอาหล่ะ ผมเลิกมองรูปปั้น และหันกลับมาสนใจทางเดินที่ทอดยาวอยู่ตรงหน้าผมนี่ดีกว่า (รึเปล่าว่ะ?)

          ทางเดินที่ทอดยาวอยู่ตรงกลางนี้ มองตรงออกไปข้างหน้า สุดทางเดิน ...คือ แท่นหินสูงที่มีบันไดขึ้นอยู่... 7 ขั้น 

          ผมเดินออกไปตามทางเดินนั้น จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าบันได 7 ขั้นของแท่นหิน

          ผมหยุดนิ่งจนแทบลืมหายใจไปชั่วขณะ เพราะสิ่งที่ผมได้เห็นอยู่เบื้องหน้าบนแท่นหินนั้น...

          สงสัยอยู่ใช่มั้ยล่ะ? ว่าอะไรคือสิ่งที่ผมเห็นบนแท่นหิน...ครับ สิ่งที่ผมเห็นก็คือ

          ร่างสูงโปร่งของชายผู้หนึ่งที่ถูกพันธการขึงร่างเอาไว้ด้วยโซ่เหล็กเส้นใหญ่ที่มันยึดติดกับโครงเหล็กรูปทรงกลมที่มีตราสัญลักษณ์แบบเดียวกันกับตราสัญลักษณ์ที่ผมเห็นอยู่ที่บานประตูนั่นเลย 

          ร่างของเขาถูกล็อกที่คอ ที่ข้อมือ ที่ข้อเท้า ในท่ายืน ...แน่นอนว่าสภาพของเขาดูแย่และอ่อนล้าสุดๆ และผมก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาถูกจับขังไว้อยู่อย่างนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว 

          ชายผู้ที่ถูกจับขึงร่างอยู่นั้น เขามีรูปร่างสัดส่วนขนาดตัวพอๆกับตัวผมเลยล่ะ ผิดกันอยู่ก็แค่ผิวกายที่ขาวซีดอย่างไร้เลือดที่คอยล่อเลี้ยงและเส้นผมสีดำที่มันยาวเลื้อยลงมาจนเกือบถึงเข่านั่นแหละ ที่ต่างกับผมอย่างชัดเจน

          ผมสีดำที่ยาวเลื้อยลงมาเกือบถึงเข่า ก็ดูไม่ได้ช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายที่ท่อนบนเปลือยเปล่าของเขาผู้นั้นได้เลยสักนิด ...เห็นแล้วรู้สึกหนาวแทนเลยล่ะครับ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน ที่ถูกจับขังอยู่ในห้องที่เย็นยะเยือกแบบนี้ โดยใส่เพียงแค่กางเกงขายาวตัวเดียวปกปิดร่างกายท่อนล่างเอาไว้เท่านั้น (นายต้องหนาวมากแน่ๆเลยใช่มั้ย)

          ผมไม่รู้สึกตัวเลยว่า ผมเดินขึ้นมาอยู่บนแท่นหินนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ผมไม่รู้ตัวเลยจริงๆ 

          แต่เมื่อพอรู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าผมได้เข้ามายืนอยู่ตรงหน้าของร่างของชายผู้ที่ถูกจับขึงร่างไว้เสียแล้ว

          ผมจ้องมองขึ้นไปที่ใบหน้าเรียวเล็กของเขาที่หลับไหลอยู่นั้นอย่างตั้งข้อสงสัย ว่าเป็นเขาใช่มั้ย? คนที่เรียกให้ผมเข้ามาในนี้.... 

          ร่างกายที่ท่อนบนเปลือยเปล่าถูกปกปิดบางส่วนด้วยเส้นผมยาว ผมจึงไม่สามารถมองเห็นได้ทั้งหมดหรอก  ว่าที่ร่างกายของเขานั้นมีอยแผลอะไรอยู่บ้างรึเปล่า? 

          แต่ที่ผมเห็นมันได้อย่างชัดเจนเลย ก็คือที่ใบหน้าเรียวเล็กซีกซ้ายของเขานั้นมีรอยเส้นสีดำถูกขีดพาดยาวในแนวนอนอยู่ใต้ถุงตาและรอยเส้นสีแดงที่ขีดพาดยาวลงมาจากหน้าผากลงมาที่ปลายคางในแนวตั้ง อืม...มันเป็นรูปกากบาทน่ะ 

          เอ๋? เดี๋ยวสิ ทำไมพอลองมองดูที่รอยเส้นสีดำกับสีแดงที่ติดอยู่บนใบหน้าซีกซ้ายของเขาดูดีๆอีกที ผมว่าผมเห็นมันเป็นตัวอักษรเล็กๆที่ถูกเขียนทับซ้อนกันจนมันเรียงยาวเป็นเส้นต่างหากหล่ะ 

          อ่า นั่นมันไม่ใช่แค่รอยขีดธรรมดาหรอกสินะ อืม..คงอาจจะเป็นคถาอะไรบางอย่างก็เป็นได้

 
          'ถ้าสงสัยอยากรู้...ทำไมไม่ลองสัมผัสมันดูหล่ะ?' 


          ฮึก! เสียงกระชิบดังแววเข้ามาในหูของผมอีกแล้ว บึ๋ยย ให้ตายเถอะ น่าขนลุกเป็นบ้าเลย 

          นั่นคือเสียงของใครกันแน่? ที่กระชิบพูดกับผมอยู่เนี่ย...ใครว่ะ???

          ใช่คนถูกจับขึงร่างอยู่ตรงหน้าของผมคนนี้จริงๆเหรอ?

          จะไม่ให้ผมนึกสงสัยแปลกใจได้ยังไงกันล่ะ ก็ในเมื่อร่างที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าเนี่ย เขายืนหลับนิ่งอย่างกับร่างที่ไร้วิญญาณที่เหมือนถูกใครสักคนสตาฟร่างเอาไว้ ดูๆแล้วเหมือนเป็นร่างหุ่นโมเดลแล้วซ้ำเนี่ย ดีนะที่ว่าร่างกายของเขานั้นยังคงสภาพไว้ดีอยู่...คงเป็นเพราะว่าอากาศที่โคตรหนาวโคตรเย็นยะเยือกในห้องด้วยก็เป็นได้ ที่เป็นตัวช่วยคงสภาพร่างกายของเขาเอาไว้ไม่ให้เน่าเปื่อย...

          เออ...ผมคิดอะไรออกไปเนี่ย 

          ไอ้บ้า จองแทคอุน แกคิดว่าเขาคนนี้ตายแล้ว? แกคิดว่าเขาเป็นศพงั้นเหรอ? ไอ้บ้า แกคิดอะไรของแกห๊าาา บ้าไปแล้วเหร๊ออออ


          'ถ้าอยากรู้ว่าความจริงคืออะไร ทำไมไม่พิสูจน์ดูหล่ะ?'
 

          "พิสูจน์..." พิสูจน์อะไร? พิสูจน์ยังไง? 

          
          แปะ


          ในขณะนั้นเอง ที่ผมกำลังสับสนกับความคิดของตัวเองอยู่นั้น ฝ่ามือขวาของผมมันก็เอื้อมออกไปแตะที่ร่างกายอันเย็นฉียบของคนตรงหน้าไปโดยไม่รู้ตัว


          พรึ่บ


          เพียงแค่ปลายนิ้วของผมได้แตะสัมผัสเข้ากับผิวกายอันเย็นเฉียบนั้น รอยเส้นที่สลักอักษรสีดำและสีแดงที่อยู่บนใบหน้าของเขาก็ค่อยๆแปร่งแสงและขยายตัวใหญ่ขึ้น จากนั้นมันก็เริ่มวิ่งพล่านสลับกันไปมาทั่วร่างกายของเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมันก็จางหายช้าๆ

          ผมผงักและถอยห่างออกไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ... 

          พลังงานบางอย่างที่สัมผัสได้ มันทำให้ผมเกิดความรู้สึกกลัวลึกลงไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ นี่คืออะไรกัน?


          พรึ่บ 


          
          นัยน์ตาสี Magenta กำลังจ้องมองมาที่ผม แล้วจากนั้นทุกอย่างก็ดับมืดไป....
         




To be continued....











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 thelittelheart (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 08:30
    ไม่ไหวแล้ววววววว อยากอ่านต่อ เหมือนพี่เลโอคนกากของเราจะไม่ใช่คนธรรมดาเลยอะ ฮือออออ ลุ้น~
    #6
    0