VIXX HOUSE LUV LeoN

ตอนที่ 6 : Hidden

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60





Hello again ep.8


'Happening'




ตึง!


          "master!" ฮงบินร้องขึ้นเสียงดัง พร้อมทั้งรีบวิ่งเข้าไปดูเจ้านายของตัวเองอย่างร้อนรน "master.."


          "อือ..ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร LUCA" เอ็นเอ่ยบอกกับฮงบินด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง หลังจากที่ได้ขึ้นนั่งพักบนโซฟา โดยมีฮงบินเเป็นคนช่วยพยุง เนื่องจากที่เมื่อครู่นี้ ขณะที่เธอกำลังเดินออกมาจากห้องหนังสือ จู่ๆก็เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมาฉับพลัน เลยทำให้เธอเสียการทรงตัวและล้มลงในที่สุด


          "master ผมว่ามันน่าจะถึงเวลาแล้วนะครับ" ฮงบินพูดเสียงเครียด พร้อมทั้งจ้องมอง เอ็นผู้เป็นนายของตัวเองอย่างเป็นกังวลที่สุด


          "........" พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เอ็นก็ได้แต่นิ่งเงียบ ฟังฮงบินพูดและได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ตัวเองทำให้ฮงบินต้องเป็นห่วงและกังวลใจอีกแล้ว


          "ตั้งแต่ที่ master ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายและพลังของ master ก็ไม่สามารถฟื้นสภาพให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เลย ...ในตอนนั้นมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอขอรับ?" ในประโยคสุดท้าย ฮงบินก็ได้เอ่ยถามถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เอ็นต้องเข้าสู่สภาวะการหลับไหลยาวนานถึง 700 กว่าปี นั้นอีกครั้ง

          ถึงแม้เขาจะเคยเอ่ยถาม Deimos-N ไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อตอนที่ Deimos-N ได้ปรากฏตัวตรงหน้าเขา หลังจากตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

          แต่ทว่า Deimos-N ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเลย เมื่อเขาได้เอ่ยถามถึงสาเหตุ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลานั้น ซึ่งนั่นมันก็ทำให้เขาเป็นกังวลใจอยู่ไม่น้อยเลย ที่ไม่รู้เรื่องอะไรๆเลยแบบนี้

          แต่เมื่อ Deimos-N เลือกที่จะเงียบ ไม่ตอบอะไรกับเขาเกี่ยวกับเรื่องนั้น เขาก็พอเข้าใจมันได้ว่า มันคงเป็นเรื่องที่ทำให้ Deimos-N รู้สึกเจ็บปวด...จนไม่อยากจะพูดหรือต้องการนึกมันอีกเป็นแน่

          ดังนั้น เขาจึงไม่พยายามพูดหรือถามอะไร Deimos-N เกี่ยวกับเรื่องนั้นอีก


          แต่ถึงอย่างนั่น เขาก็ยังคงรอฟังเรื่องราวเหล่านั้นจาก Deimos-N อยู่เหมือนเดิม

          แค่เรื่องพลังที่หายไปเมื่อ 729 ปีก่อนของ Deimos-N ...มันก็ทำให้เขาเจ็บปวดใจมากพออยู่แล้ว

          เพราะพลังที่หายไป ไม่ฟื้นคืนมาเช่นเดิม จึงทำให้ร่างกายของ Deimos-N อ่อนแอลงมากในตอนนี้

          เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะให้เขาผู้ที่กล่าวคำสาบานด้วยชีวิตว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาคนนี้จะอยู่ข้างๆค่อยดูแล รับใช้ และปกป้องเจ้านายผู้นี้ไปตลอด จนกว่าลมหายใจจะหมดลง เขาจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายนายท่านของเขาได้อีกเด็ดขาด

          เขาจะทำพลาดเหมือนเช่นเหตุการณ์ในครั้งนั้น เมื่อ 729 ปีก่อน ที่เขาได้เคยทำมันพลาดไปแล้ว คราวนี้ เขาจะไม่ยอมทำอะไรพลาดอีกเด็ดขาด

          ความเจ็บปวดเสียใจในตอนนั้น เขายังจดจำมันได้ดี เพราะว่ามันยังคงฝั่งลึกอยู่ในใจของเขาตลอดมา

          ดังนั้น เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เจ้านายผู้เปรียบเป็นดั่งโลกทั้งใบของเขา ให้เธอได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม


'ผมในนาม LUCA ผู้เป็นคู่สัญญาด้วยเลือดของท่าน Deimos-N ผู้นี้ขอให้คำสาบานอีกครั้ง'




          "LUCA" เอ็นเอ่ยเสียงเบา เรียกนามเฉพาะของฮงบินขึ้นมาหลังจากที่นั่งเงียบอยู่พักใหญ่


          "ขอรับ master" ฮงบินขานรับเสียงอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น


          "ข้าเคยใช้ชีวิตที่ยาวนานจนไม่สามารถนับได้ โดยลำพังเพียงคนเดียวอย่างว่างเปล่า ในคฤหาสน์ของข้า...." เอ็นเริ่มพูดนึกย้อนไปถึงวันเวลาอันแสนยาวนานจนนับไม่ได้ ที่เธอได้ผ่านมาขึ้นกับฮงบิน


          "เพราะตัวตนของข้าที่ถือกำเนิดขึ้นมา พร้อมกับพลังที่แตกต่างจากผู้อื่น ข้าจงเลือกที่จะอยู่ผู้เดียวเงียบๆในคฤหาสน์ ไม่ออกไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับใคร...ในดินแดนศักดิ์สิทธิ ที่เรียกว่า Espace sacre ...นั้นจึงเป็นเหตุผล ที่ว่าทำไมข้าถึงไม่เคยมีผู้ใดอื่นเลยนอกจากตัวข้าเพียงผู้เดียว ที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์นั้น ตลอดกาลเวลาที่แสนยาวนาน.." 


          พอพูดถึงตรงนี้แล้ว เอ็นก็หยุดพูด สายตาที่ว่างเปล่าที่เคยทอดมองออกไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ค่อยๆหันกลับมามองที่ฮงบินคนที่นั่งอยู่ข้างๆ


          "ข้าไม่เคยนึกคิดเลยว่าในวันหนึ่ง ชีวิตอันแสนยาวนานที่โดดเดี่ยวว่างเปล่าของข้า ...ตัวข้าที่พยายามเก็บตัวอยู่แต่ในที่ของตัวเอง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับใครๆเช่นนั้น"


          "....." 


          "ข้าไม่เคยคาดคิดว่าในวันหนึ่ง ข้าต้องเดินเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่ยวาย ที่เป็นสิ่งที่ข้าอยากหลีกเลี่ยงไม่อยากที่จะพบเจอมันมากที่สุด"


          "....." 


          "แต่เพราะเจ้า...ที่เดินหลงเข้ามาในที่ของข้าด้วยสภาพที่บาดเจ็บสาหัส เช่นนั้น แล้วเจ้ายังกล้าโกหกข้า ว่าเจ้าเป็นคนงานใหม่ของข้าอีกเช่นนั้น"


          "....." 


          "รู้มั้ย LUCA ...เมื่อยามใดก็ตาม หากมีผู้ที่อ่อนแอเข้ามาขอร้อง ขอให้ข้าช่วยเหลือ... ข้านั้นไม่สามรถปฏิเสธ หรือทำเป็นเมินเฉยตรงผู้ที่อ่อนแอกว่าข้าในยามนั้น ไม่ได้หรอก" เอ็นพูดออกไปโดยที่สายตาอ่อนแสงคู่นั้นยังคงจับจ้องอยู่ที่นัยต์ตาของฮงบินตลอดเวลา ในทุกช่วงขณะการพูดของเธอ


          "ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ที่ทำให้เจ้าต้องมาเจอกับข้าในตอนนั้น ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม... ข้าแค่อยากจะบอกต่อทุกสิ่งว่า 'ขอบคุณ' ขอบคุณที่ส่งเจ้ามาเจอกับข้า และขอบคุณเจ้าด้วยเช่นกัน ที่ยังคอยอยู่ข้างๆข้าแม้ว่าข้าจะไม่เคยเอ่ยอะไรเลยก็ตาม..." 


          เอ็นหยุดพูดอีกครั้ง ก่อนที่จะลุกขึ้นไปยืนอยู่ตรงหน้าของฮงบิน แล้วมือเรียวสวยข้างขวาของเธอก็ยกขึ้นไปสัมผัสแผ่วเบาที่ข้างแก้มของฮงบิน พร้อมทั้งรอยยิ้มอ่อนโยนที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าและแววตาของเธอ รอยยิ้มที่ทำให้ฮงบินรู้สึกอบอุ่นใจได้ทุกครั้ง ในยามที่ได้เห็นเอ็นยิ้ม


          "ผมเองก็ต้องขอบคุณ ขอบคุณต่อโชคชะตาที่ทำให้ผมได้เจอกับ master เช่นกันขอรับ" ฮงบินเอ่ยขึ้นบ้าง 


          "....." เอ็นยังคงส่งมอบความอบอุ่นด้วยรอยยิ้มให้ฮงบิน


          "ตั้งแต่ที่ผมได้ตัดสิ้นใจเด็ดขาดในตอนนั้น ทุกคำสาบานและคำหมั่นสัญญาที่ผมได้มอบให้ไว้กับ master ผมไม่เคยลืม เพราะมันคือชีวิตและจิตวิญญาณของผมขอรับ" ฮงบินคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเอ็น ด้วยแววตาและน้ำเสียงที่หนักแน่นมั่นคง 


          ทุกอย่างยังคงเป็นเช่นเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด ไม่ว่าจะตอนนี้หรือว่าในตอนอดีต ในช่วงเวลาสำคัญ เวลาที่พวกเค้าทั้งสองได้ทำพันธะสัญญาด้วยเลือดร่วมกัน 


          "ใช่...ข้ารู้ เพราะแบบนั้นข้าถึงได้ยอมรับ ให้เจ้าได้ทำพันธะสัญญาด้วยเลือดกับข้ายังไงละ LUCA"













Espace scre


ณ ห้องบัลลังก์ของท่านลอร์ด ในปราสาทกลางที่เป็นที่ประทับประจำของท่านลอร์ด


          Themis Sergio Di Vicente (ท่านลอร์ด) นั่งมือท้าวคางอยู่บนบัลลังก์ โดยมี Thunder Black Thanatos ผู้นำตระกูลแบล็ค ยืนเฝ้าอยู่ประจำตำแหน่งทางด้านขวามือของท่านลอร์ด

          ด้านหน้าบัลลังก์ของท่านลอร์ด มีผู้นำตระกูลแรงดิเอล หัวหน้าหน่วยสอดแนมประจำ Espace scre กำลังยืนรายงานข้อมูลที่ได้รับมาอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ของท่านลอร์ด


          "Zazaoro Raindiel ขอรายงานขอรับท่านลอร์ด"


          "......." ท่านลอร์ดเพียงพยักรับมิได้เอ่ยอะไรออกมา


          "ตามที่ข้าได้รับรายงานมาจากเมืองมนุษย์ ตอนนี้ท่าน Noxzel Bellerophon ได้ไปถึงยังที่เป้าหมายอยู่แล้วขอรับ" ผู้นำตระกูลแรงดิเอลเริ่มรายงาน


          "......."


          "ในตอนนี้กำลังเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่ในบริเวณใกล้ๆ และคงไม่เกินคืนนี้ท่าน Noxzel Bellerophon ก็คงจะพาเป้าหมายกลับมาตามคำสั่งของท่านลอร์ดขอรับ" ผู้นำตระกูลแรงดิเอลโค้งใหเท่านลอร์ดอีกครั้ง เมื่อได้กล่าวคำรายงานจบ


          "สมกับเป็นผู้นำตระกูลที่เชี่ยวชาญในการพรางตัวและลอบสังหารจริงๆ" Thunder Black Thanatos เอ่ยขึ้นเมื่อ ZaZaoro รายงายจบ ก่อนจะหันหน้ากลับไปทูลกับท่านลอร์ด


          "ท่านลอร์ด"


          "......."


          "เรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้....มันคงจะไม่ง่ายเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยไว้หรอกขอรับ" Thunder กล่าวทูลเช่นเดิมอีกครั้ง เพื่อหวังให้ท่านลอร์ดได้ตัดสินใจในเรื่องนี้ใหม่


          "ข้าตัดสินใจไปแล้ว และไม่คิดจะเปลี่ยนใจด้วย ...ส่วน Zazaoro Raindiel ถ้าไม่มีเรื่องที่จะรายงานต่อแล้ว เจ้าก็กลับไปทำหน้าที่ตามเดิมของเจ้าเถอะ" ท่านลอร์ดปฏิเสธคำพูดของ Thunder โดยทันที ทั้งยังตอบย้ำความตั้งใจเดิมของตัวเองอย่างแน่วแน่ ไม่มีความหวั่นไหวใดๆ แล้วจึงหันกลับไปพูดกับ Zazaoro ในประโยคสุดท้าย


          " Yes My Lord " Zazaoro โค้งรับบัญชาท่านลอร์ดแล้ว จึงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วร่างของเขาก็หายวาปออกไปทันที







6.45 pm. โซล เขตซงนัมดง


          ม่านหมอกสีเทากำลังปกคลุมหนาขึ้นไปเรื่อย ในเขตรอบๆ Apartment A

          ไม่ใช่แค่เพียงแค่หมอกควันเท่านั่น แต่ร่วมไปถึงบรรยากาศและคลื่นสัญญาณต่างๆ ในบริเวณนั้นก็ได้ถูกตัดขาดจากภายนอกด้วย และมนุษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้นได้ถูกทำให้หมดสติไปด้วยพลังพิเศษ

          

          ชั้นบนสุดของอพาร์ทเม้นหรูทางทิศเหนือ ที่เป็นบ้านพักของคิมวอนชิคหรือราวี่ VIXXLR  ไอดอลผู้เป็นเทรนด์ ที่ไม่มีใครรู้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วนั้น เขาผู้นี้คือ Raviel K.Theseus แวมไพร์ผู้ที่มีพลังอันน่ากลัวลำดับ 7 ของเหล่าชนชั้นสูงในตำนาน


          "พลังแบบนี้ ...ชนชั้นสูง" วอนชิคที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเอ่ยขึ้นกับตัวเองเบาๆ


          "คงไม่ได้มาแค่ทักทายกันสินะ อา...ฉันต้องออกไปต้อนรับเขาด้วยตัวเองแล้วสิ หึ" วอนชิคพูดประโยคนั้นจบ เขาก็กระตุกยิ้มร้ายออกมา จากนั้นดวงตาที่เคยเป็นสีเทาก็ได้เปลี่ยนกลับเป็นสีแดงสดทันที เมื่อเขาได้ปลดผนึกพลังของตังเอง ที่ถูกพี่ชายของเขาผนึกเอาไว้ ก่อนที่เขาจะมาอยู่ที่เมืองมนุษย์


          "อา รู้สึกดีชะมัดที่จะได้ปลดปล่อยพลัง ที่โดนท่านพี่ผนึกไว้มานานแสนนานแบบนี้ หึหึ ...ถ้าทำให้สนุกได้บ้างก็คงดี" วอนชิคพูดแค่นั้น แล้วเขาก็หายตัวออกไปจากห้องของเขาทันที




.

.

.


บนดาดฟ้าของตึกสูง ทางตอนใต้ของกรุงโซล


พรืบ~บ


ตึก ตึก ตึก


          "นายเองเหรอที่เรียกฉันออกมา?" วอนชิคเอ่ยถามโดยที่ยังหันหลังให้อีกฝ่ายอยู่


          "Raviel K.Theseus ถ้านั้นคือชื่อของคุณ ก็คงต้องตอบว่า ใช่ครับ" บุรุษในชุดคุมสีดำแถบทองที่มีตราสัญญาลักณษ์ของชนชั้นอยู่ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันเรียบนิ่ง


          "แน่นอนว่าต้องใช่แล้ว ...ว่าแต่ ชนชั้นสูงอย่างนายมีธุระอะไรกับฉันหล่ะ?" คราวนี้ วอนชิคยอมหันหน้ากลับมาถามอีกคนตรงๆ เพราะต้องการรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร วอนชิคเพ่งมองร่างสูงผู้ที่อยู่เบื้องหน้าที่หางออกไปไกลหลายสิบเมตรนิ่ง วอนชิคทำหน้าคิดอยู่แวบหนึ่งแล้วจึงเอ่ยถามขึ้นอีกว่า "หืม...นาย มาจากตระกูล Bellerophon ใช่มั้ย?"


          "ครับ?"


พรืบ บ


          แค่ในพริบตาเดียว หมวกคลุมปลายแหลมที่เคยปิดบังใบหน้าของบุรุษผู้นั้นไว้ ก็ได้ถูกพลังควบคุมของวอนชิคเปิดออกไปทันที


          "โอ๊ะ! นายไม่ใช่ Noxthes ...แต่ว่านายก็ดูเหมือนหมอนั่นมากเลยนะ" วอนชิคพูดพร้อมกับยกมือขึ้นลูบปลายคางตัวเองทำท่าคิด และนึกสงสัย เพราะว่าคนที่เขาพูดถึงนั่น ได้เข้าสู่การหลับไหลชั่วนิรันดร์ไปพร้อมกับท่านลอร์ดองค์เก่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนแล้วนะสิ



          "......."



          "แต่ฉันสัมผัสถึงพลังของ Noxthes ได้จากในตัวของนาย ...หรือว่านายคือ..."


          "Noxzel Bellerophon คือนามของผม ส่วน Noxthes Bellerophon คือท่านพ่อของผมเอง" น็อคเซลเอ่ยตอบเสียงเรียบนิ่ง


          "อา เข้าใจแล้วหละ แล้วตอนนี้นายก็คงได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูล Bellerophon ด้วยสินะ เพราะงั้นพลังของ Noxthes ที่ฉันสัมผัสถึงคงมาจากศาตร์ตราวุธของนาย" วอนชิคพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางพยักหน้าเข้าใจ


          "ตามที่คุณพูดนั้นแหละครับ แต่ว่า...ผมก็ยังอดที่จะแปลกใจไม่ได้เลย กับการคาดเดาที่ถูกต้องของคุณ ผมอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี..." น็อคเซลเอ่ยพูดตามจริงด้วยใบที่เริ่มจริงจังขึ้น


          "หึ ก็เป็นเรื่องที่ใครๆก็ต้องคาดเดามันได้ไม่ยากอยู่แล้วละน่า" วอนชิคพูดอย่างไม่ใส่ใจ


          "นั่นมันก็อาจจะใช่ครับ" แต่น็อคเซลก็คงทำสีหน้าไม่ดี(ไม่ไว้ใจ)กับวอนชิคอยู่


          "........" วอนชิคนิ่งไม่ได้มีอาการอะไรที่จะดูว่าเขารู้สึกกังวลเลย แต่ก็ยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถามน็อคเซลว่า เค้าต้องการจะพูดอะไรอีก?


          "ผมแค่ไม่คิดว่าผู้ที่ไม่เคยสนใจอะไร และไม่เคยกลับไปยัง Espace scre เลยตั้งแต่สมัยท่านลอร์ดองค์เก่ายังปกครองอยู่เหล่าชนชั้นสูงอยู่....เช่นคุณ จะยังรู้เรื่องของเหล่าชั้นสูงในปัจจุบันได้ดีขนาดนี้นะครับ Raviel K. Theseus" น็อคเซลพูดเหมือนกำลังจับผิดวอนชิค


          "ช่างเรื่องนั้นถอะ เพราะฉันไม่ใช่คนที่ชอบพูดอะไรมากมายแบบนั้นหรอก...คิดว่านายคงรู้"


          "แน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นผมคงไม่มาเจอคุณที่นี่หรอกครับ"


          "หึ ตระกูลของนายก็เชี่ยวชาญเรื่องการพรางตัวและลอบสังหารใช่มั้ย?" วอนชิคแสยะยิ้มและถามอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา


          "ก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่ครับ" น็อคเซลก็ยังคงวางท่าอย่างไม่คิดอ่อนข้อ


          "หึ งั้นก็ดีใจด้วย ...ที่ฉันเองก็ถนัดการต่อสู้แบบนั้นเหมือนกัน"


          "ครับ เรื่องนั้นผมก็รู้อยู่แล้วเช่นกัน"


          "แล้วไง? จะเริ่มเลยมั้ย...เพราะนายคงไม่ได้แค่จะมาพูดอะไรแค่นี้แน่ๆ"


          "ครับ ผมก็หวังไว้เช่นนั้น ...ด้วยเกียรติของผู้นำตระกูล Bellerophon ผมจะสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่ผมมีกับคุณครับ ...จงออกมา Kierziter


          ทันทีที่ Noxzel พูดจบ ดาบคู่ที่มีชื่อว่า Kierziter ศาตร์ตราวุธวิญญาณของผู้นำตระกูล Bellerophon ก็ปรากฏออกมาตามคำสั่งของผู้ที่ครอบครองมันทันที


          "Kierziter ดาบสั้นคู่นั้น ในที่สุดฉันก็ได้เห็นมันอีกครั้ง หึหึ ...จงตื่นขึ้นมา Sette Ghots "


พรืบ บ


          ออร่าสีดำมืดได้งอกขยายตัวออกมาจากด้านหลังของวอนชิค ค่อยๆใหญ่และกว้างขึ้นจนกลายเป็นรูปของปีกนกขนาดใหญ่ พร้อมกับพลังกดดันน่าขนลุกแผ่ซ่านออกมาพร้อมๆกันด้วย


          "พลังของคุณ Raviel K.Theseus นี่ดูน่ากลัวกว่าที่ผมคิดเอาไว้มากเลยนะครับ" Noxzel พูดออกไปตามที่คิด โดยไม่ได้คิดจะประมาทอีกฝ่ายเลยสักนิด


          "นายเองก็คงไม่ได้อ่อนแอหรอก เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ออกมาเจอฉันเพียงแค่คนเดียวแบบนี้แน่" พอได้ปลุกพลังของตัวเองออกมาอย่างนั้น ท่าทางของวอนชิคก็ดูน่ากลัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนน็อคเซลยังต้องเผลอกำดาบแน่น เพราะแรงกดดันจากพลังที่วอนชินปล่อยออกมา


          "......" น็อคเซลตั้งสมาธิจ้องมองไปที่วอนชิคนิ่งอย่างตั้งท่าระวัง


          "จงใช้ทั้งหมดทุกอย่างที่นายมีเพื่อสู้กับฉันซะ ...เพื่อตัวนายเอง Noxzel Bellerophon"


          "เข้าใจแล้วละครับ"


วูบ บ!


          เพียงชั่วพริบตาหลังจบคำพูดนั้น น็อคเซลก็ถูกพลังสีดำมืดของวอนชิคกลืนกินเค้าเข้าไปหมดทั้งตัว


ฉัวะ! ฉัวะ!


          แต่ในไม่กี่วินาทีต่อมาน็อคเซลก็สามารถหลุดพ้นออกมาจากพลังของวอนชิค ได้โดยการใช้ดาบคู่ที่เป็นศาตร์ตราวุธของตัว ฟาดฟันกับพลังอันน่าขนลุกที่พยายามเข้ามากลืนกินตัวเขา ออกมาได้ในที่สุด


          "ว้าว! พูดไม่ออกเลยครับ แต่ผมคงไม่พลาดอีกครั้งแน่นอนคร้บ" Noxzel พูดจบก็หายวาปไปทันที


ฟุ่บ!


หมับ


ตูมม ม ม!


          "ฉันไม่เคยล้อเล่น ในการต่อสู้" วอนชิคพูดขึ้นเสียงจริงจัง หลังจากน็อคเซลพลาดถูก Sette Ghots ของเขาจับตัวได้อีกครั้ง โดยคราวนี้น็อคเซลนั้นได้ถูกพลังของวอนชิคเขวี้ยงซัดไปใส่ตึกสูงเข้าอย่างแรง จนตึกทะลุแตกเป็นวงใหญ่เลยทีเดียว


          "อึ่ก" Noxzel โดนกระแทกแรงจนสำลักเลือดออกมา แต่เขาก็ยังสามารถทรงตัวอยู่ได้ ยังไม่ได้ถึงขั้นที่ว่าหนักหนาอะไร


พรืบ!


          Sette Ghots จะยิ่งมีพลังมากขึ้น เมื่อได้สัมผัสโรหิต ดังนั้นมันจึงคืบคานเข้าไปกลืนกิน Noxzel อย่างรวดเร็วอีกครั้ง โดยไม่ยอมปล่อยให้น็อคเซลได้พักตั้งตัวหรืออะไรเลย แม้เพียงแค่เสี้ยววินาที 


          "พลังของคุณน่าหงุดหงิดจังนะครับ หึ!" Noxzel กัดฟันพูดอย่างข่มอารมณ์หงุดหงิด ที่ต้องคอยเอาแต่หลบออกจากพลังดำมืดของวอนชิค ที่พุ่งเข้ามากลืนกินตัวเองตลอดเวลา จนทำให้เค้าไม่สามารถมีโอกาสเข้าไปถึงตัวของวอนชิคได้สักที


ฟ้าว ว ว!

ฉัวะ !


          เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลซึมออกมาจากกลางหลังของวอนชิค...


          "อา แบบนี้สิ ถึงจะสมกับเป็นลูกชายของ Noxthes Bellerophon" วอนชิคกระตุกยิ้มขึ้นอย่างรู้สึกพอใจ ที่การต่อสู้ครั้งนี้ มันกำลังเริ่มสนุกขึ้นมาแล้ว


          แล้วจากนั้น บรรยากาศในการต่อสู้ของพวกเค้าทั้งสองก็เริ่มเข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจะทั้งความกดดันของพลังอันมหาศาลของพวกเค้าทั้งคู่ที่ต่างปลดปล่อยมันอย่างเต็มที่ ทั้งความรุนแรง ดุเดือด และความบ้าคลั่งจากพลังปีศาจของวอนชิค ...ทุกอย่างในตอนนี้ ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งพวกเค้าได้อีกแล้ว


ครื้น น น!

ตูมม ม ม!


          แม้ว่าความเร็วของน็อคเซลจะไม่ได้น้อยด้อยไปกว่าวอนชิคเลยก็ตาม แต่พลังที่เหมือนปีศาจของวอนชิค ก็ทำให้การเคลื่อนไหวของน็อคเซลเป็นเกิดปัญหา แต่ถึงน็อคเซลจะดูลำบากและเสียเปรียบกว่าอยู่เล็กน้อย แต่น็อคเซลก็ยังคงสู้กับอย่างด้วยความสามารถที่มีชั้นเชิงของเค้าได้เป็นอย่างดี



ตูมมม ม ม ม!!!!!!


          เสียงระเบิดจากการปะทะกันของพลังที่รุนแรงยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง สิ่งปลูกสร้างในบริเวณรอบๆ ภายในเขตการต่อสู้ ถูกผลกระทบจากแรงปะทะที่รุนแรง ทำให้สภาพของพื้นที่ตรงเขตนั้นถูกทำลาย จนพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี


ฟุ่บ บ บ!!!

ฉวัะ!!!

ตึง ง ง!


          "อั่ก!" น็อคเซลไม่สามารถหลบการโจมตีชั่วพริบตาของวอนชิคได้ จึงทำให้เขาได้รับบาดเจ็บหนัก และเพราะแรงโจมตีที่โดนเข้าเต็มๆ จึงทำให้ตัวของเขากระเด็นทะลุตึกสูงไปถึงสามตึกเลย


ตึก ตึก...


          "นายแข็งแกร่งสมกับเป็นผู้นำตระกูล Bellerophon ...แต่พลังของนาย...เอาชนะฉันไม่ได้หรอก Noxzel Bellerophon" วอนชิคไม่ได้พูดเพราะดูถูกแต่อย่างไร เพราะตัวเขาเองก็ได้รับบาดแผลจากการโจมตีของ Noxzel อยู่ไม่น้อยเลยเช่นกัน


          "อึก.. อันดับ 7 ....ของผู้ อึ่ก ที่อยู่ในตำนาน... ไม่ใช่ ไม่ใช่แค่เรื่องเล่า...สินะครับ" แม้จะบาดเจ็บสาหัสมากแค่ไหน Noxzel ก็ยังพยายามลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองอีกครั้ง แล้วพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป 


          "......."


          Raviel K.Theseus ไม่ได้เป็นผู้นำตระกูล แต่เขาก็มีชื่อติดอยู่ในตำนานของชนชั้นสูงว่า

'พลังหมายเลข 7' (ที่หมายถึงชนชั้นสูงที่มีพลังอันตรายลำดับที่ 7)




to be continued.

         






ฉากต่อไป...

"นั่น...คุณกำลังทำอะไรอยู่?"

"หือ...คุณเอ็นคนสวย~~ย มาอยู่ที่ห้องผมได้หงายยยย"

"?!!!"


ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ

#Hello_Again_LeoN

@jielne


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น