VIXX HOUSE LUV LeoN

ตอนที่ 3 : In The Night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 ส.ค. 61




Hello again ep. 4


LUCA part.


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


               "Master ผมขอเข้าไปนะขอรับ" ผมเอ่ยขออนุณาตเสร็จก็เปิดประตูเดินเข้าในห้องนอนของ master ทันที


               "Master ขอรับ" ผมเอ่ยเรียกผู้เป็นนายของผมอีกครั้ง เมื่อผมได้เดินมาถึงขอบเตียงนอนฝั่งซ้าย ที่เจ้านายร่างบางของผมยังคงหลับลึกจนไม่สามารถได้ยินเสียงเรียกของผมได้


...น่าแปลก


ปกติแล้ว master จะต้องลุกตื่นขึ้นมาทันทีแล้ว หลังจากที่ผมเคาะประตูเรียก


แต่ทำไม...เกิดอะไรขึ้นกับ master อย่างนั้นเหรอ?!



               "Master" ผมลองเรียกเจ้านายของผมดูอีกครั้ง


               "............" แต่ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม เจ้านายของผมยังคงหลับนิ่งไม่มีท่าทีจะรับรู้ถึงเสียงเอ่ยเรีอกจากผมเลย


               "Master ขอรับ" คราวนี้ผมลองเรียกและเอื้อมมือไปแตะเบาๆที่เรียวแขนเล็กของเจ้านายที่อยู่นอกผ้าห่มด้วย


               "............" เงียบ.....


               "Master.....!!" เมื่อเห็นว่าเจ้านายยังคงนิ่งอยู่เช่นนั้น ผมก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา จนต้องร้องเรียกเจ้านายของเสัยงดัง 


               "อือ...เสียงดัง...นะ ลูก้า" master ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเอ่ยประโยคนั้นจบ และนั้นแหละ ผมถึงได้รู้สึกโล่งใจขึ้นมา...


               "ขออภัยขอรับ กระผมคงกังวลมากไปหน่อย" ผมพูดพร้อมทั้งช่วยประครองร่างบางของ master ให้ลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง


               "งั้นเหรอ ข้าทำให้เจ้ากังวลอีกแล้วสินะ" เสียงพูดที่ดูเหนื่อยๆของ master แบบนั้นทำให้ผมไม่สบายใจเลย


               "Master สีหน้าของท่านดูไม่ดีเลยนะขอรับ" ทำไมหน้าตาถึงได้ดูอิดโรยนักหละครับ


               "อือ จริงๆข้าก็รู้สึกเหนื่อยๆ คงเพราะพลังที่ยังไม่ฟื้นฟูของข้า..." ถึงท่านจะพูดเหมือนมันไม่เป็นไร แต่ในวูบหนึ่งของแววตาคู่นั้นของท่าน มันมีความกังวลอยู่นะครับ master


               "ถ้าเช่นนั้นแล้ว วันนี้ท่านหยุดพักผ่อนเถอะขอรับ ส่วนเรื่องที่ต้องทำในวันนี้ กระผมจะไปทำหน้าที่แทนท่านเอง โปรดพักผ่อนเถอะขอรับ" ผมกล่าวกับ master ด้วยความเป็นห่วงจากใจ


               อย่างที่รู้กัน ว่าผมได้มอบชีวิตทั้งหมดของผมให้กับ master เพื่อดูแล ปกป้อง ท่านผู้นี้ ผู้ที่เป็นเจ้านายเพียงผู้เดียวของผม ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ผมก็จะไม่ยอมให้ master ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเมื่อ 729 ปีก่อนอย่างแน่นอน


.

.

.


Taekwoon part.


          "เฮ่ย~ ฟ้ามืดแล้วนี่...งั้นเราแยกกันกลับเลยดีมั้ย?" วอนชิคพูดขึ้นมาเมื่อเราสองคนเดินออกมาจากฟิตเนส


          "โอเค งั้นกลับบ้านดีๆล่ะ วอนชิค ฉันไปล่ะ บาย~" ผมพยักแล้วจึงโบกมือลากันกับวอนชิค หลังจากนั้นพวกผมทั้งสองก็แยกกันเดินไปที่รถของตัวเอง แล้วจึงต่างคนต่างขับรถออกจากลานจอดรถของฟิตเนส มุ่งตรงกลับบ้านของตัวเองเพื่อไปพักผ่อน


.

.

.


          "เฮ่ย~ คิดถึงเตียงนอนจังเลย" ผมเอ่ยบ่นขึ้นในขณะที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงวอร์ม  มองเลขที่ชั้นของลิฟต์ที่กำลังเลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ จนมันมาหยุดเมื่อถึงชั้นสุดท้ายของตึก


ติ่ง


          ผมเผยยิ้มร่าเริ่งออกมาทันที เมื่อเดินออกมาจากลิฟต์ ในใจก็คิดถึงแต่เตียงนอนๆๆ

ก่อนจะชะงัก กึก เมื่อได้ยินเรื่องบางอย่างจากผู้ชายสองคนที่พึงเปิดประตูห้องข้างๆห้องผมซึ่งเป็นห้องของเธอคนนั้นออกมา และกำลังเดินสวนทางผมไป


          "Master อาการไม่ดีขึ้นเลยแบบนั้น มันทำให้ผมกังวลมากเลยครับ"


          "ดูเหมือนจะใกล้ถึงขีดจำกัดร่างกายของท่านจิเอลแล้ว ช่างน่าเป็นห่วงจริงๆ"


          "ใช่ครับ ผมเองก็พยายามหาทางช่วย master อยู่...แต่มันก็ยากเหลือเกิน ในสถานการณ์เช่นนี้"


          "ฉันจะช่วยเหลือนายเต็มทีลูก้า"


          "ขอบคุณครับ ผู้นำตระกูลคิม"


          ผู้ชายคนที่พูดประโยคสนทนาแรกนั้น ผมจำได้ว่าเขาคือผู้ชายที่ผมเคยเห็นอยู่กับเธอคนข้างบ้าน(?) แต่ผู้ชายหล่อหน้าหวานอีกคนนั้นผมไม่เคยเห็นมากก่อน แต่นั้นก็ไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้ผมรู้สงสัยสนใจอะไรเกี่ยวกับผู้ชายสองคนนี้เลย

                    หากว่าสิ่งที่ผมได้ยินว่า มันทำให้ผมคิดว่าพวกเขาทั้งคนกำลังพูดถึงเธอคนนั้นอยู่ต่างหากล่ะ สิ่งที่ทำให้ผมเกิดความสนใจ 


                    อึก! อะไรเนี่ย? ทำไมอยู่ดีๆผมถึงเกิดใจกระตุกวาบขึ้นมา แปลกๆแบบนี้ด้วยล่ะ?


          เฮ้อ... แต่ก็เท่านั้นหล่ะครับ เพราะสุดท้ายแล้ว ผมก็ละจากความสนใจทุกอย่างในเรื่องนั้นไป แล้วเปิดประตูเข้าห้องไปพักผ่อนตามที่ตัวเองตั้งใจ


.

.

.


          บ้าเอ้ย!


          ทำไมมันต้องกวนใจผม จนผมต้องไม่เป็นอันหลับอันนอนแบบนี้ด้วยเนี่ย?!!!!!


          ทำไม? ทำไมผมจะต้องไปคิดมากมายเกี่ยวกับเรื่องของเธอคนนั้นด้วยเนี่ย? ไม่เข้าใจตัวเองเลยเว้ย!


          "โอ้ยยยยย โธ่เว้ย!" สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหว จนต้องลุกขึ้นมาแหกปากร้องโวยวายอย่างหงุดหงิด รำคาญใจตัวเอง


          "เอาว่ะ ในเมื่อมันกวนใจเราจนหลับไม่ได้แบบนี้ เราก็คงไม่มีทางเลือก..." ผมลุกลงจากเตียงนอน พร้อมกับคว้าเอาเสื้อคุมสีขาวที่วางพาดอยู่ตรงเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมาสวมปิดท่อนบนให้ดูเรียบร้อยหน่อย เพราะตอนนี้ทั้งตัวผมก็ใส่แค่ชั้นในกับกางเกงนอนขายาวเท่านั้นเอง


          เออ คือผมเป็นคนไม่ชอบใส่เสื้อนอนนะครับ แหะๆ


          เมื่อคิดว่าสภาพของตัวเองน่าจะโอเคดีแล้ว ผมจึงรีบเดินออกไปจากห้องนอนทันที


เพื่อ...


ติ่งต๊อง~


          ใช่แล้วครับ คุณคิดถูกแล้ว ตอนนี้ผมกำลังยืนทำหน้าโง่ๆกดออดหน้าประตูห้องของคุณเพื่อนบ้านจอมเย็นชา  ผู้หญิงที่กำลังวิ่งวุ่นอยู่ใความคิดของผมมาตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนนั้นแหละครับ

          จนถึงตอนนี้...เรื่องของเธอก็ยังคงเป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ผมคิด.. เฮ้อ เป็นเหมือนคนบ้าอะ ที่อยู่ๆก็มายืนกดออดเรียกชาวบ้านเค้าในย่ามวิกาล เช่นนี้ เฮ้อ....เจ้าบ้าจองแทคอุนเอ้ย!


          "เอ๊ะ ทำไมถึงไม่มีเสียงตอบรับอะไรเลยล่ะ?"


ติ่งต๊อง~ ติ่งต๊อง~


เพราะกลัวว่าเธอจะไม่ได้ยิน ผมเลยต้องกดซ้ำๆ


          "..........."


และมันก็ยังคงเงียบกริบเหมือนเดิม


          "เฮ้ย ทำไมยังเงียบอยู่อีกเนี่ย? เอ๊ะ รึว่า....!!"


แกร๊ง


ก่อนที่ผมจะได้ระดมกดออดเรียกอีกรอบ ประตูห้องที่เคยปิดนิ่งสนิทก็ค่อยๆเปิดออก แล้วจากนั้นใบหน้านิ่งสวยที่ดูเย็นชาและเย่อหยิ่งก็โพล่ออกมาจากหลังประตู ให้ผมได้เห็นหลังจากต้องยือกดออดรออยู่ตั้งนาน สองนาน...


          "คุณ? ดึกขนาดนี้แล้วมีธุระอะไร?" เธอยืนกอดอกพิงที่ขอบประตูถามผมอย่างไม่ต้อนรับผมเท่าไหร่นัก


          อืม ผมก็เข้าใจเธอนะ เพราะผมมากวนเธอในเวลาดึกดื่นแบบนี้ หากว่าผมเป็นเธอผมก็คงมีอาการไม่ต่างกัน


          "อืม...คุณ ก็ดูโอเคดีนี่.." ไหนบอกว่าอาการแย่ หึ จากที่เห็นก็ไม่ได้ดูเป็นอย่างสองคนนั้นพูดเลยสักนิด ไรอ่ะ? ล้อเล่นกันรึไงวะ? โธ่เอ้ย...


          "หืม? อะไรนะ.. ดูโอเคดีเหรอ? คุณกำลังพูดถึงอะไร?" เธอขมวดคิ้วถามผมอย่างสงสัย ในคำพูดนั้นของผมเมื่อครู่


          "เอ๊ะ? อะ อา.. เปล่าหรอก ก็เออ... คือ..." อ้าว? ทำไมอยู่ๆผมก็เกิดคิดหาคำพูดไม่ออกขึ้นมาแบบนี้ละเนี่ย?


          "คือ? คืออะไรของคุณ ไหนพูดมาสิ" เธอโน้มตัวยื่นหน้าเข้ามาจ้องผมใกล้ๆ จนมันทำให้บรรยากาศรอบๆตัวผมรู้สึกกดดันขึ้นมาแปลกๆ 

          ในตอนแรกผมก็มองสบตากับเธออยู่หรอก แต่ทว่า พอยิ่งได้มองยิ่งได้สบตาสีทับทิบนิ่งๆที่ไร้แวว จนผมไม่สามารถคาดเดาอะไรได้จากนัยต์ตาคู่นั้นของเธอเลยแบบนั้น จู่ๆมันก็ทำให้ผมรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา...จนสุดท้ายผมก็ไม่สามารถทนมองสบตากับเธอต่อไปได้ ผมจึงต้องหลบตาเธอ แล้วหันมองไปทางอื่นแทน

          บ้าเอ้ย! ทำไมเราต้องรู้สึกเขินเธออีกแล้วเนี่ย จองแทคอุน!!!!!!!!!!! (ขอผมกรีดร้องในใจหน่อยเถอะ ผมรู้สึกอัดอั้นเหลือเกินตอนนี้ งื้อ... อ๊ากกกกก)


          "เงียบทำไม? พูดสิ่งที่คุณต้องพูดมันออกมาซะ" เธอเอ่ยพูดน้ำเสียงเย็นนิ่งกดดันผมอีกครั้ง ทั้งที่เธอก็ยังคงจ้องมองผมนิ่งไม่ได้ละสายตาออกไปไหนจากผมเลย แม้สักเสี้ยววินาที

          โอ้ย! เนี่ยก็จะต้องมาคาดคั้นกดดันกันอะไรหนักหนาก็ไม่รู้ ฮึ่ย! 

          เมื่อผมไม่สามารถทนแรงกดดันจากเธอได้ สุดท้ายผมก็เลยต้องพูดเรื่องที่ผมต้องพูดมันออกมา ตามที่เธอสั่ง?


          "คือ.. เออคือ แบบว่า...คือเมื่อตอนหัวค่ำอะ เออ..แบบ คือผมพึ่งกลับเข้ามาจากข้างนอกอ่ะ แล้วทีนี้ผมก็เลยบังเอิญเจอกับ...เออ.." ผมหยุดพูดเพราะคิดไม่ออก ไม่รู้ว่าผมควรจะเอ่ยเรียกผู้ชายสองคนนั้นที่ผมเห็นว่าอย่างไงดี?


          "........" เธอขยับถอยออกไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงยืนกอดอกมองมาที่ผมด้วยสายตานิ่งๆ และรอฟังสิ่งผมจะพูดเงียบๆเหมือนเดิม


          "เออ คือตอนนั้น....ผมบังเอิญเห็นผู้ชายสองคนออกมาจากห้องของคุณ...นะครับ"


          "หือ? อ้อ? อือ แล้วไงต่อล่ะ?" เธอทำหน้าคิดตามในสิ่งที่ผมพูดถึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเหมือนเข้าใจว่าผมพูดไปถึงใคร แล้วเธอก็กลับไปนิ่งเงียบเหมือนเดิม


          "แล้วผมก็เลยได้ยินพวกเขาคุยกัน" ตอนนี้ผมเริ่มมีสีหน้าคิดหนัก เพราะเริ่มตระหนักขึ้นมาได้ว่า จริงๆแล้วเนี่ย เราควรมาพูดอะไรเรื่องพวกนี้กับเธอด้วยงั้นเหรอ? คือยังไงล่ะ...แบบว่าผมกับเธอ เราสองคนก็ใช่ว่าจะสนิทอะไรกันอย่างนั้น ถึงจะได้ต้องมาคุยอะไรกันดึกดื่นมืดค่ำเวลาอย่างนี้...ด้วยนะ โว้ย จองแทคอุนๆๆๆๆๆ แกเป็นอะไรมากวะเนี่ย? เป็นบ้าอะไรของแกอยู่วะ ห๊า!


          "........." เธอก็ยังคงใจเย็นยืนรอผมเล่าเรื่องต่อไปอย่างนั้น โดยไม่ได้มีท่าทีว่าเธอจะพูด จะต่อว่าอะไรผมเลยด้วย โวะ ทีอย่างนี้ล่ะมาสวมบทผู้ฟังที่ดีเหลือเกิ๊นนนนนน


          "คือว่า...ในบทสนทนานั้น มันเหมือนว่าจะหมายถึงคุณ...ผมก็เลย-" เฮือก! ผมต้องหยุดพูดในทันที ที่อยู่ๆเธอก็ขยับเข้ามาใกล้ๆผมอีกครั้ง แล้วค่อยๆโน้มใบหน้าสวยของเธอเข้ามาใกล้ใบหน้าหล่อผม จนระยะห่างของใบหน้าของผมและเธออยู่ใกล้กันมากๆ ใกล้มากจนผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจเย็นยะเยือก?ของเธอกระทบเข้าที่ผิวบริเวณริมฝีปากและค้างของผม 


อ๊ากกกก ใกล้เกินไปแล้วนะครับ ...แบบนี้ใจคอไม่ดีเลย งื้อออ


          "อืม คุณกำลังจะบอกว่า ที่คุณต้องมากดออดเรียกฉันกลางดึกเช่นนี้ เพราะว่าคุณกังวลเกี่ยวกับฉันอย่างนั้น..ใช่มั้ย?" เธอพูดประโยคยาวๆนั้นกับผม โดยที่นัยต์ตาสีทับทิบสวยคู่นั้นของเธอ ก็ยังคงจ้องมองลึกเข้ามานัยต์ตาของผมอย่างไร้แววเช่นเดิม 

          แต่ทว่า ความรู้สึกที่ผมได้รับจากการสบตากับเธอในครั้งนี้ มันกับต่างออกไปจากรอบก่อนหน้านี้มาก...

          เพราะว่าในคราวนี้ ความรู้สึกของผมมันบอกว่า เธอที่อยู่ตรงหน้าผมคนนี้ ...พิเศษจนน่าสนใจ ชวนให้เข้าไปค้นหา...

          อา อยากรู้นัก ว่าถ้าหากผมได้รู้จักเธอมากขึ้นกว่านี้ ...มันจะเป็นยังไงกันนะ? 





ชี้แจ้งเรื่องชื่อของตัวละครในเรื่องนะคะ




ฮงบิน คือ ลูก้า (ลูก้าเป็นชื่อที่มีแค่ฮัคยอนและเหล่าผู้นำตระกูลเท่านั้นที่เรียก)

ฮัคยอน มีชื่อที่ผู้นำตระกูลเรียกกันสั้นๆว่า จิเอล (ส่วนชื่อเต็มๆ...ยาวมาก)

ส่วน Master จะเป็นคำเรียกที่มีเพียงแค่ฮงบินเท่านั้น ที่เรียกฮัคยอนว่า Master
แล้วเวลาที่ฮัคยอนกับฮงบินอยู่ด้วยกัน พวกเค้าทั้งสองคนก็จะพูดคุยกันด้วยภาษาโบราญ
เพราะอะไรนั้น คงน่าจะรู้กันเนอะ?
ฮ่าๆๆ ก็พวกเค้าเป็นพวกที่อยู่มาหลายศตวรรษ...อืม ก็อะไรอย่างนั้นแหละ

ไปล่ะ! เจอกันต่อตอนหน้า บาย~~~~

(*ปล.ถ้าฟีดแบคดี...เราก็คงไปกันได้สวยㅇㅅㅇ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #3 P___p (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 22:02
    ติดถอนตัวไม่ขึ้นแล้วววว
    #3
    0
  2. #2 SINAT_SSS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 12:04
    รออยู่นะ รีบๆ มานะคะ
    #2
    0