VIXX HOUSE LUV LeoN

ตอนที่ 2 : It's just a Fantasy!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 พ.ย. 60








Hello again ep. 2


'เจ้าเชื่อเรื่องโชคชะตาหรือพรหมลิขิตอะไรแบบนี้มั้ย?'



          ตลอดชีวิตอันแสนยาวนานของข้า ในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ ข้าเชื่อว่าเรื่องพวกนี้มีอยู่จริง

          ตั้งแต่ตัวตนของข้าถือกำเนิดขึ้นมา พร้อมพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ พลังอำนาจที่เหล่า noble(ชนชั้นสูง) หรือเหล่าผู้นำตระกูลทุกคนต้องหวาดกลัว เพราะพลังของข้าสามารถทำให้พวกเค้าเข้าสู่การหลับไหลชั่วนิรันดร์ได้ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ noble ให้ความเคารพและเชื่อฟังข้า มิได้ต่างจากที่พวกเค้าเคารพเชื่อฟังต่อท่าน lord หรือองค์ราชันต์ผู้ปกครอง noble

          

          'ในโลกของเหล่า noble นั้น noblesse ผู้ที่ถูกเรียกว่ามีเพียงหนึ่งเดียว'


          เพราะแบบนั้น(เพราะพลังที่ข้ามีมาตั้งแต่ที่ข้าถือกำเนิด มันทำให้เหล่า boble หวาดกลัว) ข้าจึงเลือกที่อยู่แค่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของข้า เพียงคนเดียว ลำพัง

          ข้าใช้ชีวิดของข้าคนเดียวเงียบๆ แค่ในบริเวณคฤหาสน์ของข้า ไม่ออกไปไหนเลย นอกเสียจากว่าท่านลอร์ดเรียกพบ รึต้องออกไปทำภารกิจตามที่ท่านลอร์ดสั่งมาบ้างก็เท่านั้น ...ที่เหลือนอกจากนั้น ชีวิตของข้าก็คงยังอยู่เพียงแค่ในคฤหาสน์หลังนี้


          เพราะข้าถือกำเนิดมาด้วยประการเช่นนั้น ชีวิตข้าจึงคุ้นชินกับความว่างเปล่า ความเหงาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว เพียงผู้เดียว 

               ในแต่ละวัน ข้าที่ได้แต่เฝ้ามองดู การเติมโตและเปลี่ยนแปลงไปมาในฤดูต่างๆของป่าไม้นอกคฤหาสน์ และท้องฟ้าในแต่ละช่วงเวลา วนซ้ำกันไปมาอยู่เช่นนั้น วันแล้ว วันเล่า เนินนาน...จนข้าเริ่มไร้ความรู้สึก



จนกระทั่งวันหนึ่ง


          Espace sacre เขตแดนศักดิ์สิทธ์ที่ข้าและเหล่า noble อาศัยอยู่ได้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น และตัวต้นเหตุของความวุ่นวายนั้น ก็ได้บังเอิญหลงเข้ามาหลบในคฤหาสน์ของข้า

          เป็นเด็กหนุ่มมนุษย์ผู้บาดเจ็บสาหัส โพล่เข้ามาภายในคฤหาสน์ แล้วอ้างตัวเองกับข้าว่าเป็นคนงานใหม่ ที่พึ่งเข้ามาทำงานในวันแรก

          ในตอนนั้น ข้าก็ได้แต่นึกแปลกใจกับคำพูดเท็จที่เขาเอ่ยอ้าง โดยที่ไม่ได้พูดว่าอะไรออกไปแย้งคำพูดเท็จของเขาเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะข้าเห็นเขาบาดเจ็บมา รึอะไรกันแน่? ข้าถึงได้ปล่อยให้เขาเข้ามาหลบพักอยู่ที่ที่ของข้าอย่างไม่เอ่ยว่าอะไรแบบนั้น ทั้งๆที่ข้าก็รู้ว่าเขาเป็นผู้บุกรุก เพราะกำลังถูกไล่ล่าจากผู้นำตระกูลอีกด้วย แต่ข้าก็ยังเลือกที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเขาเอาไว้

          ด้วยเหตุนั้น เรื่องวุ่นวายทั้งหมดจึงจบลง ที่ข้าเป็นคนออกหน้ารับแทนมนุษย์คนนั้น เหล่าผู้นำตระกูลที่ไล่ตามมาจึงได้หยุด และยอมกลับไปตามที่ข้าขอ

          หลังจากนั้น ข้าจึงได้ให้มนุษย์หนุ่นคนนั้นพักรักษาตัวที่คฤหาสน์ของข้า จนหายดีเป็นปกติแล้ว แต่ทว่า หลังจากที่เขาหายดีแล้ว มนุษย์คนนั้นก็ยังคงอยู่ที่คฤหาสน์กับข้าไม่ยอมจากไปไหน ทั้งๆที่ข้าก็ไม่เคยคิดจะกล่าวห้ามใดๆเลย ถ้าหากว่าเขาอยากจะไป

          แต่ทว่า เขาก็ไม่ทำเช่นนั้น เขาไม่ไปไหนยังคงอยู่กับข้า แล้วยังคอยช่วยดูแลคฤหาสน์และคอยรับใช้ข้าเป็นอย่างดี เช่นนั้นมาโดยตลอด ด้วยความจงรักภักดี


          และที่ข้ามานั้นก็คือ พรหมลิขิตชะตาชีวิตใหม่ของข้ากับมนุษย์ที่มีนามว่า LUCA

ผู้ที่เป็นคู่สัญญาแห่งเลือดของข้า







Hello again ep.3


LEO part.


          "อะไรวะ subway อีกแล้วเหรอ?" ผมบ่นขึ้นเมื่อวอนชิคกับจงอินเดินเลี้ยวเข้าไปในร้านนั้น


          "ก็ผมอยากกินเบอร์เกอร์ที่นี่อ่ะ" วอนชิคว่าอย่างเอาแต่ใจ


          "ใช่แล้วครับ แล้วที่นี่คนก็ไม่เยอะมากด้วย ยังก็กินอะไรที่นี่แหละ ผมหิวแล้ว" จงอินเสริมขึ้นอีกคน


          "เอ่อๆ กินที่นี่ก็ที่นี่ งั้นสั่งให้ฉันด้วยนะวอนชิค เอาเหมือนเดิมอ่ะ เดี๋ยวฉันจะไปหาที่นั่งรอ" ผมบอกไปแค่นั้น แล้วก็เดินหาที่นั่งเหมาะๆสำหรับพวกเราสามคน


          อ้อครับ วันนี้ผม วอนชิค และจงอิน(เพื่อนวอนชิค)เราสามคนนัดกันออกมาเดินเล่นหาซื้อของกันนะครับ ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ อันที่จริงพวกมันสองคนนั้นแหละ ที่อยากออกมาเที่ยวซื้อของ ส่วนตัวผมก็ว่างๆไม่ได้มีแพลนจะทำอะไร วอนชิคมันจึงโทรตามผมออกมาด้วยก็เท่านั้น

          ตอนแรกผมก็ขี้เกียจและว่าจะปฏิเสธมันด้วย แต่พอเห็นว่าวันนี้อากาศดีไง ผมเลยตอบตกลงออกมาเที่ยวเล่นกับน้องมันสักหน่อย เฮ้อ คนชิคก็แบบนี้แหละครับ ฮ่าๆๆ


          "มาแล้วๆ อะ อันนี้ที่ฮยองฝากผมสั่งให้ อะเอาไปเลย" วอนชิควางห่อเบอร์เกอร์สามอันลงที่โต๊ะ แล้วก็เลื่อนอันที่ผมสั่งมาให้ทางผม ก่อนจะตามมาด้วยจงอินที่เดินเข้ามาพร้อมกับเครื่องดื่ม


          ในขณะที่ผมกำลังจะลงมือจัดการแกะห่อเบอร์เกอร์อยู่นั้น จงอินก็อุทานดังขึ้นมาว่า "ว้าว!" จนทำให้ผมต้องละความสนใจจากสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น เพื่อหันไปมองมันว่าเป็นอะไร?


          "อะไรวะ?" ผมถามออกไปอย่างสงสัย


          "สุดยอด ดูนั้นสิ! นั่น...สเปคผมเลยอะฮยอง" จงอินพูดเพ้อๆออกมา พร้อมกับมองออกไปทางประตูหน้าร้านตาค้าง เช่นเดียวกับวอนชิค จนผมเลยต้องหันไปมองทางนั้นบ้าง ว่ามันมีอะไร? ทำไมเจ้าเด็กสองคนนี้ถึงได้เกิดอาการแบบนี้กัน?


เฮือก!

นั่นมัน....


          "ยัยคนเย็นชาข้างบ้าน...!" พอหันไปเห็นคนที่มันสองคนมองอยู่ เท่านั้นแหละ ผมก็อุทานขึ้นมาทันที แต่เพราะตกใจเฉยๆนะ ไม่ได้เพราะตกตลึงอย่างเจ้าเด็กสองคนนี้


          "ห๊ะ!! ว่าไงนะ? เมื่อกี้ฮยองพูดอะไรนะ?" วอนชิคและจงอินรีบพากันหันควับกลับมาหาผมพร้อมกันทันที เมื่อได้ยินผมอุทานออกไปแบบนั้น


          "เอ่อ..ก็นั้นแหละ ยัยผู้หญิงคนที่ฉันพูดถึงเมื่อวันนั้นอ่ะ" ผมบอกอย่างออกไปอย่างเซ็งๆเล็กน้อย เมื่อนึกถึงเรื่องที่ผมต้องเจอกับผู้หญิงคนนั้น หึ ให้ตายสิ ผมรู้สึกไม่ชอบเธอเลย


          "ว้าว สวยกว่าที่คิดเสียอีก" วอนชิคพูดขึ้นมาในขณะที่ปากก็เคี้ยวเบอร์เกอร์กินไปด้วย แต่สายตาของเค้าก็ยังแอบๆมองเธอคนนั้นไปด้วยเช่นกัน


          "นั้นดิ นี่นึกว่าเธอหลุดออกมาจากรันเวย์ในเมืองปารีสซะอีก แม่ง คนอะไรเพอร์เฟคชะมัด เนอะวอนชิคเนอะ" จงอินพูดขึ้นด้วยความชื่นชม พร้อมทั้งยังหันไปหาแนวร่วมความคิดที่เหมือนกันอย่างวอนชิคไปด้วย


          "เอ่อ ก็ยอมรับแหละว่าเธอสวย แต่ว่าฉันก็ไม่ชอบเธออ่ะ ความเย็นชาไร้มนุษย์สัมพันธ์นั้นของเธอ ไม่ชอบสุดๆ เหอะ" ผมพูดออกไปตามที่ผมคิด


          "พูดแบบนั้น ระวังจะไปตกหลุมรักเธอนะเว้ย แทคอุนฮยอง" วอนชิคพูดอย่างหยอกล้อ


          "หึ ไม่อ่ะ ไม่มีทางหรอก เธอไม่ใช่แบบที่ฉันชอบเลยสักนิด" ผมบอกปัด อย่างมั่นใจ ว่ายังยังก็คงไม่มีวันชอบผู้หญิงแบบเธอคนนั้นแน่


          "แต่ว่านะ...แบบนั้นมันสเปคของฮยองเลยนี่ แทคอุนฮยอง?" แต่วอนชิคก็ยังคงพูดแซวผมไม่หยุด


          "ใช่ๆ สาวสวยกางเกงยีนส์ไงฮยอง และก็ดูนั้น...ดูๆ เรียวขายาวๆแบบนางแบบวิคตอเรียนั้นน่ะ ฮยองชอบมากไม่ใช่เหรอ?" จงอินก็เป็นไปกับวอนชิคด้วยทั้งการพูดจา ท่าทางอันน่าหมั่นไส้ของพวกมันสองคน จึงทำให้ผมอดไม่ได้จนต้องผลักหัวพวกมันไปคนละที ให้พวกมันเลิกพูดเลิกแซวผมเล่นได้แล้ว


          "โอ้ยย ฮยองอะ" วอนชิคมองผมอย่างงอนๆ ส่วนจงอินมองยิ้มๆแล้วก็ทำเป็นยักไหลไม่สนใจแล้วหันไปกัดเบอร์เกอร์ของตัวเองกินต่อไป


          "ก็นายพูดอะไรแบบนั้นล่ะ? ถึงฉันจะชอบผู้หญิงกางเกงยีน แต่ยัยนั้นก็ไม่ใช่คนที่ฉันจะชอบแน่ๆ" ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับจ้องมองไปที่เธอด้วย


กึก


          แล้วมันก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอก็หันมาทางผมพอดี

          ผมแสยะยิ้มให้เธออย่างกวนๆ ส่วนเธอเองก็ทำแค่เพียงมองผมด้วยสีหน้าเย็นชานิ่งๆที่ไม่แสดงออกความรู้สึกใดๆเช่นเคย หึ ยิ่งมองเธอมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น 

          แต่ไม่นานนัก เธอก็เป็นฝ่ายละสายตาออกไปจากผมก่อน เพราะเสียงเรียกจากผู้ชายหน้าตาดีที่เดินตามเข้าไปหาเธอคนนั้นเสียก่อน


          "เฮ้ย มีผู้ชายมาด้วยว่ะ" จงอินพูดขึ้นอีกครั้งอย่างสนใจ


          "ว้าว แถมยังเป็นหนุ่มหล่อ เพอร์เฟคอีกด้วย เฮ้อ...ดูสิ พวกเขาดูเหมาะสมกันดีเนอะ เห็นแล้วอิจฉาเลยว่ะ" วอนชิคพูดตามด้วยน้ำเสียงอิจฉานิดๆ


          "ฮ่าๆ ถึงว่า...เพราะมีคนที่หน้าตาดีคบอยู่แล้วแบบนี้สินะ เธอคนนั้นถึงได้ไม่สนใจแทคอุนเลยไงล่ะ" วอนชิคหันมาพูดกับผม ด้วยสีหน้าที่เหมือนว่าได้คลายความสงสัย ข้อข้องใจที่มีก่อนหน้านั้นไปหมดแล้ว

 

          "หา? เออ...จะว่าไป นั้นมันก็น่าจะจริง" จงอินทำหน้าตาไม่ค่อยอยากเชื่อที่วอนชิคพูดเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรไปค้านกับวอนชิค ก็เลยได้แต่พยักเห็นด้วยไปอย่างนั้น


          "เอ่อๆ มันจะอะไรก็ช่างเถอะ พวกนายหยุดพูดมากกันแล้วก็รีบๆกินให้เสร็จๆเถอะ ฉันเหนื่อยแล้ว อยากกลับไปนอนละเนี่ย" สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหว จนต้องบอกพวกมันสองให้หยุดบทสนทนาอันไร้สาระเรื่องนี้กันสักที เพราะมันทำให้ผมหงุดหงิด


.

.

.


ตึก ตึก ตึก


          หลังจากที่ผมได้แยกตัวออกมาจากวอนชิคและจงอินแล้วนั้นเอง มันก็ดันเกิดเหตุการณ์ที่ผมไม่อยากเจอสุดๆขึ้นระหว่างทางที่ผมจะกลับพอดี


          เหตุการณ์ที่ผมกำลังพูดถึงมันนี้ ก็คือ.... กลุ่มแฟนคลับของพวกผมนั้นเองละครับ

          เกือบสิบคนเลยได้มั้ง? ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็ว่าผมควรจะรีบหนีออกไปจากบริเวณนี้ ก่อนที่พวกเธอจะเห็นผมเข้า....!!!


          เหวอ! ไม่ทันละครับ พวกเธอมาโน้นแล้วววว


          เพราะแบบนั้นผมจองเลโอคนนี้ เลยต้องตกอยู่ให้สถานการณ์ที่ต้องวิ่งหนีเอาเป็นเอาตาย

เพื่อหลบหนีจากกลุ่มแฟนคลับของตัวเองให้ได้ โธ่เว้ย ทำไมต้องเป็นผมอีกแล้วว่ะ


ผลัก!


          "โอ๊ย! ขะ ขอโทษครับ!" ผมมัวเอาแต่วิ่งๆๆๆ จนไม่หันได้มองทางให้ดี เลยเผลอไปชนคนอื่นเข้า จนผมเสียหลักและกำลังจะล้มลงไปกองกับพื้นซีเมนต์อยู่แล้ว ถ้าหากคนที่ผมชน เค้าไม่ยื่นมืออกมาฉุดรั้งเอาตัวผมไว้ได้เสียก่อน


วืบบบ หมับ!


          "คุณนี่..นอกจากเอะอะ เสียงดัง แล้วยังซุ้มซาม..ไม่ระวังตัวอีกสินะ" น้ำเสียงเย็นชาที่ฟังดูคุ้นๆ จากคนที่ยังกอดประครองตัวผมเอาไว้ ดังขึ้นมาอยู่ใกล้ๆที่หูของผม จนผมต้องรีบหันไปมองตามเสียงของเค้าทันที ควับ!


          "คุณเพื่อนบ้าน!" พอได้เห็นหน้าคนที่พูดกับผมชัดๆ(แบบใกล้ชิดกันโคตรๆ)แล้วผมก็ต้องเบิกตากว้างอุทานออกมาอย่างตกใจทันที


อึ้งเลยสิครับ


          "อืม ก็ยังดีที่ไม่ได้โง่ด้วย" เธอพูดนิ่งๆราวกับเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอโทษนะครับ นั่นเธอกำลังพูดว่าผมโง่ด้วยใช่มั้ย? โอ้ พระเจ้า


          "นี่คุณ-อุ๊ปป!!" ยังไม่ทันที่ผมจะได้กล่าวท้วงอะไรกับเธอ ผมก็โดนมือนิ่มๆของเธอยกขึ้นมาปิดปากของผมที่กำลังอ้างปากจะพูดอยู่เสียก่อน 

 

          "ชู่~" เธอทำสัญญาณให้เงียบ ก่อนจะดันผมให้เข้าไปยืนหลังติดกำแพง แล้วเธอก็เอาร่างตัวเองเข้ามาบังผมไว้ อะไร? เธอจะทำอะไรอีกเนี่ย?


          ผมจ้องมองเธออย่างงุนงง สงสัยในการกระทำแบบนี้ของเธอเอามากๆ แต่แล้ว...ในไม่กี่วินาทีต่อมา ผมก็ถึงได้เข้าใจว่าเธอทำแบบนั้นกับผมทำไม?

          เพราะเสียงวิ่ง เสียงดังโวกเวก ของกลุ่มเด็กผู้หญิงที่ผมวิ่งหนีมาก่อนหน้านี้ พวกเธอเหล่านั้น กำลังวิ่งผ่านมาทางนี้พอดี


ตึก ตัก


          ผมเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อคนตรงหน้าผมจู่ๆ เธอโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมมากกว่าเดิม จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกันอยู่แล้ว แต่เหมือนว่าที่เธอทำแบบนี้ เพราะตั้งใจจะเอาใบหน้าของเธอมาบังไม่ได้ใครได้เห็นหน้าผม...อยู่ละมั้ง? ในตอนที่มีแฟนคลับกลุ่มนั้นบางคนหันมองมาที่ทางผมกับเธออยู่


แต่ว่า...ให้ตายเถอะ!

เธอเข้ามาใกล้ผมมากเกินไปแล้วน้าาาาา


ตึก ตัก


ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ผมและเธอ...ต่างจ้องมองสบตากันและกันนิ่งอยู่่เช่นนี้ จนมันเริ่มทำให้ระบบการหายใจของผมเกิดภาวะติดขัดขึ้นมา


นี่เธอ...กำลังทำอะไรผมรึเปล่าเนี่ย?

ไม่นะ แบบนี้มัน...


พรืบ


          "เออ... พวกเค้าไปกันหมดแล้วล่ะ" เธอพูดขึ้นหลังจากที่ขยับถอยตัวออกห่างจากผมไปก้าวหนึ่ง


          "ครับ? อะ อ้อ จริงด้วย... เออ..ขะ ขอบคุณนะครับ" ผมก้มหน้าหลบตาเอ่ยขอบคุณเธอไม่เต็มเสียง เพราะยังรู้สึกแปลกๆข้างใน...จากการได้อยู่ใกล้กับเธอเมื่อครู่ แล้วกลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวของเธอก็ยังคงติดจมูกผมอยู่  อา...หอมเป็นบ้าเลย


เฮ้ย อะไรอีกเนี่ย? ไอ้อาการร้อนๆขึ้นมาที่หน้าแบบนี้?

นี่จองแทคอุน นี่นาย...ไม่นะ ใช่ว่ากำลังเขินเธออยู่หรอกนะ ไม่สิ..ไม่นะ

 

เดี๋ยวนะ...เขิน?!

ไม่จริงน่า.. ผม...


          "เป็นอะไร? รึว่าเมื่อกี้...ฉันจะผลักตัวคุณแรงไปงั้นเหรอ?" โอ๊ะ! นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย ที่ผมได้เห็นเธอมีสีหน้าดูเป็นห่วงกังวล ไม่ใช่สีหน้าเย็นชานิ่งๆแบบเดิม


เออ..เธอก็ไม่ได้มีแค่หน้านิ่งๆหน้าเดียวนี่น่า?


          "อะ เออ เปล่าครับ ผมไม่ได้เจ็บอะไร"


          "อย่างงั้นเหรอ งั้นก็ดีแล้วที่คุณไม่เป็นไร"


          "ครับ ผมไม่เป็นไร"


          "......"


          "......"


          เมื่อจบบทสนทนานั้นแล้ว เราทั้งสองคนก็เลยได้แต่ยืนเงียบไป เพราะเหมือนต่างคนก็ต่างไม่รู้ต้องจะพูดอะไรต่ออีก แน่นอนสิ ก็ผมกับเธอเราไม่สนิทกันเลยนี่น่า


...แต่แบบนี้มันก็ทำให้อึดอัดนะครับ


          "เออ งั้นฉันไปก่อนแล้วกัน" แล้วก็เป็นเธอที่เอ่ยพูดขึ้นมาก่อน หลังจากที่เราสองคนยืนเงียบอยู่กันนานพอสมควร


          "อะ ครับ ผมเองก็จะไปแล้วเหมือนกัน แหะๆ" เป็นครั้งแรกเลยนะครับ ที่ผมรู้สึกทำตัวไม่ถูก เลย ได้แต่หลบสายตาเธอ แล้วยกมือขึ้นมาเกาที่คอของตัวเองแก้เก้อแก้เขินแบบนี้ แล้วถึงได้หาเสียงของตัวเองเจอ แล้วบอกลาเธอกลับไปเช่นกันอย่างนั้น


เอ๊ะ เดี๋ยวนะครับ เขิน? ผมพูดว่าเขินอีกแล้วงั้นเหรอ? นี่ผมบอกว่าเขินอยู่งั้นเหรอ?!  โอ้~ ไม่นะ จองแทคอุน ม้ายยยบยยบย





ว๊ายๆๆๆ

แทคอุนโดนแอทแทคเข้าแล้วสิ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น