THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 9 : ...ทุกอย่างกำลังเริ่มขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 ส.ค. 61

THE FREAK OUT !

회 9 Feel this energy!








               บรรยากาศในห้องอัดเสียง   ค่อนข้างเป็นไปด้วยดี  โปรดิวเซอร์ยิ้มกว้างเมื่อการอัดเทปเสียงร้องในซิงเกิ้ลแรกของสองหนุ่มดูโอ้  ว่าที่ไอดอลคู่หูคนใหม่แห่งวงการเพลง Kpop  โดยการนำเสนอของ  jellyfish ent.  

               ในตอนนี้  การอัดเสียงของทั้งสองคนนั้น  ก็เป็นอันเสร็จสิ้น  เรียบร้อยดีทุกอย่างโดยไม่ต้องมีอะไรที่จะต้องแก้อีกแล้ว

               ที่เหลือในส่วนต่อไป   ก็จะเป็นส่วนของเรื่องราวในการถ่ายทำ MV  ที่อันนี้อาจจะต้องใช้เวลากัน(มาก)อยู่พอสมควร

               ดังนั้น  การถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้นอีกที  คือในวันพรุ่งนี้

               ผลที่ได้จากการฝึกฝนฝึกซ้อมกันมาอย่างนักเป็นเวลายาวนาน  โดยที่ไม่มีใครละเลย หรือยอมแพ้ในความพยายามของตัวเองเลยนั้น

               จึงได้ส่งผลให้การทำงาน(อัดเสียง) ในวันแรกของทั้งสองคนเป็นไปได้อย่างราบรื่น  แม้จะใช้เวลานานอยู่บ้าง   แต่ผลที่ได้ก็สามารถทำให้โปรดิเซอร์ของพวกเค้ายกยิ้มออกมาอย่างอดภูมิใจในตัวของทั้งสองคนไม่ได้เลย  
               
                 เช่นนี้แล้ว   ก็ถือได้ว่าพวกเค้าสามารถก้าวข้ามขึ้นไปได้อีกขั้นหนึ่ง  ในฐานะที่พวกเค้ากำลังจะได้เป็นนักร้อง เป็นไอดอลที่จะเป็นที่รู้จักของหลายๆคน  ตามความฝันที่พวกเค้าวาดฝันกันเอาไว้



               "โอเค  ทำได้ดีมากเลยพวกนายสองคน  ฉันไม่ผิดหวังเลยที่เลือกพวกนาย ฮ่าๆ" เสียงโปรดิวเซอร์เอ่ยทักขึ้นอย่างอารมร์ดี  เมื่อร่างสูงของสองหนุ่มหล่อ(ต่างสไตล์)ว่าที่ไอดอลคู่ใหม่แห่งวงการ  
               ได้เดินออกมาจากในห้องอัดเสียง  ออกมานั่งพักกันที่โซฟาหนังตัวยาว หลังโต๊ะเครื่องอัดฯที่มีโปรดิวเซอร์คนเก่งของพวกเค้านั่งคุมเครื่องอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น  จนผ่านไปกว่าหลายชั่วโมง  สำหรับขั้นตอนการอัดบันทึกเสียงของพวกเค้า

               "อา ขอบคุณครับ"  สองเสียงที่มีโทนเสียงต่างกันอย่างชัดเจนจากคู่ดูโอ้ตัวสูงได้พากันเอ่ยขอบคุณ  โปรดิวเซอร์ของพวกเค้าออกมาอย่างพร้อมกัน  

               "เอาล่ะ ในส่วนของตรงนี้  ของพวกนายก็เสร็จหมดแล้วล่ะนะ  วันนี้ก็พอแค่นี้  ...พวกนายก็กลับไปพักเถอะ  พรุ่งนี้ก็มีงานอื่นรออยู่อีกเยอะเลยนี่"

               "ครับ  การเริ่มถ่ายทำ MV ...ก็คงเริ่มกันพรุ่งนี้  อา  คิดแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นเลยอะ  ฮยองก็คิดเหมือนกันใช่มั้ย?"

               "...อือ"

               "เช่นนั้น  พวกนายก็กลับไปพักเถอะไป"

               "อา  วันนี้พวกผมรบกวนมากๆเลย  ..ขอบคุณสำหรับวันนี้ครับ"

               "คุณโปรดิวเซอร์เองก็พักผ่อนด้วยนะครับ  สำหรับวันนี้ก็ขอบคุณมากๆเลยครับ  ขอบคุณอีกครั้งครับ"


               จากนี้ไปก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว  สำหรับการเตรียมความพร้อม ในการเตรียมตัวเตรียมอะไรต่างๆ 
               เพื่อการเปิดตัวเดบิวต์โปรโมทนักร้องคู่ใหม่แห่งวงวการเพลง  ออกสู่สายตาของสาธารณชน  ให้ได้เป็นที่รู้จักกันมากหลายในอนาคตอันใกล้นี้  


ในนามของเด็กต้นสังกัด jellyfish ent.


โดยพวกเค้าทั้งสองคนก็ได้มีชื่อเรียกหรือสเตจเนมในวงการนี้ก็คือ  ' LR '




โดย...    L - LEO   เมนโวคอลคนชิค [จอง แทคอุน]





R - RAVI   แร็ปเปอร์คนสแว๊ก  [คิม วอนชิค]




                เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว   ...ที่พวกเค้าทั้งสองคนพร้อมที่จะมาฉุดกระชากหัวใจอันเป็นที่รัก  ของพวกคุณให้ได้ตกเข้ามาอยู่ภายใต้ภวังค์อันน่าค้นหา  ที่ที่เต็มไปด้วยความน่าหลงใหล  อันแสนมีค่าเกินสิ่งใด... ราวกับเพชรเม็ดงาน

            

.

.

.




               


  

 
ฐานที่มั่นศูนย์บัญชาการ  Zea' Die' To ประจำประเทศเกาหลีใต้

               บรรยากาศค่อนข้างเป็นไปอย่างตึงเครียดไม่น้อย ของการประชุมใหญ่ของเหล่าผู้นำฯ ภายในห้องโถงกว้าง ของศูนย์บัญชาการหลัก

               "คุณมินซอก   คุณแพคฮยอน"  เสียงนุ่มหวานแต่เต็มไปด้วยอำนาจอันน่าเกร่งขาม  ได้เอ่ยเรียกชื่อของสองหนุ่มคนสนิท ที่มีรูปร่างบาง ตัวเล็กกว่าคนอื่นอยู่นิดหน่อย   แต่ก็เป็นบุคคลมากความสามารถที่ยากจะมีใครมาต่อกรได้ง่าย

               " ครับ/ครับท่านประมุขน้อย"

               " ผมอยากให้พวกคุณทั้งสองคน  คอยเฝ้าระวังประจำเขตพื้นที่ในมหาลัย KING  ยังไรเสียความปลอดภัยของนักศึกษาของเรา  ยังคงต้องสำคัญที่สุดเสมอ"

               "รับทราบครับ ท่านประมุขน้อย" 

               "พวกเราจะประจำการและคอยเฝ้าระวังกันอยู่ที่นี่  ตามคำสั่งของท่านประมุขน้อยครับ"

               "ดีมาก  ส่วนท่านผู้นำตระกูลโจ"

               "ครับ  ท่านประมุขน้อย"

               "ผมอยากให้หน่วงข่าวกรองที่อยู่ในโซลของตระกูลโจ  เริ่มติดตั้งสัญญาให้ขึ้นเป็นเฉพาะศูนย์บัญชาการหลักกันให้พร้อมด้วยนะครับ" 

               "รับทราบครับท่านประมุขน้อย"

               "ผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ  เพราะตอนนี้  อะไรที่สามารถป้องกันควบคุมมันได้ก่อน  ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า  ทุกท่านเห็นด้วยกับผมรึเปล่าครับ?"

                    "ไม่ว่าเมื่อไหร่  พวกเราก็คงเชื่อมั่นในท่านประมุขน้อยอยู่เสมอครับ   เช่นนั้นแล้ว   ทุกคำสั่งของท่านประมุขน้อยจึงถือเป็นที่สุด  ของพวกเราครับ"

                    "ผมต้องขอบคุณ  ในความเชื่อมั่นและภักดีที่ทุกท่านได้มีให้กับผมคนนี้  จากใจจริงครับ"  เอ็น ลุกขึ้นโค้งตัวให้แก่เหล่าผู้นำตระกูลกว่าสิบท่านที่ได้มารวมตัวกันในการประชุมใหญ่ในครั้งนี้  หลังจากที่เค้าได้กล่าวถ้อยคำจบ

                    "เอาล่ะครับ  ตอนนี้เราก็ได้จบการประชุมในครั้งนี้กันแล้ว...   ผมขอให้ทุกท่านได้เดินทางกลับกันไปอย่างปลอดภัย  และเช่นเดิมข้อมูลทุกอย่างจะถูกอัพโหลดลงในพาสเวิร์ดบอส  เพื่อป้องกันการแฮคเข้ามาจากบุคคลภายนอก  ตามระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กรเรา"

                    " ..... "

                    "สุดท้ายแล้ว  ...ผมยังคงหวังเป็นอย่างยิ่ง  ที่อยากจะให้ผู้นำทุกท่านและบุคลากรในสังกัดการดูแลของทุกท่าน  ได้ทำงานกันด้วยความมีสติไตร่ตรองกันอย่างรอบคอบ และที่สำคัญอย่าได้ประมาทกันเด็ดขาด  ขอให้ทุกท่านโชคดี  ...ผมในนามของ ประมุขน้อย แห่ง Zea' Die' To ขอจบการประชุมไว้เพียงเท่านี้  ขอบคุณทุกท่าน"

                    "พวกเราทุกคนขอน้อมรับคำสั่งของท่านประมุขน้อย Zea' Die' To ทุกประการไว้ด้วยความจงรักษ์และภักดีครับ"


.

.

.


ห้องซ้อมใต้ดินชั้นสาม...

               "ย๊า-----------ก"

               "ย๊า-----------ก"

เคร้--ง!!

เคร้----ง!!!

ฉึบ!

               "อา...เอ็นฮยอง  ผมแพ้ฮยองอีกแล้วล่ะครับ"

               " .... ฮยอกอา  ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ"  เอ็น เอ่ยเตือนน้องชายเสียงดุเข้ม

               "เออ ...ผมขอโทษครับ เอ็นฮยอง"

               "ประมุขน้อย กับ นายน้อยฮยอก  สะ...สุดยอดจริงๆเลยครับ"

               "หึ  ไม่หรอก  ...เป็นเพราะซังฮยอกออกแรงมาสู้กับผมไม่เต็มร้อยเองต่างหาก"  เอ็นแย้งกับเหล่าลูกน้องที่นั่งล้อมวงดู การฝึกซ้อม(ประลอง)ของเค้ากับฮยอก 

               "หา?  นี่ยังไม่เต็มร้อยเหรอครับ...!!!"  ทุกคนในห้องซ้อมโห่ร้องกันอย่างตื่นตกใจ อย่างเหลือเชื่อ

               "อืม  น่าจะแค่ประมาน 50% ได้ละมั่ง?  ใช่มั้ยครับ น้องฮยอก?"  เอ็นจิกตาถามน้องอย่างกดดัน

        "ครับ เป็นอย่างที่เอ็นฮยองพูดนั้นแหละครับ" ฮยอกเอ่ยรับเรียบๆ

               "โห่... แค่ห้าสิบ ...ยังขนาดนี้ แล้วถ้าเต็มร้อยล่ะ?!"

               "นั่นสิ  พลังของนายท่านทั้งสอง  ของจริงมันจะสุดยอดมากแค่ไหนกันครับเนี่ย  พวกผมนึกจินตรนาการถึงมันไม่ออกเลยเสียจริง"

               "ไร?  พวกนาย...ฉันไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้นหรอก   เพียงแต่พวกนายยังพยายามกันไม่มากพอ..."

               "โธ่  ประมุขน้อยขอรับ  ทุกวันนี้   พวกผมแทบจะฝึกกันเช้า-กลางวัน-เย็นแบบไม่พักกันเลยนะครับ"  

               "..ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่พอหรอก   อย่าลืมสิ   พวกนายทุกคนคือคนของ Zea' Die' To  มีหน้าที่หลักคืออะไร?"

               "ปกป้องคุ้มกันครับ!!!"

               "ถูกต้อง  นี่คือสิ่งที่  Zea' Die' To  ทุกคนจะต้องยึดมั่นปฏิบัติ...ฉะนั้นอย่าได้ลืมมันไปเด็ดขาด..."

               "อะแฮ่ม  ..ขอโทษที่ต้องเสียมารยาท   แต่ตอนนี้ผมว่ามันถึงเวลาพักแล้วนะครับ  ประมุขน้อย"

               "หือ?  อ้าว?  ท่านพี่ ...มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?"

               "คิม แจจุง  มาถึงแล้ว  ขอรายงานตัวครับ ท่านประมุขน้อย"

               "อา  ท่านพี่นี่ล่ะ...เฮ้อ  ผมนึกว่าจะมาถึงพรุ่งนี้เสียอีก"

               "อ้อ  พอดีงานทางนั้นเสร็จเร็วกว่าที่ได้คาดการไว้นะครับ"

               "อา  เป็นอย่างนั้นเอง... ท่านพี่คงไปเจอท่านพ่อมาแล้วสิ?"

               "ครับ  พี่ไปพบท่านมาแล้วล่ะ  พอเสร็จแล้วก็เลยรีบมารายงานตัวกับ ประมุขน้อย...ทันทีเลย"

               "ท่านพี่แจจุง ผมฮยอก...สวัสดีครับ^^"

               "อ่า น้องฮยอกนี่เอง  ขอโทษนะครับ  น้องดูโตขึ้นเยอะมากๆ จนพี่จำไม่ได้เลยเชี่ยว  ขอโทษนะครับ"

               "อา  ไม่เป็นไรหรอกครับ  ก็เราไม่ได้เจอกันเลยกว่าสิบปี...  ไม่แปลกหรอกที่ท่านพี่แจจุงจะจำผมไม่ได้เลยน่ะครับ^^"

               "แต่อย่างไรเสีย  เจ้าตัวเล็กน้องฮยอกของพี่ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมเลย  ฮ่าๆๆ"

               "ฮ่าๆๆ อย่างนั้นเหรอครับ  แต่ตอนนี้ผมโตแล้วนะ  ก็ต้องบอกว่าหล่อขึ้นมากกว่าน่ารักสิครับ ท่านพี่"

               "อา อย่างนั้นก็ได้ครับ  น้องฮยอกคนน่ารักของพี่ ที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อแล้ว  ..แต่ว่านะ  ที่พี่มาที่นีก็เพื่อจะมารับไปทานมื้อกลางวันด้วยกันน่ะนะ"

               "เอ๊ะ?  นี่เที่ยงแล้วเหรอ..."

               "ใช่แล้วครับ  ..คงมัวแต่ฝึกซ้อมกันมากไป  จนลืมเวลาเลยสินะเนี่ย"

               "อา  ...ถึงว่าล่ะ เริ่มรู้สึกหิวๆแล้ว" ฮยอกลืบท้องพลางบ่นออกมาว่าอย่างนั้น

               "ประมุขน้อยของพี่ ก็คงรู้สึกหิวเหมือนกันแล้วใช่มั้ย?"

               "อา  ก็นิดหน่อยครับ"

               "ถ้างั้นก็สั่งพักการฝึกซ้อม  แล้วประมุขน้อยกับน้องฮยอกก็ไปเปลี่ยนชุดกันเถอะ  เดี๋ยวพี่จะรออยู่ตรงนี้"

               "ถ้าเช่นนั้นท่านพี่ ก็โปรดรอผมทั้งสองคนไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดสักครู่นะครับ"

               "ครับ"

               "เอาละทุกคน   ตอนนี้ก็หยุดฝึกซ้อมและไปพักกลางวันกันได้แล้วล่ะ"

               "รับทราบตามคำสั่งของท่านประมุขน้อยครับ!!!"

               "ดีมาก  ..น้องฮยอกเราเองก็ควรรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดกันเถอะ ท่านพี่รอไปทานมื้อเที่ยงกับเราอยู่"

               "ครับเอ็นฮยอง"


  

               คิม แจจุง พี่ชายหน้าสวยของฮัคยอน ฉายา The Dark Knight  ที่มีนิสัยค่อนข้างอ่านยาก และเข้าถึงยาก  มักชอบกระทำมากกว่าพูดเช่นเดียวกับน้องชาย ชา ฮัคยอน  และยังเป็นบุคคลที่ใครๆต่างก็ไม่อยากมีเรื่องด้วยมากที่สุด 


                      
.

.

.

.

.



               
Jellyfish ent.  16.07.20XX (หนึ่งวันก่อนเดบิวต์)

ในห้องซ้อม...

          สองหนุ่มร่างสูงโปรงหุ่นเพอร์เฟคราวกับนายแบบบนรันเวย์  กำลังซ้อมเพลงโปรโมทที่จะต้องเตรียมขึ้นสเตจแรกในวันพรุ่งนี้แล้ว

          ทั้งสองคนจึงต้องการให้ทุกอย่างออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบเป็นที่สุด  เพื่อความฝันบนเวทีแรกที่งดงามของพวกเขาทั้งสองคน


แกร็ก....ก


          "ท่านประธาน สวัสดีครับ"  ทั้งสองหนุ่มหยุดการฝึกซ้อมทันที  ที่ประตูห้องของพวกเขาได้ถูกเปิดเข้ามา  โดยท่านประธานที่ใจดีของพวกเขานั่นเอง

          "อืม  หวัดดีเด็กๆ พวกนายฝึกซ้อมกันอยู่อย่างหนักเล่นสินะ"

          "ครับ  พวกเรากำลังฝึกซ้อมกันอย่างหนัก  เพื่อวันพรุ่งนี้ของพวกเราครับ"

          "อา  อย่างไรแล้ว  พวกนายก็ต้องดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองกันด้วยนะ  อ้อ ..แล้วได้เห็นป้ายที่หน้าบริษัทกันแล้วใช่มั้ย?"

          "อา ครับ  มันสวยมากๆเลยครับ" วอนชิคเป็นคนพูด

          "ขอบคุณมากครับท่านประธาน"  แล้วแทคอุนคนพูดน้อย?ก็พูดขึ้นต่อ

          "อา ไม่ต้องกังวลอะไรกันให้มากมายนะ  เพราะยังไงทั้งบริษัทและตัวฉันเอง  ก็จะอยู่ข้างหลังค่อยช่วยเหลือซัพพอร์ตพวกนายทั้งสองอย่างแน่นอน  แค่พวกนายตั้งใจทำหน้าที่ของพวกนายให้เต็มทีก็พอ"

          "ครับ/ครับ"

.

.

.

  11:27 pm.  (ในห้องซ้อม)


          "ฮยอง  ผมว่าวันนี้เราพอกันแค่ก่อนเถอะ" วอนชิคที่เดินกลับมาจากไปหยิบขวดน้ำเกลือแร่ที่อยู่ตรงอีกมุมหนึ่งของห้องซ้อม  แล้วก็ใจดีเอามาเผื่อคนพี่ที่ตอนนี้กำลังนั่งพัก  พิงแผ่นหลังกว้างกับกระจกเงาของห้องอย่างคนหมดแรง

          "อือ  ...ขอบใจ"  แทคอุนรับขวดน้ำเกลือแร่จากคนน้องแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ อย่างเคย

          แทคอุนกับวอนชิคสนิทกันมาก  พวกเขาสนิทกันแบบเหมือนเป็นพี่น้องแท้ๆกันเลย  
          ถึงแม้ว่า  พวกทั้งสองคนจะพึ่งได้มารู้จักกัน  ตอนที่เข้ามาเป็นเด็กฝึกของบริษัทเมื่อไม่กี่ปีก่อนก็เถอะ
          แต่ทั้งสองคนก็ค่อยข้างรักกันเหมือนพี่น้องที่มีอะไรก็จะคอยปรึกษา คอยแนะนำกันและกันอย่างดีอยู่เสมอ 
          เพราะความที่เข้ากันได้ดีของทั้งสอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้พวกเขาทั้งสอง  ได้รับโอกาศในการเดบิวต์ในครั้งนี้ด้วย

          "แทคอุนฮยอง  เราจะได้ขึ้นร้องเพลงเวทีแรกในพรุ่งนี้แล้วนะ"

          " ..อือ"  แล้วไงอะ? 

          "แฟนของฮยองคนนั้น  เค้าจะมาดูเราร้องเพลงด้วยใช่มั้ยครับ?"

          "หา?  นายถามถึงฮัคยอนี่ของฉันเหรอ?"

          "ใช่ๆ  อา  ผมอยากเจอเค้าจังเลย"  จะเป็นคนแบบไหนกันนะ  แฟนแทคอุนฮยองคนนั้นน่ะ  ผมอยากรู้จริงๆเลย

          "ไม่รู้สิ  ...คงไม่มาหรอก"  ตั้งแต่ฉันต้องเข้ามาเก็บตัวกับบริษัท  ก็ไม่ได้ติดต่อฮัคยอนเลย  อ๊ะ  ไม่ใช่สิ  เป็นเค้าเองต่างหากที่ติดต่อฮัคยอนไม่ได้เกือบสองอาทิตย์แล้วเนี่ย

ไปทำอะไรอยู่ไหนนะ?  ฮัคยอน ...ผมคิดถึงคุณจังเลย
           
          
               "เอ๋?  ไง๋พูดแบบนั้น่ะครับฮยอง"  อะไร?  คงไม่ใช่มีเรื่องอะไรกันอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย
               คือตั้งแต่แทคอุนฮยองบอกผมกับท่านประธานว่าเค้ามีแฟน  และได้ขอย้ายไปอยู่กับแฟนของเค้าเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น (โดยที่ท่านประธานก็ไม่ได้ว่าอะไร  เพราะเห็นว่าแทคอุนฮยองเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายหรือต้องทำให้ใครเดือดร้อนเลย และที่บริษัทเราก็ไม่ได้มีกฎว่าห้ามเดทด้วย)  แทคอุนก็ค่อนข้างมีเรื่องน้อยใจแฟนของเค้ามาบ่น มาปรึกษากับผมอยู่บ่อยๆ
               แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร  ก็จะเป็นประมานว่า  'เนี่ยๆๆฮัคยอนี่อะ วันนี้ไปมีแผลมาอีกแล้วอะ...ทำไมต้องชอบทำให้เป็นห่วงตลอดเลย!'
               แล้วก็จะฮัคยอนี่เค้าอย่างโน้น บลาๆๆๆๆๆ  ฮัคยอนี่อย่างนี้ บลาๆๆๆๆ  แต่เอาจริงๆ นะ  ผมฟังๆแล้วมันเหมือนแทคอุนฮยองเค้ากำลังอวดแฟนกับผมอยู่มากกว่า...เฮ้ย  ฮยองไม่เห็นใจคน(พึ่ง)โสดอย่างผมเลยอะ ฮึ่ย

               แต่พอเมื่อไหร่  ที่แทคอุนฮยองมาพูดเรื่องของแฟนของเค้าให้ผมฟัง ทีไร  มันก็มักจะ... ทำให้ผมเองก็อดคิดถึง เอ็นฮยองของผมไม่ได้ทุกทีเลย
               เพราะการกระทำและนิสัยของแฟนแทคอุนฮยองนั้น  ช่างบังเอิญเหมือนเอ็นฮยองคนรักเก่าของผมเหลือเกิน  ...อา  คิดถึงเอ็นฮยองอีกแล้ว








/100% แล้วน้า---------ว 

/ตอนหน้ามาลุ้นกันใหม่เนอะ^^  ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป

/คิดว่าหลายๆคนคงตกใจกัน  เรื่องแทคอุนกันวอนชิคนะคะ

/ตอนนี้ทั้งสามก็ยังไม่มีใครรู้อะไรเช่นกัน  ยังไงก็รอลุ้นกันต่อนะคะ  ว่าพวกเค้าสามคนจะทำยังไงกัน  เมื่อได้รู้เรื่องนี้...บาย~ย

Arrivederci~






"เราต้องทำงานกันหนักขึ้นแล้วล่ะ"

"เพื่อทุกอย่าง...  เราจะทำมันด้วยความรอบคอบ จะไม่มีความประมาทใดๆ"

"ทุกคน  เตรียมตัวกันให้พร้อม!!!"

สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #17 Manira (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 01:07
    อย่าทำให้วอนชิคกะแทคอุนต้องทะเลาะกันก้พอค่ะ ฮืออออออ
    #17
    0
  2. #16 ddanii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 13:59
    แฟนใหม่กับแฟนเก่าฮัคยอน ทำงานด้วยกันจ้าาาา ถ้าฮัคยอนรู้จะทำหน้าไงเนี่ย!!
    #16
    0
  3. #15 Aelove (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 20:00
    โอเคค่ะ พร้อมอ่าน
    #15
    0