THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 44 : The Freak Out ll ep.10 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 พ.ค. 61

THE FREAK OUT ll
회 10







-The Warmth of Light-

  

               "เลโอ หรือว่า..." ยอนเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงติดกังวล

               "อา ไม่ผิดแน่....เจ้านั่นแหละ!" เลโอกดเสียงต่ำพูดขึ้นอย่างคนที่เริ่มควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ไม่ได้  แล้วจากนั้นเลโอดับเครื่องชนพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าทันที

               " เลโอ ! "

               เสียงตะโกนเรียกออกไปอย่างเป็นห่วงของยอนไม่สามารถหยุดยั้งเลโอที่ถูกความแค้นในอดีตครอบง่ำได้   
               เลโอเรียกอาวุธทุกชิ้นที่ตัวเองมีออกมา พุ่งตรงเข้าไปฟาดฟัดกับอสูรร้ายที่อยู่ตรงหน้านั้น อย่าง ไม่มีความลังเล ไม่มีความหวั่นเกรงต่ออันตรายใดๆทั้งสิ้น เพราะว่าตอนนี้ในหัวของเลโอไม่สิ่งใดอื่นเหลืออยู่เลยนอกจากความโกรธแค้นที่มันฝั่งแน่นอยู่ในใจมากตั้งแต่อดีต ตอนนี้มันถึงเวลาแล้ว ที่เขาจะต้องแก้แค้นมัน !


               "เลโอ" ยอนจ้องมองไปที่เลโอที่กำลังฟาดฟัดกับอสูรร้ายร่างยักษ์ตนนั้นอย่างไร้สติ แบบนั้นเลยยิ่งเป็นห่วงแต่ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้ในตอนนี้


พรึบ ! พรึบ !

          หุ่นทหารจักรกลหนึ่งกองรบถูกปล่อยลงจากยานขนส่งของจักรวรรดิเพื่อมาเป็นกำลังเสริม (ยังจะส่งมาเพิ่มอีกเหรอ?)

          ยอนใช้ดาบคู่ป้องกันการโจมตีและสวนกลับหุ่นทหารจักรกลตัวที่พุ่งเข้ามาหาตัวเองไปอย่างว่องไว

          "ฮึ่ย ไม่ให้ได้พักกันเลยสิน่า!" ยอนกัดฟันพูดหลังจากจัดการหุ่นทหารจักรกลตัวนั้นได้แล้ว แต่มันก็ยังมีตัวใหม่บุกเข้ามาหาเขาไม่ให้ได้พักเลยทีเดียว


วืบ !  ตึง !

          เพราะมัวแต่ยืนเหม่อมองเพื่อนอย่างเป็นห่วง(เลโอ)อยู่วาร์โรเลยไม่ทันระวัง จนเกือบโดนขว้านของหุ่นทหารจักรกลตัวหนึ่งฟาดเข้าให้แล้ว แต่ยังโชคดีที่วาร์โรตั้งสติทันและใช้ความเร็วมวนตัวหลบออกจากทิศทางของขว้านที่ศัตรูฟาดมาอย่างท้วงที

เคล้ง-ง!!

          คาร์ดิสที่อยู่ใกล้วาร์โรเห็นแบบนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปจัดการฟาดฟันดาบใหญ่ของเขาใส่เจ้าหุ่นทหารจักรกลตัวนั้นไปอย่างแรง จนมันล้มใช้งานไม่ได้ในทันที

          "อย่าเอาแต่เหม่อสิ !" คาร์ดิสดุวาร์โรเสียงเข้มทันทีเมื่อจัดการหุ่นทหารจักรกลตัวนั้นให้วาร์โรได้แล้ว

          "ขอโทษครับ" วาร์โรรีบขอโทษคาร์ดิสอย่างสำนึกผิดทันที และจึงถามอย่างสงสัยขึ้นว่าไอ้เจ้าสัตว์ร้ายที่มันกำลังต่อสู้กับเลโอตรงนั้นน่ะ "นี่ นั่นมันอสูรใช่มั้ย?" 

          "ยอน" คาร์ดิสหันไปถามยอนที่เป็นคนที่มีข้อมูลรายละเอียดต่างๆเยอะที่สุดในกลุ่มอย่างสงสัยด้วยเช่นกันว่า "พวกจักรวรรดิมันใช้อสูรได้ด้วยเหรอ?"

เคล้ง-ง!   ฉวัะ !

          "ต่อให้เป็นจักรวรรดิก็เถอะ " ยอนพูดขึ้นหลังจากล้มศัตรูด้วยการแทงดาบเข้าไปที่จุดบอดของหุ่นทหารจักรกลตัวนั้นจนมันหมดสภาพการใช้งานได้แล้ว 
          ถึงแม้ว่ายอนจะเป็นคนที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับจักรวรรดิเยอะ แต่เกี่ยวกับเรื่องปีศาจหรือพวกอสูรร้ายอะไรพวกนี้ เขาเองก็ยังคิดไม่ถึงเลยเช่นกัน "ใช้อสูรได้แบบนี้มันแปลกเกินไปแล้ว"


               สถานการณ์ในตอนนี้ มันค่อยหนักหน่วงเอาการเลย  เพราะว่าการต่อสู้ของพวกเขาในตอนนี้ มันไม่ได้มีแต่ปีศาจร้ายตนนั้นเพียงตัวเดียว แต่ยังมีพวกหุ่นทหารจักรกลของจักรวรรดิอีกกองรบที่ถูกส่งเข้ามาเสริมกำลังพร้อมกับเจ้าอสูรร้ายตนนั้นด้วย

               ดังนั้นพวกเขาสามคน (ยอน คาร์ดิส วาร์โร) จึงต้องช่วยกันจัดการเก็บกราดพวกหุ่นทหารจักรกลพวกนี้สนับสนุนให้เลโอก่อน เพราะไม่งั้นมันคงลำบากแน่หากทุกคนจะพร้อมใจกันพุ่งไปจัดการแค่อสูรตนเดียวนั่น และปล่อยให้พวกหุ่นทหารจักรกลมันจัดการพวกเขาแทน แบบนั้นคงจบเห่กันหมดแน่ๆ


               "ไอ้ปีศาจเฮงซวย ไม่นึกว่าจะได้เจอแกอีกนะ" เลโอกดเสียงต่ำพูดกับอสูรตนนั้นด้วยน้ำเสียงที่แสนเจ็บแค้นเคืองโกรธอย่างสุดๆ  "แปลว่าตอนนั้นก็เป็นฝีมือของจักรวรรดิงั้นสิ?" 

               แล้วจากนั้นเลโอก็วิ่งพุ่งเข้าโจมตีอสูรตนนั้นอีกครั้ง แต่อสูรตนนั้นมันก็ตั้งท่ารับมือกับการโจมตีของเลโอได้อย่างดี และมันยังโจมตีกลับอย่างแรงจนเลโอกระเด่นออกไปไกล  จากนั้นเจ้าอสูรตนนั้นมันก็โกรธเกรียวอาละวาดหนักขึ้น พลังจากการกวัดแกว่งดาบไปรอบทิศของมันทำให้ทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีนั้นถูกทำลายไปหมด แม้กระทั้งพวกหุ่นทหารจักรกลก็โดนกวาดไปด้วยเช่นกัน

               "มันคลั่งไปแล้วอ่ะ !" วาร์โรร้องขึ้นอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นอสูรตนนั้นมันเริ่มอาละวาด

               "เลโอ ถอยกันเถอะ !" คาร์ดิสตะโกนบอกกับเลโอทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์มันเริ่มเลวร้ายลงเรื่อยๆ

               "ขนาดท่านเอ็นยังรับมือมันแทบไม่ไหวเลย" ยอนหันไปช่วยพูดกับเลโอที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุด อย่างเห็นด้วยกับความคิดของคาร์ดิส "นายในตอนนี้ยัง..."

               "หนวกหูน่า !" เลโอสวนกลับไปอย่างไม่ยอมฟังคำแนะนำจากใคร "นี่มันต่างจากตอนนั้น" พูดทิ้งไว้ท้ายอย่างนั้นแล้วเลโอก็ง้างดาบใหญ่ขึ้นแล้ววิ่งพุ่งเข้าใส่อสูรตนนั้นอีกครั้งทันที



-ณ เส้นทางนอกเมืองสายหนึ่งในเวลาพบค่ำ-

บรื้น-น บรื้น-น นนน

               ขบวนรถหรูติดตราสัญลักษณ์ประจำราชวังสามคัน กำลังขับมาตามทางเรียบริมหน้าผาในช่วงค่ำของวันหนึ่งมาเรื่อยๆ 

               "หิ่งห้อยพวกนั้นสวยซะมัดเลย ถ้าเอาใส่ขวดกลับมาด้วยก็คงดี" เสียงเอ่ยพูดขึ้นอย่างเสียดายจากเจ้าชายเลโอในวัยเด็กที่กำลังนั่งเอนซบศรีษะอยู่ในอ้อมอกกว้างที่แสนอบอุ่นของท่านพ่อ(แทคอุน)ที่ตอนนี้กำลังใช้ฝ่ามือใหญ่คอยลูบศรีษะกล่อมลูกชายตัวน้อยที่แสนขี้เซาอยู่ไม่ห่าง

               "แค่ลูกเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟังก็เป็นของฝากชั้นเยี่ยมแล้วครับ เลโอลูกพ่อ" แทคอุนบอกกับลูกชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มหน้าลงไปจุมพิษที่จอมขวัญของลูกชายด้วยความรักและเอ็นดู  "ถ้าแม่ของลูกมาด้วยได้ก็คงจะดีนะ"

               "เอาเถอะ ไม่เป็นไรหรอกครับท่านพ่อ" เลโอพูดอย่างนั้นแล้วก็หลับตาลงอย่างต้องการจะนอนพักอีกครั้ง โดยที่แทคอุนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ และปล่อยให้ลูกชายพักผ่อนต่อไป โดยตัวเองก็ยังคงอมยิ้มมองดูลูกชายตัวน้อยที่นอนหลับตาพริ่มอย่างน่าเอ็นดูอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยความรัก


บรืนนน

ปัง-งง !

               ในระหว่างนั้นเอง รถของทหารบอดี้การ์ดคันที่ขับนำหน้ารถของแทคอุนและเลโออยู่ก็เกิดเสียงดังปังและไม่นานรถคนนั้นก็เกิดระเบิดจนไฟลุกไหม้ไปทั้งคัน

               ทุกคนที่อยู่ในรถทั้งทหารคนขับรถ การ์ดที่นั่งคุ้มกันภัยอยู่เบาะด้านหน้า ทั้งแทคอุน ทั้งเลโอ ทุกคนต่างก็สะดุ้งตื่นตกใจกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระทันนั่นทันที 

               "อะไรน่ะ?" เสียงจากการ์ดที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้าพูดขึ้นอย่างตกใจ และคนขับรถก็รีบเบรครถจอดดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที

               การ์ดพิเศษสองนายที่ขับรถตามหลังมาเป็นคันที่สามนั้น เมื่อจอดรถแล้วก็พากันรีบเปิดประตูลงจากรถเพื่อออกไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นทันที


               "แย่แล้ว" แทคอุนพูดขึ้นพร้อมทั้งกระชับกอดลูกชายเข้ามาหาตัวเองมากขึ้นอย่างเป็นห่วงวิตกและต้องการปกป้องลูกชายด้วย

               "ผมไปดูเองครับท่าน" การ์ดที่นั่งอยู่เบาะหน้าเอ่ยบอกกับแทคอุนก่อนจะเตรียมท่าเปิดประตูออกไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันคืออะไร  แต่ว่า

               "อย่าเพิ่ง" คนขับรีบพูดห้ามไว้ก่อนที่การ์ดจะได้ออกไปจากรถ ดูเหมือนกับว่าคนขับจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างเข้าแล้ว

               ทุกคนจ้องมองไปที่ตำแหน่งรถที่มีเปลวไฟลุกท้วมทั้งคันนั้นอย่างตั้งข้อสงสัย ไม่นานร่างใหญ่ยักษ์อันน่าเกียจน่ากลัวของอสูรร้ายมันจะค่อยๆเริ่มปรากฏชัดออกมาจากหลังเพลิงไฟนั้น

               "อสูร ?"  คนขับพูดขึ้นมาก่อนใคร

               "ทำไมอสูรถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?" การ์ดที่นั่งอยู่ข้างก็พูดขึ้นอย่างเหลือเชื่อเช่นกัน

               "กำแพงเวทมนต์ถูกทำลายงั้นเหรอ?"

               "ปกป้องท่านแทคอุนกับท่านเลโอไว้ !"

               บู๊ม-มม เพล้ง-งง 

               หน้ารถฝั่งที่การ์ดนั่งอยู่ถูกฟันเข้าด้วยดาบเล่มใหญ่ของอสูรตนนั้น ที่ไม่รู้เช่นกันว่ามันมาถึงรถของพวกเขาตั้งแต่ตอนไหน  แต่มันก็อาละวาดฟาดฟันดาบใส่รถของแทคอุนกับเลโอเละอย่างไม่มียั่งเลย 

               แทคอุนรีบพาเลโอลงจากรถและรีบวิ่งหนีออกห่างจากอสูรตนนั้นให้เร็วที่สุด


บรื้น-นน บรื้น-นนน

               ห่างออกไปไม่ไกลจากที่เกิดเหตุนัก ก็มีขบวนรถหรูอีกสามคันกำลังเล่งเครื่องขับเข้าไปใกล้ยังจุดที่เกิดเหตุ


               ตัดภาพมาที่ในรถคันที่แทคอุนและเลโอนั่งมา ก็พบว่าทั้งการ์ดและคนขับรถทั้งสองคนนั้นต่างถูกฆ่าตายกันหมด หลังจากฟาดฟันรถจนพังยับไปแล้ว เจ้าอสูรตนนั้นก็หยุดอาละวาดและก้มหน้าลงมามองหาเป้าหมายของมันว่าได้จัดการไปได้เรียบร้อยแล้วรึยัง

               แน่นอนว่าเป้าหมายที่อสูรตนนั้นเล็งไว้คือ แทคอุนและเลโอ  ทันทีที่มันพบว่าเป้าหมายหายออกไปจากรถได้ มันก็เริ่มโกรธและจัดการระเบิดรถคันนั้นทิ้งไปเลย จากนั้นมันก็เริ่มมองหาเป้าหมายที่มันต้องการทันที

               แทคอุนรีบพาลูกชายวิ่งหนีไปข้างหน้าอย่างไม่ได้สนใจทิศทางใดๆ เขาหวังในใจเพียงแค่ว่าตัวเองต้องพาลูกชายหนีออกไปให้รอดพ้นจากอสูรร้ายตนนั้นให้ได้

               แต่เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นโล่งกว้างไม่มีป่าไม้อะไรที่พอจะให้พวกเขาวิ่งเข้าไปหลบได้เลย ดังนั้น มันจึงทำให้อสูรตนนั้นมองหาแทคอุนกับลูกชายเจอได้โดยง่ายเพียงเวลาแค่แปปเดียว



พึ่บ-บ ฉวัะ !!!

               "เฮือก อ๊ากก" เลือดสีแดงสดไหลพุ่งออกมาจากกลางหลังของแทคอุนเมื่อคมดาบของอสูรได้ฟาดฟันใส่เขาเข้าอย่างแรง


ตึง-งง!

               ร่างสูงของแทคอุนล้มตึงลง ณ ตรงนั้นทันทีที่โดนอสูรร้ายมันฟาดดาบลึกเข้าที่กลางหลังด้วยทั้งสองคมดาบของมัน บาดแผลลึกที่อสูรมันได้สร้างให้กับแทคอุนนั้นมันสาหัสมาก จนแทคอุนไม่สามารถทนพิษบาดแผลนั้นได้ แทคอุนสิ้นใจไปบนกองเดือดที่คงไหลทะลักออกมาไม่หยุดของตัวเองอย่างน่าเศร้า...

               นัยน์สีของท้องฟ้ายามราตรีที่มันดูหม่นแสงลงผิดปกติของเลโอค่อยๆเหลือบขึ้นไปมองเงาทะมึนของอสูรร้ายร่างยักษ์ที่มันย่างกายใกล้เข้ามาทุกที

               "อา อึก..ก" เลโอขยับใบหน้าที่เริ่มมีเลือดไหลลงมาเป็นทางจากบนศรีษะผ่านหน้าผากลงมาที่ตาข้างซ้ายด้วยท่าทางที่ยังคงมึนๆงงๆเหมือนว่าจะยังตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาไม่ทัน 
               เลโอหันไปมองมือข้างขวาของตัวเองเพราะรู้สึกว่ามันจะเจ็บและเปียกแชะจากของเหลวอะไรสักอย่าง.. และเมื่อได้พลิกมือขึ้นดูก็เห็นแต่เลือดสีแดงสดอยู่เต็มมือและแขนของตัวเองไปหมด "หือ?"  เมื่อได้รู้แล้วว่าของเหลวเปื้อนเลอะอยู่ที่แขนของตัวเองมันคือเลือด เลโอก็ตกใจก่อนค่อยๆหันไปมองร่างคนที่นอนกอดทับเอาร่างบังให้ตัวเองอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พบว่าร่างคนที่นอนกอดตัวเองอยู่ในตอนนี้... บัดนี้ได้นอนนองเลือดแน่นิ่งไร้การตอบสนองไปเสียแล้ว ทะ...ท่านพ่อ !

               เลโอหันกลับไปที่อสูรตนนั้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกถึงความใกล้และสัญชาตญาณอันตรายบอกว่าเขาต้องหันกลับไปดูมัน

               อสูรร้ายตัวนั้นจ้องมองเลโอที่ล้มนอนอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นบิดาด้วยความพึ่งพอใจ ที่มันได้จัดการเป้าหมายไปได้แล้วหนึ่งคน

               เลโอหันกลับมามองที่มือเปื้อนเลือดของตัวเองที่มันไร้เรี่ยวแรงจะต่อสู้ และหันกลับขึ้นไปมองที่อสูรร่างยักษ์ตรงหน้าอีกครั้งอย่างเริ่มหวาดกลัว 

                    อสูรร้ายง้างดาบคู่เล่มใหญ่ของมันขึ้นมาในท่าเตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าจัดการกับเลโอที่ไร้ทางสู้ ด้วยใบหน้าโกรธแค้นที่แสนน่าเกียจน่ากลัวของมัน

               เลโอเบิกตากว้างอย่างหวาดกลัวเมื่อเห็นว่ามันง้างดาบขึ้นสูงและกำลังจะฟาดดาบของมันลงมาที่ตัวเอง

               "ฮึ...ฮึก !" เสียงผวาหวาดกลัวของเลโอ

               ฟืบบ

               เคล้-ง! เคล้-ง!

               อาวุธเวทย์ทรงพลังหลายชิ้นหลายชนิดพุ่งเข้าไปขว้างทางดาบของอสูรร้ายตนนั้น ก่อนที่มันจะได้ลงมือทำร้ายเลโอ พร้อมทั้งเหล่าทหารการ์ดองครักษ์อีกเจ็ด-แปดนายที่พากันวิ่งเข้าไปดักหน้าพร้อมสู้ และกันทางไม่ให้เจ้าอสูรร้ายตนนั้นมันได้เข้ามาทำร้ายเลโอ

               ตึก ตึก 


               ร่างสูงโปร่งในชุดเต็มยศขององค์ราชันย์ผู้สูงศักดิ์ ก้าวเดินตรงเข้าไปหาอสูรร้ายตนนั้นอย่างมาดมั่น ไม่มีความหวั่นเกรงใดๆให้กับศัตรูที่เป็นภัยอันตรายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย 

               หนูน้อยหันมองไปที่องค์ราชันย์ผู้ซึ่งเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดตัวเองด้วยสายตาที่อ่อนล้าอ่อนแสง และกำลังค่อยๆหลับลง

               องค์ราชันย์ปล่อยพลังเรียกอาวุธเวทย์ของเหล่าราชันย์(กษัตริย์รุ่นเก่า)มากกว่าสิบชิ้นออกมา แล้วพุ่งอาวุธเวทย์ทั้งหมดเข้าโจมตีใส่ปีศาจร้ายตนนั้นทันที

                    "หาตัวผู้รอดชีวิตเร็วเข้า" ฮัคยอน(องค์ราชันย์)สั่งการ์ดที่มากับตัวเองให้รีบออกไปหาผู้รอดชีวิต ส่วนเจ้าอสูรร้ายตนนี้เขาจะเป็นคนจัดการมันเอง

                    จากนั้นฮัคยอนก็เพ่งสมาธิไปที่การต่อสู้กับอสูรร้ายทันที


                    ทางด้านเลโอในตอนนี้กำลังได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากเหล่าการ์ดองครักษ์ของฮัคยอนแล้ว

                    เลโอพยายามหันมองไปที่ท่านแม่ของเขาด้วยสายตาที่อ่อนล้า เพราะบาดแผลที่ได้จากอสูรตนนั้นสาหัสอยู่เหมือนกัน

                    ฮัคยอนต้องใช้พลังเป็นอย่างมากในการควบคุมอาวุธเวทย์(ศาสตราวุธวิญญาณของเหล่ากษัตริย์)ต่อสู้กับแรงมหาศาลของอสูร ...ฮัคยอนต้องต่อสู้กับอสูรอยู่นานกว่าจะดันมันออกไปจนถึงริมหน้าผาได้ เมื่อพอเห็นจังหวัะดีแล้ว ฮัคยอนจึงดึงหนึ่งอาวุธที่ใช้บล็อคการโจมตีของอสูรออกมา และก็ใช้มันฟันเข้าที่กลางใบหน้าดุร้ายของอสูรตนนั้นอย่างแรง จนเกิดเป็นรอยแผลขนาดใหญ่บนใบหน้าของมัน อสูรร้ายกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดกับแผลบนหน้าและมันก็หงายหลังพลัดตกลงในเหวลึกทันที

                    "ฮ่าห์ ฮ่าห์..." ฮัคยอนหอบหายใจเหนื่อยหลังจากจัดการกับอสุรไปได้แล้ว

                     "...." ฮงบินเดินเข้ามาหยุดที่ตรงด้านหลังของฮัคยอนด้วยสีหน้าเป็นห่วงก่อนจะเอ่ยถาม "เอ็นฮยอง..."

                    ฮัคยอนรู้ว่าฮงบินจะพูดอะไรกับตัวเอง จึงได้รีบยกมือขึ้นเป็นนัยบอกว่าตัวเองโอเค ยังไหวอยู่ไม่ต้องเป็นห่วง 

                    "แทคอุนกับเลโอล่ะ?" 

                    หลังจากทำแผลและปฐมพยาบาลเสร็จ เจ้าชายเลโอก็นอนลืมตานิ่งเหม่อลอยโดยไม่ตอบสนองใดๆอย่างน่าเป็นห่วง

                    "แทคอุน...เลโอ !" ฮัคยอนรีบลงไปดูอาการของลูกชายด้วยความเป็นห่วงสุดใจ 

                    ทั้งคนรักที่สินใจจากไป...และลูกชายก็ยังได้รับบาดเจ็บจนมีอาการช็อกค้างไร้การตอบสนองไปแบบนั้น หัวใจของฮัคยอนมันก็เจ็บปวดปานตายแล้วตรงนั้น


                    "เลโอ !" 



                    "เลโอ !" 



                    "เลโอ !!!" นั้นคือเสียงร้องเรียกจากท่านแม่และภาพท่านแม่(ฮัคยอน)ที่สีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล... เลโอรับรู้ทุกอย่างได้ถึงตรงนั้น แล้วสติสุดท้ายของเลโอก็ดับมืดไป...



-กลับมาปัจจุบัน-



ย๊ากก !!!

          อสูรร้ายฟาดดาบกลับใส่เลโออย่างแรง  เคล้ง-งง !!!  

          "อึก!" เลโอตั้งรับและต้านแรงน้ำหนักดาบจากอสูรไว้ไม่ไหว จึงทำให้ร่างของเลโอถูกซัดกระเด่นตกลงมาที่พื้นอย่างแรงอีกครั้ง

          "เลโอ!" ยอนง้างดาบขึ้นและวิ่งเข้าไปจัดการอสูรที่มันกำลังจะทำร้ายเลโอซ้ำอีกรอบ

          คาร์ดิสเองก็เช่นกัน เขารีบวิ่งเข้ามาสู้กับอสูรร้ายเพื่อดึงความสนใจอสูร และให้ยอนกับวาร์โรไปช่วยเลโอ

          "เลโอ เป็นอะไรรึเปล่า ?" ยอนรีบวิ่งเข้าไปหาเลโอที่นั่งอยู่ที่พื้นและกำลังจะลุกขึ้นยืนด้วยความเป็นห่วง

          "หนีเถอะ" วาร์โรวิ่งเข้ามาช่วยประคองแขนให้เลโอลุกขึ้น

          "ไม่ต้องมายุ่ง !"  เลโอสะบัดแขนออกจากวาร์โรพร้อมทั้งพูดขึ้นอย่างคนหัวร้อนที่ไม่ยอมฟังใคร มองข้ามความเป็นห่วงและความหวังดีของเพื่อนไปหมด 

          เลโอเรียกดาบของตัวเองออกมาและพูดเสียงจริงจังว่า 

          "ชั้นจะฆ่ามัน !"  แล้วจากนั้นเลโอวิ่งเข้าไปหาอสูรตนนั้นอีกรอบ 

          "เลโอ !" ยอนได้แต่เรียกชื่อเลโอออกไปอย่างเป็นห่วง


               เลโอกลับเข้าไปสู้กับอสูรร้ายตนนั้นอีกรอบ อย่างไม่ยอมแพ้ และอสูรตนนั้นมันก็สู้กับเลโออย่างไม่ปราณีเช่นกัน เลโอสู้กับอสูรอยู่ได้ไม่นานก็พลาดท่า จนโดนมันซัดไปตกหน้าผาและจมลงไปในน้ำทะเลลึกทันที


               "เลโอ !!!" ยอนตะโกนเรียกเลโอออกมาสุดเสียงเมื่อได้เห็นเลโอพลัดตกหน้าผาไปอย่างนั้น 

               "เลโอ !" วาร์โรเองก็ร้องหาเลโอออกมาอย่างตกใจไม่แพ้กัน คาร์ดิสเองก็เบิกตากว้างอย่างตกใจและช็อกไปชั่วขณะเช่นกัน ที่เห็นเลโอพลาดท่าและตกลงไปตรงนั้น


               แย่แล้ว !


-ใต้น้ำ-

               ร่างของเลโอค่อยๆจมดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ โดยที่เลโอไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ นัยน์ตาสีท้องฟ้าในยามราตรีหม่อนแสงลงและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
               สายตาเลโอได้แต่เหม่อมองกลับขึ้นไปยังผิวน้ำที่มีแสงสว่างจากพระอาทิตย์สาดส่องลงมาเป็นแสงระยิบระยับ ...ด้วยความรู้สึกหลากหลายที่มันตีกันยุ่งอยู่ภายในใจ ที่เขาไม่สามารถจัดการแก้ไขได้



               โธเว้ย



               ในขณะที่สติของเลโอกำลังดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ อยู่นั้นเอง พื้นผิวน้ำที่มันมีแสงสว่างส่องลงมาก็ได้เกิดปรากฏเป็นเงาภาพเลือนลางของใครบางขึ้นมาตรงหน้าของเลโอ

               "เลโอ !" 


               เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังก้องเข้ามาในหู เป็นที่เสียงร้องเรียกหาเขาปานจะขาดใจ ก่อนที่ภาพเลือนลางของคนที่เรียกหาเขาปานจะขาดใจนั้น จะค่อยๆชัดเจนขึ้นเป็นภาพที่ติดตา 
               สีหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของท่านแม่ในตอนนั้น...ได้เข้ามาเรียกสติเขาที่หลุดลอยไปไกลแล้ว ให้ตื่นกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง 





-ด้านบน-


          ปัง ปัง ปัง

          วาร์โรยิ่งกระสุนปืนใส่อสูรเพื่อดึงความสนใจ เปิดทางให้คาร์ดิสเข้าไปจัดการที่จุดอ่อนของอสุูร แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่พวกเขาสามคนจะสามารถจัดการกับอสูรร้ายตนนี้ได้

         อสูรร้ายโจมตีกลับใส่ทั้งสามคนอย่างแรง จนทำให้ทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บและกระเด่นออกไปคนละทิศคนละทาง ด้วยสภาพย่ำแย่

          หลังจากจัดการทั้งสามคนได้แล้วมันก็รีบออกไปที่ริมหน้าผาเพื่อเช็คดูว่าเลโอที่มันซัดตกลงไปนั้นตายรึยัง


          พึ่บ ฉึก!


          ดาบเวทย์ทรงพลังพุ่งขึ้นมาจากใต้น้ำ และเสียบปักลึกที่กลางอกซ้ายทะลุไปถึงหลังของอสูรอย่างรวดเร็ว ก่อนดาบนั้นจะหายไปพร้อมๆกับเลโอที่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับคาสตราวุธที่เป็นดาบใหญ่อีกอัน ก่อนเขาจะพุ่งวาร์ปเข้าไปฟันเข้าที่กลางหน้าของอสูรตนนั้นอย่างรวดเร็ว โดยที่มันไม่ทันตั้งตัว ฉวัะ !



          "เลโอ ! " เสียงเรียกจากยอนที่ดูจะโล่งใจและมีความหวังมากขึ้น เมื่อได้เห็นว่าเลโอกลับขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว

          "โทษที" เลโอวาร์ปลงมายืนตั้งหลักที่พื้นได้แล้วก็พูดขอโทษทุกคนออกไปอย่างสำนึกที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง "ตอนนี้หัวเย็นลงแล้วล่ะ"

          พอบอกออกไปอย่างนั้นเสร็จเลโอก็เรียกอารุธทุกชิ้นออกมา และเข้าไปสู้กับอสูรร้ายที่มันเริ่มเกรียวกราดขึ้นมาอีกรอบ และคราวนี้เลโอก็เข้าไปต่อสู้กับมันอย่างรอบครอบและมีสติกว่าเดิมมาก

          ดูเหมือนว่าเลโอจะแข็งแกร่งขึ้นมามากกว่าเดิม หลังจากที่กลับขึ้นมาใหม่

          พึ่บ

          "ฮึ่ย หนอย..." เลโอสบถออกมาอย่างเจ็บใจที่พลาดโดนมันซัดจนตกลงมาที่พื้นอย่างนี้อีกแล้ว

          พรึ่บ พรึ่บ

          "เฮ้ย นายไม่ได้ตัวคนเดียวนะ"  คาร์ดิสพูดขึ้นเมื่อวิ่งถือดาบเข้ามายืนบังอยู่ที่ด้านหน้าของเลโอพร้อมกับยอนและวาร์โร ทุกคนพร้อมใจกันเข้ามายืนเป็นกำแพงบังเป็นโล่ให้เลโอดั่งเช่นเหล่าองครักษ์

          "ยังไม่จบแค่นี้สักหน่อย" ยอนพูดอย่างมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ง่ายๆเช่นกัน

          "ชั้นเองพอถึงเวลาก็สู้ไม่ถอยเหมือนกันนะ" วาร์โรเองก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมที่จะเผชิญหน้าและต่อสู้ร่วมไปกับเพื่อนอย่างไม่ได้หวั่นเกรงเช่นกัน

          "ยังไหวอยู่รึเปล่า เลโอ ?" ยอนหันกลับไปถามเลโอที่ตอนนี้ได้ลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างๆเขาแล้ว

          "อ่า แหงอยู่แล้ว" เลโอยิ้มให้ยอนก่อนจะตอบอย่างสบายๆ

          " ลุยกันเลย เลโอ" ยอนพูดจบก็วิ่งออกไปพร้อมกับเลโอ 

          พึ่บ ๆ ฉวัะ ! ฉวัะ ! 

          เลโอและยอนทั้งสองคนก็ใช้ความเร็วพุ่งวาร์ปเข้าไปตัดแขนซ้าย-ขวาของอสูรตนนั้นจนมันขาดไปในดาบเดียว

          อสูรร้ายกรีดร้องอย่างเจ็บปวดโหยหวนทันทีที่โดนตันแขนทิ้งไปพร้อมกันทั้งสองข้าง


          "เฮอะ ดูเห่ยเป็นบ้าเลยนี่หว่า" เลโอพูดเย้ยเยาะอสูรตนนั้นขึ้นอย่างสะใจที่สามารถตัดแขนทั้งสองข้างของทิ้งไปได้แล้ว


          หึ ไม่มีแขนแล้วแกจะใช้อะไรจับอาวุธมาสู้กับชั้นได้อีกล่ะ


          "ย๊ากกกก" คาร์ดิสถือดาบวิ่งเข้าไปฟันที่กลางลำตัวของมันซ้ำต่อจากเลโอและยอน  

          เลโอก็วิ่งเข้าไปซ้ำที่คาร์ดิสอีกรอบ แล้วเรียกให้ยอนที่ไปซุ่มรออยู่ที่ด้านหลังของอสูรให้เข้าโจมตีได้เลย "ยอน !"

          ยอนกระโดดขึ้นเข้าไปฟาดเข้าที่หัวของมันอย่างแรงจนเลือดหัวของมันพุ่งกระจายออกมา พร้อมๆกับเลโอที่พุ่งปลายดาบแทงเข้าที่หน้าท้องของมัน  ฉึก !

          "วาร์โร !" เลโอเรียกวาร์โรให้ขึ้นมาปีนหลังเขาและยิ่งปืนใส่มันซ้ำต่อจากทุกคนด้วยทันที อย่างไม่ยอมปล่อยช่องว่างให้อสูรตนนั้นได้หลบหลีกหือว่าสู้กลับใดๆได้ ด้วยการโจมตีแบบผสานกันของพวกเขาที่สี่คนในรอบนี้

ปัง ปัง ปัง

          วาร์โรยิ่งกระสุนรัวๆใส่ที่หน้าของมัน เพื่อทำให้มันไม่สามารถมองทางการเคลื่อนไหวแผนการโจมตีของพวกเขาได้

          "คาร์ดิส !" เลโอเรียกคาร์ดิสเพื่อให้รีบเข้ามาช่วยส่ง(เหวี่ยง)ตัวเขาขึ้นไปหาอสูร ด้วยการเกี่ยวแขนกันแล้วหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ส่งเลโอขึ้นไปปิดฉากจบการต่อสู้ครั้งนี้

          เลโอหมุนม้วนตัวขึ้นไปอย่างสวยงามพร้อมกับดาบใหญ่ของเขา


          "ย๊ากกก"

          

          เลโอใส่แรงและพลังทั้งหมดของเขาไปในดาบเดียว เพื่อตัดหัวที่มีใบหน้าที่แสนน่าเกียจน่ากลัวของอสูรร้ายตนนั้น  

          ฉวัะ!!!

          เลือดมากมายพุ่งกระจายออกมาทันทีเมื่อคอของอสูรถูกเลโอตัดจนขาดออกจากตัว และหัวใหญ่โตของมันก็หลุดลอยกระเด่นออกไปไกล

          ตึง!

          พรึ่บ

          เลโอลงมาถึงพื้นพร้อมๆกันกับหัวของอสูรที่เขาเป็นคนตัดมันขาด

          โงนเงนๆ

          วึดด ตึง!

          ยอน คาร์ดิส และวาร์โรยืนมองร่างใหญ่ยักษ์ของอสูรที่มันล้มตึงลงมากองอยู่ตรงหน้าพวกเขา และพอฝุ่นควันจางลงแล้วยอนก็รีบมองหาเลโอทันที และเขาก็เห็นร่างสูงของเลโอกำลังค่อยๆลุกขึ้นยืนอยู่อีกที่หนึ่งที่ห่างจากพวกเขาอยู่พอควร

          เลโอหอบหายใจลุกขึ้นมาอย่างเหนื่อยล้า เขายืนเซโงนเงนไปมาก่อนจะค่อยๆเดินถอยหลังออกไปจากร่างอสูรที่นอนตายอยู่ตรงหน้านั้น เดินเลี่ยงหลบออกที่ตรงริมหน้าผา..ด้วยสภาพของคนที่เริ่มจะไม่มั่นคง เขาดูเหมือนคนที่กำลังหมดเรี่ยวแรงลงไปทุกที 


          น่าเป็นห่วงจัง



          "สำเร็จแล้วเหรอ?" คาร์ดิสมองดูสภาพศพของอสูรร้ายตรงหน้าแล้วพูดขึ้นมาอย่างเหน็ดเหนื่อย

          "สำเร็จ...สำเร็จแล้ว !" วาร์โรร้องขึ้นมาด้วยท่าทางที่ดีใจอย่างสุดๆที่พวกเขาสามารถจัดการกับอสูรร้ายได้สำเร็จ  

          "เลโอ ! ...โอ๊ะ?" วาร์โรเรียกหาเลโอและเตรียมท่าจะวิ่งเข้าไปหาเลโอด้วยแหละ แต่ว่าโดนยอนยกมือขึ้นมาห้ามเขาเอาไว้เสียก่อน เพราะรู้ว่าตอนนี้ควรปล่อยให้เลโอได้มีเวลาอยู่กับตัวเองคนเดียวไปก่อน


          เลโอเดินออกไปที่ริมหน้าผาที่เขาตกไปก่อนหน้านี้ ด้วยแผ่นหลังเศร้าๆ

          เลโอมองออกไปยังท้องทะเลกว้างตรงหน้าและนึกย้อนกลับไปถึงครั้งหนึ่งในอดีต




          ไม่รู้ว่าในตอนนั้นมันผ่านวันคืนไปมากน้อยเท่าไหร่...ที่เขาต้องนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงในห้องนอนของเขา หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้น 
          แต่ว่า ทันทีเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในย่ามเช้าของวันหนึ่ง 
          สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้ก็คือความอบอุ่นจากสองมือที่กอบกุมมือข้างซ้ายของเขาเอาไว้อย่างทะนุถนอม ...จากท่านแม่

          "ท่านแม่ ?" เลโอเอ่ยเรียกคนที่นั่งเฝ้าจับมือของเขากุมเอาไว้อยู่ไม่ห่างขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเพราะขาดน้ำไปนานหลายวัน

          ท่านแม่ยิ้มให้เขาด้วยสายตาที่แสนอบอุ่นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักของคนเป็นแม่ที่มีห้ลูก แล้วท่านแม่ก็ได้บอกกับเขาว่า

          "เลโอ แม่จะปกป้องลูกเอง"




          "ท่านแม่....ท่านพ่อ..." เลโอเอ่ยเรียกถึงท่านแม่ท่านพ่อที่จากไปไกลแล้วของเขาด้วยน้ำเสียงสั่นและน้ำตาที่คลออยู่เต็มหน่วย

          ความรู้สึกคิดถึงและโหยหาที่มากเกินจะพูดออกมาได้ เมื่อได้คิดถึงใบหน้าของบุคคลอันเป็นที่รักที่เคารพที่สุดของตัวเอง อย่างท่านแม่และท่านพ่อ

          เลโอทรุดเข่านั่งร้องไห้ลงตรงนั้นอย่างสุดที่จะฝืน...

          ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาพยายามเข้มแข็งและอดทนอดกลั้น เก็บซ่อนความรู้สึกอ่อนแอของตัวเองเอาไว้ในส่วนลึกมาโดยตลอด 

          แต่ในวันนี้ ทั้งความทรงจำอันแสนโหดร้ายและความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดในหัวใจของเลโอ ทุกอย่างที่ว่าเคยลืมเลือนไปแล้ว...มันได้ตีย้อนกลับมาหาเลโออีกครั้ง 

          ไม่ไหว เขาทนฝืนมันเอาไว้ไม่ไหวจริงๆ...ความทรงจำฝั่งใจเหล่านั้น นึกว่าจะลืมมันไปแล้ว...แต่ก็มันก็ยังคงชัดเจนอยู่เหมือนเดิม ความเจ็บปวดเสียใจที่ว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลยในตอนนั้น และตอนนี้มันทำให้เขาได้เข้าใจแล้วว่า

          ความเจ็บปวดฝั่งใจมันไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาเลยสักนิด




          "ยอน" คาร์ดิสหันไปเรียกยอนที่ยืนนิ่งมองเลโอด้วยสีหน้าเป็นห่วงและดูเจ็บปวดไปกับเลโออยู่ไม่น้อย

          "หือ?" ยอนหันไปหาคาร์ดิส

          "ชั้นกับวาร์โรจะไปรอกันที่รถ นายช่วยเข้าไปดูเลโอแทนพวกเราหน่อยนะ" คาร์ดิสบอกกับยอนอย่างรู้ดีว่าในเวลาแบบนี้ คนที่เขาวางใจว่าสามารถช่วยทำให้เลโอสงบใจลงได้คงมีเพียงแค่ยอนเท่านั้น

          "อื้อ ชั้นเห็นด้วยกับคาร์ดิสนะ ยอนไปหาเลโอเถอะ เดี๋ยวพวกชั้นจะไปรอกันที่รถนะ ไม่ต้องรีบก็ได้" วาร์โรเองก็ด้วย เพราะนอกจากยอนแล้วในเวลาแบบนี้เลโอคงไม่ต้องการใครหรอก

          "อืม เข้าใจแล้วล่ะ" ยอนพยักให้กับทั้งสองคนก่อนจะเดินเข้าไปหาเลโอ



          สวบ

          แปะ

          ยอนแปะมือลงไปที่ไหล่กว้างที่กำลังสั่นเทาของเลโอเบาๆ ก่อนจะค่อยนั่งลงข้างๆเลโอแล้วดึงเลโอเข้ามากอดเอาไว้อย่างปลอบโยน

          "ไม่เป็นไรนะ ชั้นจะเป็นที่พักให้เลโอเอง" ยอนกระซิบบอกกับเลโอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

          "ยอน..." เลโอค่อยๆยกมือที่มันอ่อนแรงทั้งสองข้างขึ้นมากอดยอนเอาไว้

          "ชั้นจะอยู่กับเลโออย่างนี้ จนกว่าเลโอจะรู้สึกสบายใจขึ้นนะ" ยอนพูดและลูบแผ่นหลังกว้างของเลโอไปด้วย




          -เวลาต่อมา-

          บรืนนน

          วงล้อรถที่หมุนไปข้างหน้าเรื่อยๆบนเส้นทางสายหนึ่ง ที่มันเป็นเส้นทางที่จะไปยังที่จุดที่หมายของพวกเขาทั้งสี่คน

          "นี่ พอถึงอัลทิชเชียแล้วเราจะเอายังไงต่อเหรอ?" วาร์โรถามขึ้น

          "ไม่รู้" คาร์ดิสตอบไปตามความจริง "แต่ยังไงก็ต้องไปถล่มพวกจักรวรรดิอยู่ดี"

          "อา" เสียงยอนที่เอ่ยขึ้นมาเพื่อจะบอกว่าคำตอบของเขาก็เหมือนกันกับคาร์ดิส  "ใครจะยอมให้ลูซิสอยู่ในสภาพนี้กัน"

          "พวกเรา 4 คนจะชนะได้รึเปล่านะ?" วาร์โรพูดเสียงเบาลงอย่างไม่ค่อยมั่นใจ จนคาร์ดิสที่นั่งกอดอกคู่อยู่ข้างๆกันยกยิ้มขึ้นมาให้กับความคิดกังวลของวาร์โร ก่อนจะพูดกับวาร์โรที่ดูขาดความเชื่อมั่นว่า

          "จะถอนตัวก็ได้นะ สำหรับพวกเรามันเป็นภารกิจ แต่นายไม่เกี่ยว" คาร์ดิสพูดอย่างนั่นแต่ใบหน้าก็คงมีรอยยิ้มให้กับเด็กน้อยอย่างวาร์โรอยู่

          "ป่านนี้แล้วชั้นไม่พูดแบบนั้นหรอกน่า" วาร์โรรีบหันหน้ากลับมาพูดเสียงสูงกับคาร์ดิสทันทีที่ได้ยินคาร์ดิสพูดกับตัวเองอย่างนั้น  "ชั้นเองก็..."

          "ไม่พอใจสินะ?" เลโอที่เงียบมาตลอดทางพูดขึ้นมาบ้าง

          "หือ?" วาร์โรกับคาร์ดิสหันไปทางเลโอพร้อมกันทันที 

          "เพราะไม่พอใจที่โดนแย่งชิง ถึงต้องไปเอาคืนมา...มันก็เท่านั้นแหละ" เลโอนั่งมองต่ำอย่างคนที่ดูเฉยเมยต่อทุกสิ่ง ในขณะที่กล่าวพูดสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ออกไป

          "นั่นสิ" ยอนพูดอย่างเข้าใจ

          "ไม่เกี่ยวว่าจุดยืนจะเป็นยังไง" คาร์ดิสพูดแล้วก็หันไปทางวาร์โร เพื่อจะให้วาร์โรได้พูดอะไรต่อจากเขา

          "ชั้นคงหลอกตัวเองถ้าบอกว่าไม่กลัว แต่มันต้องไปเอาคืน...อื้ม ! ไปกอบกู้มันคืนมากันเถอะ" ประโยคหลังวาร์โรพูดออกไปอย่างมุ่งมั่นและก็กลับมาร่าเริงเหมือนปกติอีกครั้ง

          "อา" เลโอตอบรับความตั้งใจของเพื่อนเอาไว้เพียงสั้นๆ ด้วยแววตาที่มีความยินดี ก่อนที่เขาจะหันหน้าออกไปมองวิวฝั่งทะเลที่อยู่ข้างเส้นทางของพวกเขา แล้วสีหน้ากับแววตาของเลโอที่ดูมีความสุขอยู่ในตอนแรก ก็ค่อยเปลี่ยนเป็นความเครียดกังวล...โดยที่ไม่มีใครรู้



          "อยากถึงอัลทิชเชียเร็วๆแล้วอ่ะ" วาร์โรพูด

          "ก็แค่อยากเจอเจ้าหญิงวีเด้นส์ไม่ใช่รึไง?" คาร์ดิสขยี้

          "อาจจะมาเจอแค่ชั้นคนเดียวก็ได้นะ" เลโอบอก

          "เอ๋ ไหนว่าชั้นจะได้เจอไง?" วาร์โรท้วงขึ้นทันที

          "ใช่เหรอ?" เลโอยังคงพูดแกล้งวาร์โรต่อ

          "โหย ไรอ่ะ?" วาร์โรทำเสียงไม่ยอม ก่อนจะเข้าไปงอแงกับเลโอที่นั่งคู่กับยอนอยู่เบาะหน้า "ต้องให้ชั้นได้เจอนะ เลโอ !"

          "หึหึ" เลโอหัวเราะในลำคอเบาๆอย่างพอใจที่ได้แกล้งเพื่อน

          "เฮ้ ! เลโอ !" วาร์โรไม่ยอมแพ้ และคงโวยวายใส่เลโอต่อไป

          "เฮ้ย หนวกหู วาร์โร !" คาร์ดิสดุและดึงเอววาร์โรให้กลับลงมานั่งเหมือนเดิมและเลิกโวยวายเสียงดังซักที

          "อย่าขยับสิ รถวิ่งอยู่นะ เดี๋ยวมันก็ปัดหรอก" และยอนก็พูดดุเตือนกันไปอีกรอบ

          "เฮ้อ หลับดีกว่า" เลโอยิ้มให้กับความวุ่นวายของเพื่อนๆ ก่อนจะหันกลับเข้ามาในรถ แล้วมองไปที่ใบหน้าสวยของคนที่กำลังตั้งใจขับรถอยู่ด้วยสายตาที่มีความหมายพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับตาลงและกลายเป็นเด็กน้อยเลโอขี้เซ้าอีกครั้ง

          สายตาที่มองมาเมื่อครู่นี้จากเลโอ ใช่ว่าคนถูกมองอย่างยอนจะไม่ทันเห็นหรอกนะ ถึงไม่ได้หันกลับไปมองตอบ แต่ว่ายอนก็ได้ยกยิ้มหวานให้แทนไปแล้วต่างหาก

          ยอนละมือข้างหนึ่งออกว่าจากพวงมาลัยรถ และเอื้อมมือข้างนั้นออกไปลูบเบาๆที่บนศรีษะของเลโอที่ดูเหมือนจะหลับไปแล้วเบาๆอย่างเอ็นดู

          ความอบอุ่นจากฝ่ามือของยอนเนี่ย มันรู้สึกอบอุ่นเข้ามาถึงในหัวใจเลยนะ





To be continued....





~~~~~~~~

O'er rotted soil, under blighted sky, 

A dread Plague the Wicked has wrought

In the Light of the Gods, Sword-Sworn at his Side,

'Gainst the Dark the King's Battle is fought

From the Heavens high, to the Blessed below.

Shines the Beam of a Peace long besought

 

"Long live thy Line and these Stones divine,

For the Night when All comes to Naught"

 

-Cosmogony 15:2, "Nadir"- 



~~~~~~~~~~
















         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #60 Cha_n (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:59
    ยอนก็ยังคงอบอุ่นเสมอ^^
    #60
    0