THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 43 : The Freak Out ll ep.9 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 พ.ค. 61

THE FREAK OUT ll
회 9




           "อุว้าววว" วาร์โรร้องอุทานขึ้นเป็นคนแรกทันที เมื่อรถขับพ้นออกมาจากอุโมงค์แล้วแล้วโผล่ออกมาที่เมืองใหม่

          "สวย!" คาร์ดิสบอก

          "เมืองใหญ่กว่าที่คิดนะ" เลโอพูดอย่างตื่นเต้น

         "อ่า เราไม่ได้อยู่ในเมืองกันมาสักพักแล้วนี่นะ" คาร์ดิสพูด

          "โอ๊ะ! นั่น? มีเคเบิ้ลคาร์ด้วยหล่ะ" วาร์โรชี้มือขึ้นข้างบนให้ทุกคนดูรถกระเช้า

          "อ่า นั่นหน่ะ จะไปสุดที่ไหนกันนะ?" ยอนพูดอย่างสงสัยจุดสิ้นสุดของเคเบิ้ลคาร์ อยากจะรู้ว่ามันนั่งไปไหนได้บ้าง

          แล้วจากนั้นยอนก็ขับเลี้ยวรถลงไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของเมือง

          "อ่า มันร้อนจัง ตั้งแต่ตะกี๊แล้ว" เลโอบ่นขึ้นมา เมื่อยอนได้ถอดรถเข้ามาจอดที่ช่องจอดรถเรียบร้อยแล้ว (เปิดประตูรถลงไปแล้วก็ยังบ่นไม่หยุด)

          "อยากไปหาที่เย็นๆอยู่แล้วเนี่ย" แม้แต่คาร์ดิสเองก็ยังต้องบ่นถึงความร้อนที่มากเกินไปของเมืองนี้

          "ช่ายย" เลโอพยักหน้าให้คาร์ดิสรัวๆอย่างเห็นด้วยสุดๆ

          "คืนนี้เราจะได้นอนในห้องพักดีๆมั้ยน้า?" วาร์โรพูด

          "ได้สิ ที่นี่หน่ะมีโรงแรมอยู่ด้วยนะ ไปกันเถอะ" ยอนบอก แล้วจากนั้นทุกคนก็พากันเดินขึ้นไปจากลานจอดรถ เพื่อไปตามหารีเธียน้องสาวของคาดิสที่กำลังรอพวกเค้าอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่ในเมืองนี้


           "เรามาถึง Lestallum แล้วนะ" วาร์โรเสียงสดใส พร้อมทั้งมองดูซ้าย มองดูขวาอย่างสนอกสนใจ "คนเยอะชะมัดเลย"

          "นี่เป็นทางหลักของเมืองงั้นสินะ" ยอนเอ่ยขึ้นอย่างเก็บเกี่ยวข้อมูล

          "อ่า" เลโอพยักหน้าเหมือนสนใจ

          "แล้วว่าแต่ รีเธียอยู่รอที่ไหนเหรอ?" วาร์โรหันไปถามคารดิส

          "อ่า เธอส่งข้อความมาว่ารออยู่ที่โรงแรมที่ชื่อ Leville น่ะ" คาร์ดิสตอบหลังจากเอามือถือขึ้นมาเปิดดูกล่องข้อความจากน้องสาว

          "โอเค งั้นเราก็ไปหาเธอกัน" พูดจบเลโอก็เดินนำทุกคนออกไปตามหาโรงแรมที่น้องสาวของคาร์ดิสรออยู่ทันที




-เวลาต่อมา-

          ครื้นน!

          "เอ๊ะ! พวกนายรู้สึกมั้ย?" วาร์โรร้องขึ้นอย่างตกใจ

          "อะไร แผ่นดินไหวเหรอ?" เสียงพูดของคาร์ดิส

          เลโอยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมหน้า ด้วยท่าทางของคนที่กำลังเจ็บปวดทรมานกับอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นมาในหัวอย่างฉับพลัน
          เลโอรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง ก่อนจะมีภาพของดวงตาสีทองที่เหมือนมันจ้องมองมาที่ตัวเองอย่างน่ากลัว

          "กึก...อะ อ่า..." เลโอส่ายหัวไล่ความรู้สึกและภาพแปลกประหลาดนั้นออกไป

          "เลโอ เกิดไรขึ้น?" ยอนเดินเข้าไปดูเลโอใกล้ๆอย่างนึกห่วง เพราะเมื่อครู่เหมือนว่าตัวเองจะเห็นท่าทางแปลกๆไปของเลโอ

          และทุกคนก็หันกลับมามองเลโอด้วยสีหน้าเดียวกัน (สีหน้าของคนที่เป็นห่วงและเป็นกังวล)

          "เออ คือหัวชั้นมัน...สั่นๆ สะเทือนน่ะ" เลโอตอบ

          "โอเคป่าว?" วาร์โรถาม ยอนและคาร์ดิสก็ยืนมองเลโออย่างเป็นห่วงไม่จาง

          "อืม ไม่เป็นไร" เลโอพยักตอบไป อย่างไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วงกังวล แล้วจึงเดินไปที่บันไดทางเข้าหน้าโรงแรม Leville ที่อยู่ตรงด้านหน้าของพวกเค้าพอดี

          "เลโอ ตอนที่พื้นสั่นสะเทือนนายปวดหัวเหรอ?" ยอนถาม

          "อืม ใช่" เลโอตอบพร้อมทั้งเดินขึ้นบันไดไปด้วย

          "อย่างงั้นเหรอ....น่าแปลกแหะ" ยอนแอบลอบถอนหายใจก่อนเบาๆและเก็บความสงสัยที่มีไว้ข้างในก่อน เอาไว้ค่อยถามอีกทีล่ะกัน ตอนนี้ต้องรีบไปหารีเธียก่อน


          ตอนนี้ทุกคนได้พากันเดินเข้าไปรอรีเธียอยู่ที่หน้าล็อบบี้ของโรงแรมที่รีเธียพักกันเรียบร้อยแล้ว

          ตึก ตึก

          "อ่า พี่ค่า~า" รีเธียเดินลงบันไดมาจากบนห้องพัก พอเห็นร่างสูงของพี่ชายตัวเองที่ยืนอยู่ตรงหน้าล็อบบี้กับเพื่อนๆก็ ดีใจโบกมือขึ้นเรียกพี่ชายตัวเอง พร้อมทั้งรีบเดินลงไปหาพวกเค้าด้วย

          "รีเธีย!" คาร์ดิสหันไปตามเสียงเรียกที่คุ้นเคยของน้องสาว แล้วจึงยิ้มออกมาอย่างดีใจและโล่งอกที่ได้เห็นว่าน้องสาวตัวเองนั่นปลอดภัยดี

          "โห่ ดูทุกคนสิ ดีใจที่มาถึงที่นี่นะ" รีเธียพูดพร้อมรอยยิ้มสดใสของเธอในระหว่างที่เดินเข้าไปหาทุกคน และทั้งสี่คนเองก็ต่างยืนส่งยิ้มให้เธออย่างยินดีด้วยเช่นกัน

          "อ่า ฮ่าๆๆ แน่นอนสิ เธอเองก็สบายดีนะ" วาร์โรพูดตอบไปอย่างร่าเริงเช่นกัน

          "อื้ม ใช่สบายดี แล้วนี่ทุกคนจะอยู่ที่นี่ด้วยรึเปล่า?" รีเธียตอบวาร์โรแล้วก็เอ่ยถามต่อด้วย   

          "อืม ใช่" คาร์ดิสตอบน้องสาว

          "อ่า ตามนั้นแหละ" ยอนเสริมขึ้นอีกนิดเพื่อแสดงถึงคำตอบที่ชัดเจนว่าพวกเขาทั้งสี่คนจะพักอยู่ที่นี่ก่อน 

          "ถ้ามีเวลา ยังไงก็มานั่งคุยกันก่อนนะ" คาร์ดิสบอกกับน้องสาว

          "อื้ม ได้สิ" รีเธียพยักหน้าให้พี่ชายอย่างตกลงตามนั้น


          แล้วหลังจากนั้น ยอนก็ไปจัดการเรื่องห้องพักสำหรับพวกเค้าทั้งสี่คน โดยตั้งใจไว้ว่าจะจองห้องพักแบบสำหรับครอบครัวในทีแรก แต่ทว่า น่าเสียดายที่ในตอนนี้ห้องสำหรับครอบครัวนั้นได้ถูกจองจนเต็มหมดแล้ว ยอนจึงจำเป็นต้องเลือกจองห้องพักเป็นสองห้องติดกันแทน




-ช่วงค่ำที่ห้องพักของเลโอ-


          "อ่า จาร์เรด , ทาลคอตท์ ดีใจที่ได้พบกันนะ" คาร์ดิสเอ่ยทักทายคุณปู่จาร์เรด(พ่อบ้านประจำตระกูลฮัน)และเจ้าหนูน้อยทาลคอตท์ ที่ได้แวะเข้ามาที่ห้องพักของพวกเขาทั้งสี่คน เพื่อมาทักทายและเข้าเฝ้าเจ้าชายเลโอด้วยนั่นเอง

          "เช่นกันครับ ท่านคาร์ดิส" จาร์เรดโค้งให้คาร์ดิสอย่างสุภาพ

          "เจ้าชายเลโอ รีเธียอยู่กับผมปลอดภัยแน่นอนครับ" เจ้าหนูทาลคอตท์พูดและกำมือยกขึ้นมาไว้ที่หน้าอกด้วยท่าทางที่เหมือนกับอัศวินผู้พิทักษ์ให้กับเลโอ จนทำให้รีเธียที่ยืนอยู่ตรงใกล้ๆต้องก้มหน้าลงไปดูสีหน้าที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมของเจ้าหนูน้อยวัยแปดขวบอย่าง ทาลคอตท์ ด้วยความเอ็นดู

          "อ่า ต้องขอประทานอภัยแทนหลานชายของผมด้วยขอรับ เค้ายังเด็กและไม่รู้เรื่องมารยาทเท่าไหร่" จาร์เรดโค้งขอโทษเลโอแทนหลายชายตัวน้อย

          "อ่า ไม่เป็นไรครับ"  เลโอยกยิ้มให้อย่างใจดีและเอ่ยบอกไปอย่างไม่คิดถือสาอะไร

          "ขอบพระทัยที่ไม่ทรงถือสา ฝ่าบาทช่างเป็นคนจิตใจดี ถ้างั้น หม่อมฉันทูลลาขอรับ" จาร์เรดขอตัวลาพร้อมโค้งเคารพเลโออีกครั้งก่อนจะจากไป

          "เจ้าชายเลโอ ราตรีสวัสดิ์นะครับ" ทาลคอตท์ก็รีบบอกลาและโค้งให้เลโออย่างอ่อนน้อมตามอย่างคุณปู่ของตัวเองด้วยเช่นกัน ช่างเป็นเด็กที่ฉลาดและน่ารักจริงๆ

          เมื่อล่ำลากันเสร็จแล้ว จาร์เรดก็ได้เดินนำหลานชายตัวน้อยกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง เพื่อให้เจ้านายที่เหลืออยู่นั้นได้พูดคุยกันอย่างเป็นส่วนตัวกันต่อไป



          แกร๊ก ปึก 

          รีเธียทำหน้าที่ปิดประตูห้องให้ทุกคน แล้วทุกคนก็เดินไปนั่งร่วมกันที่ชุดโซฟาตรงมุมห้องข้างปลายเตียงนอน เพื่อจะได้พูดคุยกัน...

          วาร์โรเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ในสุด ตามด้วยเลโอที่เดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี๋หุุ้มเบาะหรูตัวถัดมา และเก้าอี้ตัวสุดท้ายก็เป็นรีเธียที่เดินเข้าไปนั่ง ส่วนยอนนั้นเลือกเดินไปนั่งที่ปลายเตียง และคาร์ดิสก็เลือกยืนกอดอกอยู่ที่ข้างๆน้องสาวนั้นเอง

          "รีเธีย ในเมือง...มันเป็นยังไงบ้าง?" เลโอเริ่มหันไปถามรีเธียก่อนเป็นคนแรก

          "ไม่ดีเลย ที่ประสาทถูกเล่นงานยับเยิน...แต่ว่าชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลออกไปรอด" รีเธียตอบคำถามเลโอแล้วเธอก็มีสีหน้าที่ดูเศร้าหม่อนลงทันที เมื่อต้องห้วนนึกถึงเหตุการณ์ในวัน...นั้นอีกครั้ง

          "พวกจักรวรรดิมันเล็งเป้าไว้แต่แรกแล้วอย่างที่คิด" ยอนพูดในสิ่งที่ตัวเองได้คิดเอาไว้  แล้วยอนก็ก้มหน้าลงมองมือทั้งสองข้างของตัวเองที่กุมประสานกันแน่นอยู่บนตัก ด้วยสีหน้าของคนที่กำลังคิดไม่ตก

          "นี่ ถ้ามีอะไรอยากถามล่ะก็ พูดมาได้เลยนะ" เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเองนานแล้วรีเธียจึงได้หันไปบอกกับเลโออีกครั้ง

          "อ่ะ ...อืม ขอบใจนะ" เลโอพยักหน้าให้เธออย่างขอบใจ แล้วจึงก้มหน้าลงอย่างเดิมเพราะว่าเค้ายังคงไม่ได้คิดจะถามอะไรกับเธออีกในตอนนี้

          แต่ว่ารีเธียก็ยังคงมองเลโออยู่อย่างนั้น ไม่ยอมละสายตาออกไปไหน ดูคล้ายว่าเธอจะยังมีบางอย่างที่อยากจะบอกกับเลโออยู่ แต่ว่าก็ยังลังเลใจอยู่ว่าควรดีมั้ย ที่จะพูดเรื่องนี้ออกไป

          "หือ อะไร?" เลโอรู้สึกว่าตัวเองยังคงถูกจ้องมองอยู่ ก็เลยต้องเงยหน้าขึ้นมาถามคนที่ยังมองตัวเองอยู่ว่า มีอะไร? 

          "เออ คือเรื่องของเจ้าหญิงวีเด้นส์น่ะ" เมื่อเลโอหันกลับมาถามอีกครั้งอย่างนั้นแล้ว รีเธียก็รีบพูดเรื่องที่ยังเหลืออยู่กับเลโอทันทีว่า "เรื่องเจ้าหญิงวีเด้นส์น่ะ คือชั้นได้ยินมาว่าเธอมาที่เมืองนี้"

          " .... " เลโอมีสีหน้าที่ดูจริงจังและตั้งใจฟังมากขึ้น เมื่อได้ยินชื่อของเจ้าหญิงผู้ที่(เคย)เป็นว่าที่เจ้าสาวของตัวเอง 

          "เธอมาที่นี่ แต่ว่าแค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น แล้วเธอก็ออกไปเลย ...อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่" รีเธียพูดประโยคสุดท้ายด้วยรอยยิ้มอย่างให้กำลังใจเลโอ

          "อ่า เฮ้อ..." เลโอหลับตาลงและถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ได้ยินเช่นนั้น แล้วจึงลืมตาขึ้นหันไปมองรีเธียอีกครั้งและพูดกับเธอว่า "อืม เข้าใจแล้ว ขอบใจนะ"

          "อื้ม งั้นทุกคนก็พักผ่อนให้สบายนะ ชั้นขอตัวก่อน" เธอพยักหน้าให้เลโอว่าไม่เป็นไร แล้วจึงบอกลาทุกคนพร้อมทั้งลุกขึ้นเตรียมตัวเดินออกไปจากห้อง แต่ก่อนจะไปเธอก็ยังหันไปยิ้มให้กับทุกคนก่อนแล้วเธอจึงเดินออกไป



-หลังจากที่รีเธียออกไปแล้ว-

          "อืม อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเธอปลอดภัย" คาร์ดิสพูดขึ้นอย่างให้กำลังใจเลโอ

          "ใช่ๆ มันเป็นข่าวดีเลยนะ" วาร์โรพยักหน้าอย่างเห็นด้วยตามคาร์ดิส

          "อืม" เลโอพยักหน้าให้ทั้งสองคนเบาๆอย่างขอบใจที่เป็นห่วงกัน

          "โอเค นี่ก็ดึกแล้ว งั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนดีกว่า แล้วพรุ่งนี้จะทำอะไรก็ค่อยมาว่ากันอีกที" ยอนเอ่ยบอกกับทุกคนอย่างนั้น แล้วจึงลุกขึ้นเตรียมตัวจะเดินออกไปจากห้อง แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวเดินออกไปไหนก็โดนเสียงของใครคนหนึ่ง(เสียงของผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในห้องนั่นแหละ)รั้งเอาไว้ก่อน

          "นายจะไปไหน?" เลโอรีบถามขึ้นทันที เมื่อเห็นว่ายอนเตรียมท่าจะเดินออกไปจากห้อง

          "หือ? ชั้นเหรอ?" ยอนหันกลับไปมองเลโอพร้อมทั้งชี้นิ้วขึ้นมาที่หน้าตัวเองด้วยอย่างงงๆ ว่าเมื่อกี้นี้เลโอพูดกับตัวเองใช่มั้ย?

          "อืม ใช่ นายจะไปไหน?" เลโอพยักให้ยอนอย่างจริงจังและถามซ้ำไปอีกครั้ง

          "หือ? ชั้นจะไหนล่ะ ก็ต้องกลับไปที่ห้องพักน่ะสิ ...ถามแปลกๆนะ" ยอนตอบกลับไปแบบซื่อๆ ด้วยสีหน้าที่ยังคงไม่เข้าใจอยู่นิดๆ ว่าเลโอจะถามไปทำไม?

          "อ้าว ก็ชั้นคิดว่านายจะนอนที่ห้องนี้...ไม่ใช่หรอกเหรอ?" เลโอยังคงตีหน้ามึนถามต่อไป เหมือนว่าเค้ายังคงต้องการบ้างอย่างจากยอนอยู่ แต่ก็ไม่ยอมพูดบอกออกไปตรงๆ

          "เปล่า ชั้นนอนอีกห้องกับคาร์ดิสต่างหาก" แต่ยอนก็ยังคงมองไม่เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของเลโอ ยอนจึงตอบออกไปตามความตั้งใจของตัวเองอย่างไม่ทันได้คิดอะไร

          อะไรกัน...นึกว่านายจะเลือกอยู่กับชั้นมากกว่าเสียอีกนะยอน เลโอมีแววตาที่ผิดหวังและดูน้อยใจอยู่วูบหนึ่ง เมื่อได้ยินคำตอบของยอน

          "อ่า งั้นเหรอ"  เมื่อไม่สามารถบอกความต้องการของตัวเองออกไปตรงๆได้ เลโอจึงได้แต่หลบสายตาออกจากยอน และพยายาทปรับเสียงให้เป็นปกติทีสุดเพื่อไม่ให้ยอนหรือว่าเพื่อนอีกสองคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ด้วยกันในห้อง ได้รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกน้อยใจ



          " ... "  เมื่อเป็นแบบนั้นยอนจึงได้แต่ยืนนิ่งค้างเหมือนคนไปไม่ถูก และได้แต่จ้องมองเลโออยู่อย่างนั้น โดยที่เค้าเองไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดีในสถานการณ์เช่นนี้ 

          แต่ที่แน่ๆเลยตอนนี้ยอนเริ่มรู้สึกผิดต่อเลโอขึ้นมาในใจแปลกๆ

          ทั้งห้องเงียบไปอยู่พักหนึ่ง แล้วหนุ่มน้อยที่สดใสร่าเริงที่สุดในกลุ่มอย่างวาร์โรก็ได้ตัดสินใจพูดขึ้นมาทำลายความเงียบนี้


          "เออ..นี่ ยอน" วาร์โรเอ่ยเรียกขึ้น เมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ หลังจากยืนเงียบมองทั้งสองคนไปมาอยู่นาน

          "หือ?" ยอนละสายตาออกจากเลโอแล้วหันไปหาวาร์โรที่เรียกตัวเองเมื่อครู่

          "คือว่าชั้นนะ จะขอเปลี่ยนห้องไปนอนกับคาร์ดิสได้มั้ย คือมีเรื่องที่อยากคุยกับคาร์ดิสอยู่พอดีเลยน่ะ" วาร์โรบอกสิ่งที่ตัวเองคิดและยังแอบหันไปส่งซิกกับคาร์ดิสให้ช่วยเล่นละครตามเค้าหน่อย และก็เหมือนว่าคาร์ดิสจะเข้าใจถึงสิ่งที่วาร์โรต้องการเสียด้วยสิ

          "อ้อ นายพูดถึงเรื่องที่อยากจะฝึกวิชากับชั้นใช่มั้ย?" คาร์ดิสก็พยายาทเล่นบทที่วาร์โยนมาให้อย่างแนบเนียนที่สุด

          "ใช่ๆ โอเค~ถ้างั้นก็ตกลงตามนั้นเลยนะ  ยอนนอนกับเลโอที่นี่นะ เดี๋ยวชั้นจะไปนอนกับคาร์ดิสเอง ไปน้า~~า" วาร์โรรีบพูดสรุปเรื่องเองหมดทุกอย่างให้ทุกคนจบเรียบร้อย แล้วจากนั้นเค้าก็รีบเดินไปดึงแขนคาร์ดิสออกไปจากห้องด้วยกันทันที


          ปัง


          เสียงประตูปิดลง ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียนงันกันอีกครั้ง เมื่อบุคคลทั้งสองคนที่ถูกทิ้งเอาไว้ในห้องต่างก็เงียบไม่มีใครยอมเอ่ยพูดอะไรขึ้นมาเลย นอกจากสายตาทั้งสองคู่ที่ยังคงเอาแต่จ้องมองกันด้วยท่าทางอึกอัก

          พรึบ

          ในที่สุด ก็เป็นเลโอนั่นเองที่ทนไม่ไหวกับสถานการณ์ที่มันพูดลำบาก? เค้าจึงตัดสินใจลุกขึ้นหลังจากที่มันผ่านไปได้นานอยู่หลายนาทีแล้ว ตั้งแต่ที่คาร์ดิสกับวาร์โรพากันออกไปจากห้อง

          "เออ ชั้นจะไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน" เลโอพูดขึ้นแล้วก็รีบเดินหนีเข้าไปในห้องน้ำทันที 


          ปัง


          " เฮ้อ..." ยอน ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจเมื่อทันที เมื่อได้ยินเสียงประตูห้องน้ำปิดโดยเลโอ เฮ้อ คงได้มีเวลาที่ตัวเองจะต้องทำใจให้มันเป็นปกติเหมือนเดิมเสียที

          ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้รู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกเลยแบบนี้ด้วย? 
          ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ทั้งที่เมื่อก่อนเราสองคนก็เคยนอนห้องเดียวกันมาก็ตั้งหลายครั้งแล้ว...แต่ทว่า ทำไมครั้งนี้มันถึง...รู้สึกประหมาและก็ตื่นเต้นกว่าครั้งก่อนๆที่ผ่านมากขนาดนี้ได้ล่ะ? มันเกิดอะไรขึ้นกับเราละเนี่ย?




-ผ่าไปเกือบครั้งชั่วโมง-

แกร๊ก...

          เลโอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพทั้งตัวมีเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียวพันปิดส่วนสำคัญไว้อย่างหมิ่นเหม่

          "อะ เออ ทำไมนาย...ถึงออกมาแบบนั้นล่ะ?!" ยอนหันไปถามเลโออย่างพยายามมากที่สุดที่จะมองเพียงแค่ใบหน้าที่ดูง่วงๆของเลโอ โดยที่เค้าจะไม่มองต่ำลงไปมากกว่านั้นเด็ดขาด

          ทำไมอยู่ๆ ร่างกายเรามันก็รู้สึกร้อนวูบๆวาบๆขึ้นมาแบบนี้?


          "อ่า ก็ตอนเข้าไปไม่ได้เอาชุดเข้าไปเปลี่ยนด้วยน่ะ" เลโอตอบคำถามยอนพร้อมทั้งเดินเฉื่อยๆตรงไปทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่ราบอยู่บนเตียงกว้างที่ไว้สำหรับนอนสองคน  อย่างละคนที่ต้องการที่พัก

          ตุบ

          "อ่า ได้อาบน้ำและได้นอนบนเตียงนุ่มๆแบบนี้...รู้สึกสบายจริงๆ" เลโอพูดพึมพำขึ้นมา หลังจากที่ได้ทิ้งตัวลงไปนอนแผ่กว้างอยู่บนเตียงนอน โดยไม่ได้สนใจสภาพตัวเองที่มีเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวนั่นเลยสักนิด และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลย เลโอคงจะลืมไปแล้วว่าในห้องนี้ยังมียอนที่ตอนนี้ยืนอ้างปากค้างมองเลโออย่างอึ้งช็อคอยู่ที่ข้างเตียงด้วยอีกคน

          "นี่ จะนอนทั้งที่ผมเปียกและเสื้อผ้าไม่ใส่เลยแบบนั้นไม่ได้นะ เดี๋ยวก็เป็นหวัดเอาหรอก ลุกขึ้นมาเลยนะเลโอ" ยอนยืนมือท้าวเอวบ่นเลโอเสียงดุทันที เมื่อตั้งสติกลับมาได้แล้ว

          "อ่า น่าๆอย่าเสีนงดังสิ ขอนอนแบบนี้ก่อนแป๊บหนึ่งน่า" เลโอก็หลับตาพูดอย่างไม่สนใจสิ่งที่ยอนบ่นเลย

          หมับ

          "ไม่ได้ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย ลุกขึ้น!" ยอนเห็นท่าว่าเลโอคงจะดื้อกับเค้าอีกแน่ๆ เลยต้องขึ้นไปดึงแขนเลโอให้ลุกขึ้นมา

          "อื้อ ไม่เอาน่า แค่แป๊ปเดียวเอง" เลโอทิ้งน้ำหนักและรั้งแขนตัวเองเอาไว้ ไม่ยอมลุกขึ้นมาตามแรงดึงของยอน ที่ยังคงพยายาทฉุดดึงตัวเองขึ้นอยู่อย่างนั้น

          "ไม่ได้! ดูสิเนี่ย..ที่นอนเปียกหมดแล้วนะเห็นมั้ย" ยอนทั้งดุและยังคงฉุดรั้งดึงแขนเลโอต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้

          หมับ พรึบ!

          "อ๊ะ?!" ยอนเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อโดนเลโอฉุดลงมานอนหงายอยู่ใต้ร่างหนาของเลโออย่างงงๆ

          " .... " เลโอคล่อมทับร่างบางของยอนเอาไว้ และจ้องมองสายตาของคนที่นอนนิ่งค้างอยู่ใต้อาณัติตัวเองอย่างพินิจ

          ตึก ตัก

          " .... " เอาอีกแล้วสิ หัวใจมันเริ่มเต้นดังขึ้นมาอีกแล้ว ให้ตายเถอะ ทั้งกลิ่นกายและความใกล้ชิด...มันช่างอันตรายจริงๆ

          "ยอน" สายตา...และเสียงแผ่วพร่าที่เลโอใช้เอ่ยเรียกชื่อของคนใต้ร่างตัวเองอย่างนั้นมันกำลังทำให้คนที่ได้ยิน ยิ่งรู้สึกหวั่นไหวและสั่นสะท้านมากขึ้น

          "อะ อะไร?" ยอนพยายามคุมเสียงตอบให้เป็นปกติที่สุด

          เลโอหลับตาและค่อยๆโน้มหน้าลงไปหายอนใกล้ๆ จนปลายจมูกของทั้งสองคนแทบชนกัน แล้วเลโอก็เปลี่ยนทางเอี่ยงหน้าลงไปที่ข้างแก้มเนียนที่มันเริ่มขึ้นสีเลือดจางๆของยอนแทน 

          "อื้มม..." เลโอค่อยๆไล้สูดดมกลิ่มหอมที่ตัวเองเฝ้าคิดสงสัยมากนานแล้วว่า 

          "ทั้งๆที่ไม่เคยใช้น้ำหอมเลย แต่ทำไมถึงได้ตัวหอมอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ได้นะ?"

          "เอ๊ะ เออ..."  ยิ่งได้ยินเสียงกระซิบบอกใกล้ชิดแบบนั้น...ร่างกายของยอนมันก็ยิ่งสั่นสะท้านมากเข้าไปอีก

          "ชอบ ชั้นชอบกลิ่นหอม...นี้จังเลย" เลโอกดจมูกลงไปสูดดมความหอมจากผิวกายของยอนตามที่ใจตัวเองต้องการ โดยไม่ได้คิดสนใจอะไรเลย นอกจากความต้องการเก็บเกี่ยวความหอมหวานที่อยู่บนตัวของยอน

          "อ่าห์..." ยอนสะดุ้งกับสัมผัสจากเลโอ จนเผลอครางเสียงร้องน่าอายออกมาโดยไม่รู้ตัว และนอกจากนั้นก็ยังเผลอยกมือขึ้นไปจับที่ข้างลำตัวเปลือยเปล่าของเลโออย่างลืมตัว

          เหมือนกับว่าการที่ยอนยกมือขึ้นสัมผัสที่ตัวของเลโอในตอนนี้ มันจะเป็นการไปปลุกความรู้สึกที่มันซ่อนลึกอยู่ในตัวของเลโอให้ตื่นขึ้นมา...


          "...ยอน" น้ำเสียงและสายตาที่บงบอกถึงความต้องการในบางสิ่งที่ยากเกินจะเก็บ ถูกส่งมาให้ยอนที่ยังคงนอนนิ่งอย่างสับสน

          " เออ... " ยอนผะเหยอปากขึ้นเหมือนจะพูดอะไร  แต่ว่าก็ยังเรียบเรียงคำพูดขึ้นมาพูดไม่ได้

          " ... " เลโอกัดปากล่างของตัวเองด้วยสายตาเว้าวอนที่ต้องพยายามอดทนกับรู้สึกทรมาน... กับใบหน้าเซ็กซี่และยั่วยวนใจโดยที่ไม่ได้ตั้งใจของยอนในตอนนี้

          อ่า...นี่มันโคตรจะทรมานโคตรๆเลยนี่นา ให้ตายสิ

          "ยอนอ่า...รู้สึกทรมานจังเลย" เลโอพูดแบบนั้นแล้วก็ซบใบหน้าลงไปที่ข้างลำคอสวยของยอน อย่างพยายามอดทนอย่างที่สุด ...แต่ว่า ตรงนี้มันก็หอมเหลือเกิน

          "อื้ออ ยะ อย่ามาหายใจใส่กันแบบนี้สิ ...เลโอ" ยอนหดคอหนีด้วยความรู้สึกขนลุกวูบวาบจากเลโอ ที่อยู่ๆก็มาหายใจเป่ารดกันที่ตรงจุดที่ไหวต่อสัมผัสของตัวเองเช่นนี้

          "อื้ออ งั้น...ช่วยหน่อยสิ" เลโอเริ่มพูดจาเหมือนคนเมาเข้าไปทุกที

          "ช่วย? ช่วยอะไร?" ยอนหันไปถามเลโออย่างสงสัยทันที

          "ก็..." ตรงนั้น...มันกำลังตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นของนายแล้วนะสิ ช่วยหน่อย
 
          "เลโอ...นี่?....!!" ยอนเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อเริ่มรับรู้และสัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่มันเริ่มตื่นขึ้น...ที่มันเคลื่อนไหวไปมาอยู่ตรงแถวๆหน้าท้องของตัวเอง ในตอนนี้

          นั่น!  ไม่นะ!

          "นะ ช่วยหน่อย...ชั้น...ควบคุมมันไม่...ได้แล้ว" เสียงพูดที่แสนทรมานของเลโอ ยิ่งทำให้ยอนรู้สึกร้อนขึ้นมาแบบแปลกๆและเริ่มหยุดความคิดบ้าๆที่มีอยู่ในหัวไม่ได้

          "ช่วยอะไร? ชั้น..ชั้นจะช่วยนายยังไงล่ะ บ้ารึไง ไม่ได้หรอก ชั้น ชั้นไม่เคย...จะช่วยได้ไง" ยอนพูดเสียงสั่นและรู้สึกอายที่ต้องพูดถึงอะไรแบบนี้

          "ชั้นก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ อื้ออ...ยอนอ่า" เลโอพูดและซุกไซ้ใบหน้าตัวเองขึ้นลงไปที่ข้างแก้มเนียนและลำคอของยอนที่มันส่งกลิ่นหอมหวานเชิญชวนให้สัมผัสอยู่ตลอดเวลา เลโอจึงไม่สามารถทนอยู่เฉยๆได้เลยตอนนี้

          "อะ อื้อ...ออ" ยอนเชิดหน้าสูงเมื่อโดนเลโอใช้ปากดูดเม้นที่ตรงซอกคอ


          ไม่ไหวแล้ว

          สติมันแตกกระเจิงไปหมดแล้ว 

          ควบคุมอะไรไม่ได้แล้ว

          ยิ่งต่อต้าน ก็ยิ่งต้องการมากขึ้น

          นี่มัน...ความรู้สึกอะไรกันเนี่ย?

          แล้วต้องปล่อยตามมันไป หรือว่าควรหยุดมันดี?

          แต่ว่า...ทำไมมันถึงได้รู้สึกดีแบบนี้ล่ะ?

          งั้นถ้าจะทำตามความรู้สึก...คงจะไม่เป็นไรใช่มั้ย?

          อ่า...มันยากเหลือเกิน









-The next morning-

          ที่หน้าล็อบบี้ของโรงแรม

          ร่างสูงของเลโอเดินเอื่อยๆลงบันไดมาอย่างมึนๆ เพราะพึ่งจะตื่นนอน

          "เลโอ อรุณสวัสดิ์" รีเธียที่นั่งเล่นอยู่ที่โซฟายาวหน้าล็อบบี้ร้องทักขึ้นทันที เมื่อเลโอเดินลงมาถึงตรงหน้าล็อบบี้

          "อืม" เลโอทำเพียงแค่พยักทักตอบให้น้องสาวของคาร์ดิส ที่ก็มีศักดิ์เป็นน้องสาวของตัวเองเช่นกัน เพราะว่ารีเธียเป็นลูกสาวของท่านน้าซังฮยอกกับท่านน้าฮงบินของเค้านั่นเอง

          "คนอื่นล่ะ?" เลโอถามถึงคนอื่นๆ ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้หายไปไหนกันหมด โดยเฉพาะยอน...ออกไปก็ไมยอมบอกกันเลยสักนิด

          "อ้อ ทุกคนออกไปเที่ยวชมเมืองกับทาลคอตท์แต่เช้าแล้วน่ะ" รีเธียรีบบอกอย่างร่าเริงตามประสาเด็กที่สดใสร่าเริง

          "งั้นเหรอ" ออกไปเที่ยวกันโดยไม่บอกเค้าเลยเนี่ยนะ  หึ

          "นี่ เลโอ"

          "อะไร?"

          "นายไม่อยากไปเที่ยวชมเมืองเหมือนพวกเค้าบ้างเหรอ?"

          "หา? ไม่อ่ะ" เลโอส่ายหัวปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิดเลย

          "ทำไมล่ะ? ที่นี่มีที่สวยๆเยอะเลยนะ  นายไปอยากไปดูเหรอ? ให้ชั้นพาไปเที่ยวนะ" รีเธียรีบเสนอแผนเที่ยวที่เธอตั้งใจไว้กับเลโอทันที

          "ไม่ล่ะ" แต่เลโอก็คงตอบปฏิเสธเธอไปอย่างไม่ใยดี

          "ทำไมล่ะ?" เธอถามหน้างอและรู้สึกผิดหวังนิดๆด้วยที่โดนปฏิเสธ

          "ก็ไม่ทำไมหรอก แค่ชั้นยังง่วงอยู่นะ งั้นชั้นกลับขึ้นไปนอนต่อดีกว่า" เลโอบอกและทำท่าจะหันกลับขึ้นไปบนห้องอีกครั้ง

          "นี่ นายจะนอนเยอะไปแล้วนะ" รีเธียก็ไม่ยอม เธอก็รีบร้องรั้งเลโอเอาไว้ทันที

          "ก็ชั้นชอบนอนอ่ะ" เลโอเองก็ไม่คิดจะสนใจอยู่ดี 

          "ไม่เอาสิ นายจะเอาแต่นอนอย่างเดียวไม่ได้นะ" รีเธียพูดอย่างไม่ยอม

          "ทำไมจะไม่ได้ ก็ชั้นอยากนอนอ่ะ" เลโอก็ตีมึนไม่ยอมเช่นกัน

          "แต่ชั้นอยากพานายออกไปเที่ยวนี่" รีเธียบอกถึงความตั้งใจของเธออย่างชัดเจน

          "แต่ชั้นอยากนอน ไม่อยากออกไปไหนนี่" เลโอก็ยังคงไม่ใจอ่อน และบอกปฏิเสธเธอซ้ำๆ

          "ใจร้าย ชั้นอุส่ารอนายอยู่ตรงนี่ตั้งนาน แต่นายก็มาปฏิเสธชั้นเหรอเลโอ ทำไมนายชอบใจร้ายกับชั้นจัง หึ่ย!" รีเธียทำหน้ามุ่ยหน้างออย่างเด็กน้อยที่โดนขัดใจและดูคล้ายว่าเธอจะร้องไห้ออกมาแน่ๆหากว่าเลโอยังคงใจร้ายกับเธออยู่แบบนี้

          "ก็ไม่ได้บอกให้รอสักหน่อย" อย่ามาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เพราะชั้นแบบนี้สิ โธ่...

          "...."  รีเธียจ้องเลโออย่างกดดัน

          "...." เลโอก็ได้แต่หลบสายตาเธออย่างไม่อยากทำตามใจเธอ

          "...."  รีเธียก็ยังคงจ้องหน้าเลโออยู่อย่างนั้นอย่างไม่ยอมแพ้ 


          แล้วในที่สุด....


          "เอ่อๆ ก็ได้ๆ ออกไปเที่ยวด้วยก็ได้ เฮ้อ พอใจรึยัง?" เลโอทำหน้าเซ็งๆเมื่อสุดท้ายตัวเองก็ต้องใจอ่อนยอมตามใจเธอ

          "อื้อ!" รีเธียรีบยิ้มขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเลโอบอกมาเช่นนั้น แล้วรีเธียก็กลับมาร่าเริงเหมือนเดิมอีกครั้ง "งั้นเราไปเที่ยวกันเถอะ"

          "เฮ้อ...อื้อๆ อยากพาชั้นไปไหนก็ไป" ยังไงชั้นก็ขัดใจเธอไม่ได้อยู่แล้วหนิ เฮ้อ ทำไมคาร์ดิสถึงได้ยอมปล่อยทิ้งน้องสาวตัวเองไว้ไม่ยอมพาไปด้วยตั้งแต่แรกว่ะ เนี่ยเลยต้องลำบากเราต้องมาดูแลน้องสาวให้เหรอเนี่ย เฮ้อ...



-อีกด้านหนึ่งของเมือง-

          "นี่ น้ำผลไม้ที่นี่อร่อยชื่นใจดีเนอะ" วาร์โรเดินถือแก้วน้ำปั่นผลไม้ที่พึ่งไปต่อแถวซื้อมา เดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ยาวตรงที่ว่างข้างๆยอน

          "อืม งั้นเหรอ" ยอนหันไปพูดกับวาร์โรอย่างนั้น แล้วก็หันกลับไปเหม่อลอยเหมือนเดิม

          "เอ๋?" วาร์โรดูดน้ำหวานที่อยู่ในมือ และมองสังเกตยอนที่วันนี้ดูเหม่อลอยแปลกๆไปด้วย

          "ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็พูดกับชั้นได้นะ" วาร์โรพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

          "หือ?" ยอนได้ยินก็หัมหน้ามามองวาร์โรอย่างแปลกใจ ที่อยู่ๆวาร์โรก็พูดแบบนั้นขึ้นมา

          "ก็ยอนน่ะ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจอยู่ใช่มั้ยล่ะ"

          "ชั้นดูเป็นแบบนั้นเหรอ?" ยอนถามกลับไปนิ่งๆ ทั้งที่ในใจของเค้าตอนนี้มันเต้นสั่นขึ้นมา  เหมือนกับคนที่กำลังโดนจับได้ว่าทำความผิดมา

          "ก็แน่สิ เห็นแบบนี้ แต่ชั้นก็ใส่ใจกับเพื่อนเหมือนกันนะ" วาร์โรบอกอย่างมั่นใจ

          "งั้นเหรอ" นี่เราโดนจับได้แล้วสินะ เริ่มรู้สึกเครียดขึ้นมาแล้วสิ

          "อื้ม แล้วตกลงนายเป็นอะไรล่ะ ถึงได้ดูเหม่อๆมาตั้งแต่ตอนเช้าแล้วแบบนี้นะ?" วาร์โรถามซ้ำด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงมากกว่าคาดคั้นหาความจริง อย่างที่ยอนกังวลกลัว

          "หึ ตกใจเหมือนกันนะเนี่ย ที่ชั้นทำให้นายเป็นห่วงแบบนี้" ยอนพยายามพูดเสียงให้ดูปกติที่สุดและไม่แสดงอาการอะไรที่น่าสงสัยออกมา

          "ก็เหมือนยอนที่คอยเป็นห่วงทุกคนนั้นแหละ" วาร์โรพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ

          "อ่า"

          "นี่ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเลโอรึเปล่า?" วาร์โรสุ่มถามขึ้น

          อึก!

          ".///." ทำไมถึงได้ถามตรงจุดได้ขนาดนี้ล่ะ

          "เอ๋? ยอน...ทำไมถึงนายแดงแบบนั้นล่ะ?" วาร์โรทำตาโตขึ้นอย่างแปลกใจ ที่อยู่ดีๆใบหน้าของยอนก็เห่อแดงขึ้นมาแบบนั้น "นาย..."

          "เออ..." ทำยังไงดี? ต้องโดนจับได้จริงๆแน่คราวนี้ ตึกตักๆ

          แปะ

          "อืม...ตัวนายดูรุมๆอยู่นะ ไม่สบายรึเปล่า?" วาร์โรถามออกไปตามความรู้สึกที่ตัวเองได้สัมผัส

          "อะ เอ๋? เออ...ก็คง..." ยอนรีบคิดหาข้ออ้างที่มันพอจะฟังดูเข้าท่าที่สุดอย่างเช่น "ก็ที่นี่อากาศมันร้อนกว่าที่ๆเราเคยผ่านมา... ตัวชั้นก็เลยยังปรับตัวไม่ทันน่ะ" พูดจบแล้วยอนก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆให้กับวาร์โร

          "อ่า เป็นเพราะอย่างนี้เองสินะ วันนี้นายถึงได้ดูเหม่อๆไป" วาร์โรพยักเอออออย่างเข้าใจอยู่คนเดียว

          "อืม" เฮ้อ เหมือนจะรอดตัวไปได้สินะเนี่ย

          "งั้นเรากลับไปที่โรงแรมกันดีมั้ย? นายจะได้พักผ่อนด้วยไง" วาร์โรเสนอขึ้น "เดี๋ยวชั้นจะเดินไปบอกคาร์ดิสนะ ว่าเราจะกลับโรงแรมแล้ว"

          "เออ เดี๋ยวก่อนวาร์โร" ยอนรีบดึงข้อมือเล็กของวาร์โรที่ลุกขึ้นเตรียมท่าจะเดินออกไปหาคาร์ดิสที่ยืนชมวิวอยู่กับทาลคอตท์ที่ล้านกว้างห่างจากจุดที่ยอนและวาร์โรอยู่พอสมควร

          "หือ?" วาร์โรหยุดแล้วหันกลับไปหายอนอย่างนึกสงสัยว่ายอนมีอะไรรึเปล่า?

          "เออ คือว่าคาร์ดิสและนายเองก็น่าจะยังคงอยากไปเที่ยวกันต่อนะ เพราะงั้นชั้นว่าเดี๋ยวชั้นจะกลับไปที่โรงแรมคนเดียวเองดีกว่าน่ะ" ยอนพูดอย่างให้เหตุผล

          "อ่า จริงๆมันก็ใช่อย่างที่ยอนพูดนั่นแหละ แต่ว่าชั้นก็เป็นห่วงยอนอยู่มากกว่านะ" วาร์โรบอกตามความรู้สึกจริง เรื่องเที่ยวมันก็อยากเที่ยวอยู่หรอก แต่ว่าถ้าหากให้เลือก เค้าก็ยินดีเลือกพาเพื่อนที่ไม่สบายกลับไปพักผ่อนดีกว่าอยู่แล้ว

          "ไม่เป็นไรหรอกน่า ชั้นไม่ได้มีอะไรต้องน่าเป็นห่วงมากขนาดนั้นหรอก"  ยอนยิ้มบางอย่างขอบคุณในความเป็นห่วงที่วาร์โรมีให้

          "เอางั้นเหรอ?" วาร์โรยังถามย้ำกับยอนอย่างลังเลนึกห่วงอยู่

          "อืม ตามนั้นแหละ" ยอนยันยืนกับวาร์โรอย่างชัดเจน

          "อ่า ก็ได้ ถ้านายต้องการแบบนั้นก็ได้ เดี๋ยวชั้นจะบอกกับคาร์ดิสให้เอง" วาร์โรพยักหน้ารับทราบ และไม่คิดขัดห้ามอะไรอีก

          "อืม งั้นฝากนายด้วยนะ ชั้นกลับไปก่อนล่ะกัน" ยอนพูดและแตะมือไปที่ไหล่ของวาร์โรอย่างต้องการจะบอกย้ำว่าไม่ต้องห่วงกังวลเรื่องของตัวเอง และก็ไปเที่ยวต่อในสนุกเถอะ

          แล้วจากนั้น ยอนก็เดินจากวาร์โรไปทางกลับโรงแรม โดยมีสายตาห่วงใยของวาร์โรที่ยังคงมองตามหลังไป จนกระทั่งยอนเดินหายออกไปจากจุดที่ตาของวาร์โรมองเห็นแล้วนั่นแหละ วาร์โรถึงได้ยอมละสายตากลับไปหาคาร์ดิสและทาลคอตท์




(วาร์โรที่น่ารักสดใสของทุกคน)




-Yeon part-

          ทำไมผมถึงได้รู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียมากๆเลยแบบนี้ละเนี่ย?

          แบบนี้ไม่ไหวแล้ว คงต้องรีบกลับไปพักให้ทันก่อนที่มันจะแย่ลงไปกว่านี้...



          ...อ่า นั่นไง มาถึงหน้าโรงแรมแล้ว...


          วูบบ พรึบ

          ร่างสูงโปร่งของยอนที่กำลังก้าวเดินขึ้นบันไดด้านหน้าทางขึ้นโรงแรมไปอยู่ดีๆ ก็เกิดหน้ามืดทรุดวูบลงกลางอากาศตรงนั้นแบบไม่ทราบเหตุ แต่ยังดีที่มีสองแขนแกร่งเข้ามารับร่างบางของยอนเอาไว้ได้ทันก่อนที่ยอนจะล้มลงไปถึงพื้นบันได ให้ได้เจ็บตัว

          "ยอน..." เลโอเอ่ยเรียกชื่อของคนที่อยู่ในอ้อมแขนด้วยเสียงที่สุดจะห่วงแสนห่วง หลังจากได้วาร์ปตัวเข้ามารับตัวของยอนเอาไว้ก่อนที่ยอนจะทรุดวูบลงไปกองอยู่ที่พื้น

          เลโอช้อนร่างบางกว่าของยอนขึ้นมาอุ้มเอาไว้แนบอก แล้วจากนั่นก็รีบพายอนกลับขึ้นไปที่ห้องพักทันที




-ณ ห้วงแห่งความฝันของยอน-

          ลำแสงสีทองค่อยๆสว่างขึ้นเป็นแนวทางตรงไปข้างหน้า คล้ายว่ามันกำลังจะนำพาเค้าไปในที่แห่งไหนสักที่...

          ปลายเท้าของยอนค่อยๆก้าวเดินออกไปตามลำแสงสีทองที่ทอทอดยาวนั่นไปเรื่อยๆ อยู่สักพักลำแสงสีทองนั้นก็จางหายไป กลายเป็นเพียงม่านหมอกสีขาวจางๆ และรอบๆตัวของยอนก็มีแต่ป่าไม้

          "นี่เรา...อยู่ที่ไหนกัน?"



          ยอนถูกลำแสงสีทองนำพาให้เดินเข้ามาอยู่บนเส้นทางกลางป่าที่เงียบงัน แต่ดีหน่อยที่ว่าเวลานี้เป็นเวลากลางวัน ที่ที่ยอนหลงเข้ามาอยู่ตรงนี้จึงไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่

          ในขณะที่ยอนกำลังยืนงงสับสนอยู่ว่าควรจะทำอะไร? จู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังแววเข้ามาในหูของยอนว่า


          "เดินตรงไปข้างหน้าสิ" 


           " ...."  นั่นเสียงใคร? ยอนนิ่งค้างอย่างนึกใคร่ครวญในเสียงที่ได้ยินว่า ควรที่จะทำตามที่เสียงนั้นบอกจริงๆเหรอ?

          แต่ทว่า ร่างกายของยอนมันกับเคลื่อนไหวออกไปเอง ก่อนที่สมองจะได้สั่งการเสียอีก เหมือนว่าตัวเองยังคงมีสติดีอยู่แต่ว่าไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายของตัวเองได้ 

          ยอนเดินไปตามทางเดินนั้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านเขตป่าไม้ทืบพ้นออกมายังสถานที่ที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้สวยสีฟ้าราวกับน้ำทะเลที่มันเกิดอยู่เต็มบนลานเขา ซึ่งดอกไม้แสนสวยพวกนั้น ยอนก็รู้จักและจำมันได้ว่ามันคือ Sylleblossoms ดอกไม้ประจำอาณาจักร Tenebrae  นั่นเอง

          และเมื่อยอนได้เพ่งสายตามองผ่านม่านหมอกจางๆไกลออกไปกว่านั้นอีก สิ่งที่ยอนได้เห็นก็คือปราสาท....

         

 



          "ข้างหน้านั้นมัน..." 

          "ที่นี่ก็คือ ดินแดนที่เจ้าได้กำเนิดขึ้นยังไงล่ะ"

           "กำเนิด? หมายถึง....Tenebrae งั้นเหรอ?"
 
          "ใช่แล้ว ที่นี่คือ Tenebrae" 
  
           "ทำไมถึงพาผมมาที่นี่ล่ะ? คุณเป็นใคร?"

          "นั่นเป็นเพราะว่าผนึกของเจ้าได้ถูกปลดปล่อยแล้วยังไงล่ะ ดวงจิตของเจ้าจึงถูกดึงเข้ามาที่นี่
  
          "ผนึก? หรือว่า..." ยอนรีบยกมือข้างที่ใส่สร้อยข้อมืออยู่ขึ้นมาดูทันที
  
          "ข้าดีใจ ที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ...แต่ข้าก็เสียใจยิ่งหนัก ที่ข้าไม่อาจพบเจอเจ้าได้ ...เมื่อครั้งยังมีชีวิต"  
 
          "เมื่อครั้งยังมีชีวิด..งั้นเหรอ? ท่านเป็นใครกัน?"

          "นามของข้าคือ ลิมินเฟย์ น็อกซ์ ฟลอร์เรท มารดาผู้ที่ให้กำเนิดเจ้าออกมายังไงล่ะ"
   
          "ท่าน ท่านคือท่านแม่ของผมงั้นเหรอครับ?!" ยอนหมุนตัวหันมองไปรอบด้าน อย่างต้องการหาผู้ที่พูดกับตัวเองให้เจอ "ท่านอยู่ที่ไหนกัน? ทำไมผมถึงได้ยินแค่เสียงของท่าน ทำไมผมถึงมองหาท่านไม่เห็นเลย...ท่านแม่"

          "ข้าเป็นเพียงแค่เสี้ยวแห่งดวงจิตเล็กๆที่เพียงแค่สถิตอยู่ในศาสตราวุธของเจ้า ดังนั้น ข้าถึงไม่มีตัวตน"   
 
          "ศาสตราวุธ? ท่านหมายถึงสร้อยข้อมือเส้นนี้อย่างงั้นเหรอครับ?" สร้อยนี่คือศาสตราวุธของเรางั้น?!

          "ใช่  ที่เจ้ามาอยู่ที่นี่และได้ยินเสียงของข้า นั่นก็เป็นเพราะว่าเจ้าและศาสตราวุธของเจ้าได้เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วอย่างไรเล่า  ข้าคิดว่าเจ้าคงรู้เรื่องของเจ้าจากผู้ที่เลี้ยงดูเจ้ามาแล้ว ก่อนที่เขาจะมอบศาสตราวุธนี้คืนกลับมาให้แก่เจ้า" 

          " ..... " ใช่ แต่เรื่องศาสตราวุธ...ท่านพ่อยังไม่ได้บอกเรา
  
          "เพราะโชคชะตาของเจ้า ข้าจึงจำเป็นต้องผนึกพลังของเจ้าเอาไว้ และตอนนี้พลังที่หลับไหลอยู่ในตัวเจ้า..ก็ได้ตื่นขึ้นแล้ว ยอน น็อก ฟลอร์เรท" 
  
           "พลังในตัวของผม..." พลังอะไร?

          "เพราะพลังที่เหนือกว่าเทพพยากรณ์ที่มีอยู่ในตัวเจ้า...มันจะเป็นอันตรายหากเขาผู้นั้นรู้ถึงการมีตัวตนของเจ้าผู้มีพลังแห่งจอมเทพ นั่นจึงเหตุผลที่เจ้าต้องถูกปกปิดและพลังของเจ้าจึงต้องถูกผนึกไปด้วย"

          "......." นั่นน่ะเหรอคือเหตุผล...?

          "ไม่มีทางเลือกใดอื่น ที่ข้าจะสามารถมาเลือกมันได้ นอกจากการตัดขาดกับเจ้าผู้เป็นสายเลือดของข้า ให้กับท่านผู้ที่มีผู้มีพลังมากกว่า..."

          "ท่านแม่...." ผมรับรู้ถึงถ้อยน้ำเสียงที่แสนเจ็บปวดของท่านแม่ และความรู้สึกเจ็บปวดนั้นด้วย

          "ก็เช่นที่ข้าได้บอกเจ้าไปทั้งหมดนั้นแหละ"

          "......"

          "เพราะว่าเจ้าถูกผนึกพลังเอาไว้มาตั้งแต่เกิด มันย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้าอาจจะรู้สึกเจ็บปวดทรมาน เพราะพลังในตัวเจ้าได้ถูกปลุกขึ้นมา แต่ว่า เจ้าก็อย่าได้กังวลไปนัก เพราะว่ามันจะรู้สึกแปลก หรืออาจจะทรมาน และปั่นป่วนแบบนั้นเพียงแค่ในช่วงระยะแรกเพียงเท่านั้น และเดี๋ยวไม่นานเจ้าก็จะสามารถปรับตัวเข้ากับมันได้เอง เพราะมันคือพลังของเจ้า"
   
          "เออ...คือผมจะถามท่านหน่อยได้รึเปล่าครับ? ผมอยากรู้ว่าอะไรคือพลังและศาสตราวุธของผม?"  
 
           " พลังแห่งจอมเทพและธนูศักดิ์สิทธิ์ คือสิ่งที่เกิดมาพร้อมกับเจ้า ยอน น็อกซ์ ฟลอร์เรท"  

 
          พรึบ


          "นี่มัน..." อยู่ๆก็มีคันธนูสีดำเข้ามาอยู่ในมือของยอน เพียงแค่ยอนนึกถึงมันตามเสียงที่ได้ยิน 

          "ดีใจที่เจ้าเรียกมันออกมาได้ ดังนั้น ต่อไปเจ้าต้องเรียกมันออกมาและฝึกฝนเพื่อใช้มันให้จนคล่องมือเจ้าให้ได้  เพราะเจ้าต้องใช้มันเพื่อขจัดความมืดมิดที่เข้ามาครอบงำโลกใบนี้ออกไป มันคือหน้าที่เจ้าในฐานะสายเลือดแห่งเทพยากรณ์ของราชวงศ์ฟลอร์เรท"

          "......" หน้าที่ของเราในฐานะของสายเลือดแห่งเทพยากรณ์ของราชวงศ์ฟลอร์เรท...งั้นเหรอ?

          "เวลาของแม่ใกล้หมดลงแล้ว และนี่คือสิ่งสุดท้ายที่แม่อยากให้ลูกได้จำเอาไว้ ยอน น็อกซ์ ฟลอร์เรท  แม้ว่าเราทั้งสองจะไม่มีโอกาสได้พบเจอกัน ในโลกแห่งความจริง แต่โปรดจงรู้เอาไว้เถิดว่า แม่นั้นรักและคิดถึงลูกอยู่เสมอ และรวมถึงพี่ชายกับพี่สาวของลูกก็เช่นกัน เมื่อเวลานั้นมาถึงแม่ก็หวังว่าพวกลูกทั้งสามคนจะได้อยู่ด้วยกัน"

          "ท่านแม่..."

           "ด้วยพลังแห่งคำอธิษฐานผ่านดวงดาวจากข้าเทพยากรณ์ผู้มีนามว่า ลิมินเฟย์  ผนึกแห่งประตูเชื่อมโยงดวงจิตของทายาทผู้สืบสายเลือดราชวงศ์ฟลอร์เรททั้งสามที่มีนามว่า รีวุส น็อกซ์ ฟลอร์เรท วีเด้นส์ น็อกซ์ ฟลอร์เรท และยอน น็อกซ์ ฟลอร์เรท จงเปิดออก ณ บัดนี้"      

  

          แล้วภาพทุกอย่างก็ค่อยๆถูกกลืนหายเข้าไปในความมืดอีกครั้งพร้อมๆกับสติของยอนก็ดับวูบไปด้วยเช่นกัน



          -ในห้องพักของเจ้าชายเลโอกับเจ้าชายยอน-

          เลโอนั่งเฝ้ายอนที่ยังคงนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงกว้างไม่ได้ห่างออกไปที่ไหนเลย ตั้งแต่ที่เขาได้พา(อุ้ม)ยอนขึ้นมานอนพักดูอาการอยู่ในห้องพักของพวกเขาอย่างนี้อย่างเป็นห่วง

          "ทำไมอยู่ดีๆก็เป็นแแบบนี้ไปได้ล่ะ?" เลโอพูดเสียงแผ่วเบากับคนที่ยังหลับอยู่ ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็ลูบเส้นผมนิ่มบนศีรษะเล็กของยอนไปด้วยอย่างอ่อนโยน

          ตั้งแต่รู้จักกับยอนมานี่เป็นครั้งแรกเลยล่ะ ที่เลโอได้เห็นยอนเป็นแบบนี้ ไม่เคยเห็นสภาพที่ดูอ่อนแรงจนหมดสติไปทั้งอย่างนั้นของยอนเลยสักครั้งเดียว เพราะอย่างนั้นมันจึงทำให้เลโอกังวลใจและไม่อยากห่างไปไหนเพราะเป็นห่วงยอน 

          "หวังว่ายอนคงไม่ได้เป็นอะไรหรอกมากนะ..." 

          เลโอค่อยๆก้มหน้าลงไปประทับจูบด้วยความห่วงใยไว้ที่หน้าผากมนของยอนอย่างนุ่มนวลและเนินนาน...

          จนกระทั่ง เปลือกตาที่ประดับด้วยเส้นขนตายาวสวยของยอนที่เคยปิดสนิทมาหลายชั่วโมงได้ค่อยๆขยับขึ้น จนนัยน์ตาคู่สวยที่มีสีต่างกันของยอนได้เปิดออกมาอีกครั้ง


          "เลโอ..." เสียงนุ่มละมุนหวานที่แสนคุ่นเคยของยอนดังขึ้น เมื่อเจ้าตัวได้ตื่นขึ้นมาหลังจากหลับไปนาน

          "อา ตื่นแล้วสินะ" เลโอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแห่งความโล่งใจ

          "ชั้นหลับไปนานแค่ไหน?" ยอนถามเลโอพร้อมทั้งยันแขนดันร่างตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งด้วย

          "ก็...ราวๆสามชั่วโมงได้ละมั้ง" เลโอตอบไปอย่างไม่ค่อยชัวร์เท่าไหร่นัก เพราะว่าตัวเองก็เอาแต่นั่งเฝ้าอีกคนโดยไม่ได้สนใจเรื่องเวลาอะไรนั้นเลย

          "อา อย่างนั้นเหรอ..." ยอนหันมองออกไปรอบๆตัว ก็ทราบได้ทันทีว่าที่นี่คือห้องพักของตัวเองกับเลโอ เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วยอนจึงหันกลับไปมองสบตากับเลโอ แล้วพูดกับเลโอด้วยน้ำเสียงและสายตาขอบคุณว่า "ขอบคุณนะเลโอ เพราะมีเลโอชั้นถึงได้ไม่เป็นอะไร ขอบคุณอีกครั้งนะเลโอ"

          "อืม แล้ว...ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้างล่ะ?" เลโอพูดเสียงนุ่มพร้อมทั้งเอื้อมมืือออกไปเกี่ยวเส้นผมนิ่มของยอนที่มันตกลงมาปิดบังใบหน้าสวยที่ไม่ว่าจะมองเท่าไหร่ก็ไม่รู้เบื่อของยอนไปทัดที่ข้างหูให้อย่างนุ่มนวล จากนั้นเลโอก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างชื่นชมผลงานของตัวเอง จึงเป็นเหตุทำให้ยอนรู้สึกเขินจนหน้าแดง

          ทำไมช่วงนี้ ถึงได้รู้สึกหวั่นไหวใจเต้นจนเก็บอาการไว้แทบไม่อยู่ทุกครั้งที่เลโอเข้ามาสัมผัส...แบบนี้เลยล่ะเนี่ย เฮ้อ.. ไม่ดีเลยนะ


          "ยอน" เลโอเรียกขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่ายอนยังเอาแต่นิ่งไม่ตอบอะไรและยังหลบสายตาตัวเองแบบนั้นด้วย เลโอจึงต้องถามซ้ำอีกรอบ  "ทำไมอยู่ๆก็หมดสติไปแบบนั้นล่ะ? รู้มั้ยว่าชั้นตกใจแทบแย่เลยที่เห็นยอนเป็นแบบนั้น" 

          "อา ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ" ยอนหันหน้าไปพูดกับเลโอด้วยความรู้สึกขอโทษจากใจ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เลโอต้องเป็นห่วง "คือว่า...มันเป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากการที่พลังในตัวของชั้นถูกปลุกขึ้นมาน่ะ"

          "พลัง? ถูกปลุก?" เลโอทำหน้ามึนงงสงสัยในสิ่งที่ได้ยิน

          "อืม เหมือนว่าเจ้าสิ่งนี่น่ะ" ยอนยกแขนข้างที่มีสร้อยข้อมืออยู่ขึ้นมาให้เลโอดู "เจ้าสิ่งนี่มันเป็นตัวปลดผนึกพลังของชั้นที่ถูกท่านแม่ผนึกไว้ตั้งแต่ชั้้นเกิดเลยน่ะ"

          "เอ๋? แล้ว...แล้วยอนรู้เรื่องนี้ได้ยังไง? ท่านอ่าแจจุงบอกเหรอ?"

          "เปล่าหรอก ไม่ใช่จากท่านพ่อ..." ยอนพูดแล้วก็ก้มหน้าลง แต่ว่าเลโอก็ทันสังเกตเห็นว่าในแววตาของยอนเมื่อครู่นั้นมันดูเศร้าหม่อนลงมากแค่ไหน

          "หมายความว่ายังไง? มีอะไรเกิดขึ้น? มีเรื่องที่ชั้นไม่รู้เกิดขึ้นกับยอนอยู่ใช่มั้ย?" เลโอพยายามถามอย่างใจเย็น แม้ว่าในใจตอนนี้มันร้อนรนแค่ไหนก็เถอะ

          "อืม ใช่ มีเรื่องบ้างอย่างเกิดขึ้นกับตัวชั้น" ยอนพูดและลุกลงไปยืนอยู่ที่ข้างๆขอบเตียง แล้วจากนั้นยอนก็ยื่นแขนข้างที่ใส่สร้อยข้ออยู่ออกไปข้างหน้า แล้วยอนก็กางมือออกคล้ายท่าเรียกอาวุธ
          เลโอนั่งนิ่งมองดูยอนอย่างตั้งใจ เพราะอยากรู้ว่าอะไรคือสิ่งยอนกำลังจะทำ
          ยอนหลับตาลงเพื่อรำลึกถึงบางสิ่งที่อยู่ในตัวอยู่เพียงครู่เดียว แล้วจากนั้นก็มีลำแสงสีทองค่อยๆปรากฏขึ้นมาในมือข้างนั้นของยอน และมันก็แผ่ขยายความยาวออกไปจนกลายเป็นรูปคันธนู  แล้วจากนั้นแสงสีทองก็หายไปเหลือไว้เพียงแค่คันธนูสีดำในมือของยอนเท่านั้น

          "...." เลโอจ้องมองคันธนูในมือของยอนอย่างนิ่งอึ้ง

          "มันน่าตกใจใช่มั้ยล่ะ?" ยอนพูดกับเลโอโดยที่สายตายังคงจ้องอยู่คันธนูสีดำสวยในมือ แต่ถึงยอนจะไม่ได้หันไปมองเลโอ แต่ยอนก็รู้ได้เลยว่าตอนนี้เลโอคงกำลังต้องรู้สึกอึ้งกับสิ่งที่ยอนได้เรียกมันออกมาให้เลโอเห็นอยู่แน่ๆ

          และมันก็เป็นจริงอย่างที่ยอนพูดไปนั้นแหละ 

          เลโอกำลังอึ้งค้างอยู่จริงๆ



          "มัน? มันหมายความว่ายังไงน่ะ?" ก็นานอยู่กว่าที่เลโอจะหาเสียงของตัวเองเจอและเอ่ยถามตามความสงสัยของตัวเองออกไป

          "มันคือศาสตราวุธของชั้นน่ะ เออ จะว่ายังไงดีล่ะ ก็คงจะคล้ายๆกับศาสตราวุธของเลโอที่ได้รับจากบรรพบุรุษละมั้ง" ยอนหันไปบอกกับเลโอด้วยรอยยิ้มบางแต่นัยน์ตาสวยก็มีความกังวลซ่อนอยู่ไม่มิด

          "ศาสตราวุธงั้นเหรอ?"

          "อืม ตอนที่ชั้นหมดสติไปนั้นน่ะ  เพราะว่าดวงจิตของชั้นถูกบางอย่างนำทางไปที่ Tenebrae ล่ะ" ยอนกลับมานั่งลงที่ปลายเตียงอีกครั้ง และวางคันธนูนั้นไว้บนตักตัวเองก่อนแล้วจึงได้เริ่มเล่าถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ตัวเองได้เจอในฝันให้เลโอฟัง โดยคิดจะปิดบังอะไร

          อย่างไรก็ตาม การที่ยอนเลือกบอกเล่าเรื่องของตัวเองให้เลโอได้รับรู้ไว้ ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าที่ยอนจะเก็บเงียบมันเอาไว้เพียงคนเดียว
          อย่างน้อยๆก็เพื่อจะได้ลดความรู้สึกวิตกกังวลของเลโอลงไปบ้าง ก็ยังดีกว่าไม่ใช่เหรอ?











~~~~~~~~

O'er rotted soil, under blighted sky, 
A dread Plague the Wicked has wrought
In the Light of the Gods, Sword-Sworn at his Side,
'Gainst the Dark the King's Battle is fought
From the Heavens high, to the Blessed below.
Shines the Beam of a Peace long besought

"Long live thy Line and these Stones divine,
For the Night when All comes to Naught"

-Cosmogony 15:2, "Nadir"- 

~~~~~~~~~~








To be continued....








         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น