THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 42 : The Freak Out ll ep.8 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 เม.ย. 61


THE FREAK OUT ll
회 8





          เส้นทางด้านหน้าทอดยาวไกลออกไป ท้องนภายามบ่ายที่ปลอดโปล่ง แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์  กับชุดสีดำที่ทั้งขาดและเปื้อนฝุ่นต่างๆมาจากการต่อสู้...

          เจ้าชายผู้ที่แบกรับโชคชะตาอันยิ่งใหญ่แห่งสายเลือดกษัตริย์ แผ่นหลังกว้างของเขาแลดูเศร้าหมอง ร่างสูงค่อยๆก้าวเดินออกไปตามทางที่ทอดยาวสายนั้น อย่างเชื่องช้า

          "พอชินกับที่นี่แล้วมันก็ไม่เลวนะ" คาร์ดิสเดินขึ้นไปพูดกับเลโอเองที่เดินนำหน้า

          "มีสิ่งที่พวกเรายังไม่เห็นรออยู่เยอะเลย" วาร์โรเองก็วิ่งเข้าไปพูดกับเลโอด้วยท่าทางร่าเริงเช่นกัน

          "สิ่งที่เราต้องทำก็เช่นกัน" ยอนขับรถขึ้นมาหาทุกคนช้าๆ ค่อยขับชะลอไปพร้อมกับเพื่อน และเอ่ยบอกถึงสิ่งที่พวกเค้ายังต้องไปทำต่อไป

          "อ่อออ" วาร์โรลากเสียงยาว พร้อมทั้งหันไปหายอนที่ขับรถอยู่ข้างๆตัวเอง

          "เอาหน่า ที่มันเพิ่งเริ่มต้นเอง" คาร์ดิสพูด แล้วทุกคนก็นำเลโอออกไปข้างหน้า

          "...." เลโอหยุดนิ่งคิดทบทวนบางอย่างอยู่กับที่อยู่ซักพัก แล้วจึงตอบรับกับเพื่อนๆออกมาสั้นว่า "อ่า" ก็ในเมื่อโชคชะตามันบังคับให้เค้าต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้นแล้วนี่นา  เพราะงั้น...เค้าก็คงปฏิเสธมันไม่ได้หรอก ...ชะตากรรมของทายาทแห่ง Lucis

         แล้วจากนั้น เลโอก็เดินตามไปหาเพื่อนๆที่หยุดรอเค้าอยู่ตรงทางด้านหน้า 

          เลโอเดินเข้าไปหาทุกคน แล้วพวกเค้าก็ยิ้มออกมาให้กันและกัน อย่างให้กำลังใจและยังเป็นการช่วยเติมเต็มพลังให้แก่กันและกัน สำหรับการเดินทางที่จะเริ่มต่อจากนี้

          "ทุกคน...ขอบใจนะ" 




-เวลาต่อมา-

          "ดูนั่น~~~เรามาถึงแล้ว" วาร์โรชี้มือออกไปตรงเส้นทางด้านหน้าให้ทุกคนได้ดูกันว่าตอนนี้พวกกำลังจะผ่านประตูเมืองไปที่สู่เขตพื้นที่ใหม่แล้ว

          "ในที่สุดเราก็ผ่านไอ่เขตพื้นที่ฝุ่นเขรอะนั่นมาได้ซักที" คาร์ดิสพูด

          "ที่นี่เป็นดินแดนที่กว้างใหญ่กว่าเยอะเลยนะ เมื่อเทียบกับเขต Leide" ยอนพูดถึงดินแดนข้างหน้าที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป ว่ามันเป็นเขตพื้นที่ที่ไม่เหมือนกับที่เคยเราผ่านมา

          "ยิ่งใหญ่ยิ่งดี! มีอะไรให้ทำอีกเยอะ!" วาร์โรเอี่ยวหน้าหันมาคุยกับเลโอที่เบาะหลัง อย่างต้องการชวนคุยและอยากให้เลโอตื่นเต้นไปด้วยกัน

          "ข้างหน้านี้คือ Duscae เป็นภูมิภาคที่รู้จักทั่วกันว่าเป็นเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ" ยอนบอก

          "จริงเหรอ? Wetlands?" เลโอเริ่มเกิดความสนใจจึงได้ถามขึ้นบ้าง

          "อืม นอกจากนี้ก็ยังมีป่า Chocobo ด้วยนะ" ยอนบอกเพิ่ม

          "Now we're Talking!" วาร์โรหันไปพูดกับยอนด้วยสีหน้าและเสียง(โคตร)ตื่นเต้น เจ๋งไปเลย นั่นแหละที่เค้าอยากได้ยิน

          "ไกลออกไปทางตะวันตกคือเขต Cleigne ที่ซึ่งเราจะไปถึงเมือง Lestallum" ยอนบอก

          "โอ้? นั่นใช่ที่ที่รีเธียกำลังมุ่งหน้าไปรึเปล่า?" วาร์โรถาม

          "อ่า ตอนนี้เธอน่าจะไปถึงแล้ว บางทีอาจจะกำลังดู Meteor อยู่ก็ได้" คาร์ดิสพูด

          "หา? อุกกาบาตของหกเทพ?" เลโอหันไปถามคาร์ดิสอย่างสงสัยว่าใช่สิ่งที่เค้าคิดรึเปล่า

          "เหมือนว่า ความร้อนของมันเป็นแหล่งพลังงานของ Lestallum" ยอนบอก

          "เอ๋~~" วาร์โรทำเสียงประหลาดใจ และก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นอีกครั้ง "โว้ว ฟังดูเจ๋งนะ"

          "จริงๆแล้วชั้นเองก็อยากไปดูเหมือนกัน" คาร์ดิสบอก

          "ขับมานานแล้ว แวะเติมน้ำมันและพักกันก่อนละกัน" ยอนบอกกับทุกคน เมื่อขับรถเข้าใกล้จะถึงปั้นน้ำมันที่อยู่ข้างทางตรงหน้า

          "อื้ม" ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยและตกลงทำตามที่ยอนบอก

          "ชั้นว่าเราน่าจะชินกันแล้วล่ะ" ยอนพูด "เลโอ ที่นั่งคนขับว่างแล้วนะ ถ้าอยากขับก็ขับได้เลยนะ" ยอนบอกกับเลโอเมื่อเข้ามาจอดรถในปั้มน้ำแล้ว

          "อ่า" เลโอเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ แต่ก็ยังไม่ได้ตอบว่าจะขับหรือว่าให้ยอนขับเหมือนเดิม

          ทุกคนเปิดประตูลงจากรถ ออกไปยืดแข้งยืดขาพอให้หายเหมื่อยจากการนั่งรถมาเป็นเวลานาน

          ตื๊ดดด ตื๊ดดด

          "หือ? ใครโทรมา?" เลโอที่กำลังจะช่วยยอนเติมน้ำมัน แต่ทว่า โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเค้ามันก็ดันสั่นขึ้นมาเสียก่อน เลโอจึงต้องถอยออกมาจากหัวจ่ายน้ำมัน แล้วเดินห่างออกมาเพื่อรับโทรศัพท์

          "hello?" เลโอกดรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ(เพราะเห็นเป็นเบอร์แปลก)

          [อื้ม เลโอใช่มั้ย?] น้ำเสียงค่อนข้างไม่มั่นใจถามขึ้นจากในสาย

          "รีเธีย?" เลโอถามกลับเมื่อรู้สึกว่าคุ้นเสียงของเธอ

          [เลโอ! ดีใจที่ได้ยินเสียงนาย!] รีเธียอุทานเสียงร้องด้วยความดีใจ [ที่นี่ปลอดภัยดี เรามาที่  Lestallum แล้ว]

          "อืม" เลโอพยักรับ

          [กำลังตั้งถิ่นฐานกันอยู่...ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงแรม ถ้ามาแล้วก็บอกด้วยนะ จะได้เจอกัน] รีเธียบอก

          "อ่า Lestallum  ใช่มั้ย?" เลโอทวนถามย้ำ

          [ใช่ แล้วจะรอนะ!] รีเธียตอบ แล้วจากนั้นก็ว่างสายไป


          "รีเธียเหรอ?" คาร์ดิสถามขึ้นเมื่อเลโอคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว "ฮืมม ทำไมไม่โทรหาพี่ชายตัวเอง"

          "ก็ถูกแล้วนี่" ยอนยืนกอดอกด้วยท่าสบายๆแล้วพูดขึ้นกับคาร์ดิส "นายไม่ได้ถูกข่าวแผ่ออกไปทั่ว Lucis  ว่าตายแล้วเหมือนเลโอนี่นา"

          "..." เลโอพยักหน้าตามยอน

          "แล้วชั้นล่ะ? เธอถามอะไรถึงชั้ชบ้างรึเปล่า?" วาร์โรเดินเข้าไปถามเลโออย่างตื่นเต้นว่รีเธียจะถามถึงเค้าบ้างมั้ยน้าา

          "...." เลโอส่ายหัวแทนคำตอบว่า ไม่เลยสักนิดว่ะ

          ปึก  วาร์โรสะกิด(ตบหลัง)เลโอแล้วพูดด้วยความร่าเริงว่า

          "นายเห็นป้ายนั่นป่ะ?" วาร์โรชี้ไปที่ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ที่ตรงทางแยกที่พวกเค้าขับรถผ่านมา ก่อนจะถึงปั้มน้ำมันตรงนี้เพียงไม่ถึงร้อยเมตร "Chocobos ! อ่ะ  CHOCOBOS~~!"

          "โว้ยๆ ไม่มีเวลาแล้ว ต้องไปที่ Lestallum" คาร์ดิสบอกเสียงเข้ม จนเลโอต้องหันหน้าไปมองคาร์ดิสทันทีแบบ...ใจเย็นก่อนพวก

          "มันอีกตั้งไกลอ่ะ" วาร์โรหันไปบอกคาร์ดิสก่อน แล้วจึงหันกลับมาพูดกับเลโอด้วยสายตาที่ขอร้องสุดๆ "แค่แวะเที่ยวชมแป๊ปเดียวเอง ..นะ?"

          "อื้ม งั้นก็ไปกัน" เลโอผู้(แทบ)ไม่เคยปฏิเสธคำขอร้องของเพื่อน จึงได้ตอบตกลงกับวาร์โร ก็แค่แวะชมแป๊ปเดียวน่า...ไม่เป็นไรหรอก

          "Yes! เยี่ยมมากเลย!" วาร์โรทั้งพูดทั้งทำท่าทางออกมากว่าตอนนี้เค้าดีใจสุดๆแล้ว

          หลังจากคุยตกลงกันเรื่องป่า Chocobo เสร็จ เลโอก็เดินกลับเข้าไปที่รถเพื่อจะได้เติมน้ำมันซักที  เพราะเมื่อครู่นี้ที่โทรศัพท์ของเลโอดัง ทุกคนก็หยุดกิจกรรมของตัวเอง แล้วเดินตามเลโอไปด้วย เพราะยังอยู่ในช่วงไม่ปลอดภัย ดังนั้น ทุกคนเลยต้องคอยระวังกันตลอด ...เมื่อครู่นั้นก็เลยยังไม่ทันได้เติมน้ำมันกันไงล่ะ

          เลโอยืนกอดอกพิงอยู่ข้างถังน้ำมันหน้ารถ คอยเฝ้าดูหัวจ่ายน้ำมันจนมันเติมเต็มถัง แล้วก็เป็นคนเอาหัวจ่ายน้ำมันออกไปเก็บเข้าที่ข้างตู้เหมือนเดิม
          จากนั้นทุกคนก็กลับเข้ามาขึ้นรถ  โดยที่คนขับก็คงยังเป็นท่านเจ้าชายยอนเหมือนเดิม เพราะเลโอบอกว่า ชั้นไม่คุ้นทาง(ขี้เกียจ)...ยอนขับเหมือนเดิมนั้นแหละดีแล้ว


          "ทุกอย่างพร้อมแล้วนะ?" ยอนถามย้ำทุกคนอย่างต้องการยืนยันความพร้อมของทุกคนก่อนออกเดินทาง

          "Yep." เลโอตอบยอนแล้วจึงเอื้อมออกไปดึงประตูรถเข้ามาปิด

          "อื้ม!" วาร์โรพยักหน้าแทนคำตอบว่าพร้อมแล้ว พร้อมที่สุดเลยด้วย

          "Alright."  คาร์ดิสเองตอบเสียงหนักแน่นพร้อมทั้งดึงประตูรถปิดเข้ามาด้วยเช่นกัน

          วาร์โรปิดประตูรถเข้ามาเรียบร้อยแล้วก็หันหน้ามาหาเลโอที่นั่งอยู่เบาะหลังกับคาร์ดิส เหมือนมีเรื่องที่อยากพูดอยากชวนเพื่อนคุยด้วย

          ยอนเริ่มออกรถ(พร้อมทั้งเปิดประทุนรถออกรับลมด้วย) ...จุดหมายต่อไปของพวกเขาทั้งสี่คนก็คือ ป่า  Chocobo 

          ออกไปแวะเที่ยวกันซักหน่อย มันก็คงทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง ถึงจะเพียงแค่เล็กน้อยก็เถอะ...




-ป่า Chocobo-

          เวลาค่ำคืน ช่วงแห่งการนอนหลับพักผ่อนของนักเดินทางทั้งสี่ เลโอ ยอน คาร์ดิส และวาร์โร
          ทั้งสี่คนได้ขับรถมาถึงที่ป่า Chocobo  ก็เป็นเวลาของช่วงบ่ายแก่ๆ แล้วพอมาถึงทั้งสี่คน ก็ได้พากันไปเล่นกับเจ้านก Chocobo ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่มากมายเลยเพลินเล่นกันจนเวลาเดินมาถึงช่วงเย็น ยอนจึงได้บอกกับทุกคนว่า ให้พักค้างคืนที่นี่ก่อน แล้วตอนเช้าค่อยออกเดินไปที่  Lestallum กัน แล้วทุกคนก็ตอบโอเค


          กลางดึก...

          พรึ่บ เลโอตัดสินใจลุกขึ้นมานั่ง หลังจากที่นอนกระสับกระส่ายอยู่นาน 

          "หือ?" เลโอหันไปมองที่ว่างๆทางข้างขวาของตัวเองด้วยความแปลกใจ ที่ร่างบางของยอนที่เคยนอนหลับอยู่ตรงนี้หายไป ...พอเอื้อมมือออกไปจับสัมผัสพื้นที่ตรงนั้นดูก็มีแค่ความเย็น ไม่มีความรู้สึกว่าอุ่นเลย...คงไม่อยู่ตรงนี้นานแล้วสินะ
          เมื่อคิดได้แบบนั้น เลโอเลยค่อยๆขยับตัวลุกออกไปจากที่นอน ออกไปนอกแคมป์เพื่อออกมาตามหายอนที่หายตัวออกไป

          บนหลังโขดหินที่อยู่ห่างจากที่แคมป์ของพวกเค้าไปไม่ไกล แค่เดินมาแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว

          "ยอน" เลโอเอ่ยเรียกร่างบางที่กำลังนอนมองท้องนภาแห่งราตรีที่มีเพียงแค่ดวงดารามากมายส่องแสงระยิบระยับ แต่ไร้ซึ่งจันทราเคียงข้าง

          "......" ยอนหันหน้าขึ้นไปมองคนที่เดินเข้ามาหา ก่อนจะค่อยลุกขึ้นมานั่ง

          พรึ่บ เลโอเดินเข้ามานั่งลงที่ข้างๆยอน

          "ทำไมถึงตื่นมาล่ะ?" ยอนหันหน้าไปถามเลโอ

          "นอนไม่หลับน่ะ" เลโอตอบ

          "ทั้งๆที่เป็นคนชอบนอนเนี่ยนะ" ยอนแกล้งพูดหยอก

          "ไม่รู้สิ....แล้วยอนล่ะ ทำไมออกมาอยู่ตรงนี้?" เลโอหันไปถามยอนด้วยสายตาห่วงใย

          "บางทีก็อาจจะเพราะความรู้สึกเดียวกับเลโอละมั้ง" ยอนเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าแห่งราตรีอีกครั้ง

          "ตอนเด็ก...ชั้นเคยไปดูหิ่งห้อยกับท่านพ่อ...แต่จำไม่ได้แล้วว่าที่ไหน" เลโอเอ่ยพูดถึงความหลังเรื่องครั้งในอดีต

          "....." ยอนหันไปมองเสี้ยวใบหน้าหล่อของเลโออย่างห่วงใย และรอฟังเรื่องที่เลโอจะเล่า

          "มันคือครั้งแรกที่ชั้นได้เห็นเจ้าตัวเรืองแสงเล็กๆที่ลอยไปมาได้ มัน...ค่อนข้างเลือนลาง...จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ แต่ว่าก็เหมือนรู้สึกว่า มันสวยมากๆเลย" 

          " ..... "

          "ความจริงก็คือ ความทรงจำเกี่ยวกับท่านพ่อของชั้น...มันน้อย....จนชั้นแทบจำอะไรไม่ได้เลย" 

          " ..... "

          "และก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมชั้นถึงจำเรื่อง... เรื่องที่เกี่ยวกับท่านพ่อของตัวเองไม่ได้ด้วย..." เลโอพูดเสียงแผ่วและฟังดูเศร้า "จำเรื่องราวในช่วงเวลานั้นไม่ค่อยได้ แต่ว่าก็รู้สึกได้ว่าท่านพ่อรักชั้นมาก...และชั้นเองก็....

          " .... " ยอนไล่สายตามองลงไปมือที่กำแน่นอยู่บนตักของเลโอ แล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้จึงต้องเอื้อมมือออกไปจับมือข้างนั้นของเลโอขึ้นมา แล้วจึงพูดกับเลโอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจากใจว่า "นายเชื่อใจชั้นได้นะเลโอ"

          " .... " เลโอหันมองสบตายอนนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยพูดต่อไปว่า "ชั้นตื่นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บที่แขนและขาข้างซ้าย ...ไม่มีใครบอก ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงแค่ว่าชั้นต้องเดินทางไปที่ Tenabrae เพื่อรักษาบาดแผล"

          " .... " ยอนบีบมือข้างที่จับมือเลโอแน่นขึ้นอย่างต้องการบอกให้เลโอรู้ว่าเค้าอยู่ตรงนี้นะ จะคอยรับฟังทุกอย่างเรื่องที่นายอยากเล่า

          "ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริง หรือว่าความฝัน คืนนั้นชั้นเห็นท่านแม่ร้องไห้ ได้ยินท่านพูดคำขอโทษและคำอ้อนวอนถึงพระเจ้าว่าโปรดให้อภัยท่านต่อสิ่งที่เกิดขึ้น"

          " .... "

          "นั่นคือเหตุผลของชั้น ที่ไม่เคยพูดถึงท่านพ่อ...ชั้น...ชั้นคิดถึงท่านพ่อ อยากเจอ อยากไปหาท่านพ่อ แต่ว่า...ชั้นก็ทำแบบนั้นไม่ได้ ชั้นทำไม่ได้ ชั้นทำร้ายท่านแม่ด้วยการตอกย้ำเรื่องท่านพ่อไม่ได้ " เสียงเลโอเริ่มสั่น 

          "ท่านแม่รักท่านพ่อมาก และท่านแม่ก็รู้สึกผิดและโทษตัวเองมาตลอด ว่าเป็นเพราะตัวท่านที่อ่อนแอจึงทำให้เสียท่านพ่อไป"

          " .... " ยอนก้มหน้าน้ำตาซึมตามเลโอ

          "เบื้องหลังขององค์ราชันย์....ท่านแม่ ฮึก..ไม่ ได้..อ่อนแอ สัก หน่อย"

          "ใช่แล้ว ท่านเอ็นน่ะ เพื่อความสงบสุขของทุกคน ฝ่าบาทยอมทิ้งความสุขของตัวเอง เพื่อปกป้องทุกคนเอาไว้ ฝ่าบาทเป็นองค์ราชันย์ที่น่ายกย่อง และชั้นก็เชื่อว่าในอนาคต เลโอเองก็ต้องเป็นกษัตริย์ที่น่ายกย่องของทุกคนด้วยเช่นกัน ...ชั้นเชื่อมั่นในตัวเลโอนะ"

          "อย่างนั้นเหรอ?" เลโอพูดเสียงไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ก่อนจะหันไปจ้องมองลึกเข้าไปที่นัยน์ตาคู่สวยที่กำลังท้อประกายแสงแห่งความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเองจากยอน ด้วยแววตาที่สั่นไหวของตัวเองอยู่ซักพัก แล้วเลโอจึงเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดอ้อนวอนว่า "ยอน...กอดชั้นไว้หน่อยได้มั้ย?"   

          หมับ

          ไม่มีคำพูดตอบใดๆ มีเพียงแค่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของยอน ที่ขยับลุกเข้าไปโอบกอดเลโอเอาไว้อย่างที่เลโอต้องการ

          "ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่นายต้องการ ขอแค่บอก...ชั้นก็พร้อมเสมอที่จะอยู่ข้างนาย" ยอนก้มหน้าลงกระซิบบอกเลโอที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและคำพูดจริงจากใจ

          หมับ

          เลโอซบหน้าเข้าที่ซอกคอระหงของยอน พร้อมทั้งสอดแขนทั้งสองข้างของตัวเองกอดเข้าที่เอวบางของยอนเอาไว้แน่น  อย่างต้องการที่พึ่ง และอยากซึบซับเก็บเกี่ยวเอาความอบอุ่นจากยอน มาบรรเทาความโดดเดี่ยวและความรู้สึกเหน็บหนาวที่เกิดในใจ ที่มันทำให้เค้ารู้สึกทรมานจนแทบบ้าอยู่ในตอนนี้

          "อยู่กับชั้น...อย่าทิ้งชั้นไปนะ...ยอน" น้ำเสียงอ้อนวอนที่แสนแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินจากเลโอ ที่ซบซุกซ่อนใบหน้าที่กำลังแสดงความอ่อนแอออกมา...อยู่ที่ซอกคอของยอน

          "ชั้นไม่มีวันทิ้งเลโอไปหรอก" อย่ากลัวไปเลยนะไม่ว่ายังไงชั้นคนนี้ก็จะอยู่กับนาย...เลโอ



-ครู่ต่อมา-

          "นี่ยอน" เลโอผลักตัวออกมาจากอ้อมกอดของยอนแล้วเอ่ยขึ้น เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

          "หือ?" ยอนมองสบตาเลโออย่างรอคำถาม

          "เพราะว่ามีเรื่องมากมายเข้ามาให้ต้องรีบจัดการ..." เลโอมีท่าทีอึกอักที่จะพูดต่อ แต่ว่ายอนที่อยู่กับเลโอมาตั้งแต่เด็ก แค่เลโอพูดแบบนั้น ยอนก็สามารถเข้าใจได้แล้วล่ะว่า เลโอพยายามจะพูดถึงอะไร

          "อืม ถึงจะยังสับสนและไม่อยากเชื่อเลยก็เถอะ แต่ว่าเจ้าสิ่งนี้..." ยอนหยุดพูดแล้วหยิบเอาของที่แจจุงให้ไว้ขึ้นมา แล้วพูดว่า "เหมือนมันกำลังเรียกร้องชั้นอยู่"

          "มันเรียกร้องงั้นเหรอ?" เลโอถามอย่างสงสัย

          "ใช่ ทุกครั้งที่ชั้นหยิบมันออกมา" ยอนบอกเลโอโดยที่สายตาคู่นั้นของเค้าก็คงจ้องมองนิ่งดูของที่อยู่ในมือ

          "อะไรที่อยู่ในนั้น?" เลโอถามขึ้นอีก

          " .... " ยอนหันมามองเลโอก่อนแว๊บหนึ่งก่อน แล้วจึงหันกลับมามองที่กล่องเล็กๆในมือของตัวเองอย่างชั่งใจ

          ยอนค่อยๆเปิดฝ่ากล่องขึ้นให้เลโอได้ดูของที่อยู่ข้างใน

          สร้อยทองคำขาวเส้นเล็กมีจี้เป็นลูกศรคู่ และที่ตรงปลายของลูกศรก็มีสัญลักษณ์เล็กๆของราชวงศ์เฟอร์เรทประทับอยู่ด้วย(ความยาวประมาณหนึ่งนิ้ว)

          "ชั้น...ตัดสินใจไม่ได้ ว่าควรจะหยิบมันมาใส่ดีรึเปล่า..." ยอนพูดเสียงกังวล

          "ท่านอาบอกว่ามันเป็นของยอนนี่ คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...หากยอนจะใส่มัน" เลโอพูดอย่างต้องการเพิ่มความเชื่อมั่นให้ยอน

          "ชั้นควรจะใส่มันไว้สินะ"

          "ให้ชั้นใส่มันให้มั้ย?"

          "อืม ได้สิ ถ้าเลโอคิดว่าชั้นควรใส่มัน" ยอนพูดแล้วจึงยื่นกล่องสร้อยไปให้เลโอ

          เลโอรับกล่องสร้อยจากยอน แล้วหยิบเอาสร้อยเส้นนั้นออกมา

          "เอ๋ ...นี่มันเป็นสร้อยข้อมือหรอกเหรอ?" เลโอยกสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาส่องดูอย่างประหลาดใจ ที่มันเป็นสร้อยข้อมือ ไม่ใช่สร้อยคออย่างที่เคยคิดไว้ "แต่มันก็สวยดีนะ เหมาะกับยอนเลย"

          "เอ๋? งั้นเหรอ?" ยอนพูดเสียงแผ่วเพราะรู้สึกหวั่นไหว กับรอยยิ้มใสซื่อแบบนั้นของเลโอ


           ตึก!

          ความรู้สึกเจ็บปวดที่เหมือนมีของแหลมคมบางอย่างกรีดแทงเข้ามาทั่วร่างกาย ทันทีเมื่อสร้อยข้อมือเส้นถูกใส่อยู่ที่ข้อมือข้างซ้ายของยอน
          ยอนกัดฟันสู้กับความเจ็บปวดที่พุ่งเข้ามาในตัวอย่างรวดเร็ว มันคือพลังจากสร้อยเส้นนั้น 

         "ยอน!" เลโอที่เห็นยอนทำหน้าเจ็บปวดทรมานก็เป็นห่วง และกำลังจะเข้าไปถอดสร้อยข้อมือที่ตัวเองเป็นคนใส่ให้ยอนออกให้ แต่ทว่าว่า....

          "มะ ไม่ เป็น ไร...ชั้น  ไหว.." ยอนพยายามพูดอย่างลำบาก เพราะต้องควบคุมสติของตัวเองไปด้วย

          "แน่ใจนะ?"  เลโอมองยอนอย่างเป็นห่วงสุดๆ

          "อืม อ่า..." ยอนหลับตาแน่นเพื่อต่อสู้กับพลังที่ตัวเองต้องรับมันไว้  "อั๊ก อึก!" ยอนเริ่มกัดปากล่างของตัวเองจนมันแทบจะเป็นแผลเลือดออกได้อยู่แล้ว

          "ยอน..." เลโอพูดเสียงแผ่ว ด้วยสีหน้าที่กังวลคิดไม่ตก ทั้งเป็นห่วงทั้งอยากช่วย แต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะช่วยอย่างไรดี ?

          และในขณะนั้นเอง!

          ที่สายตาของเลโอได้เห็นเลือดสีแดงที่เริ่มซึมออกมาตามรอยฟันคมของยอนที่ขบกัดอยู่ที่ริมฝีปากล่างของตัวเอง 

          ตึง ! 

          หมับ  เลโอลุกขึ้นไปนั่งคล่อมตักของยอน แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับที่ท้ายทอยของยอนไว้ และมืออีกข้างจับเข้าที่ปลายคางมนของยอนให้เสยขึ้น แล้วจึงใช้หัวแม่มือกดนวดเข้าที่ริมฝีปากล่างของยอน เพื่อบังคับให้ยอนคลายริมฝิปากช้ำเลือดออกมา 
          ทันทีที่ยอนยอมคลายริมฝีปากออก เลโอก็ไม่รอช้า ประกบทับริมฝีปากของตัวเองเข้าที่ริมฝีปากของยอนอย่างนุ่มนวลอ่อนโยนทันที

          เลโอหลับตาลง แล้วค่อยๆใช้ปลายลิ้นร้อนของตัวเองแลบเลียที่ริมฝีปากล่างของยอน ตรงที่มีรอยฟันและเลือดที่ไหลซึมอยู่เล็กน้อยนั้นให้ยอนอย่างนุ่มนวล

          ตึก ตัก

          ยอนเบิกตากว้างขึ้นเมื่อโดนสัมผัส....เข้ามาแบบนั้น 

          ความเจ็บปวดทรมานเมื่อครู่อยู่ๆก็หายวาบไปทันที เมื่อโดนเลโอเข้ามาจูบ

          ทั้งหัวมันขาวโพลนไปหมด และในหูก็ได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังจนมันอื้อหูไปหมดเข่นกัน...แล้วจากทั่วทั้งร่างกายของยอนก็เริ่มรู้สึกวูบวาบเหมือนมีพิษบางอย่างวิ่งพล่านไปทั่วในร่าง

          ยอนเริ่มตาลอยคลายคนไร้สติ ร่างกายอ่อนยวบลงอย่างไม่สามารถทรงตัวอยู่ได้ จนเลโอต้องรีบโอบประคองเอาไว้ แล้วเปลี่ยนท่าให้ยอนขึ้นมานั่งบนตักของตัวเองแทน

          เลโอกดจูบซ้ำลงไปที่ริมฝีปากล่างของยอนอย่างนุ่มนวลเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะถอนจูบออกมา....

          " .... " ถ้าฟ้าสว่างกว่านี้ เลโอคงได้เห็นชัดว่าทั้งใบหน้าของยอนตอนนี้มันขึ้นสีแดงมากขนาดไหน...

          " .... " เลโอจ้องมองและใช้ปลายนิ้วเรียวแตะที่ริมฝีปากล่างที่เคยเป็นแผลเลือดซึมของยอนแผ่วเบา แล้วจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มน้อยๆว่า "ไม่มีเลือดซึมออกมาแล้วล่ะ"

          " .... "  ตึก ตัก สายตา คำพูดและการกระทำที่แสนอ่อนโยนนี้มัน....

          "ทีหลังอย่ากัดปากแบบนี้อีกนะ ถ้าเกิดเป็นแผลใหญ่ขึ้นมา..คงแย่เลยนะ" เลโอพูดดุด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยไม่ปิด

          " .... " ยอนเงียบนิ่ง และจ้องมองเลโอด้วยคำถามมากมายที่กำลังตีกันยุ่งอยู่ในหัว

          " .... " เลโอเองก็จ้องมองยอนกลับด้วยสีหน้าและสายตาแห่งความสงสัยเช่นกัน (เลโอสงสัยว่า ทำไมยอนถึงได้เอาแต่จ้องมองเค้าแบบนั้น โดยไม่พูดอะไรออกมาเลยล่ะ เนี่ยคนเค้ากำลังเป็นห่วงอยู่นะ ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ?)

          " .... " ยิ่งมอง ยิ่งสบตากันกับเลโอมากขึ้นเท่าไหร่ ก้อนเนื้อที่ในอกข้างซ้ายของเค้ามันก็ยิ่งเต้นแรงขึ้น แรงขึ้น แรงขึ้นจนยอนเริ่มกลัวว่ามันจะระเบิดรึเปล่า หากมันยังคงเต้นแรงไม่หยุดแบบนี้ 

          ควับ  ยอนหันหลบสายตาออกจากเลโอ 

          ตึกตัก แบบนี้....ไม่หวแล้ว เค้าไม่สามารถมองสบตากับเลโอได้อีกแล้ว(ในตอนนี้) 

          หมับ

          "ยอน..." เลโอพูดเสียงเบา แล้วใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นไปประคองใบหน้าสวยของยอนให้หันกับมามองที่ตัวเองอีกครั้ง

          " .... " ยอนยอมหันหน้ากลับมาหาเลโอ แต่ว่าก็ยังคงหลุบตาลงต่ำไม่กล้ามองสบตากับเลโอตรงๆ

          "ยอน เงยหน้ามองชั้นหน่อยซิ" เลโอบอกเสียงจริงจัง

          "เออ...อื้อ" ยอนเผลอสะดุ้งตื่นเสียงของเลโอเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆช้อนตาขึ้นมองเลโอ

          "อ่า  ใช่จริงๆด้วย" เลโอพูดเสียงคลายคนตื่นเต้นอะไรบางอย่าง

          "เอ๋?" ยอนขมวดคิ้วงง สงสัยว่าเลโอพูดถึงอะไร

          "ตาของยอนน่ะ" เลโอจ้องมองลึกเข้าในตาของยอนอย่างสำรวจ แล้วจึงพูดขึ้นอีกว่า "ตอนนี้ตาของยอนกลายเป็นตาสองสีแล้วน่ะ"

          "ตะ ตาสองสี...งั้นเหรอ?" ยอนพูดเสียงไม่อยากเชื่อ

          "ใช่ ...อ่า จำได้ว่ารีวุสเองก็มีตาสองสีด้วยนะ" เลโอบอก  "แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นสีเดียวกับยอนรึเปล่า"

          "งั้นเหรอ..." ยอนทำหน้าคิด แล้วจึงก้มลงมองที่สร้อยข้อมือที่ใส่อยู่ "อาจจะเป็นเพราะสร้อยเส้นนี้ก็ได้"

          "อืม ก็น่าจะใช่นะ" เลโอก้มลงมองที่สร้อยข้อมือตามยอน ก่อนจะเงยขึ้นมามองที่ใบหน้าสวยของยอนอีกครั้ง แล้วเอ่ยถามถึงอาการของยอนด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่า "ตอนนี้ ...ไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย?"

          "หือ? อ้อ ไม่รู้สึกเจ็บทรมานแล้วล่ะ" ยอนเงยหน้าขึ้นมาตอบด้วยสีหน้าที่ดูผ่อนคลายกว่าเดิม

          "งั้นเหรอ อื้ม งั้นก็ดีแล้วล่ะ ....หะ หาววว" เลโอพูดแล้วก็หาวออกมา "ซักเริ่มง่วงนอนแล้วสิ" 

          หมับ

          "เอ๋?" ยอนทำหน้าเหวอขึ้น เมื่อเลโอฟุบหน้าหลับลงที่บนไหล่แคบของตัวเอง แค่นั้นไม่พอ สองอ้อมแขนแกร่งของเลโอก็ยังสอดรัดกอดรวบเอวบางของยอนเอาไว้แน่นด้วยเช่นกัน

          "อืออ แบบนี้ก็สบายดีแห่ะ อุ่นดีด้วย" เลโอพูดพร้อมซุกไซ้ใบหน้าไปมาบนไหล่ของยอนอย่างหาท่าสบายให้ตัวเอง

          "เฮ้ ...จะนอนแบบนี้ไม่ได้นะ เลโอ" ยอนพูดอย่างนั้นโดยที่มือข้างหนึ่งก็ลูบหลังกล่อมเลโอไปด้วย (เออ มันดูย้อนแย้งนะ คำพูดและการกระทำ)

          "นานแค่ไหนแล้ว ที่ชั้นไม่ได้กอดแบบนี้ ยอน?" เสียงถามที่แสนแผ่วเบาจากเลโอที่เริ่มกระชับกอดแน่นขึ้น "รู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน"

          "เลโอ..."

          "นายรู้ไหม? หลังจากวันนั้น(วันที่รู้ว่าต้องแต่งงาน) ...นายก็เริ่มทำตัวห่างเหิน..." หางเสียงที่ปนมาด้วยแววความเจ็บปวดของเลโอ ทำให้ยอนใจกระตุก และแววตาของยอนก็หมองลง "ชั้นรู้สึกแย่มากเลยนะ"

          หมับ ยอนซบใบหน้าเจ็บปวดลงพักที่ลาดไหล่กว้างของเลโอพร้อมทั้งกอดเลโอแน่นแทนการพูด...

          "ขอโทษ....ชั้นขอโทษ" นอกจากคำว่าขอโทษแล้วยอนก็คิดคำอื่นใดออกมาไม่ได้แล้วในตอนนี้  เค้ารู้สึกผิดและอยากขอโทษ

          "ไม่หรอก มันไม่ใช่ความผิดอะไรที่ยอนจะต้องพูดขอโทษ" เลโอกระชับกอดและพูดปลอบโยนยอนอย่างนุ่นนวล "ชั้นแค่รู้สึกแย่ ...ที่ชั้นไม่สามารถอยู่แบบนี้กับยอนได้เหมือนเดิม มันก็เท่านั้นเอง"

          คำสารภาพที่แผ่วเบาแต่ก็ชัดเจน ยิ่งทำให้ความรู้สึกที่เก็บซ่อนอยู่ภายในมาแสนนานของยอนยิ่งล้นทะลักออกมา

          "...." หาใช่เพียงแค่เลโอคนเดียวที่ไหนล่ะ ที่รู้สึกเจ็บปวดทรมานเมื่อต้องเห็นว่าคนสำคัญของตัวเองกำลังจะเดินห่างออกไปเช่นนั้น

          "...." ทั้งหน้าที่ขององค์ราชันย์ก็สำคัญ  และยอนเองก็สำคัญกับเค้ามากเช่นกัน...ก็รู้ว่าเป็นราชันย์ต้องเดินไปข้างหน้าเสมอ จะหยุดเดินไม่ได้เด็ดขาด...แต่ว่า หากการเดินไปข้างหน้าของเค้าไม่มียอนของเค้าคนนี้เดินอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม....เค้าก็คงไม่สามารถเดินต่อไปได้อย่างที่ทุกคนคาดหวังเป็นแน่

          "ชั้นสูญเสีย...จนแทบยืนขึ้นไม่ไหว หากแต่ว่า...เพราะยังมีนายอยู่ เพราะว่ายอนยังคงอยู่กับชั้น...ชั้นเลยยังเดินต่อไปได้" เสียงพูดแผ่วเบาและความอุ่นชื่นที่เกิดขึ้นบริเวณลาดไหล่เล็กของยอน ที่เลโอก้มหน้าซบอยู่ ก็บอกทุกอย่างได้ชัดเจนว่า กษัตริย์น้อยแห่ง Lucis กำลังอ่อนแอมากแค่ไหนในเวลานี้

          "ชั้นรู้ว่าภาระที่นายแบกรับอยู่มันหนัก...และชั้นเองก็อยากช่วยเป็นกำลังให้นาย ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้หรอกว่าต่อไปจะต้องเจอกับอะไร...แต่ชั้นก็จะอยู่ข้างๆนายอย่างนี้เสมอ เพราะงั้น...หากเลโอเหนื่อยหรือรู้สึกท้อแท้ก็ให้บอกกับชั้น แม้ว่าชั้นอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ชั้นก็อยากเป็นที่พึ่งให้เลโอให้เสมอนะ" ยอนพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจเสมอออกมาให้เลโอได้รับรู้

          "ขอบคุณที่อยู่กับชั้นนะยอน ขอบคุณจริงๆ"




-วันต่อมา-

          การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง 

          ทั้งสี่คนหลังจากจัดการธุระส่วนตัวและช่วยกับเก็บสัมภาระต่างๆขึ้นรถกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยอนก็เริ่มติดเครื่องยนต์รถเตรียมออกเดินทางไปยังที่หมาย Lestallum

          "เฮ้อ~~ Chocobo ที่รักช่างทำให้จิตใจชั้นกระชุ่มกระชวยเหลือเกิน" วาร์โรพูดเพ้อขึ้นเมื่อขึ้นมานั่งในรถแล้ว

          "หือ? ไม่เคยรู้ว่านายจะชอบมันขนาดนี้" เลโอพูดขึ้นเรียบๆ

           "อ่า ยังไงล่ะ? แบบว่าเรียกได้ว่าคลั่งไคล่ได้เลยแหละ" วาร์โรบอก

          "ถ้ารัก Chocobo มันก็ดีทั้งนั้นแหละ" เลโอพูดอย่างส่งเสริม

          "อื้ม" วาร์โรหันมายิ้มให้เลโอ 

          แล้วจากนั้น ต่างคนก็ต่างอยู่ในโลกของตัวเองไป

          "ที่นี่สวยดีเนอะ" วาร์โรหันไปพูดกับยอนที่ทำหน้าที่ขับรถให้ทุกคน

          "อื้ม" ยอนหันมายิ้มบางให้วาร์โรแว็บหนึ่งแล้วก็หันกับไปตั้งใจขับรถเหมือนเดิม

          คาร์ดิสหยิบเอาหนังสือขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา เลโอก็นั่งมองวิวทิวทัศน์รอบๆ และเสียงเจื้อยแจ้วของวาร์โรที่ชวนคุยยอน โดยที่ยอนก็ตอบกลับบ้าง ผยักหน้าให้บ้างตามจังหวะ


-เวลาต่อมา-

          "เลโอ" วาร์โรเอี่ยวหน้าหันไปหาเลโอที่เบาะหลังด้วยสีหน้าสดใสพร้อมถามว่า "นี่ ชั้นว่าจะถ่ายรูปให้บ่อยขึ้นล่ะนะ นายอยากเห็นอะไร?"

          "หา?" เลโอขมวดคิ้วยุ่งมองหน้าวาร์โรอย่างคิดทวนสิ่งที่เพื่อนพูด "อยากเห็นอะไรงั้นเหรอ?"

          "ใช่ นายเห็นอะไรล่ะ? บอกมาสิ" วาร์โรยิ้มรอคำตอบอย่างตั้งใจ

          "หึ แน่นอนว่าต้องชั้นนี่ไง ...นายไม่เคยถ่ายรูปชั้นออกมาดูดีได้สักรูปเลย" เลโอบ่นอย่างไม่จริงจังนัก

          "โอเค ได้เลยๆเดี๋ยวจัดให้เด็ดๆ" วาร์โรพยักหน้ารับทราบพร้อมบอกด้วยเสียงมาดมั่นว่าเค้าจะถ่ายรูปเจ้าชายเพื่อนซี้ของเค้าออกมาให้ดีที่สุด 

          "หา? ชั้นแค่ล้อเล่นน่า เจ้าบ้า" เลโอส่ายหัวปฏิเสธรัวๆว่าชั้นแค่พูดเล่นจริงๆ นายอย่าจริงจังนักไอ่เพื่อนบ้า

          "ไม่รู้ล่ะ ยังก็จะถ่ายให้เจ๋งละกัน" วาร์โรหันมาบอกเลโออีกครั้ง ส่วนเลโอก็ได้แต่ส่ายหัวให้ แทนคำพูดว่า เอาเลย ตามสบายเลยเจ้าเพื่อนบ้านก(Chocobo)

          "นั่นมันคือ the infamous Disc แผ่นวงแหวนชั่วร้าย... นายไม่อยากถ่ายรูปกับมันหน่อยเหรอเลโอ?" วาร์โรหันมาถามเลโอ เมื่อยอนได้ขับรถเลี้ยวขึ้นไปทางหลุมกว้างที่มีลักษณ์เป็นวงแหวนและมีผลึกสีขาวดูคล้ายน้ำแข็งอยู่ใจกลาง

          " Why not?" เลโอตอบตกลงเรียบๆ แน่นอนว่าที่ตรงนั้นมันค่อนข้างน่าสนใจอยู่มากทีเดียว ที่แบบนั้นมันไม่ได้มีอยู่ทั่วไปหรอกนะ  เจ้าสถานที่ที่น่าอัศจรรย์แบบนั้น เพราะงั้นก็เลยไปควรพลาดไงล่ะ ไปกันเลยครับ

          "อุว้าวววว เยี่ยมมาก ไปกันเลยๆ" วาร์โรร้องขึ้นอย่างถูกใจ คาร์ดิสที่นั่งเงียบมองดูอยู่แต่แรกก็ไปได้แต่ส่ายไปมาให้ความเป็นเด็กน้อยของทั้งวาร์โรและเจ้าชายเลโอด้วย

          เฮ้อ เหมือนมาเลี้ยงเด็กเลย ให้ตายสิ

          "ยอน~น กลับรถๆ เราจะไปถ่ายรูปตรงดิสก์ข้างหลังนั้นก้านน" วาร์โรหันมาบอกยอนอย่างร่าเริงตามประสา

          "คร้าบๆ ตามความประสงค์เลยครับ" ยอนพูดอย่างไม่คิดจะขัดใจใดๆ พร้อมทั้งมองทางด้านและด้านหลัง ให้แน่ใจก่อนว่าถนนว่างรึเปล่า แล้วเมื่อเห็นว่าถนนว่างปลอดภัยอยู่ ก็จัดการยูเทิร์นรถกลับไปที่ดิสก์ที่เค้าได้ขับผ่านมาก่อนหน้านั้นทันที



          เอี๊ยด...

          ยอนขับรถเข้ามาจอดที่เทียบข้างแผงกั้นขอบทาง

          "ก่อนจะลงจากรถก็ดูทางให้ดีด้วยล่ะ" ยอนบอกทุกคนด้วยความเป็นห่วง เพราะตรงที่เค้าจอดรถนั้นมันคือยังอยู่ในขอบเลนทางที่ยังไม่ค่อยดูปลอดภัยเท่าไหร่นัก ดังนั้นทุกคนจึงควรระวังรถคันอื่นที่อาจจะขับสวนผ่านมาด้วย

          เลโอกระโดดข้ามแผงกั้นทางข้ามออกไปตรงด้านนอก ที่ห่างออกไปไม่ไกลนักมีลานหินไว้เหมาะสำหรับนั่งพักชมวิวดูดิสก์ดาวตกข้างหลังได้เหมาะอยู่พอดี

          "เอาหละ เราจะถ่ายรูปจากตรงนี้ละกัน" เลโอบอกกับทุกคนเมื่อเห็นว่าที่ตรงนี้มันเหมาะสำหรับการถ่ายรูปวิวสวยๆของดิสก์

          "พูดได้ดี เอาหละถึงเวลาถ่ายรูปกันแล้ว!" วาร์โรพยักเห็นด้วยกับเลโอ แล้วจึงหันไปบอกทุกคนให้เตรียมตัว ในขณะที่ตัวเองก็จัดการตั้งกล้องหามุมหาแสงสวยๆสำหรับ Nice shot ของพวกเค้าทั้งสี่คน

          "พร้อมน้าา" วาร์โรตั้งกล้องเสร็จก็เงยหน้าขึ้นไปถามกับทุกคน และเมื่อทุกคนพนักหน้าโอเคแล้ว ตัวเองก็รีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนๆ ทันที


          แช่ะ!


          "โอ๊ะ แสงอย่างสวย" วาร์โรร้องขึ้นมาอย่างถูกใจที่ภาพเมื่อครู่ของพวกเค้าถ่ายออกมาสวย

          "อืม คราวนี้ก็พอใจแล้วนะ วาร์โร" เลโอพูด

          "เราควรต้องรีบเดินทางต่อแล้ว เจ้าเด็กน้อย" คาร์ดิสเดินเข้าไปขยี้หัววาร์โรอย่างมั่นไส้ปนเอ็นดูก่อนจะเดินตามยอนและเลโอกลับขึ้นไปที่รถ

          "ง่อววว นิดหน่อยน่าคาร์ดิส" วาร์โรบุยปากใส่คาร์ดิสก่อน แล้วจึงหอบขาตั้งกล้องวิ่งตามหลังทุกคนขึ้นไป


          ปึก ปึก

          เสียงประตูรถทั้งสี่บานถูกปิดเข้ามาจนครบ คือสัญญาว่าได้เวลาออกเดินทางกันต่อแล้วล่ะพวก

          "Ready for more?" เลโอพูดขึ้นเมื่อยอนเริ่มติดเครื่องยนต์แล้ว

          "อืม" ยอนหันกลับไปหาเลโอและจึงพยักหน้าบอกว่ารับทราบ

          "แน่นอน" วาร์โรหันมายิ้มแฉ่งให้เลโอ

          "ยอน ขับตรงไปเลยนะ ไม่ต้องตามใจเด็กๆแล้ว" คาร์ดิสบอกยอนเสียงเรียบ

          "สุดยอดเลย~ ชั้นรู้จักมันนะนั่นน่ะ  Meteor เก่าแก่" วาร์โรหันมาชวนเลโอพูดอีกครั้ง หลังจากที่ยอนเริ่มขับกลับขึ้นมาทางเดิมได้สักพัก

          "ใช่ มันยังเผ่าไหม้อยู่เลยทุกวันนี้" ยอนพูดเสริมเกี่ยวกับดาวตกที่อยู่ใจกลางดิสก์ที่พวกเค้าผ่านมา

          "มันเป็นแหล่งพลังงานของ Lestallum ด้วยล่ะ" คาร์ดิสเพิ่มรายละเอียดให้อีก

          "อ้อออ จริงเนี่ย?" วาร์โรเหมือนได้ความรู้ใหม่

          "คล้ายๆคริสตัลในเมืองเรานั่นแหละ แต่แค่การให้พลังงานมันแตกต่างกันน่ะ" ยอนขยายความให้วาร์โรเข้าใจมากขึ้น

          "อ้อออ" วาร์โรตั้งใจฟังสุดๆ

          "Suppose that makes sense." เลโอพูดอย่างนั้นแล้วก็ขยับตัวขึ้นไปนั่งท่าเท่อยู่บนหลังรถอย่างชิลๆ แบบไม่คิดกลัวอะไรเลย ว่ามันอาจจะเกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุพลัดตกลงไปจากรถตอนไหนก็ได้ถ้าไม่ระวังดีๆ 

          แต่ก็นั่นแหละ ถ้าคนขับเป็นยอนก็สบายใจได้เลย เพราะยอนขับรถนิ่มมาก อันนี้ยอมจริงๆ ถึงจะขับเร็วแต่ก็ไม่อันตรายแน่นอน



-ครู่ต่อมา-

          "อีก 0.2 ไมล์ ก็จะถึงเมืองกันแล้ว" ยอนบอกกลับทุกคนเมื่อขับรถอ้อมเข้ามาถึงทางเข้าอุโมงค์

          "เหมือนเราวาร์ปมาอีกมิติหนึ่งเลย อุโมงค์นี่สวยสุดๆเลยเนอะ" วาร์โรอย่างตื่นเต้นที่ได้ผ่านเข้าในอุโมงค์ที่ทอดยาวออกไปไกล

          "สังสัยจังว่ามันจะไปจบที่ตรงไหน และเมืองข้างหน้าจะเป็นยังไงนะ?" เลโอพูดจินตรนาการไปถึงเป้าหมายด้านหน้า

          แล้วจากนั้นวาร์โรก็ลุกขึ้นมาคุกเข่าบนเบาะนั่งและเอาสองแขนท้าวไว้ที่หลังผนังพิง เพื่อหันหน้ามาคุยกับเลโอและคาร์ดิสในช่วงที่รถขับเข้าอุโมงค์ อย่างตื่นเต้นและเดาลุ้นไปกับเมืองที่พวกเค้าจะต้องเจอ


          "อุว้าววว" วาร์โรร้องอุทานขึ้นเป็นคนแรก เมื่อรถขับพ้นออกมาจากอุโมงค์แล้วโผล่ออกมาที่เมืองใหม่ทันที

          "สวย!" คาร์ดิสบอก

          "เมืองใหญ่กว่าที่คิดนะ" เลโอพูดอย่างตื่นเต้น

         "อ่า เราไม่ได้อยู่ในเมืองกันมาสักพักแล้วนี่นะ" คาร์ดิสพูด

          "โอ๊ะ! นั่น? มีเคเบิ้ลคาร์ด้วยหล่ะ" วาร์โรชี้มือขึ้นข้างบนให้ทุกคนดูรถกระเช้า

          "อ่า นั่นหน่ะ จะไปสุดที่ไหนกันนะ?" ยอนพูดอย่างสงสัยจุดสิ้นสุดของเคเบิ้ลคาร์ อยากจะรู้ว่ามันนั่งไปไหนได้บ้าง

          แล้วจากนั้นยอนก็เลี้ยวรถลงไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของเมือง

          "อ่า มันร้อนจัง ตั้งแต่ตะกี๊แล้ว" เลโอบ่นขึ้นมา เมื่อยอนได้ถอดรถเข้ามาจอดที่ช่องจอดรถเรียบร้อยแล้ว (เปิดประตูรถลงไปแล้วก็ยังบ่นไม่หยุด)

          "อยากไปหาที่เย็นๆอยู่แล้วเนี่ย" แม้แต่คาร์ดิสเองก็ยังต้องบ่นถึงความร้อนที่มากเกินไปของเมืองนี้

          "ช่ายย" เลโอพยักหน้าให้คาร์ดิสรัวๆอย่างเห็นด้วยสุดๆ

          "คืนนี้เราจะได้นอนในห้องพักดีๆมั้ยน้า?" วาร์โรพูด

          "ได้สิ ที่นี่หน่ะมีโรงแรมอยู่ด้วยนะ ไปกันเถอะ" ยอนบอก แล้วจากนั้นทุกคนก็พากันเดินขึ้นไปจากลานจอดรถ เพื่อไปตามหารีเธียน้องสาวของคาดิสที่กำลังรอพวกเค้าอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่ในเมืองนี้


           "เรามาถึง Lestallum แล้วนะ"







ข้ารับใช้แห่งทวยเทพทั้งหลายเอ่ย
บัดนี้ ผู้ครอบครองพลังแห่งจอมเทพได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
 ด้วยแสงสว่างแห่งทวยเทพทั้งปวง 
ความมืดมิดที่เข้ามาครอบคลุมโลกใบนี้ จงถูกปัดเป่าออกไป























~~~~~~~~

O'er rotted soil, under blighted sky, 
A dread Plague the Wicked has wrought
In the Light of the Gods, Sword-Sworn at his Side,
'Gainst the Dark the King's Battle is fought
From the Heavens high, to the Blessed below.
Shines the Beam of a Peace long besought

"Long live thy Line and these Stones divine,
For the Night when All comes to Naught"

-Cosmogony 15:2, "Nadir"- 

~~~~~~~~~~





To be continued....







         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น