THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 39 : The Freak Out ll ep.5 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 มี.ค. 61

THE FREAK OUT ll
회 5








-เสียงประกาศจากผู้บังคับบัญชาการประจำพระราชวัง Lucis-
Niflheim ออกเดินทางจากโรงแรมแล้ว
อีกไปเกินสามชั่วโมง พิธีลงนามจะเริ่ม เสริมกำลังที่ป้อมปราการ




          ณ ป้อมปราการปีกประตูทางทิศเหนือ

          อีรอส เซนเธอร์เรีย กำลังทำหน้าที่เฝ้ายามประจำอยู่ที่จุดนั้น 

          ติ๊ดๆ

          "ว่าไง?" อีรอสกดหูฟังรับสายวิทยุจากเพื่อนในกองกำลังพิเศษที่ติอต่อเข้ามา

          [อีรอส เจ้าหญิงอยู่กับนายมั้ย?]

          "เปล่า ชั้นเฝ้าป้อมปราการอยู่" อีรอสตอบ

          [พวกจักรวรรดิพึ่งออกเดินทางไปในพิธี แต่ไม่มีเจ้าหญิง]

          "...." อีรอสได้ยินดังนั้นก็นิ่ง ทำหน้าคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาอย่างกังวล ก่อนเค้าจะกดปิดสายวิทยุจากเพื่อน แล้วรีบวิ่งออกไปจากป้อมปราการนั้นทันที




-ด้านหน้าพระราชวัง-

          รถข่นส่งกองพลทหารหลวงของกรุงอินซอมเนียสี่คัน วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าป้อมทางเข้าหน้าพระราชวัง แล้วจากนั้นทหารหลายสิบนายที่อยู่ในรถ ต่างก็รีบพากันลงมาเข้าแถวที่ด้านหน้า เพื่อรับคำสั่งจากหัวหน้านายทหารประจำราชวัง

          "ตั้งใจฟัง!  ไม่ใช่การเฝ้าประตู นี่คือหัวใจของเมืองของเรา บ้านของกษัตริย์ของเรา ต้องไม่มีอะไรมารบกวนพิธี จัดการภัยคุกคาม โดยเร็วและเงียบ เข้าใจแล้วใช่มั้ย ?"

          "ครับท่าน !"  ทหารทุกนายตอบรับคำสั่งอย่างขันแข็ง แล้วจึงแยกย้ายเข้าไปยืนประจำที่ที่ของตน


          ทางด้าน อีรอส เซนเธอร์เรีย ก็ได้กลับเข้าที่พระราชวังอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันกับที่ขบวนรถของจักรวรรดิได้แล่นเข้ามาถึงพระราชวังเช่นเดียวกัน



          -ด้านในปราสาทชั้นบน-  

          หลังออกมาจากวิหาร แล้วฮัยอนก็กลับเข้ามารออยู่ที่ราชบัลลังก์อีกครั้ง เพื่อรอเวลาพิธีลงนามในอีกไม่ช้านี้  

          ฮัคยอนยืนมองออกไปที่ด้านหน้าพระราชวัง มองดูประชาชนมากมายที่เดินทางเข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้ และขบวนรถของจักรวรรดิที่แล่นเข้ามาจอดอยู่ที่ด้านหน้าทางวงแหวนลานน้ำพุหน้าบันไดทางขึ้นของปราสาทด้วยเช่นกัน



-อีกด้าน ในทางเดินในปราสาท-

ตึก ตึก ตึก

ติ๊ด

          "กองกำลังพิเศษเรียกกัปตัน อยู่รึเปล่า กัปตัน ? เหตุฉุกเฉิน!" อีรอสทั้งรีบเดินเข้าไปด้านในปราสาทไปที่ท้องพระโรง ทั้งกดเรียกหากัปตันผู้บังคับบัญชาไปด้วย 

          "เฮ้อ..บ้าเอ้ย ดอร์ตัส!" อีรอสสบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อไม่สามารถติดต่อกับผู้บังคับบัญชาของตัวเองได้ ในเวลาฉุกเฉินเช่นนี้

ติ๊ดๆ

          [แจ็คพอตว่ะ อีรอส มียานบินของจักรวรรดิจอดรออยู่ด้านนอกกำแพงเต็มเลย] หนึ่งในทหารกองกำลังพิเศษรายงานเข้ามา

          "จักรวรรดิ" อีรอสทำหน้าเครียด แล้วเริ่มเร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้นอีก

          [ใช่ จากที่เห็นพวกนั้นเตรียมทำสงครามแน่] 

          "กัปตันอยู่ไหน ?" อีรอสถาม

          [น่าจะอยู่ที่ป้อม]

          "เค้าไม่ตอบวิทยุชั้นเลย"

          [ไม่รู้สิ เค้าคงยุ่งอยู่กับการคุ้มกัน]

          "เฮลน่า เรื่องสุดท้ายแล้ว ชั้นอยากให้นายไปเตรียมกองกำลังพิเศษให้พร้อมนะ"

          [พูดเรื่องอะไรนะ? นายจะเคลื่อนทัพโดยไม่รอคำสั่งงั้นเหรอ?]

          "เชื่อชั้น! ทำตามที่บอก"

          [เดี๋ยว! เดี๋ยวชั้นจะต้องบอก--]

          ติ๊ด อีรอสตัดสายวิทยุจากเฮลน่าทันที เมื่อเค้าได้เดินเข้ามาถึงหน้าประตูชั้นแรกของท้องพระโรงที่มีนายทหารสองนายยืนเฝ้าประตูอยู่


          "หยุดนะ นายจะเข้าไปอย่างนี้ไม่ได้ !" นายทหารที่เฝ้าประจำอยู่ที่หน้าประตูรีบเดินเข้าไปขว้างทางอีรอสไว้ทันที แต่อีรอสก็ไม่สนใจเดินชนนายทหารคนนั้นเข้าไปที่ด้านในทันที



ตึก ตึก ตึก

          "พิธีจะเริ่มในอีกสองชั่วโมง ควรเตรียมตัวให้พร้อม" ฮงบินเดินเข้าบอกกับฮัคยอนที่ยังคงยืนมองนอกปราสาทอยู่ตรงหน้าต่างสูงข้างบัลลังก์

          "อื้ม" ฮัคยอนพยักหนัารับทราบ "ดีมาก"


          "ฝ่าบาทขอรับ หนึ่งในกองกำลังพิเศษมาที่นี่ขอรับ" เจ้าหน้าที่ดูแลภายในปราสาท เข้ามารายงาน

          "..."  ฮัคยอนและฮงบินเมื่อได้ยินดังนั้น ก็พากันหันกลับเข้ามาหาเจ้าหน้าที่ที่ยืนรายงานอยู่ด้านล่างนั้นทัน

          "เค้ามาขอเข้าเฝ้า..." เจ้าหน้าที่รายงาน

          "เข้าเฝ้าเหรอ?" ฮัคยอนทวนถามกลับไปอย่างสงสัย ว่าทำไมต้องมาเข้าเฝ้าในเวลาเช่นนี้ด้วย


          แกร๊ก! ในขณะเดียวกัน ประตูหน้าห้องก็ถูกผลักเข้ามาโดยอีรอส ที่มาด้วยท่าทางของคนร้อนใจอย่างรีบร้อน

          "ฝ่าบาท ได้โปรด ออกคำสั่งให้เคลื่อนทัพกองกำลังพิเศษ" อีรอสรีบพูดขึ้นเสียงดังชัด พร้อมทั้งรีบเดินเข้าไปคุกเข่ารอรับคำอนุมัติที่ด้านหน้าแท่นบัลลังก์ด้วย

          "เจ้า...?" ฮัคยอนเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เข้ามาในเวลาเช่นนี้

          "กองทัพจักรวรรดิพร้อมทำสงคราม ทางทิศใต้ 20ไมล์"  อีรอสรายงาน

          "กองทัพของจักรวรรดิเหรอ?" ฮงบินเอ่ยขึ้นแล้วหันหน้าไปมองที่ฮัคยอน

          "พวกมันมีตัวเจ้าหญิงด้วย" อีรอสรายงานอีกเรื่องที่สำคัญ

          "หืม..." ฮัคยอนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำเสียงออกมาอย่างหนักใจทันที ก่อนจะพูดออกคำสั่งขึ้นมาว่า "ฮงบิน เรียกทหารมาเฝ้าที่หน้าห้องลงนาม" 

          "แต่คนจะมองว่า ขาดความศรัทธาในสันติ-" ฮงบินพูดแย้ง

          "ร่วมทั้งในท่าเรือทุกท่า" ฮัคยอนไม่ฟังที่ฮงบินแย้ง และคงออกคำสั่งต่อไป "ลงมือได้!"

          "พวกเราควรจะต้องคุมตัวจักรพรรดิ เอาเดิมทัพไว้" ฮัคยอนบอก

          "คุมตัวเค้าเหรอ?" ฮงบินทำหน้าตกใจ แล้วพูดต่อไปว่า "มันจะกลายเป็นการประกาศสงครามใหม่นะขอรับ" ฮงบิบพยายามอธิบาย

          "เรายังอยู่ในสงคราม ฮงบิน" ฮัคยอนหันไปบอกฮงบิน "ส่วนเจ้า... อีรอส เซนเธอร์เรีย"

          อีรอสรีบเงยหน้าขึ้นไปหาฮัคยอนทันที เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง

          "กองทัพกองกำลังพิเศษพร้อมเคลื่อนพลเมื่อไหร่?" ฮัคยอนถาม

          "ทันทีที่พระองค์รับสั่งขอรับ" อีรอสตอบเสียงหนักแน่นชัดเจน

          
ตึก ตึก ตึก

          "ฝ่าบาท" ซังฮยอกที่เงียบฟังอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ต้นเอ่ยขึ้น

          "ว่าไงเหรอ ซังฮยอก ?" ฮัคยอนหันไปถามน้องชาย

          "เรื่องเจ้าหญิงหน่ะ ผมเองก็จะออกไปช่วยด้วยครับ" ซังฮยอกบอกสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจกับฮัคยอนด้วยสีหน้าจริงจัง

          "อืม เข้าใจแล้ว" ฮัคยอนพยักหน้ารับทราบถึงความตั้งใจของน้องชาย แล้วจากนั้นจึงหันกลับไปที่อีรอสอีกครั้ง

          "ได้ยินแล้วนะ ประมุขซังฮยอกจะออกไปพร้อมกับเจ้าด้วย" ฮัคยอนบอกกับอีรอส

          "เป็นความกรุณาอย่างยิ่งขอรับ" อีรอสกล่าวอย่างขอบคุณจากใจ

          "งั้นไป ช่วยเจ้าหญิงวีเด้นส์ และหยุดกองทัพจักรวรรดิให้ได้" ฮัคยอนอกคำสั่ง

          "ครับ!"



          -ณ หน่วยกองกำลังพิเศษ-

          ซังฮยอกมาที่หน่วยของกองกำลังพิเศษพร้อมกับอีรอส  เพื่อเตรียมกองทัพในภารกิจฉุกเฉินครั้งนี้

          "ผม ฮันซังฮยอก ประมุขของ Zea'die'to" ซังฮยอกกล่าวแนะนำตัวเองต่อหน้ากองทัพกองกำลังพิเศษ "เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ผมจึงมาที่นี่ด้วย เพื่อช่วยทุกคนทำภารกิจ" 

          ซังฮยอกกล่าวพูดกับทุกคนเช่นนั้นแล้ว จึงพยักหน้าให้อีรอสที่เป็นรองกัปตัวของกองกำลังพิเศษ ขึ้มมาพูดเรื่องรายละเอียดของภารกิจต่อ


          "เรามีสองงาน ช่วยเจ้าหญิงและหยุดไม่ได้ยานบินของกองทัพจักรวรรดิเข้ามาในอินซอมเนีย" อีรอสพูดจบทุกคนก็พยักหน้ารับทราบ พร้อมออกไปปฏิบัติหน้าที่กันทันที 

          "เราไปเป็นทีม แฝงตัวเข้าไปกับทีมสกัด" ซังฮยอกพูดขึ้นกับทุกคนอีกครั้งก่อนจะออกเดินทาง"อีรอสออกคำสั่ง เราทำตาม กองกำลังพิเศษจะร่วมมือกันกับกัปตัน(อีรอส)มั้ย?"

          "ครับ!"



-ด้านในพระราชวัง-

          ตึก ตึก ตึก ฮัคยอนเดินลงบันไดจากบัลลังก์ลงมาพร้อมกับฮงบิน หลังจากออกคำสั่งต่างๆเรียบร้อยแล้ว

          "หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย" ฮัคยอนเอ่ยพูดขึ้น

          "ด้วยศรัทธาทั้งปวง ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยครับ" ฮงบินพูด



-เสียงรายงาน-

อีกเพียง 20 นาทีก็จะถึงการลงนามสัญญาสงบในวันประวัติศาตร์





          ประชาชนมากมายที่มารวมตัวรอกันอยู่ที่หน้าพระราชวัง ต่างส่งเสียงเฮกันลั่น เมื่อได้ยินเสียงประกาศออกมาว่าใกล้เวลาลงนามเข้ามาทุกที

          ส่วนทางเขตนอกกำแพงเมือง ซังฮยอกพร้อมกับกองทัพกองกำลังพิเศษ ก็ได้พากันแอบซุ่มออกไปจัดการภารกิจอยู่เช่นกัน

 -เสียงวิทยุจากกัปตันกองกำลังพิเศษ-

[ได้ยินมาว่าองค์ราชันย์รับสั่งให้เคลื่อนทัพ ชั้นต้องอยู่ในเมือง เลยได้รับหน้าที่...และมันก็ไม่ง่าย จุดประสงค์เป็นสองเท่า ช่วยตัวประกันและรับมือกับพวกศัตรู ระวังด้วย กองกำลังพิเศษถูกฆ่าตายเพราะเจ้าหญิงหนึ่งคนแล้ว จักรวรรดิไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่]

         
          ซังฮยอกและอีรอสนำกองทัพกองกำลังพิเศษออกมาถึงหน้าปากเหวที่เป็นรอยแยกลึกที่เคยเป็นแหล่งน้ำสายใหญ่ ที่ที่เป็นจุดพักยานบินรบลำใหญ่หลายลำของจักรวรรดิ

          ซังฮยอกหันไปมองอีรอสเพื่อส่งสัญญาณบอกให้อีรอสออกคำสังได้ 

          พออีรอสให้สัญญาณมือ กองกำลังพิเศษทุกนายก็พร้อมใจกระโดนลงจากปากเหวลึก ลงไปหายานบินรบของศัตรูตรงด้านลงทันที ด้วยความลับแห่งพลังเวทมนตร์จากองค์ราชันย์เอ็น ที่ทำให้กองกำลังพิเศษทุกคนสามารถวาร์ปไปพร้อมกับอาวุธตัวเองได้

          "ให้ตายสิ พวกมันเคลื่อนตัวแล้ว" ซังฮยอกพูดขึ้นพร้อมทั้งรีบวิ่งขึ้นไปให้ทันยานบินลำแรกที่มันลอยตัวขึ้นมาแล้ว

          "ฮึด ย๊าา!" ซังฮยอกเหวี้ยงดาบขึ้นไปที่ยานบินลำนั้นอย่างแรง อยู่สามสี่ครั้ง เพื่อการวาร์ปตัวไปอยู่บนยานบินลำนั้นให้ทัน

          "ท่านประมุขผมอยู่ทางนี้" อีรอสตระโกนลงมาบอกซังฮยอกจากบนหลังยานบินลำนั้น แล้วจึงกดวิทยุบอกแผนกับกองทัพว่า "มุ่งหน้าไปที่ใต้ดาดฟ้า"


-เสียงวิทยุจากกัปตันกองกำลังพิเศษ-

          [อย่าพึ่งสู้กับข้าศึก จนกว่าจะได้รับคำสั่ง พิธียังดำเนินต่อไป รอดูก่อนว่าจักรวรรดิจะมาไม้ไหน]







ณ ห้องลงนาม

          คณะคนของจักรวรรดิได้เข้านั่งรอเวลาทำพิธีลงนามกันพร้อมเรียบร้อยแล้ว โดยที่จักรพรรดิของ Niflheim ก็นั่งรออยู่ที่เก้าอี้สูงสองตัวด้านหน้าที่มีไว้สำหรับองค์ราชันย์และจักรพรรดิ


          ตึก ตึก ตึก คนสนิทของจักรพรรดิเดินขึ้นไปหาจักรพรรดิของเค้า แล้วก้มลงไปกระซิบบอกจักรพรรดิเบาๆว่า

          "พวกกองกำลังพิเศษของ Lucis มันแอบรอบเข้าไปในยาน...ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน" รายงานจบเค้าก็เดินกลับเข้าไปที่นั่งของตัวเองเหมือนเดิม




          หลังจากออกคำสั่งให้เพิ่มการป้องกันทุกอย่างออกไปเรียบร้อยแล้ว ฮัคยอนก็เดินนำคณะผู้นำของราชวงศ์ Lucis มายังที่ห้องจัดพิธีลงนาม



-ทางด้านกองทัพที่นอกกำแพงเมือง-

          "อีรอส เซนเธอร์เรีย รายงาน ตอนนี้ยานบินจักรวรรดิหกลำ ยืนยันแล้วว่าจะเข้าอินซอมเนีย"

          อีรอสรายงาน ซังฮยอกก็มุ่งเข้าไปในยานเพื่อตามหาตัวเจ้าหญิง

          "อีรอส ผมคิดว่านี่มันไม่เหมือนกองทัพสงครามนะ" ซังฮยอกพูดขึ้นอย่างสงสัย เมื่อเข้ามาสำรวจด้านในแล้ว ดูโล่งมีการคุ้มกันน้อยผิดปกติ



-ด้านพระราชวัง-

          ฮัคยอนเดินนำทุกคนเข้ามาถึงห้องพิธีลงนามแล้ว

          แกร๊ก...

          นายทหารเฝ้าประตู เมื่อเห็นฮัคยอนและคณะผู้นำเดินเข้ามาถึงแล้ว ก็รีบเปิดประตูให้ทันที

          ทันทีที่ฮัคยอนก้าวเท้าเดินนำเข้าไปในห้อง ทุกคนที่อยู่ให้ห้องทั้งหมด รวมถึงจักรพรรดิของ Niflheim ด้วยต่างรีบลุกขึ้นให้เกียตริต้อนรับการมาของฮัคยอนผู้เป็นองค์ราชันย์แห่ง Lucis อย่างให้เกียตริตามมารยาททันที



-ด้านกองทัพ-

          ซังฮยอกกับอีรอสแยกกันออกตามหาเจ้าหญิง จนในที่สุดอีรอสก็เดินเข้ามาถึงชั้นในอีกชั้น เป็นชั้นห้องพัก และนั้นเค้าก็ได้เจอกับทหารของจักรวรรดิสองนายยืนถือปืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง

          ติ๊ด

          "ผมว่าผมเจอเธอแล้ว" อีรอสวิทยุไปบอกซังฮยอกที่อยู่อีกด้าน "มีทหาร H.M.Tสองตัวเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู เอาไงต่อครับ?" อีรอสถามซังฮยอกก่อน

          "รักษาตำแหน่งเอาไว้ ...ใกล้ถึงจุดหมายแล้ว" ซังฮยอกตอบกลับเสียงเบา เพราะเค้ากำลังซ่อนตัวอยู่บนท่อด้านบนทางเดิน เพราะมีทหารตรวจยามของจักรวรรดิเดินผ่านเข้ามาทางเค้าพอดี พอทหารตัวนั้นเดินไปแล้วซังฮยอกจึงพูดกับอีรอสต่อว่า "มีความเป็นไปได้สูงว่าเป้าหมายจะอยู่แถวนั้น"

          พูดกับอีรอสจบซังฮยอกก็กระโดดโหนตัวลงมาที่ทางเดินตามเดิม



-เสียงวิทยุจากกัปตันกองกำลังพิเศษ-

          [ดำเนินการเพื่อความปลอดภัย]

          "มันหมายถึงการรบ" ซังฮยอกพูดตอบ

          [เงียบๆไว้ แล้วก็รอคำสั่ง]

          "อีรอส เข้าปะทะได้ แต่ต้องเงียบๆ ผมกำลังไป" ซังฮยอกบอกกับอีรอส




-ณ ห้องลงนาม-

          ฮัคยอนเดินเข้าไปที่เก้าอี้ที่นั่งของตัวเอง ที่มีจักรพรรดิของ Niflheim ยืนรออยู่หน้าเก้าอี้อีกตัวที่ตั้งอยู่คู่กัน

          "ขออภัยที่ช้า" ฮัคยอนเอ่ยพูดกับจักรพรรดิ เมื่อเข้ามายืนอยู่ที่หน้าเก้าอี้ของตัวเองแล้ว  ก่อนจะนั่งลงฮัคยอนก็พูดอีกว่า" มีปัญหาเข้ามานิดหน่อย"

          "หวังว่าท่านคงไม่ได้ถูกรบกวนมากไปนะ" จักรพรรดิเอ่ยถามพร้อมทั้งนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองเช่นกัน แล้วเมื่อบุคคลที่สำคัญทั้งสองคนได้ลงลงเรียบร้อยแล้ว เหล่าคณะผู้เข้าร่วมพิธีก็พานั่งลงตาม

          "แค่เรื่องขโมย ไม่มีอะไร" ฮัคยอนตอบ

          "ช่างกล้าจริงๆที่ขโมยของของกษัตริย์ บางทีกำแพงเวทมนต์และประตูปราสาทก็ปกป้องของทุกอย่างไม่ได้" จักรพรรดิกล่าว

          "อาจจะ... แต่ไม่สำคัญ ของที่ถูกขโมยไปจะต้องกลับมา" ฮัคยอนบอกเสียงเรียบนิ่งอย่างมั่นใจ
 
          "ประทับใจ ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีของกษัตริย์ที่ใจเย็น" จักรพรรดิทั้งพูดทั้งทำท่าทางยกมือขึ้นอย่างยกย่องประกอบ ก่อนจะชะโงกหน้าไปทางฮัคยอนใกล้ๆแล้วพูดว่า "แต่คงต้องถามท่าน ว่าท่านมั่นใจได้ยังไง?"

          ฮัคยอนยังคงวางท่างนิ่งขรึมและดูเย็นใจไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาบนใบหน้าให้อีกฝ่ายได้เห็นเลย  

          ฮัคยอนเอียงหน้าไปทางจักรพรรดิเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบข้อสงสัยนั้นว่า 

          "เพราะของสิ่งนี้ไม่ใช่ของธรรมดา มันมีคุณสมบัติมากพอ" ฮัคยอนหันหน้าไปมองจ้องหน้าจักรพรรดิตรงๆก่อนจะพูดว่า " ที่จะรอดจากมือของหัวขโมย"

          "อื้มม ฟังดูเป็นของที่มีค่าสูงจริงๆ" จักรพรรดิพูด

 

-ทางด้านกองทัพ-

          อีรอสเหวี้ยงมีดสั้นประจำตัวไปปักลงที่กลางอกของหนึ่งในสองของทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู แล้ววาร์ปตัวตามเข้าไปจัดการทหารอีกนายที่อยู่ด้วยกันทันทีในชั่วพริบตา โดยที่ไม่มีใครตั้งตัวทัน 

          พอจัดการเส็รจ อีรอสก็รีบเอาคีย์การ์ดเปิดห้องจากทหารนายหนึ่งขึ้นมาสอดเข้าที่ช่องสแกนที่หน้าประตูทันที

          "คอนเฟิร์มเป้าหมาย เธอไม่มีอาวุธ"




-ณ ห้องลงนาม-

          ฮงบินเดินเข้าไปนั่งกระซิบบอกกับฮัคยอนเบาๆว่า

          "กองกำลังพิเศษช่วยเจ้าหญิงได้แล้วขอรับ ฝ่าบาท"

          "อื้ม" ฮัคยอนพยักหน้ารับทราบ แล้วลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวเดินออกไปยังแท่งลงนาม

          "เจอตัวหัวขโมยแล้วเหรอฝ่าบาท?" จักรพรรดิถามขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่เดินมาพร้อมกันที่หน้าแท่นลงนาม

          "เจอแล้ว ส่วนของที่ถูกขโมยไปก็ยังคงอยู่ดี" ฮัคยอนตอบเรียบๆ

          "ข่าวดีจริงๆ ข้าโล่งอกที่ได้ยิน" จักรพรรดิบอก

          ฮัดยอนหันไปมองจักรพรรดิแวบหนึ่งแล้วจึงพูดขึ้นว่า "บอกข้ามา คำภิภาคษาเรื่องขโมยที่บ้านเมืองท่านหนักขนาดไหน จักรพรรดิ?"

          "ก็ค่อนข้างจะหนัก แต่จะมีข้อยกเว้นอยู่ ข้อหนึ่ง..."  จักรพรรดิกล่าว

         


          -ที่กองทัพ-

          หลังจากที่อีรอสช่วยเจ้าหญิงได้แล้ว ก็มีรายงานจากอีกด้านหนึ่งเข้ามาว่า

          [สถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้ว] 

          "อีรอสมันเป็นกับดักหนีเร็ว!" ซังฮยอกบอกกับอีรอส แล้วรีบวิ่งเข้าไปช่วยอีรอสทันที





-ณ ห้องลงนาม-

          "คืออะไร?" ฮัคยอนหันไปถามถึงข้อยกเว้นหนึ่งอย่างที่จักรพรรดิพูดค้างไว้

          "กฎหมายเก่าๆ ที่ยังคงใช้กับดินแดนรอบนอก หัวขโมยที่หนีออกจากการจับกุม ไม่สามารถอยู่ในบัญชีอาชญากรได้" จักรพรรดิบอก

          "คำเตือนที่เหยื่อ ไม่แสดงความอ่อนแอ เพื่อไม่ให้ท่านลืมความเที่ยงธรรมหรือเปล่า?" ฮัคยอนหันไปถาม

          "โอ้ ไม่ กษัตริย์ที่ดี" จักรพรรดิหันมามองหน้าฮัคยอนแล้วพูดย้ำอีกว่า "ไม่แน่นอน"



-คำรายงานพิธีลงนาม-
สนธิสัญญาวางอยู่บนโตะแล้ว
นับถอยหลังช่วงเวลาแห่งประวัติศาตร์ได้



          "มันเป็นสัญญาณเตือนที่ส่งถึงผู้ภิภาคษา ไม่-เคย-กระ-ตุ้น-อะ-ไร" จักรพรรดิกล่าวประโยคสุดท้ายออกมาอย่างนั้น แล้วหลังจากนั้นก็...



          วี๊ดดดดดด ตู้มม! ตู้มม!! ตู้มม!!

          ระเบิดหลายลูกถูกยิงลงมาใส่ที่หน้าพระราชวัง


-ในห้องลงนาม-

          ทันทีเมื่อเสียงระเบิดดังขึ้น จักรพรรดิก็ชักปืนพกที่ซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมออกมาเล่งใส่ฮัคยอน และฮัคยอนเองที่คาดสถานการณ์ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่แล้ว ก็ไหวตัวทัน พร้อมทั้งสร้างเกราะป้องกันให้ตัวเองด้วยพลังเวทมนต์ทันที

          และทั้งผู้นำของ Lucis  และ Niflheim ที่อยู่ในห้องเองต่างลุกขึ้นมาก็ชักอาวุธออกเตรียมท่าพร้อมจะต่อสู่กันได้ทันที ทุกเวลา



-เสียงผู้บัญชาการทหารส่วนพระองค์แห่ง Lucis-

          "หน่วยที่ 1 คุ้มกันปริมณฑล !  หน่วยที่สอง 2 เตรียมตั้งรับ !"



-ที่ยานบินจักรววดิ-

          ตึกๆๆ เสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งเข้าไปอย่างรีบเร่งของซังฮยอก

          "อีรอส!" ซังฮยอกตระโกนเรียกอีรอสที่กำลังเดินคู่ไปกับเจ้าหญิงวีเด้นส์อยู่ข้างหน้าอย่างเตือนภัย

          "ท่านประมุข เจ้าหญิงปลอดภัยละ-อ่ะ!?" อีรอสกับเจ้าหญิงหันหน้ากลับมา และอีรอสจึงเอ่ยพูดกับซังฮยอกที่วิ่งตระโกนเรียกเค้ามาจากด้าน แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดหมดทุกคำ อีรอสก็โดนเดม่อนสัตว์ประหลายดุร้ายในร่างคล้ายปลาหมึกยักษ์ เกี่ยวตัวเค้าออกไป

          ซังฮยอกเห็นอย่างนั้น ก็รีบวิ่งเข้าไปดึงตัวเจ้าหญิงที่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ให้รีบวิ่งหนีออกมา

          "หนีเร็ว!" ซังฮยอกบอกกับเจ้าหญิง ก่อนจะใช้พลังเวทย์ไฟเผาไปที่หนวดของเดม่อน ห่างจากตัวของอีรอสอยู่พอสมควร จนร่างของอีรอสร่วงตกมาจากหนวดของมัน 

          "นายโอเคนะ"

          "ผมโอเค ขอบคุณครับท่าน" 

          ซังฮยอกถามอีรอสพร้อมทั้งรีบช่วยดึงอีรอสให้ลุกขึ้นมา แล้วพากันรีบวิ่งตามเจ้าหญิงไปทันทีอย่าง

          "อีรอส ผมจะพาเจ้าหญิงออกไปก่อน ส่วนที่เหลือฝากจัดดการต่อด้วย" ซังฮยอกหันไปบอกกับอีรอส อีรอสพยักหน้ารับทราบ แล้วซังฮยอกก็รีบพาเจ้าหญิงวิ่งหนีไปอีกทางทันที




-ในปราสาท-

          ตึงง!!

          เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วพระราชวัง ประชาชนมากมายต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดกันอย่างชุลมุนทั่วทุกหนแห่ง 

          พื้นที่ในกลางของปราสาทที่ที่เป็นห้องเก็บผลึกคริสตัล ถูกจักรวรรดิยิงระเบิดพังกำแพงเข้ามา แล้วไม่นานเหล่าทหารของจักรวรรดิก็บุกเข้ามาโจมตีกับเหล่าทหารที่เฝ้าอยู่ประจำจุดนั้นทันที

          "คริสตัล! คุ้มกันคริสตัล!"  หัวหน้าหน่วยทหารเฝ้าประจำที่หน้าห้องนิรภัย ออกคำสั่งไปที่เจ้าหน้าที่ทุกคนทันที เมื่อรู้ว่าเป้าหมายของจักรวรดิคือ คริสตัล




-ที่ยานบินจักรวรรดิ-

          "เกิดอะไรขึ้น? ใครพามาที่นี่?" ซังฮยอกเอ่ยถามเจ้าหญิงในขณะที่พากันวิ่งออกไปจากยานรบของจักรวรรดิ

          "นายพลคอลก้า" เจ้าหญิงบอก

          "ท่านคือเหยื่อล่อ ส่วนเราตกหลุมพรางของพวกมัน" ซังฮยอกบอก




-ในปราสาท-

          ทหารทุกนายของ Lucis ต่างต่อสู้กับพวกจักรวรรดิกันอย่างเต็มที่ เพื่อหน้าที่และสิ่งต้องปกป้องอย่างกล้าหาญและไม่กลัวตาย
          แต่สุดท้ายหน่วยทหารของ  Lucis ที่อยู่เฝ้าประจำห้องนิรภัยก็ไม่สามารถต่อกรรับมือกับทหาของจักรวรรดิที่มีกำลังมากกว่าเอาไว้ได้
          ดังนั้น พวกจักรวรรดิจึงสามารถบุกเข้าไปในห้องนิรภัย ที่เป็นห้องเก็บผลึกคริสตัลที่เป็นขุมทรัพย์พลังของ   Lucis  ได้สำเร็จ
          จากนั้นพวกจักรวรรดิก็ได้เข้าไปติดตั้งระเบิดเวลาเอาไว้ที่รอบห้องนิรภัย




-ที่ยานรบ-

          ซังฮยอกกับเจ้าหญิงได้พากันวิ่งหนีออกมาจนใกล้จะถึงทางออกแล้ว

          ติ๊ด

          "เป้าหมายปลอดภัย ขอคำอนุญาตถอนทัพ" ซังฮยอกกดวิทยุต่อสายไปรายงานกับกัปตันกองกำลังพิเศษ เมื่อเค้าพาเจ้าหญิงหนีออกมาจนถึงทางออกแล้ว

          [อนุญาตถอนทัพได้]

          สิ้นเสียงกัปตัน เสียงระเบิดจากใจกลางปราสาทก็ดังขึ้นในเวลาเดียวกัน



          ตู๊ม ตู๊ม ตู๊ม!!!

          ทันทีที่ห้องนิรภัยถูกระเบิด พลังงานจากคริสตัลที่ทำหน้าที่แผ่บาเรียปกคลุมทั่วทั้งเมืองก็ถูกทำลายไปด้วย
          เกราะ กำแพงบาเรียแห่งพลังคริสตัลแตกกระจายไปทั่วน่านฟ้า 


-ในห้องลงนาม-

          "คริสตัลจะไม่รับใช้ท่าน!" ฮัคยอนพูดกับจักรพรรดิ ในขณะที่ยังคงยืนคุมพลังเวทมนตร์สร้างเกราะบาเรียป้องกันฝั่งตัวเองไม่ให้ศัตรูทำอะไรได้

          "ท่านด้วย ทันทีที่ข้าพามันออกไปจากเมืองนี้" จักรวรรดิพูดอย่างเหนือกว่า

          อีกด้านในห้องลงนาม  รีวุสพี่ชายของเจ้าหญิงวีเด้นส์ที่เป็นหนึ่งในนายพลชั้นสูงของจักรวรรดิ ที่อยู่ร่วมในพิธีและเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ก็ได้แต่เอ่ยขึ้นกับตัวเองเบาๆว่า "ข้าไม่ได้มาเพื่อคริสตัล "




-ที่ยานรบ-

          "กำแพง...หายไปแล้ว" เจ้าหญิงพูดขึ้นอย่างกังวลเมื่อได้มองออกไปนอกยาน แล้วเห็นว่า บาเรียที่เคยปกคลุมอยู่ทั่วเมืองได้หายไปหมดแล้วในตอนนี้


          เมื่อไม่มีบาเรียเป็นเกราะคุ้มกันแล้ว ยานบินรบมากมายของจักรวรรดิที่เฝ้าโจมตีก็บุกเข้ามาที่เมืองอินซอมเนียพร้อมกันทันที



-ในห้องลงนาม-

          พวกทหารกลหุ่นมนุษย์หลายตัว กระโดดทะลุกำแพงกระจกด้านบนลงมาในห้องลงนามพร้อมกัน

           แพล้ง! แพล้ง!

          ฮัคยอนได้ยินเหมือนเสียงกระจกด้านบนแตก ก็รีบเงยหน้าขึ้นดู ก็เห็นร่างทหารกลพวกนั้นตกร่วงลงมาอย่างแรง ที่ด้านหน้าตัวเองพอดี

          ตึง ตึง !

          ทันทีที่ทหารกลพวกตกลงมาถึงพื้นห้อง ก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนมือเป็นปากกระบอกปืน แล้วกวาดยิงรัวๆใส่ฝั่งของฮัคยอนทันที

          ปังๆๆๆ กระสุนหลายนัดถูกยิงใส่ผู้นำฝั่งฮัคยอน จนล้มไปหลายคน เพราะกางกำแพงเวทมนตร์ป้องกันไม่ทัน 

          จักรพรรดิและคณะคนของ Niflheim  จึงใช้โอกาสนี้ ที่ฝั่งฮัคยอนกำลังเสียเปรียบ โต้ตอบอะไรไม่ได้ นอกจากแค่ยืนสร้างเกราะกำแพงเวทมนตร์ป้องกันตัวเองจากการยิงของทหารกลเพียงเท่านั้น แล้วพากันเดินหนีออกจากห้องลงนามไปอย่างผู้ชนะ

          ฮัคยอนได้แต่มองตามจักรพรรดิและคณะที่เดินออกไปจากตรงนั้น ด้วยรู้สึกโกรธแค้น และเจ็บใจเป็นอย่างมาก ที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากยืนมองศัตรูที่เข้ามาทำลายบ้านเมืองและแย่งชิงสิ่งสำคัญออกไป กำลังเดินหนีออกไปต่อหน้าต่อตาอย่างนี้

          หลังจากที่จักรพรรดิและคณะออกไปจนหมด ฮัคยอนก็ใช้พลังเวทย์สายฟ้าช๊อตใส่ทหารกลสี่-ห้าตัวที่ยังอยู่ในห้อง จนพวกมันพังร่วงลงกองกับพื้นทุกตัว


          "เร็ว! ตอนนี้ยังหนีได้อยู่" ฮงบินพูดขึ้นกับฮัคยอนทันทีเมื่อจัดการศัตรูตรงหน้าหมดแล้ว พร้อมทั้งเดินนำฮัคยอนไปด้วย

          " ไม่ ฮงบิน" ฮัคยอนบอก  

          "..." ฮงบินได้ยินอย่างนั้นก็หยุดเดินแล้วหันกลับไปหาฮัคยอนทันที

          ฮัคยอนหันหลังเงยหน้าขึ้นไปมองที่ช่องกระจกที่ถูกพวกทหารกลเจาะทะลุเข้ามา เมื่อได้ยินเหมือนว่ามีอะไรบ้างอย่างกำลังพุ่งลงมา อีกครั้ง

          "เกรงว่าการหนีจะไม่ใช่ทางเลือกอีกแล้ว" ฮัคยอนบอกกับฮงบิน


          วืดดด ตึง!


          "นายพลคอลก้า..." ฮัคยอนพูดขึ้น เมื่อนายพลคอลก้าหนึ่งในนักรบแถวหน้าที่มีฝีมือเยี่ยมของจักรวรรดิ ที่บินลงมายืนอยู่ในห้องลงนาม ด้วยชุดเกราะ Magitek  ที่เพิ่มพลังให้เค้าแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ธรรมดาหลายร้อยเท่า

          "นานมากแล้วที่ผมสู้อยู่เคียงข้างฮยอง" ฮงบินพูดขึ้นพร้อมยกดาบประจำตัวขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือกับศัตรูตรงหน้า ส่วนเหล่าผู้นำท่านอีกห้าท่านของราชวงศ์ Lucis ที่ยังเหลือรอดอยู่ ต่างก็ไม่รอช้า รีบวิ่งเข้ามาตั้งท่าคุ้มกันอยู่ด้านของฮัคยอนและฮงบินทันที

          "ใช่ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การสู้ของนาย.." ฮัคยอนบอก "ถ้านายอยากจะไปก็รีบไป !"

          "ทิ้งองค์ราชันย์ของผมเหรอ? ...ไม่ ผมไม่ไป!" ฮงบินบอกฮัคยอนเสียงหนักแน่น "อีกอย่างเวทมนตร์ขึ้นอยู่กับฮยอง ถ้าฮยองล้ม Lucis ก็ล้ม"

          "'งั้นเราก็มาร่วมสู้กันอีกครั้ง ผู้พิทักษ์ของชั้น !"


          ในชั่วเวลาเพียงไม่กี่นาที นายพลคอลก้าก็สามารถจัดการเหล่าผู้นำทั้งห้าท่านลงได้จนหมด


          -ในยานบินลำเล็กที่ซังฮยอกชิงมาได้จากจักรวรรดิ-

          "ท่านต้องพาข้าไปหาองค์ราชันย์เอ็น" เจ้าหญิงบอกกับซังฮยอกที่ทำหน้าที่บังคับยานบินที่ตกเข้ามากลางเมืองอินซอมเนีย เพราะผลกระทบจากแรงระเบิดจากยานลำใหญ่ที่ถูกกองกำลังพิเศษอีกทีมระเบิดยานไปเมื่อก่อนหน้านี้

          "ท่านบ้าไปแล้วเหรอ? อินซอมเนียอยู่ในเขตสงคราม" ซังฮยอกบอกเสียงแข็ง

          "ข้ามีหน้าที่ ข้าจะละเลยไม่ได้" เจ้าหญิงบอกเหตุผลด้วยสีหน้าจริงจัง

          "ช่ายยย ก่อนหน้านี้ผมได้ยินแล้ว" ซังฮยอกบอก

          "งั้นท่านก็รู้ว่าควรรีบ-"

          "รีบ? รีบไปทำอะไร? รีบไปถูกฆ่าเหรอ?"  ซังฮยอกถามกับทันที ทั้งที่เจ้าหญิงยัง
ไม่ทันได้พูดจบประโยคเลยด้วยซ้ำ

          "ข้าไม่กลัวความตาย" เจ้าหญิงบอกเสียงแน่วแน่ อย่างคนที่เตรียมใจพร้อมแล้ว

          "หยุดทำตัวเป็นเจ้าหญิงผู้กล้า ซักที!" ซังฮยอกหันมาจ้องหน้าเจ้าหญิงพูดเสียงดุ

          "...." เจ้าหญิงเองก็มองหน้าซังฮยอกตอบอย่างไม่ยอมเช่นกัน

          "เฮ้อ...!" ซังฮยอกถอนหายใจออกมาอย่างแรงกับความดื้นของเจ้าหญิง ก่อนจะทำใจเย็นแล้วพูดออกมาว่า "ภาวนาให้เจ้านี่(ยาน)ไม่ตกก็พอแล้ว"

          "อืม" เจ้าหญิงทำเสียงเข้าใจ  แล้วซังฮยอกก็พยายามบังคับทิศทางของยานบินให้ไปลงที่ทางปราสาททันที



-ในห้องลงนาม-

          ฮงบินกำลังฟาดฟันดาบต่อสู้กับนายพลคอลก้าอย่างสุดกำลัง และฮัคยอนที่อยู่ทางด้านก็ช่วยซัพพอร์ทฮงบินด้วยพลังเวทมนตร์  

          แต่ทว่า...มันก็ไม่เพียงพอ !

          ฮงบินถูกนายพลคอลก้าสะบัดดาบใส่จนร่างของฮงบินกระเด่นออกไปไกล แล้วนายพลคอลก้าก็พุ่งตรงเข้ามาโจมตีใส่ฮัคยอนที่ยืนใช้เวทย์อยู่ตรงนั้นทันที

          วูบบบ เคล้ง!

          ฮัคยอนเปลี่ยนพลังเวทย์เป็นการเรียกอาวุธของเหล่าอดีตองค์ราชันย์ทั้งสิบสองอย่างออกมารับการโจมตีของนายพลคอลก้าเอาไว้

          ในระหว่างที่ฮัคยอนกำลังกัดฟังบังคับอาวุธของกษัตริย์ทั้งสิบสองต้านแรงของนายพลคอลก้าจนเกือบจะหมดแรงต้านทาน ฮงบินที่โดนเหวี่ยงออกไปอีกทาง ก็รีบกัดฟันลุกขึ้นมา แล้วรีบวิ่งเข้าไปช่วยฮัคยอน

          "ย๊ากกก" 

          ฮงบินถือดาบวิ่งเข้าไป หมายที่จะจัดการด้านหลังนายพลคอลก้า แต่ทว่า ...มันไม่ก็สามารถเป็นไปตามที่ฮงบินตั้งใจ
          ทันทีที่ฮงบินวิ่งเข้าไปถึงตัวนายพลคอลก้า ฮงบินก็ถูกนายพลคอลก้าหันกลับมาจัดการเค้าก่อนอย่างไม่ทันตั้งตัว 
          นายพลคอลก้าใช้ความเร็วแย่งดาบออกจากมือฮงบิน พร้อมทั้งจับร่างของฮงบิน หวี่ยงขึ้นไปด้านบนกำแพงสูงอย่างแรง แล้วตามด้วยการซัดดาบของฮงบิน ที่เค้าแย่งมาได้ เขวี้ยงวัดตามขึ้นไปเสียบเข้าที่กลางหลังฮงบินยึดกับกำแพง

          "ฮงบิน!!!" ฮัคยอนร้องขึ้นด้วยเสียงเจ็บปวด



-บนน่านฟ้านอกปราสาท-

          จักรพรรดิของ Niflheim ยืนมองดูปราสาทของ Lucis  กำลังถูกโจมตีจากกองทัพของตัวเองด้วยสีหน้าพอใจ อยู่บนยานบินพร้อมกับนายกอาร์ดิน ที่ยืนอยู่ข้างๆด้วย

          "เอาหล่ะ ข้ากล้าพูดว่า ทุกๆอย่างเป็นไปตามแผนการของพวกเรา...ใช่มั้ย?" นายกอาร์ดินถามจักรพรรดิ

          "ท่านพูดถูก" จักรพรรดิพูด "เราทำลายกำแพง จนสามารถเข้าทำลายเมืองนี้ได้"

          "แล้วเราควรกลับกันได้รึยังขอรับ ? ตะวันใกล้ตกดินแล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นพยานแห่งคำคืนแห่งความน่ากลัวหรอก" นายกอาร์ดินบอกกับจักรพรรดิ 

          "อืม" จักรพรรดิทำเสียงตอบในลำคอ แล้วจึงเดินกลับเข้าไปยังที่พักด้านในของยานบินทันที




-ด้านซังฮยอก-

          "คริสตัล!" เจ้าหญิงพูดขึ้นอย่างตกใจ เมื่อเห็นยานบินลำใหญ่ของจักรวรรดิ ข่นย้ายกล่องเก็บผลึกคริสตัลออกไปจากเมืองด้วย

          "ท่านขับไวเกินไป เราต้องลงจอด" เจ้าหญิงบอกกับซังฮยอกเมื่อหันมองลงไปดูด้านล่างแล้ว เห็นว่ายานเข้าไปใกล้ปราสาทมากแล้ว และควรต้องรีบลงจอดก่อนที่มันจะเลยปราสาทไป

          "งั้นผมของเวลาแป๊ปหนึ่ง" ซังฮยอกบอก

          "ไม่มีเวลาแล้ว" เจ้าหญิงบอกเสียงเข้ม "ข้าจะหาทางไปเอง"

          "ท่านมีปีกซ่อนอยู่อย่างนั้นเหรอ?" ซังฮยอกหันมาถามเจ้าหญิง ที่เหมือนว่ากำลังจะทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายอยู่ "ท่านไม่มีเวทมนตร์นะ !"

          เจ้าหญิงหันหน้ามองลงไปที่ปราสาท ก็เห็นว่ายานกำลังเข้าไปใกล้ที่ตรงระเบียงข้างปราสาทพอดี แล้วเจ้าหญิงจึงได้เอ่ยพูดขึ้นมาว่า

          "ปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเวทมนตร์นะ ข้าไม่ได้กลัวความตาย สิ่งที่กลัวคือไม่ได้ทำอะไร และสูญเสียทุกอย่าง"  พูดจบ เจ้าหญิงก็ไม่มีความลังเลอะไร ลุกขึ้นออกจากเบาะที่ตัวเองนั่งอยู่ แล้วกระโดนลงจากยานทันที

          "โอ...ไม่เอาน่า!" ซังฮยอกเห็นเจ้าหญิงผู้กล้าไม่กลัวความตาย กระโดนลงจากยานไปทั้งอย่างนั้น ก็จึงต้องรีบทิ้งทุกอย่างที่ทำอยู่ตรงนั้น แล้วรีบกระโดดตามเจ้าหญิงลงไปด้วยทันที

          ซังฮยอกกระโดดลงจากยาน แล้วเหวี่ยงดาบออกไปยังระเบียงของปราสาท แล้ววาร์ปตัวตามไปคว้าเอาตัวเจ้าหญิง เข้าไปที่พื้นระเบียงด้วยกันทันที


          "ท่านต้องของคุณเวทมนตร์ที่ช่วยสร้างปาฏิหาริย์" ซังฮยอกพูดเสียงเข้มพร้อมทั้งจ้องหน้าเจ้าหญิงสุดดื้นอย่างดุๆด้วย


-ด้านฮัคยอน-

          "เอาคริสตัลไปแล้ว ยังจะเอาอะไรจากข้าอีก!" ฮัคยอนเอ่ยถามนายพลคอลก้าด้วยความเหลืออด ในขณะที่ก็กำลังต้านแรงพลังของนายพลคอลก้าอยู่ด้วย

          นายพลคอลก้าเพิ่มแรงเข้าไปอีกเท่า จนพังเกราะกำแพงป้องกันของฮัคยอนได้ แล้วก็กระชากแขนฮัคยอนเข้ามาหมายจะฟัดฮัคยอนลงในดาบเดียว

          แต่ทว่า ฮัคยอนก็รีบหลบหลังออกมาก่อน แต่ถึงกระนั้น ฮัคยอนก็ยังโดนฟัดเข้าที่กลางหลังและยังโดนมือข้างซ้ายที่สวมแหวนแห่ง lucii จนทำให้แหวนหลุดออกจากนิ้วมือของฮัคยอนไปด้วย

          ทั้งแหวนและดาบประจำตัวที่อยู่ในมือข้างซ้ายของฮัคยอน หลุดร่วงออกไปจากมือทั้งหมด ร่วมทั้งตัวฮัคยอนเองด้วย ที่ตอนนี้ก็ได้นั่งทรุดเข่าลงพื้นไปข้างหนึ่งแล้ว


ตึก ตึก...

          ใครอีกคนเดินเข้ามาในห้อง แล้วก้มลงไปหยิบเอาแหวนของฮัคยอนขึ้นมา

          "แหวนของ Lucii" รีวุสเอ่ยพูดขึ้นหลังจากหยิบแหวนวงนั้น ยกขึ้นมาดูมันใกลๆ 


          ในขณะเดียวกัน ซังฮยอกกับเจ้าหญิงก็ต่างรีบพากันวิ่งตรงเข้ามาที่ห้องลงนามอย่างรีบเร่งเช่นกัน


          "ข้าสูญเสียท่านแม่ บ้านเมืองข้า สิทธิ์ของข้า Niflheim เป็นสิ่งเดียวที่ข้ามี" รีวุสกล่าวถึงสิ่งที่เค้าต้องเจอ ต่อหน้าฮัคยอนด้วยน้ำเสียงเคืองแค้นใจฮัคยอนมาตลอดสิบปี

          "...." ฮัคยอนมองหน้าของรีวุสอย่างเข้าใจและขอโทษเรื่องในอดีตเมื่อสิบปีก่อน

          "แหวนเป็นของข้าแล้ว" รีวุสพูดอย่างนั้นแล้ว ก็เตรียมท่าจะใส่แหวนวงนั้นให้ตัวเอง 

          กึก...และเป็นจังหวะเดียวกัน ที่ซังฮยอกและเจ้าหญิงเปิดประตูเข้ามา และนายพลคอลก้าเองก็ยกดาบขึ้นพุ่งเข้ามาหมายจะจัดการรีวุสเช่นกัน


          ตึง ตึง ตึง...

          ทันทีที่แหวนแห่ง lucii เข้าไปอยู่ในนิ้วของรีวุส ทุกสิ่ง ทุกอย่าง รอบตัวเค้าก็ถูกหยุดเวลานิ่งไปทันที

          แหวนส่องประกายแสงขาวจ้า ทุกอย่างหยุดนิ่ง  มีรีวุสคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงมีสติอยู่ในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งมันก็คือมิติแห่งโลกวิญญาณของแหวน 

          รีวุสอ้างแขนขึ้นสูงแล้วเอ่ยวาจาออกมาว่า 

          "ฟังข้าคนของกษัตริย์ ! ข้าคือ รีวุส น็อกซ์ ฟลอร์เรท ! ไม่มีพลังใดยิ่งใหญ่กว่าของข้าอีกแล้ว !"  รีวุสกล่าววาจาอันองอาจออกมา ต่อหน้าวิญญาณของเหล่ากษัตริย์แห่ง Lucis

          เกิดเสียงคำรามขึ้นอย่างน่ากลัวจากวิญญาณของเหล่ากษัตริย์แห่ง Lucis

          "ไม่..." รีวุสเริ่มกลัวขึ้นมา เมื่อทุกอย่างเริ่มไม่เป็นอย่างที่เค้าปรารถนา  "ทำไม? ทำไมเจ้าไม่ยอมข้า!  ...อ้า!"

          มือของรีวุสข้างที่สวมแหวนอยู่เริ่มถูกไฟจากแหวนเผาไหม้ จนลุกลามขึ้นมาเผาไหม้ไปทั้งแขนข้างนั้นของรีวุส

          ทุกอย่างที่หยุดนิ่งไปเมื่อครู่ ก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

          รีวุสถูกไฟไหม้แขนเพราะแหวนไม่ยอมรับเค้า จนต้องล้มลงไปนอนกรีดร้องด้วย อย่างเจ็บปวดทรมานอยู่ที่พื้น 

          และนั่นก็ถือได้ว่าเป็นความโชคดีในโชคร้าย เพราะรีวีสล้มกลิ้งลงไปนอนที่พื้นทันทีที่ออกมาจากมิติแห่งวิญญาณแหวน จึงทำให้เค้าหลบออกไปจากคมดาบของนายพลคอลก้าไปได้อย่างหวุดหวิด

          แล้วเมื่อแขนข้างนั้นของรีวุสถูกไฟไหม้ แหวนก็หลุดออกจากนิ้วของรีวุส และตกกลิ้งกลับไปหาฮัคยอนผู้ที่เป็นเจ้าของแหวนมันอีกครั้ง

          เจ้าหญิงยืนนิ่งมองดูพี่ชายของตัวเองก่อน แล้วจึงหันไปมองที่ฮัคยอนที่กำลังเก็บเอาแหวนของตัวเองขึ้นไว้

          "ระวัง!!!"  เจ้าหญิงตระโกนบอกฮัคยอนเสียงดัง เมื่อนายพลคอลก้ากำลังหันดาบกลับไปโจมตีใส่ฮัคยอนอีกครั้ง

          ซังฮยอกที่เห็นดังนั้นเช่นกัน ก็รีบซัดดาบของตัวเองออกไปข้างทางนายพลคอลก้าไว้ทันที

          ในจังหวะที่ซังฮยอกเขวี้ยงดาบออกไป เจ้าหญิงเองก็รีบวิ่งเข้าไปก้มหยิบเอาไม้เท้าของฮัคยอนที่ตกอยู่แถวนั้น ได้แล้วก็วิ่งเข้าไปช่วยพยุงฮัคยอนให้ลุกขึ้นทันที

          ซังฮยอกใช้พลังเวทย์ทั้งหมดที่ได้รับมาจากฮัคยอนพี่ชายของเค้า เข้าสู้กับนายพลคอลก้า เพื่อถ่วงเวลาให้เจ้าหญิงและฮัคยอนหนี

          ฮัคยอนเดินมาที่จุดหนึ่งของกำแพงห้องนั้น แล้วใช้พลังเวทย์เปิดประตูลับออก พอเปิดประตูออกแล้วฮัคยอนก็ดันเจ้าหญิงให้เข้าไปรออยู่ที่ด้านในกล่องลิพท์นั้นก่อน แล้วฮัคยอนจึงหันกลับไปเรียกซังฮยอกน้องชายของตัวเอง

          "เร็วเข้า! มานี้!" ฮัคยอนรีบเรียกน้องชายที่สู้ถ่วงเวลากับนายพลคอลก้าให้รีบวาร์ปเข้ามาหาตัวเอง พร้อมทั้งปล่อยพลังเวทย์ไปกันนายพลคอลก้าออกจากน้องชายด้วย

          ทันทีที่นายพลคอลก้าล้มลงเพราะพลังเวทย์สายฟ้าจากฮัคยอนแล้ว ซังฮยอกก็ไม่รอช้าเขวี้ยงดาบเข้าไปในลิฟท์เพื่อวาร์ปตามเข้าไปหาพี่ชายที่รออยู่ทันที

กลืด...ตึง

          ประตูลิฟท์ปิดลงทันทีที่ซังฮยอกวาร์ปตัวเข้ามาอยู่ที่ด้านใน เจ้าหญิงเอาผ้าเช็ดหน้าของเธอออกมาพันแผลที่หลังมือให้ฮัคยอนอย่างเป็นห่วง

          "นี่เป็นทางลับออกไปจากที่นี่" ฮัคยอนหันหน้าไปพูดกับน้องชายของตัวเองที่กำลังก้มเช็คความเรียบร้อยของตัวเองอยู่ข้าง ๆ "รีบไปเถอะ เมื่อออกไปแล้ว จะเจออัลทิศเชีย เลโอรอเจ้าอยู่" ประโยคสุดท้านฮัคยอนหันมาพูดกับเจ้าหญิง

          "แต่ฝ่าบาท.." เจ้าหญิงพูดเสียงกังวล

          "ท่านรู้ว่ามันจะมา?" ซังฮยอกหันไปถามพี่ชายด้วยสีหน้านิ่งเครียด

          "ใช่ และเป็นทางเดียวที่มันจะหายแค้นเลโอ" ฮัคยอนตอบซังฮยอก

          "นี่เหรอพี่ชายของผม ? กษัตริย์แห่ง Lucis" ซังฮยอกพูดเสียงตัดพ้อ "เสียชีวิตลูกชาย เพื่อตัวเองหน่ะ"

          "เพื่อโลกใบนี้" เจ้าหญิงหันหน้ามาบอกกับซังฮยอกที่กำลังเข้าใจพี่ชายตัวเองผิด ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง

          "คุ้มครองวีเด้นส์จนถึงอัลทิสเชีย" ฮัคยอนหันมาสั่งน้องชายอีกครั้ง

          "อ่า...เฮ้อ" ซังฮยอกหลับตาถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อคุมสติให้ตัวเองใจเย็นลง แล้วจึงพยักหน้ารับคำสั่งของพี่ชาย

          "ไม่ใช่คำสั่งของกษัตริย์ต่อประมุขขององค์กร แต่เป็นคำขอจากพี่ชายคนนี้ของน้อง... ได้โปรด ฮันซังฮยอก ปกป้องเธอ..." ฮัคยอนเอื้อมมือไปจับที่มือของน้องชายอย่างอ้อนวอน

          "....." ซังฮยอกหลบสายตาของฮัคยอนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆอย่างพยายามทำความเข้าใจ

          "เพื่ออนาคตของโลก" ฮัคยอนบอกน้องอีกครั้ง

          "อนาคตเหรอ?" ซังฮยอกได้ยินคำนี้ออกก็รีบหันกลับไปถามพี่ชายอย่างต้องการคำอธิบายทันที

ตึงง!!

          อยู่ๆก็เกิดเสียงคล้ายว่ามีอะไรบางอย่างที่หนักและใหญ่มากถูกทุบอยู่ด้านบนหลังกล่องลิฟท์ จนมันสะเทือนไปทั้งลิฟท์
          ดูเหมือนว่าพวกเค้าทั้งสามคนจะไม่มีเวลากันมากไปกว่านี้อีกแล้ว

          " นี่..." ฮัคยอนล่วงเอาแหวนที่ตัวเองเก็บไว้ออกมายื่นให้เจ้าหญิง "เอาไป ได้เวลาส่งต่อให้กษัตริย์องค์ใหม่เก็บแล้ว"

          เจ้าหญิงเอื้อมสองมือออกไปหยิบเอาแหวนจากบนฝ่ามือของฮัคยอนด้วยสีหน้าเศร้าจวญแทบจะร้องให้ แต่เธอก็ยังคงต้องเข้มแข็งอดทนเอาไว้

          กึก...กลืด...ตึก ตึก 

          ประตูลิฟท์เปิดออกพอดี เมื่อเจ้าหญิงรับแหวนมาเก็บไว้กับตัวเธอแล้ว 

          ซังฮยอกวิ่งนำหน้า ตามด้วยเจ้าหญิงที่จูบมือพาฮัคยอนที่บาดเจ็บที่หลังวิ่งตามหลังซังฮยอกออกมาด้วยกัน
          แต่ทว่า พอวิ่งออกมาถึงตรงกลางทางเดินนั้นแล้ว ฮัคยอนก็ปล่อยมือออกจากมือของเจ้าหญิง พร้อมทั้งหยุดนิ่งไม่ยอมวิ่งไปข้างหน้าต่ออีกแล้ว

          "อ่ะ?" เจ้าหญิงหันกลับไปมองฮัคยอนทันที ที่มือของฮัคยอนหลุดออกจากมือของเธอไปกลางทางแบบนั้น

          ตึก ตึก

          เจ้าหญิงและซังฮยอกต่างพาหยุดนิ่ง แล้วมองไปที่ฮัคยอน ที่ยืนนิ่งมองมาที่พวกเค้าเงียบๆ อย่างช่างใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจากนั้นฮัคยอนก็ยกมือข้างขวาขึ้นมา แล้วปล่อยพลังเวทย์ออกมาสร้างกำแพงบาเรียเวทย์กั้นกลางระหว่างตัวเองกับทั้งสองคนเอาไว้

          "ไม่ ได้โปรดหยุด...อย่าทิ้งเรา" เจ้าหญิงเห็นดังนั้น ก็รู้ถึงเจตนาของฮัคยอนทันที จึงทนไม่ได้แล้วรีบวิ่งหวังจะเข้าไปขอร้องให้ฮัคยอนหยุด แต่ก็โดนปิดกั้นทางเอาไว้ด้วยกำแพงเวทย์แล้ว จึงไม่สามารถผ่านกำแพงออกไปหาฮัคยอนได้

          "ถอยมา!" ซังฮยอกรีบเข้าไปดึงตัวเจ้าหญิงที่กำลังร้องอ้อนวอนกับฮัคยอนอยู่หน้ากำแพงเวทย์ให้ถอยห่างออกมาจากกำแพงเวทย์  ก่อนจะหันไปมองหน้าฮัคยอนด้วยสายตาแห่งความเจ็บปวด "ท่านพี่..."

          "ข้ารู้ว่าแม่เจ้าคงต้องการเหมือนกัน ...ให้เจ้ากับเลโอมีความสุข" ฮัคยอนเอ่ยพูดสิ่งที่ยังเหลือค้างอยู่ใจออกมา "เจ้าต้องตกเป็นเชลยอยู่ตั้งสิบปี เพราะข้าคนนี้ทำพลาด...ไม่อีกแล้ว ประตูที่ล็อคจะปิดผนึกของโชคชะตาของเจ้า"

          ตึงง...เสียงการพังช่องทางของปล่องลิฟท์กำลังดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว

          "องค์ราชันย์เอ็น..." เจ้าหญิงเอ่ยเรียกฮัคยอนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงอีกครั้ง 

          "ความหวังของพี่อยู่ที่น้องนะ ฮันซังฮยอก ...โชดดีนะ" ฮัคยอนเอ่ยพูดกับน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย

          ซังฮยอกเม้มปากแน่นไม่เอ่ยคำพูออะไรออกมาสักคำ เพียงแค่จ้องมองและจำจดใบหน้าของพี่ชายอันเป็นที่รักของตัวเองนิ่งๆเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะประครองไหล่ของเจ้าหญิงเอาไว้ แล้วพากันหันเดินจากไปตามที่ฮัคยอนบอกทันที

          เมื่อเห็นว่าน้องชายพาเจ้าหญิงเดินออกไปแล้ว ฮัคยอนเองก็หันหลังกลับมาทางหน้าลิฟท์อีกครั้ง ด้วยสีหน้าและท่าทางที่เตรียมพร้อมที่จะสู้กับอะไรก็ตามที่กำลังจะมาเยือน


          ตึง ตึง


          นายพลคอลก้านั่นเองที่ตามพวกเค้าลงมา และเมื่อพอลงมาถึง นายพลคอลก้าก็ได้โค้งตัวก้มหน้าเคารพต่อฮัคยอน แล้วจึงกีดปลายดาบเป็นเส้นโค้งตรงพื้นด้านหน้าตัวเอง แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมามองฮัคยอน

          "...." ฮัคยอนเหมือนจะล่วงรู้ถึงอะไรบ้างอย่าง ของบุคคลผู้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเกราะ Magitek คนนี้

          นายพลคอลก้ายกดาบขึ้นมาตั้งท่าเตรียมสู้ขึ้นมาอยู่ตรงหน้า ฮัคยอนเองเข้าใจ แล้วโยนไม้เท้าในมือทิ้ง เพื่อจะจบการต่อสู้ลงในครั้งนี้

          นายพลคอลก้าถือดาบวิ่งตรงเข้าไปหาฮัคยอนอย่างแน่วแน่ พอใกล้จะถึงตัวฮัคยอนแล้ว นายพลคอลก้าก็กระโดดยกดาบขึ้นสูงเหนือหัวเตรียมฟาดใส่ฮัคยอนเต็มแรง

          แต่พลังเวทย์ของฮัคยอนก็เร็วกว่า นายพลคอลก้าจึงถูกพลังสายฟ้าของฮัคยอนซัดเข้าที่ตรงกลางอก จนกระเด่นไปกระแทกใส่กำแพงด้านหลัง โครม!

          แต่เพียงแป๊ปเดียว นายพลคอลก้าก็ลุกขึ้นมายืนได้เหมือนเดิม จากนั้นเข้าก็ยกดาบขึ้นมาแล้ววิ่งเข้าไปหาฮัคยอนอีกครั้ง

          ฮัคยอนเองก็ไม่ยอมปล่อยให้นายพลคอลก้าเข้ามาหาตัวเองได้ง่ายๆเช่นกัน ฮัคยอนปล่อยพลังเวทย์ทั้งหมดที่มีส่งผ่านไปที่มือข้างซ้ายของตัวเอง เพื่อต้านแรงพลังของนายพลคอลก้าที่ก็กำลังใช้ดาบดันฝ่าพลังเวทย์ของฮัคยอนเข้ามาหาฮัคยอน

          "องค์ราชันย์เอ็น กษัตริย์แห่ง Lucis ...ผู้สร้างสันติสุข ไว้ภายใต้กำแพงที่ทรงพลัง ตอนนี้สันติสุขของท่านอยู่ไหนล่ะ? " นายพลคอลก้าเอ่ยพูดถามฮัคยอนขึ้นอย่างเยาะเย้ย พร้อมทั้งเดินต้านแรงพลังเวทย์ของฮัคยอนเข้าไปหาฮัคยอนทีละก้าวๆ

          " .... " ยิ่งนายพลคอลก้าเอ่ยพูดเท่าไหร่ ก็เหมือนว่าพลังของฮัคยอนจะยิ่งลดน้อยลง

          "นี่คือสันติสุขของท่าน..."

          " ...... "  ฮัคยอนสายหน้าปฏิเสธคำพูดของนายพลคอลก้า ด้วยสายตาแห่งความผิดหวัง

          "กับตระกูลเหล็กผู้ต่ำต้อย !" พูดจบคำนั้น นายพลคอลก้าก็เข้ามาถึงตัวฮัคยอนพอดี

          ตึง!  

          ฮัคยอนถูกนายพลคอลก้าปัดพลังเวทย์ออกอย่างแรง จนทำให้ฮัคยอยที่ยืนคุมพลังเวทย์หมุดตัวกลับไปทางด้านหลังตามแรงเหวี่ยงนั้น อย่างไม่สามารถปกครองร่างของตัวเองเอาไว้ให้นิ่งได้

          ทางด้านอีกฝั่งของกำแพงเวทย์ เจ้าหญิงหันกลับทางฮัคยอนอีกครั้ง แล้วเห็นว่าฮัคยอนกำลังจะเสียท่าให้นายพลคอลก้า ก็ทนอดไม่ไหว รีบสะบัดตัวออกจากซังฮยอกแล้วรีบวิ่งกลับมาที่หน้ากำแพงเวทย์ของฮัคยอนอีกครั้ง

          ".....!!"  

          ในจังหวะที่ฮัคยอนหันยืนโอนเอนอย่างคนที่เริ่มหมดพลังอยู่นั้น นายพลคอลก้าก็หันหลังแทงดาบเสียบเข้าที่กลางหลังของฮัคยอน...สุดแรง

          ฉึก ! 

          "อึก...อั่ก..ก"  

         ฉวัะ !  นายพลคอลก้าดึงดาบออกมา พร้อมทั้งร้องเสียงคำราม แล้วจากนั้นเค้าก็แทงดาบใส่ฮัคยอนซ้ำรอยเดิมอย่างแรงอีกครั้ง จนดาบทะลุผ่านกลางอกของฮัคยอนออกมา..

          "เฮือก อึก..!!" ฮัคยอนก้มมองดาบพร้อมยกมือขึ้นจับที่ดาบที่มันทะลุออกมาด้วยความเจ็บปวดที่สาหัสเกินจะบรรยาย กับความตายที่ใกล้เข้ามา.. 

          ฮัคยอนค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองออกไปตรงกำแพงเวทย์ ที่มันยังคงกางกั้นอยู่ตรงนั้น ฮัคยอนเห็นซังฮคยอนน้องชายที่รักกำลังมองมาที่ตัวเองด้วยแววตาเจ็บปวด และเจ้าหญิงที่กำลังก้มหน้าร้องไห้ ที่ต้องมาเห็นคนที่เธอเคารพรักและเทิดทูลให้เป็นกษัตริย์ของเธอ ถูกแทงดาบอยู่ต่อหน้าต่อตาแบบนี้ มันย่อมเกินไป ถึงแม้เธอจะเข้มแข็งแค่ไหน...แต่ให้เธอมารู้มาเห็นเรื่องแบบนี้ โดยไม่เศร้าใจเลยคงเป็นไม่ได้

          ฮัคยอนส่งสายตาสุดท้าย ไปให้ซังฮยอกและเจ้าหญิง ว่าอย่าได้ห่วงเค้าที่ได้เลือกทางเดินนี้ จงให้รีบพากันหนีออกไปตามคำขอสุดท้ายที่เค้าได้ขอเอาไว้ ช่วยทำให้มันสำเร็จ ...นั้นคือสิ่งที่ตัวเค้าปรารถนา


          ฉวัะ !

          นายพลคอลก้าชักดาบออกมาจากร่างของฮัคยอนแล้ว ก็ผลักตัวฮัคยอนที่ยืนค้างอยู่ อย่างแรง จนร่างฮัคยอนกระเด่นล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นตรงนั้น ทำเหมือนว่าร่างของฮัคยอนในตอนนี้ก็เป็นแค่ของเล่นของเค้าชิ้นหนึ่ง ที่เมื่อพอหมดประโยชน์แล้ว ก็โยนมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี


          "....!!!" ซังฮยอกเห็นสิ่งที่นายพลคอลก้าทำกับพี่ชายของตัวเป็นเหมือนแค่ของเล่นไร้ค่าอย่างนั้น ก็อารมณ์เดือดขึ้นมาทันที

          กิ๊ก...

          ซังฮยอกชักดาบของตัวเองออกมาเตรียมจะพังกำแพงเวทย์ออกไปสู้กับนายพลคอลก้า ล้างแค้นแทนพี่ชายของตัวเอง

          "ไม่...!!!" เจ้าหญิงรีบเข้าไปขว้างและดันตัวของซังฮยอกเอาไว้ ไม่ให้ทำอะไรอย่างนั้นที่ซังฮยอกกำลังคิดอยู่ตอนนี้ "เราต้องรีบหนีไปจากที่นี่ ...ตามกษัตริย์...ตามที่พี่ชายของท่านต้องการ"

          " .... " ซังฮยอกมีสีหน้าไปยอมเท่าไหร่ เจ้าหญิงเลยต้องเป็นคนออกแรงดึงแขนซังฮยอกให้รีบหนีไปกับเธอ

          "ฮึ่ม...เฮอะ!" สุดท้ายซังฮยอกก็ยอมตัดใจ แล้ววิ่งไปจากตรงนั้นพร้อมกับเจ้าหญิง เพื่อออกไปทำหน้าที่ตามคำขอสุดท้ายของพี่ชาย





'ไม่ต้องห่วงนะครับเอ็นฮยอง ไม่ว่าต้องแลกด้วยชีวิตของผม
คำขอสุดท้ายของฮยอง ผมต้องทำมันสำเร็จแน่นอนครับ'





          
          






To be continued...
          




    




นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น