THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 31 : LeoN Happier 1.1 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ส.ค. 61

THE FREAK OUT !

회 31 행복하자 !





          ตั้งแต่ขึ้นรถมา แทคอุนก็เอาแต่จ้องมองกล่องของขวัญ ที่ได้รับมาจากฝ่าบาท โดยไม่ได้คิดสนใจอะไรอื่นเลย นอกจากของขวัญที่อยู่ในกล่องกำมะหยีสีเข้มที่ตัวเองถือมันอยู่นั้น
                    ของขวัญที่แทคอุนได้รับจากฝ่าบาทคือ แหวนตราสัญลักษณ์ที่ทำด้วยทองคำขาวประดับเพรชหนึ่งวง
                    แทคอุนจ้องมองแหวนที่ได้มาอย่างพินิจ ในหัวก็เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยมากมาย ว่าทำไมฝ่าบาทถึงได้ให้แหวนวงนี้กับตัวเอง?
                    เพราะจากที่แทคอุนได้มองพินิจมันอยู่นาน เค้าก็รู้สึกได้ว่า แหวนวงนี้ดูพิเศษและต้องมีความหมายความสำคัญมากแน่ๆ แต่...ทำไมฝ่าบาทถึงได้ให้เค้าเป็นของขวัญ? นี้แหละคือสิ่งที่แทคอุนหยุดคิด หยุดสงสัยมันไม่ได้


                    "ถ้าเป็นโจร..นายคงตายไปแล้ว" เสียงนุ่มน่าฟังดังขึ้นมาทามกลางความเงียบภายในรถ

                    "หือ?" แทคอุนสะดุ้งตกใจเล็กน้อย ที่อยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงคนพูดขึ้นมาข้างๆตัวเอง จนทำให้แทคอุนต้องละความสนใจจากแหวนวงนั้น แล้วหันไปมองตามเสียงนั้นทันที

                    "ไง...เลิกสนใจของขวัญแล้วสินะ" ร่างบางในชุดสีดำนั่งกอดอกหันหน้ามองที่แทคอุนนิ่ง ด้วยสายตาที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรักและคิดถึง

                    "...!!!" แทคอุนเบิกตากว้าง อ้างปากค้าง อย่างละคนที่ตกใจมากจนพูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองนิ่งค้างตาไม่กระพริบอยู่แบบนั้น

                    "ก็รู้แหละว่าทำให้ตกใจ แต่ก็ไม่ต้องช็อคค้างขนาดนี้ก็ได้" ร่างบางเอ่ยพูดกับแทคอุนด้วยรอยยิ้มขำ แต่น้ำเสียงก็ยังคงนุ่มนวลและอ่อนโยนเช่นเดิม 

                    "...." แทคอุนก็ยังคงนิ่งอึ้งค้างอยู่ในท่าเดิมแบบนั้น ไม่ขยับเคลื่อนไหวราวกับร่างที่ถูก Freeze

                    "นี่...ยังได้ยินอยู่มั้ยเนี่ย?" ร่างบางเริ่มขยับเข้ามาดูแทคอุนใกล้ๆอย่างนึกเป็นห่วง

                    "....." 

                    "นี่ จองแทคอุน ถ้ายังได้ยินอยู่ก็ช่วยตอบอะไรหน่อยสิครับ"

                    "...."

                    "แทคอุนครับ" ร่างบางยกมือขึ้นไปจับสัมผัสที่ข้างแก้มนิ่มของแทคอุนเบาๆอย่างถนุทะนอม

                    "....ฮึก" พอโดนสัมผัสอุ่นนุ่มจากฝ่ามืออุ่นของร่างบางตรงหน้า แทคอุนถึงได้รู้สึกตัวว่า ร่างบางที่เค้ามองเห็นอยู่ตรงหน้าคือมีตัวตนอยู่จริงๆ ไม่ใช่ภาพมายาหรืออะไร

                    "เฮ้อ แทคอุนของผม...ร้องไห้อีกแล้วเหรอครับ หืม?" ร่างบางค่อยๆใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาที่มันเริ่มเออไหลออกมาจากตาเรียวออกให้แทคอุนอย่างนุ่มนวลที่สุด

                    "ฮึก...ฝัน...ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?" แทคอุนยกมือของตัวเองขึ้นไปไล่จับตั้งแต่ปลายนิ้วเรียวของร่างบาง มือสวยของร่างบางที่กำลังเช็ดน้ำตาอยู่ที่ข้างแก้มของตัวเอง แทคอุนค่อยๆจับไล่ไปตามเรียวแขนของร่างบางไปจนถึงไหล่แคบของร่างบาง แล้วค่อยๆไล่ขึ้นไปจับสัมผัสที่สองข้างแก้มนุ่มอุ่นของร่างบางเบาๆ เพื่อต้องการให้แน่ใจว่าร่างบางตรงหน้าคือร่างจริง คือคนที่มีตัวตนอยู่จริงๆ แทคอุนค่อยๆยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเมื่อเริ่มแน่ใจแล้วว่า ตัวเองไม่ได้กำลังฝัน หรือมโนภาพไปเองอะไรทั้งนั้น "ผมไม่ได้ฝันไปจริงๆใช่มั้ย?"

                    "ความฝันที่แสนยาวนาน...มันจบลงแล้วครับ" ร่างบางเอ่ยตอบแทคอุนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน และนัยน์ตาคู่สวยของร่างบางที่มองแทคอุนอยู่นั้น ก็เต็มไปด้วยความรักความคิดถึง และขอโทษกับทุกอย่างที่เกิดขึ้น "แทคอุนอา  ขอโทษที่ปล่อยนายให้อยู่คนเดียว...ขอโทษนะครับ"

                    "ฮึก..ฮัคยอน ฮื่ออออ" แทคอุนโผล่เข้ากอดฮัคยอนแน่นด้วยความรู้สึกมากมาย มากมายเกิดกว่าจะพูดเอ่ยอะไรๆได้ในตอนนี้ 











Taekwoon said.

               
               ตอนนี้ ผม...พูดอะไรไม่ออกเลยละครับ มันรู้สึกตื่นตันไปหมด ทั้งความรู้สึกดีใจ ความรู้สึกตกใจและเหลือเชื่อ ในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า...มันมากมายจนผมไม่สามารถพูดอธิบายความรู้สึกทั้งหมดนั้นออกมาได้จริงๆ 

               เรื่องจริง...ปาฏิหาริย์ที่ผมเคยคาคฝัน...ตอนนี้มันเป็นจริงแล้ว

               คนรักที่จากผมไปนานกว่าห้าปี คนรักที่เป็นดั่งลมหายใจของผม หัวใจของผม...ที่เมื่อหลายเดือนก่อน ผมได้เริ่มยอมรับและเริ่มทำใจได้แล้วว่า เราสองคน คงไม่ได้พบเจอกันอีกแล้ว...ในโลกใบนี้

               แต่ทว่า มันช่างน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน ที่คืนนี้ผมได้รับพรและของขวัญที่สุดแสนจะล้ำค่าเกินกว่าจะมีสิ่งไหนมาเสมอเหมือน พร้อมกันทั้งสองอย่างได้อีกล่ะ 

               ผมได้รับแหวนตราสัญลักษณ์ ที่มารู้ความหมายของแหวนจากฮัคยอนว่า แหวนที่ฝ่าบาทมอบให้ผมมานั้นคือ แหวนตราสัญลักษณ์ของคู่ครองประมุข และฮัคยอนก็บอกผมอีกด้วยว่า ให้ผมใส่มันไว้ หรือถ้าไม่ใส่ก็ให้พกเก็บติดตัวเอาไว้ เพราะว่ามันสำคัญมากผมเลยเลือกที่จะหยิบแหวนวงนั้นออกมาสวมไว้ที่นิ้วชี้ข้างขวาของผมทันที
 
               และเรื่องที่ฮัคยอนกลับมานั้น

               ฮัคยอนก็ได้เล่าให้ผมฟังเพียงคร่าวๆว่า 'ก่อนที่ระเบิดลูกนั้นจะตกลงมายังที่ที่พวกเค้าอยู่   มันก็ได้ถูกสกัดทางลงโดยชุดอุปกรณ์พิเศษของหน่อยป้องกันลับขององค์กร ซึ้งมีท่านพี่ของฮัคยอน(คิมแจจุงฮยอง)เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของหน่อยลับนั้นเอง 
               จากนั้นฮัคยอนและคนอื่นๆก็ได้ถูกพาไปหลบพักและรักษาตัวกันในที่ที่ปลอดภัยที่ถูกเรียกกันว่า 'อุโมงลับของปีศาจ' ที่ที่ซึ่งเป็นฐานทับลับใต้ดินของหน่อยป้องกันของท่านพี่แจจุง
               เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น มันจึงนำไปสู่การเกิดสงครามครั้งใหญ่ในรอบร้อยปีขององค์กร 
               เพราะว่าฮัคยอนคือเป้าหมายหลักของศัตรู ดังนั้น มันจึงเป็นเหตุทำให้ฮัคยอนต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในฐานทับลับใต้ดินแห่งนั้นนานกว่าสองปี โดยไม่ให้ใครรู้ว่ายังมีตัวตนอยู่ นอกจากซังฮยอกและท่านพี่แจจุงเท่านั้น
               แล้วตลอดเวลาที่ฮัคยอนหลบซ่อนตัวอยู่ในฐานทับลับใต้ดิน หลังจากที่ได้รับการรักษาบาดแผลที่ถูกยิ่งด้วยกระสุนที่รุนแรงจากสไนเปอร์ จนเริ่มหายดีเกือบเป็นปกติแล้ว ฮัคยอนก็ไม่ได้อยู่เฉย 
               ฮัคยอนเริ่มกลับมาทำงานทำหน้าที่ของประมุขขององค์กรเหมือนเดิม แม้ว่าคราวนี้ตัวเองจะไม่ได้เป็นคนไปออกรบด้วยตัวเอง แต่ฮัคยอนก็คงเป็นคนวางแผนงานและวางแนวรบให้กับทุกหน่วยด้วยตัวเอง โดยมีซังฮยอกและท่านพี่แจจุงคอยประสานงานให้กันอย่างเป็นระบบ 
               จนในที่สุด พวกเค้าก็สามารถเอาชนะสงครามกับศัตรูจนได้ และที่สำคัญคือ พวกเค้าสามารถกวาดล้างจับกุม กลุ่มผู้ก่อกบฏเอาไว้ได้ทั้งหมดทุกคนด้วย แม้ว่ามันจะใช้เวลานานอยู่หลายปีก็ตาม แต่สุดท้ายพวกเค้าก็สามารถทำมันจนสำเร็จ

               เพราะแบบนั้น ตอนนี้ฮัคยอนจึงได้ขึ้นเป็นประมุขใหญ่ขององค์กรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

               และพอเสร็จจากงานใหญ่ที่องค์กรหลักที่อิตาลีแล้ว ฮัคยอนถึงได้เวลากลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อกลับมามอบตำแหน่งประมุขของ Zeadie'to ให้กับน้องชาย ฮันซังฮยอก



               และ...




ณ ห้องนอนใหญ่บนชั้นสองของคฤหาสน์

หมับ

               ฮัคยอนเดินเข้ามาสวมกอดรอบเอวของผมจากด้านหลัง ที่ตอนนี้ผมกำลังยืนมองแสงไฟหลากหลายชนิดที่ส่องแสงสวยงามอยู่ในเมืองหลวง ที่ห่างออกไปไกลหลายสิบกิโลเมตรจากคฤหาสน์บนเนินเขาแห่งนี้ ที่ฮัคยอนพาผมพัก 

               ฮัคยอนกอดผมเอาไว้แน่น ก่อนจะกดจูบลงบนไหล่กว้างของผมค้างไว้นานครู่หนึ่ง แล้วฮัคยอนจึงค่อยยื่นใบหน้าน่ารักๆของเค้าเข้ามาเอาแก้มนิ่มๆของเค้ามาแนบซบกับแก้มของผม แล้วจากนั้น ฮัคยอนก็เอ่ยเรียกผมด้วยน้ำเสียงอันแสนนุ่มนวลของเค้าว่า "แทคอุนของผมครับ" 

               "ครับ" ผมเอียงหัวเอียงหน้าไปแนบซบกับฮัคยอนมากขึ้น อย่างออดอ้อนและโหยหาสัมผัสจากฮัคยอนที่สุด

               "ยังจำได้รึเปล่าครับว่า.." ฮัคยอนคลายอ้อมแขนออกจากรอบเอวของผม แล้วจับตัวผมให้หมุนตัวหันหน้ากลับเข้ามาหาเค้า แล้วจากนั้นฮัคยอนก็มองสบตาผมอย่างหวานซึ้ง ด้วยความหมายมากมายที่เต็มไปด้วยความรัก "ผมเคยให้สัญญาอะไรกับแทคอุนไว้ว่าอย่างไร?" 

               ผมรอบเอวบางของฮัคยอนเข้ามากอดไว้หลวมๆและมองสบตาหวานซึ้งเช่นเดียวกับที่ฮัคยอนมองผมตอบ
               เราสองคนมองสบตากันหวานซึ้ง พร้อมด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่สุดของเราสองคน
               ผมค่อยๆโน้มหน้าเข้าไปหาฮัคยอนช้าๆ จนปลายจมูกของเราสองคนแตะสัมผัสกัน ผมกระชับกอดฮัคยอนให้แน่นขึ้น และฮัคยอนเองยกแขนเรียวเล็กของเค้าทั้งสองข้าง ขึ้นมาโอบกอดไว้ที่รอบคอของผมด้วยเช่นกัน
               ผมเอียงศีรษะเอาหน้าผากของผมไปแนบกับหน้าผากของฮัคยอน แล้วผมจึงพูดสิ่งที่อยู่ใจของผมมาตลอดว่า "จะลืมได้ไงล่ะครับ สัญญาสำคัญขนาดนั้น...ผมเตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวของฮัคยอนมาตลอดเลยนะครับ"

               "ดีใจจัง...ดีใจที่สุด" ฮัคยอนเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบที่ข้างแก้มของแทคอุนอย่างทะนุถนอม "แทคอุนของฮัคยอน"

               "หัวใจดวงนี้..." แทคอุนละมือข้างหนึ่งออกจากเอวบางของฮัคยอน ขึ้นมาจับมืออุ่นนิ่มของฮัคยอนที่แนบอยู่ที่ข้างแก้มของตัวเอง เลื่อนลงมาวางแนบที่ตำแหน่งของหัวใจที่กำลังเต้นแรงของตัวเองแทน แล้วจึงเอ่ยพูดสิ่งที่ยังเหลือว่า "ก็เป็นของฮัคยอนเช่นกัน"

               "แทคอุนครับ"

               "ครับฮัคยอน"

               "ห้าทุ่ม ห้าสิบเก้านาที ห้าสิบหกวินาที..."


ติ๊ก(57วิ)


ติ๊ก(58วิ)


ติ๊ก(59วิ)


ติ๊ก(60วิ)



   ตึง 00:00 น.



               "แทคอุนอา สุขสันต์วันเกิดครับ" ฮัคยอนเอียงหน้าเข้ามากระชิบบอกผมที่ข้างหู "ส่วนของขวัญนะ ต้องรอตอนเช้านะครับ"

               "วันเกิด...อา ใช่สิ ผมลืมไปเลย เฮ้อ เพราะดีใจที่ฮัคยอนกลับมา..." ผมรวบตัวฮัคยอนเข้ามากอดแน่นๆอีกครั้ง "ขอบคุณนะครับ ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณที่กลับมาหาผมที่รัก เฮ้อ ผมรักคุณที่สุดเลยนะ รักฮัคยอนที่สุด"

               "อืม ผมก็รักแทคอุนคนนี้ของผมเช่นกันครับ ฟอดด" ฮัคยอนกดจมูกเข้าไปหอมหนักๆที่ข้างแก้มนิ่มของแทคอุนอย่างอดไม่ได้ ก็แทคอุนนะโคตรน่ารักที่สุด "เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ"

               "ครับ?" 

               "พรุ่งนี้ไง..."

               "พรุ่งนี้?"

               "แทคอุนครับ" ฮัคยอนเอ่ยเรียกแทคอุนด้วยน้ำเสียงนุ่ม ก่อนแล้วค่อยจับมือเรียวสวยข้างซ้ายของแทคอุนขึ้นมากดจูบลงที่หลังมือตรงตำแหน่งของนิ้วนางเบาๆ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยรอยยิ้มหวานกับแทคอุนว่า  "พรุ่งนี้ นิ้วนางข้างนี้ของแทคอุนจะไม่ว่างเปล่าแบบนี้อีกแล้วนะครับ"

               "ฮัคยอน"

               "จองแทคอุนช่วยเป็นเจ้าบ่าวให้ชาฮัคยอนคนนี้ด้วยนะครับ"



.


.


.









รุ่งเช้า...



แกร๊ง แอ๊ดด...

               ประตูไม้แกะสลักบานเล็กตรงมุมด้านขวาของห้องนอนใหญ่ ซึ่งเป็นประตูทางเชื่อมต่อไปอีกห้องหนึ่ง...ได้ถูกผลักเปิดเข้ามาในห้องนอนใหญ่ โดยหนูน้อยวัยห้าขวบในชุดนอนสีฟ้าอ่อนแลดูช่างน่ารัก น่าเอ็นดู จนอยากเข้าไปกอดไปหอมสักทีสองที ให้พอหายหมั่นเขี้ยวเสียจริงๆ
               พอบานประตูถูกผลักเปิดออกจนกว้างพอแล้ว หนูน้อยตัวเล็กก็รีบวิ่งตรงไปที่เตียงสูงกลางห้องโดยไม่มีความลังเลเลยทันที

ตุบ

               หนูน้อยปีนขึ้นไปบนเตียงนอนใหญ่ ที่มีคนร่างบางผิวสีน้ำผึ้งกำลังนอนหลับสบาย และร่างหนาผิวสีขาวราวกับน้ำนมอีกคน ที่นอนซุกตัวกอดเอวของร่างบางจากด้านหลัง เอาใบหน้าของตัวเองซกซ่อนไว้ที่หลังคอของคนร่างบางอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา จึงทำให้เห็นแค่ช่วงหัวที่โผล่ออกมาเล็กน้อยเท่านั้น


               "อื้อ...?" ฮัคยอนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่ดีๆก็ต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้น เพราะว่าแรงยุบยับที่เกิดขึ้นอยู่ใกล้ๆตัวเอง ที่มันไม่ใช่จากอีกคนที่นอนกอดตัวเองอยู่

               ฮัคยอนค่อยๆลืมตาขึ้นมามองดู ว่าอะไรกัน? ที่ขึ้นมาขยับยุบยับอยู่บนเตียงนอนตรงข้างหน้าของตัวเอง 
               แล้วทันใดนั้นเอง เมื่อสายตาของฮัคยอนปรับเข้ากับแสงสว่างภายในห้องได้ดีเป็นปกติแล้ว มุมปากเล็กของฮัคยอนก็ค่อยๆคลียิ้มหวานขึ้น พร้อมกับสายตาที่อบอุ่นอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความรักของคนเป็นแม่..กำลังมองลูกชายตัวน้อยของตัวเอง ปีนขึ้นเตียงนอนมาทำหน้าตาออดอ้อนออเซาะคุณแม่ตั้งแต่เช้า 
        ฮัคยอนขยับตัวเล็กน้อย เพื่อจะเปิดผ้าห่มออกให้หนูน้อยผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของตัวเอง ให้ได้เข้ามาซุกในอ้อมอกอุ่นของตัวเองอย่างที่เคย "หืม...อา ไคจูน้อยของมามี๊ตื่นแต่เช้าเลย คิดถึงมามี๊ใช่มั้ยครับ~จุ๊บ"

               "ครับ มีรอมามี๊ตั้งนาน...คิดถึงมามี๊มากๆเลย~~ย" หนูน้อยพูดจาเสียงออดอ้อนคุณแม่อย่างที่ชอบทำเป็นประจำ แล้วจากนั้นก็รีบซุกตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดในอกอุ่นของคุณแม่ตัวเองด้วยความคิดถึงและต้องการไออุ่นจากคุณแม่...ที่หนูน้อยไม่ได้เจอคุณแม่เลย ตั้งเกือบสัปดาห์...เพราะฮัคยอนต้องไปจัดการเคลียร์งานที่ค้างอยู่มากมาย ให้รีบเสร็จ ให้ทันก่อนวันพิธีแต่งตั้งซังฮยอกให้ขึ้นเป็นประมุขคนใหม่ของ Zeadie'to 

               ดังนั้น หนูน้อยจึงต้องอยู่ที่คฤหาสน์กับคาร์ดีส(Knight ประจำตัว) และพ่อบ้าน ส่วนเวลาในช่วงเย็นๆ คุณน้าฮงบินก็จะกลับมาพักที่คฤหาสน์ มาอยู่กับหนูน้อยแทนคุณแม่ฮัคยอน ที่ยุ่งกับงานต่างๆในองค์กรจนไม่มีเวลากลับมาบ้านกลับมาหาลูกชายของตัวเองเลย 
               เพราะเหตุนั้นแหละ คุณแม่ฮัคยอนจึงต้องส่งตัวแทนอย่างคุณน้าฮงบิน กลับมานอนเป็นเพื่อนหนูน้อยที่คฤหาสน์แทนคุณแม่ทุกคืน (ตอนที่อยู่อิตาลีก็เช่นกัน เวลาที่องค์กรมีเรื่องเร่งด่วน ฮัคยอนก็จะให้ฮงบินเป็นคนที่คอยเลี้ยงดูลูกชายแทนตัวเองเป็นประจำ)
               แน่นอนว่า การที่หนูน้อยต้องอยู่ห่างกับคุณแม่นานๆหลายวันอย่างนี้ ก็เป็นธรรมดาที่หนูน้อยจะต้องรู้สึกเหงาและคิดถึงคุณแม่มากๆอยู่แล้ว 
               ดังนั้น เมื่อคาร์ดีสที่เป็นคนทำหน้าที่มาปลุกหนูน้อยในตอนเช้า ได้เอ่ยบอกกับหนูน้อยว่าคุณแม่ของหนูน้อยกลับมาแล้ว หนูน้อยได้ยินก็ดีใจมากๆแล้วรีบลุกออกจากเตียงนอน แล้ววิ่งไปที่ประตูทางเชื่อมต่อระหว่างห้องนอนสองห้องทันที
 

              มามี๊ มามี๊ผิดสัญญากับมี มามี๊กลับมาช้า" หนูน้อยพูดขึ้นเสียงตัดพ้อน้อยใจคุณแม่ ที่ผิดสัญญากับตัวเอง ว่าจะไปไม่นานเกินสองวัน แต่สุดท้ายคุณแม่ก็หายไปนานเกือบสัปดาห์ซะงั้น

              "มามี๊ไม่รักมีง่ะ มามี๊ทิ้งมีไปหลายวัน งื้ออ งอนมามี๊แล้ว!"  หนูน้อยเบะปากทำหน้าง้ำหน้างอใส่คุณแม่อย่างนึกน้อยใจไม่หาย

              "โธ่ ลูกชายคนเก่งของมามี๊ มามี๊ขอโทษนะครับ มามี๊ผิดเอง...คนเก่งของมามี๊ อย่าโกรธมามี๊เลยนะครับ นะ ฟอดด มาๆ ขอมามี๊หอมให้หายคิดถึงหน่อยสิครับ ฟอดๆๆ" ฮัคยอนกอดร่างเล็กๆของลูกชายเข้ามาไว้ในอกอย่างหวงแหน แล้วจากนั้น คุณแม่ฮัคยอนก็ก้มหน้าลงไปฟัดแก้มกลมๆสีแดงๆของลูกชายตัวน้อยซ้าย-ขวาสลับกันไปมาอยู่หลายครั้ง จนเกิดเสียงหัวเราะคิกคักขึ้นมา...


              "อื้อ~อ..อ" เสียงเล่นกันของฮัคยอนและลูกชายเริ่มดังมากขึ้น จึงทำให้อีกคนที่กำลังหลับอยู่เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมา 

             " .... " ฮัคยอนกับลูกชายรีบมองหน้ากันทันที เมื่อมีเสียงเหมือนคนกำลังขัดใจเพราะถูกรบกวนเวลานอนดังขึ้นมาจากด้านหลังของฮัคยอน

             "มามี๊..." หนูน้อยกระซิบเรียกคุณแม่ของตัวเองเบาๆอย่างสงสัย ว่าเสียงมาจากไหน?

             "เออ..." ฮัคยอนทำหน้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจก้มหน้าไปกระซิบบอกกับลูกชายว่า "มามี๊ว่าเราลุกไปเตรียมตัวทานมื้อเช้ากันดีกว่า..นะครับ"

              "ครับมามี๊" แม้จะยังสงสัยอยู่ แต่ว่าคุณแม่บอกอย่างนั้น และหนูน้อยก็เป็นเด็กดี เชื่อฟังที่คุณแม่บอกด้วย หนูน้อยจึงพยักรับขึ้นลง แล้วจากนั้นหนูน้อยก็จึงขยับตัวลุกออกจากอ้อมกอดอุ่นของคุณแม่ เพื่อจะได้ไปเตรียมตัวตามที่คุณแม่บอก

             "เด็กดีของมามี๊น่ารักที่สุดเลยครับ ฟอดด" ฮัคยอนพูดชมลูกชายที่ทำตัวน่ารักเชื่อฟังตัวเอง ไม่มีขัดเลยอย่างนั้นช่างน่ารักจริงๆ ฮัคยอนจึงหอมแก้มของลูกชายเป็นการให้รางวัลกับเด็กดีก่อนหนึ่งฟอด แล้วทันใดนั้นเอง..


หมับ!


              ฮัคยอนถูกลำแขนแกร่งที่พาดกอดหลวมๆอยู่เมื่อก่อนหน้านี้ กอดรัดตัวของฮัคยอนเอาไว้แน่น เมื่อฮัคยอนขยับตัวทำท่าจะลุกออกไป

             "อื้อ..จะไปไหนครับ" น้ำเสียงพูดอย่างงัวเงียจากคนที่กอดฮัคยอนเอาไว้ เอ่ยถามขึ้นทั้งๆที่เจ้าตัวก็ยังคงหลับตาอยู่ "ยังเช้าอยู่เลย..."

              "เออ...อ่ะ!" ฮัคยอนกำลังจะหันไปพูดกับคนขี้เซาด้านหลัง แต่ก็ช้าไป...

               หนูน้อยที่กำลังเตรียมตัวจะลงจากเตียง ก็เกิดเปลี่ยนใจ แล้วหันหน้ากลับมาดู...เพราะรู้สึกคุ้นกับเสียงพูดของคนที่อยู่ด้านหลังคุณแม่ หนูน้อยเลยรีบเอี่ยวหน้าไปมองดูอีกคนทันที แล้วจากนั้นหนูน้อยก็ร้องออกมาดังเสียงว่า "แดดดี้!!!"

               "หืม?" เสียงนี่...คุ้นๆ แทคอุนคิดอย่างนั้น แล้วจึงลืมตาขึ้นมาดู ...ว่าจะใช่อย่างที่ตัวเองคิดรึเปล่า?

               ทันทีที่แทคอุนได้ลืมตาตื่นขึ้นมาดูชัดๆ ..ในชั่ววินาทีนั้นแหละ ที่แทคอุนรู้สึกเหมือนตัวเองหยุดหายใจไปจังหวะหนึ่ง แล้วแทคอุนจึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงน้ำเสียงที่แปลกประหลาดใจสุดๆ แต่ก็คงแฝงด้วยความดีใจอยู่มากเลยทีเดียว "หนู.. เจ้าหนู!" 

ตุบ หมับ

               "แดดดี้ๆๆๆ" หนูน้อยรีบปีนข้ามตัวคุณแม่ฮัคยอน ไปกระโดกอดคอคุณพ่อแทคอุนด้วยความดีใจสุดๆ ที่ได้เห็นคุณพ่อแทคอุนอยู่ที่นี่ด้วย จากนั้นหนูน้อยก็ร้องเรียกคุณพ่อขึ้นมาไม่หยุดเพราะความดีใจ ที่ได้เจอกันอีกครั้ง

              
               "หืม?" ฮัคยอนยันตัวขึ้นมานั่งมองดูลูกชายตัวน้อยที่ปีนขึ้นไปนั่งกอดนั่งซุกอกแทคอุนที่อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนและก็มีอาการอึ้ง อาการตกใจ แต่ก็ยังแฝงไปด้วยแววตาแห่งความดีใจออกมาชัดเจนในสายตาคู่นั้นด้วยเช่นกัน 

        แทคอุนก็ลุกขึ้นมานั่งมองจ้อง สำรวจดูหนูน้อยที่นั่งอยู่บนตักตัวเองชัดๆอีกครั้ง แล้วครู่ต่อมาแทคอุนก็ยิ้มกว้างขึ้น เพราะเค้าได้มั่นใจแล้วว่า หนูน้อยคนนี้คือคนเดียวกับหนูน้อยที่อยู่กับเค้าเมื่อคืนก่อนจริงๆ “หนูหายไป โดยไม่บอก...แดดดี้เป็นห่วงหนูมากๆเลย รู้มั้ยครับ เฮ้อ...ได้เจอหนูแล้วแบบนี้ ค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย เฮ้อ..ไหนขอแดดดี้หอมหน่อยสิครับ ฟอดดด” แทคอุนพูดบ่นออกมาอย่างนั้นแล้ว ก็ก้มหน้าลงไปหอมแก้มกลมๆแดงๆน่ารักๆของหนูน้อยขี้อ้อนบนตักด้วยความรู้สึกโล่งอกโล่งใจทันที

        "...." ฮัคยอนยังคงนั่งเงียบมองดูแทคอุนกับลูกชายแสดงความรักต่อกัน จนลืมไปแล้วว่าตัวเองก็นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย แล้วดูสิ ดูสีหน้าดีอก ดีใจ ลูกชายตัวน้อยที่ได้เห็นแทคอุนคุณพ่อของเค้าสิ...หึ ยิ้มร่าเริงยิ่งกว่าตอนที่เจอคุณแม่ฮัคยอนเสียอีก เฮ้อ


               หืม...???

               เดี๋ยวนะ...เหมือนมีบางอย่างที่มันแปลกๆ ...อืม...ใช่ ใช่แล้ว!!!

               ทั้งสองคน...เคยเจอกันด้วยเหรอ? 

               ไม่นะ ไม่เคย ทั้งสองคนยังไม่เคยเจอกัน...ก็เค้าพึ่งจะพาลูกชายกลับมาอยู่ที่นี่เมื่ออาทิตย์ก่อน...และก็จำได้ด้วยว่า เค้ายังไม่ได้พาลูกชายออกไหนนอกคฤหาสน์เลยด้วยซ้ำ

               ไม่แปลกหรอก หากว่าลูกชายของเค้าจะรู้จักแทคอุน เพราะเค้าไม่ปิดบังลูกชายเรื่องพ่อของเค้าคือจองแทคอุน และไหนจะตอนที่อยู่อิตาลี น้องฮยอก(น้าเล็ก)ก็จะชอบเอารูปเอาคลิปวิดีโอต่างๆของแทคอุน ไปฝากไปให้หลานตัวน้อยดูอยู่ตลอด จนลูกชายตัวน้อยของเค้าจำได้ขึ้นใจแล้วว่าคนนี้คือคุณพ่อของเค้า ดังนั้นมันเลยไม่แปลกอะไรมากนัก ที่ลูกชายจะจำหน้าของคุณพ่อตัวเองได้ทันทีที่เห็นกันอย่างนี้ 

               แต่สำหรับจองแทคอุน...มันไม่ใช่!

               แทคอุนไม่เคยเห็นหน้าลูก ไม่สิ ต้องบอกว่า แทคอุนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าและลูกยังมีชีวิตอยู่...ไม่ได้จากโลกนี้ไปแล้วจริงๆอย่างนั้น...ดังนั้น แน่นอนเลยว่า แทคอุนจะต้องไม่รู้และไม่เคยเห็นลูกมาก่อนแน่ๆ 


               แต่ทว่า ...มันเป็นไปได้ยังไง? 

               ดูสิ ทั้งใบหน้า รอยยิ้ม และแววตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึง ที่มันไม่ใช่มีแค่ลูกชายตัวน้อยของเค้าเพียงคนเดียวที่แสดงมันออกมาอย่างนั้น ...แต่นี่...แม้แต่แทคอุนเองก็แสดงความรู้สึกเช่นเดียวกันนั้น ออกมาไม่ได้ต่างจากลูกชายเลย...เป็นไปได้ยังไง? ...เรื่องแบบนี้?

               


               "นี่...แทคอุน" ฮัคยอนเอ่ยเรียกขึ้นหลังจากกลับออกมาจากความคิดวุ่นวายในหัวของตัวเอง "ทั้งสองคน...รู้จักกันด้วยเหรอ?"

               "โอ๊ะ!...มามี๊.." หนูน้อยสะดุ้งตัวก่อนจะรีบหลบหน้าคุณแม่โดยการซุกหน้าหนีเข้าไปในอกแกร่งของคุณพ่อทันที อย่างกลัวความผิดที่ตัวเองแอบหนีไปเล่นนอกคฤหาสน์โดยไม่บอกใครเมื่อวันก่อน

               "ไคจู หลบหน้ามามี๊แบบนี้...แอบทำความผิดมาใช่มั้ยครับ?" ฮัคยอนแกล้งถามลูกชายเสียงนิ่ง หนูน้อยได้ยินเลยยิ่งซุกตัวเข้าหาแทคอุนมากขึ้นอย่างต้องการหาที่พึ่ง

               "เออ..ฮัคยอนครับ ไม่ทำเสียงดุอย่างนั้นสิครับ เห็นมั้ยครับ...น้องเค้ากลัวแล้วเนี่ย โอ๋ๆๆ ไม่ต้องกลัวนะครับๆ" ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแทคอุนพึ่งจะตื่นนอนขึ้นมา หรือว่าอะไร? มันจึงทำให้การทำงานของระบบประสาทของแทคอุนประมวลผลต่างๆได้ไม่ดี จนทำให้เค้ายังไม่เข้าใจอะไรๆต่างๆตรงหน้า...อย่างที่ควร 

               " น้อง....? " ฮัคยอนพูดทวนคำของแทคอุนขึ้นมาอย่างมึนๆงงๆ เมื่อได้ยินแทคอุนเรียกลูกตัวเองว่าน้อง? 

               ฮัคยอนขมวดคิ้วยุ่งจ้องมองแทคอุนอยู่นิ่งๆโดยที่ในสมองก็คิดอะไรต่างๆนาๆไปด้วย แล้วเมื่อเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ฮัคยอนจึงพูดขึ้นว่า "แทคอุน...จำที่บอกไว้เมื่อคืนได้มั้ย?"

               "...เมื่อคืน?" แทคอุนทำหน้าคิดและลองนึกย้อนไปถึงเมื่อคืนว่าพวกเค้าคุยอะไรกันบ้าง

               "เรื่องของขวัญวันเกิดแทคอุนไง" ฮัคยอนเฉลยให้อย่างไม่ต้องรอให้แทคอุนตอบ

               "อ้อ..เรื่องนั้นเอง จำได้ครับ ..ฮัคยอนบอกผมว่าของขวัญน่ะต้องรอตอนเช้า...ใช่มั้ยครับ?" แทคอุนบอกสิ่งที่ตัวเองจำได้กับฮัคยอนอย่างไม่ได้นึกเอะใจอะไรเลย

               "อืม ใช่แล้วล่ะ ..ฉันบอกไว้อย่างนั้น" ฮัคยอนเอ่ยพูดยิ้มๆ เพราะเห็นว่าแทคอุนเริ่มทำมีสีหน้าแปลกๆออกมา แล้วจึงพูดอย่างมีนัยแฝงออกมาอีกว่า "อืม นี่ก็เช้าแล้วด้วยสิ" 

               "ฮัคยอน" แทคอุนเหมือนจะเริ่มคิดอะไรขึ้นมาได้บ้างแล้วในตอนนี้

               "เช้าแล้ว...เพราะงั้น...แทคอุนจึงได้รับของขวัญแล้ว...นี้ไงครับ" ฮัคยอนขยับเข้าไปอุ้มลูกชายออกมาจากตักของแทคอุน ให้มาลูกชายมานั่งบนตักของตัวเองแทน โดยที่ฮัคยอนให้ลูกนั่งหันหนัาไปทางแทคอุน เพื่อจะให้แทคอุนได้เห็นหน้าของลูกชัดๆอีกครั้ง แล้วฮัคยอนจึงได้พูดคำที่ทำให้แทคอุนน้ำตาไหลออกมาว่า "แทคอุนครับ นี่คือลูกชายของเรานะ ...ของขวัญที่แทคอุนต้องรอคอยมานานหลายปี"


               "หา? ละ ลูก..ลูก? ลูกชายของเรา..เค้าคือลูกของผม ฮัคยอน..คือลูกของผมจริงๆเหรอครับ" แทคอุนรู้สึกอึ้งช็อคเป็นอย่างมากเมื่อได้รู้ความจริงเรื่องนี้  

               "อืม ใช่ นี่แหละลูกของเราแทคอุน" ฮัคยอนยังคงอมยิ้มขำ เพราะเห็นท่าทางของคนที่ตกใจจนแทบช็อคของแทคอุน เฮ้อ เป็นพ่อคนแล้วแท้ๆ ยังมาทำตัวตื่นเต้นเป็นเด็กน้อยแบบนี้...แทคอุนเนี่ย ทำไมถึงได้น่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนลูกชายแบบนี้ไปได้ล่ะ เฮ้อ...จริงๆเลย

               "นี่...หนู เออ..ลูก...ลูกเป็นลูกของแดดดี้จริงๆ" แม้ว่าแทคอุนจะเริ่มพูดจาเหมือนคนสับสน เพราะตื่นเต้นมากไปจนทำอะไรไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งรอยยิ้มและน้ำตาที่ไหลออกโดยไมรู้ตัวนั้น ก็บอกบางอย่างได้ชัดเจนว่า "ในที่สุด ผมก็ได้พบหัวใจทั้งสองดวงของผมแล้ว"

              "แดดดี้..ร้องไห้ทำไมครับ?" ลูกชายเงยหน้าขึ้นไปจ้องมองคุณพ่อตัวเองที่อยู่ๆก็น้ำตาไหลออกมาอย่างนั้นด้วยความสงสัย ก่อนจะรีบลุกขึ้นจากตักของคุณแม่ เพราะคุณพ่อที่ดีใจมากจนต้องร้องไห้ออกมา ยื่นแขนออกมารับลูกชายเข้าไปกอดแนบอกอีกครั้ง

               "ฮ่าๆ เฮ้อ...ดีใจน่ะครับ แดดดี้รู้สึกดีใจมากๆที่ได้เจอหนูไงครับลูก" แทคอุนซบหน้ากอดลูกชายตัวน้อยเอาไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความรักของคนเป็นพ่อที่มีให้ลูกที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ

               ในที่สุด จองแทคอุนก็หายสงสัย หายข้องใจ แล้วว่าทำไม? ทำไมเค้าถึงได้รู้สึกรัก รู้สึกผูกพันกับเด็กน้อยคนนั้นนัก? 


               เป็นอย่างนี้เองสินะ...สายสัมพันธ์ของพ่อกับลูก



               "เฮ้อ...ไม่ไหวเลยนะแทคอุนเนี่ย มาทำตัวเป็นเด็กขี้แยต่อหน้าลูกแบบนี้ได้ไงกัน" ฮัคยอนส่ายหัวไปมาเบาๆแล้วเอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่จริงจังอะไรนัก กับความขี้แยที่(คง)แก้ไม่หายของจองแทคอุน 

               "โธ่..ที่รัก ผมเปล่าขี้แยนะครับ ...แต่จะทำไงได้ล่ะครับ พอรู้สึกดีใจมากๆน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง...แบบนี้"

               "แดดดี้ เป็นลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ง่ายๆนะครับ...มามี๊บอกไว้" ประโยคสุดท้ายลูกชายตัวน้อยแอบเข้าไปกระซิบบอกกับคุณพ่อแทคอุนเบาๆกันสองคน


ฮ่าๆ ดูสิคำพูดปลอบคุณพ่อของลูกชายผมสิครับ โอ๊ยยย ลูกครับ...






ไคจู(Keiju) เป็นคำเรียกทายาทผู้จะขึ้นเป็นผู้นำรุ่นต่อไป
มี(Me) ที่หนูน้อยเรียกแทนตัวเอง




(หน้าแมวๆของคุณพ่อแทคอุนตอนได้เจอลูกชาย)







นายมีความสุขหรือเปล่า?
(น้ำตาไหลออกมาจากนัยน์ตาสีดำของนาย)
ฉันสาบานว่าจะรักนาย นายคือความรักของฉัน
จะคอยปกป้องและอยู่เคียงข้างกันตลอดชีวิต
Would you marry me?








 
ครอบครัวเล็กๆที่มีคุณพ่อ คุณแม่ และลูกชายตัวน้อย
กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!



ขอบคุณค่าาาา
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า Bye~~~~



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #55 Cha_n (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 07:25
    ตัวน้อยกลับมาแล้ววว..หวาน
    #55
    0
  2. #53 Choi HyunJi (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:18
    เค้าเจอกันแล้ว ฮืออออออ ฮัคยอนละมุนมากเลยอ่าาาา
    #53
    0