THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 30 : Happy Day [ของขวัญจองแทคอุน]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    6 ส.ค. 61

THE FREAK OUT !

회 30 I do for you...



เมื่อกาลเวลาได้หมุนผ่านไป
หลายสิ่ง หลายอย่าง ย่อมหมุนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
 
กาลเวลาหมุนจากเราไปอย่างไร...
ความทุกข์ เศร้า ความปรีติ ยินดี
ก็ย่อมเกิดเวียนเปลี่ยนผันไปมา...ไม่มีคงอยู่ หรือยั่งยืนใดๆ







"ผมพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่แล้วครับ"

จองแทคอุน


               แทคอุนได้พูดบอกประโยคนั้นกับแฟนคลับของเค้าคนหนึ่ง ที่ได้สิทธิ์ถามคำถามอะไรกับเค้าก็ได้หนึ่งคำถาม ในวันสุดท้ายของงานแฟนไซน์LR 
               พอแทคอุนตอบแบบนั้นออกไป ไม่ใช่แค่เพียงแฟนคลับคนที่ถามคำถามนั้นแค่คนเดียวนะ แต่กลายเป็นว่าแฟนคลับทุกคน ที่ได้สิทธิ์เข้างานไซน์ในวันนั้น ต่างก็พากันส่งยิ้มกว้างออกมาให้แทคอุนพร้อมกันทุกคน 
               ด้วยความรู้สึกดีใจ ที่ในที่สุดไอดอลที่พวกเค้ารัก ที่พวกเค้าเป็นห่วงมาตลอดสี่ปี ในที่สุดเค้าก็จะได้หลุดพ้น ออกจากความทุกข์ ความเศร้า ความเสียใจ ที่เกิดจากการพลัดพรากจากคนรักของเค้า ให้ได้กลับมามีความสุขในชีวิตของเค้าอีกครั้ง 
               ตั้งแต่ LR กลับมาขึ้นเวทีอีกครั้ง หลังหยุดพักยาวไปนานเป็นปี เพราะเรื่องนั้น...ที่ทุกคนคงจะรู้ดี 
               และเพราะเหตุการณ์นั้นด้วยแหละ ที่ทำให้มุมมองของแฟนคลับของพวกเค้าเปลี่ยนไป ...จึงเป็นผลทำให้ในตอนนี้ สำหรับแฟนคลับของ 'LR' นั้นพวกเค้าไม่ได้ต้องการอะไรมากมายจากไอดอลที่พวกเค้ารักเลย นอกจากผลงานที่ประสบความสำเร็จ ความราบรื่นในเส้นทางไอดอลของ LR ...และที่สำคัญ คือการได้เห็น LR ของพวกเค้าได้มีความสุขในชีวิตแต่ละวัน
                ดังนั้น มันจึงไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย หากว่า LEO หรือ RAVI ของพวกเค้าจะมีคนรักหรือมีแฟน ขอเพียงแค่ให้ 'LR' ได้พบเจอกับคนที่ดีและทำให้ LR ของพวกเค้ามีความสุขได้ เพียงเท่านั้น...พวกเค้าในฐานะของแฟนคลับก็พร้อมที่จะยอมรับ และอวยพรให้ทั้งคู่ได้รักกันอย่างมีความสุข ส่วนพวกเค้าก็จะยังคงเป็นแฟนคลับที่ดี ที่คอยสนับสนุน คอยซัพพอร์ต คอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆตรงนี้ อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆเสมอ
               นั้นแหละ คือสิ่งที่แฟนคลับของ LR ได้พร้อมใจกันให้คำมั่นสัญญากับ LR ไว้เมื่อครั้งที่ LR ได้กลับมาส่องประกายแสงอันเจิดจรัสบนเวทีของนักร้อง ให้พวกเค้าได้ชื่นชมกันอีกครั้ง 
               แล้วนี่ก็คือสิ่งสุดท้ายที่แฟนคลับคนนั้นได้พูดกับแทคอุนก่อนที่จะส่งไมค์คืนให้กับเมเนเจอร์ของ LR 

'พวกเราเชื่อมั่นในตัวเลโอของพวกเราเสมอนะ เพราะงั้นถ้าเลโอได้เริ่มต้นใหม่กับใคร เมื่อไหร่ ก็ขอให้บอกกับพวกเราด้วยนะ' 





ที่ห้องพักของ LR 

               "เลโอฮยอง" วอนชิคเอ่ยเรียกเลโอ พร้อมกับเดินเข้าไปหาคนเป็นพี่ที่นั่งหลับตาพักอยู่บนโซฟายาว

               "อืม..." แทคอุนลืมตาขึ้นไปมองคนน้องที่เดินเข้ามาหา ก่อนจะถามออกไปว่า "อะไร?"

               วอนชิคเดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาข้างแทคอุน ก่อนจะยื่นไอโฟนของตัวเองไปให้แทคอุนดู "ดูนี่สิครับ"

               "อะไร..." แทคอุนยกมือขึ้นไปรับเอาไอไฟนของวอนชิคมาดู ก่อนที่จะพูดออกมาว่า "รูปแจฮวานกับน้องฮยอก?"





               "อืม ครับ แจฮวานฮยองกับน้องฮยอกกำลังจะพากันกลับจากอิตาลี มาที่เกาหลีใต้ในเช้าวันพรุ่งนี้แล้วครับ" วอนชิคเอ่ยบอกสิ่งที่อีแจฮวานได้คุยกับเค้าให้แทคอุนฟังด้วยท่าทางกระตือรือร้นสุดๆ

               "จริงเหรอ? น้องฮยอกกับแจฮวานกำลังจะกลับมาที่นี่งั้นเหรอวอนชิค?" แทคอุนถามย้ำขึ้นอย่างต้องการความมั่นใจ

               "จริงๆครับ เห็นบอกว่างานที่ไปทำอยู่ที่อิตาลีเรียบร้อยแล้ว เพราะงั้นคราวนี้ ก็คงจะกลับมาถาวรแล้วอ่ะ"

        “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆก็ดีนะสิ” แทคอุนแย้มยิ้มออกมาอย่างดีใจ “วอนชิค นี่มันนานแค่ไหนแล้วนะ ที่พวกเราไม่ได้ไปเจอพวกเขา...คิดถึงจังเลย”

        “เกือบจะสองปีแล้วละครับ” วอนชิคตอบแทคอุนด้วยน้ำเสียงและแววตาแห่งความคิดถึง[ใครบางคนที่อยู่ไกล ใครบางคนที่ถึงจะได้คุยกันทางโทรศัพท์บ่อยๆแต่ก็ยังไม่ทำให้ความคิดถึงที่มีต่อใครคนนั้นของวอนชิคน้อยลงเลย]

        ใช่แล้ว เวลาเกือบจะสองปีที่ผ่านมานั้น แทคอุนกับวอนชิคยังไม่ได้เจอแจฮวานกับซังฮยอกเลย เพราะทั้งสองคนแจฮวานกับซังฮยอกต้องไปปฏิบัติงานกับองค์กรใหญ่ที่อิตาลี และพวกเค้าแทคอุนกับวอนชิคเองก็ต้องทำหน้าที่ของLR 
        ดังนั้น ทุกคนจึงยุ่งอยู่กับงานกับหน้าที่ของตัวเอง จึงทำให้พวกเค้าไม่ได้เจอกันเลยตลอดเวลาเกือบจะสองปีที่ผ่านมา


        “ฉันอยากไปหาฮัคยอน” แทคอุนพูดขึ้น

        “จริงสิ ผมก็ว่าจะถามฮยองอยู่....ฮยองไม่ได้ไปที่วิหารนั้นมาเกือบปีแล้วนี่” วอนชิคพูดขึ้นบ้าง “ทำไมละครับ?”

        “เฮ้อ...ไม่ได้ไม่อยากไปนะ” แทคอุนถอนหายใจราวกับคนหมดแรง “ถ้าเป็นไปได้ก็อยากไปหาฮัคยอนทุกวัน แต่ว่า...ฉันไม่สามารถหยุดน้ำตาของตัวเองไม่ให้ใหลออกมาเวลาอยู่ต่อหน้าเค้าได้เลยน่ะสิ เพราะแบบนั้น ฉันเลยไม่กล้าไปที่นั่น”

        “ผมเข้าใจแล้วครับ” วอนชิคยกมือขึ้นไปแตะที่ไหล่ของแทคอุนอย่างให้กำลังใจ “เรื่องบางเรื่องมันก็ต้องใช้เวลานาน...กว่าเราจะคุ้นชินกับมัน ไม่เป็นไรนะครับ ฮยองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวหรอกนะ ฮยองมีผม มีแฟนคลับที่รักฮยอง เพราะงั้นก็ไม่ต้องคิดอะไรมากนะครับ”

        “อืม ขอบใจมากนะวอนชิค ขอบใจจริงๆ” 









ช่วงค่ำ...ที่ TRAPALACE

               แทคอุนเอาจักรยานไปจอดเก็บในที่จอดจักรยาน เสร็จแล้วก็รีบเดินเข้าไปในตึกทันที เพื่อจะรีบกลับขึ้นไปหาที่อบอุ่นๆบนห้องพักของเค้า หลังจากได้ออกไปปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะตรงใกล้ๆกับที่พักของเค้า 
               ช่วงนี้อากาศหนาวและมีลมแรงด้วย แทคอุนจึงต้องส่วมใส่เสื้อผ้าค่อนข้างหนาอยู่พอสมควร อีกอย่างคือแทคอุนเป็นคนขี้หนาวด้วยหล่ะ แต่วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร ถึงได้คิดอยากออกไปปั่นจักรยานเล่น ทั้งๆที่รู้ว่าอากาศข้างนอกมันหนาวและลมแรงด้วยอย่างนั้น เฮ้อ...


แง๊ แง๊

               แทคอุนที่กำลังเดินผ่านตรงทางหน้าล็อบบี้ ก็ได้เห็นเจ้าหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยสองคน กำลังพยายามเกลี้ยกล่อมเด็กน้อยคนหนึ่งที่ยืนร้องไห้โหอยู่ตรงนั้น
               ด้วยความที่เป็นคนรักเด็ก[มาก] และยิ่งมาได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้งอแงอย่างนั้นด้วยแล้ว แทคอุนจึงไม่มีความลังเลอะไรเลยที่จะรีบเดินเข้าไปดูว่าเกิดเรื่องอะไร? เด็กคนนั้นเป็นอะไร? ทำไมถึงต้องร้องไห้หนักแบบนั้นด้วย? "เออ...ขอโทษนะครับ เกิดอะไรขึ้น...น้องเค้าเป็นอะไรเหรอครับ?"

               "อา คุณจองสวัสดีครับ" เจ้าหน้าที่สองคนที่อยู่ตรงนั้นรีบลุกขึ้นมาโค้งให้แทคอุนอย่างนอบน้อมก่อน แล้วเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้แทคอุนที่สุดก็ได้พูดสิ่งที่เกิดขึ้นว่า "เออ...คือเจ้าหนูน้อยคนนี้ เค้างอแงเพราะอยากเจอคุณพ่อของเค้านะครับ"

               "อ้อ หมายถึง...น้องเค้าพลัดหลงกับคุณพ่อของเค้าอย่างงั้น.. ใช่มั้ยครับ?" แทคอุนพยักเหมือนจะเริ่มเข้าใจ แต่ก็ยังคงเอ่ยถามซ้ำให้แน่ใจ 

               "ครับ"

               "แล้วได้ติดต่อหาคุณพ่อของน้องเค้ารึยังครับ?"

               "...." เจ้าหน้าที่คนนั้นส่ายหัวแล้วทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "คือว่า..."

หมับ!

               "แดดดี้! งื้อ~~~อ" ยังไม่ทันที่เจ้าหน้าที่คนนั้นจะทันได้พูดอะไรออกมา เจ้าหนูน้อยคนนั้นก็โพล่วิ่งเข้ามากอดเข้าที่ต้นขาของแทคอุนเอาไว้แน่นทั้งน้ำตาเสียแล้ว

               "หา?" แทคอุนนิ่งค้าง ตกใจ จนทำอะไรไม่ถูกไปเลยทีเดียว เมื่อจู่ๆก็โดนเด็กน้อยตัวเล็กคนนั้นวิ่งเข้ามากอด แล้วยังมาเรียกเค้าว่า ‘แดดดี๊’ อีกด้วย! เป็นใครได้เจอแบบนี้เหมือนผม ก็คงต้องเกิดอาการมึนงงและตกใจแบบเดียวกับผมเป็นแน่ๆ

               "เจ้าหนู คุณคนนี้เค้านั่นไม่ใช่คุณพ่อของหนูหรอกนะ ปล่อยคุณเค้าเถอะนะเจ้าหนู นะ ปล่อยนะครับ" เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนรีบเข้ามาช่วยกันเกลี้ยกล่อมและพยายามเอาตัวของเด็กน้อยออกจากแทคอุนด้วยความลำบาก เพราะเด็กน้อยไม่ยอมฟัง ไม่ยอมเชื่อ

               "ไม่! นี่แดดดี๊ของมี! แดดดี๊ของมี! งื้อ แดดดี๊ช่วยมีด้วย ช่วยมีด้วย งื้อออ แง๊!!!" ยิ่งเจ้าหน้าที่พยายามเข้ามาแกะ พยายามจะเอาตัวเด็กน้อยออกไปจากแทคอุนเท่าไหร่ เด็กน้อยก็ยิ่งกอดรัดขาของแทคอุนแน่นขึ้นและยังร้องไห้แง๊หนักขึ้นไปอีกด้วย

               "เออ...ทุกคนหยุดก่อนเถอะครับ" พอตั้งสติได้แล้ว แทคอุนจึงได้รีบยกมือขึ้นห้าม เจ้าหน้าที่ที่พยายามจะออกตัวของเด็กน้อยออกไปจากตัวเอง “เออ ให้ผมคุยกับเค้าก่อนนะครับ"

               "ถ้าคุณจองต้องการอย่างนั้น ก็ได้ครับ" แล้วจากนั้น เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนจึงได้พากันถอยออกไป เพื่อปล่อยให้แทคอุนกับเด็กน้อยได้คุยกัน

               พอเจ้าหน้าที่ได้ถอยเดินกลับออกไปอยู่ประจำหน้าที่ของตัวเองแล้ว แทคอุนจึงได้โน้มตัวก้มลงไปหาเด็กน้อย ที่ตอนนี้ป้อมแขนสองข้างเล็กๆน่ารักของเด็กน้อยก็ยังคงกอดขายาวของเค้าเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

               "โอ๋ๆ ไม่ร้องไห้นะครับ เด็กดีไม่ร้องนะครับ โอ๋ๆ" แทคอุนพูดโอ๋เด็กน้อยด้วยน้ำเสียงนุ่มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นใจดี พร้อมกับวางมือใหญ่ของเค้าลงลูบไปมาเบาๆบนแผ่นหลังเล็กๆของเด็กน้อยด้วย เพื่อช่วยปลอบขวัญให้เด็กน้อยได้หายกลัวและหยุดร้องไห้ 

               "ฮึก มีเป็น ฮึก เป็นเด็กดี แดดดี๊มี..ฮึก มีจะ.." เด็กน้อยรีบปล่อยแขนออกจากขาของแทคอุน แล้วรีบยกป้อมมือเล็กๆทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นไปเช็ดคาบน้ำตาออก พอเช็ดน้ำตาให้ตัวเองเสร็จ เด็กน้อยก็รีบเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มแฉ่งอย่างน่ารักให้แทคอุนดู "ฮึบ แดดดี๊..มีหยุดร้องไห้แล้วฮะ"


ตึก ตัก

               "..." หัวใจของแทคอุนกระตุกขึ้นอย่างแรงทันที เมื่อเค้าได้เห็นใบหน้าของเด็กน้อยตรงหน้าชัดๆ

               "แดดดี๊?" เด็กน้อยเรียกแทคอุนซ้ำอีกครั้ง เพราะเห็นว่าแทคอุนเอาแต่จ้องมองตัวเองค้างอยู่แบบนั้น ไม่พูดไม่จาอะไร

               "อะ! เออ...ครับ อา เด็กดี...หนูหยุดร้องไห้แล้ว" แทคอุนคุกเข่าลงไปหาเด็กน้อย เพื่อให้สายตาของเค้าได้อยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กน้อย แล้วจากนั้น แทคอุนจึงได้ค่อยๆใช้สายตาอ่อนโยนมองสำรวจดูเด็กน้อยตรงหน้าของเค้าคนนี้อย่างพินิจ

               ช่างเป็นเรื่องที่น่าตกใจจริงๆ ที่เด็กน้อยตรงหน้าของเค้าคนนี้ เค้าช่างมีอะไรหลายๆอย่าง ที่มีส่วนที่ดูคล้ายกันกับเค้าเมื่อตอนเด็กๆมากเลย เด็กคนนี้มีหน้าตาและผิวพรรณคล้ายกับเค้ามากจริงๆ

               "เออ...พี่ชายชื่อแทคอุนนะครับ" แทคอุนเริ่มพูดแนะนำชื่อของตัวก่อนแล้วจึงค่อยถามชื่อของเด็กน้อยต่อ "แล้วเด็กดีคนนี้มีชื่อว่าอะไรเอ๋ย?"

               "มี...ไม่มีชื่อหรอกฮะ แดดดี๊" เด็กน้อยทำหน้าเศร้าตอบแทคอุนตามความซื่อ

               "เอ๋? ไม่มีชื่อ?" แทคอุนทำหน้าตกใจทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เด็กน้อยตอบ ไม่มีชื่อ...เป็นไปได้อย่างไร? 

               มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยนะ เรื่องแบบนั้นน่ะ และดูสิ ดูเด็กน้อยคนนี้...ผิวพรรณขาว สะอาดสะอ้าน แล้วชุดเสื้อผ้าที่ใส่อยู่แต่ละชิ้นบนตัวเด็กน้อยคนนี้...ก็ธรรมดาๆที่ไหนล่ะ มีแต่ของดีๆแพงๆทั้งนั้นเลย 
               เฮ้อ ดูแค่นี้ ก็รู้แล้วล่ะ ว่าไม่น่าจะใช่ลูกชาวบ้านธรรมดาทั่วไปแล้ว จะให้ดูยังไง...เด็กน้อยคนนี้ก็ต้องเป็นลูกของคนรวย คนมีเงิน อะไรที่เป็นแบบนั้นแน่นอนเลยครับ 
        ถึงจะเป็นแค่เด็กน้อยตัวเล็กๆ แต่ทว่า ความรู้สึกแรกเมื่อได้เห็นเด็กน้อยคนนี้ แล้วมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่าเค้าพิเศษกว่าเด็กคนไหนๆที่ผมเคยเจอ เค้าทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ...และมีบางอย่างในตัวของเด็กน้อยคนนี้ ทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับเค้าอย่างน่าแปลกใจ


               แทคอุนเลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วกลับมาสนใจเด็กน้อยตรงหน้าตัวเองอีกครั้ง “เออ ที่หนูบอกว่าไม่มีชื่อ...คือหนูพูดจริงๆเหรอครับ? หนูไม่มีชื่อเรียกเลยจริงๆอย่างนั้นเหรอครับ?”

               "แดดดี๊ ..มามี๊ของมีสอนว่า ห้ามพูดโกหกฮะ มันไม่ดี มีไม่พูดโกหกหรอกฮะ มียังไม่มีชื่อจริงๆนะฮะแดดดี๊" คำพูดของเด็กน้อยคนนี้ช่างดูฉลาดเกินวัยเสียจริงๆ 

               "อา...โอเค พี่ชายเชื่อหนูแล้วครับ อืม.. แล้วตอนนี้หนูอายุเท่าไหร่ครับ?"

               "มี อายุห้าขวบฮะ" 

               "อา..อายุห้าขวบ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะครับ?"

               "ก็แดดดี๊ไงฮะ มีเป็นลูกของแดดดี๊ไง" เด็กน้อยตอบด้วยสีหน้าที่เริ่มมีอาการมุ่ยๆขัดใจ

               "หา? เออ...แต่ว่าพี่ชายพึ่งจะเคยเจอหนูตอนนี้เองนะครับ แล้วพี่ชายจะเป็นคุณพ่อของหนูได้ยังไงกันล่ะหืม?" แทคอุนพยายามอย่างที่สุด เพื่อจะไม่พูดอะไรที่จะทำให้เด็กน้อยรู้สึกเสียใจ แต่ถ้าจะให้เค้าตามน้ำยอมเป็นคุณพ่อของเด็กน้อยตามที่เด็กต้องการ แบบนั้นก็คงไม่ได้เช่นกัน

               "แดดดี๊ไม่เคยเจอมี.. แต่ว่ามีจำแดดดี๊ได้นะฮะ" ในประโยคสุดท้ายนั้น เด็กน้อยได้บอกออกไปด้วยสีหน้าท่าทางที่มั่นใจที่สุดกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป  แต่ว่าแทคอุนนั้น...

               "เอ๋? คือ...มันยังไงเหรอครับ? คือว่าพี่ชายไม่เข้าใจที่หนูพูดเลยน่ะครับ" ยิ่งได้ยินเด็กน้อยพูดอย่างนั้น แทคอุนก็ยิ่งเริ่มงงหนัก นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?

               "ฮึก ไม่รู้หล่ะ แดดดี๊ก็คือแดดดี๊อ่ะ" เด็กน้อยเริ่มงอแง เริ่มมุ่ยหน้าขัดใจที่แทคอุนไม่ยอมเข้าใจตัวเองสักที แล้วยังเอาแต่ถามตัวเองอยู่อย่างนั้น "งื้อ...ทำไมๆ ทำไมแดดดี๊ต้องถามมีเยอะๆด้วย แดดดี๊ ฮึก แดดดี๊ไม่เชื่อมี งื้อออ"

               "เออ...โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ นะ ไม่ร้องนะ นะ" แทคอุนรีบดึงเด็กน้อยที่กำลังจะเริ่มร้องไห้ออกมาอีกรอบ เข้ามากอดเอาไว้และลูบศีรษะตรงท้ายทอยของเด็กน้อยอย่างปลอบขวัญไม่ให้เด็กน้อยร้องไห้ "โอ๋ๆ พี่ชายขอโทษนะครับ พี่ชายไม่ได้ตั้งใจ...ขอโทษจริงๆ หนูอย่าโกรธพี่ชายคนนี้เลยนะครับ นะ"

               "อื้อ มีหายโกรธแดดดี๊แล้ว" เด็กน้อยบอกพร้อมกับพยักขึ้นลงยืนยัน

               "อา..ถ้าหายโกรธพี่ชายแล้ว งั้นหนูบอกพี่ชายหน่อยสิครับ ...ว่าคุณแม่ของหนูอยู่ที่ไหนเอ๋ย?" เมื่อไม่สามารถรู้เรื่องคุณพ่อของเด็กน้อยได้ คราวนี้แทคอุนเลยลองถามถึงคุณแม่ของเด็กน้อยดูบ้าง

หมับ!

               "ชู่ววว เบาๆสิฮะ แดดดี๊ เดี๋ยวมามี๊ก็รู้ว่ามีอยู่ที่นี่นะ" เด็กน้อยรีบเอาป้อมมือเล็กนุ่มนิ่มของตัวเองไปปิดที่ปากของแทคอุนไว้ทันที อย่างกลัวว่าจะมีใครเข้าได้ยินสิ่งที่ตัวเองกับแทคอุนพูดกัน

               "หืม.." แทคอุนเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างสงสัย ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจแล้วค่อยๆดึงมือเล็กๆของเด็กน้อยลงเพื่อจะถามเด็กน้อยว่า "หนูแอบหนีคุณแม่มาเหรอครับ?"

               "..." เด็กน้อยก้มหน้าและเม้มปากเอาไว้กันแน่น เพราะโดนแทคอุนจับได้ว่าแอบหนีมาที่นี่

               "อา แบบนี้ไม่ดีนะครับ ป่านนี้คุณแม่ต้องเป็นห่วงหนูแย่แล้ว" แทคอุนยังคงพูดกับเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน 

               "มี มีแค่...แค่อยากมาหา...มาหา...แดดดี๊" เด็กน้อยยังพูดเสียงกล้าๆกลัวๆกับแทคอุนโดยที่ยังก้มหน้าอยู่แบบนั้น

               "เฮ้อ...." แทคอุนแอบลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี กับสถานการณ์ของเค้าและเด็กน้อยคนนี้ดี 

               แทคอุนจ้องมองเด็กน้อยอย่างใช้ความคิด ว่าเค้าควรจะทำอย่างไรดี? อยู่ครู่หนึ่งแล้วแทคอุนจึงเอ่ยขึ้นมาว่า "โอเคครับ งั้นเอาอย่างนี้มั้ย? หนูอยากขึ้นไปเล่นที่บนห้องของพี่ชายมั้ยครับ?"

               จากเด็กน้อยที่ก้มหน้าก้มตาเศร้าๆอยู่ พอได้ยินแทคอุนพูดชวนขึ้นมาอย่างนั้น ก็รีบเงยหน้าขึ้นมาหาแทคอุนพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างดีใจ แล้วรีบพยักหน้าตอบตกลงกับแทคอุนรัวๆด้วย "ฮะ แดดดี๊! ไปฮะ ไปสิ มีอยากไปเล่นกับแดดดี๊ ไปเล่นกับแดดดี๊ๆ" 

               "อา...ฮ่าๆๆ ครับๆ งั้นเราก็ขึ้นไปกันเถอะเนอะ" พูดจบแทคอุนก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วยื่นมือออกไปให้เด็กน้อยจับ

หมับ

               "ฮะ แดดดี๊~" เด็กน้อยรีบจับมือใหญ่ของแทคอุนที่ยื่นมาหาทันที พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนตาปิดด้วยความดีใจ ให้กับแทคอุนอีกด้วย "เย้ๆ แดดดี๊ชวนมีไปเล่นด้วย~ เย้ๆ มีจะได้ไปเล่นกับแดดดี๊~~~" 

               แทคอุนได้แต่ยิ้มๆ องดูเด็กน้อยตรงหน้าอย่างนึกเอ็นดู เฮ้อ...ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่ารักน่าเอ็นดูอะไรอย่างนี้นะ "อา เด็กคนนี้ช่างน่ารักจริงๆเลย"

               จากนั้นแทคอุนก็ได้หันไปบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เค้าจะพาเด็กน้อยคนนี้ขึ้นไปข้างด้วย ถ้าหากผู้ปกครองของเด็กน้อยคนนี้มา ก็ให้โทรไปตามเค้าได้ทันที

.

.

.

               เวลาผ่านไปนาน จนตอนนี้เด็กน้อยไร้ชื่อที่แทคอุนพาขึ้นมาเล่นกับเค้าที่ห้องของเค้า จนทั้งคู่พากันหนื่อย และเด็กน้อยก็เริ่มงอแงกับแทคอุนว่า “แดดดี๊~มีง่วง~มีอยากนอน แดดดี๊มีอยากนอนๆ” แทคอุนจึงรีบไปอุ่นนมมาให้เด็กน้อยดื่มก่อนนอน
               เมื่อให้เด็กน้อยดื่มนมเสร็จแล้ว แทคอุนก็ได้พาเด็กน้อยเข้ามานอนบนเตียงนอน ในห้องนอนของตัวเอง 

               ในขณะที่แทคอุนกำลังเตรียมจัดท่านอนให้เด็กน้อยได้นอนหลับอย่างสบายๆอยู่นั้นเอง มือน้อยๆที่มันดูช่างน่ารักเหลือเกินคู่นั้น ก็ได้ยกขึ้นมาคว้าจับเข้าที่มือใหญ่ของแทคอุนเอาไว้ แล้วจากนั้นเด็กน้อยก็ได้อ้อนขอกับแทคอุนว่า "แดดดี๊ แดดดี๊นอนกับมีนะฮะ มีอยากนอนกับแดดดี๊ นะฮะๆ"

               "หืม...เอาสิ นอนด้วยกันก็ได้ครับ" แทคอุนส่งยิ้มอบอุ่นให้กับเด็กน้อยขี้อ้อน ก่อนจะก้มลงไปจุ๊บลงเบาๆที่หน้าผากเล็กของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู

               แทคอุนทำตามความต้องการของเด็กน้อย ด้วยการขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกันกับเด็กน้อย พอแทคอุนก้าวขึ้นไปนอนบนเตียงด้วย แล้วเด็กน้อยก็รีบหมุดตัวเข้าไปซุกกอดตัวแทคอุนไว้ทันที อย่างต้องการความอบอุ่น และยังกลัวว่าแทคอุนจะหายไปถ้าไม่รีบกอดเอาไว้แน่นๆแบบนั้น

               "จุ๊บ เด็กดีของแดดดี๊ หลับฝันดีนะครับ" แทคอุนจุ๊บเด็กน้อยที่บนศีรษะกลมเล็กๆนั้นอีกครั้ง เพื่อบอกให้เด็กน้อยได้นอนหลับฝันดี และเด็กน้อยที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดในอกอุ่นของแทคอุนก็ได้เงยหน้าขึ้นไปบอกกับแทคอุนด้วยเช่นกันว่า "ฝันดีฮะ แดดดี๊"

ตึก ตัก

               เด็กน้อยคนนี้ทำให้แทคอุนใจกระตุกอีกแล้ว อา..ทำไมเค้าถึงมีความรู้สึกสุขใจ เหมือนกับว่าได้นอนกล่อมลูกตัวเองหลับแบบนี้ล่ะเนี่ย?

               จนถึงตอนนี้ แทคอุนก็ยังสงสัยอยู่เลยว่า... 
               ทำไมเด็กน้อยคนนี้ ถึงได้ปรากฏขึ้นมา? 
               ทำไมเค้าถึงได้รู้สึกผูกพันและรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้หนัก?
               ทำไมเวลาเด็กน้อยคนนี้เรียกเค้าว่า แดดดี๊ๆ แล้วเค้าต้องมีความสุขด้วย?
               ทำไมๆๆ ในหัวของเค้ามีแต่คำถาม มีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด...
               

               เวลาเดินผ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  ทั้งเด็กน้อยคนนั้นและแทคอุน ก็ได้นอนกอดกัน หลับปุ๋ยไปด้วยกันทั้งคู่


.

.

.


7.49 am. at TRAPALACE


TRrrr~~~~~ TRrrr~~~~~~~~

               เสียงโทรศัพท์มือถือของแทคอุนดังขึ้นมาภายในห้องนอนที่มัวสลัวของแทคอุน

               "อืม..." แทคอุนงัวเงียลุกขึ้นมาควานหาโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องดังของตัวเองที่ตรงโต๊ะข้างหัวเตียง

ติ๊ด...

               "อืม ฮัลโล.. ใครครับ" แทคอุนรีบแตะปัดที่แถบรับสายที่หน้าจอโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่า ใครที่โทรเข้ามา

               [ฮัลโล แทคอุนฮยอง ผมนะ วอนชิค ...นี่รับสายโดยไม่มองชื่อด้วยเหรอ?]

               "อืม นายเองเหรอ ก็ฉัน...เออ นายมีอะไรถึงต้องโทรมาหาแต่เช้าเนี่ย?"

               [อ้าว นี่ฮยองลืมแล้วเหรอ?]

               "ลืม...ลืมอะไร?"

               [เฮ้ย นี่ฮยองลืมจริงๆเหรอเนี่ย? ว่าวันนี้แจฮวานฮยองกับน้องฮยอกจะมาถึงที่นี่อ่ะ]

               "หา? อา...จริงด้วย เฮ้อ ฉันลืมอ่ะ โทษทีนะวอนชิค"

               [อืมๆ ช่างเถอะครับ แต่ว่าตอนนี้ผมอยู่ที่หน้า TRAPALACE แล้วนะครับ ฮยองจะให้ผมขึ้นไปหา หรือว่าให้ผมรออยู่ข้างล่ะ?]

               "เอ๋? นายมาที่นี่แล้วเหรอ?"

               [แฮ่ะๆ คือว่า...ผมตื่นเต้นอ่ะ เลยตื่นแต่เช้า...แล้วก็รีบขับรถออกมาหาฮยองที่นี่]

               "อา อย่างนั้นเหรอ งั้นนายก็ขึ้นมาหาฉันข้างบนก่อนล่ะกัน"

               [โอเคครับ]



               แทคอุนคุยโทรศัพท์กับวอนชิคเสร็จ ก็วางโทรศัพท์ไว้ที่บนโต๊ะข้างหัวเตียงที่เดิม แล้วจากนั้นเค้าก็หันกลับไปดูเด็กน้อยที่มากับเค้าเมื่อคืนว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ทว่า...


?....ว่างเปล่า


               "หืม เฮ้ย...หายไป?" แทคอุนอุทานขึ้นอย่างตกใจ ที่เด็กน้อยที่นอนอยู่กับเค้าเมื่อคืน ตอนนี้เด็กน้อยคนนั้นได้หายไปจากเตียงของเค้าแล้ว

พรึ่บ

               แทคอุนรีบเด้งตัวออกจากเตียงไปเปิดไฟในนอน เพื่อจะดูให้แน่ใจอีกทีว่าเด็กน้อยไม่ได้อยู่ในห้องนอนของเค้าแล้วจริงๆ

ห้องนอน...ไม่มี

ห้องน้ำ...ไม่มี

ข้างนอก...ที่ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องหนังสือ ระเบียง สระว่ายน้ำ หรือจะในที่ไหนๆ ก็ไม่มีเด็กน้อยที่แทคอุนตามหาเลยสักที่!

               "หายไปไหนแล้ว?" แทคอุนยืนหมุนตัวมองไปรอบห้องอย่างสับสนและเป็นกังวลใจมาก ที่หาเด็กน้อยคนนั้นไม่เจอ "เค้าหายไปไหน..."


ติ่งต๊อง~~

               ในขณะที่แทคอุนกำลังตกอยู่ในความวิตกกังวล เสียงกดกริ่งที่หน้าห้องก็ดังขึ้นมาแทรกความคิดในหัวทุกอย่างของแทคอุน

               แทคอุนจึงต้องเดินไปเปิดประตูหน้าห้องให้แขกคนที่เค้ารู้ดีว่าเป็นใคร ทั้งที่ยังคงมีอาการวิตกกังวลอยู่เช่นนั้น

แกร๊ก..

               "หวัดดีครับฮยอง"

               "....อ้อ อืม"

               "เอ๋? เป็นไรอ่ะ ทำไมสีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยล่ะฮยอง ไม่สบายเหรอ?" วอนชิคเอ่ยถามในระหว่างที่เดินตามหลังแทคอุนเข้าไปด้านในห้องนอน

               "เฮ้อ..อ่ะ จริงสิ!" ในขณะที่กำลังเดินๆอยู่นั้นเอง แทคอุนก็ทำท่าเหมือนว่าพึ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วเค้าจึงรีบสาวเท้าก้าวขายาวๆของเค้าตรงไปที่โต๊ะมุมห้องนั่งเล่นที่มีโทรศัพท์บ้านไร้สายตั้งอยู่ 

               "จริงๆเลย ทำไมเราถึงไม่คิดให้ได้เร็วกว่านี้นะ" แทคอุนยืนบ่นให้ตัวเอง ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็รีบคว้าเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมากดหยิกๆโทรออกไปหาเจ้าหน้าข้างล่างไปด้วย อย่างที่ยังคงไม่ทิ้งอาการคิดวิตกกังวล

               "มีอะไรงั้นเหรอ?" วอนชิคยืมมองแทคอุนอยู่ด้านข้างด้วยความรู้สึกสงสัย จึงเอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ

               "อืม ใช่..แต่ว่า..เออ แปปหนึ่งนะวอนชิค" แทคอุนหันไปบอกกับวอนชิคอย่างนั้นก่อน แล้วจึงรีบหันกลับมาให้ความสนใจกับเสียงตอบรับในสายโทรศัพท์ที่เค้าได้ติดต่อไป ที่ในตอนนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตรงจุดนั้น เข้ามากดรับสายจากเค้าแล้ว

               "ครับ ผมจองแทคอุนเองนะครับ"

               [.....]

               "ผมจะสอบถามเรื่องของเด็กน้อยที่ขึ้นมากับผมเมื่อคืน...เออ คือตอนนี้เค้าไม่ได้อยู่ที่ห้องของผมแล้ว เออ..ผมตามหาเค้าทั่วห้องแล้วนะครับ แต่ผมก็หายเค้าไม่เจอเลย"

               [.....]

               "หา? อะไรนะครับ ไม่มีเด็กคนนั้น?"

               [.....]

               "คุณพูดอะไร? ไม่มีอะไรได้ยังไงครับ? ก็เมื่อคืนเค้ายังอยู่กับผมทั้งคืน..."

               [.....]

               "ผมไม่ได้บ้าหรือมโนภาพอะไรไปเองนะครับ ผมไม่ตลกนะ เมื่อคืนผมเจอเค้าอยู่กับเจ้าหน้าที่ข้างล่างตรงหน้าลอบบี้ ...แล้วจากนั้นผมก็ขอพาเค้าขึ้นมาเล่นกับผมที่ห้องของผม และผมก็ยังจำเค้าได้ทุกอย่างเลยด้วย!"

               [....]

               "ไม่ครับ ไม่ ผมไม่เชื่อ ผมไม่เชื่อ ผมจำได้ ผมไม่ได้คิดไปเอง คุณโกหก...ผมไม่เชื่อ!"

               [....]

               "ไม่...ไม่จริง..ไม่จริง" แทคอุนส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ยอมรับในสิ่งที่เค้าได้ยิน "ให้ตายสิ นี่มันโคตรบ้าเลยชัดๆ"

               "เลโอฮยอง!" วอนชิคที่ยืนดูอยู่ข้างๆ เห็นท่าทางไม่ดี ก็รีบก้าวเข้าไปหาแทคอุนทันที "มีเรื่องอะไรเหรอ?"

               "หึ...หึ บ้า มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ" แทคอุนแสยะยิ้มขำแห้งๆออกมาราวกับคนบ้า เพราะสิ่งที่ได้ยินจากเจ้าหน้าที่ข้างล่างพูดบอกกับตัวเอง มันช่างเป็นเรื่องที่โคตรบ้าเลยจริงๆ

               หึ อะไรน่ะ? บอกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีเด็กน้อยที่ไหนมาร้องไห้ตามหาคุณพ่อเค้าเลยสักคน...อย่างงั้นเหรอ!

               หึ แล้วเด็กน้อยที่วิ่งเข้ามากอดเค้า... เด็กน้อยที่เอาแต่เรียกเค้าว่า แดดดี๊ๆๆ คนนั้นล่ะ...ไม่มีตัวตน?

               เด็กน้อยที่เค้าเห็นด้วยสองตาของเค้า เด็กน้อยที่เค้าได้สัมผัสด้วยสองอ้อมแขนของเค้า เด็กน้อยที่เข้ามาสร้างรอยยิ้มและความสุขให้เค้าเมื่อคืน...

               เด็กน้อยคนนั้น...ไม่มีตัวตน เป็นเพียงแค่ภาพในความฝัน ที่แทคอุนนึกวาดภาพฝันไปเองคนเดียว?

               บ้าไปแล้ว...มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ หึ จะบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดเมื่อคืนนั้น... มันไม่ใช่เรื่องจริงอย่างงั้นเหรอ?

               ถ้าเป็นแค่ความฝัน ไม่ใช่เรื่องจริง... แล้วไออุ่นกับกลิ่นหอมของเด็กน้อย ที่ยังติดอยู่บนตัวเค้าเนี่ย...ที่เค้ายังรู้สึกและได้กลิ่นมันอยู่เนี่ย ยังจะบอกว่า จองแทคอุน คนนี้คิดไปเองคนเดียวอย่างนั้นจริงๆเหรอ?

               หึ คิดว่าเค้าเป็นอะไร? เป็นคนบ้าไร้สติ? ที่อยู่ๆก็สร้างเรื่องนี้ขึ้นมาเอง...บ้าหรือไง เค้าไม่ใช่คนบ้า ที่สติเลอะเลือนสักหน่อย

               หึ เค้าไม่เชื่อคำพูดโกหกพวกนั้นของเจ้าหน้าที่คนนั้นหรอก เค้ามั่นใจว่าเรื่องนี้มันต้องมีอะไรบางอย่าง...หรือว่าใครสักคน กำลังคิดมาเล่นตลกกับเค้าอยู่แน่ๆ เพราะงั้นเค้าจะไม่เชื่ออะไรใครทั้งนั้น จนความจริงของเรื่องนี้มันจะถูกเปิดเผย!



.

.

.


ณ คฤหาสน์ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง

                    เด็กหนุ่มวัย 16 รูปร่างสูงหุ่นนักกีฬาในชุดสูทเนียบเข้ารูปสีดำ เค้ากำลังเดินอุ้มร่างเด็กน้อยวัยห้าขวบที่ตอนนี้กำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อนแขนของเค้า เดินผ่านหน้าประตูคฤหาสน์ เข้ามาในห้องโถงกว้างที่มีราวบันไดตั้งอยู่ที่ตรงกลางห้อง เพื่อจะเดินขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ ที่ที่เป็นห้องนอนของเด็กน้อยคนนี้

               "คาร์ดีส" เสียงทุ่มต่ำอย่างทรงอำนาจดังขึ้นมาจากมุมมืดด้านในของห้องโถง เจ้าของเสียงนั้นเอ่ยเรียกขึ้นมา เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มคนนั้นไว้ให้หยุดอยู่กับที่ตรงนั้น ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้ก้าวเท้าขึ้นบันไดไปชั้นบน

               "นายท่าน!" คาร์ดีสเอ่ยนามเรียกของคนที่อยู่ในความมืดนั้น อย่างคนสำนึกโทษ

ตึก ตึก ตึก

               "ส่งเค้ามา" สองแขนเรียวของบุคคลที่พึ่งเดินออกมาจากมุมมืด ได้ยื่นออกไปรอรับเอาร่างของเด็กน้อยจากคาร์ดิสทันทีที่พูดคำนั้นออกไป

               "ผมสำนึกโทษที่ผมได้ทำทุกอย่างครับ นายท่านโปรดลงโทษผมตามความผิดของผมเถอะครับ" คาร์ดีสก้มหน้าคุกเข่าลงพื้นอย่างคนที่รอรับการลงโทษ ต่อหน้าผู้เป็นนายเหนือหัว หลังจากที่เค้าได้ส่งร่างของเด็กน้อยคืนให้คนเป็นนายของเค้าแล้ว

               "เค้าเป็นเด็กฉลาด...นายคงจะลำบากกับเค้าไม่น้อยเลย"

               "หาไม่ได้เลยขอรับนายท่าน"

               "แน่นอน คาร์ดีส นายทำผิดและต้องรับการลงโทษ"

               "ผมพร้อมที่จะรับโทษในความผิดของผมทุกประการครับ"

               "แต่ว่านะ คาร์ดิส หากว่าฉันลงโทษนายตามกฏในตอนนี้.."

               "...."

               "แล้วใครล่ะ? ใครที่จะเข้ามารับหน้าที่สำคัญที่นายรับผิดชอบอยู่ในตอนนี้แทนนายคาร์ดีส?"

               "...."

               "แน่นอน ว่ามันไม่มี"

               "...."

               "คาร์ดีส ทายาทของผู้นำในแต่ละรุ่น...จะมีแค่เพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ถูกเลือกให้ขึ้นมาเป็น Knight ของทายาท"

               "...."

               "และในวันพิธีเลือก Knight ประจำทายาทเมื่อปีที่แล้ว ก็เป็นนายไม่ใช่เหรอ คาร์ดีส คนที่ถูกเลือก"

               "ครับ นายท่าน ผมคือคนที่ถูกเลือกให้มาเป็น Knight ของนายน้อยครับ"

               "ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่วันนี้ฉันจะยอมลืมเรื่องที่นายทำผิดในครั้งนี้ไป"

               "เป็นความเมตตากรุณาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแก่ผมยิ่งนักขอรับนายท่าน"

               "อืม...แต่จงจำไว้นะ คาร์ดีส ว่านายจะต้องไม่พานายน้อยของนายออกไปพบกับเค้าคนนั้นอีก...จนกว่าจะถึงเวลา"

               "ผมจะจำคำของนายท่านเอาไว้ให้ขึ้นใจขอรับ”


.

.

.





ณ การประชุมใหญ่ขององค์กร Zea’die’To

               ในวันนี้ ผู้นำตระกูลและท่านอาวุโสทุกคนขององค์กรฯ ได้ถูกเรียกตัวให้เข้ามาที่ฐานทับหลัก เพื่อเข้าร่วมให้การประชุมใหญ่ ครั้งสำคัญนี้ ด้วยกันทุกท่านอย่างพร้อมเพียง
               การเรียกประชุมใหญ่กับผู้นำตระกูลและท่านอาวุโสมาในวันนี้ ก็มีขึ้นเพื่อจะได้ประการเรื่องการแต่งตั้ง ผู้ที่จะขึ้นรับตำแหน่งประมุขขององค์กรฯรุ่นที่ 8 อย่างเป็นทางการ ให้แก่ทุกคนได้ทราบกันโดยพร้อมเพียง

               "...ก็ตามอย่างที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น"

               "...."

               "ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"

               "...."

               "ประมุขของ Zea'die'To รุ่นที่ 8 คือนายน้อย ฮันซังฮยอก"

               "พวกเราในนามของผู้นำตระกูล ขอให้คำหมั่นสัญญาว่าจะขอจงรักษ์ และภักดีต่อท่านประมุข ฮันซังฮยอก นับตั้งแต่บัดนี้ ไปตราบจนชั่วลมหายใจสุดท้ายของพวกเราจะสิ้นสุด!"

               "ผมฮันซังฮยอกในนามของประมุข Zea'die'To รุ่นที่ 8 ขอให้คำหมั่นสัญญากับทุกท่านไว้ ณ ที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ว่าผมจะทำหน้าที่ประมุขขององค์กรให้ดีที่สุด ขอบคุณผู้นำตระกูลทุกท่านที่ให้การยอมรับและเชื่อมั่นในตัวผม ผมขอขอบคุณอีกครั้งด้วยใจจริงครับ"




ประมุข Zea'die'To รุ่นที่ 8

ฮัน ซัง ฮยอก

อายุ 21 ปี

ลงบันทึกประวัติ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน ปี 20xx




Knight of  Zea'die'To รุ่นที่ 8

อี แจ ฮวาน
(ผู้นำตระกูลอี)

อายุ 24 ปี

ลงบันทึกประวัติ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน ปี 20xx










คฤหาสน์ Zea'die'To

               แทคอุนและวอนชิคได้ถูกเชิญให้มาที่คฤหาส์ Zea'die'To เพื่อร่วม dinner กับฝ่าบาท[บิดาของฮัคยอน] ที่ได้บินตรงจากญี่ปุ่นมาที่นี่ เพื่อมาแสดงความยินดีกับ ซังฮยอก ที่ได้ขึ้นเป็นประมุขรุ่นที่ 8 ของ Zea'die'To 

               ณ ห้องรับแขก ตรงชุดโซฟาใหญ่ มีฝ่าบาท ซาช่า และฮันซังโฮท่านพ่อซังฮยอกนั่งคุยกันอยู่ หลังจากที่ทุกคนได้ร่วมกันทานมื้อค่ำด้วยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

               "นี่...ก็ผ่านมานานแล้วที่เราไม่ได้มาเยี่ยมทุกคนที่นี่ ใจจริงนั้น เราอยากจะมาที่นี่ ตั้งแต่วันแต่งตั้งประมุขให้น้องฮยอก เมื่อสามวันก่อนนั้นแล้วล่ะ แต่เราก็รู้สึกเสียใจที่เราไม่สามารถมาได้" 

               "โธ่ ฝ่าบาท...นั้นไม่ควรเป็นเรื่องทำให้ฝ่าบาทต้องเป็นกังวลเลยนะขอรับ เพียงแค่ฝ่าบาทมาที่นี่ในวันนี้ ก็เป็นเกียรติแก่พวกเราที่สุดแล้วขอรับ" ท่านพ่อของซังฮยอกกล่าว

               "ไม่ได้หรอก ถึงอย่างไรน้องฮยอกก็เป็นเหมือนลูกชายคนเล็กของเรานะท่านอาซังโฮ"

               "ขอบคุณฝ่าบาทที่ยังเอ็นดูซังฮยอกลูกชายของผมคนนี้เสมอขอรับ"

               "อืม...นี่ ซาช่าไปเรียกเด็กๆเข้ามาให้เราทีสิ"

               "ขอรับฝ่าบาท"


อีกด้านของคฤหาสน์

               ณ สระว่ายน้ำหลังคฤหาสน์ ซังฮยอก แจฮวาน แทคอุน และวอนชิค ได้พากันออกมานั่งเล่น พูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา ในช่วงเวลาเกือบสองปี ที่พวกเค้าทั้งสี่คนไม่ได้เจอกัน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

               "นี่วอนชิคฮยอง ถ้าหนาวมาก..ให้ผมเรียกพ่อบ้านอูเอาผ้าห่มออกมาให้ดีมั้ยครับ?" ฮยอกพูด(แซว)ขึ้น เมื่อเห็นวอนชิคเอาแต่กอดแขนซุกไหล่ของแจฮวานอยู่ไม่ยอมปล่อย ตั้งแต่พวกเค้าออกมาตรงนี้แล้ว

               "นั่นสิ ทำไม...นายต้องมาเกาะแกะกอดแขนซุกฉันอยู่แบบนี้ด้วยเนี่ย ปล่อยๆๆ" พอได้ยินฮยอกพูดแบบนั้นขึ้น แจฮวานจึงได้โอกาสสบัดแขนข้างที่วอนชิคกอดเอาไว้แน่นนั้นออกมา แต่ทว่า วอนชิคก็ไม่ยอมปล่อยแขนแจฮวานไปอยู่ดี เฮ้อ...เจ้านี่...เกาะเป็นลูกลิงไปได้ เพราะงั้นแจฮวานเลยได้แต่ทำหน้าเอือมๆ

               "แจฮวานอา รู้มั้ยว่าวอนชิคมันหงอยแค่ไหน ตอนที่นายไม่อยู่?" แทคอุนพูดขึ้น

               "หา?" แจฮวานหันไปมองแทคอุน และก็หันกลับมามองวอนชิคที่ยังคงเกาะแขนเค้าอยู่ไม่ยอมปล่อย "นี่...นายหงอยเพราะว่าฉันไม่อยู่ด้วยเหรอ?"

               "อื้อ...ครับ" วอนชิคพยักหน้ารับอย่างซื่อๆ(เชื่องๆ)

               "ทำไมล่ะ?" แจฮวานถามวอนชิคต่ออย่างไม่อยากจะเชื่อว่า นั้นคือความจริง "ไหนบอกว่าฉันคือตัวอันตรายของนาย...นายเคยบอกกันฉันแบบนั้น"

               "ครับ ผมเคยบอกแบบนั้น แต่ว่า...ไม่รู้อ่ะ พอฮยองไม่อยู่ผมก็เหงา" 

               "หา?" แจฮวานยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาเกาหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ว่าการที่ตัวเองไม่อยู่ที่นี่ มันจะทำให้ใครบางคนเหงาได้แบบนั้น

               "เห็นใจกันเถอะ...ก็อย่าผลักไสวอนชิคเลยนะแจฮวาน ฮ่าๆ" แทคอุนพูดขึ้นอีกครั้งอย่างขำๆ

               "เฮ้ๆ นี่มันอะไรกันครับ? ทำไมดูเหมือนว่าผมตกข่าวอะไรไปล่ะ?" ฮยอกวางแก้วที่ถืออยู่ในมีลงไว้ที่โต๊ะข้างๆ แล้วรีบก้าวเข้าไปหาแจฮวานกับวอนชิค ด้วยท่าทางสงสัย และต้องการคำอธิบายจากทั้งคู่ "ไหน ช่วยบอกผมหน่อยสิครับ ว่าพวกฮยองทั้งสองมีอะไรปิดบังอยู่งั้นเหรอ?"

               "อะไรล่ะ? ฉันไม่มีอะไรปิดบังหรอก" แจฮวานพูดเสียงมั่นใจตอบฮยอกทันที อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรเลย เพราะว่าเค้าไม่ได้มีเรื่องอะไรปิดบังใครอยู่อย่างที่พูดไปจริงๆ

               "อืม ผมเชื่อแจฮวานฮยองครับ" ฮยอกพยักหน้าให้เพราะเชื่อว่าแจฮวานพูดจริง แล้วจึงหันไปพูดกับวอนชิค "แล้ววอนชิคฮยองละครับ ว่ายังไง...รู้ใช่มั้ยครับ ว่าควรตอบแค่ความจริงกับผม" 

               "ครับ เออ..." วอนชิคเกิดอาการกดดันขึ้นมาทันที เมื่อถูกฮยอกจ้องมองมาด้วยสายตานิ่งๆแบบนั้น ให้ตายเถอะ ผมไม่ชอบเลยจริงๆเวลาโดนฮยอกจ้องกดดันแบบนี้ เพราะมันทำให้เค้ารู้สึกกลัว...แต่ว่า ต้องพูดความจริงในเรื่องที่น่าอายของตัวเองออกไปตอนนี้มันก็... "เออ...คือ..."

               "อะแฮ่ม เออ..ขออภัยทุกคนที่ผมเข้ามาขัดจังหวะนะครับ" ซาช่าที่เดินออกมาจากในคฤหาสน์ได้กล่าวขึ้น พร้อมทั้งโค้งให้ทุกคนอย่างขออภัยด้วย

               "...ฮู่วว" เพราะได้คุณซาช่ามาช่วยเอาไว้แท้ๆเลย คิมวอนชิคแอบลอบถอยหายใจออกมาอย่างรู้สึกโล่งอก ที่ไม่ต้องพูดอะไรออกไปตอนนี้

               "คุณซาช่ามีเรื่องอะไรเหรอครับ?" ฮยอกเลิกสนใจวอนชิค แล้วหันไปถามคนที่เข้ามาใหม่แทน

               "ครับ ฝ่าบาทให้ผมออกมาเรียกท่านประมุขกับทุกคนเข้าไปหาครับ" 

               "อา ฝ่าบาทเรียกหาเหรอครับ ...งั้นพวกเราก็กลับเข้าไปหาฝ่าบาทกันเถอะครับ" ฮยอกพยักเข้าใจ แล้วหันมาบอกกับทุกคนให้เข้าไปหาฝ่าบาทตามคำสั่ง


ณ ห้องรับแขก

               ซาช่าเดินนำทุกคนกลับเข้ามาในห้องรับแขก ที่มีฝ่าบาทและท่านฮันซังโฮนั่งรออยู่

               "ฝ่าบาทเรียกหาพวกเราเหรอครับ?" ฮยอกพูดขึ้นเมื่อได้เข้ามายืนอยู่ตรงหน้าของฝ่าบาทและท่านพ่อของตัวเองแล้ว

               "อืม ใช่แล้ว มาสิ...มานั่งตรงนี้ข้างๆเรา" ฝ่าบาทผ่ายมือเรียกให้ฮยอกเข้าไปนั่งด้วย แล้วจากนั้นก็หันไปบอกทุกคนด้วยเช่นกันว่า "ทุกคนก็ด้วยนะ เข้ามานั่งใกล้ๆเรานี่มา"

               "ครับ" แล้วทุกคนก็ได้ทำตามที่ฝ่าบาทบอกโดยทันที อย่างไม่มีใครคิดปฏิเสธคำของฝ่าบาทเลยสักคน 

               ตอนนี้คนที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายของฝ่าบาท ก็คือฮยอกกับแจฮวาน และส่วนทางด้านขวาก็เป็นแทคอุนกับวอนชิค

              เมื่อทุกคนได้มาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าตรงนี้แล้ว ฝ่าบาทจึงได้หันไปเรียกองครักษ์ประจำตัว "ซาช่า"  

               "ครับ ฝ่าบาท" ซาช่าขานรับ พร้อบกับโค้งให้ฝ่าบาทด้วย แล้วจากนั้นเค้าก็ได้เดินออกไปจากตรงนั้น ไปอีกทางทันที ดูเหมือนว่าเค้าจะได้รับคำสั่งบางอย่างจากฝ่าบาท


               ซาช่าเดินหายออกไปเพียงครู่เดียว เค้าก็เดินกลับเขามาอีกครั้ง พร้อมกับถือของบางอย่างติดมือเข้ามาด้วย

               "ฝ่าบาทขอรับ" ซาช่าโค้งให้ฝ่าบาท แล้วจึงวางของที่ตัวเองออกไปเอามา วางลงไว้ที่โต๊ะเตี้ยหน้าโซฟาที่นั่งของฝ่าบาท

               "อืม ขอบใจมากซาช่า" ฝ่าบาทหันไปยิ้มให้ซาช่า แล้วจึงขยับตัวออกไปหยิบเอาของตรงหน้าขึ้นมา "อันนี้ คือของขวัญจากเรานะ ...รับไว้สิ ประมุข Zea'die'To"

               "ขอบคุณครับฝ่าบาท ผมจะเก็บรักษามันเอาไว้อย่างดีครับ" ฮยอกรับของขวัญจากฝ่าบาทมาเปิดกล่องดู แล้วก็เอาแต่ยิ้มกว้างเพราะถูกใจกับของขวัญที่ฝ่าบาทมอบให้

               "เราดีใจนะ ที่เห็นประมุขน้อยชอบของขวัญจากเรา" ฝ่าบาทพูดขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นไปลูบที่ท้ายทอยของฮยอกเบาๆอย่างอดเอ็นดูไม่ได้ แล้วจากนั้น ฝ่าบาทก็หันไปหาแทคอุนบ้าง "ส่วนอันนี้...ของแทคอุน"

               "ของ...ผมเหรอครับ?" แทคอุนมองฝ่าบาทแล้วมองลงมาที่ของในมือที่ฝ่าบาทยื่นออกมาให้อย่างสงสัย ไม่อยากเชื่อว่าตัวก็จะได้รับของขวัญจากฝ่าบาทด้วยเช่นกัน

               "แน่นอนสิ เธอก็เป็นลูกชายคนหนึ่งของเราเช่นกันนะแทคอุน อย่าลืมสิ

               "อา ผม..เออ ขอบคุณครับฝ่าบาท" แทคอุนทำหน้าสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆเผยยิ้มออกมาอย่างคนที่กำลังดีใจ มีความสุขที่ได้รับสิทธิ์พิเศษแบบนั้นจากฝ่าบาท

               "และแน่นอนว่าเราก็ได้เตรียมของขวัญ มาให้แจฮวานกับวอนชิคด้วยเหมือนกัน" พูดจบฝ่าบาทก็ยื่นส่งของขวัญอีกสองชิ้นที่เหลืออยู่นั้น มอบให้แก่แจฮวานและวอนชิคทันที

               "ขอบคุณครับฝ่าบาท" แจฮวานและวอนชิครับลุกขึ้นโค้งขอบคุณแล้วรับของขวัญจากฝ่าบาทไปด้วยรอยยิ้มแห่งความปรีติ

               "เอาล่ะ ทุกคนได้รับของขวัญจากเราแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาที่เราต้องบอกลากันแล้วละนะ"

               "เอ๋? ฝ่าบาทไม่ได้จะอยู่พักที่นี่ด้วยกันสักคืน..หรอกเหรอครับ?" ฮยอกถามขึ้นทันที หลังจากที่ฝ่าบาทได้บอกกับทุกคนออกมาอย่างนั้น

               "เรายังมีภาระกิจที่ต้องรีบกลับไปทำน่ะ" 

               "อา อย่างนั้นเหรอครับ...เสียดายจัง"

               "เอาไว้โอกาสหน้าละกันนะประมุขน้อย"

               "ครับ ฝ่าบาท"

               "ฮ่าๆ ไม่ต้องทำหน้าเศร้าไปหรอกประมุข เดี๋ยวอีกไม่นาน...เราก็ต้องกลับมาที่นี่อีกแน่นอน" ฝ่าบาทพูดพร้อมทั้งลูบศรีษะกลมของฮยอกขึ้นลงเบาๆอย่างปลอบโยนแลเอ็นดู

               "ครับ ผมจะรอฝ่าบาท"



.

.

.

ในตอนนี้ ทุกคนได้พากันออกมายืนส่งฝ่าบาทขึ้นรถที่หน้าประตูคฤหาสน์

               "ขอให้เดินทางปลอดภัยครับฝ่าบาท" ท่านซังโฮโค้งกล่าวลากับฝ่าบาทเป็นคนสุดท้าย ฝ่าบาทพยักหน้าส่งยิ้มมาให้ทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจากนั้นพ่อบ้านอูที่อยู่ข้างประตูรถก็ได้ทำการปิดประตูให้ฝ่าบาท แล้วรถของฝ่าบาทก็ได้เคลื่อนตัวออกไปจากคฤหาสน์โดยมีองครักษ์ซาช่าเป็นคนขับ

               "ฝ่าบาทไปแล้ว ทุกคนก็กลับเข้าไปข้างในกันเถอะ" ท่านซังโฮหันกลับมาพูดกับเด็กๆทั้งสี่คน

               "เออ ท่านอาครับ คือผมคิดว่าตอนนี้ ผมเองก็คงจะต้องขอตัวกลับแล้วเช่นกันครับ" แจฮวานพูดขึ้น

               "เออ ผมเองก็เช่นกันครับ" เมื่อได้ยินแจฮวานพูดอย่างนั้น วอนชิคเองก็รีบบอกกับท่านซังโฮอย่างนั้นด้วยเช่นกัน

               "หือ...แล้วแทคอุนล่ะ จะค้างที่นี่หรือว่าจะกลับด้วยเหมือนกัน?" ท่านซังโฮหันไปถามกับแทคอุนอย่างนั้น เพราะเห็นว่าแจฮวานกับวอนชิคต้องการจะกลับ แต่ทว่าแทคอุนนั้นดูเหมือนจะยังคิดลังเลอยู่ "แต่ถ้าแทคอุนจะกลับละก็ อาจะได้ให้คนรถของอาไปส่ง"

               "เออ ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอรบกวนท่านอาแล้วล่ะครับ" แทคอุนหันมาบอกกันท่านซังโฮ เมื่อเค้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะกลับไปพักที่ TRAPALACE

               "อืม เข้าใจแล้ว" ท่านซังโฮพยักหน้าให้แทคอุน แล้วจึงหันไปหาพ่อบ้านอูที่ยือรอรับใช้อยู่ที่ด้านหลังว่า "พ่อบ้านอูไปบอกคนรถนะ ให้รีบเตรียมรถออกมาพาคุณแทคอุนไปส่งที่พัก"

               "ครับ นายท่าน" พ่อบ้านอูโค้งรับคำสั่งแล้วเดินเลี่ยงออกไปทำตามที่นายสั่ง


เอี๊อด...

              ไม่นานรถหรูสองคันก็ได้เคลื่อนเข้ามาจอดเรียงกัน ที่ทางกว้างหน้าประตูคฤหาสน์ โดยมี Lamborghini aventador สีดำเป็นรถของแจฮวาน และ Bentley malsanne สีขาวของตระกูล Zea'die'To

               "รถมาแล้ว ท่านอาฮันผมลากลับก่อนนะครับ" แจฮวานโค้งลาท่านซังโฮหลังจากที่คนรับใช้ได้นำรถของเค้ามาจอดไว้ให้ตรงหน้า แล้วไม่ลืมหันไปบอกลาฮยอกด้วย "ประมุขผมกลับก่อนนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ครับ"

               "ครับ แล้วเจอกัน คุณ Knight กลับบ้านดีๆนะครับ" เมื่อแจฮวานบอกลาฮยอกด้วยคำเรียกยศ ฮยอกจึงต้องพูดส่งแจฮวานด้วยคำเรียกยศเช่นกัน

               "ผมด้วยครับ ท่านอาฮัน น้องฮยอก ผมลากลับแล้วนะครับ" วอนชิครีบโค้งลาให้ท่านซังโฮและฮยอกที่ยืนอยู่ด้วยกันตรงนั้น แล้วรีบเดินตามแจฮวานไปทันที 

               "เฮ้ย อะไรน่ะ? ...นายจะกลับกับฉันเหรอ?" แจฮวานรีบหันไปถามวอนชิคทันที เมื่อเห็นว่าวอนชิคเดินตามมาที่รถของตัวเอง ไม่ใช่รถอีกคันที่จะไปส่งแทคอุน

               "ครับ ผมจะกลับกับฮยอง" วอนชิคพยักตอบแจฮวานอย่างชัดเจน

               "หา? แต่ว่า..ทำไมล่ะ?"  ตอนแรกแจฮวานว่าจะไม่ให้วอนชิคไปด้วยแล้วล่ะ แต่พอเห็นสีหน้าหงอยๆทำตาอ้อนๆเป็นหมาน้อยติดเจ้าของแบบนั้นของวอนชิคแล้ว แจฮวานก็เลยปฏิเสธไม่ลง "เอ่อๆๆ เฮ้อ..เอางั้นก็ได้ จะกลับด้วยก็ได้ เฮ้อ...ขึ้นรถเถอะ"

               "ครับ" แล้ววอนชิคก็รีบวิ่งวนหน้ารถไปที่ประตูรถอีกฝั่ง เพื่อไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ ด้วยใบหน้าที่แสดงออกมาว่าดีใจสุดๆจนแจฮวานยังอดนึกน่าหมั่นไส้ไม่ได้ 

               "ผมไปก่อนนะครับ" แจฮวานลดกระจกรถลงมาโบกมือลาทุกคนที่ยังยืนส่งอยู่ตรงนั้น อีกครั้ง แล้วจากนั้นเค้าก็ได้ขับรถออกไป

               "เออ ท่านอาฮันครับ ผมเองก็ต้องลาท่านอาแล้วเหมือนกัน" เมื่อแจฮวานได้ขับรถออกไปกับวอนชิคแล้ว แทคอุนก็เลยหันไปเอ่ยลาท่านซังโฮบ้าง และไม่ลืมที่จะบอกลากันน้องเล็กด้วย "ฮยองกลับก่อนนะครับ น้องฮยอก"

               "ครับ โชคดีนะครับแทคอุนฮยอง" ฮยอกบอกกับแทคอุนด้วยรอยยิ้ม...รอยยิ้มที่มีนัยแฝงอยู่ แต่แทคอุนก็ไม่รู้หรอก ว่ารอยยิ้มน่ารักของฮยอกนั้น มันมีนัยแฝง...

               "ครับ ไปแล้วนะ แล้วเจอกันครับ" แล้วจากนั้นแทคอุนก็เดินไปที่รถ ที่มีพ่อบ้านอูยืนรอเปิดประตูรถให้อยู่

               "เชิญคุณแทคอุนครับ" พ่อบ้านเปิดประตูรถด้านหลังออกกว้างแล้วผ่ายมือเชิญแทคอุนขึ้นรถด้วยกิริยาที่นอบน้อมสมกับเป็นพ่อบ้านที่ดี

               "อา ขอบคุณครับพ่อบ้านอู ผมกลับก่อนนะครับ" แทคอุนส่งยิ้มขอบคุณและเอ่ยลากับพ่อบ้านอูด้วยอย่างไม่คิดถือตัว แล้วจากนั้นรถของแทคอุนก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากคฤหาสน์ Zea'die'To 






               






          ตั้งแต่ขึ้นรถมา แทคอุนก็เอาแต่จ้องมองกล่องของขวัญ ที่ได้รับมาจากฝ่าบาท ไม่ได้คิดสนใจอะไรอื่นนอกจากนั้นเลย

                    "ถ้าเป็นโจร..นายคงตายไปแล้ว"

                    "หือ?"

                    "ไง...เลิกสนใจของขวัญแล้วสินะ"

                    "...!!!"

                    "ก็รู้แหละว่าทำให้ตกใจ แต่ก็ไม่ต้องช็อคค้างขนาดนี้ก็ได้"

                    "...."

                    "นี่...ยังได้ยินมั้ยเนี่ย?"

                    "....."

                    "นี่ จองแทคอุน ถ้ายังได้ยินอยู่ก็ช่วยตอบอะไรหน่อยสิครับ"

                    "...."

                    "แทคอุนครับ"

                    "....ฮึก"

                    "เฮ้อ แทคอุนของผม...ร้องไห้อีกแล้วเหรอครับ หืม?"

                    "ฮึก...ฝัน...ไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย?"

                    "ความฝันที่แสนยาวนาน...มันจบลงแล้วครับ"

                    "ฮึก..ฮัคยอน ฮื่ออออ"






ฮัคยอนกลับมาแล้ว!!!!

เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร...
               


To be continued





หืม?
อะไรครับ? นี่มันอะไรกันครับ?
การปรากฏตัวของเด็กน้อยที่ไร้ชื่อและแทคอุนถูกเรียกว่าแดดดี๊!

เรื่องราวต่อไป จะเป็นอย่างไร?
โปรดติดตามกันต่อไปด้วยนะครับทุกคน



#TheFreakOut_LeoN


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #54 MobHop (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 06:40
    ดีใจอะ พี่แทคจะมีความสุขอีกครั้งแล้ว น้ามตาจาไหลลลลลลลลลลล
    #54
    0
  2. #52 SINAT_SSS (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 14:18
    อะไรเนี่ย!!!! คือ ดีใจอ่ะ หนูยอนกลับมาแล้วววววว รอตอนต่อไปนะคะ 
    #52
    0
  3. #51 Cha_n (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 08:40
    เกิดอะไรขึ้น!!!เด็กคนนี้ลูกใคร?
    #51
    0