THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 28 : บทส่งท้าย [1.9]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

THE FREAK OUT!
회 28 ได้โปรดเธอจงเชื่อใจ




บรื้น-นนน 

ฟิ้ว-วว ตึง-ง!

เอี๊อดดดดดดดดด!!!

บรื้น บรื้น บรื้น-นนนนนนนนน

               ในช่วงขณะที่ฮัคยอนขับผ่านเข้ามาในเขตเมืองกลางสี่แยกที่มีตึกสูงตั้งอยู่ทั้งสี่หัวมุมของทางแยก รถของฮัคยอนก็ได้ถูกดักลอบยิงด้วยกระสุนติดสลิงยึดเกาะเข้าที่กระโปงหน้ารถไปหนึ่งนัด 

ตึง-ง!

               เพราะรถของฮัคยอนกำลังวิ่งไปด้วยความเร็วสูง แต่แล้วจู่ๆก็ดันถูกหยุดการเคลื่อนตัวเข้าอย่างกระทันหันเช่นนั้น ด้วยการยึดเกาะไว้กับที่ด้วยสลิงที่มันถูกยิงลงมาจากบนตึกสูงตรงหัวมุมซ้ายของสี่แยก ดังนั้นมันจึงทำให้รถของฮัคยอนเสียหลักทำรถหมุนปั่นตีควงเป็นวงกลมอยู่กลางสี่แยก

คว้าง-งง คว้าง-งง คว้าง-งงง

               แต่ด้วยความมีสติสัมปชัญญะและไหวพริบที่ดีเยี่ยมของฮัคยอน มันจึงทำให้เค้าสามารถประครองและควบคุมรถของเค้าเอาไว้ได้ด้วยการดรีฟสไลด์ปาดท้ายรถ ให้มันหมุนไปตามแรงเหวี่ยงที่ถูงยึดตึงกระชากเข้ามาอย่างกระทันหันนั้น เพราะผลกระทบจากการที่ถูกสลิงยึดตึงเข้ามาแบบนั้น หากว่าคนขับไม่มีสติที่ดีพอ...ก็มีเปอร์เซ็นสูงมากเลยทีเดียวที่รถจะเกิดการพลิกคว่ำ

บรื้น-นนน
บรื้น-นนนนน นนนน นนนน 

               ฮัคยอนพยายามเยียบคันเร่งให้รถเดินหน้าอย่างแรง อยู่อย่างนั้นซ้ำๆ จนควันสีขาวที่มันเกิดจากการเสียดสีกันอย่างรุนแรงของยางล้อรถกับพื้นถนนคอนกรีต มันลอยฟุ้งขึ้นมาคลุมรอบตัวรถจนเป็นหมอกสีขาวเต็มไปหมด 
               ฮัคยอนเม้มปากกัดฟันอย่างเจ็บใจแต่ไม่คิดจะยอมแพ้ ฮัคยอนยังคงไม่ยอมหยุดการพยายามเยียบคันเร่งรถ เพื่อหวังให้รถของตัวเองหลุดออกไปจากการยึดเกาะจากกระสุนสลิงที่ถูกศัตรูยิงเข้ามาอยู่เรื่อยๆ

บรื้น-นนนน นนนนน นนนนนน

ฟาว ตึง-ง!
ฟาว ตึง ตึง-ง!
ฟาว ตึง ตึง ตึง-ง!


               "บ้าเอ๊ย ชิส์!" ฮัคยอนขบกรามแน่นอย่างข่มอารมณ์ ก่อนจะทุบกำปั้นตัวเองลงบนพวกมาลัยรถพร้อมกับสบถออกมาอย่างหัวเสีย เพราะในตอนนี้รถของตัวเองถูกยึดตึงเอาไว้กับที่ จนไม่สามารถขยับหรือขับออกไปไหนได้แล้ว เพราะถูกศัตรูยิงยึดเอาไว้ด้วยสลิงเป็นสิบเส้นอยู่รอบทั้งคันรถอย่างนั้น 

ฮึ่ย ให้ตายสิ มันน่าโมโหที่สุด!

               "ฮะ ฮัคยอน..ครับ" แทคอุนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว เพราะเมื่อครู่นี้มีกระสุนสลิงนัดหนึ่งถูกยิงทะลุเข้ามาตรงหัวมุมหลังคารถตรงที่แทคอุนนั่งพอดี ปลายแหลมคมของมันจึงได้ยิงเฉียดเข้ามาเกือบโดนหัวของแทคอุนแล้ว หากว่าตอนนั้นแทคอุนไม่รีบขยับหลบออกไปได้เสียก่อน ไม่เช่นนั้นกระสุนนัดนั้นมันก็คงได้เจาะเข้าที่หน้าผากของแทคอุนไปกับหลังคารถแล้วแน่ๆ 

ฮู้ววว จอง แทคอุนเกือบไปแล้วสิ...ㅠㅅㅠ

               "ชิส์! เฮ้อ...แทคอุนอา หลบอยู่ข้างในนี้รอฉันก่อนแปปหนึ่งนะครับ" ฮัคยอนหันไปบอกเสียงเข้มกับแทคอุนก่อนจะเปิดประตูรถออกไป โดยไม่รอให้แทคอุนได้เอ่ยรับใดๆ เพราะนัยน์ตาคู่สวยของฮัคยอนได้สังเกตเห็นเหล่าพวกศัตรูชุดดำทั้งหลายมันกำลังเริ่มพากันโหนตัวลงมาตามสายสลิงที่พวกมันได้ยิงลงมายึดเกาะกับรถของเค้ากันลงมาเรื่อยๆแล้วในตอนนี้ 
               ดังนั้นฮัคยอนจึงต้องรีบออกไปจัดการกับพวกมันก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ไปกว่านี้ หมายถึงก่อนที่ฮัคยอนกับแทคอุนจะถูกพวกมันจัดการเข้าเสียก่อน 
               ในสถานการณ์อย่างนี้มันก็ต้องใช้วิธีใครเร็วใครได้ก่อนนั่นแหละ ขืนมัวมาชักช้าในสถานการณ์แบบนี้ล่ะก็...ได้ตายกันหมดแน่

แกร็ก... 

              ฮัคยอนก้าวเท้าออกมายืนอยู่นอกรถด้วยสายตาของนักสู้ที่ไม่คิดยอมแพ้พ่ายให้กับศัตรูหน้าไหนง่ายๆ 
               สองมือล้วงเข้าไปหยิบเอาปืนสองกระบอกออกมาเตรียมพร้อมยิงใส่ศัตรูทุกคนที่วิ่งเข้ามา 
               ฮัคยอนเล็งเป้าขึ้นยิงโต้สวนกลับใส่ศัตรูทุกคนที่โหนสลิงลงมาได้อย่างแม่นยำ แบบที่ไม่พลาดเลยสักนัดเดียว แต่กระนั้นมันก็ยังคงมีกระสุนมากมายจากศัตรูที่ยังซุ้มซ่อนตัวอยู่ยิงเข้ามาใส่ฮัคยอนไม่หยุดเลยเช่นกัน

ปัง / ปัง / ปัง

ปัง / ปัง / ปัง

               ฮัคยอนยืนหมุนตัวอยู่กับที่ด้วยท่ากางแขนยืดตรงออกไปด้านบนทั้งสองข้าง ฮัคยอนยังคงยิงสกัดทางศัตรูทุกคนที่กำลังโหนสลิงลงมาหาเค้าจากทั่วทุกทิศตามเส้นสายของสลิงทุกเส้น ที่มีมากกว่าสิบเส้นนั้น ปัง ปัง ปัง
              ด้วยความสามารถ ความชำนาญ และความแม่นยำที่เกิดจากการฝึกฝนฝึกซ้อนมาอยู่เป็นประจำของฮัคยอนที่เป็นถึงประมุขน้อยขององค์กร มันจึงเป็นธรรมดาที่ฮัคยอนจะสามารถยิงสอยศัตรูให้ตกร่วงลงจากสลิงที่พวกมันโหนลงมาได้หมดทุกคน  

ปัง / ปัง /ปัง

ปัง / ปัง / ปัง

               เสร็จจากลุ่มศัตรูที่มาจากด้านบน มันก็ยังไม่จบ เพราะศัตรูอีกชุดที่อยู่ด้านล่างตามพื้นที่ต่างๆ จากทุกซอก ทุกมุมต่างก็เริ่มพากันทยอยออกมาไล่ยิงฮัคยอนกันอีกรอบ ปัง ปัง ปัง
               ฮัคยอนจึงต้องรีบขยับตัวก้าวเท้าออกห่างจากตัวรถเพื่อให้ง่ายต่อการหลบวิถีกระสุนของศัตรู และเพื่อให้ตัวเองได้ตั้งท่าโต้กลับใส่ศัตรูที่อยู่ในพื้นระดับเดียวกันได้คล่องตัวมากขึ้นด้วย

ปัง / ปัง / ปัง

ปัง / ปัง / ปัง

               จากแค่ที่เคยอยู่ในท่ายืนแล้วค่อยเล็งเป้ายิงใส่ศัตรูอย่างชิลๆ ตอนนี้ฮัคยอนคงจะทำแค่ยืนยิงชิลๆอยู่อย่างนั้นเพียงอย่างเดียวต่อไปไม่ได้แล้ว
               ก็ศัตรูมากมายมันจู่โจมเข้ามาใส่ฮัคยอนพร้อมกันอย่างนั้น ถ้าหากฮัคยอนขืนยังยืนอยู่แบบนั้นอยู่อีกล่ะก็ หึหึ ฮัคยอนก็คงได้กลายเป็นเป้านิ่งให้ศัตรูพวกนั้นยิงถล่มใส่กันจนสะใจกันแน่ๆ

ปัง / ปัง / ปัง

สามคนจากทางซ้ายมือ

ปัง / ปัง

หนึ่งคนจากมุมทางซ้าย

ปัง / ปัง / ปัง

               และอีกกลุ่มจากทางตรงข้าม ในจังหวะนี้ฮัคยอนได้เหวี่ยงหมุนตัวกลับไปยิงใส่ศัตรูอย่างรวดเร็วด้วยท่านั่งคุกเค่าลงที่พื้นข้างหนึ่ง[โดยนั่งหันหลังให้ประตูรถ] แขนข้างซ้ายยืดตรงเล็งปากกระบอกปืนออกไปข้างหน้า แขนข้างขวาอยู่ด้านล่างแขนข้างซ้ายอยู่เหนือสะดือเล็งปากกระบอกปืนออกไปทางซ้าย แล้วยิงใส่ศัตรูที่โผล่กันออกมาจากทั้งสองทางไปพร้อมๆกัน

ปัง / ปัง / ปัง

ปัง / ปัง / ปัง

               ฮัคยอนรีบม้วนตัวตีหลังกาหลบลูกกระสุนจากศัตรูที่กวาดยิงเข้าใส่เค้าจากทางด้านหน้าของรถอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว แล้วจึงรีบยิงสวนศัตรูกลับไปรัวๆเช่นกัน ทั้งๆที่ฮัคยอนยังอยู่ในท่านอนเงยอยู่ที่พื้นถนนนั้น

ปัง / ปัง / ปัง

ปัง / ปัง / ปัง

               จัดการกับศัตรูทางหน้ารถได้แล้ว แต่มันก็ยังคงไม่หมดไม่สิ้นสุดอยู่แค่นั้น เพราะยังมีศัตรูอีกกลุ่มที่กำลังวิ่งเข้ามาจากทางด้านหลัง[ท้ายรถ] ที่มันตรงกับทางหัวของฮัคยอนที่ยังนอนอยู่บนพื้นถนนพอดี

ตึง / วืบ-บบบ

ปัง ปัง ปัง

               ฮัคยอนรีบยันเท้าทั้งสองกับพื้นให้ร่างตัวเองได้เด้งตัวลอยขึ้นมาจากพื้นถนน ฮัคยอนในท่ายืนแอ่นหลังต่ำแหงนหน้ากลับหลังขึ้นไปหาศัตรูที่อยู่ทางด้านหลัง พร้อมทั้งวาดแขนขึ้นเล็งปืนทั้งสองกระบอกกลับหลังขึ้นไปยิงใส่ศัตรูที่วิ่งเข้ามารัวๆพร้อมกันทั้งสองกระบอก  ปัง ปัง ปัง [ด้วยโชว์ท่าสะพานโค้งสุดเพอร์เฟคนั้นของ ชา ฮัคยอน]

ปัง ปัง ปัง

               เสร็จจากการจัดการศัตรูกลุ่มนั้นแล้ว ฮัคยอนก็เด้งตัวกลับมายืนตัวตรงอย่างมั่งคงอีกครั้ง 
               ฮัคยอนหันหน้ามองไปซ้าย-ขวา ก่อนจะเก็บปืนกระบอกหนึ่งใส่กลับเข้าไปในซองปืนที่ข้างลำตัว แล้วดึงเอามีดสั้นที่เหน็บพกมาด้วยออกมาแทนปืนกระบอกนั้น
               ฮัคยอนกำมีดในมือแน่นก่อนจะรีบหมุนตัวด้วยความเร็วพร้อมทั้งเหวี่ยงแขนข้างที่กำมีดอยู่นั้น หมุนตัวกลับหลังไปตัดสายสลิงเส้นหนึ่งที่อยู่บนหลังคารถใกล้ๆกับตรงที่เค้ายืนอยู่ออกไปจากรถอย่างรวดเร็ว ฉับ!  
               แล้วนั่นก็ทำให้ฮัคยอนจัดการกับศัตรูคนสุดท้ายที่กำลังโหนสลิงเส้นนั้นลงมาหลุดเงยตกลงไปกระแทกใส่ที่พื้นคอนกรีตอย่างแรง และคาดว่าคงสาหัสไม่น้อยด้วย อั่ก!

               เมื่อเห็นว่าไม่มีศัตรูโผล่ออกมาสู้กับเค้าอีกแล้ว ฮัคยอนจึงไม่รอช้ารีบเก็บปืนที่ยังถืออยู่ในมือกลับเข้าใส่ในซองปืนที่เหลืออีกข้างและมีดพกสั้นเล่มนั้นเช่นกัน
               จากนั้นฮัคยอนก็รีบก้มหมุดตัวกลับเข้าไปในรถแปปหนึ่ง เพื่อเข้าไปคว้าเอาดามยาวที่วางอยู่บนเบาะหลังรถออกมา

               ฮัคยอนออกมาข้างนอกอีกครั้งพร้อมกับดาบยาวที่ถูกตีมาด้วยวัสดุพิเศษ ที่มันสามารถฟันทุกอย่างให้ขาดออกจากกันได้แม้ว่าสิ่งนั้นจะแข็งแรงทนทานมากแค่ไหน ดาบยาวของฮัคยอนก็สามารถฟันมันขาดได้ง่ายๆทุกอย่าง และแน่นอนว่าสายสลิงพวกนี้มันก็ไม่ได้ระคายเคื่องคมดาบของฮัคยอนเลยสักนิด
               อ้อ จริงๆจะใช้มีดสั้นเมื่อกี้ตัดสายสลิงออกก็ได้นะ แต่ว่าการใช้ดาบยาวตัดมันจะไวกว่า และมันก็ยังไม่ต้องออกแรงเหวี่ยงที่แขนมากอีกด้วย เพราะงั้นฮัคยอนจึงเลือกใช้ดาบยาวอย่างนี้ไง

ฉับ! ฉับ! ฉับ! 

ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ!

               และแล้วสายสลิงมากมายที่ยึดเกาะรถของฮัคยอนอยู่ก็ขาดหลุดออกไปจนหมดด้วยคมดาบของฮัคยอน
               ฮัคยอนจัดการตัดพวกสายสลิงออกจากรถจนหมดทุกเส้นแล้ว เค้าจึงเก็บดาบเข้าฝักไว้เหมือนเดิม แล้วจึงกลับเข้าไปนั่งประจำที่ของเค้าในรถอีกครั้ง

ปึก...

               "เฮ้อ..." ฮัคยอนถอยหายใจออกมาเบาๆหลังจากที่เข้ามานั่งในรถและปิดประตูรถลงมาเรียบร้อยแล้ว

               "ฮัคยอน" น้ำเสียงของแทคอุนยังคงสั่นเคลืออยู่เล็กน้อย

               "โอเค นายโอเคใช่มั้ยแทคอุนอา?" ฮัคยอนหันหน้าไปถามแทคอุนอย่างห่วงใย พร้อมกับเอื้อมมือออกไปคว้ามือข้างซ้ายของแทคอุนที่มีผ้าก๊อซสีขาวพันอยู่ขึ้นมากดจูบเบาๆที่หลังมืออย่างต้องการปลอบโยนที่ทำให้ต้องมาเจอกับสถานการณ์เสี่ยงตายและน่ากลัวอย่างนี้ ดังนั้น ฮัคยอนจึงคิดว่าในยามนี้แทคอุนของเค้าคงต้องทั้งตกใจและหวาดกลัวอยู่มากแน่ๆ

               "ไม่ครับ ไม่เลย ผมไม่เป็นไรครับ แต่ฮัคยอนต่างหาก...ผมเป็นห่วงฮัคยอนมากกว่าครับ" แทคอุนยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่ของตัวเองขึ้นไปประคองใบหน้าสวยของฮัคยอนให้เงยขึ้นมาสบตากันอย่างต้องการสื่อความหมายความรู้สึกต่างๆที่มีให้ฮัคยอนได้รับรู้

จุ๊บ...

               "อื้อ..ฉันไม่เป็นไร  ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะระวังตัวเองให้มากๆนะ เพราะงั้นแทคอุนไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ ฉันจะดูแลตัวเองให้ดีๆและดูแลแทคอุนของฉันให้ปลอดภัยที่สุดด้วย เชื่อใจฉันนะ" ฮัคยอนเอ่ยบอกแทคอุนด้วยเสียงอ่อนโยนแต่ก็เต็มไปด้วยความหนักแน่น แล้วฮัคยอนจึงยื่นหน้าขึ้นไปประทับจูบที่หน้าผากของแทคอุนค้างไว้อยู่ครู่หนึ่ง เพื่อยืนยันคำหมั่นสัญญาและก็เพื่อบรรเทาให้แทคอุนได้คลายความห่วงกังวลกลัวในใจลง

               "เฮ้อ...ฮัคยอนอา ครับ.. ก็ได้ครับ ผมจะพยายามทำตามที่ฮัคยอนบอกครับ จุ๊บ" แทคอุนหลับตาลงแล้วถอนหายใจออกมายาวๆครั้งหนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองฮัคยอนนิ่งอีกครั้ง แล้วจึงเอ่ยปากรับคำของฮัคยอนไปอย่างนั้น เพราะรู้ดีว่ายังไงสุดท้ายแล้ว ตัวเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านั้นได้อยู่ดี แต่ก็ไม่ลืมที่จะยื่นหน้าเข้าไปจุ๊บปากนิ่มของฮัคยอนคืนด้วยเช่นกัน

               "หึ เด็กน้อยเอ๊ย...เอาหล่ะ ตอนนี้เราต้องออกเดินทางกันอีกรอบแล้วล่ะนะ แทคอุนอาพร้อมรึเปล่าครับ?" ฮัคยอนมองสบตาหวานซึ้งกับแทคอุนก่อนจะยกยิ้มขำ เอ็นดูในความเด็กน้อยของแทคอุนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงปรับสีหน้าตัวเองให้กลับมาดูจริงจังขึ้นอีกครั้งในตอนที่พูดประโยคคำถามในตอนท้ายกับแทคอุน

               "ครับ ผมพร้อมแล้ว พร้อมที่จะเดิมร่วมทางไปกับฮัคยอนไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ผมก็จะไปกับฮัคยอนครับ" แทคอุนเอ่ยตอบฮัคยอนด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและสายตาที่มั่งคงแน่วแน่ไม่แพ้กัน ตอนนี้แทคอุนพร้อมที่จะลุยและเผชิญหน้ากับทุกอย่างที่จะต้องไปพบเจอพร้อมกับฮัคยอนของเค้าแล้ว

               "โอเค งั้นเราก็ไปกันเถอะ"

บรื้น บรื้น บรื้น-นนน นนน นนนน~~~~~~~~~






อีกด้าน[ซังฮยอกกับวอนชิค]

          "วอนชิคฮยองคิดว่า  สถานการณ์ในตอนนี้มันเกินไปสำหรับฮยองอยู่รึเปล่าครับ?" ซังฮยองเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบกับวอนชิคที่นั่งเกร็งและใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเครียด ในระหว่างที่พวกเค้ากำลังขับไปบนเส้นทางสายตรงที่มันทอดยาวไปไกลอยู่หลายกิโลเมตร

                    "ครับ? เออ..ก็ คงอย่างนั้น.." วอนชิคยังคงอยู่ในอาการหวั่นวิตกและไม่สามารถมั่นใจอะไรๆด้ กับสถานการณ์เช่นนี้ เค้าจึงตอบอะไรออกไปได้ไม่เต็มเสียงอย่างนั้นกับซังฮยอก

                    "อา...ครับ" ซังฮยอกพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ หึ ก็วอนชิคเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดาๆทั่วไป จะให้มารู้สึกเฉยๆกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างพวกเค้าที่เป็นคนในองค์กรที่ต้องพบเจอกับเรื่องพวกนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ได้อย่างไรล่ะ หึ

                    "เดี๋ยวเราผ่านแยกหน้าตรงนั้นไป วอนชิคฮยองก็ต้องลงไปเปลี่ยนรถแล้วนะครับ" ซังฮยอกเอ่ยบอกสิ่งต่อไปที่วอนชิคจะต้องทำขึ้นอีกครั้ง

                    "อา ครับ" วอนชิคเอ่ยตอบรับเพียงสั้นๆแค่นั้น เพราะตอนนี้หัวสมองของเค้าไม่สามารถคิดอะไรออกมากว่านั้นแล้วจริงๆ ตอนนี้วอนชิคก็ได้แต่เตรียมตัวเตรียมใจ เพื่อออกไปเผชิญกับทุกสิ่งที่รอเค้าอยู่



.

.

.

เอี๊ยด-ดดดด

               เสียงเบรคลากล้อรถยาว จนควันสีขาวมันลอยขึ้นตามท้ายรถ ซังฮยอกหักเลี้ยวรถเข้าไปจอดเทียบข้างรถอีกคนที่จอดรอยู่ตรงข้างทาง

แกร๊กง.ก

               ประตูรถข้างวอนชิคถูกเปิดออกด้วยฝีมือของคนที่ออกมาจากรถที่จอดรออยู่ก่อนแล้วนั้น

               "ไง~ง วอนชิค" ฮงบินยืนเท้าแขนบนหลังคารถก้มหน้าลงไปทักทายวอนชิคด้วยสีหน้ากวนๆก่อนจะยักคิ้วส่งซิกให้กันกับซังฮยอก

               "อะ ฮง...ฮงบิน ??" วอนชิคยังคงมีอาการท่าทางมึนงงทำอะไรไม่ถูกอยู่

               "อือ ฉันเองล่ะ นายรีบลงมาเปลี่ยนรถได้แล้วล่ะ" ฮงบินพูดจบก็ขยับตัวถอยหลังหลบทางให้วอนชิคได้ลุกออกมาจากรถทันที

               "หา? อ้อ? อาๆ เข้าใจแล้วล่ะ" วอนชิคพยักรับอย่างเข้าใจแล้วจึงรีบแกะปลดสายเบลท์จากตัว แล้วรีบลุกออกจากรถไปทันทีด้วยท่าทางที่ยังคงมึนๆงงๆอยู่อย่างนั้น

               "เฮอะ ไหวป่ะเนี่ย วอนชิค...นายดูไม่โอเคเลยนะ" ฮงบินตบไหล่วอนชิคถามเชิงเป็นห่วงเบาๆ พลางดันตัววอนชิคให้เดินไปขึ้นรถอีกคันแทนที่ตัวเองด้วย เพราะคิดว่าวอนชิคก็คงจะยังยืนเอ๋อๆเด๋ออยู่ตรงนี้อีกนานแน่ๆหากเค้าไม่ช่วยจัดการดันเข้าไปนั่งในรถอีกคันให้อย่างนี้

               "...." วอนชิคเงยหน้าขึ้นมองตามฮงบิน หลังจากที่ได้เข้ามานั่งตรงเบาะข้างคนขับแทนฮงบินแล้ว

               "เฮ้อ... ฝากดูแลเค้าด้วยนะครับเคนฮยอง" ฮงบินเท้าแขนกับประตูรถก้มหน้าไปบอกกับพี่ชายของตัวเอง ด้วยสีหน้ากังวลหน่อยๆ

               "อือ ไม่ต้องห่วง... นายรีบไปหาฮยอกเถอะ" แจฮวานเอ่ยบอกกับน้องชายเพียงแค่นั้น ฮงบินก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วหันกลับมาส่งยิ้มให้กำลังใจวอนชิคก่อน แล้วยืดตัวขึ้นพร้อมทั้งปิดประตูรถให้เสร็จสับ

.


.

.

[ในเส้นทางของซังฮยอกและฮงบิน]

               "รู้มั้ยครับ ว่าทำไมผมถึงเหลือให้ฮงบินฮยองมากับผมทั้งๆที่จริงแล้วควรจะเป็นแจฮวานฮยองมากกว่า?" ซังฮยอกถามฮงบินขึ้นหลังจากพวกเค้าได้เริ่มออกเดินทางมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว

               "นายอยากพูดอะไรก็พูดออกมาตรงๆเถอะ" ฮงบินเอ่ยบอกกลับไปอย่างรู้ว่าซังฮยอกต้องการจะพูดอะไรบางอย่างกับเค้าอยู่แน่ๆถึงได้ถามออกมาแบบนี้

               "อา..ฮงบินฮยองสมกับเป็น Knight ของประมุขน้อยจริงๆนะครับ ถ้างั้นผมก็จะถามตรงๆนะครับ" ซังฮยอกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังและน่ากลัวขึ้น

               " .... " เจ้าเด็กนี่...กำลังกดดันเราอีกแล้ว ไม่ชอบเลย ฮงบินคิดอยู่ในใจ

               "บอกผมหน่อยสิครับ ว่าอะไร? คือสิ่งที่เอ็นฮยองกับฮงบินฮยองปิดบังทุกคนอยู่" ซังฮยอกเอ่ยถามในสิ่งที่คาใจเค้ามาตั้งแต่วันที่เอ็นฮยองพี่ชายของเค้าทะเลาะกันกับแทคอุนฮยองที่ห้องเลาจน์ในวันนั้น

               "หา? เออ..." ว่าแล้วเชี่ยว...ซังฮยอกจะต้องหาโอกาสถามเกี่ยวกับเรื่องนี้กับเค้าอีกครั้งแน่ๆ เพราะคนฉลาดอย่าง ฮัน ซังฮยอก คนนี้ไม่เคยเชื่ออะไรใครง่ายๆ และยอมปล่อยสิ่งที่ตัวเองสงสัยข้องใจอยากรู้แบบนั้นไปไม่ได้ง่ายเช่นกัน 

               "ช่วยตอบความจริงกับผมด้วยนะครับคุณ อี ฮงบิน" ซังฮยอกเอ่ยเรียกชื่อจริงของฮงบินอย่างนั้นเพราะต้องการบอกย้ำว่า ตอนนี้ฮงบินมีสิทธิ์แค่เพียงพูดความจริงทุกอย่างออกมาเพียงเท่านั้น

               "เฮ้อ...ก็คิดอยู่แล้วล่ะว่า ไม่นาน..สักวันนายก็ต้องมาเค้นหาคำตอบความจริงที่นายสงสัยกับฉันแน่" ฮงบินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงของคนที่ไม่มีข้อแก้ตัวใด

               " .... " ซังฮยอกนิ่งรอฟังในสิ่งที่ฮงบินต้องตอบ

               "ใช่ เป็นอย่างที่นายคิด ฉันกับเอ็นฮยองมีเรื่องบางอย่างที่ยังไม่ได้บอกใครอยู่จริงๆ" ฮงบินเอ่ยบอกไปตามความจริงอย่างคนไม่มีเลือก

               " ..... " ซังฮยอกมองตาออกไปข้างหน้าตั้งใจขับรถไปตามเส้นทางบนถนนส่ายเปลี่ยวและยังคงรอฟังคำตอบของฮงบินอยู่เงียบๆ

               "มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างพูดออกมายาก และมันก็เป็นเรื่องสำคัญมากๆสำหรับเอ็นฮยอง"

               " ..... "

               "และฉันก็ไม่สามารถพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เองได้"

               " ..... "

               "ขอโทษนะ ซังฮยอก แต่นายช่วยเข้าใจฉันได้มั้ย? เพราะว่าเรื่องนี้ฉันไม่สามารถพูดหรือบอกอะไรกับนายไม่ได้จริงๆ" ฮงบินพูดขอร้องกับซังฮยอกจากใจจริง เพราะเค้าไม่สามารถพูดอะไรได้จริงๆเกี่ยวกับเรื่องที่ซังฮยอกสงสัยอยากรู้ ...เค้าไม่สามารถตอบได้จริงๆ

               " ..... " ซังฮยอกเงียบ

               " ..... " ฮงบินก็เงียบตาม

.

.

.


               "เฮ้อ โอเคครับ ผมเข้าใจแล้ว" ซังฮยอกถอนหายใจออกมายาวๆก่อนจะเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบคิดมันอยู่นาน

               " ..... " ฮงบินได้ยินซังฮยอกเอ่ยพูดขึ้นมาอย่างนั้น ก็รีบหันหน้าไปมองซังฮยอกอย่างขอโทษอีกครั้ง เพราะรู้สึกผิดที่ต้องปิดบังเรื่องที่ซังฮยอกอยากรู้ 

               ฮงบินเข้าใจดี ว่าทำไมซังฮยอกถึงต้องมาถามเค้าเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกครั้ง แบบนี้มันเพราะอะไร 
               นั้นมันก็เป็นเพราะซังฮยอกรู้สึกเป็นห่วงพี่ชายของเค้ามากนั้นเอง เพราะเอ็นฮยองเป็นคนปากหนักไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกอะไรที่เกี่ยวกับตัวเองให้ใครรู้ง่ายๆหรอก 
               เพราะเป็นแบบนั้น ซังฮยอกจึงต้องมาเค้นถามเอาคำตอบกับฮงบินที่เป็นคนเดียวรู้เรื่องนั้น อย่างนั้นไงล่ะ เฮ้อ~~~~~อ

               "ไว้จบเรื่องนี้ ผมต้องไปคุยกับเอ็นฮยองอย่างจริงจังแล้วล่ะ" ซังฮยอกเอ่ยบอกไว้อย่างนั้นด้วยน้ำเสียงน้ำเสียงนิ่งเรียบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นน่ากลัว 
               ในขณะเดียวกับที่พวกเค้าได้ขับรถเข้ามาถึงตึกปฏิบัติการแห่งหนึ่ง ซึ่งมันเป็นเป้าหมายของพวกเค้าทั้งสองคนที่จะต้องมาจัดการ...ให้เรียบร้อยตามแผนการที่พวกเค้าได้ว่างไว้


.

.

.

[ในเส้นทางของแจฮวานกับวอนชิค]

               "ผ่อนคลายบ้างก็ดีนะ นายไม่ควรจะเครียดเกร็งอะไรขนาดนั้น" แจฮวานเอ่ยพูดกับวอนชิคด้วยน้ำเสียงกึ่งๆหยอกล้ออยู่เล็กน้อย ให้พออีกคนไม่เครียดกับสถาการณ์ในตอนนี้มากเกินไป

               "หึ ที่พูดนี่...คงลืมไปแล้วใช่มั้ย ว่าฮยองเคยพาผมซิ่งจนเฉียดตายกันไปแล้วครั้งหนึ่งน่ะ" วอนชิคพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอแงไม่ชอบใจใส่แจฮวาน

               "หือ? อา...นายพูดถึงเรื่องในตอนที่เราเจอกันครั้งแรก...นั่นเหรอ?" แจฮวานทำหน้านึกคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถามไปแบบงั้นๆอย่างไม่ได้คิดติดใจอะไรในเรื่องราวเก่าๆที่เป็นอดีตแบบนั้น 
               เอาริงๆเลยนะ ถ้าหากวอนชิคไม่พูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาอีกครั้ง แจฮวานก็จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ว่าพวกเค้าสองคนเจอกันครั้งแรกด้วยสถานการณ์แบบไหน..

'รู้สึกว่าแจฮวานกับวอนชิคจะเป็นคู่ที่มาด้วยความ เดจาวู กันนะ'


               "รู้มั้ยว่าเพราะฮยองนั้นแหละ ผมเลยต้องวิ่งวุ่นไปเคลียร์โน้นเคลียร์นี่กับเจ้าหน้าเป็นวันๆก็เพราะฮยองเลยนะ ฮึ่ย พูดแล้วก็โมโห" วอนชิคเอ่ยพูดเสียงแง๊วๆใส่แจฮวานอย่างนึกโกรธเรื่องในอดีตที่ผ่านมา

               "หา? อย่างั้นเหรอ...แต่แล้วไงล่ะ ฉันก็บอกจะรับผิดชอบเอง แต่นายเองนั้นแหละที่ไม่ไปหาฉันตามที่ฉันบอกเอาไว้เอง เพราะงั้นจะมาโวยวายตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้วมั้ยล่ะ" แจฮวานพูดออกไปตามที่คิดอย่างไม่ได้สนใจอะไร 

               แม้จะรู้ว่าวอนชิคอยากให้ตัวเองพูดขอโทษเรื่องในตอนนั้น ...แต่ยังไงล่ะ?  นี่ใครล่ะ?  นี่คุณชายใหญ่ อี แจฮวาน นะครับ อะไรที่เป็นอดีต อะไรที่มันผ่านไปแล้ว อี แจฮวาน คนนี้ไม่เคยสนใจหรอกนะ หึ

               "เฮอะ พูดอะไรเอาแต่ใจไปได้นะครับ ชีวิตผมก็ใช่จะว่างพอที่จะออกไปไหนมาไหนได้ง่ายๆขนาดนั้น ฮยองก็น่าจะรู้นะว่าทำไม" วอนชิคพูดเสียงออกแนวประชดแจฮวานอยู่หน่อยๆ แล้วก็ยกแขนขึ้นมากอดอกพร้อมกรอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ

               "หึ นายคงไม่พอใจฉันน่าดู..." แจฮวานเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้มีท่าทีรู้สึกผิดหรือว่าเสียใจกับการกระทำอะไรแบบนั้นของตัวเองเลย

               "เฮ้อ.. ช่างมันเถอะครับ แล้วเนี่ย...ตอนนี้เรากำลังจะไปที่ไหนกันเหรอครับ?" วอนชิคเอ่ยถามพร้อมทั้งหันไปมองทางข้างหน้า แล้วก็หันกลับมามองหน้าแจฮวานที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปตามเส้นทางข้างหน้าด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ที่มันเต็มไปด้วยออร่าน่ากลัวที่ไม่ได้ต่างไปจากซังฮยอกตอนที่ขับรถมาส่งเค้าเลย

               ความรู้สึกน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากตัวทั้งของซังฮยอกและแจฮวานในวันนี้ที่วอนชิคได้สัมผัมมัน แม้ว่าทั้งสองจะยังไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการขับรถซิ่งสายฟ้าแลบ...แต่วอนชิคก็ยังรู้สึกได้ว่าทั้งสองคนนี้มีความอันตรายและน่ากลัวจนไม่น่าเข้าใกล้เลยจริงๆ


               "นายคิดถูกแล้วล่ะ" จู่ๆแจฮวานก็พูดขึ้นมาอย่างนั้น จนทำให้วอนชิคที่กำลังคิดอะไรอยู่กับตัวเองสะดุ้งตัวตื่นขึ้น เพราะน้ำเสียงเย็นๆที่ฟังดูน่ากลัวแปลกๆของแจฮวาน

               "ครับ? พูดกับผมเหรอ?" วอนชิคทำหน้างงไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่นี้แจฮวานพูดขึ้นกับเค้ารึเปล่า?

               "หึ ก็อยู่ในนี้มีแค่ฉันกับนายมั้ยล่ะ? ถ้าใช่...ก็แน่นอนว่าที่พูดไปเมื่อครู่นี้ ฉันพูดกับนายแน่นอน คิม วอนชิค" แจฮวานยังคงใช้น้ำเสียงเย็นน่ากลัวพูดกับวอนชิค

               "อา...ครับ" วอนชิคเริ่มทำตัวไม่ถูกเมื่อแจฮวานยังพูดเสียงน่ากลัวแบบนั้นกับตัวเอง

               "มีสิ่งหนึ่งที่นายควรจะรู้ไว้ ว่าพวกฉันไม่ใช่คนที่อยู่ในโลกธรรมดาๆแบบพวกนาย เพราะงั้นนายมีสิทธิ์ที่จะกลัวฉันและคนอื่นๆได้" แจฮวานเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังไร้แววล้อเล่นใดๆ

               " ..... "

               "แต่ว่านะวอนชิค ถึงพวกฉันจะเป็นพวกน่ากลัว...แต่อย่างน้อยนายก็ยังคงว่างใจได้ว่านายจะปลอดภัยแน่ๆ หาก..."

               "หาก?" หากอะไรเหรอครับ?

               "หากนายเป็นเด็กดีเชื่อฟังและทำตามที่ฉันบอก...ปลดสายเบรลท์ออกแล้วรีบหมอบตัวลงไปหลบอยู่ข้างล่างเดี่ยวนี้เลย คิม วอนชิก เร็ว!" แจฮวานพูดสั่งเสียงเข้มกับวอนชิคพร้อมกับเท้าที่เยียบคันเร่งรถให้เร็วขึ้นไปอีกเท่า 

               "คะ ครับๆๆ" ถึงจะสับสนมึนงงไม่เข้าใจที่อยู่ดีๆก็ถูกแจฮวานสั่งให้ทำอย่างนั้น แต่วอนชิคก็ยังคงทำตัวเป็นเด็กดีเชื่อฟังที่แจฮวานบอกโดยว่าง่ายไม่ขัดไม่ถามอะไรๆเลยทั้งนั้น เพราะแค่เห็นสีหน้าที่เริ่มเคร่งเครียดน่ากลัวขึ้นมากกว่าเดิมของแจฮวานในตอนนี้ วอนชิคก็สามารถเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ของพวกเค้าทั้งสองคนได้แล้วล่ะ 

ดูเหมือนสงครามในเส้นทางของพวกเค้าคงจะได้เวลาเริ่มกันแล้วล่ะ



.



.


.



[เลโอเอ็น]

               "แทคอุนอา ตอนนี้เวลาเท่าไหร่แล้วครับ?"

               "ครับ เวลา? เออ...ตอนนี้ 5 ทุ่ม 57 นาที...ครับ"

               "อา งั้นเหรอ..."

               " ..... " ???

               "แทคอุนครับ"

               "ครับ"

               "เห็นแล้วใช่มั้ยครับ แทคอุนเห็นแล้วใช่มั้ยครับ ว่าโลกของฮัคยอนมันน่ากลัวและอันตรายยังไง?"

               "ครับ"

               "ตลอดเวลาที่ผ่านมา...ฉันพยายามอดทนหักห้ามใจมาโดยตลอดเลยรู้มั้ย?"

               " ..... " 

               "ฉันรู้สึกผิดและเสียใจทุกครั้ง ที่ต้องทำให้แทคอุนรู้สึกผิดหวังและน้อยใจ"

               " ..... "

               "แต่แทคอุนก็ได้เห็นมันแล้วใช่มั้ยครับ? ว่าในโลกของฉันนั้น มันทั้งน่ากลัวและเต็มไปด้วยอันตรายมากมายรอบทิศ"

               " ..... " 

               "โลกที่ต้องเดินอยู่บนเส้นทางที่อันตรายและเสี่ยงตาย โดยที่บางครั้งมันก็ไม่สามารถเตรียมตัวตั้งรับมันได้ทัน เหมือนอย่างในวันนี้.."

               " ..... "

               "แทคอุนอา ฉันหวงและห่วงนายมากนะ แทคอุนคือรอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์ของฉัน... เพราะฉะนั้น ฉันจึงต้องใจร้าย และได้เอาแต่เก็บซ่อนนายไว้ ในที่ที่มีแค่ฉันกับนายเท่านั้น"

               " ..... "

               "ฉันมันเห็นแก่ตัว เพราะว่าฉัน...ขาดนายไม่ได้แทคอุน"

               " ..... "

               "ทั้งยามหลับ ...ทั้งยามตื่น ...หรือว่าในช่วงเวลาไหนๆ"

               " ..... "

               "หรือเพียงแค่เวลาที่ฉันได้ลืมตาขึ้นมาแล้วยังเห็นว่ามีนายอยู่ข้างๆฉัน...ในตอนนั้น"

               " ...ฮัคยอน"

               "หัวใจดวงนี้ของฉัน...." ฮัคยอนจับมือของแทคอุนขึ้นมาทาบทับเอาไว้ที่ตรงหน้าอกข้างซ้าย ที่ตรงตำแหน่งหัวใจของฮัคยอน

               " ..... "

               "นายรู้สึกใช่มั้ย?"

               "ครับ"

               "ที่หัวใจของฉันมันเต้นแรงขนาดนี้ ....ก็เพราะนายนะแทคอุน"

               "ฮัคยอน.."

               "รู้ไว้นะ ...ว่าฉันขาดนายไม่ได้แทคอุน" ฮัคยอนกระซิบบอกเสียงแผ่วที่ข้างหูของแทคอุน เมื่อได้ดึงตัวของแทคอุนเข้ามาอยู่ใกล้ๆตัวเอง ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังคงควบคุมพ่วงมาลัยรถไปเรื่อยๆอยู่บนท้องถนน ที่มันเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าขึ้นเขาสูง

               "ฮัคยอน" แทคอุนรู้สึกตื้นตันใจมากจนพูดอะไรไม่ออกและแทบจะร้องไห้เลยด้วยซ้ำ 

               แทคอุนไม่คิดเลยจริงๆ ไม่คิดว่า.. วันนี้เค้าจะได้ยินฮัคยอนสารภาพรักกับเค้า...ถึงจะไม่มีคำว่ารักออกมาจากปากของฮัคยอน แต่เพียงแค่เท่านี้ แทคอุนก็รู้ก็เข้าใจถึงความหมายของสิ่งที่ฮัคยอนต้องการจะบอกกับเค้าได้แล้วล่ะ
               ในที่สุด...วันที่แทคอุนรอคอยก็มาึถง เฮ้อ...ไม่คิดเลยจริงๆ

               ฮัคยอนวาดแขนเรียวของตัวเองขึ้นไปโอบรวบไหล่กว้างของแทคอุนเข้ามาแนบอกตัวเอง
               แทคอุนแหงนหน้าขึ้นไปมองเสี้ยวหน้าหวานของฮัคยอน ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักความหลงใหล ชื่นชม 
               แม้ว่าฮัคยอนจะยังคงตรงหน้ามองตรงออกไปยังเส้นทางข้างหน้า ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างคนไร้ความรู้สึก หลังจากที่พูดทุกอย่างออกไป
               แต่ทว่า เรียวแขนเล็กที่โอบกอดไหล่กว้างของแทคอุนเอาไว้แน่นอยู่นี้ของฮัคยอน มันอบอุ่น ปล่อยภัย และแข็งแกร่งที่สุดในความรู้สึกของแทคอุน


               " แทคอุนครับ " ฮัคยอนเอ่ยเสียงเรียบกับคนรักที่ตัวเองยังคงโอบกอดเอาไว้แน่นด้วยแขนข้างหนึ่ง 

               " ครับฮัคยอน " แทคอุนขานรับพร้อมทั้งแหงนหน้าขึ้นไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของฮัคยอนอีกครั้ง ด้วยแววตาลูกแมวแสนเชื่อง

               " อื้อ...จุ๊บ " ฮัคยอนละสายตาออกจากเส้นทางข้างหน้า หันกลับมาก้มจูบลงหนักที่หน้าผากผ่านเส้นผมนุ่มของแทคอุนเพียงครู่เดียว แล้วก็รีบหันกลับไปโฟกัสเส้นทางข้างหน้าเหมือนเดิม

               " ผมรักฮัคยอนจัง จุ๊บ " แทคอุนยื่นหน้าขึ้นไปจุ๊บที่ข้างแก้มนุ่มของฮัคยอนด้วยเบาๆ แล้วจึงถอยกลับลงมาเอาหัวซบที่ไหล่เล็กของฮัคยอนด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข

               ฮัคยอนเลื่อนมือข้างที่กอดไหล่ของแทคอุนอยู่ขึ้นมาลูบหัวแทคอุนเบาๆด้วยความเอ็นดู

               "ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในครับแทคอุน" ฮัคยอนเอ่ยบอกกับแทคอุน

               "เอ๋...ครับ?" ทำไม? อะไรเหรอ?

               "แทคอุนลองล้วงเข้าไปดูสิครับ" ฮัคยอนบอกอีกครั้ง

               "ครับ...." แทคอุนขยับตัวเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าของฮัคยอนก่อน แล้วค่อยก้มหน้าลงมองไปที่ตรงกระเป๋าด้านในเสื้อสูทที่ฮัคยอนใส่อยู่อย่างนึกสงสัยทันที

               แทคอุนเม้มปากแน่นเพราะเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมา ในขณะที่มือเรียวของเค้ากำลังขยับเลื่อนสอดเข้าไปด้านในเสื้อสูทตามที่ฮัคยอนบอกอย่างกล้าๆเกร็งๆ

               จอง แทคอุน เอ๊ย...เป็นบ้าอะไรหา? ทำไมแค่นี้นายถึงต้องสั่น ต้องเกร็ง ต้องตื่นเต้นแรงขนาดนี้ด้วยเนี่ย?

               จอง แทคอุน มากกว่านี้นายก็ทำมาแล้ว...ไม่ใช่เหรอไงหา? นี่มันก็แค่การล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในเองนะ แค่อาจจะต้องสัมผัสตัวฮัคยอนผ่านเนื้อผ้าบ้าง...อะไรบ้าง? แค่นี้นายก็ต้องตื่นเต้นลังเลด้วยเหร๊อ!


               ">ㅅ<!!!" แทคอุนกลั้นหายใจหลับตาปี๋รีบล้วงมือเข้าไปควานหาช่องกระเป๋าเสื้อสูทด้านในของฮัคยอนอย่างรีบๆรนๆ

               "หือ? ...หึ" ฮัคยอนหึเสียงขึ้นจมูกอย่างนึกขำในท่าทางแปลกๆแบบนั้นของแทคอุน

ควับ ควับ..กึก

               "ㅇㅅ< ..ㅇㅅㅇ!?" 

               "เจอมันแล้วใช่มั้ยครับแทคอุน?" ฮัคยอนเอ่ยถามขึ้นกับแทคอุนอีกครั้ง เมื่อการเคลื่อนไหวของแทคอุนหยุดชะงักนิ่งเพราะสัมผัสโดนของบางอย่างเข้า

               "คะ...ครับ"

               "หยิบมันออกมาสิครับ"

               แทคอุนค่อยๆถอยขยับตัวออกมาพร้อมกับของบางอย่างในกำมือของเค้า ตามที่ฮัคยอนบอกให้เค้าหยิบมันออกมา
               แทคอุนจับกำของที่ได้จากกระเป๋าเสื้อของฮัคยอนเอาไว้มั่น โดยที่นัยต์ตาคมของเค้าก็เต็มไปด้วยความสงสัยเหลือเกินว่า ของที่อยู่ข้างในกล่องหรูสีดำขนาดเล็กกล่องนี้ มันคืออะไร? 
               ถึงอยากจะรู้ว่ามันคืออะไรมากแค่ไหน แต่ทคอุนก็ยังคงไม่กล้าที่จะเปิดดูของข้างในกล่องสวยหรูสีดำในมือตัวเองดูอยู่ดี

               "มันคืออะไรเหรอครับ?" แทคอุนเอ่ยถามฮัคยอนก่อนด้วยความใสซื่อ

               "หืม? ...ทำไมไม่เปิดดูมันล่ะครับ หื้อ?" ฮัคยอนละสายตาลงมามองแทคอุนก่อนเล็กน้อย แล้วจึงอมยิ้มขึ้นน้อยๆให้กับความแทคอุน ก่อนจะเอ่ยบอกกับแทคอุนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เมื่อเค้าได้หันกลับขึ้นมามองโฟกัสเส้นทางที่มันเริ่มคดเคี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว

               "เออ...ตื่นเต้นครับ เลยไม่กล้าดู..." แทคอุนตอบเสียงเบา

               "เปิดมันออกดูเถอะครับ" ฮัคยอนยังคงใช้น้ำเสียงนุ่มนวลพูดกับแทคอุนอย่างใจเย็น ...แม้ว่าในใจลึกๆของฮัคยอนมันกำลังร้อนรนขึ้นมาเรื่อยๆแล้วก็ตาม

               "อื้อ ครับ..." 

               แทคอุนเม้มปากมองลุ้นไปที่ของในกล่อง ที่มือตัวเองกำลังค่อยๆเกาะเปิดฝากด้านบนของมันขึ้นออกช้าๆ

วิ้ง~ง!

               ทันทีที่ฝากกล่องด้านบนถูกเปิดออกกว้าง แสงประกายสวยวิบวับจากเพชรเม็ดเล็กๆที่ฝั่งอยู่ในต่างหูคู่สวยในกล่องใบหรูที่แทคอุนถืออยู่ มันก็ได้ปรากฏขึ้นให้แทคอุนได้เห็นความสวยงามของมันทันที

               "ต่างหู?" แทคอุนเอ่ยพูดเสียงลอยๆขึ้นกับตัวเอง


               ฮัคยอนขับรถขึ้นมาหยุดจอดอยู่ที่ริมข้างทางในระยะ 50 เมตรก่อนที่ถึงโค้งที่มีความสูงชั่นที่สุดของเขาลูกนี้

แกร๊ก ครืด

               ฮัคยอนปลดสายเบลท์ของตัวเองออก แล้วขยับตัวเข้าไปปลดสายเบลท์ออกให้แทคอุนด้วย

               เพราะฮัคยอนอยากจะมอบจูบให้กับแทคอุนได้ให้ถนัดๆ แบบที่ไม่ต้องมีอะไรมาเหนี่ยวรั้งตัวของเค้าทั้งสองคนเอาไว้ด้วยสายเบลท์อย่างนั้น

จุ๊บ...


               "สุขสันต์วันเกิดครับแทคอุนของฮัคยอน" ฮัคยอนเอ่ยบอกกับแทคอุนด้วยความนุ่มหวานละมุนทั้งสายตา การกระทำ และคำพูด หลังจากที่ได้เกี่ยวใบหน้าของแทคอุนเข้ามากดจูบทับประกบริมฝีปากอิ่มนิ่มของแทคอุนค้างไว้อยู่นานเกือบนาที โดยที่ไม่ได้มีการลุกล้ำอะไรกันเข้าไปข้างในมากกว่านั้น

               "ฮะ ..ฮัคยอน" แทคอุนเริ่มน้ำตาซึมเพราะคำพูดอวยพรวันเกิดและการกระทำที่แสนอ่อนโยนที่ออกมาจากใจของฮัคยอน

               "ฉันตั้งใจว่าจะเซอร์ไพรส์วันเกิดให้แทคอุน...และต่างหูคู่นี้ ฉันก็ตั้งใจเก็บมันไว้ให้เป็นขวัญวันเกิดของแทคอุนในวันนี้ด้วย" ฮัคยอนสบตาหวานซึ้งกับแทคอุน แล้วค่อยๆเริ่มบอกสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ให้แทคอุนฟังช้าๆ

               " ..... " แทคอุนพยายามมองหน้าฮัคยอนทั้งน้ำตาที่มันเริ่มไหลรินออกมาเพราะความทราบซึ้งตรึงใจในสิ่งที่ฮัคยอนทำให้

               "จริงๆฉันทำเค้กวันเกิดเอาไว้ให้แทคอุนด้วยนะ แต่...ก็นั่นแหละ เฮ้อ... เพราะว่าสถานการณ์มันดันเป็นแบบนี้..." ฮัคยอนพูดไปพร้อมเช็ดน้ำตาอุ่นใสที่มันไหลรินออกมาจากตาคู่คมที่มันมีเสน่ห์ดึงดูดทุกครั้งที่ฮัคยอนได้มองของแทคอุนเช็ดมันออกให้อย่างนุ่มนวล อ่อนโยน และทะนุถนอมเป็นที่สุด

พรวด หมับ


               "ฮึก....ขะ ขอโทษนะครับฮัคยอน ที่ผมทำตัวไม่ดีและเข้าใจคุณผิด..ผมขอโทษนะครับ" แทคอุนโผล่พรวดเข้าไปกอดฮัคยอนเอาไว้แน่น แล้วเอ่ยพูดขอโทษกับฮัคยอนด้วยความรู้สึกผิดจากใจ

               "ไม่ใช่แทคอุนหรอกนะครับที่ต้องขอโทษ แต่เป็นฮัคยอนคนนี้เองต่างหากล่ะครับ ที่ควรต้องขอโทษเพราะทำตัวไม่ดีกับแทคอุนอย่างนั้น ...เฮ้อ ทั้งๆที่ในวันนี้เป็นวันเกิดของแทคอุนของฉันแท้ๆ" " ฮัคยอนเอ่ยพูดเสียงนิ่งเรียบทั้งๆที่นัยต์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเครียดกังวล และมืออุ่นของฮัคยอนก็ยังคงคอยลูบหลังปลอบโยนแมวยักษ์ของตัวเอง ที่เริ่มเกิดอาการขึ้แยขึ้นมาอีกแล้วอยู่อย่างนั้นด้วย

               "อื้อ..ช่างมันเถอะครับ เออ..." แทคอุนเลิกขี้แยแล้วค่อยๆคลายอ้อมกอดแน่นออกจากฮัคยอน แล้วจึงขยับตัวถอยห่างออกจากตัวของฮัคยอนเล็กน้อย เพื่อจะได้ทำในสิ่งที่เค้าคิด

               " ..... " ฮัคยอนนิ่งมองการกระทำของแทคอุนอยู่เงียบๆด้วยรอยยิ้มและสายตาอบอุ่น

               "อันนี้ ...ใส่ให้ผมหน่อยสิครับ" แทคอุนหยิบเอาต่างหูข้างหนึ่งออกมาจากล่องส่งให้ฮัคยอนด้วยสายตาออดอ้อน ก่อนจะเอียงหน้าข้างซ้ายเข้าไปหาฮัคยอนใกล้ๆ

               "หือ? อา...ได้สิครับ" ฮัคยอนหยิบต่างหูขึ้นมาจากมือแทคอุน แล้วจึงค่อยๆใส่ต่างหูข้างนั้นให้กับแทคอุนอย่างเบามือที่สุด


               "อา ขอบคุณครับ ...ส่วนอันนี้ ผมจะให้ฮัคยอนใส่คู่กับผมนะครับ" แทคอุนพูดด้วยรอยยิ้มสดใส แล้วจึงขยับตัวเข้าไปหาฮัคยอนใกล้ๆอีกครั้ง เพื่อที่จะใส่ต่างหูที่เหลืออยู่อีกข้างหนึ่งในมือของเค้าให้กับฮัคยอน

               "ดะ เดี๋ยวสิ แทคอุน"

               "หือ ครับ?" แทคอุนแกล้งทำหน้าซื่อๆ แล้วหันหน้าไปหาฮัคยอนใกล้ๆให้ปลายจมูกตัวเองได้เฉียดสัมผัสกับแก้มนิ่มของฮัคยอนด้วย

               "ก็..ต่างหูคู่นี้น่ะ ฉันให้แทคอุนเป็นของขวัญวันเกิดนะ เออ..แล้วแทคอุนจะเอาของขวัญที่ฉันให้ มาให้ฉันใส่ด้วยทำไม?" ฮัคยอนถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ

               "ก็ผมอยากให้ฮัคยอนของผมใส่ด้วยกันไงครับ จุ๊บ" แทคอุนพูดจบพร้อมขโมยจุ๊บแก้มนิ่มของอัคยอนไปอีกหนึ่งทีด้วย แล้วจากนั้นก็รีบหันไปใส่ต่างหูข้างนั้นให้ฮัคยอนที่หูข้างซ้าย ที่เป็นข้างเดียวกันกับที่ฮัคยอนใส่ให้ตัวเองทันที อย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้ฮัคยอนได้ทันเอ่ยปากอนุญาตก่อนเลยด้วยซ้ำ

               "อะ! เฮ้อ...ชักจะเริ่มได้ใจใหญ่แล้วนะครับ แทคอุน หึ" ฮัคยอนส่ายหัวเบาๆให้กับดื้อความเอาแต่ใจของแทคอุน อย่างไม่ได้จริงจังอะไร 



 

ความสุขที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันแสนสั้น
ท่ามกลางเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง
ภัยอันตรายที่ตามหลังมา...
บนเส้นทางที่ต้องเลือกระหว่าง ความเป็นและความตาย
ทุกอย่างมันกดดันและบีบคั้น
ได้โปรด
ยื่นมือของคุณมาให้ผม
เราจะสอดประสานมือของเราให้มั่นเข้าไว้ด้วยกัน
ก้าวเท้าตามผมมานะ เราจะฝ่าฟันเรื่องราวนี้ไป
ด้วยกัน






















/spoil มันก็จะบู้ๆหน่อย?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #50 zaebum96 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 07:29
    แมวน่ารักกกกก แทคอุนของฮัคยอนนี่น่ารักจริงๆ
    #50
    0
  2. #49 Faerwell_Blacker (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 07:38
    อุนเคะจัง
    #49
    0
  3. #48 zaebum96 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 06:18
    วี่เคนนนนน กรี๊ดดดดดด หวีดหนักมากกกก
    #48
    0