THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 26 : บทส่วท้าย [1.7]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

THE FREAK OUT !

회 26 ในสายตาของเรา



[Unit Zea;Die'to ฐานทับนอกประจำเขตใต้]


ณ ห้องประชุมขององค์กร Zea'Die'to ประจำเขตภาคใต้[เกาหลีใต้]

               การประชุมของเหล่าผู้นำขององค์กรฯเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ 9 โมงเช้า ด้วยบรรยากาศค่อนข้างตึงเคลียดเล็กน้อย เพราะหัวข้อในการประชุมครั้งนี้

               "ทุกอย่างดูยากกว่าที่เราคาดการเอาไว้ ดังนั้นผมอยากให้เราเตรียมกำลังคนเพิ่มไปอีกหนึ่งเท่า ผู้นำทุกท่านเห็นควรว่าอย่างไรครับ?องค์ประธานในการประชุมครั้งนี้คือนายน้อย ฮัน ซังฮยอก น้องชายคนเดียวของประมุขน้อย[เอ็น] เนื่องจากเมื่อคืนประมุขน้อยของทุกคนมีอาการไข้ขึ้นสูง จึงได้รับการรักษาจากนายแพทย์และต้องอยู่พักผ่อนดูอาการที่บ้านพัก 
               ดังนั้น  การประชุมครั้งนี้ ฮัน ซังฮยอก จึงต้องขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ใหญ่ตรงหัวโต๊ะแทนที่นั่งตำแหน่งซ้ายมือของตัวเอง เพราะต้องขึ้นเป็นองค์ประธานผู้ที่มีอำนาจสั่งการและสามารถตัดสินใจแทนประมุขน้อยเอ็นได้ทุกอย่างในครั้งนี้ 

               "จากที่ผมได้รับรายงานจากหน่อยลับของเราแล้ว ผมคิดว่าการจัดเตรียมกำลังรบฉุกเฉินเพิ่ม เป็นสิ่งที่เราควรต้องเตรียมการไว้ให้พร้อมที่สุดในกาลนี้ครับ" ท่านผู้นำตระกูล'มุน' เอ่ยเสริมอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่ซังฮยอกยกขึ้นมา

               "ถูกต้องครับ ในตอนนี้...เรามีเวลาเตรียมการทุกอย่างให้พร้อมได้อีกเพียงแค่เดือนเดียว ก่อนที่วันพิธีส่งมอบตราสัญญาลักษณ์ของประมุขน้อยของเราจะจัดขึ้น" แจฮวานกล่าวขึ้นบ้าง 

               "แต่ว่าการฝึกซ้อมบางอย่างก็ไม่สามารถทำอย่างเร่งรีบได้ เพราะอย่างนั้นเราจึงยังไม่สามารถจัดกองกำลังรบฝึกหัดของเราไปเข้าร่วมรบในกาลนี้ได้ และที่สำคัญคือ เราจำเป็นต้องมีกำลังรบที่มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับสูงเข้ามาเพิ่มมากกว่ากำลังรบระดับต่ำ ...ดังนั้น ผมจึงคิดว่าเราควรติดต่อไปขอกำลังเสริมจากพันธมิตรไร้นามที่ Morocco ครับ" ฮงบินกล่าวเสนอ 

               "พันธมิตรไร้นาม...เป็นหน่วยลอบสังหารที่จัดอยู่ในกลุ่มคนที่มีพลังกำลังรบระดับสูง พวกเขามีกำลังของหน่อยรบที่แข็งแกร่งและยอดเยี่ยมมาก... ถ้าได้กำลังเสริมจากพวกเขาเข้ามาช่วย ผมคิดว่ากำลังรบของเราก็ได้คงเปรียบศัตรูอยู่มากไม่น้อย" ผู้นำตระกูล'พยอน' 

               การประชุมเตรียมการป้องกันตั้งรับเหตุการณ์ตามการคาดการณ์ เพื่อรองรับหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ในระหว่างการเตรียมตัวของประมุขน้อยของ Zea'Die'to [เอ็น]เพื่อเข้าสู่พิธีการส่งมอบตราสัญลักษณ์ประมุข ที่จะมีการจัดพิธีอันสำคัญนี้ขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม 
               หากนับวันจากนี้ไป ก็คือเหลือเวลากันอีกแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น ที่พวกเราจะสามารถเตรียมความพร้อมทุกอย่าง ที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ การรบ ในศึกอันสำคัญที่มันอาจจะเกิดขึ้นแน่ๆในอนาคตอันใกล้นี้               
               ดังนั้น เพื่อเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เราจึงจำเป็นต้องมีการประชุมหารือกับเหล่าผู้นำตระกูลทุกคนในองค์กรฯอย่างเช่นนี้เป็นประจำ เพื่อหาข้อมูลและสิ่งบกพร่อง แนวคิด ข้อเสนอและแผนการใหม่ๆเพื่อนำมาปรับเปลี่ยนแก้ไข เพื่อให้ทุกอย่างมันสมบูรณ์ที่สุด นั้นแหละ คือ จุดประสงค์ของการประชุม


               "ครับ ดังเช่นที่ทุกท่านในห้องประชุมนี้ได้มีความเห็นชอบ มีความคิดเห็นที่ตรงกันแล้วว่า เราจำเป็นต้องมีกองกำลังเสริมที่มีประสิทธ์ภาพในระดับสูง ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยอย่างนั้นเช่นกัน 
               ดังนั้น เรื่องการขอกำลังเสริมจากพันธมิตรไร้นามที่ Morocco นั้น ผมรบกวนให้ผู้นำตระกูล'ยุน' เป็นทูตไปติดต่อเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ผู้นำตระกูลยุนจะว่าไรครับ? ท่านยุนมีปัญหาหรือว่าขัดข้องอะไรรึเปล่าครับ?" ซังฮยอกกล่าวถามถึงความสมัคใจเห็นชอบกับผู้ที่จะต้องรับหน้าที่นี้

               "ครับ ถ้าท่านนายน้อยฮัน เห็นควรว่าผมเหมาะสมที่จะเป็นทูตไปประสานงานกับพันธมิตรไร้นามที่ Morocco อย่างนั้น ผมก็ยินดีทำตามคำสั่งท่านนายน้อยฮันครับ" ผู้นำตระกูลยุนกล่าวรับขึ้นอย่างหนักแน่นด้วยความยินดี

               "ขอบคุณมากครับผู้นำตระกูลยุน  ...เอาหล่ะครับ การประชุมที่ใช้เวลากันยาวนานมาหลายชั่วโมงนี้ ตอนนี้ได้ก็ถึงเวลาจบการประชุมกันเสียที 
               ดังนั้น  ผม ฮัน ซังฮยอก ตัวแทนประมุขน้อยฯ ผู้เป็นองค์ประธานในการประชุมฯครั้งนี้ ผมต้องขอกล่าวคำขอบคุณผู้นำตระกูลทุกท่านที่ให้ความร่วมมือและสละเวลาอันสำคัญของทุกท่านเพื่อเดินทางมาเข้าร่วมในการประชุมนอกฐานทับหลักของเราในวันนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับทุกท่าน"




.

.

.




ในช่วงเวลายามบ่ายของวันต่อมา ณ บ้านพักต่างอากาศ

               เสียงหัวเราะสดใสและการเล่นน้ำในสระว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนานของกลุ่มผู้ชาย[5คน]ที่เกิดมาพร้อมรูปร่างหน้าตาที่ใครๆเห็นแล้วต้องเกิดความรู้สึกอิจฉาและหลงไหลชื่นชมพวกเขาได้อย่างแน่นอน



               ฮัคยอน แจฮวาน วอนชิค ฮงบินและซังฮยอก พวกเขาทั้งห้าคนกำลังเล่นแย่งบอลในน้ำกันอยู่ อย่างสนุกสนาน  โดยมี คุณจอง แทคอุน ผู้น่าสงสารที่ถึงแม้ว่าเค้าจะอยู่ในชุดว่ายน้ำเช่นกัน แต่ก็น่าเศร้าเหลือเกินที่คนชอบว่ายน้ำมากอย่างเค้าคนนี้ กลับต้องมาทำเพียงแค่นั่งมองดูคนอื่นเค้าลงเล่นน้ำกันในสระว่ายน้ำอย่างสนุกสนานแบบนั้น

               เพราะบาดแผลที่เค้าโดนแก้วบาดที่มือไปเมื่อสองวันก่อนนั้น แผลมันยังไม่สมานกันดี  มันจึงทำให้เค้าต้องคอยระวังแผลตัวเองไม่ให้โดนน้ำ...

               แค่การล้างหน้าและอาบน้ำในช่วงนี้ แทคอุนยังต้องให้คนอื่น[วอนชิคคนขี้เกียจ]มาช่วยเค้าเลย ช่างน่าเศร้าและน่าสมเพชตัวเองตอนนี้เหลือเกิน





               แทคอุนนั่งมองคนรักแสนดื้อของเค้าที่พึ่งจะหายไข้ไปเมื่อคืนนี้เอง ดูสิ พอตกบ่ายวันนี้มาก็ออกปากชวนพวกน้องๆออกมาเล่นน้ำกันที่สระใหญ่ข้างบ้าน โดยที่ไม่สนใจเลยว่าตัวเองนั้นพึ่งจะหายไข้มาแท้ๆ เฮ้ย...ฮัคยอนนะฮัคยอน

               แต่ที่น่าน้อยใจมากกว่านั้นก็คือ ผมคนนี้ไงครับ ผมคนนี้ไง...คนที่ฮัคยอนคงลืมไปแล้ว ว่าผมก็ยังอยู่ที่นี่ด้วย!

                มันโคตรรู้สึกอึดอัดใจจริงๆเลยนะครับ  ตั้งแต่ฮัคยอนตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายเพราะพิษไข้ในวันนั้น จนถึงตอนนี้ ผมก็โดนฮัคยอนเมินใส่และยังชอบหลบหน้าทำตัวห่างเหินกับผมอีก

               ผมพยายามเข้าไปหา...ฮัคยอนก็เดินหนี
               ผมพยายามพูดด้วย...ฮัคยอนก็แกล้งไม่ได้ยินแล้วก็หันไปคุยกับคนอื่น
               ผมแทบไม่ได้สัมผัสตัวฮัคยอนเลยหนึ่งวันที่ผ่านมา...

               แค่ผมคนเดียว มีแค่ผมคนเดียวจริงๆที่ฮัคยอนทำเย็นชาใส่ ทำเหมือนไม่มีผมอยู่ในสายตาของเค้าเลยแม้สักวินาที

               ทำไม? ผมไม่เข้าใจ? ผมไม่เข้าใจว่าผมทำอะไรผิดกับฮัคยอนมากขนาดไหนกัน? ผมถึงที่ต้องมาโดนฮัคยอนทำเย็นชาใส่กันมากขนาดนี้...ผมไม่รู้เลยจริงๆ

               เมื่อคืนก็เช่นกัน...



[เรื่องของเมื่อคืน]

               "วอนชิคอา แทงลูกอย่างนั้น..ก็แพ้เจ้าพวกนี้ตลอดเลยน่ะสิ" ฮัคยอนที่ยืนดูพวกน้องๆเล่นแข่งเกมส์พูลกันอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้นเมื่อได้มาเห็นกับตาตัวเองจริงๆแล้วว่า 

               คิม วอนชิค แม่งโคตรคนกากแห่งการเล่นพูลจริงๆอย่างที่พวกน้องๆบอกเค้ามาเลย ฮ่าๆ


               "อา ก็...ก็ผมไม่ค่อยได้เล่นมันนี่ครับฮยอง มันก็เลย..เป็นอย่างที่เห็น" วอนชิคเกาท้ายทอยอย่างอายๆ แต่ก็ยังพยายามพูดแถ พูดแก้ตัวไปเรื่อยเพื่อไม่ให้ตัวเองดูอ่อนหัดเกินไป

               "โธ่~วอนชิคฮยอง อย่าเลยครับ ..อย่ามาพยายามพูดแถความกากของตัวเองเลยครับ" ซังฮยอกผู้ไม่เคยพลาดการตอกย้ำซ้ำเติมเหยื่อผู้ที่ยังไงๆก็ต้องแพ้และต้องเสียเงินพนันในครั้งนี้อีกแน่ๆ

               "โฮลลล น้องฮยอกอ่ะ" วอนชิคแทบทรุดเพราะวาจาของซังฮยอกเลยทีเดียว แล้วทุกคนก็พากันระเบิดหัวเราะ[เยาะ]ในความกากของวอนชิคกันทุกคน ไม่เว้นแม้แต่แทคอุนที่นั่งนิ่งเงียบอยู่คนเดียวตรงโซฟามุมห้อง

               "น่าๆๆ ไม่เป็นไรนะครับวอนชิคของฮยอง เดี๋ยวเอ็นฮยองคนนี้แหละ จะช่วยสอนการเล่นพูลขั้นเทพให้นาย จนเอาชนะเจ้าเด็กพวกนั้นได้เลย...มานี่สิวอนชิคอา" ฮัคยอนเอ่ยพูดบอกกับวอนชิคพร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้พวกน้องๆสามคน ที่เริ่มพากันทำหน้าคิดหนักขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินและเห็นสายตาแบบนั้น?ของฮัคยอน

               'เอาไงดีล่ะ? พวกเราแย่แล้วสิ' เสียงความคิดที่มันดังขึ้นพร้อมกันของทั้งสามคน[แจฮวาน ฮงบิน ซังฮยอก



               แล้วการสอนเล่นพูล[สุดจี๊ดดดด]โดยครูฮัคยอนก็ได้เริ่มขึ้น...

               "วอนชิคอา จับไม้คิวแบบนี้นะ..." ฮัคยอนลองทำท่าการจับไม้คิวอย่างถูกวิธีให้ดูก่อน

               "ว้าวววว ท่าสวยมากเลยอ่ะ[เซ็กซี่โคตรๆ]" สามแสบร้องว้าวอุทานขึ้นมาพร้อมกัน  

               และแทคอุนที่ทำเหมือนไม่สนใจทำเป็นกำลังอ่านหนังสืออยู่ ก็ยังต้องกลืนน้ำลายแอบจิกตามองผ่านขอบบนของสันหนังสือเล่มที่ถือบังหน้าไว้อยู่นั้น ดูคนรักที่กำลังโพสท่าทางที่โคตรเซ็กซี่อยู่กลางผู้ชายคนอื่น [ถึงจริงๆพวกเขาก็คือเหล่าน้องชายก็เถอะ]


               "วอนชิคอา อย่างนี้นะ...ต้องจับไม้คิวไว้แบบนี้" ฮัคยอนเดินเข้ายืนซ้อนหลังวอนชิค แล้วก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ชิคเพื่อช่วยจัดท่าที่ถูกต้องให้วอนชิค

               "อะ  อา...บะ แบบนี้เหรอครับ?" วอนชิคพยายามเลียนแบบท่าทางในการจับไม้คิวให้เหมือนที่ฮัคยอนทำให้ดูมากที่สุด

               "อืม...ใช่ๆ เบี่ยงร่างออกจากโต๊ะเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มันไปรบกวนการแทงลูก..." ฮัคยอมละมือข้างที่จับทาบอยู่บนมือของวอนชิคออก แล้วเปลี่ยนมาจับดันที่สะโพกสอบของวอนชิค เพื่อให้ร่างของวอนชิคขยับไปอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการแทงลูก

               "อืม...วางตำแหน่งตัวเองใกล้โต๊ะแต่อย่าชิดโต๊ะเกินไป...แล้ววอนชิคต้องก้มตัวลงไปแบบนี้..." ฮัคยอนพูดไปด้วยดันตัววอนชิคให้ก้มลงไปด้วย

               "อย่าเกร็งตัวสิ" ฮัคยอนเอ็ดขึ้นเพราะวอนชิคเอาแต่เกร็งและยังขืนตัวไว้ไม่ยอมผ่อนคลายอีก

               "อะ อา ครับ..ขอโทษครับ" วอนชิคสูดหายใจเข้าออกลึกๆพยายามผ่อนคลายตามที่ฮัคยอนบอก


               ฮู้ววว ความใกล้ชิคกันแบบนี้....มันก็อันตราย[ต่อหัวใจ]เหมือนกันนะครับ


               "ตั้งใจสิ อยากแพ้แล้วเสียเงินให้พวกเขาอีกรึไงหือ?" ฮัคยอนกดเสียงกระซิบเบาๆที่ข้างหูจากด้านหลัง

               ฮึ่มมมมมม...ขนลุกซู่เลยละครับ/วอนชิคโว๊ยแกต้องอดทนแข็งใจเข้าไว้


               ร่างบางของฮัคยอนที่ยืนประกบแนบชิดอยู่ที่ด้านหลังของวอนชิค 
               มือข้างซ้ายจับวางอยู่เหนือสะโพกสอบข้างซ้ายของวอนชิค 
               มือข้างขวาของฮัคยอนจับเกาะไว้อยู่ที่บนหัวไหล่หนาข้างขวาของวอนชิค
               ฮัคยอนเกยคางอยู่บนไหล่หนาข้างขวาของวอนชิค แล้วหันหน้าเข้าไปพูดกระซิบเสียงเบาที่ข้างหูขวาของวอนชิค[ท่ามันดูเรท...มาก] 

               หลังจากนั้น ฮัคยอนก็จึงขยับตัวถอยห่างออกมา[เล็กน้อย]แล้วเริ่มสอนขั้นตอนต่อไป ทั้งสองคนติวสอนการแทงลูกและเทคนิคบลาๆๆ กันอยู่สักพักใหญ่ จนฮัคยอนเห็นควรแล้วว่า ตอนนี้วอนชิคสามารถเข้าใจหลักการและวิธีเล่นที่ถูกวิธีได้จนเก่งแล้ว ฮัคยอนคิดว่าควรจบวิชาการเล่นพูลขั้นเทพของตัวเองกับวอนชิคกันเสียที


               "ดีมากๆ วอนชิคอา ไหนลองแทงลูกแบบสวยๆให้ฮยองดูหน่อยสิครับ"

               "โอเค ตามความประสงค์ของเอ็นฮยองเลยครับ"








แปะๆๆ

               "เยี่ยมมาก มันต้องแบบนี้สิครับวอนชิคคนเก่งของฮยอง" ฮัคยอนกระโดนกอดกันไปมากับวอนชิค ด้วยท่าทางดีอกดีใจ ปลาบปลื้มกันอย่างสุดๆ


               หึ มีความสุขกันไม่เกรงใจผมแทคอุนคนนี้บางเลยนะครับฮัคยอน

 
               "ฮัคยอนครับ" ผมแทคอุนที่ทนดูอยู่เฉยๆไม่ไหว จึงต้องลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคนรักของตัวเอง ที่ยังคงโอบไหล่โอบเอวกันกับวอนชิคไม่ยอมปล่อย  

               ผมเอื้อมไปจับที่มือเล็กของฮัคยอนเอาไว้ แต่ก็โดนฮัคยอนสะบัดมือออกจากมือผมแทบจะทันทีเลย หึ ทีคนอื่นทำมากกว่านี้อีก ฮัคยอนก็ยังไม่เห็นจะว่า ไม่เห็นจะมีท่าทางปฏิเสธกันอะไรแบบนี้เลยนี่ครับ ...ทำกับผมเกินไปนะครับฮัคยอน

               "ฮัคยอน" ผมเรียกคนรักด้วยความรู้สึกตัดพ้อน้อยใจ

               "...อะไร?" น้ำเสียงและสีหน้าที่ดูไม่ใส่ใจกันแบบนั้นคืออะไรกันครับฮัคยอน

               "ผมอยากรู้ว่าผมต้องทำยังไงเหรอครับ?" ผมถามฮัคยอนออกไปตรงๆ

               "ทำอะไรล่ะ?" ฮัคยอนถามเสียงมึนเหมือนไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ผมรู้ว่าฮัคยอนรู้ว่าผมถามถึงอะไร

               "ก็ที่ฮัคยอนทำกับผมอยู่นี่ไงครับ เย็นชา ไม่สนใจ แถมยังแยกห้องนอนกับผมอีก.. ผมผิดอะไรบอกผมสิ ผมจะได้รู้ จะได้แก้ไขมันให้ถูกใจคุณไงครับ ฮัคยอน" ผมพูดเสียงจริงจัง

               " .... " ฮัคยอนหลบตาผมเงียบไม่ยอมพูดตอบอะไรในคำถามของผมเลย

               "ฮัคยอน บอกผมหน่อยสิครับ บอกให้ผมได้รู้มันที...อึก"  เพราะแรงอารมณ์และความกดดันที่เกิดขึ้นมาในใจ ผมเลยเผลอกำมือข้างที่มีแผลของตัวเองเข้ากันจนแน่น 
               ความเจ็บปวดที่แผลลึกกว้างตรงฝ่ามือของผมมันจึงแล่นจี๊ดขึ้นมาทันที และความเปียกแฉะตรงบริเวณปากแผลก็ค่อยๆเริ่มเพิ่มจำนวนของเหลวที่มันหยดไหลออกมาจากร่างกายของผมเรื่อยๆ 

               ผมค่อยๆซ่อนร่องรอยความเจ็บปวดตรงมือของผมข้างที่มีแผลเลือดออกอยู่ในตอนนี้ พยายามหลบเบี่ยงมือไปไว้ข้างหลัง เพื่อหลบซ่อนจากสายตาของฮัคยอน 

               "โอเค... ครับ ได้...ไม่เป็นไร ถ้าฮัคยอนไม่อยากพูดมันก็ไม่เป็นไรครับ" ผมพยายามกัดฟันพูดเพราะต้องอดทนต่อความเจ็บปวด ที่ตอนนี้ผมเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะว่า ที่มันรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้เพราะบาดแผลที่มือหรือเพราะความเงียบของฮัคยอนกันแน่

               " .... " ฮัคยอนเม้มปากแน่นอย่างไม่รู้จะต้องทำอย่างไรในตอนนี้

               "ฮัคยอนคงไม่อยากตอบอะไร..งั้นผมไปเข้านอนแล้วนะครับ ฮัคยอนเองก็อย่าเข้านอนดึกนะครับ เออ..ทุกคนก็ด้วยนะ ฝันดีครับ" ผมรีบพูดๆทุกอย่างให้มันจบๆไป แล้วจึงรีบสาวเท้ายาวๆก้าวเดินออกไปจากห้องเลาจน์ทันที เพราะผมไม่ไหวแล้ว แผลที่ฝ่ามือของผมมันเปียกชุ่มเลือดเต็มไปหมด 
               ถ้าอยู่นานกว่านั้นก็กลัวว่าเลือดผมมันจะไหลหยดลงไปเปื้อนที่พื้นจนทุกคนเห็นมันเข้า ไม่ได้หรอก ผมไม่อยากให้ใครรู้และไม่ต้องการให้ใครมาลำบากเพราะผมอีก ดังนั้นผมจึงควรรีบออกมาจากตรงนั้นเองแบบนี้แหละถูกต้องแล้ว 

'จอง แทคอุน นายทำถูกต้องแล้วล่ะ นายทำถูกต้องแล้ว'






               คล้อยหลักจากที่แทคอุนได้เดินหนีออกไปจากห้องเลาจน์ บรรยากาศในห้องที่เคยสดใสครึกครื้นก็เริ่มเกิดความเงียบลงช้าๆ
               ฮัคยอนและทุกคนในห้องต่างก็ยังคงนิ่งค้างอยู่กับที่เช่นนั้นไม่มีใครขยับหรือพูดอะไร เพราะเหมือนว่าทุกคนจะมีอาการมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ไม่มีใครกล้าเอ่ยกล้าพูดอะไรออกมา

               พวกน้องๆต่างก็หันหน้ามองกันไปมา คุยถามกันผ่านทางสีหน้าและสายตากันอยู่แบบนั้นอย่างเงียบๆว่า 'พวกเราควรจะช่วยพี่ใหญ่สองคนที่เหมือนจะงอนกันอีกแล้วนี่...ยังไงกันดี?'


               "น้องฮยอกอา" ฮัคยอนเอ่ยเรียกน้องชายตัวเองขึ้นหลังจากที่ยืนนิ่งเงียบกันมาสักพัก[ประมาณ 5 นาทีได้]

               "ครับ เอ็นฮยอง" ซังฮยอกรีบก้าวเดินเข้าไปหาพี่ชายของตัวเองใกล้ๆ

               "เออ...น้องฮยอกช่วยไปทำแผลที่มือของแทคอุนให้ฮยองหน่อยสิครับ" ฮัคยอนเอ่ยขอร้องน้องชายด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ 


'ไม่มีการทักท้วงขึ้น ก็ใช่ว่าจะไม่เห็นอะไรหรอกนะ' 


               ถึงแทคอุนจะแกล้งทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้น แต่ฮัคยอนคนนี้ก็ยังตาไวทันสังเกตเห็นอยู่ดีว่านั้นแหละว่า แทคอุนคนดื้อของฮัคยอน อารมณ์ขึ้นจนลืมตัว เผลอกำมือตัวเองแน่นจนแผลเลือดออก 
        ถึงจะรู้อยู่อย่างนั้น แต่ฮัคยอนก็ไม่พูดว่าอะไรแทคอุน ถึงจะใจกระตุกเพราะนึกเป็นห่วง แต่ฮัคยอนก็ต้องใจแข็งทำเป็นนิ่ง ทำเหมือนว่าตัวเองไม่เห็นอะไร เพราะคิดอยู่ว่าถ้าหากเค้าพูดอะไรออกไปแล้ว มันจะยิ่งทำให้แทคอุนรู้สึกแย่ไปกว่าเดิมรึเปล่า? 
        ดังนั้น ฮัคยอนจึงเลือกที่จะปล่อยแทคอุนไปแบบนั้น โดยไม่คิดจะพูดหรือห้ามรั้งใดๆ

               "อา ได้สิครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ... อา งั้นผมไปทำแผลให้แทคอุนฮยองก่อนละกัน" ก่อนจะได้เดินออกไปทำตามสิ่งที่พี่ชายขอร้อง ซังฮยอกก็เข้าไปกอดร่างบางของพี่ชายตัวเล็กแน่นๆอย่างให้กำลังใจ เพราะรู้สึกเหมือนว่าช่วงนี้พี่ชายของเค้าคนนี้จะมีอารมณ์แปรปรวน ขี้โมโห ขี้งอนขึ้นเยอะกว่าแต่ก่อน[มาก]จนพวกเค้าตามอารมณ์กันแทบไม่ทัน เลยต้องตามใจเอาใจฮยองคนนี้กันมากๆหน่อย

               "อืม ขอบใจนะ" ฮัคยอนกอดตอบและตบหลังน้องชายตัวเองเบาๆสองสามที ก่อนทั้งคู่จะละออกจากกัน แล้วซังฮยอกก็หันหลังเดินออกจากห้องไป

               "เอ็นฮยอง ไม่เป็นไรนะครับ?" ฮงบิน[คนที่รู้และเข้าใจทุกอย่างดีที่สุด]เดินเข้าจับไหล่เล็กของฮัคยอนพร้อมกับรอยยิ้มให้กำลังใจ

               "อือ ฉันไม่เป็นไร" ฮัคยอนตอบเสียงอ่อน

               "ช่วงนี้ฮยองดูไม่ค่อยโอเคเลยนะครับ" แจฮวานเดินเข้าใกล้ๆฮัคยอนแล้วยกหลังมือของตัวเองขึ้นไปแตะวัดไข้ที่หน้าของฮัคยอนอย่างรู้สึกเป็นห่วง

               "ฉันหายไข้แล้วน่าแจฮวาน ไม่ต้องห่วงกังวลหรอก" ฮัคยอนยิ้มบอกออกไปอย่างนั้นเพื่อต้องการให้แจฮวานเลิกห่วงกังวลกับเรื่องนั้นเสียที

               "แต่ผมก็ยังเป็นห่วงเอ็นฮยองคนนี้ของผมอยู่ดีนั้นและครับ" แจฮวานลูบแก้มนิ่มของฮัคยอนเบาๆอย่างเอ็นดู เพราะช่วงนี้รู้สึกจะเห็นด้านเด็กน้อยของเอ็นฮยองคนนี้ของเค้าออกมาอยู่บ่อยๆ

               "อือ ขอบคุณ" ฮัคยอนเองก็ยกมือขึ้นไปลูบผมนุ่มบนศรีษะของแจฮวานคืนเบาๆอย่างเอ็นดูด้วยเช่นกัน

               "เออ...นี่ก็ดึกมากแล้ว ผมว่าเราแยกย้ายกันไปพักผ่อนดีว่านะครับ" วอนชิคกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว

               "อือ จริงด้วย งั้นเดี๋ยวผมจะเดินไปส่งเอ็นฮยองที่ห้องนอนเองครับ" ฮงบินบอก

[จบเรื่องเล่าของเมื่อคืน]

.

.





กลับมาที่สระว่ายน้ำ...

               แทคอุนคนน่าสงสารที่ทำได้แต่นอนคิดโน้น คิดนี่ เยอะแยะไปหมดอยู่คนเดียวบนเก้าอี้นอนตัวยาวข้างสระ โดยที่ก็ยังคงไม่มีใครสนใจเค้าเลย เพราะทุกคนกำลังสนุกสนานเมามันส์กับเกมส์เล่นแย่งบอลในน้ำกัน 
               แทคอุนที่นั่งนอนเบื่อคิดอะไรไปเรื่อยเปี่อยอยู่อย่างนั่นคนเดียวอยู่อย่างเหงาๆลำพัง จนกระทั่งสุดท้ายเค้าก็ผล็อยหลับไป 

.

.

.

จึกๆ จึกๆ

               "อื้อ-อ...อ" แทคอุนทำเสียงงอแงขึ้นอย่างรำคาญที่มีอะไรมารบกวนการหลับของเค้า

               "ฮยอง แทคอุนฮยอง" วอนชิคยังคงเรียกและสะกิดปลุกที่ลำแขนแกร่งของแทคอุน

               "อื้อ...วอนชิคเหรอ?" แทคอุนหลี่ตาขึ้นมองตามเสียงเรียกปลุกที่เค้าจำได้ดีว่ามันคือเสียงของวอนชิค

               "ครับ ตื่นเถอะ ตอนนี้อาการเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวไม่สบายนะฮยอง" วอนชิคบอก

               "แล้ว...ทุกคนล่ะ?" แทคอุนลุกขึ้นมานั่งแล้วหันมองออกไปรอบๆสระว่ายน้ำที่ในตอนนี้ไม่มีใครแล้ว

               "ทุกคนเค้าเลิกเล่นน้ำกันไปได้เกือบจะชั่วโมงได้แล้วมั้ง" วอนชิคตอบหน้าซื่อ

               "อา อย่างนั้นเอง" จริงด้วยสิ ตอนนี้วอนชิคเองก็เปลี่ยนมาอยู่ในชุดลำลองธรรมดาๆ ไม่ใช่ชุดว่ายน้ำเหมือนอย่างก่อนหน้านี้แล้วด้วย

               "ครับ เพราะแบบนั้นเอ็- ..เออผมเลยต้องออกมาปลุกฮยองกลับเข้าบ้านนี่ไงล่ะ" เกือบหลุดชื่อเอ็นฮยองออกไปแล้วสิ วอนชิคเอ๊ย

               "อา เอ่อๆ ขอบใจ หาววว" ดีหน่อยที่แทคอุนฮยองพึ่งจะตื่น ประสาทในการรับฟังจึงยังไม่ค่อยดี 100%  เลยทำให้แทคอุนฮยองไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

               แล้วหลังจากนั้นแทคอุนก็ขึ้นลุกยืนบิดตัวไปมาให้มันคลายความเมื่อยล้าก่อน แล้วจึงได้เดินนำวอนชิคกลับเข้าไปในบ้าน

.

.

.

ณ ห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ ภายในบ้านพัก

               ซังยอกกำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มเล็กอย่างอารมณ์ดีอยู่บนโซฟาใหญ่กลางห้อง คนเดียว

พรึบ..บ

        วอนชิคเดินเข้าไปนั่งลงที่โซฟาเล็กที่ตั้งอยู่เยื่องๆกันกับโซฟาที่ซังฮยอกนอนอยู่

        "แทคอุนฮยองตื่นแล้วเหรอครับ?" ซังฮยอกลดหนังสือการ์ตูนในมือลงเล็กน้อยก่อนจะถามวอนชิคที่เข้ามานั่งในห้องด้วยกัน

        "ครับ ตื่นแล้ว ตอนนี้ไปเปลี่ยนชุดอยู่ที่ห้อง ...คนอื่นๆล่ะ?" วอนชิคเอ่ยถามต่อเพราะพอเค้าเดินเข้ามาในบ้านก็เหลือแค่ซังฮยอกที่ยังคงนอนอ่านการ์ตูนอยู่ โดยที่อีกสามคนที่ก่อนหน้านี้ก็ยังนั่งคุยเล่นกันอยู่ตรงนี้อยู่เลย แต่ตอนนี้หายไปไหนกันหมดแล้วก็ไม่รู้

       "เห็นบอกว่ามีธุระข้างนอกต้องออกไปทำกันน่ะครับ อ้อ เกือบลืมไปเลยว่า ก่อนจะออกไปพวกฮยองเค้าบอกผมไว้ว่าจะอาจจะกลับมาดึก เลยให้พวกเราที่อยู่ที่บ้านทำมื้อเย็นทานกันก่อนได้เลยไม่ต้องรอ..ครับ พวกฮยองเค้าบอกผมไว้เท่านี่ละครับ" ซังฮยอกลุกขึ้นมานั่งบอกเล่าสิ่งที่พวกฮยองทั้งสามคนฝากบอกกับวอนชิคอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแม้สักคำเดียว

       "อา อย่างนั้นเอง ถ้างั้นเดี๋ยวแทคอุนฮยองลงมาแล้ว เราค่อยไปทำมื้อเย็นกินกันละกันเนอะ" วอนชิคพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วจึงเอ่ยออกไปอย่างนั้นกับซังฮยอก โดยไม่ติดใจถามถึงธุระอะไรที่ทั้งสามคนต้องออกไปทำกันในเวลาใกล้ค่ำแบบนี้

        "ครับ ผมยังไงก็ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ" ซังฮยอกพูดตอบกลับด้วยรอยยิ้มสดใสกับวอนชิค แล้วจากนั้นบทสนทนาของทั้งสองคนก็ได้จบลง





/ฮยองคนอื่นไม่อยู่ 
/LRฮยองเลยต้องดูแลน้องฮยอก ㅋㅋㅋ







*แถม
ตกดึก[secret night LeoN]

               หลังจากที่ซังฮยอกได้ตามเข้ามาหาแทคอุนที่ห้องนอนพร้อมกล่องพยาบาลเพื่อมาทำแผลให้แทคอุนใหม่ตามคำขอร้องจากฮัคยอน  
               ซังฮยอกทำแผลให้แทคอุนเสร็จก็ยังบังคับให้แทคอุนกินยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดลดไข้ที่ตัวเองจัดเตรียมมาให้กินไปอย่างละเม็ดอีกด้วย 
               เมื่อเสร็จธุระทุกอย่างตามที่ฮัคยอนสั่งมาเรียบร้อยแล้ว ซังฮยอกก็บอกแทคอุนได้นอนพักผ่อนซะ แล้วจากนั้นซังฮยอกก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนบ้างเช่นกัน
               คล้อยหลังจากซังฮยอกออกไปจากห้องเพียงไม่นาน แทคอุนได้หลุดเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราไปเพราะฤทธิ์ยาด้วยและความเหนื่อยล้า



ตึก ตึก ตึก...

               ฮัคยอนเดินเข้ามาหาแทคอุนในห้องนอน หลังจากที่เค้าได้มั่นใจแล้วว่าแทคอุนได้หลับไปแล้ว
               ฮัคยอนค่อยๆเดินเข้าไปนั่งลงบนขอบเตียงนอนข้างๆลำตัวของแทคอุนอย่างค่อยๆเบาๆเพราะกลัวจะทำให้แทคอุนตื่น 
               ตอนนี้ แทคอุนนอนหลับอยู่ในท่านอนหงาย เขาเอามือข้างที่เป็นแผลขึ้นมาวางไว้ตรงบริเวณหน้าท้องของเขา
               โดยปกติแล้ว แทคอุนเป็นคนที่นอนนิ่งอยู่แต่ท่าเดิมไม่ค่อยนอนดิ้นเท่าไร ฉะนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงเท่าไรว่า แทคอุนจะเผลอนอนทับแผลตัวเองรึเปล่า? อะไรทำนองนั้นคือไม่จำเป็นต้องกังวลเลย

               ฮัคยอนนั่งนิ่งๆมองดูแทคอุนกำลังหลับอยู่พักหนึ่ง มือเรียวสวยของฮัคยอนค่อยๆเอื้อมขึ้นไปปัดเกลี่ยปอยผมตรงหน้าผากของแทคอุนเอาไปอย่างแผ่วเบา 
               ฮัคยอนแค่ไม่อยากให้มีอะไรมาบดบังใบหน้าหล่อๆของแทคอุนที่ฮัคยอนชอบมอง  ใบหน้าของคนดื้อที่แสนมีเสน่ห์อันน่าหลงใหล  
               ฮัคยอนยิ้มชอบใจทันที เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อๆของแทคอุนชัดๆ โดยไม่มีอะไรมาบดบังเหมือนเช่นเมื่อครู่แล้ว 
               ฮัคยอนมองแทคอุนที่หลับอยู่ด้วยสายตาอ่อนโยนที่สุด ก่อนจะค่อยๆโน้มตัวลงไปประทับจูบแสนแผ่วเบาค้างเอาไว้ที่หน้าผากแคบของแทคอุนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยถอยกลับนั่งตัวตรงเช่นเดิม 

               ฮัคยอนนั่งมองหน้าคนรักที่ยังคงหลับอยู่อย่างนั้นด้วยรอยยิ้มและสายตาที่แสนเอ็นดู ก็ดูสิ เวลาที่แทคอุนนอนหลับอย่างนี้ที่ไรเขาก็จะดูเหมือนเด็กน้อยใสซื่อมากๆคนหนึ่งตลอดเลย มันดูน่ามอง น่าเอ็นดู จนอดไปได้ที่จะต้องยกมือขึ้นไปลูบหัวกลมของแทคอุนเบาๆอย่างต้องการกล่อมอีกคนให้ได้นอนหลับฝันดี

               ....zzz"

               "หึ คงกำลังหลับฝันดีอยู่ละสินะ แทคอุนของฉัน" ฮัคยอนยิ้มอย่างโล่งใจที่เห็นว่าสีหน้าขณะหลับอยู่ของแทคอุนค่อยดูผ่อยคายขึ้นจากเดิม 

               หลังจากที่ได้ลูบหัวกล่อมแทคอุนอยู่นาน จนตอนนี้ฮัคยอนก็เริ่มจะรู้สึกเมื่อยมือข้างนั้นแล้วละสิ 
               ฮัคยอนเลิกลูบหัวกล่อมแทคอุน แล้วจึงยกมือข้างนั้นออกมาสะบัดๆข้อมือให้มันหายเมื่อยอยู่สองสามที แล้วจึงค่อยหันกลับมาสนใจที่แทคอุนต่ออีกครั้ง 

               ตากลมสวยของฮัคยอนค่อยๆกวาดตามองสำเร็จคนร่างหนาที่กำลังนอนหลับอยู่ตรงหน้าตัวเองอีกครั้งอย่างละเอียด
               มือสวยของฮัคยอนค่อยๆเอื้อมออกไปลูบเบาๆผ่านบนผ้าก็อซสีขาวที่หลังมือของแทคอุนอย่างทะนุถนอมแผ่วเบา 
               ฮัคยอนเม้มปากแน่น เพราะความรู้สึกผิดในใจเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ฮัคยอนสำนึกผิดกับแทคอุนอยู่เสมอ ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเมื่อไหร่.. กับการกระทำที่แย่ๆของตัวเองที่ได้แสดงออกมากับอีกคน จนทำให้คนรักของเค้าคนนี้ต้องเจ็บซ้ำ เสียใจ อยู่หลายครั้งหลายหน...
 
               "แทคอุนอา ขอโทษนะ ...นายเจ็บตัวเพราะฉันอีกแล้ว"

               " ....zzz"

               "ขอโทษจริงๆนะ"

               " ....zzz"

               "ฉันอยากให้นายรู้...ว่าฉันไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ"

               " ....zzz"

               "แต่ยังไงก็ช่วยอดทนกับฉันคนนี้ไปอีกสักหน่อยนะ แทคอุนอา"

               ฮัคยอนฝากสัมผัสอุ่นและนุ่มนวลจากจูบที่แสนอ่อนโยนและแผ่วเบาของตัวเองไว้บนริมฝีปากอิ่มของแทคอุนอีกครั้งเป็น Goodnight kiss  ก่อนที่ฮัคยอนจะได้ลุกเดินออกไปจากห้องนั้น

'ไม่ว่าเมื่อไหร่ แทคอุนก็คือหัวใจของฮัคยอนนะครับ'

              



100%%%%%%%%

/คำผิดก็ยังไม่ได้ตรวจ ไม่ได้แก้นะคะ แวะมาอัพก่อน 5555

















ครอบครัวสุขสันต์







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #46 Cha_n (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:09
    ยอนงอนอีกแล้ววว...อุนก็ง้อวนไปสิ
    #46
    0