THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 25 : บทส่งท้าย [1.6]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

THE FREAK OUT !

회 25 นักโทษที่ถูกกักขัง?



ที่ไหนกัน?
ผมคิดว่าตอนนี้ผมลืมตาอยู่นะ? 
แต่ทำไมทุกอย่างที่มองเห็นมันถึงได้มีแต่ความมืดมิด?
ไม่ว่าผมจะพยายามเพ่งมองออกไปมากแค่ไหน...
ความมืดมิด มันก็ยังคงเป็นสิ่งเดียวที่ผมเห็น

ความเงียบ..
ความมืดมิด..
และบรรยากาศที่แสนอึดอัด..
ผมกำลังถูกกักขังอยู่ในที่แห่งนี้?
แม้ว่าร่างกายของผมจะเป็นอิสระ 
เพราะไม่ได้ถูกจับมัดไว้ด้วยอะไร
แต่มาอยู่ในที่ที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรๆเลยเช่นนี้

มันก็เป็นการกักขังที่น่ากลัวไม่ต่างกัน
ความรู้สึกกลัวมันก่อตัวขึ้นมาเรื่อยๆ
ผมได้แต่นั่งกอดเข่า อย่างสั่นเทา ด้วยความกลัว
ผมกลัว ผมไม่กล้าแม้แต่ที่จะส่งเสียงร้องเรียกออกไป 
เพื่อหวังให้ใครได้ยิน แล้วเข้ามาช่วยผมออกไป

ไม่ ผมไม่กล้าพอที่จะทำเช่นนั้นได้!

แม้ผมจะอยู่ในความมืด...
แต่ทว่า ผมก็ยังรู้สึกถึงสายตาอันน่ากลัว
ที่เหมือนว่าจ้องมองผมอยู่ในนี้ตลอดเวลา...

ไม่นะ!!!

มันกำลังทำให้ผมกลัวจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ทำไม?
ทำไมผมถึงต้องอยู่ในที่ที่น่ากลัว น่าขนลุก อย่างนี้ด้วย?
เพราะอะไรกัน?

เขาจับผมมาทิ้งไว้ที่นี่ได้ยังไง...???


*

*

*







ปัง!  ปัง!  ปัง!

แกร๊ก  แกร๊ก..ก ปัง โครมมม!

               ทันทีที่เสียงดังสนั่นคล้ายเสียงปืน ที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันอย่างรุนแรงที่ด้านนอก ที่คาดว่าไม่ได้ห่างไปจากตรงจุดที่แทคอุนโดนขังตัวไว้ไกลเท่าไหร่นัก  

              หลังจากเกิดสียงการปะทะกันดังขึ้นอย่างรุนแรงดังมาได้ไม่นาน  ก็มีเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่เหมือนกำลังวิ่งดังใกล้เข้ามาในจุดที่ที่แทคอุนโดนจับขังอยู่ มันเริ่มดังชัดขึ้นและกำลังใกล้เข้ามาทุกที ..ทุกที  

               เสียงดังโครม! สนั่นหวั่นไว้ไปทั่วห้องขังโทรมๆ เพราะประตูบานหนาเก่าๆนั้นถูกใครบางคนพังมันเข้ามาอย่างแรง  จนมันพังกระเด่นหลุดออกจากกรอบประตูล้มตึง!  เข้ามาในห้องทั้งบาน  มันจึงทำให้ห้องขังที่มันมีแต่ความมืดอับแสงห้องนี้ได้มีแสงจากข้างนอกสาดส่องเข้ามาในทันที 

               แทคอุนสะดุ้งเฮือกทันทีที่มีคนพังประตูห้องขังเข้ามาอย่างนั้น  ด้วยเพราะเค้าเองก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร? คนที่พังมันเข้ามาและก็ไม่รู้ด้วยว่าคนนั้นจะมาดี? รึว่ามาร้าย?  มันจึงไม่แปลกเลยที่แทคอุนจะตื่นตกใจและมีอาการท่าทางที่หวาดระแวงกลัวจนตัวสั่นอย่างเช่นนี้


               "แทคอุน!" เสียงนุ่มหวานที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นจากคนที่พังประตูเข้ามาจากข้างนอก  ทำให้แทคอุนน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ด้วยความดีใจ

               "!!..ยอนอา ฮัคยอนอา!" แทคอุนร้องเรียกชื่อคนรักของตัวเองออกมาด้วยความดีใจทั้งน้ำตา อยากจะจากวิ่งเข้าไปกอดคนรักเหลือเกิน แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะตอนนี้เค้าโดนจับมัดเชือกตึงแขนทั้งสองข้างติดเข้ากับพนังห้องที่มันทั้งขรุขระและเย็นเฉียบไว้อย่างแน่นหนาจนแทบขยับไม่ได้ เลยทำให้แทคอุนได้แต่ร้องเรียกชื่อของคนรักอยู่เช่นนี้

                    "เฮ้อ..แทคอุน  แทคอุนอา ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ผมมาช่วยคุณแล้ว" ฮัคยอนรีบเข้าไปตัดเชือกที่มันผูกมัดอยู่ที่สองข้อมือของแทคอุนนั้นออกทันที โดยไม่ต้องรอให้ต้องมีใครมาบอกอะไรทั้งนั้น  และเค้าเองก็ไม่คิดจะทำอะไรให้มันชักช้าเสียเวลาไปมากกว่านี้ด้วย



ฉับ!  ฉับ!



               ฮัคยอนใช้ดาบยาวที่พกติดตัวมาด้วยนั้น จัดการตวัดคมดาบตัดเชือกหนาสองเส้นที่มันได้ผูกมัดพันธการทั้งสองข้อมือของแทคอุนให้ขาดออกได้ในคราวเดียว อย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญ


พรืบ-บ!!!

หมับ-บ

               "ฮึก..ฮัคยอน.." พอเชือกขาดและแขนทั้งสองได้เป็นอิสระแล้ว แทคอุนก็รีบโผล่เข้ากอดฮัคยอนแน่นหมับเลยทันที

               "โอ๋ๆ ผมอยู่ตรงนี้แล้วครับที่รัก ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะครับ" ฮัคยอนทั้งกอดทั้งลูบหัวลูบหลังปลอบขวัญคนรักที่กำลังหวาดกลัวจนกลายเป็นเด็กขี้แยของตัวเองให้ได้ทุเลาอาการหวาดกลัวต่างๆลง

               "ฮึก..ผมกลัว  ผมนึกว่า..นึกว่าจะไม่ได้เจอคุณ ฮึก ไม่ได้เจอฮัคยอน..ฮึก แล้ว" แทคอุนสะอื้นไห้เสียงสั่นและก็ยังพยายามบอกสิ่งที่ตัวเองรู้สึกและหวาดกลัวมาตลอดตั้งแต่ที่โดนจับมาขังอยู่ที่นี่ ให้กับคนรักได้รับรู้

               "โธ่..ที่รักของผม ..ผมไม่เคยคิดจะทิ้งคุณ และผมก็ไม่ยอมให้ใครเอาคุณไปจากผมแน่นอน อย่ากลัวเลยนะครับ ..นะ" ฮัคยอนกระซิบบอกเสียงอ่อนโยนพร้อมทั้งกระชับกอดแทคอุนแน่นขึ้นอย่างต้องการให้แทคอุนได้มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองพูดมันออกไป นั้นเป็นเรื่องจริง! ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆหรือแค่คำโกหกหลอกลวงเพื่อแค่ต้องการให้แทคอุนได้สบายใจขึ้นใดๆเลย

               "ครับ ผมเชื่อคุณครับ และผมเองก็จะไม่ไปไหนจากฮัคยอนของผมเช่นกันครับ" 

               "ครับ ผมรู้..ขอบคุณครับที่รัก" แล้วฮัคยอนก็ค่อยๆดันตัวแทคอุนออกห่างให้พอแค่ได้มองสบตากันและกันได้  ก่อนจะมอบจูบแสนนุ่มนวลและแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยที่ฮัคยอนอยากมอบมันให้กับคนที่เค้ารักคนนี้ เพียงคนเดียว  

               ฮัคยอนประทับจูบที่ริมฝีปากของแทคอุนได้เพียงครู่ เสียงเรียกจากน้องชายของเค้าก็ดังขึ้นที่ทางหน้าประตู

               "เอ็นฮยอง! ตอนนี้แจฮวานฮยองกับฮงบินฮยองได้เคลียร์ทางออกให้เราแล้ว  รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะครับ" ฮยอกพูดขึ้นอย่างรีบเร่งเพราะเวลาและสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่มันควรจะแน่ใจอะไรใดๆได้เลย

               "อืม เข้าใจแล้ว ..ไปกันเถอะครับแทคอุน ...จับมือผมเอาไว้ให้แน่นๆนะครับ เราจะออกไปจากที่นี่กัน" ฮัคยอนจับกระชับมือกับแทคอุนไว้แน่นๆแล้วจึงรีบพาแทคอุนเดินก้าวเท้าเร็วๆตามหลังฮยอกออกไปทันที  

               พวกเขาต้องรีบออกไปจากสถานที่ที่มันมีแต่อันตรายเต็มไปหมดแห่งนี้ ให้เร็วที่สุด

.

.

.


               "เอ็นฮยองครับ ถึงตรงนี้..เราคงต้องแยกทางกันไปแล้วครับ" เมื่อทั้งสามคนได้พากันหลบหนีมาจนถึงจุดแยก ที่เป็นทางที่พวกเขาได้วางแผนกันเอาไว้แล้ว ฮยอกก็รีบเตือนขึ้นทันที

               "พวกฮยองสองคน ตรงไปทางแยกซ้ายมือนะครับ แล้วเดินผ่านเข้าไปกันอีกสองบล็อก ..แจฮวานฮยองรออยู่ตรงนั้นครับ" ฮยอกบอกรายละเอียดขึ้นอีกครั้ง

               "โอเค ฮยอกอา น้องเองก็ต้องระวังตัวเองดีๆด้วยนะ รู้มั้ย?" ฮัคยอนหันมาพูดกำชับกับฮยอกด้วยสายตาห่วงใยพร้อมทั้งคว้ามือใหญ่ของน้องชายตัวเองมาจับไว้แน่นๆด้วย

               "ครับ ผมจะทำตามที่ฮยองบอกครับ เอ็นฮยองเองก็เหมือนกัน..ระวังตัวกันด้วยนะครับ" ฮยอกพยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น และไม่ลืมที่จะพูดเตือนกับพี่ชายทั้งสองคนให้ระวังตัวกันด้วยเช่นกัน

               "อืม แล้วเจอกัน ..ป่ะ แทคอุนเรารีบไปกันเถอะครับ" ฮัคยอนพูดกับน้องชายตัวเองเสร็จก็รีบหันมาดึงมือคนรักที่ยืนอยู่ข้างๆตัว ให้รีบไปยังจุดที่มีแจฮวานเฝ้ารออยู่ทันที

               "ครับ  อ่ะ!...ฮัคยอนระวัง!!!!"


ปัง! ปัง! ปัง!


               "?!...แท แทคอุน?!!  ไม่นะ...แทคอุนนน!!!!" 

               "อึก..ฮะ ฮัค..ยอน"

               "ไม่นะ แทคอุน..ไม่! ไม่! ไม่นะ..ไม่!!!"

               "ผม..รัก...คุณ..."

               "ฮึก.ก ไม่ ไม่ มันต้องไม่เป็นแบบนี้..แทคอุนไม่ได้นะ"

               " ... "

               "?!..แทคอุน! แทคอุน! "

               " ... "

               "ไม่นะ...แทคอุนนนน!!!!!!"





!!!!!!!!!!!!!!







.


.


.


               "แทคอุน"


               "ยอน.."


               " ไม่นะ....แทคอุน ฮึก.ก ไม่"


               "ยอนครับ.."


               " ฮึก แทคอุน "


               "ฮัคยอนครับ ผมอยู่ตรงนี้ไงครับ ..ลืมตาสิครับ"


               " ไม่..แทคอุน ฮึก อย่า..อย่าทิ้งฉัน ฮึก ไม่เอา.."


               "ที่รัก..คุณได้ยินผมมั้ย? ตื่นสิครับ!  ตื่นเถอะนะฮัคยอนของผม ได้ยินมั้ยครับ! คุณกำลังฝันร้ายอยู่นะ!"



เฮือก.ก!!!


             "ฮัคยอน...?!"


               " .... "


               "คุณ..ฮัคยอนของผม ตื่นจากฝันร้ายแล้วใช่มั้ยครับ?"  


               "แทค..แทคอุน..?"

               "ครับ ที่รัก..นี่ผมเอง"

               "ยัง..ยังไม่ตาย..."

               "ครับ?!!" ตาย? อะไร? อะไร...ตายอะไร? ใคร???

พรืบ!

หมับ!!

               "ฮึก ..ฮึก.ก แทคอุน แทคอุน นายยังไม่ตาย...นายยังไม่ตายจริงๆใช่มั้ย?" ฮัคยอนลุกผวาโผล่พรวดเข้ากอดตัวแทคอุนที่นั่งมองอยู่ข้างๆเอาไว้จนแน่นอย่างกลัวว่าอีกคนจะหายไปหากไม่กอดเอาไว้แน่นๆอย่างนี้  ด้วยอาการของคนที่ยังไม่ได้สติดีเท่าไรนัก

               "ตาย?? ..พูดอะไรน่ะครับ ผมยังไม่ได้เป็นอะไรถึงขั้นต้องตายเลยนะครับฮัคยอน" ตั้งสติหน่อยสิครับ อย่าเอาความฝันมาคิดว่าเป็นความจริงอย่างนั้นสิครับ โธ่..แบบนั้นไม่ดีเลยนะครับที่รัก ตายเตยอะไรกันเล่า โธ่!

               "ฮึก.ก ก็ ฮึก ก็นาย..โดนยิง..ฮึก" 

               "หา...ครับ?" อะไรนะ โดนยิง? ใคร? ใครโดนยิง?

               "แทคอุน...ฮึอ แทคอุนของฉันโดนยิงตายอะ งื้ออออ"

               "เออ..ฮัคยอน ฮัคยอนครับ  ตั้งสติและฟังผมก่อนนะครับ..นะ" เป็นแบบนี้คงไม่ไหวแน่ๆ ผมต้องเรียกสติของฮัคยอนให้กลับมาให้ได้ก่อนที่อะไรๆมันจะแย่ไปมากกว่านี้

               "ฮึก..อื้อ..อะไร?" เฮ้อ..ผมไม่คิดเลยว่าจะได้เห็น ฮัคยอน คนเย็นชาปากหนักของผมเป็นแบบนี้... 

               ทำไมอยู่ๆฮัคยอนของผมก็กลายเป็นเด็กน้อยแบบนี้ไปได้? ..ถึงจะดูน่ารักกว่าปกติ แต่..เออ ไม่เอาดีกว่าครับ [มันดูน่าปวดหัวยังไงไม่รู้?]

               "หยุดร้องไห้เถอะนะครับ คนดีของผม อย่าร้องไห้เลยนะครับ" ผมค่อยๆเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า[ที่ดูกี่ทีน่ารักเสมอ]ให้ฮัคยอนเบาๆอย่างทะนุถนอม

               "ฮึก..ก็...ก็ฉันเสียใจนี่" ฮัคยอนที่เริ่มมีสติและเลิกร้องไห้เป็นเด็กน้อยได้แล้ว ก็พูดขึ้นเสิยงอ้อมแอ้มและยังหลบสายตาผมไปมาอย่างเขินอาย ด้วยท่าทางที่เห็นแล้วโคตรน่ารักที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย จนผมอดไม่ได้...

จุ๊บ...ฟอด!

               "คุณแค่ฝันร้ายน่ะครับ...อย่าไปคิดถึงมันเลยนะครับ มันไม่ใช่ความจริง มันเป็นเพียงแค่ฝัน ...ฮัคยอนแค่ฝันไป" ผมค่อยๆพูดปลอบประโลมฮัคยอนด้วยเสียงอ่อนโยน  ผมจูบที่หน้าผากชื้นเหงื่อของฮัคยอนเบาๆแล้วขยับลงมาหอมที่ข้างแก้มแดงๆของฮัคยอนอีกฟอดหนึ่ง  แล้วจึงขยับตัวเข้าไปกอดปลอบฮัคยอนอีกครั้ง ด้วยความรักใคร่และหวงแหนในตัวเค้าที่สุด

               " ฉัน...แค่ฝันไป...ฝันไป" ฮัคยอนพึมพำขึ้นมาเบาๆตามที่ผมบอก

               "ครับ ใช่แล้ว ที่รักของผม..คุณแค่ฝันไป" 

               "เฮ้ย...ความฝันเหรอเนี่ย?  ทำไมฉันต้องฝันร้ายบ้าๆแบบนั้นด้วยเนี่ย?! เฮ้อ..." น้ำเสียงนิ่งๆที่เริ่มกลับมาเป็นปกติของฮัคยอน ทำให้ผมรู้ว่าตอนนี้เค้าโอเคแล้ว ตอนนี้ฮัคยอนคนเดิมกลับมาแล้ว

               "ก็เมื่อคืนนี้ คุณมีไข้ขึ้นสูงนะครับ มันก็คง..เออ ผมหมายถึงเพราะคุณมีไข้ขึ้นสูงมันเลยทำให้คุณ...ฝันร้าย" 

               "หา? เมื่อคืน..ฉันเป็นไข้?" ฮัคยอนผลักตัวออกมาถามแทคอุนอย่างไม่เชื่อว่าตัวเองจะเป็นไข้จริงๆตามที่อีกคนบอก  เพราะฮัคยอนคิดว่าตัวเองแข็งแรงดี แล้วเมื่อวานเค้าก็ไม่ได้มีอาการที่เหมือนว่าตัวเองจะไม่สบายอะไรแแบนั้นเลยสักหน่อย  ...แล้วจะมีไข้ขึ้นมาได้ยังไงกัน? บ้ารึไง?

               "ครับ คุณเป็นไข้...ตัวร้อนจี๋เลย...อะไรเหรอครับ??"

               "ฮยอก.. น้องฮยอกล่ะ? หายไปไหน? ...แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ที่ห้องนี้?!" พอได้สติกลับมาเป็นปกติ ฮัคยอนก็หันซ้าย หันขวา มองหาน้องชายของตัวเองที่จำได้ชัดเจนว่าเมื่อคืนพวกเค้าสองคนนอนอยู่ด้วยกันในห้องนี้

               "เออ..น้องฮยอก แจฮวาน และก็ฮงบินพากันออกไปข้างนอกกันตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับ" 

               "หา? ไปข้างนอก...ไปไหน?" ฮัคยอนถามสีหน้าจริงจัง

               "ครับ? อ้อ? เห็นบอกว่าจะไปจัดการ...เออ ผมไม่แน่ใจ..เหมือนจะพูดถึงสาขาย่อย..เออ อะไรประมาณนั้น" เพราะเมื่อเช้าแทคอุนมัวแต่คิดห่วงกังวลและยุ่งอยู่กับการดูแลคนป่วยที่อยู่ๆก็มีอาการไข้ไม่สบายขึ้นมาของฮัคยอน จนทำให้ทุกคนพลอยเป็นห่วงเป็นกังวลกันไปหมด 

               เพราะจู่ๆเมื่อคืนในช่วงเวลาตกดึกมากแล้ว และทุกคนต่างก็พากันแยกย้ายกันเข้านอนตามห้องของตัวเองกันหมดแล้ว  ก็มีเสียงเรียกร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นที่ห้องข้างๆแทคอุนกับวอนชิค ซึ่งมันเป็นห้องนอนของสองพี่น้องตระกูลอีนั้นเอง 

               ในตอนนั้น แทคอุนยังคงคิดมากและก็นอนไม่หลับ เค้าจึงได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลของฮยอก ที่กำลังพูดถึงอาการของฮัคยอนที่มีไข้ขึ้นสูงจนไม่ได้สติในตอนนั้น  ได้ยินแบบนั้นเข้าแทคอุนก็รีบเด้งตัวลุกออกจากเตียงนอน รีบวิ่งออกไปหาพวกเด็กๆตรงนั้นทันที

               ฮงบินได้ออกไปโทรตามหมอที่รู้จักให้มาช่วยดูอาการไข้ของฮัคยอน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคุณหมอยังหนุ่มก็มาถึง แล้วก็ได้ทำการตรวจวัดอาการต่างๆของฮัคยอนไปตามวิชาการแพทย์ของหมอเค้านั้นแหละ [ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก] ตรวจเสร็จคุณหมอก็บอกกับพวกผมว่า ฮัคยอนมีสภาวะที่เครียดมากเกินไป เลยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างการทำงานผิดปกติ เลยทำให้เกิดอาการมีไข้ขึ้นสูง [ผมฟังแล้วก็ยังงงๆแปลกๆแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร] แต่คุณหมอบอกว่าอาการไข้ของฮัคยอนไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แล้วคุณหมอก็ได้ฉีดยาลดไข้ให้กับฮัคยอนไปสองเข้ม  เสร็จเรียบร้อยแล้วจากนั้นฮงบินก็เป็นคนออกไปส่งคุณหมอ

               และเพราะอย่างนั้น  ผมจึงได้ขอร้องกับฮยอกว่า ผมจะขออยู่เฝ้าและดูแลฮัคยอนที่ห้องนี้เอง  ฮยอกเพียงแค่พยักหน้ารับและบอกกำชับกับผมว่า ฝากดูแลพี่ชายของเค้าให้ดีๆด้วย หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน โดยฮยอกได้เปลี่ยนไปนอนกับวอนชิคแทนผม  เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ

               เพราะแบบนั้น เมื่อเช้านี้ผมเลยไม่ทันได้สนใจเรื่องที่ทั้งสามคนนั้นพูดกันเท่าไรนัก ผมจึงจำอะไรไม่ได้ นึกอะไรไม่ออก ก็เลยไม่สามารถตอบคำถามของฮัคยอนได้อย่างชัดเจนได้

               "งั้นเหรอ เอ่อ..ช่างมันเถอะ ..เอ๊ะ?!"

หมับ!

               "อ่ะ!" โอ๊ยย อย่าจับแรงสิครับ ผมยังเจ็บแผลอยู่นะ ㅠㅅㅠ

               "นี่..อะไร?  ทำไมมือนายถึงได้..." ฮัคยอนพึ่งจะสังเกตเห็นว่ามือข้างหนึ่งของแทคอุนถูกพันด้วยผ้าก๊อซสีขาวอยู่ทั้งมือ

               "อ้อ? เออ.." แทคอุนอ้ำอึ้งไม่กล้าพูดไม่กล้าสบตา เหมือนคนที่กลัวความผิด  แต่จริงๆคือเพราะไม่อยากทำให้ฮัคยอนรู้..แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้

               "แทคอุน" ฮัคยอนเอ่ยเสียงเข้ม

               "ครับ" ผมขานรับเสียงเบาและรีบหลบสายตาจับผิดของฮัคยอนทันที

               "ฉัน...เพราะฉันใช่มั้ย?"

               " เปล่านะครับ! มันก็แค่อุบัติเหตุพอดีว่า..!"

               "อย่ามาโกหก เพราะฉันเป็นคนผลักนาย!!!" ฮัคยอนตะคอกขึ้นเสียงดังทันที เมื่อเห็นแทคอุนกำลังจะพูดเรื่องโกหกออกมา

               "ฮัคยอน...ผม.." แทคอุนหน้าเสียไปทันที ที่โดนตะคอกใส่

               " .... "

               "ผม.."

               "ขอโทษ"

               "ครับ?"

               "ฉันบอกว่า ขอโทษ ...แทคอุน ฉัน..ไม่ คือ...ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ คือฉะ..อื้อ.ออ" 

               แทคอุนดึงฮัคยอนเข้ามาประกบจูบไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย ที่มันเป็นเพราะเค้าไม่สามารถทนฟังคำขอโทษที่ฮัคยอนพูดออกมาแบบนั้นต่อไปไม่ได้ 

               คำพูดว่า ขอโทษ ที่ฮัคยอนพูดออกมา มันทำให้หัวใจของทคอุนรู้สึกปวดหนึบและก็เจ็บจี๊ดๆขึ้นมาแปลกๆยังไงก็ไม่รู้?  แต่ที่แน่ๆคือมันทำให้แทคอุนไม่อยากได้ยินคำๆนี้ออกมาจากปากของฮัคยอนอีก  แทคอุนเลยต้องจูบเพื่อปิดปากฮัคยอนไม่ให้ได้พูดมันออกมาอีก



               " ..... "

               "ได้โปรด ต่อไปนี้..ฮัคยอนอย่าพูดคำว่า ขอโทษ กับผมอีกเลยนะครับ" แทคอุนเอ่ยขึ้นอย่างเว้าวอน เมื่อเค้าได้ถอนจูบออกมาจากฮัคยอนแล้ว

               "ทำไม?" ฮัคยอนจ้องมองแทคอุนอย่างสับสนไม่เข้าใจ

               "ไม่รู้สิครับ ...แต่ผมรู้สึกเจ็บตรงนี้...ในตอนที่คุณพูดคำนั้นออกมา" แทคอุนจับมือเล็กของฮัคยอนขึ้นมาวางทาบที่ตำแหน่งของหัวใจของตัวเองที่ตอนนี้มันก็ยังคงเต้นไปด้วยความรู้สึกเจ็บหน่วงแปลกๆเช่นนั้นอยู่ยังคงไม่จาง

               "ฉันทำร้ายนาย ...ที่นายต้องเจ็บตัว...ก็เพราะฉัน" ฮัคยอนพูดเสียงเศร้าออกมาด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ

               "ไม่เอาน่า...ช่างมันเถอะครับ อย่าคิดมากเลยนะครับ ผมไม่เป็นไร...ผมรักคุณ" แทคอุนพูดคำว่ารักออกมาอย่างชัดเจน ด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจัง

               "!...แท  แทคอุน?" ฮัคยอนนิ่งค้างอย่างไปไม่ถูก เพราะคำว่ารักที่แทคอุนพูดออกมา

               "ผมรักคุณ ผมรักคุณมากจริงๆนะครับฮัคยอน" 

               " .... "

               "ฮัคยอน ..คุณคือทุกอย่างของผม และผมคงจะอยู่ไม่ได้แน่ๆหากผมไม่มีคุณอยู่"

               " ...แทคอุน"

               "ถึงผมจะต้องเจ็บตัวมากกว่านี้ มันก็ไม่เป็นไรเลย ...แค่ผมยังมีคุณอยู่ แค่คุณยังกอดผมเอาในอ้อมแขนของคุณ ...เพียงแค่นี้  เพียงแค่ผมยังมีคุณอยู่...ผมก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้แล้วล่ะ" แทคอุนพูดคำสารภาพออกมาทุกอย่างจากใจจริง ที่ไม่เคยคิดจะอยากปิดบัง

               "โธ่..ฉันนี่มันแย่จริงๆ ทำให้นายเจ็บตัว เสียใจ และต้องร้องไห้...แบบนี้มากี่ครั้งกันแล้ว ฉันเอาแต่ทำร้ายนายตลอดเลย แทคอุน" ฮัคยอนใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ ยกขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาที่มันไหลรินออกมาโดยไร้เสียงสะอื้นออกจากแก้มของแทคอุนอย่างนุ่มนวล

               "แต่ผมก็รักคุณครับฮัคยอน"

               "อืม ฉันก็.. เออ..ฉันเห็นแก่ตัวมากเกินไป  นายถึงต้องเป็นแบบนี้ ต่อไปฉันจะทำดีกับนายให้มากๆ เพราะงั้นนายก็อย่าร้องไห้เลยนะ แทคอุนของฉันอย่าร้องไห้อีกเลยนะครับ" อย่าร้องเพราะฉันเลย ฉันขอโทษ...ขอโทษนะแทคอุน

               "ครับ" เพราะแก้มแดงๆและสายตาเขินอายที่พยายามจะหลบสายตาผมอยู่แบบนั้น ถึงฮัคยอนจะไม่พูดคำว่า รัก ผมก็รู้สึกถึงความรู้สึกที่คุณมีให้ผม ที่มันก็ไม่ได้ต่างจากความรู้สึกผมมีให้คุณเลยสักนิด



'ฮัคยอนก็รักแทคอุน'








'ต่อให้หัวใจของผมต้องแตกสลาย... ผมก็จะรักคุณ'


100%



               







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #45 Cha_n (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 08:37
    หือออ...หวานกัน
    #45
    0
  2. #44 zaebum96 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 05:47
    ขี้อ้อนจังเลยน้าแทคอุนของฮัคยอนเนี่ย
    #44
    0