THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 11 : ผมยังอยู่ตรงนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

THE FREAK OUT !

회 11 The why you are...




KING UNIVERSITY


ปัง-งง!!!

               "เอ็นฮยอง!" นั้นเสียงอะไรนะ?

              
 / ............ 


               "ฮยอง!!!   เอ็นฮยอง! ได้ยินมั้ยครับ!!  มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ?!!!"  ฮงบินตะโกนถามอย่างลนลานกับคนในสาย[โทรศัพท์]  ที่จู่ๆก็มีเสียงดังคล้ายเสียงปืนดังแทรกเข้ามาในสาย แล้วเอ็นฮยองที่กำลังคุยสายกับเค้าอยู่นั้นก็เงียบไปเลย



ไม่นะ!  มันเกิดอะไรเนี่ย!!!



               "เกิดอะไรขึ้นน่ะฮงบิน เอ็นเป็นอะไร?!" มินซอกที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องพักด้วยกันอยู่นั้น  ก็รีบวิ่งเข้ามาถามเรื่องกับฮงบิน  ที่นั่งคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างชัดเจนอยู่ตรงโซฟากลางห้อง

               "...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับฮยอง จู่ๆก็มีเสียงคล้ายปืนดังขึ้น แล้วเอ็นฮยองก็เงียบไปเลย ...ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า  ผมรู้สึกไม่ดีเลย" ฮงบินบอกสีเครียดกับมินซอก  ใบหน้าหล่อของฮงบินตอนนี้มันก็เต็มไปด้วยความเครียดและกังวล อย่างคนทำอะไรไม่ถูก  ที่จู่ๆสถานการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้นมา


อี ฮงบินกำลังสติแตก...  


               "ฮัลโลๆๆ เอ็นฮยอง! เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ฮัลโล ฮยองได้ยินผมมั้ย?!!!"

              
 / ....อะ อือ..อ ได้ยิน...


               "เอ็นฮยอง!!!"

               
/เอ่อ  โทษที...


               "เกิดอะไรขึ้น?  ฮยองไม่เป็นไรใช่มั้ย?" เสียงเอ็นฮยองมันฟังดูไม่ดีเลย

             
 /ฮงบิน...

               "ครับฮยอง"

               
/ฉัน  ฉันกำลังโดนไล่ตาม...นายช่วย....


               " .........ครับฮยอง"  ฮงบินพยายามคุมสติตัวเอง  แล้วตั้งใจฟังที่เอ็นพูดกับตัวเองอย่างยากลำบาก  เพราะความเครียดกังวลในหัวที่มันตีกันยุ่งไปหมดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว


แต่ในที่สุดแล้ว อี ฮงบิน ก็สามารถควบคุมสติตัวเองให้กลับมาจนได้
   

               "มินซอกฮยองครับ  ช่วยเปิดสัญญาณติดตามของเอ็นฮยอง แล้วรีบส่งไปยังกองกำลังเสริมที่อยู่บริเวรนั้น  ให้เข้าไปช่วยซัพพอร์ตอ็นฮยองตอนนี้เลยครับ" 

               เมื่อเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว   ฮงบินก็รีบพูดสั่งการกับมินซอก เสร็จแล้วเค้าก็รีบวิ่งออกไปยังห้องปฏิการชั้นใต้ดินสองของตึกทันที

.

.

.

ทางด้านของเอ็น...

               รถสปอร์ตหรูสีดำของเอ็นที่กำลังถูกรถสปอร์ตอีกสองคันไล่ตามกันมาอย่างติดๆ ในเส้นทางสายหลักที่กำลังมุ่งหน้าออกไปทางจังหวัดเขตใต้

            แม้รถสปอร์ตคันหรูที่เอ็นขับอยู่นั้น  มันขึ้นชื่อเรื่องเครื่องยนต์ที่เร็วแรงติดอันดับโลก  และฝีมือการขับรถระดับนักแข่งที่เชี่ยวชาญติดอันดับหนึ่งมาหลายสนามอย่างเอ็น  ก็ยังไม่สามารถจะสลัดตัวให้ออกพ้นจากรถอีกสองคันที่ขับไล่ตามมาติดๆ อยู่แบบนั้นไม่ได้เลย


               "I...C! พวกนั้นก็คงเป็นนักแข่งรถเหมือนกัน ...บ้าเอ้ย!" เอ็นสบถออกมาอย่างหัวเสียสุดๆกับสถานการณ์ที่เค้าเจออยู่ในตอนนี้



               หึ  เมื่อครู่ก่อนนี้...หากว่ารถของเค้าไม่ได้ใช้กระจกนิรภัยอยู่ละก็...



ป่านนี้เค้าก็คงไม่รอด...



  ...หรือไม่ก็อาจจะสาหัสไปแล้วก็เป็นได้



สงครามการต่อสู้

ที่เค้าได้ทำการเตรียมตั้งรับมันมาเกือบเดือน...ในที่สุด

ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ความสงบสุข...จบลงแล้วสินะ



               "ฮงบิน"

/ครับ เอ็นฮยอง

               "ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วยไปทำให้หน่อยน่ะ"

/บอกมาเลยครับฮยอง...

               "@^%$^%&U#&(*((*&*%&..." 

/ได้ครับ  ผมจะไปทำตามที่ฮยองบอก....อ๊ะ!? ฮยอ-------ง!!!

               "อะไร? ...ฮงบิน" พูดดีๆอยู่แล้วมาร้องตกใจอะไรกัน?

/ฮะ ฮยอง! ไม่นะ!!!

               "หา?"

/ฮยอง เอ็นฮยอ------------------ง!!!



ปัง-งง!!!


โคร------------------------------มม!!!

  




.
.
.


เพล้ง-ง!!!


               "อะ!  น้องเลโอเป็นอะไรมั้ยคะ?  นูน่าของโทษนะคะ ที่ไม่ทันได้มองว่า...น้องเลโอ"  

               โคดี้นูน่าของLR คนหนึ่งที่ไม่ทันได้ระวัง ตอนที่แทคอุนเดินออกมา  เลยทำให้ตัวเธอไปชนเข้ากับลำแขนแกร่งของแทคอุนเข้า 
 
               และมันยังไปบังเอิญชนเข้ากับแขนแกร่งข้างที่กำลังถือแก้วน้ำอุ่นอยู่พอดี  เลยทำให้แก้วน้ำที่แทคอุนถืออยู่หล่นตกแตกกระจายอยู่ทั่วพื้น 
 
               โชคดีที่เศษแก้วไม่กระเด็นไปโดนใคร  และน้ำอุ่นที่อยู่ในแก้วก็เหลืออยู่แค่ก้นแก้วแล้วด้วย  ฉะนั้นจึงถึงว่าโชคดีแล้ว  ที่ไม่ได้เกิดความเสียหายอะไรมากมาย

               "อา  ผมไม่เป็นอะไรครับ..."  แทคอุนเอ่ยตอบแค่นั้น   เค้าก็โดนเรียกโดยพีดีของรายการ  แทคอุนจึงต้องรีบเดินเลี่ยงออกไปอีกที่  เพราะต้องรีบไปเตรียมตัวสแตนบายกับวอนชิคที่ข้างเวที


.


.


.


.



ณ โรงพยาบาลในองค์กร Zea' Die'to

               บรรยากาศหน้าผ่าตัดของโรงพยาบาลค่อนข้างเต็มไปด้วยความตึงเครียดเป็นอย่างมาก   

               เมื่อบุคคลที่กำลังถูกช่วย(ชีวิต)อยู่ในนั้นคือ เอ็น  ประมุขน้อยคนสำคัญขององค์กร  

               อี ฮงบิน บุคคลที่รู้และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับเอ็นฮยองของเขา โดยผ่านจากจอภาพแสดงผลของกล้องวรจรปิดตรงบริเวรที่เกิดเหตุ  ในห้องปฏิบัติการของมหาลัยฯ



               ในตอนนั้น...

               
               ทันทีที่ฮงบินได้ทันสังเกตุเห็น  ว่ามีรถบรรทุกคันใหญ่คันหนึ่งที่มีลักษณะการวิ่งรถที่ผิดปกติ  กำลังวิ่งตรงเข้าไปฝ่ากลางแยก  ที่รถของเอ็นฮยองวิ่งผ่านมาพอดี   และด้วยความเร็วของทั้งรถบรรทุก และความเร็วที่พยายามจะวิ่งให้หลุดจากการไล่ตามของรถเอ็นฮยอง

               ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดูรวดเร็วและกระทันหันไปหมด  มันกระทันหันจนตั้งตัวไม่ทัน เพราะแบบนั้นมันจึงไม่มีเวลาให้ฮงบินได้มีโอการแม้แต่นิดเดียว ที่จะได้บอกกับเอ็นฮยองให้ทันได้ระวังถึงอันตรายนั้น


               มันเจ็บปวดไปหมด...


               ฮงบินกำลังเจ็บปวดเพราะตัวเองรู้เห็นทุกอย่าง แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรเอ็นฮยองของเค้าได้เลย...แม้สักนิด




               "ฮงบิน"

               "ฮยอง!!!"

               "เอ็นฮยองเป็นยังไงบ้าง?"

               "....ไม่รู้ครับ หมอยังไม่ได้ออกมาเลย"

               "อย่างงั้นเหรอ แล้วนายล่ะ ...ใจเย็นๆสิ  นายต้องรู้จักผ่อนคลายบ้างนะฮงบิน" แจฮวานรู้ว่าตอนนี้น้องชายของเค้ากำลังสติแตก  เพราะความเครียดที่ไม่สามารถระงับมันได้ เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์อย่างนี้  ในตอนนี้

               แจฮวานรู้จักนิสัยของฮงบินน้องชายคนนี้ของเค้าดี  ฮงบิบเป็นคนชอบคิดมาก  มักจะชอบโทษตัวเองก่อนเสมอ ...แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความผิดของเขาเลยก็ตาม  

              แต่เมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น  ฮงบินก็จะเป็นแบบนี้ทันที

         เพราะแบบนั้นแจฮวานจึงต้องค่อยบอกค่อยปลอบน้องชายตัวเอง  ไม่ให้เครียด ไม่ให้คิดมากโทษเองแบบนี้เสมอ 



               "ผม ...ขอโทษ  ผม.." ฮงบินไม่สามารถพูดอะไรต่อไปได้อีก  เพราะภาพเหตุการณ์นั้น...มันยังติดตาของเค้าจดทำให้ไม่สามารถพูดอะไรต่อไปได้อีก  

               " ......... "  แจฮวานไม่ได้พูดอะไรอีก  เพียงแต่ดึงตัวน้องชายของตัวเองเข้ามากอดไว้อย่างต้องการปลอบขวัญ   ที่เป็นสิ่งเดียวที่พี่ชายอย่างเค้าจะทำมันให้น้องชายตัวเองได้  


ตึก!  ตึก!  ตึก!


               "เอ็นฮยอง/ประมุขน้อย เป็นยังไงบ้าง!?"  เสียงสองที่ต่างกันคนละโทนเสียงนั้น  ได้เอ่ยถามขึ้นกับสองพี่น้องที่ยืนกอดปลอบกันอยู่อย่างร้อนรน

               "!? ...แจจุงฮยอง?"  แจฮวานเอ่ยชื่อของหนึ่งในสองคนที่มาใหม่  อย่างแปลกใจ  เพราะไม่คิดว่าพี่ชายคนนี้จะกลับมาโซลแล้ว

               "ใช่ ฮยองเอง ..อาการของประมุขน้อยเป็นยังไงบ้าง?" แจจุงถามกลับไป  

               "ยังไม่รู้เลยครับ..."  ฮงบินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

               "ผมให้คนไปตรวจสอบมาแล้ว  ...รถบรรทุกคันนั้น  เป็นแผนของพวกแบล็คโรส  ที่จงใจเอาไว้แต่แรกแล้ว...ว่าจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้"  เสียงนิ่งที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น  เอ่ยบอกสิ่งที่รู้มาให้แกสองพี่น้องตระกูลอีได้ทราบ

               "...ซังฮยอก.."

               "หวัดดีครับ แจฮวานฮยอง และฮงบินฮยอง"

               "เอ็นฮยอง บอกกับฉันว่านายกลับมาแล้ว  ขอโทษที่ไปได้ไปทักทายเลย"

               "เรื่องนั้น...ช่างมันเถอะครับ  ตอนนี้เรื่องของเอ็นฮยองสำคัญกว่าครับ"

               จากนั้นทั้งสี่คนจึงได้พากันนั่งรอกันอย่างเงียบๆ  ที่ม้านั่งตัวยาวที่ติดอยู่ข้างกับกำแพงหน้าห้องผ่าตัดอย่างที่ไม่สามารถทำอะไรได้  

               ...นอกจากแค่การนั่งรอกันอย่างมีสติหน้าห้องผ่าตัดต่อไป  จนกว่าจะรู้ได้ผลและอาการต่างๆของเอ็น

.

.

.



ตึง-ง!

  [택운이  : message]

[  ฮัคยอนครับ

เย็นนี้ผมจะกลับไปค้างที่บ้านกับคุณนะ

...คิดถึง ]


               

               " ...... " 

              แจฮวานนั่งจ้องมองดูหน้าคนเจ็บบนเตียงตรงหน้า  ที่ตอนนี้ใบหน้าน่ารักที่มีบาดแผลเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยตรงหางคิ้วขวา  กำลังทำหน้าคิดหนักหลังจากที่ได้เปิดอ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามาจากใครบางคนของเค้า


               ผ่านมาได้สัปดาห์กว่าแล้ว  วันที่เอ็นฮยองได้รับบาดเจ็บจนอาการสาหัส  ถึงกับต้องอยู่ในห้อง ICU นานกว่าสามวัน  อาการต่างๆของเอ็นฮยองถึงได้ดีขึ้นแล้วจึงพ้นขีดอันตรายในที่สุด

               ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเค้า [แจฮวาน ฮงบิน ฮยอก และแจจุง] ต่างก็จะผลัดเวลากันมาอยู่เฝ้า คอยดูคอยติดตามความคืบหน้าต่างๆของอาการของเอ็นฮยองอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอด   พวกเราไม่เคยจะปล่อยทิ้งให้เอ็นฮยองต้องอยู่ที่นี่คนเดียวเพียงลำพังเลยสักวัน

               จนกระทั่งในวันที่สี่  หลังจากที่คุณหมอได้ย้ายเอ็นฮยองออกจากห้อง ICU มาอยู่ที่ห้องพักผู้ป่วย VIP หลังการตรวจเช็คอย่างระเอียดดีแล้ว  ว่าอาการต่างๆ ของเอ็นฮยองดีขึ้น และอยู่ในสภาวะปกติคงที่อย่างปลอดภัยแล้ว 

               ช่วงบ่ายในวันต่อมานั้นเอง  เอ็นฮยองก็ได้รู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาหลังจากหลับไปนานกว่าสี่วันเต็ม  ก็ได้ตื่นมาพบกับพวกเค้าอีกครั้งในที่สุด   

               แต่เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัส...   เอ็นฮยองก็เลยยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแบบนี้ต่อไปอีกเกือบเดือนเลยล่ะ  กว่าอาการและร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสของเอ็นฮยองจะหายเป็นปกติ  



               "แทคอุนฮยองสินะ"  แจฮวานเอ่ยถามอย่างรู้ทัน


               "อือ  ..เค้าบอกจะว่าจะกลับ TRAPALACE ในเย็นนี้.."  ฮัคยอนเอ่ยบอกกับแจฮวานด้วยเสียงแผ่วเบา


               "อา  งั้นผมไปรับแทคอุนฮยองมาหาเอ็นฮยองที่นี่ดีมั้ย?"  แจฮวานเสนอขึ้น  เพราะเห็นว่าฮัคยอนยังคงทำสีหน้าคิดไม่ตกอยู่  จึงเสนอตัวขึ้นมา


               "นายคิดแบบนั้นเหรอแจฮวาน?"   ฮัคยอนเอ่ยถามอีกคนอย่างไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก


               "แน่นอน  ...ฮยองครับ  ผมรู้นะว่าฮยองยังคิดอะไรและกังวลอะไรอยู่..." 


               " ........ "


               "แต่ได้โปรดเชื่อผมเถอะ"


               " ........ "


               "บางที  ผมว่าฮยองควรจะเปิดใจให้กับเค้าบ้างนะครับ  แทคอุนฮยองน่ะ...ถึงจะพึ่งได้เจอกันก็จริง"


               " ........ "


               "แต่ผมก็ดูออกนะครับ  ว่าแทคอุนฮยองเค้าจริงจังกับเอ็นฮยองมาก และผมก็รู้ว่าเอ็นฮยองเองก็คงรู้เรื่องนี่ดีกว่าผม ...เพราะฉะนั้น"


               " ....... "


               "มันถึงเวลาแล้วที่เอ็นฮยองจะให้โอกาสแทคอุนฮยองได้เข้ามา ...ยืนอยู่เคียงข้างกับเอ็นฮยองตรงนี้เสียที"


               " ....... "


               "....เอ็นฮยองครับ"


               "อืม  ...แจฮวาน  งั้นนายก็ช่วยไปรับ...แทคอุนมาหาฉันที่นี่หน่อยสิ"


               "ครับ  รับทราบครับเอ็นฮยอง^^ จุ๊บ ...มันต้องอย่างนี้สิครับ  "  แจฮวานเอ่ยรับคำแล้วจึงลุกขึ้นไปจุ๊บแก้มนุ่มของฮัคยอนเบาๆ  เป็นรางวัลที่ฮัคยอนยอมทำตามคำแนะนำของตัวเอง

               " ....... "

               "เอ็นฮยองครับ  ในฐานะคู่หมั่น...ที่ทำแบบนี้ก็เพราะผมอยากให้เอ็นฮยองมีความสุขนะ  รู้มั้ยครับ?"  แจฮวานนั่งลงบนเตียงเดียวกับฮัคยอนใกล้ๆ เฉยคางมนของฮัคยอนขึ้นเพื่อให้ได้สบตากันและกัน 

               แจฮวานค่อยๆจับมือนุ่มข้างที่ไม่ได้ใส่สายน้ำเกลือขึ้นมาลูบเบาๆ  ก่อนจะก้มลงไปประทับจูบไว้ที่หลังมือข้างนั้นของฮัคยอนเบาๆ


               "โอเค  ผมไปแล้วนะครับ และก็จะรีบพาแทคอุนฮยองมาส่งนะครับเอ็นฮยอง"  แจฮวานส่งยิ้มอบอุ่นจริงใจให้ฮัคยอนอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวออกไป

               
               "อือ  ....ระวังตัวด้วยล่ะแจฮวาน"  ฮัคยอนเองก็ยกยิ้มบางอย่างห่วงใยส่งกลับไปให้แจฮวานด้วยเช่นกัน  


               แจฮวานออกจากห้องไปได้เพียงไม่ถึงห้านาที ฮยอก กับ ฮงบินก็เดินเข้ามาอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนเค้าแทนแจฮวานทันที






นี่เค้าคิดถูกแล้วใช่มั้ย?  

ที่จะเอา จอง แทคอุน เข้ามารู้เรื่อง...ด้วยแบบนี้

มันจะดี?

...หรือมันจะยิ่งเสี่ยงอันตราย...

ต่อชีวิต จอง แทคอุน มากขึ้นกันแน่?








                                                                                     
ในช่วงเย็น ณ Jellyfish ent.

               อี แจฮวาน ขับรถเข้ามาจอดไว้เทียบข้างทางทันที  เมื่อเค้าได้มาถึงที่หมายปลายทางที่จะต้องมารับ จอง แทคอุน 

               แจฮวานจัดการจอดรถดับเครื่องยนต์เสร็จเรียบร้อย  เค้าจึงก้าวออกมายืนพิงอยู่ที่ข้างประตูรถ  รออยู่ด้านนอกแบบนี้เพื่อให้คนที่เค้าต้องมารับจะได้เห็นว่าเค้าอยู่ตรงนี้

               แจฮวานกดโทรศัพท์เล่นรออยู่ได้ไม่นานนัก  เสียงเรียกชื่อของเค้าจากคนที่เค้ากำลังรออยู่ก็ดังขึ้น


               "แจฮวาน? ...จริงๆด้วย"  แทคอุนเอ่ยทักอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นอยู่ตรงหน้านี้มันคือเรื่องจริง

               "ใช่ผมเองแหละ ...หวัดดีครับ แทคอุนฮยอง"  แจฮวานทักกลับอย่างสดใสร่าเริง

               "อา หวัดดีๆ  ..ว่าแต่ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ล่ะ?  รึว่ามาทำธุระแถวนี้?"

               "ครับ ผมมาทำธุระแถวนี้...."

               "อ้อ อย่างนั้นนี่เอง  เออ...มีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่า?"  ดูจากท่าทางสีหน้าแบบนี้แล้ว  เหมือนนายจะต้องการความช่วยเหลือจากฉันนะ อี แจฮวาน?

               "ครับ  ผมกำลังต้องการให้ฮยองช่วยอย่างที่ฮยองพูดเลยล่ะครับ"  แจฮวานเอ่ยรับอย่างตรงไปตรงมา  ตามสไตล์คนหลายมิติของเค้า

               "อา...เหรอ?  แล้วนายอยากให้ฉันช่วยอะไรล่ะ?"  แทคอุนถามต่ออย่างซื่อๆ

               "...ช่วยขึ้นรถไปกับผมหน่อยสิครับ^^"

               "หา?  ไปกับนาย? ..ไปไหน?"  แทคอุนถามขึ้นอย่างรู้สึกไม่วางใจเพราะเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แจฮวานส่งมาให้อย่างเปิดเผย  บอกเลยว่าเค้ารู้สึกขนลุก

               "อา ไปไหนงั้นเหรอ? ...ไปถึงเดี๋ยวก็จะรู้เองล่ะครับ แทคอุนฮยอง"  โห่ ตอบแบบนี้แล้วใครมันจะกล้าไปกับนายกันล่ะ อี แจฮวาน!!!

               "งั้นฉันก็ไม่ไปกับนายหรอก"  

               "อ้าว  ทำไมพูดแบบนั้นละครับ"

               "เออ.. ฉันมีนัดกับฮัคยอนไว้แล้ว เพราะงั้นฉันคงไปกับนายไม่ได้หรอก แจฮวาน ...ไปก่อนนะ บาย" แทคอุนพูดจบก็ทำท่าจะเดินหนีไป  แต่ก็โดนแจฮวานพูดดักทางขึ้นมาเสียก่อนว่า

               "จะไปหาฮัคยอน?  หึ! ...รู้เหรอครับว่าเค้า?ที่จะไปหาน่ะอยู่ที่ไหน...ในตอนนี้?!"

               "พูดแบบนี้หมายความว่าไง อี แจฮวาน?"

               "ก็ตรงๆนะ  ถ้าฮยองไปกับผม...ฮยองก็จะได้เจอกับ ชา ฮัคยอน"


               "...ถ้างั้นผมก็ขอไปด้วยสิ  เพราะผมก็อยากเจอเค้าอยู่เหมือนกัน "



...?!!!


 






[ 3006 VIP  '차 학 연' ]



               "ผมจะยินดีกว่านี้แน่ๆ  หากสถานการณ์...ไม่ได้เป็นแบบนี้"

  

               หลังจากที่ตัดสินใจดีแล้ว  ฮัคยอนจึงเริ่มต้นเล่าเรื่อง[เกือบ]ทุกอย่างของเค้ากับแทคอุนให้ ฮงบิน และฮยอกน้องชายของเค้าฟัง เพื่อให้ทั้งสองคนได้รับรู้เรื่องนี้กันเสียที

               เพราะอีกไม่นานแจฮวานก็ต้องพาแทคอุนมาส่งเค้าที่นี่  และเจ้าเด็กสองคนนี้ก็ต้องสงสัยกันอย่างแน่นอนว่าแทคอุนเป็นใคร?

               เพื่อเตรียมตั้งรับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้  ฮัคยอนจึงยอมเลือกที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ ฮยอก ฮงบิน ได้รู้กันไว้ก่อนจะดีกว่า



               "ฮยอกพูดถูก  สถานการณ์ตอนนี้มันเสี่ยงเกินไป   ...แบบนี้มันจะดีแน่เหรอครับ เอ็นฮยอง?"  

               "...เรื่องนั้น  ฉันเองก็ไม่รู้หรอก"

               "เช่นนั้นแล้ว  เอ็นฮยองจะรีบเอาเค้าเข้ามาเกี่ยว...อะ! เฮ้ย-ย  ฮยองครับ ผมขอโทษ  ขอโทษนะครับเอ็นฮยอง...ได้โปรดอย่าทำน่าเศร้าอย่างนั้น"  ฮยอกรีบเข้าไปกอดรวบร่างบางของฮัคยอนไว้อย่างขอโทษและปลอบโยน  


ให้ตายสิ  ผมไม่ชอบเห็นใบหน้าเศร้าๆแบบนี้ของเอ็นฮยองเลย


               "ขอโทษ...ฮยองแค่รู้สึกเศร้าใจที่ไม่สามารถทำอะไรให้ดีมากกว่านี้..."

               "ไม่หรอก  แค่เอ็นฮยองยังอยู่ตรงนี้กับพวกผม...มันก็ดีมากๆแล้วครับ" ฮงบินเองก็ทนไม่ไหว  จึงต้องเข้าไปกอดและซุกหน้าตัวเองซบลงกับลาดไหล่เล็กของฮัคยอน  ที่มีฮยอกอยู่ด้านหน้าเป็นคนกอดฮัคยอนไว้แนบอกกว้าง

               ที่ฮงบินพูดมันออกนั้น...มาจากใจทุกคำ  ฮงบินยังคงไม่สามารถลืมมันไปได้เลยสักวินาที...ตลอดช่วงเวลาที่เค้าต้องเฝ้ารอ   การรอคอยให้เอ็นฮยองของพวกเค้า  รอดกลับมาอยู่กับพวกเค้าได้อีกครั้งแบบนี้ ...มันช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดทรมานต่อจิตใจของเค้าคนนี้เหลือเกิน  เพราะเช่นนี้...

ในตอนนี้...เค้าถึงได้รู้ว่า

เอ็นฮยอง

สำคัญกับเค้าคนนี้มากมายเหลือเกิน...







แกร๊ก..ก


เอี๊ยด----ด


               "ฮัคยอนอา..."  เสียงแผ่วเบาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เป็นห่วงและกังวลของแทคอุนดังขึ้น  เมื่อร่างสูงโปร่งของเค้าไปเดินมาหยุดอยู่ใกล้เตียงคนไข้  ที่มีฮัคยอนและผู้ชายอีกสองคนนั่งขนาบคู่กันอยู่บนเตียงของฮัคยอนทั้งสองข้าง


ผู้ชายหน้าตาดี[หล่อ]สองคนนี้ใครอีกล่ะเนี่ย?


                    "แทคอุน...มาถึงแล้วเหรอ  มานี่สิ"  พอฮัคยอนพูดออกไปแบบนั้น  เจ้าน้องชายตัวแสบทั้งสองคน  ก็เหมือนจะรู้ตัวจึงรีบพากันลุกออกจากเตียงเพื่อให้คนคนนั้นของฮัคยอนได้เข้ามาหาฮัคยอน

                    " ...... "  ใบหล่อของแทคอุนดูเจ็บปวดจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว  เมื่อได้เข้ามาเห็นฮัคยอนคนที่เค้าคิดถึง  คนที่เค้าไม่ได้เจอหน้าเลยมาเป็นเดือนๆ  

                    แล้วดูสิ  พอถึงเวลาที่ได้มาเจอกัน...ทำไม?  ทำไมต้องมีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่เค้าคิดถึง คนที่เค้าแสนห่วงใยคนนี้ด้วย? 



ทำไมมันต้องเป็นเช่นนี้...



                    "ทุกคนออกไปก่อน...."  ฮัคยอนหันไปบอกกับน้องๆในห้องให้ออกไปข้างนอกก่อน  โดยที่ทุกคนก็ยอมทำตามอย่างว่าง่ายไม่มีใครขัดอะไร  เพราะพวกเค้ารู้ว่าเอ็นฮยองของพวกเค้าต้องการเวลาอยู่กับใครคนนั้น

.

.

.

 
                    " นี่มัน..."  เสียงที่เริ่มสั่นเทาของแทคอุนเอ่ยขึ้น

                    "ก็อย่างที่เห็น  ฉันจะไม่พูดหรืออธิบายอะไรทั้งนั้น  เพราะคิดว่าแจฮวานคงจะได้บอกอะไรๆกับนายมาบ้างแล้ว.."  ฮัคยอนกำมือกัดฟันแน่นอย่างพยายามจะไม่ให้ตัวเองอ่อนแอ และร้องไห้ออกมาให้อีกคนได้เห็นน้ำตาของตัวเอง  

                    "ทำไมล่ะ?  จะเก็บมันไว้ทำไม ...ก็แค่ร้องไห้ออกมากับผม  ...ให้ผมได้เช็ดมันให้กับคุณ ให้ผมได้กอดปลอบคุณบ้าง ...ได้โปรดเถอะครับ ฮัคยอนอา"  แทคอุนเอื้อมมือที่สั่นเทาพอๆกับน้ำเสียงของตัวเอง เข้าไปจับสัมผัสที่ข้างแก้มนุ่มของฮัคยอนอย่างนุ่นนวลและระวังเป็นที่สุด  เพราะกลัวว่าหากเตะต้องแรงกว่านี้  ฮัคยอนของเค้าอาจจะแตกสลายหายไปจากเค้าก็เป็นได้
  


                                             ...เช่นนั้นแทคอุนจึงกลัวเหลือเกิน



                    "แทค..อุน ฮึก...แทคอุน...ฮึก-ก"  ในที่สุดน้ำตาที่ฮัคยอนกักเก็บมันมาตลอดก็ค่อยๆไหลรินออกมาช้าๆ

                    "ผมอยู่ตรงนี้...อยู่ตรงนี้ครับฮัคยอน"  แทคอุนเช็ดน้ำตาให้ฮัคยอนเบาๆ แล้วกดจูบลงที่หน้าผากของฮัคยอนทั้งน้ำตาที่ไหลรินออกมาจากความรู้สึกที่มากมายเช่นกัน 

                    "ขอ..โทษ  ฉันขอโทษ  แทคอุนอา ฉัน...ขอโทษ"  ฮัคยอนพูดออกมาจากความรู้สึกที่มีทั้งหมดของเค้าทั้งน้ำตา

                    "อย่า...อย่าขอโทษเลย  คุณไม่ได้ผิดอะไร....ฮัคยอน  อย่ารู้สึกผิดเลยนะครับคนดีของผม"  แทคอุนลูบศีรษะกลมและกอดปลอบฮัคยอนเอาไว้แนบอกแกร่งที่แสบอบอุ่นที่ฮัคยอนรอคอย  รอคอยที่จะได้อ้อมกอดแสบอบอุ่นนี้  ....รอคอยมันจากแทคนอุนอยู่เสมอ



                    "..แทคอุนอา..."


                    "ครับ ฮัคยอน..."


                    "เหนื่อยมั้ย...?"


                    " ..ถ้าเป็นเรื่องงานของผม...ก็เหนื่อยครับ แต่ตอนนี้ไม่เหนื่อยแล้วครับ  ..ฮัคยอนของผมละครับ  ..คุณเจ็บมากมั้ยครับ"  ฮัคยอนสายหัวไปมาเบาๆ อยู่กับหน้าอกแกร่งของแทคอุนแทนคำตอบ..


   
                 "แทคอุนอา..."


                    "ครับ ฮัคยอน..."


                    "...แทคอุน"


                    "ครับ ฮัคยอน..."


                    "จอง แทคอุน"


                    " .................. "


                    " .................. "


                    "ทุกอย่างเกิดขี้น ....จากความตั้งใจทั้งหมด"


                    "ครับ...?"


                    "นายอาจจะต้อง...ทั้งเหน็ดเหนื่อ"


                    " ......... "


                    "ต้องเจอเรื่องที่ทำให้ต้องเป็นทุกข์..."


                    " ......... "


                    "อาจจะต้องยืนโดดเดี่ยว..เพราะการรอคอย"


                    " .......... "


                    "มันจะทำให้นาย  เจ็บปวดกังวล..."


                    " ......... "


                    "จอง แทคอุน...."


                    "ผมจะไม่ยอมปล่อยมือคู่นี้...จะไม่ยอมปล่อยคุณจากไป"


                    "แทคอุน..."


                    "ไม่ว่า...ที่ที่มีคุณยืนอยู่มันจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดมากมายแค่ไหน"


                    " .......... "


                    "ไม่ว่า...มันทรมานหรือยากลำบากมากสักแค่ไหน"


                    " ......ฮึก-ก"



                    "แค่ที่นั้นมีคุณ...แค่มี ชา ฮัคยอน ..."


                    "พอแล้ว...."


                    "...ฮัคยอนครับ"


                    "แทคอุน...อึก...พอได้แล้ว"


                    " ............. "  ฮัคยอนครับ


                    "ช่วย...ฮึก กอดสิ  ...ช่วยกอดฉันเอาไว้แน่นๆ ...ฮึก...จนกว่านายจะพอใจ..."


                    "ฮ้คยอนอา..."



                    "อยู่กับฉัน จอง แทคอุน...นายจะอยู่กับฉันใช่มั้ย?"


                    "ไม่ครับ  ฮัคยอน  ...ไม่ เคย แม้ สัก ครั้ง...ไม่มีวันที่ผมจะไม่อยากอยู่กับคุณเลย...แม้สักวันเดียว"


                    "...แทคอุน"


                    "ผมยังอยู่ตรงนี้  ยังคงอยู่กับคุณ ...และจะไม่ยอมไปไหนจากคุณ ชา ฮัคยอน ..ของผม"






100%


/ความรู้สึกที่มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่เข้าใจกัน

/ความรู้สึกที่ไม่ต้องพูดออกมาก...ก็รู้ว่าคืออะไร

/แค่เราสองคนรู้สึกถึงกันและกันอยู่ก็พอแล้ว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #24 Manira (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 06:24
    เกิดไรขึ้นอ่าาาาาาาา มาต่อด่วนเลยค่ะไรท์ ฮืออออออ
    #24
    0