คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย We're friends? [VIXX-LeoN] We're friends? [VIXX-LeoN] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
We're ...friends?









             

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 พ.ย. 60 / 18:39


We're ...friends?







               ณ ช่วงเย็นวันหนึ่งของต้นฤดูใบไม้ผลิ ...เมื่อสี่ปีก่อน

               "หวัดดีฉันชื่อ ฮัคยอนนะ ชา ฮัค-ยอน" ฮัคยอนเอ่ยทักทายกับเพื่อนใหม่ พร้อมด้วยรอยยิ้มที่น่ารักสดใส

                              "...หวัดดี..ชื่อ จอง แทคอุน" คนมาใหม่ทักตอบกลับให้เพียงสั้นๆด้วยสีหน้านิ่งไม่บอกถึงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ

                         


[ฮัคยอน said] 

               ตลอดชีวิตเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมใช้ชีวิตมาโดยที่ผมไม่รู้ ไม่มีความทรงจำอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องราวของตัวเองในอดีตเลย ...เช่นว่า ผมเป็นใคร? มาจากไหน? ครอบครัว? พ่อ แม่ ญาติพี่น้องเป็นใคร? ...ผมก็ไม่รู้  ผมไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย

               ผมจำได้แค่ว่า ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องนอนมืดๆของผมในอพาร์ทเม้นท์นี้ ในช่วงกลางดึกของคืนที่มีฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก


'ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความว่างเปล่า'


               ผมรู้จักชื่อของตัวเองจากเอกสารและบัตรประจำตัวประชาชนของผม ที่ว่างอยู่บนโต๊ะหนังสือตรงหน้าคอมฯ
               เอกสารเหล่านั้น บอกว่าผมเป็นนักศึกษาปีหนึ่งของมหาลัยxxx ชื่อ ชา ฮัคยอน อายุ 18 ปี ไม่ระบุสถานที่เกิด ไม่ระบุสัญชาติ  ไม่มีระบุข้อมูลอื่นเพิ่มอีกนอกจากนั้น
               แต่นอกจากเอกสารพวกนั้นแล้ว ก็ยังมีสมุดบัญชีเงินฝากที่เป็นชื่อของผมวางแนบเอาไว้รวมอยู่กับเอกสารพวกนั้นด้วย โดยสมุดบัญชีเงินฝากเล่มนั้น มียอดเงินฝากคงเหลือในปัจจุบันอยู่เป็นจำนวนมากพอสมควร แต่ถ้าจะพูดให้จริงๆเลยก็คือ จำนวนเงินในนั้นมันมีมากพอ ที่จะทำให้ผมใช้ชีวิตของผมในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างสบายๆโดยไม่ต้องทำงานเลยก็ได้ 

               นั้นแหละครับ คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผม ...ที่ผมได้รู้จักมันหลังจากที่ผมได้ตื่นขึ้นมาด้วยความว่างเปล่า ...มีเพียงแค่นั้นจริงๆ
               แต่ที่มันน่าแปลกกว่านั้นคือ ทั้งๆที่ทุกอย่างมันดูปริศนาและเต็มไปด้วยความน่าสงสัย....
              แต่ทว่า ตัวผมทั้งในตอนนั้น และในปัจจุบันตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นตอนไหนๆ ผมคนนี้กลับไม่เคยมีความรู้สึกสงสัย หรืออยากรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองมากไปกว่านั้นเลย

               ทำไมกันนะ?

               ทำไมผมถึงได้ไม่เคยคิดอยากจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเลย...

               หรือมันอาจจะเป็นเพราะว่า ทุกครั้งที่พอผมเริ่มรู้สึกอยากจะรู้จักตัวเอง...ความรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัสมันก็แล่นเข้ามาในหัวของผมทุกครั้ง เมื่อผมพยายามจะนึกคิดถึงมัน 
               นอกจากความเจ็ดปวดแสนทรมานนั่นแล้ว ผมก็ไม่เคยจะได้เห็นความทรงจำเก่าๆของผมในอดีตขึ้นมาเลย สักเรื่อง เฮ้อ...ก็ในเมื่อมันเป็นอย่างนั้น แล้วผมคงไม่จำเป็น ที่จะต้องไปทนเจ็บปวดทรมานอะไร กับสิ่งที่ยังไงซะ ตัวเองก็ไม่มีวันจำมันได้นั้นหรอก ...เสียเวลาเปล่า 

               เพราะอย่างนั้น ผมจึงใช้ชีวิตใหม่ของผมไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่คิดสนใจอะไร กับอดีตที่ว่างเปล่านั้นอีก 

               ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เริ่มจากศูนย์...ผมใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพังเพียงคนเดียว โดยที่ผมแทบจะไม่พูด ไม่คุย ไม่คบหากับใครๆเลยสักคน ในช่วงหลายเดือนแรกของชีวิตใหม่ของผม 



               

               จนกระทั่ง วันหนึ่งในต้นฤดูใบไม้ผลิ เมื่อสี่ปีก่อน 

               มันคือวันแรก วันที่ผมได้มีเพื่อนคนแรก ในชีวิตใหม่ของผม 
               เขามีชื่อว่า จอง แทคอุน เขาเป็นผู้ชายที่มีบุคลิกนิสัยพูดน้อย ค่อนข้างเย็นชา และใครๆก็มักจะบอกว่าเขาเป็นเสือยิ้มยาก เพราะว่าแทคอุนเป็นคนที่ไม่ค่อยจะแสดงออกอารมณ์อะไรกับใครสักเท่าไหร่ เค้าจึงดูเป็นคนที่ใครๆเข้าถึงยาก ...แต่อย่างน้อยชีวิตของแทคอุนก็ยังไม่ได้ว่างเปล่า เพราะเค้ามีทั้งครอบครัว มีพี่สาว และมีเพื่อนที่เค้าสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆด้วย
 
               ไม่เหมือนกับผม ที่ชีวิตมีแต่ความว่างเปล่า โดดเดี่ยว 

               ผมไม่มีใครสักคนที่ผมจะเรียกเค้าว่าเพื่อน 
               ผมไม่มีใครสักคนที่ผมจะเรียกเค้าว่าครอบครัว...ถึงชีวิตในแต่ละวันของผม จะได้พบเจอกับผู้คนมากมาย 
               แต่ผมก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่อย่างนั้น ใช้ชีวิตไปวันๆด้วยตัวคนเดียว ไม่ยอมพึ่งพาใคร

               เพราะสิ่งที่เป็นอยู่...มันค่อนข้างโอเคสำหรับผมนะ
               ถึงผมต้องอยู่คนเดียว ในสังคมเมืองที่รุ่งเรือง และมากมายเต็มด้วยผู้คนต่างๆ 
              ในทุกๆวันของผมก็ยังคงเดินออกไปไหน มาไหน และทำอะไรเพียงคนเดียวเช่นนั้น โดยที่ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลก... 
               แม้ว่าผมจะยืนอยู่ในที่ที่มีแต่ผู้คนที่เค้ามากันเป็นกลุ่ม เค้ามากันเป็นคู่กัน แล้วมันอาจจะดูเหมือนว่าผมที่ยืนอยู่ในที่ตรงนั้น เพียงแค่คนเดียว และคนอื่นก็คงจะมองว่าผมนั้นโดดเดี่ยว...แต่ว่า ผมโอเคนะ ...ถึงมันจะมีบ้าง เวลาที่ผมรู้สึกเหงา...แต่ก็โอเคนะ ผมอยู่กับมันได้ ผมไม่เป็นไรครับ 

               ถึงผมจะดูเหมือนคนที่ไม่สนใจอะไรเลย และเข้าถึงยาก...แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่จิตใจด้านชาอะไรแบบนั้นนะ หากว่ามีใครสักคนเข้ามาขอร้อง หรือต้องการความช่วยเหลืออะไรจากผม ถ้ามันไม่มากเกินความสามารถของผม ผมก็ยินดีพร้อมช่วยเหลือทุกอย่างนะครับ

              เพราะว่ามค่อนข้างมีความรู้สึกอ่อนไหวมากเกินไป มันจึงทำให้ผมมีข้อจำกัด มีข้อแม้ในทุกๆเรื่อง และเพราะผมเป็นแบบนี้ ผมจึงชอบเก็บตัว ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวอะไรกับใคร ดังนั้น ผมจึงไม่เคยมีเพื่อน ไม่เคยมีคนที่สนิทด้วยเลยสักคนเดียว
               
               ผมมีความรู้สึกกลัวครับ ผมรู้สึกกลัวการทำความรู้จักกับคนอื่น ผมกลัวความผิดหวัง ความเสียใจ ผมกลัว...ผมจึงไม่กล้าเปิดใจรับใคร 
               เพราะว่ากลัวความรู้สึกพวกนั้นมากจริงๆ ผมก็เลยต้องเลือกที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว อยู่ตัวคนเดียวกับความว่างเปล่า และความเหงาที่ผมคุ้นชิน ดีกว่าต้องออกไปเสี่ยงกับอะไร...ที่ผมไม่อยากพบเจอ
               

               แต่สำหรับจองแทคอุนแล้ว เค้าคือข้อแม้ คือข้อยกเว้นทุกอย่าง ...สำหรับผม เพราะการที่มีเค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่แสนว่างเปล่าของผม มันคือสิ่งที่ผมไม่อาจปฏิเสธ เพราะพียงแค่วินาทีแรก ที่เค้ามายืนอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกที่เคยเฉยเมยกับการพบเจอคนอื่นของผม มันก็ได้เปลี่ยนไปในทันที

               เพียงแค่ได้เห็นใบหน้านิ่งๆของแทคอุนในวันแรกที่เราเจอกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่า เค้าจะสามารถทำให้ผมมีความรู้สึก...ความรู้สึกที่เริ่มอยากทำความรู้จัก อยากเข้าไปสนิท และอยากมีเค้าเป็นเพื่อนคนแรก

               ถ้าหากจะถามว่าเราสองคนมาเจอกันได้ยังไงนั้น ผมเองก็ไม่รู้ที่มาที่ไปอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้นักหรอก เพราะสิ่งเดียวที่ทำให้ผมกับแทคอุนมาเจอกันได้ก็คือ 'จดหมายไร้นาม' 

               มันเป็นจดหมายจากใครสักคนที่ส่งมาถึงผม ในเย็นวันหนึ่ง โดยมีเนื้อหาข้อความในจดหมายฉบับนั้น ที่มันได้เขียนขึ้นด้วยหมึกพิมพ์สีดำว่า...



'ถึงคุณชาฮัคยอน เมื่อถึงรุ่งอรุณในเช้าวันใหม่
หนึ่งบุคคลที่ถูกเลือก จะมาเยืยน
โปรดต้อนรับและจงคอยดูแลซึ่งกันและกัน'






               จองแทคอุน เป็นคนขี้รำคาญครับ ...โดยเฉพาะ...กับชาฮัคยอน 
        เฮ้อ...แต่ผมก็รู้แหละว่า ต้นเหตุมันเป็นเพราะอะไร? ที่ทำให้แทคอุนรำคาญผม 
        เพราะว่าผมจะชอบพูดมากเวลาอยู่กับแทคอุน เพราะผมชอบเข้าไปเล่นกับเค้าชอบเข้าไปยุ่งวุ่นวาย ทำตัวเกาะแกะ จนเค้ารำคาญ..เออ ก็ประมาณนั้นแหละครับ
        เฮ้อ...จะให้ทำไงได้ละ ก็ชีวิตผมมีแค่เค้าคนเดียว ที่เป็นเพื่อน เป็นรูมเมท และเป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจด้วย

        เออ...จะว่าผมแปลกก็ได้นะครับ เพราะว่าผมชอบเวลาที่เห็นแทคอุนทำหน้างอ ทำหน้าบึ้งเวลาโดนผมแกล้ง...น่ารักดีครับ ปฏิกิริยาของแทคอุน เวลาโดนผมแกล้งเข้าไปจับ เข้าไปกอด ไปเกาะแกะ ไปวุ่นวายกับตัวเค้า ...ผมชอบครับเห็นแทคอุนทำหน้าอย่างนั้น มันน่ารักดี[น่าแกล้งมาก] 

               อืม...ผมรู้ครับ ผมรู้ว่าเค้าไม่ชอบและรำคาญผมมากแค่ไหน ตอนที่ผมทำแบบนั้นกับเค้า แม้ว่า แทคอุนจะรำคาญผมแค่ไหน แต่เค้าก็ยังคงทนยอมให้ผมทำ....ซึ่งผมคิดว่า ‘อา...แทคอุนคงจะสงสารผมอยู่ละมั้ง?’ เค้าถึงได้ยอมปล่อยให้ผมทำอย่างนั้น
        อืม...ผมก็แค่เดาๆไปงั้นแหละครับ เอาจริงๆ เรื่องความคิดความรู้สึกจริงๆของแทคอุน...ผมไม่เคยรู้หรอก
        แต่ที่ผมคิดว่า เค้ายอมผมก็เพราะเค้าสงสารนั้น ก็เพราะว่า เค้ารู้ว่าผมไม่เคยมีเพื่อน...หรือใครเลยสักคนนอกจากเค้า เพราะงั้น... มันเลยทำให้ผมติดเค้า ไม่ว่าจะทำอะไร จะไปที่ไหน เมื่อไหร่...ผมก็จะอยู่กับเค้า ตามเค้าไปตลอดเลย ...คงแบบนั้นแหละ เพราะความสงสาร แทคอุนเลยยอมให้ผมอยู่ใกล้ๆเค้าจนมาถึงทุกวันนี้ 











ณ สนามบาส ช่วงเวลาเย็นของวันหนึ่ง

        “เฮ้ย เลโอฮยองเมียมารับแล้ว โน้น...เฮ้ย!”

ฟาว ว ว ตึง ง ง ง !

        แทคอุนเขวี้ยงลูกบาสสีส้ม ที่ถืออยู่ในมือใส่ฮงบินสุดแรง แต่โชคดีที่ฮงบินรู้ตัวก่อน เลยรีบกระโดดหลบจากทางลูกบาสที่พุ่งตรงมาอย่างแรงนั้นได้อย่างเฉียดฉิว





        “แกอยากตายสินะ อี ฮ ง บิ น ?” แทคอุนกดเสียงพูดรอดฟัน เสยผมด้านหน้าขึ้นด้วยอาการของคนที่กำลังควบคุมความโมโหเดือดดาล

        “โว้ๆๆ อย่าจริงจังขนาดนั้นสิ ผมพูดเล่นเองเหอะฮยอง” ฮงบินยังคงเว้นระยะห่าง ให้อยู่ในระยะที่ตัวเองจะปลอดภัยจากเลโอที่สุด

        “ฮึ่ย! ระวังปากแกไว้ดีๆเถอะ ถ้าไม่อยากเลือดออก...ก็จำไว้ซะ ว่าอย่ามาพูดอะไรแบบนี้อีก เพราะฉันกับหมอนั่นเราเป็นแค่ เ พื่ อ น กั น !”



        แทคอุนพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด พร้อมส่งสายตาคมดุ ที่โคตรน่ากลัวของเค้า ไปเตือนฮงบินที่บังอาจมาพูดจาแซวเล่นไม่เข้าหูแบบนั้น 
        แล้วจากนั้น แทคอุนก็เดินเหวี่ยงฝึดฟัดออกไปจากสนามบาส เดินหนีไปทางห้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดของสนามบาสทันที โดยไม่สนใจจะพูด จะบอกอะไรใครในสนามเลยสักนิด
        แต่มันก็เป็นอย่างนี้ ประจำทุกครั้งนั้นแหละ เวลามีใครทำอะไรให้แทคอุนโกรธ หรือว่าอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา ตอนที่เค้ากำลังเล่นบาสอยู่แบบนั้น แทคอุนก็มักจะเดินหนีไประงับดับอารมณ์หงุดหงิดของตัวเอง ด้วยการไปอาบน้ำให้ความเย็นของน้ำ มันช่วยบรรเทาความร้อนจากไฟโมโห ที่มันรุกพล่านอยู่ในตัวให้มันเย็นลง...อย่างนั้น ทุกครั้ง






        “หวัดดีครับ เอ็นฮยอง” ฮงบินเดินเข้าไปทักทายกับคนน่ารัก ที่มักจะมานั่งรอรุ่นพี่สุดโหดอารมณ์ร้อน[เลโอ] อยู่ตรงอัฒจันทร์ตรงนี้ทุกวัน ที่เลโอฮยองมาเล่นบาส 

        “หวัดดีครับฮงบิน ..อันนี้ของฮงบินครับ” เอ็นฮยองก็จะเป็นแบบนี้เสมอทุกครั้ง เวลามาที่นี่ เอ็นฮยองก็จะซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่เข้ามาฝากผมเป็นประจำ[หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักและเริ่มสนิทกันแล้ว]

        “อา รู้สึกเกรงใจจังครับ เฮ้อ..แต่ผมก็จะรับไว้ด้วยความเต็มใจครับ” ฮงบินพูดเสียงเหมือนคนเกรงใจสุดๆ แต่มันขัดกับสายตาและรอยยิ้มที่ดีใจสุดๆของเค้ามากพอๆกัน

        “วันนี้เป็นไงบ้างครับ? เมื่อกี้...โดนเลโอดุอีกแล้วเหรอครับ?”

        “อา ก็...ทำนองนั้นแหละครับ ฮ่าๆ”

        “อา...ขอโทษแทนเลโอด้วยนะครับ ที่เค้าว่าอะไรฮงบินไป...ก็อย่าถือสาเลโอเค้าเลยนะครับ วันนี้อากาศคงร้อนไปหน่อย เลโอก็เลยอารมณ์เสียง่าย...” เอ็นฮยองก็เป็นแบบนี้ทุกที แสนดี สุภาพ อ่อนโยน ใจดี และน่ารักมากๆด้วย ...มากจนทำให้คนที่ได้รู้จัก ได้เข้ามาอยู่ใกล้ๆมาสนิทด้วยอย่าง อีฮงบิน หวั่นไหวใจเต้นแรงตลอด 

        เฮ้อ...ทำไมเอ็นฮยองถึงได้น่ารักขนาดนี้
        เฮ้อ...นี่ถ้าไม่เกรงใจเลโอฮยอง ที่ทำท่าหวงเอ็นฮยองขนาดนั้น...หึ รับรองได้เลยว่า ป่านนี้ เอ็นฮยองคนน่ารักคนนี้ ต้องได้เป็นแฟนกับเค้า อีฮงบิน คนนี้ไปแล้วแน่ๆ 
               เฮ้อ...มันน่าเสียดายจริงๆเลย คนน่ารักที่มีเจ้าของแล้ว





ซ่า า า า

ปึก!

        “โธ่เว้ย!” เลโอใช้กำปั้นทุบเข้าที่กำแพงกระเบื้องตรงหน้าอย่างแรง ด้วยความโมโหตัวเอง ที่ขนาดมายืนแช่อยู่ใต้สายน้ำจากฝักบัวแบบนี้ นานกว่าสิบนาทีแล้ว แต่อารมณ์ความรู้สึกที่มันเดือดพล่าน อยู่ในใจของเค้า... จนป่านนี้มันก็ยังปั่นป่วนควบคุมไม่ได้สักที 


เอี๊ยด...


       จู่ๆน้ำจากฝักบัวที่เลโอกำลังยืนอาบก็หยุดไหล แล้วจากนั้น เสียงเข้มๆจากคนที่ปิดก๊อกน้ำของเลโอก็พูดขึ้นมาว่า “ทำอะไรอยู่นะ เลโอฮยอง?”

        “วอนชิค..” เลโอหันกลับไปมองตรงก๊อกน้ำ ก็เห็นร่างสูงโปร่งของรุ่นน้องคนสนิท ที่ทั้งตัวมีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันอยู่รอบเอวสอบ วอนชิคยืนเท้าสะเอวมองแทคอุนอย่างไม่เข้าใจสุดๆ

        “.....”


พรึ่บ


        “เล่นบาสมาเหนื่อยๆ แล้วมาอาบน้ำนานๆแบบนี้...อยากป่วยเหรอไงว่ะฮยอง?” วอนชิคบ่นกับเลโออย่างนั้น หลังจากที่เค้าได้โยนผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ไปให้เลโอแล้ว

        “ฉัน...แปลกไปว่ะ” เลโอก้มหน้าเอ่ยขึ้นมาเบาๆด้วยน้ำเสียงของคนกำลังสับสน

        “หา? อืม...ฮยองก็แปลกนิดหน่อยจริงๆ” พอมาคิดๆดูแล้ว รุ่นพี่คนนี้ของเค้า ช่วงนี้ก็ทำตัวแปลกๆอย่างที่เจ้าตัวพูดออกมาจริงๆนั้นแหละ

        “เฮ้อ...นั้นสินะ” 

        “ใช่ ดูจริงจังเกินไป และยังอารมณ์แปรปรวนง่าย...อืม?” วอนชิคหยุดพูด  เมื่อเห็นว่าเลโอเดินเงียบไปนั่งทำหน้าคิดไม่ตก อยู่ตรงที่เก้าอี้ยาวที่วางอยู่ตรงหน้าตู้ล็อกเกอร์ เห็นแบบนั้น วอนชิคเลยเงียบ มองตามเลโอ พร้อมๆกับใส่กางเกงให้ตัวเองไปด้วย

        “.....”

        “รู้สึกตัวอีกทีก็เอาแต่เฝ้ามอง...” เลโอเริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่นิ่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองไปนานหลายนาที

        “หือ?” วอนชิคขมวดคิ้ว ตีหน้ายุ่งทันทีกับประโยคลอยๆที่เลโอพูดขึ้นมา

        “ไม่พอใจคนที่มาจับ หรือเข้ามาตีสนิทกับหมอนั่น” เลโอเริ่มพูดระบายความในใจออกมา “อยากรู้ว่าคุยโทรศัพท์กับใครจนต้องแอบฟัง”

        “หา?”

        “ฉันทำอะไรไม่ได้เลย จนต้องออกไปวิ่ง...วิ่งจนเหนื่อย”

        “เดี๋ยวก่อนๆ” วอนชิคร้องเบรคเลโอไว้ เพราะรู้สึกตามไม่ทัน ไม่เข้าใจว่าเลโอกำลังพูดถึงอะไรอยู่ จนอดไม่ได้เลยต้องถามขึ้น “พูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย?”

        “แต่พอหมอนั่นเข้ามาใกล้ก็ลนลาน...”

        “เฮ้ย! เลโอฮยองผมถามว่าเรื่องอะไร?!!!” วอนชิคร้องขึ้นเสียงดัง เพราะเริ่มหงุดหงิดเลโอที่เอาแต่พูดเรื่องอะไรอยู่ก็ไม่รู้ อยู่คนเดียว ไม่ยอมบอกอะไรให้เค้าได้เข้าใจด้วยสักที วอนชิคก็เลยทนไม่ไหวต้องขึ้นเสียงใส่

        “ฉันสงสัยว่าจะชอบฮัคยอนว่ะ” เลโอเงยหน้าขึ้นบอกกับวอนชิค ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงหนักแน่น

        “หา?” วอนชิคอ้างปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดว่า “ล้อเล่นป่ะ?”

        “แล้วแกเห็นว่าฉันกำลังล้อเล่นอยู่เหรอ?” เลโอพูดเสียงจริงจัง

        “เปล่า? ไม่ใช่อย่างนั้น” วอนชิครีบส่ายหน้าปฏิเสธไปมาก่อนจะรีบอธิบายเหตุผลต่อว่า “ที่ผมพูดว่า ล้อเล่นนะ คือผมนึกว่าพวกฮยองสองคนคบกันอยู่...”

        “ก็บอกไปหลายรอบแล้วไง ว่าเป็นแค่เพื่อนกัน...ทำไมไม่เชื่อว่ะ”

        “โธ่...ตัวติดสนิทกันขนาดนั้น ใครๆเค้าก็เชื่อไม่ลงหรอก ว่าพวกฮยองสองคนจะไม่มีอะไร แล้วเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆอย่างนั้นนะ”

        “อะไร? แกเองก็ไม่เชื่ออย่างงั้นเหรอ วอนชิค?”

        “ก็..50/50 อะ" ใจจริงวอนชิคอยากบอกกับเลโอตรงๆไปเลยนะว่า ใช่ แต่ก็ยังรู้สึกเกรงใจเลโออยู่ก็เลยต้องบอกไปอย่างนั้น

        "ทำไมว่ะ พวกฉันก็ทำตัวแบบนี้กันเป็นปกตินะเว้ย" เลโอยังคงพยายามยืนยันในความเป็นจริงของเค้ากับฮัคยอน ว่าพวกเค้ายังเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ

        "เฮ้อ..." วอนชิคเห็นเลโอยังมึนตอบเสียงแข็งเรื่องความสัมผัสของตัวเองกับเพื่อนคนน่ารักคนนั้นแล้ว วอนชิคก็เลยรู้สึกเหนื่อยที่จะต้องมาชี้แจ้ง อะไรต่างๆที่มันก็ชัดเจนอยู่แต่แรก...แบบนั้น ให้กับคนดื้อที่ไม่ยอมรับความจริงอย่างเลโอแล้วล่ะ "นี่เลโอฮยอง...ผมว่านะ ถ้ารู้ใจตัวเองแล้วก็ควรจะรีบทำตามหัวใจตัวเองเถอะ...ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป"






        เลโอเดินกลับออกมาที่สนามบาสอีกครั้ง หลังจากหายไปนานกว่าครึ่งชั่วโมง
        เมื่อเลโอได้เดินตามทางข้างสนามบาสออกมาเรื่อยๆ จนเดินใกล้เข้ามาถึงอัฒจันทร์แล้วนั้นเอง ...เลโอถึงได้รู้สึกตัวว่า ตัวเองได้ทำเรื่องผิดพลาดไปเสียแล้ว

        แล้วอะไรคือเรื่องผิดพลาดของผมงั้นเหรอ?

        จะเป็นเรื่องอะไรอื่นไปได้อีกล่ะ นอกจากเรื่องที่ผมปล่อยให้ฮัคยอนนั่งรอผมอยู่ที่อัฒจันทร์นานกว่าครึ่งชั่วโมง...กับเจ้าเด็กกวนประสาท อีฮงบิน ที่มันชอบเข้าไปทำตัวเรียกคะแนนจากฮัคยอน ทุกครั้งที่ฮัคยอนมานั่งรอผมเล่นบาสเป็นประจำ แบบนั้นน่ะ

        ฮึ่ย ให้ตายเถอะ ไม่ชอบเลยจริงๆ



        
        “อ้าว แทคอุนมาแล้วเหรอ...เอ๋?” ฮัคยอนหันไปยิ้มหวานรับแทคอุนที่เดินเข้ามา ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นทำหน้าสงสัย กับท่าทางที่ดูไม่ดีนักของเพื่อนตลอดชีวิต ฮัคยอนมองแทคอุนสลับฮงบินที่กำลังจ้องเขม็งกันไปมา ก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนคนสำคัญของตัวเองอีกครั้ง “แทคอุน”

        “ลุก! กลับบ้าน!” เลโอหันไปบอกฮัคยอนเสียงเข้ม

        “อะ อื้ม ขอเราเก็บของก่อนนะ แป๊บนึง” ฮัคยอนพยักหน้ารับแล้วจึงรีบหันก้มไปเก็บข้าวของที่วางอยู่ข้างๆตัวเองทันที


พรึ่บ


        ในขณะที่ฮัคยอนกำลังก้มเก็บของใส่กระเป๋าอยู่นั่นเอง ฮงบินที่นั่งอยู่ที่ข้างๆฮัคยอน ก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาแทคอุนใกล้ๆ เพื่อเข้าไปกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับแทคอุน

        “ฮยองน่าจะออกมาช้ากว่านี้หน่อยนะ” ฮงบินกระซิบบอกประโยคแรกก่อนจะขยับออกมา จ้องหน้าท้าทายกับแทคอุน แล้วหันไปมองที่ฮัคยอน ก่อนจะพูดอีกประโยคว่า “เพราะตอนที่ฮยองไม่อยู่...เราสองคนคุยกันสนุกมากเลย”

        “อี ฮ ง บิ น” แทคอุนกดเสียงรอดฟัน กำหมัดแน่นอย่างอดทนไว้สุดๆ

        “ครับ นั้นมันชื่อผมเอง” ฮงบินยังคงยียวนแทคอุนต่อไม่เลิก

        “อย่ามาลองดีกับฉัน...” แทคอุนขบกร้ามแน่นอย่างข่มอารมณ์ไว้สุดๆ

        “ไม่ดีมั้ง? ถ้าฮยองต่อยผม...เอ็นฮยองที่เอ็นดูผมสุดๆคงเสียใจและผิดหวังในตัวเพื่อนตลอดชีวิตของเค้ามากแน่ๆเลย ...ฮยองว่ามั้ย?”

        “แกคิดว่าฉันกลัวหมอนั้นเหรอ?” แทคอุนตอบกลับไปอย่างไม่คิดยอมแพ้

        “อา งั้นเหรอครับ ขอโทษนะ...แต่ผมไม่อยากทำให้เอ็นฮยองคนดีของผมต้องเสียใจกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง..โอเคนะครับ?”

        “.....” ยิ่งได้ยินฮงบินพูดแบบนั้น แทคอุนก็ยิ่งรู้สึกโกรธจนพูดไม่ออก

        “แทคอุน เราเก็บของเสร็จแล้ว” ต้องบอกว่าขอบคุณน้ำเสียงสดใสของฮัคยอน ที่ดังขึ้นมาได้ถูกจังหวะพอดี เพราะไม่อย่างนั้น หากช้าไปกว่านี้อีกนิด วันนี้คงได้มีคนถูกหามส่งโรงพยาบาล เพราะฝีมือของ จองแทคอุน คนนี้แน่ๆ

        “อืม” แทคอุนระสายตาออกจากฮงบินไปหาฮัคยอนที่กำลังเดินเข้ามาหา 

        “บ๋ายบ่าย~เอ็นฮยองกลับบ้านดีๆนะครับ” ฮงบินโบกมือลาพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ฮัคยอนด้วยอย่างน่ารัก

        “อา ครับ ฮงบิ- อะ!..แทคอุน?!” ฮัคยอนกำลังจะส่งยิ้มและโบกมือลาตอบฮงบินอยู่แท้ๆ แทคอุนก็เดินเอาตัวเอามาบังหน้าฮัคยอนไว้ ไม่พอนะ แทคอุนยังจับตัวฮัคยอนให้หมุนกลับหลังไปที่ประตูทางออกอีกด้วย โดยไม่ยอมให้ฮัคยอนได้พูดได้ลาอะไรกับฮงบินให้เรียบร้อยเลยด้วยซ้ำ

        เฮ้อ...จองแทคอุนเอาแต่ใจแบบนี้อีกแล้ว 



















               ซ่าาาาา....

               ติง... ติง...ง

               "หืม...." ในขณะที่ฮัคยอนกำลังล้างมืออยู่ที่อางล้างหน้าในห้องอาบน้ำ จู่ๆก็มีหยดเลือดสีแดงสดหยดลงไปปะปนกับน้ำใสที่เปิดจากก๊อกน้ำในอางล้างหน้า

               "อะไร...เลือด..." ฮัคยอนชะงักค้าง จ้องมองเลือดที่หยดลงไปรวมกับน้ำในอางล้างหน้า แล้วค่อยๆไหลหายจางลงไปในรูระบายน้ำในอางล้างหน้าอย่างตกใจและสงสัย...!

               ฮัคยอนนิ่งตั้งสติอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆยกมือข้างหนึ่งของตัวเองขึ้นเอาปลายนิ้วไปลองแตะดูที่ใต้จมูกของตัวเอง

               เลือดสีแดงสดเปื้อนติดมาบนสองปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางของฮัคยอน คือคำตอบ...

               "ทำไม...." ฮัคยอนยืนมองดูมันอย่างสับสน จนทำอะไรต่อไปไม่ถูก


               ตลอดเจ็ดปีที่ฮัคยอนตื่นขึ้นมา
               แม้จะมีบ้าง บางช่วงที่ฮัคยอนป่วย
               แต่ฮัคยอนจำได้ ว่าตัวเองไม่เคยเลือดกำเดาไหลเลยสักครั้งเดียว ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเจ็ดปีก่อน 

               มันไม่เคยเกิดขึ้นเลยนะ ...ทำไมล่ะ? 

               มันแปลก เพราะว่า ตอนนี้ฮัคยอนไม่ได้มีอาการป่วยไข้ไม่สบายอะไรเลยนะสิ แล้วทำไม่อยู่ดีๆเลือดกำเดาก็ไหลออกมาอย่างนี้ล่ะ?

               "ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ...จะทำยังไงดี..." ฮัคยอนยกมือขึ้นปิดจมูกเอาไว้ แล้วรีบหันมองไปมาซ้ายขวาเพื่อหาตัวช่วย

               ฮัคยอนหยิบเอาผ้าขนหนูที่พับวางอยู่บนชั้นวางตรงข้างๆมาปิดซับเลือดกำเดาที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุดเอาไว้

               "อึก...." ฮัคยอนเริ่มมีอาการผิดปกติขึ้น 


               ตึกตึกๆๆๆ

               หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ การหายใจเริ่มถี่และสั้น

               ชีพจรเต้นเร็วแต่เบามาก

               ฮัคยอนเริ่มวิงเวียนศรีษะ มีอาการหน้ามืด และรู้สึกว่าเนื้อตัวเย็นซีดขึ้น

               "อึก..." จู่ๆก็มีอาการเจ็บแน่นขึ้นมาที่หน้าอก และก็รู้สึกคลื่นไส้จนอยากอาเจียนออกมา

พรืบ..

               ฮัคยอนทนไม่ไหว รีบสาวเท้าเข้าไปทรุดตัวนั่งคุกเข่าลงที่ข้างโถชักโครกเพื่อจะอาเจียนออกมา แต่มันก็ไม่เป็นอย่างที่ต้องการ...

               "อึก..ฮ่าห์...อึก.." ร่างกายมันปั่นป่วนไปหมด ฮัคยอนเริ่มตกอยู่ในสภาวะสับสน วิตกกังวล และเริ่มกลัวอาการผิดปกติ ที่เกิดขึ้นมาในร่างกายของตัวเอง

               "อึก...." ฮัคยอนพยายามครบคุมตัวเองให้มีสติเอาไว้ ค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นมา แล้วค่อยๆเดินเกาะเกี่ยวตามผนังกั้นออกมาจากห้องอาบน้ำ ด้วยสภาพที่สุดจะดูย่ำแย่ เนื้อตัวยังคงเย็นซีดและเต็มไปด้วยเหงื่อที่ออกมากกว่าปกติ


               กว่าฮัคยอนจะเดินโซเซกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเองได้ก็ยากลำบากและทรมานไม่น้อยเลย ที่ต้องฝืนทนกับอาการ...แสนทรมานแบบนั้น...ให้ตัวเองเดินเข้ามาถึงห้องนอนของตัวเองได้แบบนี้...มันไม่ง่ายเลย

วูบ....ตุบ

               ทันทีที่เดินเข้ามาถึงที่ข้างขอบเตียงนอนของตัวเอง ฮัคยอนก็ทิ้งตัวลงนอนหงายราบไปบนเตียงนอนเลยทันที เพราะไม่สามารถทรงตัวไว้ให้ยืนต่อไปไหวได้อีกแล้ว ...อาการโลกหมุนมันกำลังจู่โจมเข้ามาอย่างหนักเลย ณ ตอนนี้

               "ฮ่าห์...ฮ่าห์.." ฮัคยอนนอนดิ้นกระสับกระส่ายไปมาบนเตียง ฮัคยอนยังมีการหายใจเร็วถี่และสั้นจนน่าเป็นห่วง เนื้อตัวก็เย็นจนรู้สึกถึงในกระดูก พร้อมทั้งอาการมึนชาตามร่างกายก็เริ่มเข้ามาจู่โจมอีก

ตึบตึบๆๆๆ

               "อ๊าก...อึก" ฮัคยอนยังคงดิ้นไปดิ้นมา อย่างทุรนทุรายอยู่บนเตียงนอน เพราะความทรมานที่เกิดขึ้นมาในร่างการ มันเริ่มหนักหนาและทวีคูณความเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ

               "ฮึก..อึก...อั่ก.." ความรู้สึกทรมานเหมือนกำลังจะตายนี่คืออะไรกัน?

               "อ๊ากก...อึก" ทำไมมันถึงรู้สึกทรมานมากมายแบบนี้กัน? โอ๊ย...อึก

               ความเจ็บปวด...ความทรมาน...ไม่ชอบเลย

               ฮัคยอน...ไม่ชอบ...ไม่ชอบที่ต้องเผชิญกับอะไรแบบนี้...มันน่ากลัว

               ฮัคยอน...ทำยังไงดี?

               ฮัคยอน...นายต้องอดทนต่อสู้กับมัน...อย่างงั้น...เหรอ?

               ฮัคยอน...นายกำลังสับสน...นายกำลังวิตกกังวล...

               ฮัคยอน...นายทรมานมาก...ใช่มั้ย?

               ฮัคยอน...ถ้าไม่ไหว...นายก็แค่...


               "โอย...อึก...ฮึก..." ฮัคยอนรู้สึกทรมานมากจนต้องร้องไห้ออกมา

               เมื่อเกิดความรู้สึกอ่อนแอสิ้นหวังขึ้นมาในใจ

               คนเราก็มันจะนึกถึงใครสักคน...

               ใครสักคน ที่เราต้องการพึ่งพาเค้ามากที่สุด...ยามที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่...เช่นนี้

               "อึก..." ฮัคยอนพยายามขยับตัว ตะเกียกตะกาย ปัดปายมือออกไปควานหาเครื่องมือสื่อสารของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง 

              แม้ว่าในตอนนี้ ร่างกายของฮัคยอนมันจะเริ่มเคลื่อนไหวได้ลำบากแล้วก็ตาม แต่ฮัคยอนยังคงไม่ยอมแพ้ พยายามใช้มือที่มันสั่นเทาข้างนั้น ขึ้นไปควานหามือถือเครื่องบางที่อยู่แถวนั้น มาปลดล็อคเครื่องและกดโทรออกหาคนที่ตัวเองนึกถึงที่เค้าสุดในตอนนี้ 

ตุบ...

             ฮัคยอนปล่อยมือถือทิ้งลงไว้ตรงที่ใกล้ๆข้างหูของตัวเอง หลังจากที่ใช้ความอดทนในเฮือกสุดท้ายของตัวเอง เพื่อกดโทรศัพท์ออกหาใครสักคนพร้อมกับกดเปิดลำโลงเสียงเอาไว้ด้วย เพราะในตอนนี้ ทั้งแขนทั้งขาของฮัคยอนมันหมดเรี่ยวแรงขยับต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

ตู๊ด....  ตู๊ด.....  ตู๊ด....

               "อุน..อา..แทค..อุน..ได้...โป..ร...ด" ฮัคยอนเริ่มพูดออกมาลำบากเพราะปากก็เริ่มขยับไม่ได้... แต่ฮัคยอนก็ยังพยายามยื้อสติที่มันเริ่มจะดำมืดเข้ามาเรื่อยๆ ฟังเสียงรอสายที่ยังคงดังแววไปเข้ามาในโสตประสาทให้พอได้ยินมันอยู่บ้าง ...แต่แล้ว ไม่ว่าจะทั้งประสาทการรับรู้ หรือการมองเห็นสิ่งต่างๆของฮัคยอน ณ ตอนนี้ ทุกอย่างมันก็เริ่ม...ERROR!


               แทคอุน...อยู่ไหน?

               ฉันรู้สึกกลัว...

               แทคอุน...

               ...มั น ไ ม่ ไ ห ว แ ล้ ว น ะ ........วูบ









               ฮัคยอนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่...เพียงคนเดียว...ลำพัง

               ความโดดเดี่ยว ที่เคยคิดว่าคุ้นชิน...และเคยโอเคกับมันมาตลอดหลายปี

               แต่พอในวันหนึ่ง ในวันที่มีใครอีกคนเดินเข้ามา...และได้กลายเป็นอีกส่วนหนึ่งในชีวิต

               เขาคือคนที่สามารถผ่านกำแพงทุกอย่าง ที่ฮัคยอนสร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นตัวเองออกจากคนอื่น ได้อย่างไม่มีข้อแม้

               เค้าคือ...คนที่เราเชื่อใจ

               ที่ทุกวันนี้ ชาฮัคยอน สามารถหัวเราะและยิ้มออกมาจากใจได้อย่างไม่รู้สึกกลัวอะไร ก็เพราะว่าฮัคยอนมี จองแทคอุน อยู่ข้างๆ

               ชาฮัคยอน รู้สึกเป็นตัวของตัวเองทุกครั้งที่ได้อยู่กับ จองแทคอุน

               แต่ถึงแม้ว่า ชาฮัคยอน จะเริ่มเปิดใจกับคนอื่นรอบๆตัวมากขึ้น..แต่ จองแทคอุน ก็ยังคงเป็นเพื่อนแค่เพียงคนเดียวที่ ชาฮัคยอน สนิทใจด้วยได้อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ

               ในตลอดสี่ปีที่ได้รู้จักกันมา ชาฮัคยอน ก็คิดอย่างนี้มาโดยตลอดเลยว่า...จองแทคอุนคือเพื่อนตลอดชีวิตของชาฮัคยอน



               แต่ทว่า ช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ ทุกอย่างมันเริ่มแปลกไป 

               แทคอุนที่ปกติก็ชอบเย็นชา ชอบทำท่าทางรำคาญใส่ฮัคยอนอยู่เป็นปกติอยู่แล้วนั้น 

               ช่วงนี้ ฮัคยอนรู้สึกว่าแทคอุนจะเป็นมากกว่าเดิม...

               เมื่อก่อน ฮัคยอนเคยเข้าไปเกาะแกะ ไปทำตัวจุ้นจ้าน วุ่นวาย เข้าไปอ้อนแทคอุนให้พาไปที่นั่น ไปที่นี้ด้วยกัน เข้าไปชวนทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้กัน บลาๆๆๆ ...และฮัคยอนยังขอไปรอแทคอุนกลับบ้านพร้อมกัน ทุกวันที่แทคอุนไปเล่นบาสที่มหาลัยด้วย 
               แต่แทคอุนก็ไม่เคยว่าอะไร ก็แค่อาจจะมีบ้าง ที่แทคอุนทำหน้าหงุดหงิดรำคาญใส่ฮัคยอน แต่ทุกครั้ง แทคอุนก็ไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่ฮัคยอนทำเลย...สักครั้ง



               แต่ในตอนนี้ มันไม่ใช่ ทุกอย่าง...มันไม่เป็นเหมือนเดิม

               แทคอุนเริ่มเว้นระยะห่าง...สร้างกำแพงขึ้นกับฮัคยอน

               เวลาฮัคยอนจะเข้าไปใกล้ แทคอุนก็จะรีบเลี่ยงหลบฮัคยอนไปก่อนทุกครั้ง ไม่ยอมให้ฮัคยอนได้เข้าไปเล่นด้วยเลย...

               เวลาฮัคยอนเข้าไปถามอะไร แทคอุนก็ไม่ค่อยจะพูดจะตอบอะไรฮัคยอน ...จนตอนนี้เราสองคนแทบจะไม่ได้พูดคุยกันถึงวันละห้าประโยคเลยด้วยซ้ำ

               หึ ฮัคยอนโดนเพื่อนตลอดชีวิตเมิน...รู้ สึ ก แ ย่ เ ป็ น บ้ า


               แต่ไม่มีอะไรจะรู้สึกแย่เท่ากับเหตุการณ์อันล่าสุด ที่มันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา...


               "แทคอุน" ฮัคยอนเดินเข้าไปหาแทคอุนที่กำลังนอนฟังเพลงในไอพอดของตัวเองอยู่บนโซฟายาวในห้องนั่งเล่น

               " ..... " แทคอุนไม่ตอบรับและไม่หันไปมองฮัคยอนด้วย

               "แทคอุน นายเป็นอะไร...เป็นอะไร? มีอะไร? ไม่พอใจอะไร? ก็พูดก็บอกฉันให้รู้หน่อยได้มั้ย?" ฮัคยอนพูดออกไปอย่างเหลืออด

พรืบ ...หมับ

               "ไม่ให้ไป!" ฮัคยอนรั้งแขนแทคอุนเอาไว้แน่น ทันทีที่แทคอุนเด้งตัวลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินหนีไป

               " .... " แทคอุนยืนนิ่งเงียบเฉยอยู่กับที่อย่างนั้น และยังคงไม่ยอมมองหน้าฮัคยอน

               "นายเป็นอะไร? แทคอุนเราเป็นเพื่อนกันนะ..มีเรื่องอะไรเราก็ควรจะพูดจะบอกกันไม่ใช่เหรอ?" ฮัคยอนพยายามถามอย่างใจเย็น

               " ปล่อย " แทคอุนพูดขึ้นเสียงเรียบ

               "ไม่แทคอุน เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน เพราะงั้นฉันจะไม่ปล่อยนาย จนกว่านายจะยอมบอกฉัน ว่านายเป็นอะไร?" 

               "บอกว่าปล่อย"

               "ไม่ปล่อย"

               "ช า ฮั ค ย อ น ป ล่ อ ย"

               "ไม่ๆๆๆ จองแทคอุนนายเป็นเพื่อนตลอดชีวิตคนเดียวของฉันนะ ฉันปล่อยให้นายเป็นแบบนี้กับฉันไม่ได้หรอก นายไม่เคยเป็นแบบนี้อะ...ทำไม? ทำไมล่ะแทคอุน ทำไม ทะ..."

               "โธ่เว้ย ทนไม่ไหวแล้วนะ เลิกยุ่งวุ่นวายกับฉันสักทีเถอะน่า ร ำ ค า ญ ว่ ะ!!!" แทคอุนตะคอกเสียงใส่ฮัคยอนพร้อมทั้งสะบัดตัวออกจากฮัคยอนอย่างแรง จนร่างบางของฮัคยอนหลุดเหวี่ยงลงไปก้นกระแทกที่พื้นพรมตรงข้างโซฟาเข้าอย่างจัง

          "อั่ก...อึก" ฮัคยอนนิ่วหน้ารู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ก่อนจะเริ่มรู้สึกเจ็บร้าวขึ้นมาตรงบริเวณก้นและสะโพกที่มันกระแทกพื้น... ถึงจะเจ็บแต่ฮัคยอนก็ไม่กล้าร้องว่าเจ็บออกมา

          " ..... " แทคอุนหันไปมองฮัคยอนอย่างตกใจ เพราะการกระทำที่ตัวเองไม่ได้ตั้งใจอยากทำให้มันเป็นอย่างนั้น ...แทคอุนยืนนิ่งอยู่กับที่ มองดูฮัคยอนด้วยสีหน้าและสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนลังเล 

          "แทคอุน..." ฮัคยอนเอ่ยเรียกชื่อของร่างสูงที่ยังคงยืนนิ่ง มองดูตัวเองอย่างสับสนลังเลอยู่ตรงนั้นด้วยความหวัง ...หวังว่าแทคอุนจะใจอ่อนและยืนมือเข้ามาหา...เหมือนเมื่อก่อน

               ฮัคยอนหวัง...แต่ความหวังของฮัคยอน...

          "...ขอโทษ...ขอเวลาฉันหน่อย...ให้เวลาฉันก่อนนะ...ฮัคยอน" พูดจบแทคอุนก็รีบหลังเดินหนีเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันที

          ความหวังของฮัคยอน...มันก็เป็นเพียงแค่...ความว่างเปล่า

          "แทคอุน..." ฮัคยอนมองตามหลังแทคอุนไปอย่างไม่เข้าใจ 

          แทคอุนทิ้งฮัคยอนไป พร้อมกับความสับสนและความรู้สึกเจ็บแน่นขึ้นมาที่ในอกข้างซ้าย จนฮัคยอนต้องเม้มปากกัดฟันแน่น พร้อมกับยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากดบีบมันเอาไว้ อย่างต้องการหยุดความเจ็บปวดที่มันเกิดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุนี้ ให้มันหยุดลง 

               ...แต่ก็นั้นแหละ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมาในใจ จะกดบีบมันเอาไว้แน่นมากแค่ไหน...มันก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวด...อยู่ดี


'ชาฮัคยอน ก็เป็นแค่คนโง่...คนโง่ที่กำลังรู้สึกกลัว...ความโดดเดี่ยว'












[LEO said]

          "เฮ้ย เลโอ"

          "อะไร"

          "เย็นแล้วนี่...น้องเอ็นคนน่ารักแฟนแกเค้าไปไหนล่ะ...ปกติเวลานี้ต้องมานั่งรอแกอยู่ตรงนั้นแล้วไม่ใช่เหรอว่ะ?" เพื่อนสนิทคนหนึ่งในแก็งบาสของเค้าถามขึ้น

          "ไม่รู้สิ...ไม่มามั้ง" แทคอุนตอบกลับเพื่อนคนนั้นไปอย่างไม่ได้ใส่ใจ ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ในหัวของตัวเองตอนนี้มีแต่เรื่องของอีกคนที่หายไปอยู่เต็มไปหมด จนไม่ทันได้สนใจคำพูดคำถามของเพื่อนที่ถามมาเมื่อครู่นั้นให้ดีๆ จึงทำให้แทคอุนไม่ได้ยินว่าเมื่อครู่นี้ เพื่อนของตัวเองพูดว่าคำว่า 'แฟน' ออกมา

          "แปลก...คนที่ตัวติดกับแกตลอดเวลาขนาดนั้น...คงไม่ใช่ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอกนะ" เพื่อนคนนั้นก็ยังคงพูดกับแทคอุนต่อไปอยู่อย่างนั้นเรื่อยๆ แต่ทว่า เสียงพูดของเพื่อนคนนั้น มันก็ไม่ได้ดังเข้ามาในหัวของแทคอุนเลยสักคำ เพราะว่า ตอนนี้ในหัวของแทคอุน มันก็มีแต่เรื่องของคนน่ารักของเค้าที่หายไปวันนี้ เต็มไปหมดแล้วนั้นเอง

          " .... " หรือว่า...เพราะเรื่องเมื่อคืนงั้นเหรอ? อืม...แต่อย่างน้อยก็น่าจะโทรมาหาหรือส่งข้อความ...เอ่อ! ใช่...มือถือ!

          แทคอุนพึ่งจะคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และเมื่อเช้าตอนออกมาก็ดันลืมหยิบมันติดตัวออกมาด้วยอีก

          เฮ้อ...ถึงว่าล่ะ วันนี้เค้าถึงรู้สึกว่ามันเงียบแปลกๆ

          แต่ที่แปลกกว่าคือ...การหายไปของฮัคยอนในวันนี้ต่างหาก 

          นี่สิ เรื่องที่แปลกกว่า... จะบอกว่าเพราะเรื่องที่ทะเลาะกันเมื่อคืน? อืม...มันก็อาจจะมีส่วน

          แต่ถึงยังไง ฮัคยอนก็...รึว่า...ฮัคยอนจะโกรธ

          จองแทคอุน แกทำอะไรลงไปเนี่ย...เฮ้อ ให้ตายสิ ทีนี้แกจะทำยังไงดีล่ะ? ถ้าหากเกิดว่าฮัคยอนโกรธแกขึ้นมาจริงอย่างที่คิด...โธ่เว้ย

          บ้าที่สุดเลย ทำไมแกไม่รู้จักใจเย็นให้มันมากกว่านั้นว่ะ จ อ ง แ ท ค อุ น

          แล้วทีนี่จะไปง้อฮัคยอนกลับมายังไงดีว่ะเนี่ย...โ ธ่ เ ว้ ย !











               "เวลาของคุณมันเหลือไม่มากแล้วนะครับ...คุณฮัคยอน" เสียงทุ่มนุ่มจากบุคคลที่นั่งอยู่เบาะคนขับเอ่ยขึ้น อย่างต้องการให้คนที่นั่งเบาะข้างๆที่เค้ากำลังพูดด้วยนั้น ได้เก็บคำพูดของเค้าไปพิจารณาให้ดีอีกครั้ง

               "ผมเข้าใจครับ" ฮัคยอนเอ่ยตอบรับด้วยอาการของคนที่ยังคงเหม่อลอย

               "คุณต้องเลือกมัน...ตัดสินใจให้ดี..ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายไป คุณฮัคยอนเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการสื่อกับคุณใช่มั้ย?"

               "คุณหมอครับ"

               " ..... "

               "เค้าคือความทรงจำที่มีค่าที่สุดของผม...ผมไม่อยากเสียมันไป" ฮัคยอนพูดถึงสิ่งที่ตัวเองคิดวิตก "ผมรู้ว่า..ทันทีที่ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็จะไร้ความทรงจำและไม่รู้สึกอะไร...เหมือนในครั้งนั้น...เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว" 

               ฮัคยอนพูดไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากตรงไหนของร่างกายเลย นอกจากหัวใจของฮัคยอน เมื่อฮัคยอนได้หวนกลับไปนึกถึงอดีต และกลับมานึกคิดไปถึงอนาคตข้างหน้าของตัวเอง

               "แต่คุณฮัคยอนจะทรมาน แล้วถ้าหากว่ามันเลวร้ายกว่านั้น...คุณอาจจะตาย"  คุณหมอหนุ่มพยายามพูดกล่อมไม่ให้คนไข้ของตัวเองคิดตัดสิ้นใจผิดทาง เค้าไม่อยากให้ฮัคยอนต้องทนรับความเจ็บปวดทรมานพวกนั้นอีก

               "ผมมีเวลาให้ตัดสิ้นใจอีกนานเท่าไหร่ครับ?"

               "ระยะที่ปลอดภัยที่สุด...คือในหนึ่งเดือนนี้ครับ"

               "หนึ่งเดือน..."

               "ถ้าปล่อยให้นานกว่านั้นร่างกายของคุณฮัคยอน...คงทนรับมันไม่ไหวแน่"

               "เฮ้อ...ผมเข้าใจแล้วครับ เออ..วันนี้..ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณหมอมากนะครับ...ที่เข้ามาช่วยผมไว้ เพราะไม่อย่างนั้น...เออ ผมต้องขอบคุณคุณหมออีกครั้ง...จากใจของผมครับ" พอได้พูดคำขอบคุณเสร็จแล้วฮัคยอนก็เปิดประตูรถ ก้าวออกไปจากรถทันที

แกร๊ก

               "คุณฮัคยอน...เดี๋ยวก่อนครับ" คุณหมอหนุ่มรีบเปิดประตูรถข้างตัวเองออก แล้วรีบสาวเท้ายาวๆเดินเข้าไปหาฮัคยอนที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในอาคารของอพาร์ทเม้นท์ของฮัคยอน

               "อะไรเหรอครับคุณหมอ?" ฮัคยอนหยุดเดินแล้วหันกลับไปถามคุณหมอหนุ่มที่เดินตามหลังมา

               "เจ้านี่ไงครับ" คุณหมอหนุ่มยกมือข้างที่ถือถุงกระดาษสีขาวที่มีของบางอย่างอยู่ในนั้นให้ฮัคยอนดู "คุณลืมมัน" คุณหมอพูดบอกกับฮัคยอนอีกครั้งด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่มีแต่ความอบอุ่นและความเอ็นดูให้กับฮัคยอนอย่างเปิดเผย

               "อา...ผมลืมมันจริงๆด้วยครับ เฮ้อ...เพราะมัวแต่คิดเรื่องนั้นอยู่..." ฮัคยอนเอื้อมมือออกไปข้างหน้า เพื่อจะไปรับเอาของที่ตัวเองลืมไว้กับคุณหมอหนุ่ม แต่ทว่า...

พรึ่บ

               "เอ๊ะ!"

หมับ

               "แทคอุน..." ฮัคยอนรู้สึกตกใจที่อยู่ๆแทคอุนก็โผล่เข้ามาจากทางไหนก็ไม่รู้? 
              จู่ๆ แทคอุนโผล่เข้ามาโอบกอดไหล่เล็กของฮัคยอนไว้จากด้านหลัง แล้วยังถือวิสาสะเอื้อมมือออกไปคว้าเอาของมาจากมือคุณหมอหนุ่มมาไว้ก่อนฮัคยอนอีกด้วย 

               "ถ้าไม่มีธุระอะไรกับฮัคยอนแล้ว นายก็กลับไปได้แล้วล่ะ" แทคอุนพูดเสียงห้วนพร้อมกับสีหน้าแววตาไม่พอใจอีกฝ่ายอย่างเปิดเผย

               "แทคอุน ทำไมพูดจาไม่ดีกับคุณหมอฮยอกแบบนั้นล่ะ...ไม่ดีเลย" ฮัคยอนพูดดุแทคอุน ก่อนจะรีบหันไปกล่าวคำขอโทษคุณหมอหนุ่มแทนแทคอุน "เออ...ขอโทษแทนเพื่อนคนนี้ของผมที่ทำตัวเสียมารยาท...ด้วยนะครับคุณหมอ"

               "คุณฮัคยอนไม่ต้องขอโทษหรอกครับ...ผมไม่ได้ถือสาอะไร" คุณหมอหนุ่มพูดกับฮัคยอนอย่างไม่ได้คิดสนใจอะไรกับท่าทางหาเรื่องแบบนั้นของแทคอุน

               "อา..ขะ..แทคอุน!" ฮัคยอนกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ไม่ได้พูดเพราะโดนแทคอุนลากตัวออกไปเสียก่อน ...แทคอุนป็นแบบนี้อีกแล้ว

               "แล้วไงล่ะ ไม่สนใจหรอก ...นายต้องมากับฉันฮัคยอน" แทคอุนบังคับโอบไหล่ล็อคตัวฮัคยอนให้เดินออกมากับตัวเอง โดยไม่สนไม่แคร์อะไรใครทั้งนั้น เพราะตอนนี้ในหัวของแทคอุนมีเพียงแค่สิ่งเดียวคือ

'พารีบฮัคยอนออกไปให้ไกลจาก[ผู้ชาย]คนอื่นให้เร็วที่สุด'




ณ โต๊ะอาหาร

               "หยุดมองฉัน แล้วจัดการกับอาหารตรงหน้านายซะ ฮัคยอน" แทคอุนเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวของตัวเอง หันไปมองตาดุใส่คนน่ารักที่กำลังทำตัวดื้อเอาแต่นั่งมือเท้าคางจ้องมองแต่แทคอุน จนไม่ยอมกินข้าวของตัวเองอยู่อย่าง ..ชาฮัคยอนคนดื้อ มันน่าจับตีก้นจริงๆ 

               "ก็ฉันอยากมองแทคอุนนานๆ...ขอมองหน่อยไม่ได้เหรอ?" ฮัคยอนพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนนิดๆพร้อมกับส่งสายตาลูกแมวน้อยขี้อ้อนไปให้แทคอุนด้วย


ครืด...พรึ่บ

               แทคอุนทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนคร่อมโต๊ะ โน้มตัวยื่นใบหน้าเข้าไปหาฮัคยอนใกล้ๆ แทคอุนยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าของฮัคยอนมาก จนแทบจะหายใจรดกันได้อยู่แล้ว 

               "อะ...เออ" พอเจอแทคอุนเล่นแบบนี้เข้า ฮัคยอนก็เริ่มไปไม่เป็น ทำอะไรไม่ถูก เพราะการกระทำที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแบบนี้จาก จองแทคอุน เพื่อนตลอดชีวิต ที่ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา...แทคอุนไม่เคยเข้าหาฮัคยอนแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้งเดียว ละ แล้ววันนี้...วันนี้...มันอะไรกัน?

               "หลบตาทำไม...ไหนบอกว่าอยากมองกันไง?" แทคอุนแกล้งขยับเข้าไปใกล้ฮัคยอนอีกนิด จนปลายจมูกของเราสองคนมันเฉียดชนกัน.. แทคอุนพยายามจะเข้าไปสบตากับฮัคยอนให้ได้ "ฮัคยอนอา...มองแทคอุนหน่อยสิครับ" แทคอุนแกล้งพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับฮัคยอน

               "อื้อ...ไม่เอา แทคอุนอย่าแกล้งเราสิ" ฮัคยอนก็ยังคงพยายามเลี่ยงหลบสายตาจากแทคอุนจนถึงที่สุด

               "ฮัคยอนครับ...หันมาก่อนสิ นะ" 

               "ไม่อะ...อื้ออ!!!" แล้วแทคอุนก็ทนความรู้สึกจากข้างในของตัวเองไม่ไหว จึงได้ใช้มือตัวเองเกี่ยวปลายค้างมนของฮัคยอนขึ้นมารับจูบไปจากตัวเอง

               ณ ชั่วขณะนั้นเอง ที่ริมฝีปากร้อนของแทคอุนได้แตะทาบเข้ามาที่ริมฝีปากของฮัคยอนอย่างแนบแน่น จนมันไร้ที่ว่าง  
               ตึกตัก...หัวใจที่เหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ ในตอนแรก มันก็ได้กลับมาเต้นใหม่อีกครั้ง แล้วค่อยๆเต้นแรงขึ้น แรงขึ้น...จนฮัคยอนเริ่มนึกกลัว 

               ความรู้สึกภายในร่างกายมันปั่นป่วนไปหมด แต่ทว่า ภายนอกมันกลับเป็นเหมือนร่างกายที่โดนฟรีซไปเสียอย่างนั้น... 


'ทำไม...อยู่ดีๆก็ถูกเพื่อนตลอดชีวิตของตัวเอง...จูบ?'


               แทคอุนกดจูบฮัคยอนค้างอยู่อย่างนั้นนานเป็นนาทีเลย กว่าจะค่อยๆถอนริมฝีปากของตัวเองออกมาอย่างอ้อยอิ่ง และเสียดาย..

               " ..... " แทคอุนเพียงแค่ถอยใบหน้าของตัวเองออกมาจากฮัคยอนเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ตัวเองได้มองดูหน้าของคนที่ตัวเองพึ่งจูบไปให้ชัดๆอีกครั้ง ...ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้ด้วยนะ ชาฮัคยอน

               แทคอุนมองฮัคยอนที่ตอนนี้หน้าแดงไปหมดเพราะโดนจูบ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายมากมาย ที่ฮัคยอนไม่มีวันจะได้รู้หรอก...หากว่าฮัคยอนจะยังคงตกอยู่ใจความอึ้งค้างไม่หายอยู่อย่างนี้ "ฮัคยอน..."

               "..อึก!" ฮัคยอนไม่ได้สะดุ้งรู้สึกตัวเพราะเสียงเรียกชื่อตัวเอง แต่เพราะฝ่ามืออุ่นที่เข้ามาแตะแนบสัมผัส อยู่ตรงที่ข้างแก้มของตัวเองจากแทคอุนนี่ต่างหาก ที่เป็นตัวเรียกสติของฮัคยอนที่มันหลุดไปไกล ให้กลับมาใหม่อีกครั้ง

               "ทะ..แทคอุน" ฮัคยอนเผลอตัวสบตากับแทคอุน เพียงแค่ครู่เดียวก็รีบหันหน้าหลบไป เพราะความรู้สึกเขินอายจากเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อก่อนหน้านั้น

               "อายเหรอ?" แทคอุนกระซิบถามฮัคยอนใกล้ๆ

               "ถะ..ถามอะไรน่ะ" ฮัคยอนก้มหน้าพูดตอบอย่างไม่เต็มเสียง

               "ไม่ต้องอายหรอก...เดี๋ยวก็ชิน"

               "หา?" ฮัคยอนรู้สึกตงิดใจกับคำพูดนั้นของแทคอุน จนต้องยอมเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของคำพูดนั้นด้วยสีหน้าไม่เข้าใจและต้องการคำอธิบายสุดๆ "ที่พูดนะ..หมายความว่าไงเหรอ?" 

               "อืม...แล้วที่ถามเนี่ย..." แทคอุนทำหน้ากวนๆก่อนจะค่อยๆไล่สายตาลงไปมองที่ริมฝีปากนิ่มของฮัคยอน แล้วจึงพูดต่อว่า "ไม่รู้จริงๆเหรอครับ...ฮัคยอน หืม?"

               สายตาเซ็กซี่ๆแบบนี้มันคืออะไรกัน จ อ ง แ ท ค อุ น !

               "บ้า...ถอยไปนะ กลับไปนั่งที่ของนายเลยนะ ระ..เราจะกินข้าวแล้ว" ฮัคยอนพูดไปหลบสายตาแทคอุนไปด้วย บ้าจริงเลย ทำไมแทคอุน.. "อ๊ะ...หยุดเลยนะ แทคอุนห้ามมองเราแบบนั้น..บ้าจริง ออกไปนะ ไปสิ กลับไปนั่งที่ตัวเองเลยนะ" ฮัคยอนทั้งพูดทั้งพยายามผลักพยายามดันตัวของแทอุนให้กลับไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม แต่แทคอุนก็ดื้อไม่ยอมทำตามฮัคยอนบอกสักที จองแทคอุนบ้าที่สุด

               "หึ..." เมื่อได้แกล้งอีกคนจนพอใจแล้ว แทคอุนก็เลยส่งท้ายด้วยการ บีบแก้มนิ่มของฮัคยอนเบาๆอย่างนึกหมั่นเขี้ยวแลเอ็นดูก่อนจะขยับตัวกลับมานั่งที่เก้าอี้ของตัวเองตามเดิม พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพอใจสุดๆ

               "วันนี้นายดูไม่ค่อยแข็งแรงเลย..." แทคอุนพูดขึ้นพร้อมทั้งตักอาหารที่ฮัคยอนชอบใส่ในจานให้ฮัคยอนด้วยความอยากเอาใจ พร้อมด้วยยิ้มอบอุ่นที่ฮัคยอนไม่เคยเห็นก่อน "กินเยอะๆล่ะ

               "ขอบคุณนะ เออ...วันนี้แทคอุนใจดีกับเราจัง" ฮัคยอนพูดจบก็ตักอาหารที่แทคอุนตักมาให้ทานด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย พร้อมกับส่งยิ้มให้แทคอุนด้วยความสุข และแน่นอนว่าคราวนี้ แทคอุนก็ส่งยิ้มกลับมาให้ฮัคยอนด้วยเช่นกัน

'อยากเก็บและจดจำทุกช่วงเวลาของเราสองคนไปตลอด...ไม่อยากลืม...ทุกความสุข ที่เราสองคนได้มีร่วมกันอย่างนี้'


.

.

.

.



[HakYeon said.]

พรึ่บ

              อยู่ดีๆไฟห้องนั่งเล่นก็ดับลงพรึ่บ   "อะ! อะไรนะ?...แทคอุน?"  ฮัคยอนหันไปมองตรงแผงสวิทซ์ไฟตรงมุมห้องก็เห็นแทคอุนยืนอยู่ "นาย...ปิดไฟทำไม?" ฮัคยอนถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ พร้อมทั้งพยายามเพ่งสายตามองแทคอุนผ่านความมืดสลัวของห้องนั่งเล่นไปมองคนร่างสูงที่อยู่ข้างผนังหนังด้วย  อะไรอะ? คนเค้ากำลังนั่งดูหนังอยู่แท้ๆมาปิดไฟกันทำไม 

               จองแทคอุน คิดจะแกล้งอะไรกันอีกล่ะเนี่ย?

               "นายไม่รู้เหรอว่า...ปิดไฟดูหนังมันจะสนุกกว่านะ" นั่นคือคำตอบของแทคอุนเค้าล่ะครับ 

               "หา? แต่แบบนี้มันไม่ดีกับสายตาเรานะ" แบบนี้มันแแสบตาอะ ผมไม่ชอบเลย แต่เหมือนแทคอุนเค้าจะไม่ได้คิดแบบผมแน่ๆ เฮ้อ... ก็ดูเค้าสิครับ นอกจากไม่สนใจที่ผมพูดแล้ว เค้ายังเดินถือขนมเข้ามานั่งลงที่ข้างๆผมบนโซฟาเดียวกันอีกด้วยอะ

               "น่า...มืดๆแบบนี้แหละ ได้บรรยากาศในการดูหนังที่สุด" แทคอุนพูดพร้อมกับใช้นิ้วชี้ของเค้าดันที่แก้มของผม ให้ผมเลิกจ้องหน้าเค้า แล้วหันหน้ากลับไปดูหนังต่ออีกด้วย จองแทคอุนนายนี่มัน...ฮึ่ย

               "ฮึ่ย ...เอาแต่ใจอะ" ก็ได้ ผมจะดูหนังในห้องมืดๆแบบนี้ก็ได้ ฮึ่ย จองแทคอุนคนเอาแต่ใจ

แตะ..

               ผมกำลังตั้งใจดูหนังอยู่ดีๆ ก็โดนแทคอุนเอาบิสกิตแท่งเคลือบช็อคโกแลต ที่เค้าเอามากินเล่นดูหนังของเค้ามาจิ้มๆแตะๆที่ปากของผม

               "อื้อ..." ผมขยับเบี่ยงหน้าหลบ แล้วจึงค่อยละสายตาจากหนังหันไปถามแทคอุนว่า "อะไร?"

               "กินสิ" แทคอุนบอกพร้อมทั้งพยายามจะเอาบิสกิตแท่งนั้นให้ผมกินให้ได้

               "อื้อ ไม่เอา...เราแปรงฟันแล้วอะ" ผมบอกและดันมือของแทคอุนออกไปด้วย 

               "ก็ค่อยไปแปรงก่อนนอนอีกรอบก็ได้" แทคอุนบอกแล้วยื่นบิสกิตแท่งนั้นมาให้ผมอีกรอบ พร้อมจ้องผมอย่างกดดันแล้วบอก[สั่ง]ซ้ำกับผมอีกรอบว่า "เร็วสิ ฮัคยอน...กินมันซะ"

               "อื้อ เฮ้อ...เอ่อๆก็ได้ๆ กินก็ได้..งับ!" ผมยอมกินบิสกิตแท่งนั้นของแทคอุนอย่างจำยอม ผมแกล้งเคี้ยวบิสกิตนั้นแรงๆพร้อมกับจ้องหน้าแทคอุนไปด้วยอย่างงอนๆ

               "หึ ดีมาก" แทคอุนพูดพร้อมกันลูบหัวผมอย่างกับว่าผมเป็นเด็กนั่นแหละ สายตากับรอยยิ้มพึ่งพอใจแบบนั้นมัน อะไรกัน?
               
               พอผมเคี้ยวและกลืนขนมเจ้าปัญหานั่นลงคอไปแล้ว ผมก็ทำหน้าบึ้งถามเค้าไปอย่างงอนๆว่า "กินล่ะ ทีนี่ก็พอใจนายแล้วใช่มั้ย? ถ้าพอใจแล้ว...ฉันจะได้กลับไปดูหนังต่อ" 


               แต่แล้ว จองแทคอุน ตัวเจ้าปัญหาก็ยังคงไม่ยอมให้ผมได้ดูหนังต่อ...


               "ฮัคยอน ดูหนัง...สำคัญกว่าฉันเหรอ?"

               "หา? อะไรนะ? เมื่อกี้นายพูดว่าอะไร?" เฮ้ย อะไรอีกเนี่ย? ผมพึ่งจะหันกลับไปดูหนังได้ไม่ถึงนาทีเลยนะครับ จองแทคอุน...อีกแล้วเหรอ? ทำไมวันนี้เค้ามีปัญหากับผมบ่อยจังอะ? แทคอุนเป็นอะไร...ทำไมอยู่ๆก็ทำตัวแปลกๆอีกแล้วเนี่ย? 

               วันก่อนยังบอกให้ผมอยู่ห่างๆ พอวันนี้กลับมาอยากให้ผมตามใจ...อะไรอะ? เป็นอะไรครับ? จองแทคอุน เป็นอะไรเหรอครับ? ทำไมถึงได้อารมณ์แปรปรวนไปมาแบบนี้เนี่ย เฮ้อ...ผมเริ่มตามอารมณ์ของเค้าไม่ทันแล้วนะ

หมับ

               "นายเลือกอะไรฮัคยอน ...เลือกฉัน..หรือว่าหนัง?" แทคอุนเข้ามาจับที่ไหล่ของผม ให้ผมได้หันไปหาเค้า อะไรอีกล่ะ? สีหน้าและท่าทางจริงจังแบบนั้น...มันอะไรกันครับ?

               "แทคอุน...อยู่ๆเป็นอะไรเนี่ย?" ผมเกร็งและขืนตัวเองเอาไว้ ไม่ให้ตัวเองเข้าไปใกล้แทคอุนมากเกินไป เออ...มันค่อนข้างรู้สึกอันตรายนะครับ ที่เราสองคนอยู่ใกล้ๆกันในบรรยากาศแบบนี้...ผมว่ามันอันตราย 
               ตอนนี้ ผมรู้สึก...ใจเต้นแรงแปลกๆ และยังรู้สึกปั่นป่วนภายในไปหมดด้วยอะ นี่...คงไม่ใช่ว่า โรคนั้น? โรคของผม...คงไม่ใช่ว่ามันกำลังจะกำเริบขึ้นมาอีกแล้วหรอกนะ อื้อ...ไม่นะ ถ้าเป็นแบบนั้น...จะทำยังไงดี?

               "อย่าเงียบสิ ฮัคยอน" 

               "อะ...!" ฮู้วว...เพราะเสียงของแทคอุนที่พูดขึ้นมา ช่วยเรียกสติของผมอีกครั้ง 

               "อะ เออ...ช่วย...นายช่วยขยับออกไปอีกหน่อยได้มั้ย?" มันใกล้กันเกินไป ผมเลยใช้มือข้างหนึ่งของผมดันที่หน้าอกของแทคอุนออกไปเบาๆ 

               "ไม่ ...จนกว่านายจะตอบคำถามฉัน" แทคอุนดันหน้าอกแกร่งของเค้าสู้กับแรงอันน้อยนิดของฝ่ามือของผมคืน ก่อนจะเอาฝ่ามืออุ่นร้อนของเค้ามาจับกุมมือของผมเอาไว้แน่นๆและพูดกับผมด้วยน้ำเสียงที่เบาลงว่า "เร็วสิ ฉันรอฟังคำตอบนายอยู่นะ ..ฮัคยอน" น้ำเสียงอ้อนวอนมากตอนที่แทคอุนพูดชื่อของผม

               "...." ให้ตายสิ ทำไมเค้าต้องทำแบบนี้ด้วย? เค้าไม่ควรเรียกชื่อของผมด้วยน้ำเสียงแบบนั้น และสายตามีนัยที่วันนี้เค้าใช้มองผมบ่อยเกินไปด้วยนั่น...ไม่ดีเลย ทำไมวันนี้แทคอุนต้องทำตัวงอแงอะไรแบบนี้กับผมด้วยอะ ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจด้วยว่า...หัวใจผมจะเต้นแรงกับเค้ามากๆด้วยทำไม? ทำไมกันเนี่ย...ไม่ชอบเลย จองแทคอุนนิสัยไม่ดีเลย...ชอบทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ 

               "ฮัคยอน ถ้าฉันนับ 1-3 แล้วนายยังไม่ตอบ..." แทคอุนพูดค้างไว้อย่างนั้น แล้วจ้องลึกเข้ามาในตาของผมอย่างจริงจัง ก่อนจะพูดประโยคสุดท้ายต่ออย่างเน้นคำแบบชัดๆว่า "ฉั น จ ะ จู บ น า ย"

               "หา?" อะไรนะ? เมื่อกี้แทคอุนพูดอะไรเหรอครับ?

               "1"

               "เฮ้" อะไรเนี่ย อะไรกันครับ...อะไรกัน?  

               "2"

               "นี่...เดี๋ยวก่อนสิเดี๋ยวก่อน ให้เวลาผมประมวลผลก่อนสิ

               "3 GAME OVER!"

               "หา? ...อื้ออ!!!" จะ...จองแทคอุน ...จ อ ง แ ท ค อุ น ...อ๊ า ก ก ก ก ! ! !




[TaekWoon said.]

               ผมเป็นอะไรไปเนี่ย?
               ทำไมวันนี้ผมถึงเป็นแบบนี้?
               ทำไมถึงอยากอยู่ใกล้ๆ 
               ทำไมถึงอยากสัมผัส
               ทำไมถึงมีต้องความต้องการมากมายขนาดนี้...
               ทำไมกัน? ทำไม?

               สองครั้ง...
               วันนี้ผมจูบฮัคยอนไปสองครั้งแล้ว...

               ผมห้ามตัวเองไม่ได้เลย ความรู้สึกข้างใน...มันมากมายจนผมไม่สามารถควบคุมมันได้
               ยิ่งเมื่อตอนเย็นนั้น ตอนที่ผมได้เห็นฮัคยอนอยู่กับใครคนนั้น คนที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

               ตอนนั้น ผมรู้สึกเหมือนคนบ้าที่อยากทำลายทุกๆอย่างรอบตัวให้มันวอดวายไปหมดเลยจริงๆ 

               ตอนที่เห็นพวกเค้าสองคนยืนส่งยิ้มให้กัน ผมรู้สึกเดือดและก็เจ็บใจจี๊ดๆด้วย... มันเกิดความรู้สึกไม่ชอบใจหมอนั่นมาก มากจนแทบจะพุ่งเข้าไปต่อยมันให้เลือดออกเลยด้วยซ้ำ ...ถ้าไม่เห็นแกฮัคยอนของผม  ป่านนี้หมอนั่นมันคงโดนหมัดผมจนเลือดออกแล้วแน่ๆ ฮึ่ย...นึกขึ้นมาแล้วก็โมโห

               "อื้อออ" เพราะรู้สึกโมโหขึ้นมา ผมเลยเผลอจูบฮัคยอนเข้าไปหนักๆตามอารมณ์ จนโดนกำปั้นเล็กของฮัคยอนทุบเข้าที่กลางหลัง ปึกๆๆ 

               "อะ แฮ่กๆๆ"

                "ขอโทษครับ" 

               "นะ นาย...อะ อื้อออ" ฮัคยอน มันยังไม่จบแค่นั้นหรอกนะ นั่นนะ..ฉันก็แค่ถอนจูบออกมาขอโทษนาย ที่ฉันเผลอจูบนายแรงเกินไปเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น นายยังต้องรับจูบจากฉันอีกนานเลยล่ะ...คืนนี้ ชาฮัคยอน 

              
               เพราะยิ่งได้เห็นฮัคยอนอยู่กับคนอื่น ยิ้มให้คนอื่น ไปไหนกับคนอื่นที่ไม่ใช่แค่ผม แล้วยังเป็นใครคนที่ผมไม่เคยรู้จักด้วยแบบนั้น ...มันก็เจ็บ มันรู้สึกเจ็บที่ใจ ผมไม่ชอบ ผมไม่ชอบเลยจริงๆ ผมทนไม่ไหว ผมทนไม่ได้ที่จะเห็นฮัคยอนอยู่กับคนอื่น ไปสนิทกับคนอื่น...นอกจากผม...ไม่ได้

               "จำไว้ ชาฮัคยอน นายต้องมีแค่ฉัน ..แค่ จองแทคอุน คนนี้แค่คนเดียว" 










หลายวันต่อมา...

               ในห้องนอนของฮัคยอน

               "ครับ..." ฮัคยอนกำลังนั่งคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ตรงปลายเตียงนอนของเค้า ด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่

               [คุณฮัคยอน ผมรู้...แต่ผมก็ไม่อยากให้คุณรอเวลาไปมากกว่านี้...]

               "แต่ผม...ผมยังไม่พร้อม"

        [แต่ร่างกายของคุณก็แย่ลงเรื่อยๆ]

               " ..... "

        [เงียบแบบนี้ แสดงว่าอาการของคุณแย่ลงจริงๆอย่างที่ผมพูดสินะครับ]

               "คุณหมอครับ"

        [เฮ้อ...งั้นเอาอย่างนี้นะครับ วันนี้คุณฮัคยอนมาหาผมนะ เดี๋ยวผมจะตรวจดูอาการของคุณ...แล้วจากนั้นค่อยว่ากันอีกที ...โอเคมั้ยครับ]

        “ก็ได้ครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะเข้าไปหาคุณหมอ...”





               




ตรงที่ด้านนอกประตูห้องนอนของฮัคยอน

        แทคอุนกำลังจะเดินมาบอกฮัคยอนว่าเค้าจะออกไปข้างนอก แต่พอเดินมาถึงที่หน้าประตูห้องนอนของฮัคยอน ในขณะที่แทคอุนกำลังจะเอ่ยปากเรียกฮัคยอนขึ้นนั้นเอง หูของเค้าก็ได้ยินเสียงฮัคยอนเหมือนกำลังพูดโทรศัพท์กับใครอยู่...ดังรอดออกมาจากด้านใน

        “หืม..กำลังคุยกับใคร?” แทคอุนค่อยๆขยับโน้นตัวเอาหูไปแนบที่ประตูห้อง เพื่อแอบฟังว่าฮัคยอนกำลังคุยอะไร? อยู่กับใคร?

        แทคอุนยืนแอบฟังอยู่ได้สักพัก ก็ถึงได้ยินฮัคยอนเรียกคนในส่ายโทรศัพท์ที่กำลังคุยกันอยู่นั้นว่า ‘คุณหมอ’ 

        แทคอุนขยับตัวกลับออกมายืนตรงๆเหมือนเดิมแล้วทำหน้านึก กำลังคิดอยู่ว่ารู้สึกคุ้นๆกับคำว่าคุณหมอที่ฮัคยอนเรียก...อืม ใครว่ะ? รู้สึกเมื่อจะเคยได้ยิน...คุ้นๆนะ คุณหมอ...คุณหมอ?

        อา! ใช่..นึกออกแล้ว!

        ตอนนั้นไง? ตอนนั้น...มันต้องเป็นไอ้คุณหมอเด็ก ที่มันมาส่งฮัคยอนเมื่อหลายวันก่อนคนนั้นแน่ๆ 

        ให้ตายเถอะ นี่ฮัคยอนยังติดต่อกับไอ้หมอนั่นอยู่เหรอ? ฮึ่ย บ้าเอ้ย!!

        แล้วนี่...กำลังคุยอะไรกันอยู่? 
               แล้วทำไมต้องโทรหากันตั้งแต่เช้าแบบนี้ด้วย? 
               มีเรื่องอะไรให้ต้องรีบโทรมาคุยกันตั้งแต่เช้าด้วยงั้นเหรอ? เหอะ!

        เอ๊ะ?! เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้ เหมือนว่าจะได้ยินฮัคยอนพูดว่า...จะออกไปหาหมอนั่น?

        เฮ้ย! ไม่นะ ไม่ได้หรอก ผมจะไม่ยอมปล่อยให้ฮัคยอนออกไปเจอกับเจ้าหมอนั่นเด็ดขาด! 

        “ชาฮัคยอน นายจะไปหาคนอื่นเหรอ? หึ ฝันไปเถอะ ฉันไม่ยอมหรอก ...วันนี้นายจะต้องได้อยู่ตัวติดกับฉันทั้งวันแน่...คอยดู”

.

.

.

.







สามวันต่อมา ณ สนามฟุตซอล

               วันนี้ก็ยังเป็นเช่นเดิม...
               แทคอุนยังคงไม่ยอมให้ฮัคยอนอยู่ห่างจากเค้าเลย ไม่ว่าจะทำอะไร? หรือว่าไปที่ไหน...ฮัคยอนก็ต้องอยู่กับแทคอุนตลอดเวลา

               เพราะว่าเป็นแบบนี้ ฮัคยอนก็เลยยังไม่ได้ไปหาคุณหมอฮยอกตามที่ตั้งใจไว้ 
               ส่วนคุณหมอฮยอกก็ได้แต่โทรมาเตือนตลอด ว่าให้ฮัคยอนรีบไปพบเค้าให้ได้ เพราะเค้าเป็นห่วงเรื่องอาการของฮัคยอน แต่ฮัคยอนก็ไม่สามาถทำได้ ฮัคยอนไปพบคุณหมอฮยอกไม่ได้ 
               เพราะแทคอุนไม่ยอม แทคอุนมักจะเข้ามาหาฮัคยอนด้วยข้ออ้างมากมาย เพื่อกันทางไม่ให้ฮัคยอนได้ออกไปหาคุณหมอฮยอกตามต้องการ 

               แต่ก่อนที่เราจะต้องทะเลาะเพราะเรื่องนั้น แทคอุนก็พูดขึ้นมาอย่างเด็ดขาดกับฮัคยอนว่า 


'ฮัคยอนจะไปหาคุณหมอฮยอกก็ได้ แต่ต้องให้แทคอุนไปด้วย 
ถ้าไม่ให้แทคอุนไปด้วย ฮัคยอนก็ไม่ต้องไปเช่นกัน'


               นั้นแหละ เรื่องมันก็เป็นแบบนั้น 
               และแน่นอนว่ามันก็เป็นไปไม่ได้ ฮัคยอนจะให้แทคอุนไปพบคุณหมอฮยอกกับฮัคยอนด้วยได้อย่างไร? 
               ความสงสัยมากมายต้องเกิดขึ้นกับแทคอุนแน่ๆ หากแทคอุนรู้ว่าเพราะอะไร? ทำไมฮัคยอนต้องไปพบคุณหมอฮยอก...
               เพราะแบบนั้น ฮัคยอนจึงต้องเลือกอยู่กับแทคอุน แล้วไม่ออกไปพบคุณหมอฮยอกตามที่นัดกันไว้ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ควร...

               ฮัคยอนไม่รู้หรอก ไม่รู้หรอกว่าทำไมแทคอุนถึงทำอย่างนี้...
               ตั้งแต่วันนั้น วันที่ริมฝีปากของเราทั้งสองคนได้แตะสัมผัสกัน...อย่างลึกซึ้งในคืนวันนั้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...นอกจากเวลานอนแล้ว แทคอุนก็ไม่เคยปล่อยให้ฮัคยอนอยู่ห่างจากตัวเค้านานเกินชั่วโมงเลยสักวัน

               ฮัคยอนไม่ได้ถามแทคอุน ว่าทำไมแทคอุนถึงได้จูบเค้าในคืนนั้น แม้จะไม่เข้าใจ สับสนและรู้สึกสงสัยในการกระทำแบบนั้นของแทคอุน... แต่ฮัคยอนก็เลือกที่จะเงียบ เลือกที่จะไม่พูด ไม่เอ่ยถามอะไร แล้วทำทุกอย่างให้มันเป็นปกติเหมือนเดิม ลืมเรื่องจูบสองครั้งในคืนนั้น...แล้วยิ้มให้กันและกัน เมื่อได้ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าของวันใหม่ 

               บางครั้ง ...ไม่สิ หลายครั้งเลยต่างหาก ที่ฮัคยอนไม่เข้าใจตัวเอง จนถึงวันนี้...ฮัคยอนก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สิ่งที่ใจตัวเองต้องการคืออะไรกันแน่นอน?

               ฮัคยอนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า ความรู้สึกที่มีให้กับแทคอุนตอนนี้คืออะไร? มิตรภาพของเพื่อนหรือความรัก...ฮัคยอนก็ตอบไม่ได้ อา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฮัคยอนสามารถตอบตัวเองได้อย่างชัดเจน คือการได้เห็นแทคอุนมีรอยยิ้มและกลับมาสนใจฮัคยอนเหมือนเดิม...เพียงแค่นั้น เพียงแค่นั้นฮัคยอนก็รู้สึกได้ว่าหัวใจที่เคยรู้สึกเจ็บปวดทรมาน...มันได้ถูกเยี่ยวยาแล้ว

              แล้วไม่สำคัญว่าจะด้วยเหตุผลอะไร นั่นก็เพราะแทคอุนเป็นเพื่อนคนสำคัญ ฮัคยอนจึงรู้สึกหายเศร้าเมื่อแทคอุนกลับมา... แล้วจากเรื่องราวทั้งหมดและทุกอย่างที่ผ่านมา มันจึงทำให้ฮัคยอนได้สำนึกขึ้นมาว่า ไม่ว่ายังไง ฮัคยอนก็จะต้องรักษาแทคอุนเพื่อนคนสำคัญคนนี้ไว้ให้ดีที่สุด

               เพื่อทุกอย่างแล้ว ฮัคยอนจึงยอมเก็บความสงสัยของตัวเองทุกอย่างเอาไว้ในส่วนลึกของใจด้วยรอยยิ้ม เพื่อรักษามิตรภาพและความสัมพันธ์ ของคนสำคัญที่มีเพียงคนเดียวในชีวิต ดีกว่าทำให้ความสัมพันธ์ที่ต่างก็รักษากันมานาน ต้องมาสั่นคลอนหรืออาจต้องมีรอยแตก...เพียงเพราะความสงสัยเพียงข้อเดียวของตัวเองไม่ได้  ฮัคยอนจะไม่ทำให้มันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด



ครืด~ ครืด~ ครืด~ ติ๊ด...

               "ครับ ...คุณหมอ"

               [คุณฮัคยอนอยู่ที่ไหนเหรอครับ?]

               "ครับ? เออ...ผมอยู่ที่โรมยิมxxx"

               [โอเคครับ อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงผมจะไปเจอคุณที่นั้นครับ]

               "เอ๋? ที่นี่...คุณหมอจะมาหาผมที่นี่งั้นเหรอครับ?"

               [ใช่ครับ]

               "ทำไมล่ะครับ?"

               [แน่นอนสิ ก็เพราะคุณไม่ยอมมาพบผมไงล่ะครับ]

               "เออ...เรื่องนั้น...."

               [แล้วเราค่อยคุยกัน...เมื่อผมไปถึงที่นั้น โอเคนะครับ]

               "คุณหมอ...เออ ครับ"

               ฮัคยอนนั่งนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมขยับตัวไปไหน แม้แต่มือถือในมือ ที่ตอนนี้คนที่โทรเข้ามาเค้าจะตัดสายไปแล้ว แต่ทว่า ฮัคยอนก็ยังคงถือมันค้างแนบหูอยู่อย่างนั้น เหมือนราวกับคนที่ได้รับข่าวที่น่าตกใจ แล้วทำอะไรไม่ถูก ได้แต่สับสนกับสถานการณ์...ฮัคยอนเริ่มเหม่อลอยเพราะคิดไม่ตกกับเรื่องของตัวเอง
               ตอนนี้ ฮัคยอนไม่รู้เลย ไม่รู้เลยจริงๆ ไม่รู้ว่าตัวเองจะแก้ไขกับปัญญาต่างๆที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ในอีกไม่ช้านี้อย่างไรดี?

               การที่คุณหมอฮยอกมาหาฮัคยอนถึงที่นี่ ที่ที่มีแทคอุนอยู่ด้วยเช่นนี้...ต้องไม่ดีแน่ 

               ตอนนี้ แทคอุนกำลังแข่งฟุตซอลอยู่กับเพื่อนๆของเค้าในสนาม แต่อีกไม่ถึงยี่สิบนาที แทคอุนก็จะได้เวลาพักครึ่งหลังแล้ว
               เพราะงั้น ฮัคยอนจึงได้แต่นึกภาวนาว่า ขออย่าให้แทคอุนกับคุณหมอฮยอกต้องเจอกันเลย...พวกเค้าไม่ควรเจอกัน 
               แต่ว่า ฮัคยอนคนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ ฮัคยอนไม่สามารถลุกเดินออกไปจากโรมยิมได้ หากยังไม่ได้บอกกับแทคอุนเสียก่อน
               ฮัคยอนรู้ว่าแทคอุนไม่ชอบคุณหมอฮยอก แล้วตอนนี้...คุณหมอฮยอกกำลังจะมาหาฮัคยอนที่นี่ 
               ฮัคยอน...ควรจะทำยังไงดี? ต้องทำยังไงดีล่ะ? มันถึงจะได้ไม่ต้องเกิดปัญหากันขึ้น ระหว่างแทคอุน ฮัคยอน และคุณหมอฮยอก?

พรึ่บ

               "เหม่อลอยถึงเรื่องอะไรอยู่เหรอฮัคยอน?"

               "อ่ะ! ทะ แทคอุน...มาตั้งแต่เมื่อไหร่?"

               "เพราะนายมัวแต่เหม่ออยู่...เลยไม่รู้ว่าฉันเรียกชื่อนายแล้วสองครั้ง"

               "อา อย่างนั้นเหรอ...ขอโทษนะ"

               "อะไร...ที่สำคัญกว่าฉันงั้นเหรอฮัคยอน?"

               "หา? อะไรล่ะ? ไม่มีหรอก...เพราะแทคอุนสำคัญที่สุด"

               "อื้ม ฉันจะเชื่อนายอย่างนั้นก็ได้"

               "แน่นอนว่านั้นคือความจริงแทคอุน" ฮัคยอนสบตาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนนัยตาคู่สวยของฮัคยอนจะเริ่มสงสัยเห็นบางอย่าง แล้วฮัคยอนจึงได้รีบล่วงเอาของบางอย่างจากในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมาให้แทคอุน 
               "นี่...ดูสิเหงื่อออกเต็มไปหมดเลย" ฮัคยอนพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าของตัวเองให้กับแทคอุน

               "..." แทคอุนมองไปที่ผ้าเช็ดหน้าของฮัคยอน แล้วก็มองกลับมาสบตากับฮัคยอนแล้วส่ายหัวไปมาแทนคำพูด

               "ทำไมล่ะ?" ฮัคยอนถามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมแทคอุนถึงปฏิเสธมัน

               "...." แทคอุนไม่พูดอะไร แต่ยื่นหน้าตัวเองเข้าไปหาฮัคยอนใกล้ๆแทนเพื่อบอกถึงสิ่งที่เค้าต้องการจากฮัคยอน

               "แทคอุน...นายนี่มัน เฮ้อ..." ถึงจะถอนหายใจ ทำเป็นเหมือนไม่พอใจ เมื่อรู้ถึงความต้องการของแทคอุน แต่ทว่า มือข้างที่ถือผ้าเช็ดหน้าอยู่นั้นของฮัคยอน มันก็ได้ยกไปเพื่อค่อยๆบรรจงซับเหงื่อที่อยู่บนใบหน้าหล่อของแทคอุนให้ตามความต้องการของแทคอุนอยู่ดี 

               ในบางครั้ง ชาฮัคยอนคนนี้ก็มักจะพูดและทำสวนทางกันอยู่บ่อยๆ

               แล้วในชั่วขณะนั้นเอง ฮัคยอนก็เริ่มรู้สึกเขินอายขึ้นมาแปลกๆ เมื่อตัวเองดันเผลอสบตากับแทคอุนเข้า ในระหว่างที่กำลังซับเหงื่อให้ตรงบริเวณหน้าผากของแทคอุน
               แทคอุนใช้สายตาอ่อนโยนแต่ลึกซึ้งจ้องมองฮัคยอน ก่อนจะค่อยๆขยับยื่นหน้าเข้าไปหาฮัคยอนใกล้เข้าไปอีก หากไม่คิดอะไรมาก ก็เหมือนว่าที่แทคอุนขยับเข้าไปอีกอย่างนั้น ก็เพื่ออยากให้ฮัคยอนได้ซับเหงื่อที่ใบหน้าของตัวเองได้สะดวกๆ แต่แน่นอนว่าแทคอุนไม่ได้คิดอย่างนั้น เพราะมีเพียงแค่เหตุผลเดียว คือแทคอุนแค่ต้องการอยากเข้าไป มองใบหน้าหวานของฮัคยอนชัดๆใกล้ๆให้นานๆ...ไม่มีเหตุผลอื่น

               "หืม...ทำไมนายหน้าแดงแล้วมีเหงื่อออกล่ะ หรือว่า...ร้อนเหรอ?" แทคอุนมองสำรวจไปทั่วใบหน้าของฮัคยอนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยกมือขึ้นไปลูบเบาๆที่ข้างแก้มขึ้นสีแดงจางๆของฮัคยอนอย่างทะนุนอมและสายตาของความห่วงใยจริงๆจากใจ

               "เออก็...อื้ม ใช่...ร้อน" ฮัคยอนเปล่าโกหก ฮัคยอนรู้สึกร้อนจริงๆ มันร้อน...ทั้งใบหน้าและที่...ใจ

               "รอก่อนนะ เดี๋ยวก็จบเกมส์แล้วล่ะ" แทคอุนเปลี่ยนมือจากที่ลูบอยู่ที่ข้างแก้มนิ่ม ขึ้นไปลูบบนหัวของฮัคยอนอย่างเอ็นดู และต้องการปลอบโยนด้วย

               "อืม...ไม่ต้องห่วงเราหรอก นายไปเถอะ ดูสิ เพื่อนๆเค้ากำลังรอนายอยู่นะ ไปเถอะ เราจะรออยู่ตรงนี้" ฮัคยอนขยับตัวออกจากแทคอุนเล็กน้อย เพื่อให้แทคอุนหยุดลูบหัวตัวเองเหมือนเป็นเด็ก แล้วจึงบอกให้แทคอุนรีบกลับลงไปที่สนามแข่ง 

               "โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ"

               "อืม" ฮัคยอนพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มสดใสให้กำลังใจแทคอุนด้วย และแน่นอนว่าแทคอุนเองก็ยิ้มรับตอบฮัคยอนด้วยเช่นกัน

               รอยยิ้มสวยที่แสนสดใสของฮัคยอนค่อยๆจางหายลงไป ตามแผ่นหลังกว้างของแทคอุนที่ได้เดินห่างออกไปไกลจากตรงที่ตัวเองนั่งอยู่ ตรงนี้ไปเรื่อยๆ

               นัยต์ตาที่เคยประกายแวววาวสวยน่ามอง ความเศร้าหมองก็เริ่มเข้ามาแทนที่

               หัวใจที่เต้นแรงเพราะแทคอุนเมื่อครู่ ตอนนี้มันอ่อนแรงและเริ่มเต้นช้าลงเรื่อยๆ...เรื่อยๆ

               และหนึ่งประโยคคำถามก็ได้ดังก้องขึ้นมาในหัวของฮัคยอนว่า 

'ถึงเวลาแล้วอย่างนั้นเหรอ?'

.

.

.

วืบ....หมับ!

               "เฮ้อ...เกือบไม่ทันแล้วสิ"

               "คุณ...หมอ..."

               "ครับ ผมมาแล้ว"

               "คุณ...หมอ..."

               "ถึงเวลาแล้ว เราต้องไปจากที่นี่..." คุณหมอฮยอกพูดแค่นั้นแล้วค่อยๆช้อนเอาร่างบางของฮัคยอนที่หมดแรงอ่อนล้า และสติเริ่มจะเลือนลางลงไปอยู่ทุกๆขณะ ขึ้นมาอุ้มไว้ในท่าเจ้าสาว ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกว่า "ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดครับ นายท่านของผม" 


พรึ่บ หมับ

               "นายทำอะไร? นายกำลังจะพาคนของฉันไปไหน!" แทคอุนวิ่งเข้ามาฉุด[กระชาก]รั้งคนร่างสูงที่กำลังอุ้มร่างที่หมดสติของฮัคยอนเอาไว้ ด้วยความร้องรนและโมโหเกรี้ยวกราด

               "ปล่อยเถอะครับ ผมต้องรีบไป" 

               "ไม่ นายนั้นแหละที่ควรต้องคืนฮัคยอนให้กับฉัน ส่งเค้าคืนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้"

               "คุณไม่เห็นเหรอ เฮ้อ...ไม่มีเวลาแล้ว ผมต้องรีบพาเค้าไป"

               "ไม่  ฉันไม่ยอมให้นายเอาเค้าไปไหนทั้งนั้น คื น ฮั ค ย อ น  ม า!"

               "งั้นผมมีเพียงคำถามเดียว และคุณต้องตอบผมก่อน"

               "อะไร?"

               "คุณอยากให้ชาฮัคยอนคนนี้ตายรึเปล่า?"

               "ว่าไงนะ? นายกำลังท้าทายฉันอยู่..."

               "งั้นคุณก็มองมาที่ตาของผมสิ แล้วบอกว่าผมต้องการอย่างงั้น...อย่างที่คุณพูด" คุณหมอฮยอกพูดด้วยความเย็นใจอย่างถึงที่สุด พร้อมกับจ้องไปที่ตาของแทคอุนอย่างจริงจัง

               "...." แทคอุนเองก็จ้องไปที่นัยต์ของอีกคนอย่างหาคำตอบ และแทคอุนก็ได้คำตอบ "นี่...มันเรื่องบ้าอะไร?"

               "ถ้าอย่างงั้นคุณก็มาด้วยกันเถอะ" คุณหมอฮยอกตัดสิ้นใจพูดออกไปอย่างนั้น เพราะต้องการตัดปัญหา และอีกเหตุผลคือ ถ้าหากจะให้เค้ามายืนอธิบายเรื่องต่างๆกันอยู่ตรงนี้ต่อไปละก็ มีหวังคงไม่ทันการณ์แน่ๆ






[TaekWoon siad]

               ให้มันเป็นแค่เพียงเรื่องโกหกได้มั้ย?
               ถ้าเป็นเรื่องจริง...ผมจะมีชีวิตต่อไปอย่างไรในวันพรุ่งนี้?

               ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะ? เพราะผมทำตัวไม่ดีกับเค้างั้นเหรอ?
               ทั้งๆที่ตอนนี้ เราสองคนกำลังไปกันด้วยดี...แต่ทำไมล่ะ?

               ความรู้สึกมากมายที่ผมมีให้เค้า มันยังไม่มากพออย่างงั้นเหรอ?
               แล้วมันต้องมากเท่าไหร่เหรอ? เพราะตอนนี้ ผมมอบมันให้กับเค้าไปทั้งหมดแล้ว...ทั้งหัวใจของผม...เป็นของชาฮัคยอนคนเดียว

               แล้วดูสิ นี่น่ะเหรอ? คือสิ่งที่ผมได้รับ...จิตวิญญาณที่กำลังจะสูญสะลายไปของชาฮัคยอน...มันควรจะเป็นสิ่งนี้จริงๆอย่างนั้นเหรอ?

               มันไม่ยุติธรรมเลยนะแบบนี้ ...ไม่ยุติธรรมเลย

               จะให้ผมรู้สึกอย่างไร? ให้ผมรู้สึกแบบไหนกับการที่ได้รู้ความจริง...ความจริงที่ว่า ชาฮัคยอนยอมแลกจิตวิญญาณของตัวเองกับซาตาน เพื่อให้มีชีวิตที่ยาวนาน ยอมอดทนอยู่กับความเจ็บปวดทรมานมานานกว่าพันปี เพื่อเฝ้ารอการกลับมาอีกครั้งของผม เพียงเพื่อรอทำตามคำสัญญาที่เค้าเคยได้รับปากผมไว้ เมื่อในกาลก่อน...
               เพื่อผมคนนี้แล้ว ฮัคยอนยอมอดทนกับความทุกข์ทรมาน...เพียงเพื่อให้ได้พบกับผมอีกครั้ง


ตึก ตึก...

               "คุณแทคอุนครับ" หมอฮยอกเดินออกมาเรียกแทคอุนที่นั่งคิดไม่ตกอยู่ที่หน้าห้องตรวจ "คุณฮัคยอนอยากให้คุณเข้าไปหาเค้าตอนนี้"

               "ฮัคยอน...ฮัคยอนได้สติแล้วงั้นเหรอ?" แทคอุนเอ่ยถามขึ้นอย่างรู้สึกลังเล

               "ครับ คุณรีบเข้าไปหาเค้าเถอะครับ" 

               "...." แทคอุนพยักหน้ารับเบาๆ แล้วจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหาฮัคยอนในห้องตรวจตามที่หมอฮยอกบอก


               ตอนนี้ ฮัคยอนกำลังนอนอยู่บนเตียงคนป่วย ด้วยสภาพที่ดูอ่อนแรงจนน่าเป็นห่วง
               แทคอุนค่อยๆเดินเข้าไปหาฮัคยอน ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยเจ็บปวด และมันก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นอีก เมื่อเค้าได้เห็นฮัคยอนของเค้าที่อยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างนี้...หัวใจของแทคอุนมันก็ยิ่งกว่าถูกกีดแทงด้วยมีดดาบพันๆแล่มในตอนนี้

               "แทคอุน..." ฮัคยอนเรียกชื่อของแทคอุนด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าและแผ่วเบา แม้ว่าเรี่ยวแรงจะแทบไม่มี แต่ฮัคยอนก็ยังพยายามยื่นมือของตัวเองขึ้นไปหาแทคอุน เพื่อหวังอยากให้แทคอุนได้จับมือของตัวเองเอาไว้ในวาระสุดท้าย

               "ฮัคยอน" แทคอุนเห็นอย่างนั้น ก็ไม่มีความลังเลใดๆอีกต่อไป สองขายาวของเค้ารีบสาวเท้าก้าวยาวๆเข้าไปฮัคยอนอย่างรวดเร็ว 

               แทคอุนซบใบหน้าของตัวเองลงในฝ่ามือนุ่มที่เริ่มไร้ไออุ่นข้างนั้นของฮัคยอน แล้วน้ำตาของลูกผู้ชายอย่างจองแทคอุน มันก็ค่อยๆไหลรินออกมาจากหางตาของเค้าเงียบๆอย่างสุดที่จะอดกั้นมันเอาไว้ได้ 

               "ฮัคยอนนายจะอยู่กับฉัน นายจะไม่ไปจากฉัน...ใช่มั้ย?" 

               "เรามีความสุขที่ได้อยู่กับแทคอุน"

               "งั้นนายก็ต้องอยู่กับฉันตลอดไปสิ"

               "ทั้งหมดชีวิตของเรา...ที่มีอยู่ก็เพื่อแทคอุนเพียงคนเดียว" 

               "งั้นนายก็อย่าจากฉันไปสิ"

               "แน่นอน ว่าเราอยากทำอย่างนั้น...อยากอยู่กับแทคอุนให้นานที่สุด ให้สมกับเวลาอันแสนยาวนาน ที่เราเฝ้ารอแทคอุนกลับมา..."

               "ต้องทำยังไง? ฮัคยอนฉันต้องทำยังไงเหรอ...นายถึงจะอยู่กับฉันต่อไปได้ แบบที่ไม่ใช่เพียงแค่ในวันนี้ หรือพรุ่งนี้...แต่เป็นทุกๆวันในอนาคตของเรา ฮัคยอนนายช่วยบอกฉันหน่อยสิ...นะ ฉันขอร้อง ได้โปรดเถอะฮัคยอน"

               "...." ฮัคยอนสายหน้าเบาๆ แล้วสบตากับแทคอุนอย่างรู้สึกผิดและขอโทษ ฮัคยอนเสียใจที่ไม่อาจทำตามที่แทคอุนขอได้ ก่อนจะพูดขึ้นว่า "แทคอุน ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้หมดแล้ว เราไม่สามารถเหนี่ยวรั้นหรือว่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว เพราะว่าโชคชะตาของเรา...มันได้มาถึงเวลาแห่งการสิ้นสุดของมันแล้วล่ะ แทคอุน"

               "ไม่...ขอร้องล่ะ ฉันจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรหากว่าไม่มีนายอยู่ข้างๆอีกแล้วอย่างนั้นน่ะ ฮัคยอน ไม่ได้หรอกนะ ฉันอยู่ไม่ได้หรอกนะ"

               "ต้องได้สิ แทคอุนจะใช้ชีวิตของแทคอุนต่อไปได้อย่างแน่นอน"

               "ทั้งๆที่หัวใจของฉัน มันกำลังจะแตกสลายไปอย่างนี้...งั้นเหรอฮัคยอน?"

               "ไม่หรอก หัวใจของแทคอุนจะไม่มีวันแตกสลาย..."

               "โกหก อย่ามาพูดปลอบใจฉันเลยฮัคคยอน เพราะตอนนี้หัวใจของฉันมันเจ็บปวดเพราะว่ากำลังแตกสลาย...ได้ยินมั้ย ฮัคยอนหัวใจของฉันมันกำลังแตกสลาย"

               "แทคอุน เราขอโทษ ขอโทษจริงๆ"

               "....."

               "....."

               "....."

               "ฮัคยอนนายอยู่กับฉันต่อไปไม่ได้จริงๆเหรอ?"

               "....."

               "ทั้งๆที่นายก็อยู่รอฉันกลับมาได้เป็นพันปี...แล้วทำไมล่ะ? ทำไมนายถึงอยู่กับฉันต่อไปอีกไม่ได้ ทำไมเหรอฮัคยอน?"

               "เพราะว่าเราได้ทำตามที่ให้สัญญากับแทคอุน...ได้หมดแล้ว"

               "อ้อ ใช่แล้ว ฮัคยอนไหนบอกฉันให้รู้หน่อยสิว่า...อะไรกันคือสัญญาระหว่างเราสองคนเมื่อพันปีก่อน?"

               "สัญญาระหว่างเราสองคนเมื่อพันปีก่อน...คือ หัวใจของเราสองคน"

               "หัวใจของเราสองคน?"

               "ใช่ เมื่อไหร่ที่หัวใจของเราสองคนได้เชื่อมสัมพันธ์ถึงกันและกัน เมื่อนั้นพันธนาการที่ผูกมัดเราเอาไว้ด้วยกาลเวลาอันแสนยาวนานนี้...มันก็จะสิ้นสุดลงทันที"

               "ฮัคยอน...เพราะว่าฉัน...รักนายงั้นเหรอ?"

               "อย่าได้คิดว่ามันเป็นแบบนั้นเลยนะแทคอุน มันไม่ใช่หรอกนะ ...ไม่ใช่เลย"

               "ฮัคยอน"

               "ฟังเราพูดอะไรหน่อยได้มั้ยแทคอุน?"

               "อืม ได้สิ"

               "แม้ว่ากาลเวลาอันแสนยาวนานของเราจะสิ้นสุดลงแล้วในวันนี้ แม้ว่าจะไม่มีตัวเราอยู่เคียงข้างอีกแล้วในวันต่อไป"

               "...." 

               "แต่หัวใจของเราดวงนี้ ก็จะคงอยู่กับแทคอุนตลอดไปตราบชั่วนิรันด์ ดังนั้น ได้โปรดอย่าเสียใจที่วันนี้เราต้องจากแทคอุนไปเลยนะ"

               "ฮัคยอน"

               "ถึงเวลาที่เราต้องไปแล้วล่ะ...แทคอุนจะจูบลาเราเป็นครั้งสุดท้าย...ได้รึเปล่า?"

               "อืม ได้สิ ได้สิฮัคยอน ฉันจะจูบนาย..จูบฮัคยอนของฉัน...เป็นครั้งสุดท้าย" พูดจบแทคอุนก็จึงค่อยๆโน้มตัวลงไปหาฮัคยอนใกล้ๆ

               แทคอุนค่อยๆประทับจูบลงที่ริมฝีปากนุ่มที่เย็นซีดของฮัคยอนอย่างนุ่มนวลจนแนบแน่น ด้วยความรู้สึกรักทั้งหมดของหัวใจ

               แทคอุนและฮัคยอน ค่อยๆถ่ายทอดความรู้สึกมากมายที่พวกเค้าทั้งสองได้มีให้กันและกันตลอดเวลาที่ผ่านมา..ส่งผ่านให้กันและกันในจูบลาครั้งสุดท้ายนี้


'ในวันนี้ สิ่งที่จากไปเป็นเพียงแต่ร่างกายเท่านั้น แต่หัวใจและความรักมั่นอันบริสุทธิ์ของชาฮัคยอน ก็ยังคงอยู่กับจองแทคอุนตลอดไปตราบชั่วนิรันด์'

              


THE END




จบแล้ว...
เรื่องราวของพวกเค้าทั้งสองคนได้จบแล้วค่ะ

 ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ^^

*ปล.หากว่ามีใครสนใจอยากให้เรื่องนี้ มีภาคต่อไป
เม้นบอกเราได้นะคะ
เราจะได้เก็บไปพิจารณา....

เอาหล่ะ!
ยังไงก็ไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่าคำขอบคุณจากใจ
ขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะคะ

บ๋ายบ่าย~~~~ย

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ jielne จากทั้งหมด 21 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 W93+C97 (@kakino-m) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 08:46
    โง้ยยยย ฮัคยอนเป็นอะไรทำไมมีเวลาเดือนเดียว สนุกอ่าาา มาต่อนะคะไรต์
    #3
    0
  2. วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 02:21
    หึงหน้ามืดเลยนะแทคอุน
    #2
    0
  3. วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 19:10
    ทำไมๆๆๆ แทคอุนอ่ะชอบเย็นชาอ่ะ สงสารฮักยอน
    แต่เราก็สงสัยเบื้องหลังของชีวิตฮักยอนนะว่าเป็นยังไงมายังไง
    แต่เอาเถอะ ในเมื่อคิดไปก็ปวดหัว...ก็อย่าคิด รอไรต์มาต่ออย่างเดียว 5555555555
    ขอบคุณค่าาาา
    #1
    0