Astrea S. Merliver

ตอนที่ 2 : บันทึกการเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 773
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ค. 56

ภารกิจ "การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่"

ข้าเดินทางกลับไปเก็บของที่หอพักยูนิคอร์นห้องที่ 5  แล้วเริ่มออกเดินทางทันที  ข้ากางแผนที่ของดาร์กแลนด์ออกดู  อืมข้าควรจะไปเริ่มต้นการเดินทางที่ เนพีอา

 

 


-เนพีอา แคว้นในตำนานที่สาบสูญ

            เมื่อข้าเดินทางมาถึงเนพีอา มีสถานที่มากมายที่น่าสนใจ ข้าจึงเลือกไปสถานที่แห่งหนึ่งที่ข้าสนใจมากที่สุด ซึ่งก็คือ ป่ามายา

            ข้างในเป็นป่าที่ร่มรื่น เย็นสบาย  มีหมู่แมกไม้เขียวชอุ่ม พอข้าเข้าไปข้างในข้าก็เห็นภาพจากจิตใต้สำนึกของข้า มันทำให้ข้าหลงระเริงมีความสุขอยู่กับมายา  แต่เมื่อข้าตั้งสติได้ข้าก็ลองใช้ปัญญาไตร่ตรองและค้นพบว่า ป่าแห่งนี้ เป็นผู้ที่สร้างภาพมายาเหล่านั้นขึ้นมา ฉะนั้นทางที่จะสามารถออกจากสิ่งเหล่านั้นได้ ก็คือการมีสติ

            และแล้วภาพมายาเหล่านั้นก็หายไป เหลือไว้แต่ภาพป่าอันสวยงามเช่นเดิม ก่อนเดินทางต่อข้าตัดสินใจวาดภาพภูติพิทักษ์แห่งป่ามายาไว้เป็นที่ระลึกยังป่าแห่งนี้

และนี่เป็นภาพป่ามายาที่ข้าวาดมา


-เบลเลียมมอร์ธ แคว้นแห่งสงครามเเละความตาย-

            ข้าเลือกเดินทางไปที่ บ่อต้องสาป สไกฟ์ ลูฟิน อามาเดน เพราะข้ารู้สึกฉงนกับคำว่า บ่อต้องสาป เมื่อข้าเข้าไปก็ต้องตกใจกับภาพที่ปรากฏให้เห็นข้างในมีบ่อน้ำมากมาย ซึ่งข้าได้ยินจากตำนานว่า ชาร์ม เรเวล แคลน นางเป็นผู้เฝ้าบ่อน้ำ นางจะคอยกลั่นแกล้งคนที่นางไม่ชอบขี้หน้าให้ตกลงไปในบ่อต้องสาป

            ข้าลองเดินดูบ่อน้ำต่างๆ ซึ่ง ประกอบไปด้วย

 

บ่อที่ 1 บ่องูยักษ์ ซิกเรน

บ่อที่ 2 บ่อแมวดำ ไลแลค

 

บ่อที่ 3 บ่อยูนิคอร์น บาร์ครนน์

 

บ่อที่ 4 บ่อมังกร อาร์กอน่า

 

บ่อที่ 5 บ่อนางเงือก แอสทอร์เนล

 

บ่อที่ 6 บ่อหงส์ คาร์ปาเทียร์

 

บ่อที่ 7 บ่อฟินิกซ์  กริฟฟินน์

 

บ่อที่ 8 บ่อเสือขาว  วาสเลอร์

 

บ่อที่ 9 บ่อ หมูดำ มาร์ดิกรัว

 

บ่อที่ 10 บ่อผีเสื้อ ลิทเตอร์

 

บ่อที่ 000  บ่อหญิงสาว กวิน ราเนล  แคลร์

นี่คือบ่อพิเศษ ถ้ามีใครตกลงไปจะกลายเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุด

 

บ่อที่ 111  บ่อคลายคำสาป รีเฟล ราดิส อูเกรล

นี่ คือบ่อที่เหล่าผู้คนต้องสาปทุกคนอยากลงไปแช่ เพื่อที่จะกลับคืนสู่สภาพเดิม แต่การจะหามันนั้นช่างยากลำบากเพราะจะมีม่านบังตาและผู้คุมคอยเฝ้าอยู่

 

 

ขณะที่ข้ากำลังเดินดูบ่อน้ำอยู่นั้น ข้าก็รู้สึกเหมือนมีใครมาผลักข้าจนเกือบตกลงไปในบ่อยูนิคอร์น ข้าคิดว่า น่าจะเป็นนางชาร์ม เรเวล แคลน นางคงเหงา ข้าจึงบรรเลงเพลง Requiem For A Dream ด้วยไวโอลิน มอบให้นางเผื่อนางจะหายเหงาได้บ้าง(หรือทำให้เหงากว่าเดิมก็ไม่รู้นะคะ) แล้วข้าจึงเดินทางต่อ

ภาพบ่อต้องสาปที่ข้าวาดมา


-ไอร์กราเซียส แคว้นแห่งความหนาวเหน็บ-

            พอมาถึงข้าก็เป็นไข้อยู่หลายวัน จึงหยุดพักก่อน และรอจนข้าหาย เมื่อข้าหายเป็นปกติ ข้าก็เริ่มเดินทางไปที่ ต้นไม้เดียวดา

ข้ารู้สึกประทับใจความเด็ดเดี่ยวของต้นไม่ต้นนี้ที่อยู่ท่ามกลางความเหน็บหนาวของหิมะ ข้าจึงอยากจะประพันธ์กลอนซักบท

อยู่เดียวดาย ท่ามกลาง หิมะขาว

เจ้าเหน็บหนาว ไหมหนอ ต้นไม้เอ๋ย

ช่างโดดเด่น เป็นสง่า น่าชมเชย

โปรดเฉลย เจ้าอยู่ได้ อย่างไรกัน

 

พลันเสียงแว่วมากับสายลม "...ข้าอยู่ได้ เพราะข้าไม่จำเป็นต้องพึ่งใคร เจ้าทุกคนก็เช่นกัน หากเจ้ารู้จักสันโดษ และดำเนินชีวิตโดยพึ่งตัวเองให้มากที่สุด...แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะไม่เข้าสังคมเลย..."

ภาพต้นไม้เดียวดายที่ข้าวาดมา



-ไฟร์ไอนิส แคว้นแห่งเพลิงไฟและความแค้น-

            ที่ไฟร์ไอนิกถึงแม้จะเป็นแคว้นแห่งเพลิงไฟและความแค้น แต่ก็มีสถานที่ที่ช่วยให้ผ่อนคลายมากมายไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติอันสงบ เช่น ทุ่งหญ้าอันตรธานแห่งดาร์คแลนด์ สวนพฤกษศาสตร์ หรือจะเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิง เช่น สวนสนุก ผับ คิว แอชเชอร์ แต่สถานที่หนึ่งที่เรียกความสนใจข้าจนข้าต้องไป คือ วัดเป่าเอิน

ข้ารู้สึกเลื่อมใสและประทับใจสถาปัตยกรรมจีนมากจึงเดินทางมาสักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์และนั่งสมาธิยังวัดเป่าเอินแห่งนี้  และข้าก็ขอมอบภาพวาดพู่กันจีนที่ข้าตั้งใจวาดมากๆแด่วัดเป่าเอิน

 ดอกเหมย คนจีนถือว่าเป็นดอกไม้ชนิดเดียวของประเทศที่บานสู้หิมะในฤดูหนาว ไม่บานแข่งกับดอกไม้อื่น จึงเปรียบเสมือนคนที่ไม่สู้กับคนอื่น สงบเสงี่ยม ไม่อวดตัว
ภาพวัดเป่าเอินที่ข้าวาดมา



-โพเทสทา แคว้นแห่งพลังอำนาจ

            เมื่อมาถึงข้าตัดสินใจอยู่นานว่าจะเดินทางไปที่ไหนดี จนสุดท้ายข้าก็เดินทางไปที่ อุทยานกุหลาบ อลิซ เนปบี้ ละเดินชมรอบๆอุทยาน   ที่นั่นมีกุหลาบหลากหลายสีและหลากหลายสายพันธุ์  

            เมื่อข้าเห็นกุหลาบมากมายขนาดนี้ทำให้ข้านึกถึงตำนานๆหนึ่งเกี่ยวกับกุหลาบ ข้าจะลองเล่าให้เจ้ากุหลาบพวกนี้ฟัง

 
" กุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง

ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่

ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมี เซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของเทพ

อพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาเพื่อประทานพรอมตะ

จากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม

เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่นี้ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa

จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล

จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบให้กับเทพ อีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก

กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย

ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง"

ภาพอุทยานกุหลาบที่ข้าวาดมา


-เทียร์ดรอล่า แคว้นแห่งน้ำตา-

            ในเทียร์ดรอล่า มีสถานที่นึงที่ข้าประทับใจและมักจะมานั่งแต่งกลอน(ทำภารกิจ)อยู่บ่อยๆ ซึ่งที่นั่นก็คืดินแดนดอกไม้ผลัดใบ

            ข้างในเต็มไปด้วยซากุระสีหวาน มันทำให้ข้ารู้สึกอิ่มเอมใจ แล้วยังมี ตำนาน”รักแสนหวานของเจ้าหญิงจากแดนไกล ที่เดินทางตามหาคนรักซึ่งพลัดพราก นางจบชีวิตลงที่นี่...ที่ซึ่งซากุระเบ่งบาน ราวกับไม่มีวันสิ้นสุด”

            ข้าจึงขอแต่งกลอยไฮกุมอบให้แด่สถานที่แห่งนี้ซักบท


ซากุระเบ่งบาน

ในท่ามกลางฤดูผลัดใบ

ข้าขอฟังตำนาน

           

(ข้าแต่งไฮกุไม่เก่งศาสตราจารย์ก็อย่าไปคิดอะไรมากนะคะ ^^)

ภาพดินแดนดอกไม้ผลัดใบที่ข้าวาดมา


-ไดซิเนส แคว้นแห่งรัตติกาล-

            นี่เป็นแคว้นสุดท้ายที่ข้าเดินทางไปและสถานที่สุดท้ายที่ข้าเลือก คือ เกาะกลางแคว้น โชอิจิ มอร์ติซายด์ เบอร์เมช์

            ในตอนแรกที่ข้ามองจากบนฝั่งข้าคิดว่าที่นี่จะเป็นเกาะรกร้าง ดังภาพที่ข้าวาด(ด้วยจินตนาการ)

            ข้าจึงตัดสินใจเช่าเรือแถวนั้นพายไปยังเกาะ

 

...และในที่สุดก็มาถึง เกาะกลางแคว้นรัตติกาล ในเวลาค่ำพอดี เมื่อแหงนมองไปบนฟ้า...เมื่อข้าอยู่เกาะกลางน้ำ ที่ๆฟ้าเปิด ข้ามองเห็นกลุ่มดาวมากมาย ข้าจึงไปหยิบกล้องโทรทัศน์มาส่อง

ข้าพบกับกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่ง ที่ข้ารู้สึกสนใจมาก...พานให้นึกถึงตำนานกลุ่มดาวนั้น


"กลุ่มดาวแกะ

เป็นสัญลักษณ์แทนแกะ ซึ่ง ฟรีซัส (Pheixus ) และ เฮเล (Helle) ลูกของกษัตริย์แห่งนครเทสสาลี (Thessaly)

ซึ่งถูกแม่เลี้ยง เลี้ยงดูอย่างทารุณโหดร้าย

พระพุธ (Mercury) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งการสื่อสาร และความเร็ว มีความสงสารในเด็ก 2 คนนี้มาก

จึงได้ส่งแกะตัวผู้ ซึ่งมีขนเป็น ทองคำอันอ่อนนุ่นมาให้เด็กทั้ง 2 คนขี่ เพื่อหนีแม่เลี้ยงผู้ชั่วร้าย

เด็กทั้งสองได้ขี่แกะไปบนอากาศ

แต่ Helle โชคร้ายมาก ตกจากหลังแกะตรงช่องแคบ ที่แบ่งยุโรปกับทวีปเอเชีย

เพื่อเป็นสัญลักษณ์และอนุสรณ์ในเรื่องนี้ ช่องแคบนี้ จึงได้ชื่อว่า “Helles Pont”

ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของช่องแคบ ดาร์ดาเนลส์(Dar-danelles)

ฟรีซัสได้ขี่แกะต่อไปโดยปลอดภัย จนถึงเมือง Colchis ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลดำ

ฟรีซัสจึงฆ่าแกะบูชายัญ และได้เอา ขนแกะ ทองคำให้กษัตริย์ผู้ครองนครนั้น

จอมเทพพฤหัสบดีได้นำแกะผู้ซื่อสัตย์นี้ ขึ้นไปไว้ บนกลางท้องฟ้า ระหว่างดาวฤกษ์ต่าง ๆ เป็นกลุ่มดาวหนึ่งในกลุ่มดาว 12 ราศี"
 

 

-ข้อคิดที่ได้จากการเดินทาง-

1.ตัวตนเป็นมายาภาพแล้ว มันยังสร้างมายาภาพให้เห็นว่าโลกนี้สวยสดงดงาม ชีวิตต้องควบคุมทุกอย่างได้ เวลาเรา เห็นทุกอย่างดูสวยงาม แต่ความตายมันไม่รับรู้อะไรลวงๆ ที่เราสร้างขึ้นในจิตใจ มันก็ทำหน้าที่ของมัน มาเตือนให้เราระลึกว่า ชีวิตนั้นมีสองด้าน มีสุขมีทุกข์ มาเตือนว่าอะไรที่เป็นของเรา ไม่ว่าบ้าน รถ เงินทอง หรือตัวเราเอง ก็ไม่ใช่ของเรา(ได้จากป่ามายา)

2. Grudges are waste of perfect happiness.  ความอิจฉาริษยาเป็นตัวการทำลายความสุขที่แท้จริง     ดังที่นางชาร์ม เรเวล แคลน คอยกลั่นแกล้งคนที่นางไม่ชอบขี้หน้าให้ตกลงไปในบ่อ เมื่อเรื่องราวนี้ถูกขยายออกไปก็จะไม่มีใครกล้ามายังที่แห่งนั้น  นางจึต้องอยู่เพียงลำพังและเหงาทั้งกายและใจในที่สุด

3.สันโดษ คือ การให้รู้จักพอ ให้รู้จักประมาณตน(ได้จากต้นไม้เดียวดาย ข้าลองเอาคำว่า สันโดษจากคำพูดของต้นไม้มาวิเคราะห์อีกที)

4.ผู้สนใจปฎิบัติธรรม คือผู้สนใจหาความรู้ความฉลาด เพื่อคุณงามความดีทั้งหลายที่โลกเขาปรารถนากัน เพราะคนเราจะอยู่ในโลกไปโดยไม่มีเครื่องป้องกันตัว ย่อมไม่ปลอดภัยต่ออันตรายทั้งภายนอกภายใน(ได้จากวัดเป่าเอิน)

5.กุหลาบสีขาวบริสุทธิ์                         สีแดงสุดสดใสถูกใจผอง

สีม่วงเอาให้คนน้ำตานอง                 เพราะเขาต้องทำใจให้ลืมกัน

ดอกสีฟ้ามาไกลจากเมืองนอก         สีเหลืองออกดอกสวยสุขอุรา

มีกี่ดอกกี่สีจะตามหา                         กุหลาบมาเคียงข้างบ้างสักครา

กุหลาบเปรียบเหมือนกับผู้คนที่เกิดมามีมากมายหลายคนหลายนิสัย แต่จะมีสักกี่คนที่เกิดมาใช้ชีวตอยู่กับเราได้(ได้จากอุทยานกุหลาบ) (กลอนไม่ได้แต่งเองนะคะ แต่พอดีไปเห็นแล้วตรงพอดี เครดิต ตามนี้เลยค่ะ >>>โลก...ของดอกไม้<<<)

6.ความรักเป็นได้ทั้งสิ่งที่ช่วยสร้างพลังให้กับชีวิตและก็สามารถเป็นสิ่งที่ทำลายชีวิตได้เหมือนกัน(ได้จากดินแดนดอกไม้ผลัดใบ)

7.แม้ทะเลจะเป็นน้ำที่กว้างใหญ่ เกาะก็เป็นเพียงแผ่นดินเล็กๆ แต่ก็อยู่กับทะเลได้อย่างกลมกลืน และแตกต่างในขณะเดียวกัน(ได้จากเกาะกลางแคว้นรัตติกาล)

 
สุดท้ายนี้ข้าขอขอบพระคุณท่านศาสตราจารย์เป็นอย่างยิ่ง
ที่ทนอ่านบันทึกการเดินทางของข้านะคะ ^^

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #2 Astrea S. Merliver (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 14:52
    ขอบคุณค่ะ ^^
    #2
    0
  2. #1 ~ เลดี้บลูโรส ~ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 03:53
    เจ๋งจริงเลยบันทึกอันนี้ๆๆๆ ไปหลายที่ที่เราลืมไปเเล้วว่ามีอยู่ ><
    #1
    0