" ข อ ค้ น หั ว ใ จ ยั ย ตั ว ดี "

ตอนที่ 2 : จูบแรกแห่งโชคชะตากับการเจอกันครั้งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ส.ค. 54

บทที่2

จูบแรกแห่งโชคชะตากับการเจอกันครั้งแรก






     "ให้ตายเถอะ แกบ้ามากเลยรู้ป่าว ฮ่าๆๆๆ" ริบบิ้นหัวเราะชอบอกชอบใจพลางตบหลังเพื่อนเบาๆ

     "ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองบ้าไปแล้วก็วันนี้แหละ ฮ่าๆ ดีนะที่ไม่โดนจับได้น่ะ ไหนเอารูปมาดูดิ๊เหมือนจูบกันป่าว" พาฝันคว้ามือถือจากมืออีกฝ่ายไปดูพลางนั่งลงตรงม้านั่งยาว

     "เหมือนจูบอะไรกัน? สรุปนี่แกไม่ได้จูบนายนั่นจริงๆงั้นเหรอ" ริบบิ้นทำหน้าแปลกใจสุดกู่ 

     "ก็ใช่น่ะสิ ใครมันจะบ้ายกจูบแรกให้ไอ้บ้าที่มันกล้าทำหัวทองไม่ดูภูมิประเทศอย่างนั้นกันเล่า บ้าป่าว ถึงฉันจะแรงแต่ก็ไม่ใช่ง่ายๆนะเธอ"

     "นึกว่าไม่ง่าย แต่ได้ไม่ยากซะอีก"

     "ตลกละๆ- -"

     "แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าผ่านภารกิจได้มั๊ยอ่ะเนี่ย"

     "ถ้าแกไม่บอก ฉันไม่บอกใครจะไปรู้ล่ะ"

     "มันก็ใชแฮะ แล้วรูปมันก็ดูเหมือนจูบกันจริงๆนั่นแหละเน้อะ"

     ทั้งสองนั่งดูรูปและวิดีโอที่ถ่ายมาได้เมื่อสักครู่ ตรวจสอบให้แน่ใจครั้งสุดท้ายก่อนจะกดส่งไปยังหลายๆหมายเลข




      มอเตอร์ไซค์Ducatiสีดำคันงามจอดเทียบประตูรั้วอัลลอยสีน้ำเงินขนาดใหญ่ เมื่อคนรับใช้ในบ้านเห็นชัดว่าเป็นใคร ประตูรั้วก็ถูกเปิดออกด้วยรีโมตอัตโนมัติ

     เด็กหนุ่มในชุดแจ็คเกตสีดำเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับถุงกระดาษสีหรูหราราวสิบถุงที่พะรุงพะรังอยู่เต็มสองมือ เขากล่าวทักทายให้หญิงวัยกลางคนที่เดินส่งยิ้มเข้ามาหา

     "สวัสดีครับป้า"

     "คุณหนูวินเป็นยังไงบ้างคะ ไม่ได้เห็นกันนานรู้สึกว่าจะขาวขึ้น หล่อเนี๊ยบขึ้นจมเลยนะคะเนี่ย "

     "แหมป้าก็ อย่าชมกันสิครับเดี๋ยวผมก็ลอยกลับบ้านได้พอดี" ฝ่ายถูกชมส่งยิ้มเขินๆให้

     "ก็มันเรื่องจริงนี่คะ ..ว่าแต่ถือของอะไรมาเยอะเชียว มาป้าช่วยถือค่ะ"

     "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกะว่าจะเอาขึ้นไปให้ซินเตียร์เอง ว่าแต่เธอยังอยู่ข้างบนใช่มั๊ยครับ"





     ประตูห้องถูกแง้มออกเล็กน้อยทำให้เสียงเพลงFur eliseของบีโทเฟนเล็ดลอดออกมาชัดเจน อัศวินมองหญิงสาวในชุดเดรสสีชมพูซึ่งกำลังดีดเปียโนเล่นด้วยท่วงท่าสง่างดงามที่คุ้นตา เขายิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

     นี่เราไม่ได้เห็นหน้าเธอตั้งหกเดือนแล้วสินะ

     แต่แล้วจู่ๆใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาคมเข้มจับภาพใบหน้าหวานของเด็กสาวซึ่งตอนนี้กำลังเงยหน้าไปประกบริมฝีปากเข้ากับชายอีกคนที่เขาไม่รู้จัก

     นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!!

     มือไม้ของเขาอ่อนฮวบจนถุงของขวัญที่ตั้งใจจะมอบให้กับเธอร่วงหล่นลงกับพื้น

     ตุบ!

    "ใครน่ะ!?"  ซินเตียร์ที่ได้ยินเสียงแปลกๆหน้าประตูก็ตะโกนถามออกไป แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา ด้วยความคลางแคลงใจเธอจึงก้าวไปเปิดประตูห้อง

     ฉลับพลันนั้นเอง ร่างบางแทบจะทรุดลงไปกับพื้นเมื่อเห็นเด็กหนุ่มร่างสูงที่อยู่เบื้องหน้า ตาโตเบิกขึ้นแทบจะถลนด้วยความตกใจ 

     วินทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ !?

      เด็กสาวรีบปั้นหน้ายิ้มหวานให้อีกฝ่ายทันที แม้ว่าในใจจะรู้สึกหวั่นเกรงมากก็ตาม

     ขออย่าให้เขาได้เห็นฉากเมื่อกี้นี้เลย เธอภาวนาในใจ

     "กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกเราเลยล่ะ" เด็กสาวเอ่ยขึ้น

      "ถ้าบอกก่อนแล้วจะได้มาเห็นอะไรดีๆแบบเมื่อกี้เหรอ" เขาสวนกลับด้วยเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา ทำเอาเด็กสาวหน้าถอดสีไปทันที


     "เดี๋ยวก่อนสิวิน ฟังเราก่อน" ซินเตียร์พยายามยื้อแขนเด็กหนุ่มที่กำลังเดินไปที่รถ

     "อยากจะพูดอะไรล่ะ" เขาหยุดและหันมาฟังคำแก้ตัวจากเธอ

     "มันไม่ใช่แบบนั้นนะ มันไม่ได้เป็นอย่างที่วินเห็นนะ"

     "..." เขามองเธอรอให้พูดต่อ

     "เมื่อกี้เราก็ไม่ได้สมยอมด้วย จู่ๆเจคเค้าก็เข้ามาจูบเราเลย เราไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ " มันจะเป็นแบบนั้นได้ไงในเมื่อที่เขาเห็นคือ เธอเป็นคนยื่นปากน้อยๆของเธอเองไปให้ฝ่ายชายต่างหาก

     อัศวินส่ายหน้าและแสยะยิ้มมุมปาก "เธอนี้เหมือนเดิมจริงๆ โกหกทีไรมือไม้ไปหมด"

     "แต่วิน..เราไม่ได้- "

     "พอเถอะ เธอก็รู้ว่าฉันเกลียดอะไรมากที่สุด ...เราจบกันแค่นี้เถอะนะซิน"  พูดจบร่างสูงก็หยิบหมวกกันน็อคที่แขวนอยู่มาสวมและสตาร์ทรถจากไปอย่างไม่ใยดี



     บรื้นนนนนน ๆๆๆ

     อัศวินบึ่งเอาเจ้าDucatiรุ่น999คันงามโฉบเชียวไปมาตามท้องถนนใหญ่ในเมืองด้วยความเร็ว ยิ่งบิดเร่งความเร็วเสียงยิ่งดังสะนั่น ก่อความรำคาญต่อคนทั่วไปไม่น้อย แต่คนอย่างเขาหาได้แคร์สื่อไม่ เพราะเสียงที่ด่าตามหลังมาไม่อาจจะทันลอยไปกระแทกโสตของเขาได้

     เด็กหนุ่มซิ่งรถสงบสติอารมณ์มาได้สักพัก ก็พบกับสิ่งก่อสร้างของย่านที่คุ้นตานั่นทำให้เขานึกถึงหน้าเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันเสียนานขึ้นมาได้

     "แวะบ้านไอ้โบว์สักหน่อยดีกว่า" 

     เขาจึงหักรถเลี้ยวซ้ายเข้าซอยที่อยู่ข้างหน้าไป แต่ทว่าตนไม่ได้มาแถวนี้นานแล้ว ถนนหนทางก็เปลี่ยนไป ทำให้เขาชักไม่แน่ใจกับทางซะแล้ว

      "แยกหน้านี้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาต่อหว่า" เขาพึมพำกับตัวเอง

     และในชั่วพริบตานั้นเอง เขาต้องเบิกตาด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆผู้หญิงคนนึงก็ทะเล่อทะล่ามาอยู่กลางถนน

     เอี๊ยดดดดด!!!!!

     เขาเหวี่ยงหักหลบในทันที ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำจนเขากระเด็นออกมากลิ้งอยู่บนพื้น ตัวรถก็ยังคงหมุนควงหลายตลบก่อนพุ่งชนโครมเข้ากับกำแพงเข้าอย่างจัง

    "โอ้ย ให้ตายเถอะ!!" อัศวินพยุงตัวเองมองดูสภาพรถคันรักผ่านม่านควันที่ลอยคลุ้งโดยรอบ ล้อยังคงหมุนติ้วๆอยู่ กะบังหน้าหลุดไปอยู่อีกทิศทาง สีดำที่เคยมันวาวบัดนี้หลุดลอกออกเพราะแรงเสียดสี

    ร่างสูงที่ขะมุกขมอมไปด้วยฝุ่นหันควับไปยังตัวต้นเหตุทันที ก่อนกะเพลกขาเจ็บๆไปหาเธอที่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น

     เขาถอดหมวกกันน็อคออกและกระแทกเสียงใส่คู่กรณี
     "นี่มันกลางถนนนะ ตาบอดรึไง!"

     เด็กสาวผมม้าที่โดนตะโกนใส่หายช็อคในทันที เธอรีบรวบรวมสติและสวนกลับไปด้วยความโมโห   

    "ฉันดูทางดีแล้วเฟ้ยว่าไม่มีรถ และนี่มันก็ซอยแคบ นายนั่นแหละขี่รถภาษาอะไร จะรีบไปตายที่ไหนห๊ะ!"  
     หนอยย ฉันเกือบโดนชนตายเป็นผีเฝ้าถนนก็เพราะแก แล้วยังมาตะโดนด่าอีกนะไอ้นี่

     "นี่เธอจะไม่ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดใช่มั๊ย!"

     "นายนั่นแหละ ไม่คิดว่าตัวเองผิดบ้างเลยใช่มั๊ย"

     "เธอนี่มัน!"

     ดูเหมือนจะป่วยการถ้าจะเถียงกับคนอย่างนี้ เขาจึงดึงแขนเธอให้ไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับรถคันรักของเขาเผื่อว่าจะรู้สึกผิดหรืออะไรก็ได้ขึ้นมาบ้าง

     แต่ทว่าข้อมือของเขากลับถูกบิดกลับไปอีกด้านนึงและโดนศอกแหลมๆกระทุ้งที่ท้องของเขาเข้าอย่างจัง

     "ทำอะไรของเธอเนี่ย!!" เด็กหนุ่มยกมือมากุมท้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด

     "ไอ้ลามก แกมาจับมือฉันทำไมล่ะ!!"

     "ลามกงั้นเหรอ?...คิดว่าฉันพิศวาสเธอมากรึไง" เขามองเธอด้วยความหน่าย

     "แล้วไงวะ ผู้หญิงอย่างฉันไม่น่าพิศวาสตรงไหน"

     ผู้หญิงอะไรมาวะมาเว้ย ไม่มีมารยาทจริงๆ เขาส่ายหัวระอาก่อนพูดขึ้น

     "นี่ไม่รู้จริงๆเหรอ ส่องกระจกตอนเช้าทุกวันก็ไม่เคยเอะใจเลยใช่มั๊ย" เขาเลื่อนสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าอกเล็กๆแบนๆนั่น และส่ายหัวอีกครั้ง

     "หน็อย แอบมองนมฉันใช่มั๊ย บังอาจมาแทะแลมด้วยสายตาเร๊อะ รู้มั๊ย!ไอ้คนที่ทำแบบนี้กับฉันครั้งสุดท้ายเกิดอะไรขึ้นกับมัน "

     เขายักไหล่ทำหน้าไม่แยแส

     "ก็เข้าโรงบาลหยอดน้ำเข้าต้มนะสิ"

     ผวั่ะ!!





     โรงพยาบาล


     พยาบาลจะให้ฉันนั่งเฝ้าตานี่ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน ฉันชักทนกลิ่นฉี่กลิ่นอ้วกนี่ไม่ไหวแล้วนะ ไอ้เตียงข้างๆก็ไอคอกไอแคก ไอ้เตียงนู้นก็เพิ่งอ้วกไปหมาดๆ โฮกกกก ฉันจะติดไวรัสอะไรกลับบ้านไปมั๊ยเนี่ย T T เฮ้อ!!!

    พาฝันที่นั่งเจ่าอยู่ในห้องผู้ป่วยรวมราวครึ่งชั่วโมงถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเหยียดสายตาไม่สบอารมณ์ไปยังร่างซึ่งนอนหมดสติอยู่บนเตียงข้างตัว

     เธอยกมือมาเท้าคางกับโต๊ะกวาดตามองผลงานที่ติดอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่าย ทั้งรอยฟกช้ำดำเขียวเป็นปาน ปากและรูจมูกที่มีเลือดไหลซิบ

     "ปากหมาเองนะช่วยไม่ได้"

     จู่ๆเลือดกำเดาของอีกฝ่ายก็ทำท่าจะไหลลงปากให้ได้ เธอจึงรีบล้วงเอากระดาษทิชชูในกระเป๋ามาซับออกให้อย่างช่วยไม่ได้

     แล้วจู่ๆมือที่กำลังเช็ดอยู่ก็ชะงัก เมื่อตนเริ่มเห็นใบหน้าของเขาชัดๆเจนขึ้น ผิวขาวใสเนียนราวกับแก้มเด็ก(ที่เขียวๆเป็นรอยไม่นับนะ) คิ้วเข้มโก่งสวยและขนตาริ้วยาวเป็น แพตัดกับใบหน้าเรียวได้รูป จมูกที่โด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อย

     นี่ขนาดหน้าช้ำนะยังดูดีขนาดนี้เลยแฮะ


     เธอจ้องมองเขาอยู่นานราวกับโดนมนต์สะกด รู้สึกใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะขึ้น มาเฉยๆ วินาทีนั้นเองเหมือนอะไรมาดลใจทำให้เธอเลื่อนหน้าลงไปและประกบปาก ตัวเองเข้ากับอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว

     จุ๊บ !

     o//o

     เด็กสาวเบิกตาโตตกใจรีบผงะหน้าออกทันใด ไอร้อนเริ่มไหลเวียนไปทั่วใบหน้า  ถ้าเธอส่องกระจกตอนนี้คงตกใจกับหน้าของตัวเองที่แดงราวกับทาบรัชออนอย่างแน่นอน

     เมื่อรู้ตัวว่าตนเองเพิ่งทำสิ่งอับอายอะไรลงไป เธอได้แต่ทุบศีรษะตัวเองเพื่อเรียกสติคืน

     เฮ้ย! ฉันทำอะไรลงไปวะเนี่ย อยู่ดีๆถึงยกจูบแรกให้กับคนที่ไม่รู้จักไปง่ายๆซะอย่าง นั้น อ๊ากกกกกกก ฉันกลายเป็นยัยหื่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ นี่ถ้ายัยบิ้นรู้ต้องโดนแขวะไป สามวันเจ็ดวันแน่ๆ>//< อ้ากกกก

      เธอไม่รู้ตัวเลยว่าชายที่เธอเพิ่งมอบจูบแรกให้กำลังจ้องดูเธอที่ทึ้งผมตัวเองเหมือน คนสติแตกไปแล้ว เขากระตุกยิ้มหน่อยๆและแกล้งทำเป็นหลับต่อเมื่อรู้สึกว่าเธอจะมองมาที่เขาอีกครั้ง

      เสียงเรียกเข้าเพลงโดเรมอนดังขึ้น ทำให้พาฝันหยุดทำร้ายตัวเองเสียที เธอล้วงเอามือถือในกระเป๋าขึ้นมากดรับและกรอกเสียงลงไป

     "โหล?"

     (อยู่ไหนเนี่ย ทุ่มกว่าแล้วนะจะกินข้าวกันแล้ว)

     "อยู่โรงบาลอ่ะ กินกันไปก่อนเลย"

     (ห๊า!ไปทำอะไรที่นั่น แกเป็นอะไรรึป่าว หรือไปมีเรื่องกับใครมาอีกใช่มั๊ย)

      "อย่าโวยวายได้มั๊ยเจ้ หนวกหู- - ฉันแค่พาคนเจ็บมาส่งโรงบาลเท่านั้นเอง"

      (หา แกทำคนอื่นเจ็บจนห่ามสงโรงบาลอีกแล้วเหรอ แล้วเขาฟื้นรึยัง แจ้งความกับแกมั๊ย?)

     "เฮ้อ~บอกว่ามาส่งเฉยๆ อย่าตีโพยตีพาย มันไม่มีอะไรหรอกหน่า เออๆแค่นี้แหละ เดี๋ยวกลับไปละไม่ต้องห่วง ติ๊ด-"

     เด็กสาวตัดบทกดสายทิ้งด้วยรำคาญเสียงดังแสบแก้วหูของผู้เป็นพี่สาว แล้วเมื่อสวรรค์จะทรงโปรดพยาบาลสาวสวยก็เดินเข้ามาหาเธอพอดี

    "ทางเราติดต่อญาติคนไข้ได้แล้วค่ะ น้องกลับบ้านไปก่อนได้เลยนะ แล้วถ้าน้องผู้ชายคนนี้ฟื้นเมื่อไหร่ เดี๋ยวพี่ให้เขาติดต่อน้องกลับไปนะ"

     พาฝันรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันด้วยเกรงใจว่าคนไข้หน้าหล่อคนนี้จะตามมาเอาคืนทีหลัง

     "ไม่เป็นไรค่ะพี่ ^^"บอกเค้าว่ามีผู้หวังดีพามาส่งก็พอค่ะ"

      ไม่พูดพร่ำให้เสียเวลาต่อ เธอก้มตัวลาพยาบาลสาวและหันหลังจ้ำอ้าวจากไปทันที


      หน็อย ยัยหื่นพูดมาได้ว่าผู้หวังดี เธอนั่นแหละตัวการเลย

       อัศวินผลุดตัวขึ้นนั่งพลางยกมือกุมปากตัวเองที่เพิ่งรู้สึกเจ็บ เขามองตามร่างเล็กที่เดินลิ่วออกประตูไปด้วยสายตาคาดโทษ

     "คุณพยาบาลช่วยเปลี่ยนเป็นห้องวีไอพีเลยผมเดี๋ยวนี้เลยได้มั๊ย เกรงว่าถ้าอยู่ที่นี่ นานอีกแม้วินาทีเดียว ผมอาจจะติดเชื้อโรคและตายได้ ทางโรงพยาบาลของคุณต้องเสียค่าทนายเป็นล้านแน่ๆ"
   





-------------------------------------------------------



30 ความคิดเห็น

  1. #28 PoisonLove (@muaymbest) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 15:29
    สนุกดีค่ะ สู้ๆนะคะไรท์เตอร์
    #28
    0