เสิ่นหลิงเฟย สตรีมากวาสนา

ตอนที่ 9 : แผนรุกขั้นแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 583 ครั้ง
    1 เม.ย. 64

อู๋หมิ่นจวินเพราะรู้ว่ายามนี้ตนเองมีเวลาจำกัดในการเกี้ยวเสิ่นหลิงเฟย เมื่อได้พูดคุยกับอวี๋จี้เมื่อวานแล้วอีกฝ่ายแนะนำให้เขาเริ่มรุกมากกว่านี้ เขาจึงจัดการทำตามแผนรุกขั้นแรกที่ตนเองคิดได้ทันที

เช้าวันนี้เขาจึงกลายเป็นเพื่อนบ้านของเสิ่นหลิงเฟยไปแล้ว ในเมื่ออวี๋จี้แนะนำให้เขาเสนอตนเองไปใกล้ชิดนางให้บ่อยที่สุด การเป็นเพื่อนบ้านนางนี่แหละจะทำให้เขาได้ใกล้ชิดนางยิ่งกว่าอวิ๋นเหวินตี้ ซ้ำเขายังจะรุกและทำหน้าให้ด้านหนักขึ้น

โดยวันนี้เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า เขาจึงเดินไปเคาะหน้าประตูเรือนของเสิ่นหลิงเฟยทันที สาวใช้ในเรือนเห็นว่าเป็นเขา ซึ่งเคยมากินข้าวที่เรือนแล้ว จึงคิดว่าเป็นสหายของนายตนเอง จึงรีบเชิญเขาเข้าไปรอในห้องโถงรับรองทันที

เสิ่นหลิงเฟยที่เพิ่งตื่นก็งุนงงที่มีคนมาขอพบนางแต่เช้า เนื่องจากเมื่อคืนนางเอาแต่พิจารณาเครื่องประดับชุดใหม่ที่จะผลิตออกมาจนลืมเวลา กว่าจะนอนหลับได้ก็กลางดึกแล้ว

นางเดินไปยังห้องโถงรับรอง ก่อนจะเห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ ซึ่งเห็นเพียงด้านหลังนางก็รู้แล้วว่าเป็นใคร จะมีบุรุษที่ไหนเอาแต่แต่งกายด้วยชุดสีขาวทุกวันอย่างเขาบ้าง

“ท่านมาทำอะไรที่เรือนข้าแต่เช้า” เสิ่นหลิงเฟยถามก่อนนั่งลงตรงข้ามกับเขา

“พอดีข้าเพิ่งย้ายมาอยู่เรือนข้างๆ กัน จึงอยากมาทักทายเจ้ากับลูกๆ ในฐานะเพื่อนบ้าน”

“หมายความว่าอย่างไรที่ย้ายมาอยู่ข้างเรือนข้า” เดิมทีเจ้าของเรือนข้างๆ เสิ่นหลิงเฟยเป็นเศรษฐีคนหนึ่งในเมืองซื่อชวน แต่เขาได้ย้ายไปอยู่เรือนหลังใหม่ของตนเองเมื่อหลายปีก่อนแล้ว เรือนหลังนี้จึงปล่อยให้คนเช่า และยามนี้คนที่เช่าอยู่ก็คือท่านหมอหวังซึ่งเป็นหมอมีฝีมือในซื่อชวน

อู๋หมิ่นจวินเห็นนางถามด้วยความสงสัยก็อธิบายให้เข้าใจ ด้วยใบหน้ายียวน แสดงออกว่ากวนประสาทนางอยู่ไม่น้อย

“ก็หมายความว่าข้าย้ายมาเป็นเพื่อนบ้านเจ้าแล้วอย่างไรล่ะ ซึ่งก็ทำได้ไม่ยากข้าเพียงเสนอเงินก้อนโตให้ท่านหมอหวังไปหาที่อยู่ใหม่ก็เท่านั้นเอง”

หลังเขากล่าวจบเสิ่นหลิงเฟยได้แต่มองเขาอย่างพิจารณา เหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงได้ใช้เงินมือเติบยิ่งนักเขาทำอาชีพอะไรกัน แต่ก็ช่างเถอะเขาอยากจะใช้อย่างไรมันก็เป็นเรื่องของเขา ในเมื่อเงินที่ใช้ก็เป็นเงินของเขาเอง

“ในเมื่อยามนี้ท่านก็ได้มาทักทายแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็กรุณาออกไปจากเรือนของข้าได้แล้ว” ได้ยินอย่างนี้อู๋หมิ่นจวินก็ขยับลุกขึ้นยืนทันที แต่ไม่ได้เดินไปทางหน้าประตูเรือน

“เนื่องจากข้าเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ จึงยังไม่มีข้าวของให้ใช้ทำครัว วันนี้ขอฝากท้องที่เรือนเจ้าก่อนแล้วกัน” กล่าวจบเขาก็เดินไปทางห้องครัวทันที

เสิ่นหลิงเฟยเห็นอย่างนั้นจึงรีบเดินไปคว้าแขนเขาไว้เพื่อห้าม

“ท่านออกจะไร้มารยาทเกินไปแล้ว ข้ายังไม่ทันได้เอ่ยปากอนุญาตเลยสักคำ” อู๋หมิ่นจวินฟังนางด่าจบก็ไม่โต้ตอบ กลับก้มลงไปมองมือนางที่จับต้นแขนเพื่อห้ามเขาไว้อยู่ ก่อนเขาจะยิ้มแล้วขยับใบหน้าไปจนชิดใบหน้านาง

“นี่เจ้ากำลังกินเต้าหู้ข้าอยู่นะ” หลังเขากล่าวจบนางก็พยายามดึงมือตนเองออก แต่อู๋หมิ่นจวินกลับพลิกมืออีกข้างมากุมมือนางไว้แทน

“แต่ไม่เป็นหรอกข้ายินดี”

“ปล่อยมือข้าเดี๋ยวนี้นะ” หลังเขากล่าวจบนางก็ดึงมือกลับมาอย่างรุนแรง แต่ยามนี้อู๋หมิ่นจวินถือคติหน้าด้านหน้าทน เขาจึงไม่ยอมปล่อย ทั้งสองจึงต่างฉุดกระชากกันอยู่อย่างนั้นไปมา

จนได้ยินเสียงเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายเดินสนทนากันมาด้วยน้ำเสียงสดใส อู๋หมิ่นจวินจึงยอมปล่อยนาง ยามนี้เขากับนางต้องคุยกันเองสองคนให้เข้าใจเสียก่อน จึงจะสามารถเอ่ยอธิบายฐานะที่แท้จริงของเขาต่อเด็กๆ ได้ ดังนั้นกิริยารุนแรงของนางยามนี้ จึงอาจทำให้เด็กๆ เข้าใจผิดในตัวเขาได้

เสิ่นหลิงเฟยเมื่อถูกปล่อยก็ได้แต่มองเขาอย่างไม่พอใจ เหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงได้เปลี่ยนไปเพียงชั่วข้ามคืน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เพียงสัมผัสโดนแขนนางเขายังเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดอยู่เลย แต่ก่อนที่เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายจะเดินพ้นมา นางก็กัดฟันพูดเพื่อเอ่ยเตือนเขา

“ข้าหวังว่าจะมีเพียงครั้งนี้ที่ท่านมาล้ำเส้นกับข้า” อู๋หมิ่นจวินได้ยินกลับไม่ได้ยอมเหมือนที่ผ่านมา

“ข้าต้องขอโทษล่วงหน้าก็แล้วกัน เพราะหลังจากนี้จะมีสักกี่เส้นข้าจะล้ำให้หมด”

“ท่าน!” อู๋หมิ่นจวินไม่ตอบ กลับเดินไปทักทายเด็กๆ ไม่อยู่ฟังคำต่อว่าของนาง

เขายอมรับว่าหวั่นใจอยู่ไม่น้อยที่แสดงกิริยากับนางเช่นนี้ เพราะนางอาจจะโกรธและไม่พอใจเขายิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปใช้แผนรับแทน คนเราต้องรู้จักทั้งรุกและรับไปพร้อมๆ กัน

“อรุณสวัสดิ์ท่านลุงอู๋เหตุใดวันนี้ท่านถึงมาที่เรือนเราแต่เช้าขนาดนี้” เสี่ยวอ้ายเอ่ยอย่างตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าที่บิดาที่นางทุ่มใจให้ในเรือนตนเองแต่เช้า

“วันนี้ลุงต้องมาขอฝากท้องที่เรือนของเจ้าแล้ว”

“เรายินดีขอรับท่านลุง” กล่าวจบเด็กน้อยทั้งสองก็จูงมือเขาคนละข้างไปยังห้องครัวทันที อู๋หมิ่นจวินจึงหันกลับมายักคิ้วหลิ่วตาให้เสิ่นหลิงเฟย นางก็ได้แต่มองเขาด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนไม่เหมือนก่อนหน้านี้ได้รวดเร็วขนาดนี้

***

 

หลังจบมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยความพอใจของสามคนพ่อลูก แต่กลับเต็มไปด้วยความงุนงงและไม่พอใจของเสิ่นหลิงเฟย นางก็เอ่ยไล่เขากลับไปอีกครั้ง แต่อู๋หมิ่นจวินยังไม่ทันได้หาข้ออ้างมาเพื่ออยู่ต่อ เสี่ยวอันก็เอ่ยชวนเขาแล้ว

“ท่านลุงวันนี้พวกเราจะไปตกปลาที่บ่อด้านหลังเรือนกัน ท่านลุงไปด้วยกันนะขอรับ” เสิ่นหลิงเฟยคิดไว้อยู่แล้ว ไม่บุตรสาวก็บุตรชายแน่นอนที่จะเอ่ยชวนเขา นางยังไม่ทันได้ปรามเสี่ยวอันก็เอ่ยจบประโยคก่อนแล้ว

“ตกปลาอย่างนั้นหรือน่าสนุกมาก ถ้าอย่างนั้นลุงขอร่วมด้วย”

ยามนี้เสิ่นหลิงเฟยกำลังยืนอยู่หน้าบ่อเลี้ยงปลาด้านหลังเรือนของตนเองอย่างไม่พอใจ นางพลาดเองที่ไม่ได้นัดแนะกับบุตรสาวบุตรชายเรื่องนี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆ เขาจะมาที่เรือนนางแต่เช้า ซ้ำยังกลายเป็นเพื่อนบ้านของนางไปแล้ว

“เด็กๆ เอาล่ะวันนี้พวกเรามาแข่งขันกันเถอะว่าใครจะตกปลาได้ตัวใหญ่กว่ากัน” อู๋หมิ่นจวินเอ่ยหากิจกรรมให้เด็กๆ ทำ เมื่อพวกเขาได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ก่อนเริ่มเอ่ยข่มกันเอง

“วันนี้ถึงอย่างไรข้าก็จะตกปลาให้ได้ตัวใหญ่กว่าเจ้า” เสี่ยวอ้ายเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

“ฝันไปเถอะ ข้านี่แหละจะตกปลาให้ได้ตัวใหญ่เท่าตัวเจ้าเลย” เสี่ยวอันได้ยินก็คุยข่มบ้าง

“เจ้าโง่หรือ ในบ่อนี้มีปลาตัวใหญ่เท่านั้นเสียเมื่อไร” เสิ่นหลิงเฟยเห็นเด็กๆ คงไม่ยอมหยุดทะเลาะกันง่ายๆ แน่ จึงรีบเอ่ยห้ามทัพ

“เอาล่ะเด็กๆ อย่ามัวทะเลาะกัน ดูซิพี่เสี่ยวอิงเตรียมอุปกรณ์ให้เรียบร้อยแล้วนะ” ระหว่างที่ทั้งคู่มัวแต่ทะเลาะกัน สาวใช้ก็จัดเตรียมอุปกรณ์ให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งวันนี้ที่นางยอมหยุดงานมาตกปลากับเด็กๆ เพราะเมื่อคืนเด็กๆ บอกว่าอยากกินปลาเผา เสิ่นหลิงเฟยจึงรับปากพวกเขาว่าจะให้พ่อครัวทำให้กิน แต่พวกเขากลับบอกว่าอยากจับเอง

เสิ่นหลิงเฟยไม่กล้าปล่อยพวกเขาไว้กับคนอื่นในสถานที่อันตรายที่มีบ่อน้ำลึกแบบนี้ จึงต้องยอมหยุดงานมาดูแลและตกปลาเป็นเพื่อนพวกเขาด้วยตนเอง

“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นก็เลือกที่ของตนเองเลย” เสิ่นหลิงเฟยกล่าวจบเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายก็เดินหาทำเลดีๆ ก่อนเริ่มย่อนเบ็ดลงน้ำ แต่ก็ไม่วายที่จะส่งสายตาไม่ยอมแพ้ให้แก่กัน

เสิ่นหลิงเฟยเองก็เลือกที่เหมาะๆ ในการตกปลาของตนเองเช่นกัน ก่อนอู๋หมิ่นจวินจะใช้ความหน้าด้านมานั่งลงข้างๆ นาง เสิ่นหลิงเฟยไม่พูดอะไรก็เตรียมจะลุกเดินหนีเขา

ซึ่งการขยับเพียงเล็กน้อยของนางก็ทำให้คันเบ็ดสั่นไหว จนคลื่นเล็กๆ กระเพื่อมไปรอบๆ บริเวณ เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยเตือนมารดาทันที

“ท่านแม่ท่านอย่าเปลี่ยนที่อีกเลย ถ้าท่านขยับอีกครั้งปลาจะต้องหนีไปแน่” เสิ่นหลิงเฟยได้ยินก็คิดจะต่อรองกับเด็กๆ ขอเปลี่ยนที่อีกครั้ง แต่อู๋หมิ่นจวินกลับยืนมือมาโอบไหล่นางไว้ ก่อนกระซิบข้างๆ หู

“เจ้าก็ตามใจลูกๆ หน่อยเถอะ เด็กๆ อุตส่าห์มีความตั้งใจมากถึงขนาดนี้” เสิ่นหลิงเฟยเห็นด้วยกับคำพูดของเขา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะยอมให้เขามาแตะตัวง่ายๆ อย่างนี้ แต่นางกำลังจะขยับเพื่อปัดมือเขาออก อู๋หมิ่นจวินกลับเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ถ้าเจ้าขยับครั้งนี้เด็กๆ ต้องโกรธจนโมโหเจ้าแน่ ที่ไม่ให้ความร่วมมือ” เสิ่นหลิงเฟยไม่ได้กลัวลูกโกรธ เพราะนางเลี้ยงพวกเขามาย่อมรู้วิธีทำให้พวกเขาหายโกรธ แต่บุรุษผู้นี้ไม่ยอมปล่อยมือจากไหล่นางเสียที

“ข้าเข้าใจแล้วช่วยกรุณาปล่อยมือด้วย” อู๋หมิ่นจวินยอมปล่อยมืออย่างง่ายดาย ถึงอย่างไรเขาก็ได้นั่งข้างๆ นางแล้วยามนี้

เสิ่นหลิงเฟยพยายามทำเป็นไม่สนใจเขา แต่อู๋หมิ่นจวินกลับเอาแต่จับจ้องใบหน้าของนาง เขายังไม่รู้ว่าปีนี้นางอายุเท่าไร แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์ของนางคงไม่มีใครคาดคิดว่านางจะเป็นมารดาของเด็กน้อยถึงสองคนแล้ว ซ้ำยังเป็นแม่เศรษฐีตัวน้อยด้วย

แต่ระหว่างที่อู๋หมิ่นจวินเอาแต่จ้องใบหน้าของนาง เสิ่นหลิงเฟยก็กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับการตกปลาจนศีรษะโงนเงนไปมา อู๋หมิ่นจวินจึงใช้ความกล้ารั้งตัวนางมาซบไหล่เขาทันที เขาคิดว่าเสิ่นหลิงเฟยคงจะโกรธมากเป็นแน่ แต่กลับกลายเป็นว่านางซบไหล่เขาอย่างง่ายดาย แล้วยังหลับต่ออีกด้วย

ด้านเด็กน้อยทั้งสองก็กำลังจะดุทั้งมารดาทั้งท่านลุงอู๋ของตนเอง ว่าเหตุใดพวกเขาจึงเอาแต่ขยับตัว แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าทั้งสองก็ยกนิ้วโป้งให้อู๋หมิ่นจวินทันที ก่อนจะหันไปหัวเราะคิกคักกันสองคนด้วยความเขินอายกับภาพตรงหน้า

อู๋หมิ่นจวินได้แต่ส่งยิ้มกลับไปให้เด็กน้อย ก่อนกลับมาตั้งใจตกปลา โดยมีเสิ่นหลิงเฟยนอนซบไหล่เขาอย่างไม่รู้เรื่องอะไร ในขณะที่มืออีกข้างของเขาก็ขยับไปช่วยจับคันเบ็ดให้นางโดยกุมทับมือนาง

เขายอมรับว่าทุกสิ่งที่กระทำในยามนี้ทำให้เขาตื่นเต้นมากและหวาดกลัว กลัวว่านางจะโกรธจนขับไล่เขาอีกครั้ง แต่เรื่องนั้นก็ต้องมาลุ้นกันตอนนางตื่นว่าจะออกหัวหรือก้อย

❀❀❀❀❀

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 583 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

294 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #109 chrysalis_devil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 05:15
    อ่านแล้วหงุดหงิดแฮะ คือไม่เคาระความรู้สึกกันเลยซักนิด เด็กๆก็แสดงออกไม่ค่อยสมดุลมารดาที่เลี้ยงจนเติบโตกับคนที่แค่ถูกชะตามันๆม่โอเคเลยนะ
    #109
    4
  3. #67 ไอติมรสสตอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 04:23

    บางครั้ง การล้ำเส้นใครสักคนมากจนเกินไป...มันเป็นเรื่องใหญ่อยู่นะ...เข้าใจ ว่าต้องหน้าด้านหน้าทนง้อเมียกับลูก แต่ควรให้เกียรติเมียในด้านการตัดสินใจด้วยนะ ......แล้วก็แนะ แค่แนะนำตัวเองว่าชื่ออะไร...แต่ตัวเองเป็นใครมาจากไหน ทำอะไร ยังไม่คิดบอกกันเลย....

    #67
    0
  4. #9 fadiana (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 01:12
    รออออฮะ
    #9
    0
  5. #8 1234567890 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 20:56

    เอามาอีกกกกกกกกกกก
    #8
    0
  6. #7 Jo8448 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2564 / 20:55
    หน้ามึนเข้าใว้อิพี่ หุหุ
    #7
    0