เสิ่นหลิงเฟย สตรีมากวาสนา

ตอนที่ 3 : เริ่มต้นชีวิตใหม่ [รีไรท์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,403 ครั้ง
    1 เม.ย. 64

เสิ่นหลิงเฟยออกจากจวนมาพร้อมกับเสี่ยวฟาง โดยนางจ้างให้คนขับรถม้าช่วยไปส่งที่เมืองซื่อชวน ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ห่างจากเมืองอันฮุยไปหลายร้อยลี้

จากข้อมูลที่นางรับรู้มาเมืองซื่อชวนเป็นเมืองที่โดดเด่นมากในเรื่องการค้าขาย นางจึงคิดว่าจะใช้ความสามารถในการขายสุรามาใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่นางก็ไม่คิดจะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดหรอกนะ ขืนทำอย่างนั้นทั้งชาติก็ไม่ร่ำรวยขึ้นมาหรอก และจะให้นางไปนั่งหมักสุราดังเดิมก็เกรงว่าเมื่อท้องใหญ่กว่านี้แล้วจะลำบาก

เมื่อมาถึงซื่อชวนนางก็ตัดสินใจซื้อบ้านหลังใหญ่แถวชานเมืองทันที เมื่อบุตรของนางคลอดออกมาจะได้มีพื้นที่ให้วิ่งเล่น

หลังจากย้ายมาอยู่ซื่อชวนได้หนึ่งเดือน เสิ่นหลิงเฟยที่คุ้นชินทุกอย่าง ก็เริ่มเดินหน้าซื้อกิจการต่างๆ ในย่านการค้าแถวนี้ทันที ไม่ว่าจะร้านเครื่องประดับ ร้านผ้าไหมแพรพรรณ โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ ร้านขนมหวาน ร้านขายใบชาหรือแม้กระทั่งร้านขายยาสมุนไพร

โดยนางให้เถ้าแก่ร้านทำงานอยู่เหมือนเดิม โดยจ่ายเป็นเงินเดือนให้พวกเขาและยังมีส่วนแบ่งให้อีกหนึ่งส่วนทุกเดือน ถ้ากำไรถึงเป้าที่นางตั้งไว้ เงินจำนวนมหาศาลที่นางเสนอให้พวกเขาจึงทำให้นางกลายเป็นเถ้าแก่เนี้ยที่ใครๆ ในเมืองซื่อชวนต่างพูดถึงในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ชีวิตของเสิ่นหลิงเฟยจึงได้เริ่มต้นจริงๆ เสียที

*****

 

“โอ๊ย ข้าเจ็บจนตายแล้ว เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมออกมาดูโลกเสียที” เสิ่นหลิงเฟยรู้ดีว่าการคลอดบุตรมันยากลำบากและเจ็บปวดเพียงใด แต่นางก็ไม่คาดคิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้ ยามนี้นอกจากเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ในห้องคลอดก็ยังเต็มไปด้วยเสียงก่นด่าของนาง

นางคิดว่าตนเองลืมใบหน้าของบุรุษสารเลวที่ข่มเหงนางในค่ำคืนนั้นไปแล้ว แต่ยามนี้ใบหน้านั้นกลับลอยเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าสารเลวนั้นถ้ามีโอกาสได้แก้แค้นเขา นางจะจัดชุดใหญ่คืนให้สาสมแน่ โทษฐานที่ทำให้ชีวิตของนางพบเจอความยากลำบาก

“ฮูหยินเบ่งอีกนะเจ้าคะ” เสิ่นหลิงเฟยเบ่งอีกครั้งตามจังหวะที่หมอตำแยให้สัญญาณ ก่อนเด็กจะหลุดออกมาจากช่องคลอดของนาง เสิ่นหลิงเฟยถอนหายใจโล่งออกมาทันที

“ออกมาเสียที ยังถือว่าเจ้ามีความปรานีมารดาอย่างข้าบ้าง เรียบร้อยหรือยัง” ประโยคสุดท้ายนางหันกลับไปถามหมอตำแย

“ยังเจ้าค่ะ ยังเหลือเด็กอีกหนึ่งคน”

“ห๊า ยังมีอีกหนึ่งหรือ” คราวนี้เสิ่นหลิงเฟยอยากจะเป็นลมจริงๆ เห็นทีนางจะต้องจ้างพี่เลี้ยงเด็กเพิ่มอีกหนึ่งคนเสียแล้ว นางกับเสี่ยวฟางสองคนคงเลี้ยงเด็กน้อยไม่ไหวแน่

การคลอดที่เต็มไปด้วยเสียงถอนหายใจของเสิ่นหลิงเฟยก็จบลง และคนที่โล่งใจที่สุดก็คือหมอตำแย เพราะยามนางถอนหายใจคราวใด หมอตำแยก็ต้องสะดุ้งตกใจเพราะคิดว่านางกำลังตำหนิตนเองตลอด

เสี่ยวฟางเดินไปส่งหมอตำแยพร้อมมอบค่าทำคลอดก้อนใหญ่ให้

“ขอบคุณท่านหมอมาก”

“ไม่เป็นไร เจ้าเข้าไปดูนายหญิงของตนเองเถอะ”

เสี่ยวฟางเดินกลับเข้าไปในห้อง ก็เห็นเสิ่นหลิงเฟยกำลังเอานิ้วจิ้มใบหน้าเด็กน้อยทั้งสองไปมา สตรีที่บ่นและถอนหายใจตลอดการคลอดเมื่อสักครู่ไม่หลงเหลืออีกแล้ว

“นายหญิงท่านจะตั้งชื่อคุณชายน้อยกับคุณหนูน้อยว่าอย่างไรเจ้าคะ” เมื่อเสี่ยวฟางถามกลับมาอย่างนี้ เสิ่นหลิงเฟยก็หนักใจขึ้นมาทันที การตั้งชื่อเด็กน้อยเป็นเรื่องยากพอสมควร นางเองก็ไม่รู้จะตั้งอย่างไรให้ไพเราะและความหมายดี

“ยามนี้เอาเป็นว่าเรียกพวกเขาว่า ‘เสี่ยวอัน’ และ ‘เสี่ยวอ้าย’ ไปก่อนแล้วกัน” บุตรชายชื่อเสี่ยวอันเพราะยามเขาคลอดออกมากว่าจะยอมร้องไห้ก็ถูกฟาดก้นไปหลายที ส่วนบุตรสาวให้ชื่อเสี่ยวอ้าย เพราะนางมีปานที่คล้ายรูปหัวใจอยู่บริเวณหัวไหล่ เสิ่นหลิงเฟยตัดปัญหาให้ง่ายดายที่สุด ยามนี้นางเพลียและเจ็บแผลจนอยากจะหลับอย่างเดียวแล้ว เสี่ยวฟางจึงได้แต่พยักหน้าแล้วปล่อยให้สามแม่ลูกนอนหลับไป

*****

 

ปีที่ห้า หลังจากที่เสิ่นหลิงเฟยคลอดบุตรแฝดชายหญิงหนึ่งคู่ ยามนี้นางกลายเป็นเจ้าแม่ย่านการค้าในเมืองซื่อชวนไปแล้วพร้อมฉายา ‘ม่ายสาวเจ้าเสน่ห์’

บุรุษไม่ว่าเป็นใครก็หมายปองนางกันทั้งนั้น นอกจากทรัพย์สมบัติที่มากกว่าใคร รูปร่างหน้าต่างของนางก็เป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่าเช่นกัน ภาพเหมือนของนางถูกวาดแจกจ่ายกันไปแทบทุกหัวเมือง

ซึ่งทุกภาพเสิ่นหลิงเฟยไม่เต็มใจให้วาดต่างเป็นภาพยามที่นางเผลอทั้งนั้น และถึงนางจะห้ามอย่างไรภาพของนางก็ยังถูกวาดแจกจ่ายไปอยู่ดี โดยเฉพาะยามที่นางนั่งตรวจบัญชีในร้านรวงของตนเอง บุรุษต่างมามุงดูเหมือนนางเป็นของแปลกเสียอย่างนั้น

“ท่านแม่ๆ ข้าอยากกินเสี่ยวหลงเปาที่โรงเตี๊ยมอีกแล้วขอรับ”

“ข้าก็อยากกินเช่นกันเจ้าค่ะ”

เสิ่นหลิงเฟยมองบุตรชายและบุตรสาววัยสี่ขวบ ที่ทั้งวันเอาแต่เอ่ยว่าอยากกินอะไรบ้างก็ให้นึกเอ็นดูยิ่งนัก แต่ก็ขอบคุณสวรรค์ที่นางช่างเกิดมามีวาสนาร่ำรวยถึงเพียงนี้ ไม่อย่างนั้นแม้แต่เนื้อของตนเองก็อาจจะต้องเฉือนเพื่อประทังชีวิตให้พวกเขา แต่ถึงจะร่ำรวยเพียงใด ก็ต้องสั่งสอนพวกเขาว่าของทุกอย่างจะได้มาก็ต้องทำงานแลก

“เอาล่ะ ถ้าวันนี้พวกเจ้าอยากกินเสี่ยวหลงเปา ก็จงขายปิ่นหยกให้ได้คนละห้าอันเสียก่อน แล้วแม่จะให้พ่อครัวจากโรงเตี๊ยมยกเสี่ยวหลงเปามาให้พวกเจ้าคนละหลายเข่ง”

“ขอรับ”

“เจ้าค่ะ” เด็กทั้งสองรับคำจบ ก็วิ่งหัวเราะคิกคักจูงมือกันไปหน้าร้านทันที ก่อนจะพากันไปเอ่ยล่อลวงเหล่าบุรุษที่มาแอบดูนางอยู่หน้าร้าน เพียงพริบตาเดียวปิ่นหยกจำนวนสิบอันก็ถูกขายออกไป

เสิ่นหลิงเฟยจึงให้เสี่ยวฟางพาพวกเขาไปที่โรงเตี๊ยมซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของนางเอง ให้รางวัลพวกเขาเป็นเสี่ยวหลงเปาอย่างที่ต้องการ ชีวิตห้าปีกว่าที่ผ่านมาของเสิ่นหลิงเฟยช่างมีความสุขยิ่งนัก จนนางลืมไปแล้วว่าเคยก่นด่าบุรุษที่ทำให้นางตั้งครรภ์เจ้าเด็กสองคนนี้อย่างไรบ้าง

*****

 

อู๋หมิ่นจวินใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงตลอดระยะเวลาเกือบหกปี โดยไม่เคยลืมได้สักคืนว่าตนเองเคยข่มเหงรังแกสตรีนางหนึ่ง แต่หลังจากเขากลับไปเมืองหลวงเพราะไทเฮาประชวร

ก็ปรากฏว่าต้องอยู่ยาวเพื่อช่วยเหลือฮ่องเต้มือใหม่ เนื่องจากเหล่าขุนนางต่างประท้วงเรื่องการทำงานของพระองค์ว่าล่าช้าไม่จริงจัง กว่าจะจัดการได้ก็ใช้เวลาเป็นปี

หลังจากนั้นแทนที่เขาจะได้มีโอกาสมาจัดการเรื่องที่ค้างคาอยู่ ก็ปรากฏว่าแคว้นชิงซึ่งเป็นแคว้นที่อยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นฉีมานาน คิดกระด้างกระเดื่องกว่าจะจัดการสงครามระหว่างแคว้นได้ก็ใช้เวลาถึงสองปี

จากนั้นเขาคิดว่าทุกอย่างคงจบแล้ว จะได้เดินทางมาจัดการเรื่องที่ค้างคาเสียที ปรากฏว่ามารดาของเขากลับล้มป่วยลง รักษาตัวอยู่เป็นปีจึงหายดี

จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบหกปี เขาจึงได้มายืนอยู่หน้าเรือนของสตรีที่ชื่อว่าเสิ่นหลิงเฟยเสียที

“นางหนีไปแล้วตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน หลังจากไปหลับนอนกับบุรุษคนหนึ่งจนเกิดตั้งครรภ์” และนี่คือสิ่งที่อู๋หมิ่นจวินได้ยินในยามนี้ และเขามั่นใจว่าบุรุษที่เสิ่นจื่อลู่พูดถึงคือตนเอง แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าคือนางตั้งครรภ์ลูกของเขาด้วย ป่านนี้เด็กน้อยก็คงเกือบห้าขวบแล้ว ไม่รู้ว่านางและลูกจะลำบากเพียงใด

“แล้วเหตุใดนางถึงหนีไป” อู๋หมิ่นจวินคิดว่าต้องมีเหตุผลอยู่เบื้องหลังอีกแน่ สตรีตั้งครรภ์อย่างกะทันหันไม่มีทางหนีไปเผชิญความยากลำบากแน่ การอยู่กับครอบครัวเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

“เพราะนายท่านและฮูหยินจะบังคับให้คุณหนูดื่มยาขับเลือดขอรับ” เสี่ยวซีเดินออกมาตรงหน้าอู๋หมิ่นจวินก่อนรายงานด้วยความใจกล้า

อู๋หมิ่นจวินได้ยินดังนี้ก็กัดฟันจนได้ยินเสียงฟันบดชัดเจน กำปั้นกำแน่นจนได้ยินเสียงกรอบแกรบ บุรุษที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นท่านตาของบุตรเขา ถึงกลับคิดจะสังหารเด็กทารกตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก ซ้ำยังไม่ห่วงความปลอดภัยของบุตรสาวหลังจากดื่มยาขับเลือดอีกต่างหาก

“เจ้าเมืองอันฮุย”

“ขอรับท่านเสนาบดี” เจ้าเมืองอันฮุยรีบเข้ามารับคำอย่างประจบประแจงทันที เพราะสาเหตุที่เสิ่นหลิงเฟยหนีไปอีกอย่างหนึ่ง เนื่องจากเขาไม่ยอมมาจับตาดูนางตามคำสั่งของอู๋หมิ่นจวิน

“ข้าขอสั่งปลดนายอำเภออันฮุยนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ให้รองนายอำเภอขึ้นนั่งแทน ส่วนเจ้าข้าก็สั่งปลดเช่นเดียวกันให้รองเจ้าเมืองขึ้นนั่งตำแหน่งแทน”

คำสั่งเดียวของอู๋หมิ่นจวินยิ่งกว่าฟ้าผ่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยคัดค้านเพราะรู้ดีว่าเขามีความสำคัญเพียงใดในราชสำนัก

“ส่วนเจ้า ข้าขอไถ่ตัวเจ้าจากนี้เจ้าเป็นอิสระแล้ว” อู๋หมิ่นจวินชี้ไปที่เสี่ยวซีก่อนเอ่ยด้วยถ้อยคำที่ทำให้เสี่ยวซีได้ยินก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจทันที เขาคิดว่าหลังจากอู๋หมิ่นจวินจากไปตนเองจะถูกทุบตีจนตายแล้วเสียอีก

หลังจากจัดการคนนอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันกลับมาจัดการลูกน้องของตนเองทันที 

“พวกเจ้าสองคนกล่าวมาว่าเหตุใดถึงโกหกข้ามาตลอดเกือบหกปีว่านางมีชีวิตที่สุขสบาย ซ้ำยังไม่เคยแจ้งว่านางตั้งครรภ์” ลูกน้องสองคนที่อู๋หมิ่นจวินทิ้งไว้รีบก้มหน้าคุกเข่าลงทันที ก่อนสารภาพออกมา

“พวกเรายอมรับผิดทุกอย่างขอรับท่านเสนาบดี ยามนั้นพวกเรากลัวความผิดจึงไม่กล้าบอกความจริง แต่พวกเราก็พยายามตามหาแม่นางเสิ่นแล้วแต่กลับหาไม่พบ” อู๋หมิ่นจวินฟังจนจบแล้วก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง สตรีตัวเล็กคนหนึ่งถึงหนีอย่างไรก็ยังคงอยู่ภายในแคว้นอย่างแน่นอน เป็นไปได้อย่างไรเวลาเกือบหกปีที่จะตามหานางไม่พบ นอกเสียจากลูกน้องสองคนนี้ของเขาจะละเลยความรับผิดชอบ ซึ่งอู๋หมิ่นจวินก็ไม่กล้าโทษพวกเขาทั้งหมดในเมื่อเขาก็มีส่วนผิดที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าที่ควร แต่คนผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด

“อวี๋จี้จัดการส่งสองคนนี้ไปรับโทษที่เมืองหลวงและอย่าให้ข้าเห็นหน้าพวกเขาอีก”

“ขอรับท่านเสนาบดี”

กล่าวจบอู๋หมิ่นจวินก็จากไปทันที ไม่อธิบายเพิ่มอีกว่าเหตุใดเขาถึงมาตามหาเสิ่นหลิงเฟย

ยามนี้เขาไม่อาจรู้ว่านางอยู่ที่ไหนบนแผ่นดินแคว้นฉี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็จะพลิกแผ่นดินหานางกับลูกเพื่อรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้นให้จงได้

*****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.403K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

377 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #202 150221 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 16:54
    เวลาต้อง5 ปีสิไม่ใช่6 ปี
    #202
    3
    • #202-2 曉姣 - xiaojiao (จากตอนที่ 3)
      18 เมษายน 2564 / 17:06
      ไรท์ใช้คำว่าเกือบ 6ปี เพราะเด็กๆอายุ 4 ปี 8 เดือน รวมตอนนางเอกท้อง 9 เดือน ก็เกือบหกปีค่ะ
      #202-2
    • #202-3 150221(จากตอนที่ 3)
      18 เมษายน 2564 / 17:23
      เข้าใจแล้วค่ะ
      #202-3