เสิ่นหลิงเฟย สตรีมากวาสนา

ตอนที่ 25 : ชีวิตที่ดำเนินไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 708 ครั้ง
    12 เม.ย. 64

วันต่อมาเมื่อเสิ่นหลิงเฟยและเด็กๆ ตื่นมา ก็พบว่าเรือนด้านข้างที่อู๋หมิ่นจวินเคยพักปิดลงแล้ว ประตูหน้าต่างถูกปิดสนิทบ่งบอกว่าไม่มีผู้อาศัยอยู่ในเรือนแล้ว

เสิ่นหลิงเฟยยอมรับว่ารู้สึกแปลกๆ ในใจ เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง เพราะปกติอู๋หมิ่นจวินจะต้องเสนอตัวเองมาเป็นแขกที่เรือนนางตั้งแต่เช้าตรู่เสมอ

แต่ถึงตัวเขาจะไม่อยู่ กลับยังมีน้ำใจทิ้งองครักษ์ของตนเองไว้ เพื่อให้ดูแลนางและลูกมากถึงสิบคน ซึ่งนางก็รู้สึกสบายใจและปลอดภัยเป็นอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าคนในตระกูลเฉียนคิดจะลอบกัดทำร้ายนางและลูกเพื่อแก้แค้นให้คุณชายเฉียนหรือไม่

นางมองเรือนของอู๋หมิ่นจวินอยู่สักพัก ก่อนหันมามองเด็กๆ ปรากฏว่าพวกเขาก็มองเรือนของอู๋หมิ่นจวินตาละห้อยอยู่เช่นกัน เสิ่นหลิงเฟยจึงรีบเอ่ยเพื่อเปลี่ยนเรื่องไม่ให้พวกเขาคิดถึงเรื่องของอู๋หมิ่นจวินต่อ

“เด็กๆ พร้อมหรือยังวันนี้” เสิ่นหลิงเฟยถามอย่างนี้เพราะเด็กทั้งสองไม่ได้เข้าเมืองมาหลายวันแล้ว เมื่อเช้ายามนางบอกว่าจะพาพวกเขาเข้าไปในเมืองด้วยจึงตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เมื่อนางถามพวกเขาจึงลืมความเสียใจไปทันที

“พร้อมแล้วเจ้าคะ ท่านแม่”

“ข้าก็พร้อมขอรับ”

“เอาล่ะถ้าพร้อมก็ขึ้นรถม้าไปกันเลย”

 

วันนี้เสิ่นหลิงเฟยเลือกจะพาเด็กๆ มานั่งทำงานที่โรงเตี๊ยม เพราะนางตั้งใจจะมอบอาหารอันเลิศรสของพ่อครัวประจำโรงเตี๊ยมเป็นของปลอบใจให้เด็กๆ ที่เพิ่งผ่านอุบัติเหตุสะเทือนขวัญมาและปลอบใจที่เมื่อคืนพวกเขาต้องบอกลาอู๋หมิ่นจวินอย่างกะทันหัน

“ท่านแม่พวกเราสั่งได้โดยไม่ต้องทำงานจริงหรือขอรับ” เสี่ยวอันถามขึ้นมาด้วยความไม่มั่นใจ เสิ่นหลิงเฟยจึงรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นแม่ใจร้ายทันที เมื่อได้ยินคำถามของบุตรชาย

“วันนี้พวกเจ้าทั้งสองสามารถสั่งอาหารได้ตามใจชอบไม่จำเป็นต้องนำอะไรมาแลกเปลี่ยนเลย” เสี่ยวอ้ายได้ยินก็อมยิ้มมองมารดาก่อนเอ่ย

“ถ้าอย่างนั้นข้าไม่เกรงใจนะเจ้าคะ” กล่าวจบนางก็เริ่มพ่นรายการอาหารที่อยากจะลองชิมมาโดยตลอด คราวที่แล้วยามที่ท่านลุงอู๋เลี้ยงนางก็ยังไม่ค่อยกล้าสั่งเพราะเกรงใจ

แต่วันนี้มารดาเป็นคนเลี้ยงนางจึงไม่เกรงใจสักนิด รู้ตัวอีกทีอาหารหลายสิบจานก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะจนแทบไม่มีที่วางแล้ว เสี่ยวอ้ายจึงเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ก่อนจะขยับไปพิงตัวมารดาแล้วเอ่ย

“ท่านแม่ถ้ากินไม่หมดข้าจะถูกลงโทษหรือไม่” เสิ่นหลิงเฟยได้ยินก็ยิ้มออกมาพร้อมกล่าว

“ไม่ถูกลงโทษแต่ก็ไม่สมควรเกิดขึ้น” เสี่ยวอ้ายได้ยินก็หน้าม่อยลงทันที มารดาของนางมักจะสอนให้รู้จักคุณค่าของสิ่งของและอาหารเสมอ ดังนั้นนางและเสี่ยวอันจึงแทบไม่เคยกินอาหารทิ้งๆ ขวางๆ เลยสักครั้ง

“แต่แม่มีทางเลือกให้พวกเจ้า” เสี่ยวอ้ายยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้ยินอย่างนี้

“พวกเจ้าก็เลือกเฉพาะอาหารที่ตัวเองอยากจะกินจริงๆ ที่เหลือก็ยกให้พี่ๆ ที่ทำงานในโรงครัวเป็นรางวัลสำหรับความขยันของพี่ๆ คนงานเป็นอย่างไร”

“ได้เลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายเลือกอาหารเก็บไว้กับตัวคนละสามอย่าง ส่วนที่เหลือก็ถูกทยอยนำไปให้คนงานในครัว เด็กทั้งสองต่างมองตามอาหารตาละห้อย ก่อนจะตัดใจลงมือทานอาหารที่ตนเองเลือกเก็บไว้

“เด็กๆ ข้าขอร่วมโต๊ะกับพวกเจ้าได้หรือไม่” เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายที่กำลังสูดบะหมี่เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงทันที ก่อนจะพบว่าเป็นอวิ๋นเหวินตี้นั่นเองที่เข้ามาทักทาย

“คุณชายอวิ๋น” เด็กทั้งสองอุทานเรียกเขาออกมาด้วยความดีใจ เด็กๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมารดาและอวิ๋นเหวินตี้ แต่ยามนี้ไม่มีอู๋หมิ่นจวินอยู่เป็นเพื่อนเล่น อวิ๋นเหวินตี้จึงเป็นตัวเลือกสำรองให้กับพวกเขา

“คุณชายอวิ๋น” เสิ่นหลิงเฟยเองก็อุทานออกมาเบาๆ อย่างแปลกใจเช่นเดียวกัน นางนึกว่าอวิ๋นเหวินตี้จะไม่มาพบนางแล้วเสียอีก

“ข้านั่งด้วยได้หรือไม่” เขาถามเสิ่นหลิงเฟยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เหมือนไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขากับนางเลย ซึ่งเสิ่นหลิงเฟยก็ดีใจมากที่นางไม่ต้องเสียสหายดีๆ เช่นเขาไป

“เชิญคุณชายอวิ๋นนั่งเถอะ”

“ขอบคุณมาก” หลังเขานั่งลงเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายก็รีบใช้แขนของตัวเองโอบรอบถ้วยและจานอาหารของตนเองทันที ถึงดีใจที่จะมีเพื่อนเล่นแต่ก็ยังหวงอาหารเหมือนเดิม เสิ่นหลิงเฟยเห็นก็จะเอ่ยปากบอกให้เด็กๆ รู้จักแบ่งปัน แต่อวิ๋นเหวินตี้ยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวข้าสั่งใหม่ก็ได้” กล่าวจบเขาก็เริ่มสั่งอาหาร ซ้ำยังมีน้ำใจสั่งมาเผื่อเสิ่นหลิงเฟยด้วย อาหารเที่ยงวันนี้จึงมีสีสันขึ้นมาเล็กน้อยเนื่องจากอวิ๋นเหวินตี้

หลังจบมื้ออาหารก็ถึงเวลาที่เด็กๆ ต้องเข้านอน เสิ่นหลิงเฟยพาเด็กๆ ขึ้นไปนอนบนชั้นสองของโรงเตี๊ยม เมื่อเดินออกมายังห้องทำงานก็พบว่าอวิ๋นเหวินตี้ยังนั่งรอนางอยู่ เมื่อเห็นนางเดินเข้าไปเขาจึงวางจอกชาลงเบาๆ ก่อนเอ่ยถามนาง

“วันนี้ข้าทำให้แม่นางเสิ่นลำบากใจหรือไม่” เสิ่นหลิงเฟยเดินไปนั่งลงตรงกันข้ามกับเขา ก่อนรินน้ำชาให้เขาตามมารยาท

“ข้าไม่ลำบากใจเลยสักนิด กลับรู้สึกดีใจเสียมากกว่าที่ท่านยังยินดีเป็นสหายกับข้าต่อ” อวิ๋นเหวินตี้ได้ยินคำว่าสหายแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดในใจยิ่งนัก

“ข้าได้ยินว่าบิดาของเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายเดินทางจากไปแล้วหรือ” เสิ่นหลิงเฟยพยักหน้าก่อนตอบ

“เขาเดินทางกลับไปทำงานน่ะ”

“ข้าแปลกใจมากเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร” อวิ๋นเหวินตี้ที่แอบไปดูการตัดสินคดีความของเสิ่นหลิงเฟยเมื่อหลายวันก่อน ยอมรับว่าตกใจมากเมื่อรู้ฐานะที่แท้จริงของอู๋หมิ่นจวิน

“แต่เขากลับไปคราวนี้ไม่ใช่จะทิ้งเจ้ากับลูกไปอีกนะ” อวิ๋นเหวินตี้ไม่ได้ต้องการพูดเพื่อให้เสิ่นหลิงเฟยคิดมาก เขาเพียงแต่ลองเอ่ยเพื่อวัดใจเสิ่นหลิงเฟยดูเท่านั้นว่านางจะมีปฎิกิริยาอย่างไร ซึ่งนางก็ได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบอะไร

“หลิงเฟยข้าเข้าใจที่เจ้าบอกว่าจะไม่เลือกข้าเป็นบิดาและสามีของเจ้า แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่ได้ถอดใจไปเสียทีเดียว ถ้าครั้งนี้บุรุษผู้นั้นทิ้งเจ้าไปนานเกินควรอีกครั้ง ข้าจะขอเป็นผู้ทำหน้าที่แทนเขาเองทั้งหมด”

เสิ่นหลิงเฟยยอมรับว่าตกใจในคำพูดของอวิ๋นเหวินตี้ นางไม่คิดว่าเขาจะยังมีความคิดนี้อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเสิ่นหลิงเฟยก็ยังต้องเอ่ยเพื่อยืนยันความรู้สึกของนาง

“ข้าไม่ขอเอ่ยห้ามถ้าคุณชายอวิ๋นอยากจะทำตามใจตนเอง แต่ข้าก็ยังยืนยันความรู้สึกเดิมที่มีต่อท่านอยู่เช่นกัน” หลังเสิ่นหลิงเฟยกล่าวจบบรรยากาศโดยรอบก็เงียบงันอีกครั้งพร้อมกับท่าทางอึดอัดของทั้งคู่ ก่อนอวิ๋นเหวินตี้จะเอ่ยทำลายบรรยากาศไม่น่าอภิรมย์ด้วยคำพูดติดตลก

“ช่างเป็นแม่นางที่ใจร้ายจริงๆ กล้าปฏิเสธบุรุษรูปงามเจ้าเสน่ห์อย่างข้าเพราะบุรุษหน้าตายผู้นั้น” เสิ่นหลิงเฟยยิ้มหัวเราะออกมาได้เพราะเขาจริงๆ ก่อนนางจะเอ่ยขึ้นเบาๆ

“ขอบคุณคุณชายอวิ๋นมากนะที่เข้าใจข้ามาโดยตลอด” อวิ๋นเหวินตี้เห็นเสิ่นหลิงเฟยไม่เอ่ยแก้ตัวในครั้งนี้ ว่าสาเหตุที่นางปฏิเสธเขาเป็นเพราะอู๋หมิ่นจวิน ก็คิดว่านางคงมีใจให้อู๋หมิ่นจวินแล้วเป็นแน่ ถึงจะเศร้าเสียใจเขาก็คงได้แต่ยอมรับ

หลังจากทั้งคู่หยุดสนทนากันก็ได้ยินเสียงเคาะประตูอย่างร้อนรน ก่อนเสี่ยวอิงจะผลักประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับลมหายใจกระหืดกระหอบ ผ่านไปชั่วครู่นางจึงเอ่ยออกมาอย่างร้อนรน

“นายหญิงเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าคะ” เสิ่นหลิงเฟยและอวิ๋นเหวินตี้หันมองมาหน้ากันอย่างตกใจทันที ก่อนจะตามเสี่ยวอิงไป

เสี่ยวอิงนำเสิ่นหลิงเฟยและอวิ๋นเหวินตี้มาที่กรมอาญา ก่อนจะพบว่าเสี่ยวฟางถูกจับกุมอยู่ในคุก เสิ่นหลิงเฟยตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นอย่างนี้

ก่อนนางจะให้เสี่ยวอิงนำเงินจำนวนหนึ่งไปประกันตัวเสี่ยวฟางออกมา นางยังไม่ถามให้มากความ ก็รีบให้เสี่ยวอิงนำตัวเสี่ยวฟางกลับไปที่เรือนทันที ก่อนนางจะหันมาลาอวิ๋นเหวินตี้

“คุณชายอวิ๋นข้าคงต้องขอตัวก่อนวันนี้” อวิ๋นเหวินตี้ที่ตามมาเป็นเพื่อนเสิ่นหลิงเฟยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่มากก็สบายใจแล้ว ซ้ำนี่ยังเป็นเรื่องภายในเรือนของนางจึงไม่คิดตามไปด้วย

“แม่นางเสิ่นกลับไปจัดการเรื่องที่เรือนก่อนเถอะ” หลังจากนั้นเสิ่นหลิงเฟยจึงแยกจากอวิ๋นเหวินตี้

 

 

เสิ่นหลิงเฟยกลับมาถึงเรือนก่อนจะพบว่าเสี่ยวฟางนั่งรอนางอยู่ในห้องโถงรับรองแล้ว ใบหน้าของนางยังมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนอยู่ พอดีกับที่เสี่ยวอิงยกน้ำมาให้เสี่ยวฟางทำความสะอาดใบหน้าพอดี เสิ่นหลิงเฟยจึงถามขึ้นทันที

“เสี่ยวฟางเล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า”

“ทุกอย่างเป็นเพราะเจ้าสารเลวเหลียนฉีเจ้าคะ” เสี่ยวฟางเอ่ยอย่างคับแค้นใจเมื่อเอ่ยถึงชื่อบุรุษคนรักของตนเอง เสิ่นหลิงเฟยและเสี่ยวอิงก็หันมองหน้ากันทันที ในเมืองซื่อชวนใครบ้างไม่รู้ว่าเสี่ยวฟางและเหลียนฉีเป็นคนรักที่คบหากันมานานและรักใคร่กันเป็นอย่างมาก แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“เจ้าสารเลวนั่นนอกใจข้าไปแอบติดพันสตรีจากหอนางโลม แล้วยังรับนางเป็นอนุทั้งที่ข้าคบหากับเขามายาวนานแต่ไม่เคยแม้แต่จะมาหมั้นหมายข้า และยังกล้ากล่าวว่าข้าเป็นเพียงสาวใช้ผู้หนึ่งถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจรับข้าเป็นฮูหยินเอกได้อยู่ดี”

ปัง!

เสิ่นหลิงเฟยลุกขึ้นทุบโต๊ะเสียงดังทันที เมื่อได้ยินเสี่ยวฟางกล่าวอย่างนี้

“บุรุษน่าตายช่างกล้ากล่าวออกมาได้ ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเองไปติดพันสตรีจากหอนางโลมจะพูดอย่างนี้ไหม แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้ถูกจับขังคุกเช่นนั้น”

“ข้าโกรธมากเจ้าคะที่เขากล้านอกใจข้าแล้วยังเป็นฝ่ายกล้าบอกเลิกข้าทั้งที่ตัวเองทำผิดก่อน จึงบันดาลโทสะใช้ไม้กวาดที่อยู่ในร้านฟาดจนเขาหัวแตก เขาโกรธมากจึงแจ้งให้ทางการมาจับข้าไปคุมขังเพื่อสงบสติอารมณ์” เสิ่นหลิงเฟยได้ยินจึงกล่าวออกมาอย่างโมโห

“เจ้าน่าจะตีจนเขาสลบไปเลย เหตุใดถึงได้กล้าพูดทำร้ายความรู้สึกเจ้าอย่างนี้ทั้งที่รู้จักมักคุ้นกันมานาน เห็นทีว่าข้าต้องยกเลิกจ้างเขาแล้ว ข้าไม่อาจทำงานร่วมกับคนที่ดูถูกเจ้าได้เสี่ยวฟาง” เสี่ยวฟางได้ยินก็รีบเอ่ยห้ามนายหญิงของตนเองทันที

“อย่าทำเช่นนั้นเลยเจ้าคะ ข้าไม่อยากให้เรื่องของตัวเองทำให้นายหญิงเดือดร้อน” เสิ่นหลิงเฟยได้ยินก็ส่ายหน้าทันที

“ข้าไม่เดือดร้อนเลยสักนิด ข้าไม่อาจทำงานร่วมกับคนที่ทำร้ายคนในครอบครัวของข้าได้” เสี่ยวฟางได้ยินดังนี้ก็ร้องไห้โฮออกมาทันที ยามนี้นางเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ตนเองถูกบุรุษที่พร่ำบอกว่ารักมาตลอดหลายปีดูถูก นางเสียใจที่ตนเองมอบใจให้กับบุรุษสารเลวคนหนึ่งจนหมดไม่เหลือ

เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายที่เพิ่งนั่งรถม้ากลับมาจากโรงเตี๊ยมพร้อมองครักษ์หลังจากนอนไปได้เพียงชั่วครู่ เมื่อเห็นพี่เลี้ยงของตนเองร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในห้องโถงรับรอง จากที่ร่าเริงก็พากันหยุดทันที แล้วรีบวิ่งไปกอดปลอบเสี่ยวฟาง

“พี่เสี่ยวฟางใครทำร้ายท่าน”

“บอกพวกเรามาเลยเดี๋ยวพวกเราจะให้พี่องครักษ์ไปจัดการให้” เสิ่นหลิงเฟยได้ยินก็อึ้งไปเล็กน้อย เพียงแค่วันเดียวเหตุใดพวกเขาถึงได้เรียนรู้ไวยิ่งนัก ว่าถ้าจะมีเรื่องต้องให้คนที่มีพละกำลังเป็นคนออกหน้าให้

เสี่ยวฟางจากที่ร้องไห้ก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเมื่อได้รับการปลอบโยนจากเด็กน้อยทั้งสอง เด็กๆ เองก็เริ่มเบ้ปากร้องไห้ตามทันทีด้วยความสงสารพี่เลี้ยง มือไม้ก็ลูบหลังปลอบโยนกันไปมา

เสิ่นหลิงเฟยเห็นแล้วได้แต่ส่ายศีรษะอย่างขำขัน แต่นี่ล่ะคือวิถีชีวิตในแบบที่เป็นมาของนาง มีเสียงร้องไห้ให้ได้ยินแทบทุกวัน แต่ไม่รู้ทำไมทั้งที่ทุกอย่างก็เป็นมาอย่างนี้เสมอ แต่พอไม่มีอู๋หมิ่นจวินอยู่ร่วมวงมันถึงได้รู้สึกว่าขาดอะไรไปจริงๆ

.....................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 708 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

365 ความคิดเห็น

  1. #215 150221 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 18:58
    ท่านแม่เริ่มคิดถึงท่านพ่อแล้ว
    #215
    0
  2. #185 Rutti003 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 เมษายน 2564 / 07:26
    ลองย้ายไปเที่ยวเมืองหลวงบ้างก็ดีนะ
    #185
    0
  3. #123 khonleg1976 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 13:06
    รอนะคะ กำลังสนุกเลย
    #123
    0
  4. #122 Myjum28 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 22:26

    อีพ่อกลับมาไวไวอีแม่เหงาแล้ว
    #122
    0
  5. #121 Kran13102525 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 22:20

    รอๆๆๆๆ
    #121
    0
  6. #120 Pannmak (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 21:20
    คิดถึงเค้าแล้วล่ะซิ แต่แหมอีผู้ของเสี่ยวฟางก็เลวจริงไม่น่าจะเพิ่งเลว น่าจะเพิ่งจับได้มากกกว่า
    #120
    0