เสิ่นหลิงเฟย สตรีมากวาสนา

ตอนที่ 21 : ถอนรากถอนโคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 612 ครั้ง
    7 เม.ย. 64

“ในเมื่อคุณชายเฉียนไม่มีอะไรจะกล่าวแล้วก็ถึงทีข้าบ้าง” หลังอู๋หมิ่นจวินกล่าวจบอวี๋จี้ก็พาบุรุษจำนวนสี่คนเดินเข้ามาในศาล ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นคนของอู๋หมิ่นจวินเอง ที่เขาส่งไปคุ้มกันเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายก่อนหน้านี้

“เรียนเจ้ากรมอาญาหวังบุรุษทั้งหลายเหล่านี้เป็นพยานผู้เห็นเหตุการณ์ที่คุณชายเฉียนก่อ ก่อนหน้านี้คุณชายเฉียนจงใจให้เกิดอุบัติเหตุกับรถม้าของแม่นางเสิ่น แต่เนื่องจากวันนั้นมีเพียงบุตรของแม่นางเสิ่นเท่านั้นที่โดยสารรถม้าจึงทำให้เด็กทั้งสองได้รับบาดเจ็บ

ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้แม่นางเสิ่นขาดสติจนเดินทางไปจัดการคุณชายเฉียนถึงที่เรือน สำหรับอาการบาดเจ็บของเด็กทั้งสองท่านหมอหลี่สามารถเป็นพยานให้ข้าได้” หลังอู๋หมิ่นจวินกล่าวจบท่านหมอหลี่ที่เดินทางมาดูการไต่สวนในวันนี้ด้วยก็ลุกขึ้นยืนทันที

“เป็นความจริงขอรับเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถม้าจริงๆ” เจ้ากรมอาญาหวังพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปทางบุรุษที่อวี๋จี้นำมา

“พวกเจ้าอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดใช่หรือไม่” หนึ่งในนั้นจึงก้าวออกมาข้างหน้าก่อนตอบ

“ใช่ขอรับเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวาน ยามที่พวกเรากำลังจะเดินทางไปทำธุระ ปรากฎว่ามีรถม้าคันหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นรถม้าของคุณชายเฉียนพยายามพุ่งเข้าชนรถม้าของแม่นางเสิ่น ซึ่งโชคดีที่พวกเราช่วยสกัดไว้ได้ก่อน จึงทำให้ไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หลังจากเกิดเรื่องคุณชายเฉียนยังเดินออกมากล่าวอย่างสะใจว่าเสียดายที่ไม่มีแม่นางเสิ่นโดยสารมาด้วยไม่อย่างนั้นคงสนุกมากกว่านี้ ทั้งหมดที่ข้ากล่าวข้ากล่าวตามที่เห็นขอรับและยืนยันว่าเป็นความจริงทุกประการ”

อู๋หมิ่นจวินฟังจบก็ลอบยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ในขณะที่คุณชายเฉียนหน้าซีดขาวราวกระดาษแล้วเพราะทั้งหมดเป็นเรื่องจริง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าบุรุษเหล่านี้เป็นคนของอู๋หมิ่นจวิน ซึ่งอู๋หมิ่นจวินก็ไม่คิดจะบอกใครด้วย ถึงอย่างไรคุณชายเฉียนก็ทำผิดจริงๆ พยานจะเป็นคนของเขาหรือไม่นั้นไม่สำคัญ

ด้านเจ้ากรมอาญาหวังเมื่อได้ฟังจนจบก็หันไปทางคุณชายเฉียนอีกครั้ง

“คุณชายเฉียนท่านมีข้อแก้ตัวเรื่องนี้หรือไม่” คุณชายเฉียนได้ยินก็ได้แต่อึกๆ อักๆ ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร ในเมื่อพยานผู้เห็นเหตุการณ์มาช่วยอู๋หมิ่นจวินยืนยันอย่างนี้ เจ้ากรมอาญาหวังเห็นเขาไม่ยอมเอ่ยอะไรจึงคิดจะตัดสินความให้แล้วจบ เพราะอาการอย่างนี้ก็ไม่ต่างจากการที่คุณชายเฉียนยอมรับสารภาพแล้ว

“เอาล่ะในเมื่อผู้มาร้องทุกข์อย่างคุณชายเฉียนไม่มีอะไรที่จะกล่าวแล้ว ซ้ำพยานก็มาช่วยยืนยันว่าเหตุครั้งนี้คุณชายเฉียนที่เป็นผู้ร้องทุกข์กลับเป็นผู้เริ่มก่อน ดังนั้นข้าจึงจะตัดสินโทษบัดเดี๋ยวนี้ มีผู้ใดจะกล่าวคัดค้านอีกหรือไม่”

หลังเจ้ากรมอาญาหวังกล่าวจบแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็ไม่มีผู้ใดเอ่ยอะไร ตัวคุณชายเฉียนเองก็ยืนอยู่ไม่สุขแต่ไม่รู้จะกล่าวหาเสิ่นหลิงเฟยอย่างไรต่อ เจ้ากรมอาญาหวังจึงเอ่ยตัดสินคดีความ

“ถ้าอย่างนั้นนี่คือคำตัดสินคดีความในวันนี้ของข้า เสิ่นหลิงเฟยได้กระทำความผิดจริงโดยการนำคนเข้าไปบุกทำร้ายข้าวของและทำร้ายคุณชายเฉียน ข้าตัดสินให้เสียค่าปรับจำนวนหนึ่งแสนตำลึงเพื่อชดใช้ค่าเสียหายและค่าทำขวัญให้แก่คุณชายเฉียน”

เสิ่นหลิงเฟยได้ยินคำตัดสินของเจ้ากรมอาญาหวังแล้วก็ยิ้มออกมาได้ อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องติดคุกเพราะทำร้ายคน ซึ่งเจ้ากรมอาญาหวังก็ตัดสินโทษสถานเบาให้แก่นาง เพราะที่เสิ่นหลิงเฟยลงมือทำร้ายผู้อื่นอย่างขาดสติเช่นนี้ เพราะผู้อื่นที่ว่านั้นตั้งใจทำร้ายนางก่อน

“เจ้ากรมอาญาหวังท่านตัดสินเช่นนี้ใช่เข้าข้างนางมากเกินไปหรือไม่” คุณชายเฉียนทนไม่ได้ที่เสิ่นหลิงเฟยถูกปรับเงินแค่แสนตำลึง เพราะเถ้าแก่เนี้ยอย่างนาง เงินหนึ่งแสนตำลึงไม่ทำให้นางเดือดร้อนอะไรแน่

“ท่านสงสัยในคำตัดสินของข้าหรือ” เจ้ากรมอาญาหวังถามกลับคุณชายเฉียนด้วยท่าทีเขร่งขรึมและเยือกเย็น คุณชายเฉียนจึงได้แต่นิ่งเงียบ ซ้ำยังหันไปตวัดสายตามองเจ้าเมืองอย่างไม่พอใจที่เจ้าเมืองช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย เมื่อเห็นไม่มีใครคัดค้านอะไรแล้วเจ้ากรมอาญาหวังจึงเอ่ยคำตัดสินต่อ

“สำหรับคำตัดสินของคุณชายเฉียนนั้น เนื่องจากคุณชายเฉียนจงใจให้เกิดอุบัติเหตุและจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าคุณชายเฉียนได้ไตร่ตรองวางแผนมาก่อนแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้และได้มีพยานเข้ามายืนยันว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่คุณชายเฉียนกระทำเป็นเรื่องจริง ซ้ำคุณชายเฉียนยังไม่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา ข้าจึงขอตัดสินให้คุณชายเฉียนต้องจำคุกเป็นบริเวณสิบปี รวมถึงชดใช้ค่าทำขวัญให้แก่ผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนเงินห้าแสนตำลึง”

คุณชายเฉียนถึงกลับเข่าอ่อนล้มพับลงทันทีเมื่อได้ยินคำตัดสินนี้ เขาจะต้องติดคุกเป็นเวลาถึงสิบปีและยังต้องเสียเงินถึงห้าแสนตำลึง เพราะความแค้นในเรื่องไม่เป็นเรื่องของตนเอง แต่ครั้นมานึกเสียใจยามนี้ก็สายเกินไปแล้ว

เสิ่นหลิงเฟยมองคุณชายเฉียนที่คุกเข่าลงบนพื้น เวลาเพียงชั่วครู่เขากลับดูแก่ลงเป็นสิบปี แต่นางไม่มีความสงสารให้แก่เขาเลยสักนิด เพราะถ้าหากไม่มีเหล่าชายฉกรรจ์ไปช่วยสกัดรถม้าที่เขาตั้งใจทำร้ายนางไว้ ป่านนี้บุตรชายและบุตรสาวของนางอาจจะถึงแก่ความตายแล้วก็เป็นได้

“ในเมื่อไม่มีใครคัดค้านคำตัดสินนี้ข้าขอปิดศาล”

“เดี๋ยวก่อนเจ้ากรมอาญาหวัง” อู๋หมิ่นจวินยกมือขึ้นก่อนเดินไปหยุดข้างกายเจ้ากรมอาญาหวัง ก่อนเจ้ากรมอาญาหวังจะขยับให้อู๋หมิ่นจวินนั่งตำแหน่งผู้พิพากษาที่ตนเองเคยนั่งแทน

“เอาล่ะข้าขอแนะนำตัวเองสักหน่อย ข้าอู๋หมิ่นจวินเสนาบดีสำนักตรวจราชการผู้ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเหล่าขุนนางในราชสำนัก และเพิ่งเดินทางมาถึงซื่อชวนเมื่อหลายสิบวัน แต่ไม่อยากเชื่อว่าเวลาเพียงสิบวันจะทำให้ข้าตรวจพบว่าเหล่าขุนนางในเมืองซื่อชวนทำการทุจริตแทบทั้งเมือง อวี๋จี้นำตัวเจ้ากรมคลังหวงเข้ามา”

หลังกล่าวจบเจ้ากรมคลังหวงก็ถูกทหารคุมตัวเข้ามา หลังจากเขาถูกอู๋หมิ่นจวินจับได้ว่ารับสินบนจากคุณชายเฉียนและเหล่าคหบดีหลายคนเพื่อช่วยเหล่าคหบดีทั้งหลายหลีกเลี่ยงภาษีก็คิดจะทำการหลบหนี ซึ่งอู๋หมิ่นจวินก็จับตาเฝ้ามองอยู่ จึงสามารถจับตัวเขาไว้ได้ทัน

ซึ่งเขาให้อวี๋จี้จัดการเชิญคหบดีเหล่านั้นมาเสียค่าปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บางคนที่เลี่ยงภาษีมาหลายปีก็ถูกจับนอนคุกเป็นบทเรียนแล้วแต่ความผิดใครจะน้อยใหญ่มากกว่ากัน แต่วันนี้ที่เขานำตัวเจ้ากรมคลังหวงมา เพราะต้องการจะจัดการคุณชายเฉียนไม่ให้ได้ผุดได้เกิดในเส้นทางค้าขายอีกครั้ง คนที่คิดจะเอาชีวิตผู้อื่นเพียงเพราะเรื่องการค้าเล็กน้อย ย่อมไม่เหมาะสมที่จะได้กลับมาเดินเชิดหน้าชูตาอีก

“จากการสอบสวนเจ้ากรมคลังหวงและจากข้อมูลบันทึกการชำระภาษี ปรากฏว่าคุณชายเฉียนไม่ได้ชำระภาษีอย่างถูกต้อง ซ้ำยังขึ้นค่าบริการขนส่งทางเรือโดยพลการ ไม่ได้มีการยื่นขอต่อทางราชการเป็นลายลักษณ์อักษร ความผิดนี้ข้าเห็นสมควรว่าต้องให้คุณชายเฉียนชำระค่าปรับเป็นเงินสิบล้านตำลึง แต่ถ้าคุณชายเฉียนไม่มีชำระต้องถูกนำตัวไปคุมขังเป็นระยะเวลาสิบปีทดแทนค่าเสียหาย”

คำตัดสินคราวนี้ของอู๋หมิ่นจวินทำให้คุณชายเฉียนถึงกลับสลบไปทันทีเพราะความตกใจ อันที่จริงอู๋หมิ่นจวินได้ทำการตรวจสอบมาก่อนแล้วว่าคุณชายเฉียนมีทรัพย์สมบัติไม่ถึงสิบล้านตำลึง ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีทางชดใช้ค่าปรับได้แน่ อู๋หมิ่นจวินจึงกล่าวตัวเลขออกมามากเกินควร เพราะวันนี้เป้าหมายของเขาคือการจัดการคุณชายเฉียน ให้เขาได้รู้ตัวเสียบ้างว่ากำลังเล่นอยู่กับใครและคนของใคร

หลังคุณชายเฉียนเป็นลมก็มีคนมาลากตัวเขาออกไปคุมขังทันที ไม่มีความสงสารเกิดขึ้นแต่อย่างใด ก่อนอู๋หมิ่นจวินจะหันมาเล่นงานขุนนางสองคนที่เหลือ ที่คอยถือหางคุณชายเฉียนมาโดยตลอด

“สำหรับความผิดของเจ้ากรมคลังหวงโทษฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ท่านจะถูกถอดจากตำแหน่งและไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับราชการอีกตลอดชีวิต และก่อนจะถูกถอดต้องถูกลงโทษทางวินัยโดยการจำคุกเป็นระยะเวลาสิบปีและถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด”

เจ้ากรมคลังหวงก็ไม่ต่างจากคุณชายเฉียนที่เข่าอ่อนล้มพับไปแล้ว ก่อนจะถูกทหารลากตัวออกไปเช่นกัน สุดท้ายอู๋หมิ่นจวินก็หันมาที่เจ้าเมืองซื่อชวนที่ยามนี้เริ่มหน้าซีดเพราะรู้ว่าตัวเองก็คงหนีไม่พ้นความผิดเช่นกัน

“ส่วนท่านเจ้าเมืองที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ไม่ต่างจากเจ้ากรมคลังหวง โดยการไม่ลงโทษผู้กระทำความผิดที่ข่มขู่และทำร้ายผู้อื่นไปทั่ว ทั้งที่ตัวท่านมีอำนาจการตัดสินใจในเรื่องนี้ ทำให้ชาวเมืองต่างเดือดร้อน ซ้ำยังนำเงินบริจาคที่ควรจะนำมาปรับปรุงบ้านเมืองไปใช้ส่วนตัว รวมถึงนำไปรวมเป็นทรัพย์สินของตนเองด้วย ดังนั้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปท่านถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าเมืองซื่อชวน รวมถึงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับราชการทั้งชีวิตและต้องถูกจำคุกเป็นเวลาสิบปี ทรัพย์สินทั้งหมดก็ถูกยึดเข้าคลังหลวง หรือท่านมีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่”

เจ้าเมืองซื่อชวนไม่คิดแก้ตัวได้แต่ก้มหน้ารับความผิด เป็นตัวเขาเองที่เห็นแก่ได้ สบายมาจนถึงวัยใกล้เกษียณแทนที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายต่อกลับต้องไปใช้ชีวิตบั้นปลายในคุก แต่ทั้งหมดก็เป็นตัวเขาที่เลือกเอง ซึ่งเขาก็ไม่คิดจะอ้อนวอนอู๋หมิ่นจวินหรือขอร้อง เพราะเกียรติศัพท์เรื่องการตัดสินของอีกฝ่ายโด่งดังเพียงไรเขาย่อมรู้ดี

อู๋หมิ่นจวินไม่เคยตัดสินโทษจนถึงแก่ความตายให้แก่เหล่าขุนนางที่ทำผิด เพราะความตายดูเหมือนจะทำให้เหล่าขุนนางที่โกงกินบ้านเมืองมานานสบายเกินไป ดังนั้นการปล่อยให้ใช้ชีวิตลำบากในคุกน่าจะเหมาะสมและเป็นตัวอย่างให้แก่เหล่าขุนนางคนอื่นได้เป็นอย่างดี จะได้ไม่มีผู้ใดกล้ากระทำผิดอีก

หลังอู๋หมิ่นจวินจัดการความวุ่นวายทั้งหมดในระบบราชการของเมืองซื่อชวน แต่ไม่ใช่แค่เจ้ากรมคลังหวงและเจ้าเมืองซื่อชวนเท่านั้นที่ถูกจัดการ ยังมีขุนนางตำแหน่งลดหลั่นลงมาอีกที่เขาจัดการไม่ให้เหลือ ซึ่งหลังจากนี้เขาคงวุ่นวายเพราะการแต่งตั้งขุนนางใหม่อีกเป็นแน่

“เจ้ากรมอาญาหวังข้าสามารถพาแม่นางเสิ่นกลับไปได้หรือยัง” หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็กลับมายืนข้างเสิ่นหลิงเฟยอีกครั้ง เพราะจนถึงตอนนี้นางก็ยังเอาแต่จ้องเขา

“ท่านเสนาบดีพาแม่นางเสิ่นไปจ่ายค่าปรับแล้วก็สามารถกลับได้เลยขอรับ”

“ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะอาเฟย” กล่าวจบเขาก็เป็นฝ่ายจับจูงมือนางไปเสียค่าปรับ โดยที่นางยังตกใจไปกับตำแหน่งของเขาที่สูงส่งมากพอที่จะจัดการโยกย้ายขุนนางระดับเจ้าเมืองได้

อู๋หมิ่นจวินนำเงินตนเองมาเสียค่าปรับให้เสิ่นหลิงเฟยโดยที่นางก็ไม่ได้กล่าวเกรงใจอะไร เขาก็ได้แต่นึกขำอยู่ในใจสงสัยว่านางจะชอบเงินจริงๆ เพราะพอเป็นเรื่องเงินนางก็ไม่เห็นเอ่ยห้ามว่าไม่เหมาะสมแต่อย่างใด ทั้งที่นางยืนยันมาตลอดว่าเขากับนางไม่ได้เป็นอะไรกัน

อู๋หมิ่นจวินจูงมือนางเดินขึ้นไปนั่งบนรถม้า ก่อนเสิ่นหลิงเฟยจะดึงมือตัวเองกลับไป เพราะนึกได้ว่าเขากุมมือนางเดินไปทั่วกรมอาญาแล้ว

“อะไรกันเจ้าเพิ่งจะมานึกได้หรือ” อู๋หมิ่นจวินกล่าวล้อเลียน เพราะเมื่อนางตั้งสติได้ก็เริ่มตีตัวออกห่างจากเขาอีกแล้ว

“ขอบคุณท่านมากสำหรับวันนี้ ถ้าหากไม่มีท่านคอยเตรียมพยานไปให้ตัวข้าอาจจะถูกขังคุกเป็นเพื่อนคุณชายเฉียนแล้วก็เป็นได้” อู๋หมิ่นจวินได้ยินก็ขยับเข้ามาหานางทีละนิด จนตัวเขาชิดตัวนางแต่เสิ่นหลิงเฟยกลับไม่อาจหลบไปที่ไหนได้ ในเมื่อแผ่นหลังติดเข้ากับผนังรถม้าแล้ว

“อาเฟยเจ้ารู้สึกหรือยังว่าข้าเป็นบุรุษที่พึ่งพาได้ ซ้ำยังจริงใจกับเจ้าและลูกที่สุด” อู๋หมิ่นจวินกล่าวพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาของนาง เสิ่นหลิงเฟยก็ไม่ได้หลบไปไหน มองจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อมองหาว่าเขาหลอกลวงนางหรือไม่ ก่อนทั้งคู่จะตกอยู่ในภวังค์ พร้อมกับใบหน้าของอู๋หมิ่นจวินที่เคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้านางมาเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเกินเลยเสียงของอวี๋จี้ก็ดังขึ้นก่อน

“ท่านเสนาบดีออกเดินทางเลยหรือไม่ขอรับ” อู๋หมิ่นจวินได้ยินก็หลับตาลงอย่างอารมณ์เสียพร้อมข่มอารมณ์ไว้ไม่ออกไปลงโทษลูกน้องตนเองที่ไม่รู้จักเวลาล่ำเวลาเอาเสียเลย

ด้านเสิ่นหลิงเฟยเมื่อรู้สึกตัวก็ขยับไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งของรถม้าทันที ก่อนแสร้งมองออกไปนอกหน้าต่างทั้งที่ไม่ได้เปิดแต่อย่างใด อู๋หมิ่นจวินได้แต่เอ็นดูท่าทางของนางแต่น้ำเสียงยามที่ตอบกลับอวี๋จี้กลับแข็งเสียเหลือเกิน

“ออกเดินทางได้”
 

 

 

#สำหรับบทลงโทษมากน้อยอย่างไรขออภัยด้วยนะ เพราะไรท์ไม่ได้ยึดจากอะไรเลยตามใจตัวเองล้วนๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 612 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #74 ไอติมรสสตอ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 07:36

    โดนเด้งไปตาม ๆ กัน....พระเอกเรื่องนี้ควรได้ฉายา ...จอมปลด 5555 พี่แกปลดดะ ปลดแหลก ปลดแทบทุกตำแหน่ง

    #74
    1
    • #74-1 Pannmak(จากตอนที่ 21)
      10 เมษายน 2564 / 21:12
      ชอบเมนต์นี้+1
      #74-1
  2. #65 Jo8448 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 23:28
    ถึงกลับสลบเลยเหรอคุณชายเฉียนแค่ติดคุกตอนทำไม่คิด สะใจถอนให้หมดเลยไม่ต้องผุดต้องเกิดอีกเอาให้จมอยู่ใต้ดิน
    #65
    0
  3. #63 นกยูง-มายา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 22:06

    โดนขัดจังหวะละ

    #63
    0
  4. #61 Myjum28 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 15:46

    พ่อพึ่งได้น่ะแม่รู้ไว้ด้วย
    #61
    0
  5. #60 muunoikha (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 15:03
    บทลงโทษเหมาะสมแล้วค่ะ เพราะถ้าตายทันที ก็ไม่ได้กินข้าวแดงสิคะ
    #60
    0