เสิ่นหลิงเฟย สตรีมากวาสนา

ตอนที่ 20 : ขึ้นศาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 498 ครั้ง
    6 เม.ย. 64

หลังอวิ๋นเหวินตี้กลับไป เสิ่นหลิงเฟยก็เผลอหลับยาวจนถึงยามโหย่ว (17.00 น.) หลังนางลืมตาตื่นก็รีบล้างหน้าล้างตาไปดูลูกๆ ทันที เมื่อเดินไปใกล้บริเวณห้องลูกก็ได้ยินเสียงเด็กๆ หัวเราะออกมาอย่างร่าเริง นางจึงผลักประตูเข้าไป ก่อนจะพบว่าอู๋หมิ่นจวินกำลังนั่งป้อนโจ๊กเด็กๆ อยู่ เมื่อเห็นนางเดินเข้าไปเขาก็รีบหันกลับมายิ้มให้ทันที

เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายถึงจะมีบาดแผลถลอกตามตัว แต่ใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยเรียกนางเสียงดัง

“ท่านแม่ ท่านแม่ มากินโจ๊กด้วยกันเถอะเจ้าคะ วันนี้ท่านลุงอู๋ทำโจ๊กปลามาให้พวกเราด้วย” เสิ่นหลิงเฟยเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินว่าเป็นเขาที่ลงมือทำโจ๊กด้วยตนเอง

เสิ่นหลิงเฟยขยับเดินไปนั่งที่เตียงเสี่ยวอันก่อนเอ่ย

“ท่านป้อนเสี่ยวอ้ายเถอะ เดี๋ยวข้าช่วยป้อนเสี่ยวอันเอง” เห็นอู๋หมิ่นจวินต้องเร่งป้อนโจ๊กเด็กน้อยถึงสองคนทั้งที่เขาได้รับบาดเจ็บที่แขนอยู่ นางจึงเกิดสงสารเขาขึ้นมา เสี่ยวอันเมื่อเห็นมารดาขยับเข้ามาใกล้ก็รีบขยับมากอดเอวนางทันที

“ท่านแม่ข้าเจ็บแผลจังเลยขอรับ” เสิ่นหลิงเฟยได้ยินบุตรชายเอ่ยอย่างนี้ก็รู้สึกโกรธคุณชายเฉียนขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะยกมือลูบหัวปลอบโยนบุตรชาย ด้านอู๋หมิ่นจวินก็ไม่ต่างกับนาง เขาโกรธถึงกลับกำช้อนแน่นจนบิดเบี้ยว

“ท่านลุงอู๋เป็นอะไรหรือเจ้าคะ” เสี่ยวอ้ายเห็นเขากัดฟันแน่นซ้ำยังกำจนช้อนเบี้ยวก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา อู๋หมิ่นจวินจึงได้สติก่อนเอื้อมมือไปลูบหัวบุตรสาวอย่างเอ็นดู

“ไม่มีอะไรหรอกเสี่ยวอ้ายกินเยอะๆ นะจะได้กินยาแล้วรีบหาย ลุงจะได้พาไปเที่ยวอีก”

“จริงนะเจ้าคะ” เสี่ยวอ้ายได้ยินว่าจะได้ออกไปเที่ยวก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

“จริงแท้แน่นอน” อู๋หมิ่นจวินยืนยันพร้อมรอยยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะกินให้เยอะๆ และจะไม่งอแงยามกินยาด้วย เสี่ยวอันเจ้าก็ด้วยนะ”

“อือ” เสี่ยวอันรับคำอย่างแข็งขันก่อนเร่งให้เสิ่นหลิงเฟยช่วยรีบป้อนโจ๊กตนเอง เด็กทั้งสองอยากออกไปเที่ยวจนลืมแม้กระทั่งว่าเจ็บแผลเพียงใด

หลังป้อนโจ๊กเด็กๆ จนหมดรวมถึงการกินยาที่เด็กๆ ไม่งอแงอย่างที่พูด เสิ่นหลิงเฟยก็คิดว่าถึงเวลาที่อู๋หมิ่นจวินควรกลับไปพักผ่อนได้แล้ว วันนี้เขาก็วุ่นวายช่วยเหลือนางมาทั้งวันแล้ว นางจึงเดินมาส่งเขาที่หน้าเรือน

“วันนี้ขอบคุณท่านมาก ถ้าหากไม่ได้ท่านข้าคงบาดเจ็บมากกว่านี้หรือไม่ก็คงถูกคนของคุณชายเฉียนรุมทำร้าย”

“ข้าเต็มใจช่วยเหลือเจ้า แต่ยามโกรธเจ้าก็ดูน่ากลัวดีนะ” อู๋หมิ่นจวินเอ่ยล้อนางพร้อมหัวเราะเบาๆ เพราะยามที่นางกวัดแกว่งกระบอง เขาเองที่ยืนดูไม่ได้วิ่งหนีตายอย่างคุณชายเฉียนยังรู้สึกหวาดกลัว

“ท่านเองก็ใช่ย่อย” เสิ่นหลิงเฟยไม่คิดว่าบุรุษสุภาพอย่างเขาจะดูเหมือนเทพสังหารได้อย่างวันนี้ นางเองยังไม่ลืมสายตาที่พร้อมสังหารคุณชายเฉียนของเขาได้เลย

“อาเฟยเจ้าอย่าหวาดกลัวข้าเลย ถ้าเป็นเจ้ากับลูกต่อให้ไล่ข้าไปตายข้าก็จะไม่โกรธแค้นหรือทำร้ายเจ้าแน่”

อู๋หมิ่นจวินกล่าวออกมาจากใจจริง ซึ่งเขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ หาได้พูดคำหวานเพื่อเอาใจนาง เพราะเขาไม่รู้ว่าเกือบหกปีที่ผ่านมาที่นางต้องเลี้ยงลูกตามลำพังนางจะลำบากเพียงใด ยิ่งได้ยินอวิ๋นเหวินตี้กล่าวว่านางเคยคุกเข่าอ้อนวอนเพื่อขอซื้อกิจการในเมืองซื่อชวนเขายิ่งรู้สึกผิด

เสิ่นหลิงเฟยเมื่อได้ยินเขาเอ่ยอย่างนี้นางจึงตัดสินใจถามในสิ่งที่นางยังไม่เข้าใจอยู่

“ข้าเข้าใจที่ท่านรักลูกและพร้อมตายเพราะพวกเขา แล้วเหตุใดถึงจะมายอมตายเพราะข้าด้วย ทั้งที่พวกเราก็ไม่เคยผูกพันอะไรกันมาก่อน ซ้ำเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นก็เป็นเพราะพวกเราถูกวางยาปลุกกำหนัดด้วยกันทั้งคู่” อู๋หมิ่นจวินได้ยินคำถามนางก็ขยับเดินเข้ามาใกล้ จนเสิ่นหลิงเฟยต้องก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ กระทั่งแผ่นหลังของนางชนเข้ากับบานประตูเขาจึงยอมหยุด ก่อนเขาจะโน้มกายลงมาจนใบหน้าเขาอยู่ตรงกับใบหน้านางพอดี

“ข้ายอมรับว่าในคราแรกคิดเพียงแต่จะรับผิดชอบเจ้าเพราะเจ้าคือมารดาของลูกข้า ต่อให้จะรักหรือไม่รักข้าก็พร้อมจะดูแลเจ้าในฐานะภรรยา แต่เหตุใดไม่รู้เมื่อเวลาผ่านไปข้าถึงได้ชอบสตรีปากร้ายแต่ใจดีเช่นเจ้านักและไม่อยากให้เจ้ายิ้มให้บุรุษคนไหนอีกนอกจากข้า ไม่รู้ว่าความรู้สึกอย่างนี้จะเรียกว่าชอบได้หรือไม่ บางครั้งความรู้สึกยามที่ใจเต้นแรงเมื่อได้อยู่ใกล้ใครบางคนก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความผูกพันหรือเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอไปหรอกอาเฟย”

ประโยคสุดท้ายที่อู๋หมิ่นจวินกล่าวออกมาเขาก้มลงไปกระซิบเบาๆ ข้างหูเสิ่นหลิงเฟย ซึ่งตั้งแต่คำแรกของเขาจนถึงคำสุดท้ายนางก็ยังไม่ได้เอ่ยโต้ตอบหรือขยับตัวแต่อย่างใด

อู๋หมิ่นจวินหยัดกายลุกขึ้นยืนตรงแต่ไม่ได้เอ่ยกวนนาง ปล่อยให้นางอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเองก่อนเขาจะเดินกลับเรือนไป แต่อู๋หมิ่นจวินเดินกลับไปถึงเรือนแล้วเสิ่นหลิงเฟยก็ยังยืนนิ่งตกอยู่ในภวังค์อยู่อย่างนั้นเมื่อได้ยินเขาเอ่ยสารภาพคล้ายว่าชอบนางออกมาตรงๆ ความรู้สึกของนางช่างแตกต่างจากยามที่ได้ยินจากปากอวิ๋นเหวินตี้ยิ่งนัก นี่นางหวั่นไหวกับบิดาของลูกๆ แล้วหรือ

 

 

 

เช้าวันต่อมาเสิ่นหลิงเฟยถูกเรียกตัวไปสอบสวนที่กรมอาญา เพราะไปอาละวาดทำร้ายคนและข้าวของที่บ้านคุณชายเฉียน ซึ่งนางก็ไม่ได้คิดหนีไปไหน นางเดินทางไปที่กรมอาญาพร้อมอู๋หมิ่นจวินอย่างเต็มใจ

เมื่อไปถึงที่กรมอาญานอกจากเจ้ากรมอาญาหวังแล้ว ยังมีเจ้าเมืองที่อยู่ภายในศาลอีกคน เดิมทีเจ้าเมืองซื่อชวนคิดจะมาช่วยพูดเพื่อเอาผิดเสิ่นหลิงเฟยแทนคุณชายเฉียนให้ถึงที่สุด

แต่เมื่อเขาเห็นนางเดินเข้ามาพร้อมอู๋หมิ่นจวินก็แทบอยากหายตัวไปจากตรงนี้ในทันที เมื่อรู้ว่าตนเองคิดเล่นงานผิดคนแล้ว แต่เขาก็สงสัยไม่น้อยเหตุใดเสิ่นหลิงเฟยถึงได้เดินทางมาพร้อมอู๋หมิ่นจวิน แต่ก็ได้แต่เก็บงำความสงสัยไว้เดินเข้าไปต้อนรับทั้งคู่อย่างนอบน้อม

“เรียนเชิญท่านเสนาบดี แม่นางเสิ่น” เสิ่นหลิงเฟยเลิกคิ้วด้วยความสงสัยทันทีก่อนขมวดคิ้วตาม แล้วหันไปมองอู๋หมิ่นจวิน เมื่อได้ยินเจ้าเมืองซื่อชวนเอ่ยเรียกเขาด้วยตำแหน่งเสนาบดี แต่เขาก็ไม่ได้กล่าวอธิบายอะไรเพียงยิ้มตอบนางเท่านั้น

“ท่านเจ้าเมืองอย่าแสดงท่าทีเกรงใจข้าอย่างนี้เลย วันนี้ข้ามากับแม่นางเสิ่นถ้าคำตัดสินออกมาว่าแม่นางเสิ่นไม่ใช่คนผิด เดี๋ยวผู้คนจะคิดได้ว่าข้าใช้อำนาจในทางมิชอบ” หลังกล่าวจบเขาก็เดินนำเสิ่นหลิงเฟยไปนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับเจ้าเมืองซื่อชวน ก่อนเจ้ากรมอาญาหวังจะรีบเข้ามาต้อนรับเขาและเอ่ยอย่างนอบน้อมไม่ต่างจากเจ้าเมือง

“ข้ายินดีที่ได้พบท่านเสนาบดีที่นี่ขอรับ ไม่คิดว่าท่านเสนาบดีจะเดินทางมาที่ซื่อชวน ถ้ารู้ว่าท่านจะมาจะต้องเตรียมการต้อนรับเป็นอย่างดีแน่ ซ้ำไม่อยากเชื่อว่าท่านเสนาบดีจะรู้จักกับแม่นางเสิ่นด้วย” ประโยคสุดท้ายท่านเจ้าเมืองเอ่ยขึ้นมาเพียงเบาๆ เพราะรู้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ก็อดเอ่ยไม่ได้เนื่องจากสงสัย

“เจ้ากรมอาญาหวังอย่าเกรงใจกันเช่นนี้เลย แต่ข้ากับแม่นางเสิ่นไม่ใช่แค่รู้จักกันธรรมดาแม่นางเสิ่นยังเป็นคนสำคัญของข้าด้วย ข้าหวังว่าวันนี้ท่านจะตัดสินทุกอย่างด้วยความยุติธรรม” เจ้ากรมอาญาหวังได้ยินอย่างนี้ก็ยิ้มเจื่อนในทันทีแต่ก็ตอบกลับไปอย่างมีมารยาท

“ข้าจะตัดสินทุกอย่างด้วยความยุติธรรมขอรับ” เจ้ากรมอาญารับปากอย่างจริงใจ ถึงจะเป็นอู๋หมิ่นจวินแต่เขาซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้ากรมอาญามาถึงสามสิบปี ย่อมไม่คิดเข้าข้างคนผิดอย่างแน่นอน

“เหตุใดเจ้าถึงเงียบนัก” หลังเจ้ากรมอาญาหวังกลับไปนั่งประจำตำแหน่ง อู๋หมิ่นจวินก็หันมาถามเสิ่นหลิงเฟยเพราะเห็นนางเอาแต่นิ่งเงียบจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ข้ากำลังพยายามทำความเข้าใจกับตำแหน่งของท่านอยู่” เสิ่นหลิงเฟยตอบกลับตามตรงไม่ได้ปิดบังความรู้สึก อู๋หมิ่นจวินได้ยินก็ตอบกลับมาในทันที

“จะอยู่ในตำแหน่งไหนสูงส่งเพียงใด ข้าก็ยังเชื่อฟังเจ้าอยู่ดีเพียงเจ้าเอ่ยขอว่าต้องการอะไรข้าย่อมรีบทำให้ ดังนั้นอย่ากังวลใจเลย” นางหันขวับมองหน้าเขาทันทีเมื่อเขากล่าวจบ ก่อนจะเห็นว่าเขาเอาแต่ยิ้มยามพูดกับนาง เสิ่นหลิงเฟยจึงหันมองทางอื่นอีกครั้ง เหตุใดบุรุษผู้นี้จู่ๆ ถึงได้คารมคมคายอย่างนี้

อันที่จริงตั้งแต่เมื่อวานที่อู๋หมิ่นจวินได้แอบฟังนางสนทนากับอวิ๋นเหวินตี้เขาก็มั่นใจแล้วว่าบุรุษในแบบที่นางต้องการมีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำได้ ซ้ำเขายังมั่นใจว่ายามนี้น้ำหนักในใจนางเอนเอียงมาทางเขาแล้วอย่างแน่นอน จึงได้ใจคิดเกี้ยวให้นางหวั่นไหวด้วยคำพูด

เสิ่นหลิงเฟยและอู๋หมิ่นจวินนั่งรออยู่เพียงชั่วครู่ คุณชายเฉียนก็ถูกคนพยุงเข้ามาในห้องสอบสวน แววตาเขามีแต่ความโกรธแค้นยามที่มองมาที่เสิ่นหลิงเฟยและอู๋หมิ่นจวิน ก่อนจะยกมือขึ้นชี้หน้าอู๋หมิ่นจวิน

“เจ้าสารเลวนี่แหละที่ทำร้ายข้า มันเป็นบุรุษที่นังสารเลวนี่เลี้ยงไว้” อู๋หมิ่นจวินได้ยินก็ขมวดคิ้วทันที เขาไม่ติดใจที่คุณชายเฉียนกล่าวว่าเขาเป็นบุรุษของเสิ่นหลิงเฟย แต่ไม่ชอบใจที่คุณชายเฉียนกล้าด่านางว่าสารเลว เจ้ากรมอาญาหวังเห็นอู๋หมิ่นจวินมองไปที่คุณชายเฉียนอย่างไม่พอใจก็รีบเอ่ยแก้สถานการณ์ทันที

“คุณชายเฉียนใจเย็นๆ นั่งลงก่อน ข้ายังไม่ทันได้เริ่มการสอบสวนเลย” คุณชายเฉียนถึงจะไม่พอใจอย่างไรแต่ก็ยอมนั่งลง ก่อนยิ้มเยาะให้เสิ่นหลิงเฟยด้วยคิดว่าถึงอย่างไรวันนี้ตนเองก็ต้องจับเสิ่นหลิงเฟยเข้าคุกให้ได้

“เอาล่ะคุณชายเฉียนท่านลองเอ่ยมาว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นที่เรือนท่านบ้าง” เจ้ากรมอาญาหวังหันไปให้โอกาสคุณชายเฉียนก่อน เพราะคุณชายเฉียนเป็นผู้มาร้องทุกข์

“เมื่อวานข้าก็ใช้ชีวิตของข้าเหมือนปกติ แต่นังสารเลวนี่กลับพาบุรุษหลายสิบคนบุกเข้ามาอาละวาดทำลายข้าวของในเรือนข้าเสียหายมากมาย ซ้ำนางยังปล่อยให้บุรุษของตนเองเข้ามาทำร้ายข้าจนเกือบปางตายเช่นนี้”

คุณชายเฉียนกล่าวจบก็ชี้ให้ดูบริเวณลำคอที่เขียวช้ำเพราะถูกอู๋หมิ่นจวินบีบ พร้อมทั้งเลิกชุดให้ดูว่าร่างกายมีแผลฟกช้ำไปทั้งตัว เพราะถูกอู๋หมิ่นจวินซัดใส่ผนังห้องโถงรับรองอย่างไร เสิ่นหลิงเฟยเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยทันที

“ข้ายอมรับว่าบาดแผลบนร่างกายคุณชายเฉียนเป็นฝีมือคนของข้ารวมถึงข้าก็เป็นฝ่ายบุกเข้าไปทำลายข้าวของในเรือนของคุณชายเฉียนก่อน แต่ก่อนหน้านั้นไม่รู้ว่าคุณชายเฉียนทำอะไรไว้ เหตุใดข้าถึงต้องบุกเข้าไป คุณชายเฉียนพอจะจำได้หรือไม่”

ครั้งนี้หลังจากได้ยินคำถามของเสิ่นหลิงเฟย คุณชายเฉียนกลับดูร้อนรนไม่เหมือนเมื่อวานที่ดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร เพราะเจ้ากรมอาญาหวังนั้นไม่ใช่คนของเขา ทุกคำตัดสินในคดีความต่างๆ เจ้ากรมอาญาหวังตัดสินอย่างยุติธรรม แต่ถึงอย่างนั้นคุณชายเฉียนก็ไม่คิดจะรับสารภาพ เพราะเชื่อว่าเสิ่นหลิงเฟยไม่มีหลักฐานในการกล่าวหาเขาอย่างแน่นอน

“แล้วข้าไปทำอะไรให้เจ้า สตรีอย่างเจ้าที่เห็นแก่เงินพอถูกข้าขึ้นราคาค่าขนส่งเพียงเล็กน้อยก็คิดโกรธแค้นจนอยากจะเอาคืนต่างหาก” เสิ่นหลิงเฟยได้ยินคุณชายเฉียนกล่าวอย่างนี้กลับไม่ได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นางตอบกลับไปด้วยความใจเย็น

“ข้ายอมรับว่าตัวเองเป็นสตรีที่เห็นแก่เงิน แต่ตัวข้าไม่โง่พอที่จะไปคิดแค้นท่านเพียงแค่ท่านขึ้นราคาค่าขนส่ง ในเมื่อข้ามีตัวเลือกอีกตั้งมากมายให้เลือกใช้ ในแคว้นฉีแห่งนี้ใช่มีแต่เรือขนส่งตระกูลเฉียนเท่านั้นแล้วข้าก็เริ่มใช้บริการเรือขนส่งของคุณชายหยางมาเกือบสองเดือนแล้ว เหตุใดข้าถึงพึ่งจะมาคิดแค้นท่านเมื่อวานกัน”

เสิ่นหลิงเฟยตอบกลับด้วยเหตุผลและความจริง จนคุณชายเฉียนถึงกลับเถียงไม่ออก ในเมื่อไม่อาจเถียงกลับเสิ่นหลิงเฟยด้วยเรื่องนี้ได้ เขาจึงหันไปหาอู๋หมิ่นจวินแทน

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่ข้าเจ็บขนาดนี้ถึงอย่างไรก็จะเอาบุรุษสารเลวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้เขาคุกให้ได้”

เจ้ากรมอาญาหวังและเจ้าเมืองซื่อชวนได้ยินเขากล่าวออกมาอย่างนี้ก็พากันส่ายหัวออกมาทันที บุรุษผู้นี้มีตาแต่ไม่รู้จักเขาไท่ซานจริงๆ ด้านอู๋หมิ่นจวินกลับไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกล่าวออกมาอย่างใจเย็นเช่นเดียวกับเสิ่นหลิงเฟย

“ข้ายอมรับว่าทำเจ้าเจ็บแต่ก็เป็นเพียงการป้องกันตัวเท่านั้น ในเมื่อเจ้าเองก็คิดจะลอบทำร้ายแม่นางเสิ่นเช่นเดียวกัน ซ้ำตัวข้าและแม่นางเสิ่นเองก็มีบาดแผลไม่ต่างกัน”

กล่าวจบอู๋หมิ่นจวินก็ยกแขนข้างที่บาดเจ็บขึ้นซึ่งพันแผลไว้เรียบร้อยแล้ว และถ้าเทียบกับบาดแผลบนร่างกายของคุณชายเฉียนนั้นถือว่าเล็กน้อยมาก ทุกคนในห้องได้แต่คิดไปในทางเดียวกันว่าช่างเป็นการป้องกันตัวที่ดูรุนแรงยิ่งนัก

“มีอะไรที่คุณชายเฉียนจะกล่าวหาข้ากับแม่นางเสิ่นอีกหรือไม่” อู๋หมิ่นจวินเห็นเขาเอาแต่เงียบจึงถามกลับไปบ้าง ก่อนคุณชายเฉียนจะหันไปหาเจ้ากรมอาญาหวัง

“ท่านเจ้ากรมอาญาหวังท่านต้องตัดสินใจให้ข้าอย่างยุติธรรมนะ” กล่าวจบเขาก็หันไปหาเจ้าเมืองซื่อชวน “ท่านเจ้าเมืองท่านก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะ”

เจ้าเมืองซื่อชวนได้ยินคุณชายเฉียนกล่าวอย่างนี้ก็หันไปมองหน้าอู๋หมิ่นจวินตรงๆ เมื่อเห็นอู๋หมิ่นจวินทำใบหน้าเรียบเฉยเขาจึงไม่กล่าวอะไร ได้แต่นั่งเงียบเพราะไม่อยากให้ตัวเองเดือดร้อนไปด้วย คุณชายเฉียนก็ได้แต่มองอย่างไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็มั่นใจว่าวันนี้ตนเองจะต้องเป็นฝ่ายชนะเพราะคิดว่าอู๋หมิ่นจวินก็เป็นเพียงบุรุษคนหนึ่งที่เสิ่นหลิงเฟยเลี้ยงไว้คลายเหงา

อู๋หมิ่นจวินเห็นว่าไม่มีใครกล่าวอะไรก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันไปกล่าวกับเจ้ากรมอาญาหวัง

“ในเมื่อคุณชายเฉียนไม่มีอะไรจะกล่าวแล้วก็ถึงทีข้าบ้าง”

 

 

จู่ๆท่านเสนาก็กลายเป็นบุรุษที่อิแม่เลี้ยงไว้เสียแล้ว 555

#มาแจ้งเรื่องอีบุ๊คอีกที

ไรท์จะมาแจ้งว่าที่ไรท์จะติดเหรียญหลังลงครบยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้น โดยจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่ 20 ไรท์ขอเปลี่ยนใจเป็นไม่ติดเหรียญแล้วนะคะ ไว้รอให้อีบุ๊คออกก่อน แล้วไรท์ค่อยตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อทีเดียวเลย

 

จากใจไรท์อยากให้ทุกคนอ่าน 

สำหรับเนื้อเรื่องของนิยายเรื่องนี้ในช่วงแรกๆประมาณตอนที่ 1-4 ก็ยังมีคนวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่พอสมควร ซึ่งถามว่าไรท์เข้าใจไหม ไรท์เข้าใจค่ะ แต่ถ้าไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นแน่นอนว่าคงไม่มีนิยายเรื่องนี้และคงไม่มีเหตุการณ์ให้ดำเนินเรื่องมาถึงตอนนี้

ยอมรับว่านิยายแทบทุกเรื่องของไรท์มักเริ่มจากการที่พระนางใช้เวลาไม่นานก็รักกันเลยหรือถูกบังคับแต่งงาน

ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่อยากจะให้ความรู้สึกของพระนางมันเป็นรักแนวลึกซึ้งค่อยๆพัฒนา และที่ไรท์สร้างสถานการณ์ให้มันดูใหญ่ให้ชีวิตนางเอกโชคร้ายดูไม่สมชื่อเรื่อง ก็อยากจะให้ทุกคนค่อยๆอ่านเปิดใจซึมซับความรู้สึกที่พระนางมีต่อกันไปเรื่อยๆก่อนนะคะ บางคนไม่ชอบที่ท่านเสนาของเรามองเรื่องนางเอกเป็นเรื่องเล็กในตอนแรก บางคนไม่ชอบที่นางเอกไม่มีเหตุผลไม่รับฟังพระเอกเลยว่าเขามีหน้าที่รับผิดชอบอะไร 

ซึ่งทั้งหมดนี้ไรท์ต้องการสร้างให้คาแรกเตอร์เป็นอย่างนั้น แต่ความไม่ใส่ใจความไม่ฟังเหตุผลใดๆของพระนางมันจะค่อยๆพัฒนาจนเขาเข้าใจกันในที่สุด

ดังนั้นไรท์อยากขอให้ทุกคนมาร่วมเดินทางกับไรท์และครอบครัวท่านเสนากับเสิ่นหลิงเฟยดูพัฒนาการความรักและชีวิตครอบครัวของพวกเขากันทีละนิดนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 498 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

289 ความคิดเห็น

  1. #101 Pannmak (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 21:05
    เราว่าไรท์ก็ปูเรื่องมาถูกนะ ใครจะไม่โกรธ บอกจะรับผิดชอบ ทิ้งไป หกปีเลยนะ ถึงตอนนี้เป็นเราเราก็ไม่เอา อยูสบายดีอยู่แล้ว แถมไม่ชัดเจน มีเมียรึยังก็ไม่รู้ หกปีที่หายไป เรื่องมันก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ
    #101
    0
  2. #62 wawa24 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 16:50
    แง ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวรึเปล่า แต่แบบว่ามันไม่ขึ้นให้อ่านเลยค่ะ;-; เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าคะ
    #62
    3
    • #62-2 sica_all(จากตอนที่ 20)
      7 เมษายน 2564 / 16:52
      เราอ่านได้อยู่นะลองกดเข้าออกใหม่ลองดู
      #62-2
    • #62-3 wawa24(จากตอนที่ 20)
      7 เมษายน 2564 / 16:55

      ขอบคุณนะคะ
      #62-3
  3. #59 คนชอบ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2564 / 13:58

    แต่งตามพล็อตเลยค่ะ สนุกมาก คุณแม่ผู้รักลูกสุดใจ ลากไม้หนึ่งท่อนจะไปสู้กับนักเลงเพื่อลูก ยอดคุณแม่ค่ะ

    #59
    0
  4. #57 ปลา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 22:17

    เอาแล้วววววว เจอตออย่างเบอเล่อเลยไม่รู้ตัวอีก😂😂😂😂😂

    #57
    0
  5. #56 Warang Tub (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 21:30
    สู้ๆนะคะไรท์ ติดตามทุกเรื่องค่ะ
    #56
    0
  6. #55 ggkk03499 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 18:00
    สู้ๆนะค่า เป็นกำลังใจให้ค่า
    #55
    0
  7. #54 Myjum28 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 17:50

    สู้ๆๆๆน่ะไร

    รีดคนนี้รออยู่
    #54
    0
  8. #53 Myjum28 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 17:49

    อีพ่อสู้ๆๆน่ะเดียวอีแม่ก็ใจอ่อน555
    #53
    0
  9. #52 Aum4511_pp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 17:45
    ใจหายเลยคะ ได้ยินว่าจะติดเหรียญ แต่ว่าไรท์เปลี่ยนใจเร็ว...ฮุุๆๆๆอ่านฟรีต่อค่ะ
    #52
    0
  10. #51 yammy181988 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 17:15
    สู้ๆ นะคะไรท์
    #51
    0
  11. #50 piyadamai (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 16:52

    เกิดอะไรขึ้นอีก มีพวกเฮงซวยชอบป่วนนักเขียนมาอีกแล้วหรอ มันจะอะไรนักหนา ถ้าไม่ชอบออกไปเลยไม่ต้องเม้นให้ไรท์เสียอารมณ์ สัปดาห์นี้เรื่องที่2แล้วนะที่ไรท์โดนคนเม้นท์ถล่มด่าเสียหาย ขอชื่อเลยจะเอาไปแจ้ง เรื่องข้าเลิกร้ายกาจนานแล้วเขาจะปิดตอนแล้วเพราะพวกเลวเนี่ย ก่อนหน้านี้เรื่องเหมยฮวาบานครั้งที่5ก็โดนเละหายไปนานเลย ไรท์ ยูต้องเข้มแข็งนะคนรักยูเยอะกว่า-พวกเลวนี่เยอะอย่าเสียอารมย์กับพวกนี้มาก ถือว่าเสียงนกเสียงกา ถ้าไม่ไหวมาเขียนบอกไว้ชื่ออะไรจะตามไปถล่มมัน พวกเลวววว
    #50
    0
  12. #49 LovelyWonbin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 16:44
    สู้ๆนะคะ
    #49
    0
  13. #48 SunisaKhotlong (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 16:24

    เป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆนะคะไรท์
    #48
    0
  14. #47 joom999 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 เมษายน 2564 / 16:10

    สู้ๆน่ะค่ะ
    #47
    0