เสิ่นหลิงเฟย สตรีมากวาสนา

ตอนที่ 17 : มีโทสะ [รีไรท์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 516 ครั้ง
    1 เม.ย. 64

 วันนี้เสิ่นหลิงเฟยตื่นแต่เช้ากว่าทุกวันและยังเดินทางออกจากเรือนตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปเตรียมการให้เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายที่สำนักศึกษาโชวหมิง เพราะวันนี้เป็นวันสมัครเข้าเรียนของพวกเขา ซึ่งจะเปิดเรียนในอีกสี่เดือนข้างหน้า แต่เนื่องจากต้องมีการสอบเข้าศึกษา ทางสำนักศึกษาโชวหมิงจึงเปิดรับสมัครไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

นางในฐานะมารดาจึงกระตือรือร้นเป็นพิเศษ มาเข้าแถวรอคิวเพื่อสมัครเข้าเรียนให้กับลูกเหมือนกับบิดามารดาของเด็กคนอื่นๆ ส่วนตัวเด็กๆ จะตามมาทีหลัง

ซึ่งอันที่จริงตัวเด็กยังไม่ต้องตามมาก็ได้ในวันนี้ เพราะนี่เป็นเพียงการสมัครเข้าเรียนและรับบัตรสอบ วันสอบจริงก็จะมีการตรวจสอบอีกครั้ง แต่เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายกลับตื่นเต้นอยากมาเห็นที่เรียนของตนเอง แต่ยามนางตื่นเด็กๆ ยังไม่ตื่น นางจึงให้เสี่ยวฟางอยู่รอพวกเขาแล้วค่อยพาพวกเขาตามมาทีหลัง

เสิ่นหลิงเฟยเฝ้ารอจนถึงคิวของตัวเอง นางกรอกข้อมูลของเด็กๆ จนครบถ้วน ยกเว้นชื่อบิดาที่ยังเว้นไว้ก่อน ให้อู๋หมิ่นจวินพิสูจน์ตัวเองให้มากกว่านี้ ชื่อบิดาของเด็กๆ จะต้องเป็นชื่อของเขาแน่

เมื่อเสร็จเรียบร้อยนางก็ได้รับบัตรสอบสองใบของเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายมาเก็บไว้ ก่อนจะเดินไปรอเด็กๆ ที่หน้าสำนักศึกษา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นเสี่ยวฟางพาเด็กๆ มาถึงเสียที

นางเฝ้ารอจนกระทั่งดวงอาทิตย์เริ่มแผดเผาร่างกายเพราะสายมากแล้ว นางจึงตัดสินใจนั่งรถม้ากลับเรือนก่อน

***

 

ทันทีที่เสิ่นหลิงเฟยก้าวขาลงจากรถม้า เสี่ยวฟางที่ยืนรอนางอยู่หน้าเรือนก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีร้อนรนพร้อมดวงตาบวมแดง

“นายหญิงเหตุใดถึงเพิ่งกลับมา ข้าให้คนไปตามท่านมาตั้งนานแล้ว” เสิ่นหลิงเฟยไม่ได้ตอบคำถามของเสี่ยวฟาง เพราะยามนี้นางตกใจสุดขีดกับสภาพของเสี่ยวฟางที่อยู่ตรงหน้านาง ร่างกายของเสี่ยวฟางเต็มไปด้วยแผลถลอก บริเวณศีรษะก็มีรอยปูดสีม่วงคล้ำดูแล้วน่ากลัวยิ่งนัก นางรู้ในทันทีว่าเกิดเรื่องแล้ว จึงรีบวิ่งเข้าไปในเรือนเพื่อเข้าไปดูเด็กๆ ทันที

เสิ่นหลิงเฟยวิ่งมาจนถึงห้องนอนลูก ก่อนจะเห็นว่าพวกเขาทั้งสองนอนหลับอยู่ นางเดินเข้าไปเบาๆ เพราะกลัวพวกเขาตื่น ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงอุทาน บริเวณใบหน้าของเด็กน้อยทั้งสองมีแผลถลอกไม่ต่างจากเสี่ยวฟางเลย

นางเดินเข้าไปนั่งข้างๆ พวกเขา ก่อนค่อยๆ เลิกผ้าห่มขึ้นทีละนิด ทันทีที่เห็นสภาพของเด็กทั้งสอง น้ำตาแห่งความเจ็บปวดของมารดาก็ค่อยๆ เอ่อขึ้นมาทันที ร่างกายของเด็กน้อยเต็มไปด้วยรอยถลอก บางรอยยังมีโลหิตไหลซึมออกมาเล็กน้อย นางจึงเอื้อมมือไปลูบหัวพวกเขาช้าๆ

ตั้งแต่พวกเขาเกิดมาจนถึงตอนนี้ นางยังไม่เคยปล่อยให้พวกเขามีบาดแผลใหญ่เกินมดกัดเลยด้วยซ้ำแล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น เสิ่นหลิงเฟยกำหมัดแน่น ตั้งใจจะเดินออกไปเพื่อสอบถามความจริงกับเสี่ยวฟาง แต่เสี่ยวอ้ายลืมตาขึ้นมาเห็นนางก่อน เมื่อเห็นมารดานางจึงเริ่มออดอ้อนทันทีเพราะเจ็บบาดแผล

“ท่านแม่ข้าเจ็บจังเลยเจ้าคะ แต่ตอนรถม้าหมุนก็ตื่นเต้นมากด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ” เสิ่นหลิงเฟยนั่งลงข้างกายบุตรสาวอีกครั้ง ก่อนลูบผมนางเบาๆ ด้วยความสงสาร ยิ่งได้ยินนางกล่าวว่าเจ็บหัวใจคนเป็นมารดายิ่งเจ็บกว่า แต่พอได้ยินประโยคหลังว่านางตื่นเต้นเพราะรถม้าหมุนแสดงว่าเกิดอุบัติเหตุกับเด็กๆ แต่ก็ให้สบายใจขึ้นมานิดหน่อยว่าเด็กๆ คงไม่ตกใจกับเหตุการณ์ที่พบเจอมากเกินไป

“ไม่เป็นไรนะคนดีของแม่ อีกไม่นานก็หายแล้ว” นางไม่รู้จะทำอย่างไรเพื่อบรรเทาอาการเจ็บให้ลูกได้ ถ้าทำได้นางยอมเจ็บแทนพวกเขาอย่างแน่นอน ยามนี้จึงทำได้เพียงแค่ปลอบโยนอย่างนี้

“ท่านแม่ข้าไปไม่ทัน ข้ายังจะได้เข้าเรียนอยู่หรือไม่” เสี่ยวอ้ายเนื่องจากเป็นเด็กถึงจะเจ็บอย่างไร นางก็คิดแต่เรื่องที่ตั้งใจจะไปทำเท่านั้น

“ย่อมได้เข้าเรียนทั้งลูกทั้งเสี่ยวอันเลย นอนพักนะคนดีจะได้หายไวๆ” เสี่ยวอ้ายเพราะบาดเจ็บอีกทั้งถูกมารดากล่อม นางจึงนอนหลับไปอย่างง่ายดาย

เมื่อบุตรสาวนอนหลับแล้วเสิ่นหลิงเฟยก็หันหลังเตรียมก้าวออกไปนอกห้อง แต่พบอู๋หมิ่นจวินยืนมองดูอยู่นอกห้อง เขาไม่ได้กล่าวอะไรหันหลังเดินนำนางไปยังห้องโถงรับรองทันที

อู๋หมิ่นจวินที่แวะมาหาเด็กๆ เหมือนทุกวัน เมื่อเห็นสภาพของเสี่ยวฟางและเดินมาเห็นเสิ่นหลิงเฟยนั่งกล่อมลูกอยู่ เขาก็พอรู้แล้วว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นเป็นแน่

เสิ่นหลิงเฟยและอู๋หมิ่นจวินนั่งลงที่เก้าอี้ในห้องโถงรับรองโดยไม่ได้กล่าวอะไร เสี่ยวฟางก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างเสิ่นหลิงเฟยอย่างรู้งาน เพราะรู้ว่าเสิ่นหลิงเฟยจะต้องสอบถามเรื่องราวจากนางแน่ ซึ่งนางก็พร้อมลำดับเหตุการณ์ทุกอย่างให้นายตนเองฟังแล้ว เพราะภายในใจนางก็ร้อนรุ่มด้วยความโกรธอยู่เช่นกัน

“เสี่ยวฟางมันเกิดอะไรขึ้นไหนเจ้าลองเล่ามาซิ” พอเสิ่นหลิงเฟยถามอย่างนี้เสี่ยวฟางก็เริ่มเล่าด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ

“เมื่อเช้าหลังจากนายหญิงเดินทางไปที่สำนักศึกษาโชวหมิงได้ไม่นาน ข้าก็แต่งตัวให้คุณหนูและคุณชายเตรียมเดินทางไปตามที่ตกลงกันไว้เช่นกัน แต่ระหว่างเดินทางจู่ๆ ก็มีรถม้าคันหนึ่งวิ่งมาตัดหน้ารถม้าเรา โชคดีที่คนขับรถม้าสามารถควบคุมม้าได้ไม่เป็นอะไร ข้าจึงไม่ได้ติดใจเอาความ ซ้ำยามนั้นคุณหนูและคุณชายก็ไม่เป็นอะไรและตื่นเต้นอยากจะไปดูสำนักศึกษามาก

แต่พอเราเดินทางไปได้ไม่ถึงลี้ (500 เมตร) หลังจากเกิดเรื่อง รถม้าคันเดิมก็ขับมาตีคู่กับเรา ตัวข้านึกว่าพวกเขาจะแซงไป แต่จู่ๆ กลับหันหัวม้าพุ่งเขาชนใส่รถม้าเรา โชคดีที่มีบุรุษวัยฉกรรจ์จำนวนหนึ่งเข้ามาช่วยสกัดรถม้าคันนั้นไว้ได้ทันจึงไม่เกิดเหตุรุนแรง แต่ตัวข้ากับคุณหนูและคุณชายซึ่งอยู่ในรถม้ายามที่มันหมุนเคว้งเพราะหยุดกะทันหันก็เลยไถลไปกับผนังรถม้าจนเกิดแผลตามตัวเจ้าค่ะแต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ข้าไม่อยากคิดเลยถ้าไม่มีบุรุษกลุ่มนั้นมาช่วย รถม้าที่พวกเรานั่งไปจะพลิกคว่ำรุนแรงเพียงใด ซึ่งยามนั้นข้ากลัวว่าตัวเองและคุณหนูกับคุณชายจะไม่รอดแล้วด้วยซ้ำ” กล่าวจบเสี่ยวฟางก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมาเพราะคงเสียขวัญอยู่ เสิ่นหลิงเฟยจึงขยับเข้าไปหานางก่อนกอดปลอบ

อู๋หมิ่นจวินได้ยินว่ามีบุรุษวัยฉกรรจ์มาช่วยก็คิดว่าเป็นคนของตนเองที่คอยให้เฝ้าอารักขาเด็กๆ เป็นแน่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหยุดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ ยามนี้เขาจึงได้แต่กำหมัดตำหนิความประมาทของตนเองอยู่ในใจ

“ไม่เป็นไรนะเสี่ยวฟางทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว” เสี่ยวฟางที่ได้ยินอย่างนี้กลับรีบปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วทันที

“ยังหรอกเจ้าคะทุกอย่างมันยังไม่จบ” จากอารมณ์เสียขวัญเมื่อสักครู่ เสี่ยวฟางกลับเปลี่ยนเป็นโกรธแค้นได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยเล่าต่อ

“หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นก็ปรากฎรถม้าของคุณชายเฉียนทันที” เสิ่นหลิงเฟยตัวเกร็งทันทีเมื่อได้ยินอย่างนี้

“เขาเดินลงมาจากรถม้ายืนดูพวกเราที่ได้รับบาดเจ็บ แต่กลับไม่คิดจะช่วยเหลือพาพวกเราไปส่งโรงหมอ กลับเป็นบุรุษกลุ่มนั้นที่เข้ามาช่วยอุ้มคุณหนูและคุณชายจะพาไปโรงหมอ แต่เรื่องไม่ช่วยไม่ได้ทำให้ข้าโกรธแค้นเท่าถ้อยคำของเขาที่เหมือนเป็นการสารภาพออกมาของเขา”

เสี่ยวฟางหยุดพูดชั่วครู่เพราะอารมณ์โกรธของนางกำลังพุ่งพร่านจำเป็นต้องเรียบเรียงคำพูดให้ดีก่อน เพื่อไม่ให้การสื่อสารผิดพลาดไป ผ่านไปชั่วครู่นางจึงได้กล่าวต่อ

“เขากล่าวอย่างสะใจว่าเหตุใดนายหญิงถึงปล่อยให้บุตรชายและบุตรสาวเดินทางมาตามลำพังจนเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ ทั้งที่บอกว่าตนเองเป็นมารดาที่ดี ซ้ำใบหน้ายังมีแต่รอยยิ้มเยาะถ้อยคำก็กล่าวเสียดสีพวกเรา ทั้งที่เด็กน้อยสองคนกำลังร้องไห้เพราะความเจ็บปวดแท้ๆ”

เสิ่นหลิงเฟยได้ยินก็กำหมัดแน่นทันทีด้วยความโกรธ น้ำตาที่เอ่อคลอของนางเต็มไปด้วยความแค้นและสงสารลูกเมื่อได้ฟังความจริงมาถึงตรงนี้

“แต่นั้นยังไม่หมดหรอกเจ้าคะ เหตุผลที่ข้าโกรธแค้นเขามากเพราะข้าเชื่อว่านี้เป็นแผนของคุณชายเฉียนอย่างแน่นอน ก่อนจะจากไปเขาก็ได้กล่าวออกมาเบาๆ ว่าน่าเสียดายที่บนรถม้าไม่มีนายหญิง ไม่อย่างนั้นคงจะสนุกกว่านี้”

เสิ่นหลิงเฟยฟังจบก็รู้ในทันทีว่าคุณชายเฉียนคิดจะแก้แค้นนางคืนแต่เรื่องนี้นางไม่ผิดเลยสักนิด ในเมื่อการบริการของเขาไม่ดีเอง นางก็เพียงเลือกใช้บริการที่มันดีกว่า แต่เหตุใดเขาถึงได้คิดจะทำร้ายเอาคืนกันจนถึงแก่ชีวิตอย่างนี้ เห็นทีว่าเจ้าลูกเต่าเฉียนคงจะรู้จักเสิ่นหลิงเฟยคนนี้น้อยไปเสียแล้ว

“นายหญิงจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรเจ้าคะ” เสี่ยวฟางเห็นเสิ่นหลิงเฟยเงียบไปจึงเอ่ยถามเพราะนางก็อยากจะแก้แค้นให้นายหญิงและนายน้อยทั้งสองของตนเองเช่นกัน

“ถ้าเจ้าลูกเต่านั้นมันมัวแต่หดหัวลอบทำร้ายข้าอยู่อย่างนี้ ข้าก็จะไปจัดการมันให้ถึงที่ ดูซิว่าคนอย่างมันจะกล้าถึงขั้นไหน วันนี้ข้าจะจัดการทุกอย่างให้มันจบสิ้นไปเลย แตกเป็นแตก หักเป็นหัก”

กล่าวจบเสิ่นหลิงเฟยก็เดินกลับไปที่ห้องนอน ก่อนกลับมาพร้อมกระบองอันใหญ่ซึ่งนางเก็บไว้ป้องกันตัว แต่ยังไม่เคยได้ใช้สักครั้ง เห็นทีวันนี้นางคงจะได้วาดลวดลายสักหน่อยแล้ว

“เสี่ยวฟางเจ้านำตั๋วเงินไปให้มากหน่อย วันนี้ข้าคงต้องใช้เงินจำนวนมากชดใช้ค่าเสียหายแล้ว” เสี่ยวฟางได้ยินก็รีบไปจัดการตามคำสั่งทันที ก่อนเสิ่นหลิงเฟยจะเดินไปที่หน้าเรือนแต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกไป อู๋หมิ่นจวินก็เดินมาจับมือนางไว้แล้ว

“อย่าคิดมาห้ามข้า หรือท่านไม่แค้นที่เขาทำร้ายลูกเรา” อู๋หมิ่นจวินสะดุดกับคำว่าลูกเราที่นางเอ่ยออกมายิ่งนัก แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาดื่มด่ำกับความรู้สึกดีๆ เพราะภายในใจเขาก็มีโทสะอยู่เช่นกัน

“ข้าไม่ได้ห้ามแต่จะไปด้วยต่างหาก” กล่าวจบเขาก็เป็นฝ่ายจูงมือนางเดินไปขึ้นรถม้ามุ่งไปบ้านตระกูลเฉียนทันที

*****

 

จะไม่ทน

คุณชายเฉียนมาท้าทายอำนาจมืดของท่านเสนาบดีเข้าแล้วเตรียมโดนเล่นงานเลย

ตอนหน้าเขาจะแท๊กทีมกันแล้ว

รอดูอิแม่ควงกระบองค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 516 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

370 ความคิดเห็น

  1. #312 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 21:47
    คุณชายเฉียนตอนนี้อยู่ในคำกลบ่าวของจีนที่ว่า อึ่มใจซี่

    กร่างอย่างนี้ต้องเจอของจริง กิจการรวมถึงตระกูลจะเหลือรึ หุหุหุ
    #312
    0
  2. #212 150221 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 18:10
    บอกแล้วอย่าทำเด็ก เดี๋ยวจักโดน เอาให้ตระกูลล่มสหลายไปเลย
    #212
    0
  3. #45 Jaradfah_Nin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 เมษายน 2564 / 21:22
    โอ้ยยย แค้นแทนแม่ ฮึ่มมม ทำน้องๆ ใช่ไหม ตาต่อตา ฟันต่อฟันแม่ แรงมาแรงกลับไม่โกง เอาให้อยู่ไม่ได้ทั้งสกุลเฉียนไปเลยแม่ 😡
    #45
    0
  4. #35 thrw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 18:53

    แม่โกรธมากๆทำน้องๆได้

    #35
    0
  5. #32 RatanaDokkhaoram (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 17:59
    รอคร้า
    #32
    0
  6. #24 Tongmam (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 14:01
    จัดหนัก จัดไป
    #24
    0