เสิ่นหลิงเฟย สตรีมากวาสนา

ตอนที่ 11 : ใช้เหตุผลเข้าคุยกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 644 ครั้ง
    1 เม.ย. 64

 

 วันนี้เสิ่นหลิงเฟยต้องวุ่นวายตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะอีกเพียงสามวันก็จะถึงเทศกาลโคมไฟของเมืองซื่อชวนแล้ว แต่ไม่ใช่เทศกาลประจำปีแต่อย่างใด เนื่องจากเทศกาลโคมไฟของเมืองซื่อชวนนั้นจะจัดทุกสามเดือนเป็นประจำอยู่แล้ว

เพื่อเป็นการกระตุ้นการขายให้แก้ร้านรวงเล็กๆ ในเมือง รวมถึงสร้างโอกาสให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าเร่ได้มาตั้งร้านวางขายสินค้าของตนเองด้วย

เสิ่นหลิงเฟยในฐานะแม่ค้าที่มีกิจการใหญ่โตเป็นอันดับต้นๆ ของเมือง จึงถูกท่านเจ้าเมืองเชิญไปปรึกษาเรื่องการจัดวางผังร้านค้าทุกครั้ง และนางมักจะเผื่อแผ่ด้วยการสนับสนุนเงินทุนในการจัดงานเล็กๆ น้อยๆ ให้ด้วยเสมอ

ตัวนางนั้นหาใช่คนใจบุญไม่ เพียงแต่นึกถึงยามที่ยังค้าขายสุราเมื่อครั้งยังเยาว์ก็เข้าใจดีว่าความลำบากเป็นอย่างไร การค้าขายหาใช่เพียงแต่สินค้าดีมีคุณภาพแล้วจะขายได้เลยยังขึ้นอยู่กับโอกาสด้วย ฉะนั้นนางจึงอยากให้โอกาสพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยด้วย

หลังจากพูดคุยปรึกษางานกับท่านเจ้าเมืองเรียบร้อย นางก็กลับมาที่ร้านทันที ซึ่งวันนี้นางมาทำงานอยู่ที่ร้านสมุนไพร แต่แล้วก็ชะงักทันทีเมื่อพบอู๋หมิ่นจวินนั่งเล่นอยู่กับเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้าย

ครั้งก่อนหลังจากที่นางเอ่ยตักเตือนเรื่องพฤติกรรมการกระทำอันล้ำเส้นที่นางขีดไว้กับเขา เขาก็หายไปถึงสองวันก่อนจะกลับมาในวันนี้

อู๋หมิ่นจวินเมื่อเห็นนางเดินเข้ามาในร้านก็เอ่ยทักทายด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนทุกที มีเพียงน้ำเสียงที่แสดงออกว่าเขายินดีที่ได้พบนาง

“อรุณสวัสดิ์อาเฟย” เสิ่นหลิงเฟยยังคงรักษาท่าทีไม่ได้ตอบกลับไปเหมือนทุกที เด็กน้อยทั้งสองเมื่อเห็นนางก็รีบปล่อยมืออู๋หมิ่นจวินเดินเข้ามาเอาใจทันที

“ท่านแม่วันนี้ข้าอยากกินปลาหิมะย่างจังเลยขอรับ” เสี่ยวอันเมื่อเห็นหน้ามารดาก็เริ่มเอ่ยขอของกินทันที เพราะใกล้ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว

“อะไรกันพวกเรากินปลาต่อเนื่องกันมาหลายวันแล้วนะ” ครั้งก่อนที่ไปตกปลาด้วยกัน เสิ่นหลิงเฟยคิดว่าเด็กๆ คงตกได้เพียงเล็กน้อย ซ้ำตัวนางยังหลับไป แต่ปรากฏว่าพวกเขาตกปลาตัวใหญ่ได้หลายสิบตัว นางกับเด็กๆ จึงต้องทยอยกินมาสองสามวันแล้ว จนยามนี้ใบหน้านางใกล้จะกลายเป็นปลาแล้ว

“กินแล้วก็กินอีกได้ขอรับ ซ้ำวันนี้ท่านลุงอู๋ยังเอ่ยปากว่าจะเป็นคนเลี้ยงด้วย” หลังเสี่ยวอันกล่าวจบ เสิ่นหลิงเฟยก็เงยหน้าขึ้นมองเขาทันที อู๋หมิ่นจวินกลัวถูกนางใช้สายตาตำหนิอีก จึงหันหน้าหนีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทันที

“ท่านลุงอู๋บอกว่าจะเลี้ยงพวกเจ้า ไม่ได้บอกว่าจะเลี้ยงแม่เสียหน่อยไม่ใช่หรือ” เสี่ยวอ้ายได้ยินอย่างนี้จึงรีบหันกลับไปถามอู๋หมิ่นจวินทันที

“ท่านลุงอู๋ท่านจะเลี้ยงท่านแม่ด้วยใช่หรือไม่เจ้าคะ” อู๋หมิ่นจวินได้ยินก็รีบตอบกลับมาทันที

“แน่นอนว่าลุงจะเลี้ยงแม่ของพวกเจ้าและก็ยินดีจะเลี้ยงตลอดชีวิตด้วย” เสิ่นหลิงเฟยทำเป็นไม่สนประโยคที่แฝงความนัยประโยคนี้ของเขา ก่อนเอ่ยด้วยประโยคที่ทำให้อู๋หมิ่นจวินดีใจที่สุดตั้งแต่มาพบนางกับลูก

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้พวกเราก็ไปกินข้าวที่โรงเตี๊ยมกันเถอะ” กล่าวจบนางก็เดินจูงมือเด็กๆ ออกไปทันที ในขณะที่อู๋หมิ่นจวินยังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม นางเห็นเขากลายเป็นตัวโง่งมไปแล้วจึงเอ่ยเตือนอีกครั้ง

“ตกลงจะไปหรือไม่ไป”

“ไปแล้วๆ” ตอบรับคำเสร็จเขาก็รีบเดินตามไปทันที แต่ก็ได้เพียงเดินตามหลังนางกับลูกๆ เท่านั้น เพราะเสิ่นหลิงเฟยไม่ยอมเว้นที่ให้เขาเข้าไปแทรกนางกับลูกเลย แต่เห็นนางยอมให้เขากินข้าวร่วมโต๊ะอย่างเต็มใจเป็นครั้งแรก เขาก็รู้สึกดีใจแล้ว

ด้านอวี๋จี้ที่คอยแอบตามเฝ้าเอาใจช่วยนายตนเอง เห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว ไม่ต้องนึกว่าอนาคตถ้าเขาสามารถทำให้เสิ่นหลิงเฟยยอมเปิดใจรับเขาไปได้แล้ว เขาจะกลายเป็นบุรุษที่เกรงใจภรรยาตนเองมากขนาดไหน แต่อวี๋จี้ไม่เห็นใจหรอก เพราะเขาเห็นใจเสิ่นหลิงเฟยแทน ที่ต้องลำบากตรากตรำเลี้ยงลูกมาตามลำพัง บางทีให้เจ้านายของเขาได้ลิ้มลองรสชาติชีวิตก็ดีเช่นกัน

***

 

เสิ่นหลิงเฟยปล่อยให้เด็กๆ สั่งอาหารตามใจชอบโดยไม่ต้องทำงานแลกเปลี่ยน เพราะทั้งหมดนี้อู๋หมิ่นจวินเป็นคนจ่าย

เมื่ออาหารเริ่มทยอยมาขึ้นโต๊ะ เด็กๆ ก็ไม่สนใจนางกับอู๋หมิ่นจวินอีก ต่างลงมือกินอาหารที่ตนเองชอบทันที

“ข้าตักให้ เจ้าอาจจะเอื้อมไม่ถึง” อู๋หมิ่นจวินแสดงออกถึงความมีน้ำใจโดยการตักอาหารที่อยู่ไกลให้เสิ่นหลิงเฟย แต่นางไม่ได้เอ่ยขอบคุณและไม่ได้แตะอาหารที่เขาตักให้เลย

“ท่านแม่ อาหารในจานท่านเหลือตั้งเยอะอย่าปล่อยให้เสียของซิเจ้าคะ” เสี่ยวอ้ายเห็นมารดาไม่ยอมแตะอาหารที่อู๋หมิ่นจวินตักให้จึงแอบช่วยพูดให้ กล่าวจบนางยังหันไปขยิบตาให้อู๋หมิ่นจวินอีก เขาเห็นท่าทีของบุตรสาวแล้ว ได้แต่ลอบยกนิ้วโป้งให้นาง

ด้านเสิ่นหลิงเฟยที่ถูกบุตรสาวย้อนคำสอนอีกแล้ว จึงได้แต่ยอมตักอาหารที่อู๋หมิ่นจวินตักใส่จานให้เข้าปาก

“ท่านแม่ๆ ท่านก็ช่วยตักให้ท่านลุงอู๋ด้วยซิขอรับ เนื้อผัดผักอยู่ตั้งไกลท่านลุงอู๋เอื้อมไม่ถึงหรอก เราต้องตอบแทนที่ท่านลุงอู๋เป็นเจ้ามือนะขอรับ” เสี่ยวอันที่นั่งอยู่ข้างอู๋หมิ่นจวินเองก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่เช่นกัน ก่อนแอบส่งยิ้มไปมากับเสี่ยวอ้ายสองคน เสิ่นหลิงเฟยจึงตักให้เขาอย่างเสียไม่ได้ แต่นางก็ไม่ลืมที่จะกลั่นแกล้งเขาด้วยการตักกระเทียมและผักให้เขาเท่านั้น

“ขอบคุณ” อู๋หมิ่นจวินถึงรู้ว่านางต้องการจะกลั่นแกล้ง แต่ก็ตักอาหารเข้าปากอย่างไม่สะทกสะท้าน ซ้ำยังเอ่ยขอบคุณนางหน้าตาย

เสิ่นหลิงเฟยเห็นท่าทางที่ดูยียวนของเขาแล้ว ก็วางตะเกียบลงทันที ก่อนจะรู้สึกถึงน้ำหนักตัวของเสี่ยวอ้ายซึ่งพิงมาที่นาง ด้านเสี่ยวอันก็เริ่มพิงพนักเก้าอี้แล้วเช่นกัน เด็กสองคนเป็นอย่างนี้ทุกที ยามอิ่มแล้วก็จะง่วงนอนทันที

“เสี่ยวฟาง เสี่ยวอิง พวกเจ้าช่วยพาเด็กๆ ไปนอนบนห้องพักชั้นสองเถอะ” บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมมีห้องพักส่วนตัวของเสิ่นหลิงเฟยอยู่ วันนี้คงต้องให้เด็กๆ นอนบนนั้นไปก่อน เพราะนางมีเรื่องสำคัญจะคุยกับอู๋หมิ่นจวิน

อู๋หมิ่นจวินก็รู้สึกได้เช่นกันว่านางมีเรื่องจะคุยกับเขา จึงรีบเช็ดมือวางตะเกียบลงทันที แล้วนั่งรออยู่เงียบๆ

“ข้ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่าน” เสิ่นหลิงเฟยเป็นคนเอ่ยปากขึ้นก่อน อู๋หมิ่นจวินตื่นตัวขึ้นมาทันทีเมื่อน้ำเสียงนางฟังดูจริงจังกว่าครั้งไหนๆ

“ก็อย่างที่ข้าเคยบอกท่านก่อนหน้านี้ ว่าถึงอย่างไรสักวันหนึ่งข้าก็ต้องบอกลูกๆ ว่าท่านคือบิดา และข้าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าไม่มีท่านข้าคงไม่มีวันได้ของขวัญที่สำคัญที่สุดนั่นคือเด็กๆ มา ถึงข้าจะโกรธหรือเกลียดท่านอย่างไร ก็ไม่หวังที่จะให้เด็กทั้งสองกลายเป็นเด็กอกตัญญู ดังนั้นข้าจึงคิดว่าตัวเองไม่ควรเอาความรู้สึกส่วนตัวมากีดกันท่านกับลูก

ในเมื่อท่านเองก็มีความปรารถนาชัดเจนและยังแสดงออกให้เห็นว่าอยากจะชดเชยให้แก่ลูก ข้าก็จะเปิดโอกาสให้ แต่ถ้าหากท่านทำให้พวกเขาผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว ข้าจะไม่ให้ท่านได้เข้าใกล้ลูกอีกเลย” อู๋หมิ่นจวินฟังแล้วถึงกลับต้องกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปด้วยความดีใจ

เขาย่อมรู้ดีว่าเสิ่นหลิงเฟยไม่เคยแสดงออกว่ายินดีให้เขาเข้ามาแทรกกลางระหว่างนางกับลูกเลยสักครั้ง แต่วันนี้นางกลับยอมทิ้งความรู้สึกส่วนตัวที่มีต่อเขา เพื่อให้เขาได้ชดใช้ทุกอย่างให้กับลูกแม้นางจะฝืนใจเพียงใดก็ตาม นางช่างเป็นมารดาที่ประเสริฐยิ่งนัก สำหรับนางความรู้สึกของลูกๆ ย่อมสำคัญที่สุด เสิ่นหลิงเฟยเห็นเขาเงียบไปจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ยามนี้ท่านก็คงเข้าใจในสิ่งที่ข้าพูดแล้ว แต่ข้าก็หวังว่าท่านจะรู้ว่าควรปฏิบัติกับลูกในขอบเขตไหน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเดี๋ยวข้าจะเป็นคนบอกพวกเขาเกี่ยวกับฐานะของท่านเอง” อู๋หมิ่นจวินย่อมรู้ดีว่าถึงนางจะเปิดโอกาสให้เขา แต่เขาก็ต้องอยู่ในฐานะท่านลุงอู๋ของเด็กๆ ไปก่อน แต่ได้เพียงเท่านี้ก็ดีถมเถแล้ว แต่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เขาต้องคุยกับนาง

“แล้วเรื่องของพวกเราสองคนล่ะ” เสิ่นหลิงเฟยได้ยินคำถามนี้ก็กลับมาเป็นพยัคฆ์สาวอีกครั้ง

“ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องของเราทั้งนั้น ท่านกับข้าเป็นแค่บิดาและมารดาของเสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายเท่านั้น”

“แต่ข้าไม่อาจรับผิดชอบเพียงลูกและปล่อยปละละเลยเจ้า”

“ข้าไม่ใช่เด็กเหตุใดต้องให้ใครมารับผิดชอบ วันนี้ข้าจะคุยกับท่านเพียงเท่านี้ ขอตัวก่อน” กล่าวจบเสิ่นหลิงเฟยก็ลุกขึ้นยืนทันที แต่คำพูดของอู๋หมิ่นจวินก็ทำให้นางเดินสะดุด

“แต่ว่านะเสิ่นหลิงเฟยต่อให้ชาตินี้เจ้าไม่ต้องการให้ข้ารับผิดชอบ ถึงอย่างนั้นข้าก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เจ้าเป็นภรรยาของข้าให้ได้อยู่ดี” คำพูดที่แสดงถึงความต้องการของอู๋หมิ่นจวินทำให้เสิ่นหลิงเฟยได้แต่เดินออกไปจากโรงเตี๊ยมด้วยเสียงดังตึงตัง แสดงออกว่าเจ้าของเสียงฝีเท้ากำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก

อู๋หมิ่นจวินครั้งนี้กลับไม่กลัวนางโกรธ เพราะที่เขาพูดไปคือเรื่องจริงและเขาก็จะทำให้ได้ การได้บอกกล่าวนางออกไปตรงๆ ก็ดีเช่นกัน ถึงอย่างไรเขาก็ไม่คิดแยกนางกับลูกจากกัน จะรับผิดชอบเขาก็จะรับผิดชอบทั้งหมด

เสี่ยวอันและเสี่ยวอ้ายที่แสร้งว่าง่วงนอนเพื่อเปิดโอกาสให้อู๋หมิ่นจวิน ก็กำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด หลังจากแอบมองสถานการณ์อยู่บนชั้นสองมาตั้งแต่ต้น

“นี่ท่านลุงอู๋ใช่ทำเสียเรื่องหรือไม่ เหตุใดท่านแม่ถึงได้โกรธขนาดนั้น” เสี่ยวอันเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่สบายใจ

“นี่เจ้าอย่าทำเหมือนโง่ไปหน่อยเลย ท่านแม่โกรธที่ไหน นั่นมันอาการเขินอายของสตรีต่างหาก”

“เจ้ารู้ได้อย่างไรเคยเป็นหรือไร”

“ข้าไม่โง่ย่อมมองออกโดยใช้สมองอันชาญฉลาดของตนเอง” เสี่ยวอ้ายตอบด้วยความลำพองใจ ก่อนเสี่ยวอันจะเอ่ยออกมาอย่างไม่สบายใจ

“แล้วถ้าวันหนึ่งท่านพ่อมาพบพวกเราจะไม่เป็นปัญหาหรือ ถ้าพบว่าท่านแม่รักกับท่านลุงอู๋”

“ข้าไม่สนหรอก ถึงอย่างไรยามนี้ข้าก็จะอยู่ข้างท่านลุงอู๋ เจ้าเป็นน้องชายก็ต้องเชื่อฟังพี่สาวอย่างข้า เข้าใจไหม”

“เข้าใจแล้ว” เสี่ยวอันรับคำด้วยความเชื่อฟัง ก่อนเสี่ยวอ้ายจะจูงมือน้องชายเดินเข้าไปนอนกลางวัน

 

 

 ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 644 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

377 ความคิดเห็น

  1. #206 150221 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 17:40
    ลูกๆน่ารักมาก
    #206
    0
  2. #12 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 22:24
    น้องต้องเชื่อฟังพี่ จริงแท้แน่นอนเลยนะเนี่ย อิอิ
    #12
    0
  3. #11 nid348 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2564 / 18:05
    เป็นน้องต้องเชื่อพี่ เข้าใจไหม ?
    #11
    0