หลังจากวันไปรับผลสอบมา
ข้าพเจ้าก็โดนท่านแม่ เทศนาไปหลายกัณฑ์เลยทีเดียว
เรื่องอนาคตการศึกษา ความขี้เกียจ หนทางสู่ความสำเร็จ และจิปาถะคถาย่อยๆอีกมากมาย
ทำให้เชื้อร้ายภายในตัวต๊กกะใจจนหยุดการทำงานไปสักระยะ
หน่วยจิตสำนึกเลยได้เวลาออกมาปฏิบัติงานแทน
ช่วงว่างๆ ของแต่ละวันก็เลยเริ่มหยิบหนังสือมาอ่านให้ความรู้มันไหลเวียนผ่านมันสมองบ้าง
แล้วก็จัดการกับหนังสือเรียนเก่า แยกดูอันไหนทิ้งอันไหนใช้ได้ทั้งของพี่และก็ของเรา
เห็นแล้วก็เสียดายอะ บางเล่มเรียนไปนิดๆหน่อยๆ อ่านยังไม่ทันซึมดีเลย หมดปี ทิ้งอีกแล้ว
อีก2 ปี ที่เหลือจอยจุงกะจะขอบริจาคจากพวกรุ่นพี่มาใช้ล่ะ
เสียดายเงินจริงๆ ซื้อหนังสือที ก็ พันสองพัน
ส่วนหนังสือที่จอยจุงใช้แล้ว ก็อยากจะหาคนเอาอะ - -
ยังนึกไม่ออกเลยจะให้ใครดี
เลยคิดว่าโรงเรียนน่าจะมีเวลาช่วงก่อนปิดเทอม หลังสอบเสร็จแล้วอะ
ให้นักเรียนลงชื่อบริจาค-รับหนังสือเรียน
อันไหนสภาพดีก็เอาให้รุ่นน้องๆใช้จนกว่ามันจะเปื่อยอะ
แต่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียอีกอะแหละ
ข้อดี ก็ ช่วยประหยัดเงินเลย อันดับแรก
สอง ช่วยลดขยะ ประเภทกระดาษ
สาม ช่วยลดโลกร้อนด้วย
(ลดกิจกรรมการผลิตที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา)
สี่ อันนี้เจ๋งดีนะ หนังสือเก่าของพี่ๆ มันก็จะมีโน้ต มีอะไรดีๆ หรือบางทีก็ตลกเขียนๆเอาไว้
เบื่อฟังอาจารย์ก็จะได้อ่านเล่นๆ เพลินๆดี ฮ่าๆๆ (เป็นงั้นไป)
ส่วนข้อเสีย
สภาพของหนังสือบางเล่มดีบางเล่มเน่า
บางคนก็ไม่อยากได้ของเก่าๆ
หนังสือเรียนของบางวิชาอาจจะล้าสมัยไปบ้าง (เช่น วิชาสังคมศึกษา)
ที่จริงไม่ค่อยมีข้อเสียเท่าไหร่หรอกนะ
แต่มันติดตรงที่ว่า
ทุกคนก็ชอบของใหม่ๆดีๆ
ถ้าได้เล่มที่ไม่ดี ก็คงไม่พอใจกันอะ
อยากให้โรงเรียนทำแบบนี้นะ
จะทำเองไปขอญาติมามันก็ได้ แต่ว่า..
บางทีเคยเป็นไหม รู้สึกว่า เอ่อ..เล่มนี้มันใช้ได้หรอ
เขาเปลี่ยนเนื้อหารึเปล่า
คำถามแบบนี้มันจะผุดๆขึ้นมา แล้วสุดท้ายเราก็ซื้อหนังสือใหม่
และพบว่า มันก็ไม่ได้ต่างจากเล่มเดิมสักเท่าไหร่
แต่ถ้าโรงเรียนหันมาสนใจดูแล
(ไม่ใช่จะเอาแต่กำไรจากการขายหนังสืออะ <<อันนี้จริงไหมหว่า เหอๆ)
มันก็จะทำให้มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า หนังสือเก่าที่ได้เนี่ย เอามาเรียนได้จริงๆ เนื้อหาเหมือนกัน
ทั้งหมดสุดท้ายก็จะเป็นประโยชน์กับเรา และธรรมชาติอยู่ดี
ถ้าเรารู้จัก จัดสรรสิ่งที่มีอยู่และใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
ความคิดเห็น
ถ้าทำได้ก็เจ๋งเนอะ
PS. ขาดกระติกก็ยังมีกะตังค์ แต่ถ้าขาดกะตังค์จะไม่มีกระติก งง -*-