[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 9 : SEVEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    25 ส.ค. 61

แคโรไลน์นั่งนิ่งฟังปัญหาของเอลลี่จนจบ และยังคงนั่งนิ่ง…

เอลลี่รู้สึกอึดอัดกับท่าทีของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม แคโรไลน์นั่งนิ่งและใช้ดวงตาสีน้ำตาลสว่างมองมาที่เธอราวกับจะจับผิด แต่เธอคงไม่ได้หวังที่จะทำอย่างนั้นเอลลี่รู้ เพราะว่าบุคลิกนี้ติดตัวแคโรไลน์ไปแล้ว ฟลอเรนซ์แม่เลี้ยงของเธอบอกว่า แคโรไลน์เหมือนคนเป็นพ่อมากจนแยกไม่ออกเลยกับบุคลิกนิ่งๆ ที่ถ่ายทอดส่งต่อกันมา

“…” เอลลี่กำลังคิดอยู่ว่าหลังจากที่แคโรไลน์ฟังปัญหาของเธอแล้วจะตัดสินว่าเธอเป็นคนงี่เง่าหรือไม่ แต่ว่าเรื่องที่เหลือเชื่อมันต่อจากนี้ต่างหาก แคโรไลน์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน พยายามจะปลอบใจเธอ

“ลูเซียสเขาเป็นคนใจกว้าง เขาไม่ว่าอะไรหรอกถ้าเธอจะบอกความจริงว่าไม่ได้ฝึกงานที่นั่นแล้ว ส่วนแม่ของฉันเธอก็ปลอบใจคนเก่งกว่าที่เธอคิดเอาไว้นะ”

“ก็…ตอนนั้น ที่ฉันบอกว่าได้ฝึกงานที่นั่น พ่อก็ดีใจยกใหญ่เลย พอไม่ถึงอาทิตย์บริษัทนั้นก็มายกเลิกสิทธิ์ของฉัน ฉันก็เลยยังไม่หาโอกาสดีๆ บอกพ่อเลย” เอลลี่ปั้นหน้าเศร้า จะว่าไปแล้วเธอก็เศร้าจริงๆ

“…” แคโรไลน์ยังคงมองอีกคนนิ่ง เธอไม่ได้หวังจะปลอบใจอีกคน เพราะเธอทำเรื่องแบบนี้ไม่ค่อยจะเป็น และแน่นอนว่าเธอฟังเรื่องที่เอลลี่เล่ามันก็มีช่องโหว่อยู่มากมาย อาจจะเกี่ยวข้องกับความจำเป็นของบริษัทแห่งนั้น ไม่ว่าในทางที่ดีหรือไม่ดี การทำแบบนี้ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับคนที่ดีใจเก้อเช่นเดียวกัน

“ถ้าอย่างนั้น เธอหาที่สำรองเอาไว้หรือยัง”

“เพราะคิดว่าได้ที่ฝึกงานแล้ว ฉันก็เลยยกเลิกที่สำรองไปแล้วด้วยค่ะ” เอลลี่พูดขึ้น “ฉันตัดสินใจมาหาพี่ เพราะอยากให้พี่หาที่ฝึกงานเหมาะๆ ให้ฉัน ช่วยฉันทีนะคะ ฉันไม่รู้ว่าจะไปเพิ่งใครจริงๆ” เอลลี่จ้องน้ำแข็งในแก้วน้ำตรงหน้าที่เริ่มละลายแล้ว แต่เธอยังไม่ได้แตะมันสักนิด ในขณะที่ของแคโรไลน์หมดไปครึ่งแก้ว

“ก็ได้ ฉันจะช่วย” แคโรไลน์ตอบก่อนจะลุกขึ้น เธอถอดเสื้อสูทพาดที่โซฟาแล้วปลดกระดุมเม็ดแรกด้วยท่าทีสบายๆ จากนั้นเดินไปหยิบรีโมทรถที่โต๊ะทำงาน หากแต่ว่าเอลลี่โพล่งขึ้นมาเสียก่อน

“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวนี้เลยได้ไหมคะ?”

“…?” มือที่หยิบรีโมทรถค้างไว้ เธอกะว่าจะไปส่งเอลลี่ที่บ้าน แล้วค่อยหาข้อมูลส่งให้อีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าเอลลี่จะมีไฟที่ต้องการทำเดี๋ยวนี้ แคโรไลน์ก็ปฏิเสธไม่ได้ ถึงแม้จะอยากทำอย่างนั้นก็ตาม

“งั้น ก็หาอะไรทานก่อนเถอะ เธอทานอะไรมาหรือยัง?”

“…” เอลลี่ส่ายหน้าแทนคำตอบ ถ้าไม่นับทานอาหารว่างกับเคทเมื่อสามชั่วโมงก่อน เธอไม่อยากพลาดมื้อค่ำกับพี่สาวคนสวยของเธอหรอก

แคโรไลน์พยักหน้า “เธอต้องการอะไรพิเศษไหม ฉันจะได้โทรสั่งอาหารขึ้นมาทานข้างบน”

เอลลี่บอกรายชื่ออาหารที่ต้องการ แคโรไลน์พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหายเข้าไปที่โซนครัว แล้วเอลลี่ก็ได้ยินเสียงเธอคุยมือถือ

ตอนนั้นเองที่เอลลี่เพิ่งจะเป็นอิสระ พร้อมมองห้องของแคโรไลน์ได้เต็มตา ที่นี่เป็นคอนโดที่หรูและกว้างขวางพอสมควร ห้องของแคโรไลน์เป็นโทนสีเทาสไตล์โมเดิร์น ด้านหน้าเป็นหน้าต่างกระจกบานใหญ่สามารถมองเห็นวิวเมืองและเซ็นทรัลพาร์คได้ครอบคลุม เพราะห้องของอีกคนอยู่สูงถึงชั้นที่สี่สิบสาม มีระเบียงยื่นออกไปสามารถนั่งรับลมชมวิวได้เป็นอย่างดี ที่นี่แบ่งโซนครัว และห้องนั่งเล่นที่กว้าง ถัดไปตรงนี้เป็นเปียโนตัวหนึ่งที่ตั้งเด่นสง่าอยู่ใกล้หน้าต่างกระจก เอลลี่ไม่อยากเชื่อว่าคนที่มีบุคลิกนิ่งๆ อย่างแคโรไลน์จะเล่นเปียโนด้วย เหลือเชื่อจริงๆ และอีกอย่างหนึ่งที่เอลลี่ทึ่งไม่ต่างกันเลยคือ ผนังห้องที่อยู่ระหว่างสองห้องนอนทำเป็นชั้นหนังสือทั้งแถบ มีบันไดที่สามารถเลื่อนปีนขึ้นไปหยิบหนังสือได้อีกด้วย ทุกอย่างที่อยู่ในห้องนี้เพอร์เฟค และที่สำคัญเอลลี่ได้รู้บางอย่างในตัวพี่สาวคนนี้บ้างแล้ว เธอรักการอ่าน และเสียงดนตรี

แคโรไลน์ เป็นคนที่น่าสนใจแบบนี้ตลอดเลย

ก่อนที่จะทานมื้อค่ำเอลลี่โทรไปบอกที่บ้านว่าจะค้างกับแคโรไลน์ เธอมัดมือชกทั้งอย่างนั้น เธอมีแผนที่อยากจะอยู่ใกล้กับแคโรไลน์เมื่อมีโอกาสอยู่แล้ว และดูเหมือนว่าฟลอเรนซ์จะดีใจเป็นพิเศษที่พี่น้องกำลังเริ่มทำความเข้าใจกันทีละนิดๆ แต่เอลลี่ยังไม่ได้บอกแคโรไลน์เลยว่าจะค้างด้วย เธอกำลังจะหาวิธีนั้นอยู่

ตอนนี้แคโรไลน์เปลี่ยนมาเป็นชุดลำลองสำหรับอยู่บ้านตามปกติ เอลลี่ไม่คิดว่าจะเป็นภาพที่เห็นได้บ่อยนัก ร่างสูงสวมชุดไหมพรมสีขาว และกางเกงยีนสีซีด ทำให้เธอดูสวยแปลกตาไปอีกแบบ หลังจากที่ทานมื้อค่ำเสร็จพี่สาวของเธอก็นั่งหาข้อมูลอยู่ที่โต๊ะทำงานโดยคอมพิวเตอร์ ที่มีผนังชั้นหนังสืออยู่ด้านหลัง เธอตั้งใจมากกว่าที่เอลลี่คิด เธอถามเอลลี่ว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร และถนัดแนวไหน ต่อจากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเลยสักคำ เอลลี่ไม่อยากบอกว่าเคทช่วยเธอหาสถานที่ฝึกงานมาแล้ว กระดาษข้อมูลเหล่านั้นอยู่ในกระเป๋าของเธอ แน่นอนว่าเธอไม่บอกแคโรไลน์หรอก จะบอกให้โง่เหรอ? เพราะตอนนี้เธอกำลังซื้อเวลาให้อยู่กับอีกคนนานๆ เพื่อจะได้สังเกตหน้าสวยๆ ของพี่สาวอย่างจุใจ

“…” เสียงมือถือของแคโรไลน์ดังขึ้น เจ้าตัวรีบกดรับทันที เอลลี่แอบมองจากหลังโน๊ตบุ๊คของแคโรไลน์ที่ให้ยืมอีกเครื่องอยู่ที่โซฟาส่วนของห้องนั่งเล่น เธอได้ยินบทสนทนาของอีกคนชัดเจน

“สวัสดีค่ะ…ค่ะมิสเตอร์เวสท์ …ถ้าเธอไม่ยอม..ได้ค่ะ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการให้” เธอวางสายด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยตามเคย ทำให้เอลลี่แอบหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว จะมีใครพิเศษพอที่จะทำให้แคโรไลน์หัวเราะออกมาได้ไหมนะ? แต่ถึงยังไงเอลลี่ก็อยากเป็นคนคนนั้น

“มีอะไรหรือเปล่า?” เสียงเย็นๆ ถามขึ้น เธอคงสงสัยที่เอลลี่อยู่ๆ ก็มองและยิ้มราวกับคนใจลอยมาให้เธอ

เอลลี่อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

“พี่แครล์สวยมากเลยนะคะ”

“…?” ผลตอบสนองเกินคาด แคโรไลน์หยุดพิมพ์ที่คีย์บอรด์ชั่วครู่ ก่อนมองเอลลี่ที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แล้วลดสายตาลงสนใจที่หน้าจอต่อ โดยไม่พูดอะไรตอบกลับ

“พี่เคยมีแฟนหรือเปล่าคะ?” เอลลี่หลุดถามคำถามโง่ๆ ออกไป เธอแอบหน้าถอดสีเมื่อรู้ตัวว่าไม่ควรจะถาม แต่สิ่งที่แคโรไลน์ตอบกลับมาทำให้เอลลี่พอใจ

“เคยมี”

แค่นั้น…คำพูดสั้นๆ ที่ทำให้เอลลี่ตะลึง เธอไม่คิดว่าคนบุคลิกนิ่งๆ สนใจแต่การทำงานของแคโรไลน์จะคิดถึงเรื่องมีคนรัก แต่จะว่าไปอีกคนก็อายุสาสิบสามปีแล้ว ไม่แปลกที่จะผ่านการมีแฟนมาก่อน แต่ยอมรับว่าคำตอบของแคโรไลน์เซอร์ไพรส์เธอมาก

“เขาเป็นคนยังไงเหรอคะ? แฟนพี่น่ะ เล่าให้ฉันฟังบ้างซิคะ”

“ฉันไม่อยากจะเล่าหรอกนะ ตั้งใจทำสิ่งที่ฉันกำลังช่วยเธอตอนนี้ดีกว่า”

เหมือนโดนดุเลยแฮะ

ต่อจากนั้นเอลลี่ก็ไม่ได้พูดอะไรกับแคโรไลน์อีก จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาห้าทุ่ม แคโรไลน์ปริ้นสถานที่ฝึกงานมาส่งให้เธอ เอลลี่รับมาดูก็เห็นว่าบางแห่งมีในข้อมูลที่เคทหามาให้แล้ว

“จากที่ดูมา เอกที่เธอเรียนมาเป็นที่ต้องการของเกือบทุกบริษัทเลยนะ เธอเอากลับไปพิจารณาที่บ้านก็ได้”

“ขอบคุณมากนะคะ”

“เดี๋ยวฉันจะไปส่งที่บ้าน”

ในที่สุดคำคำนี้ก็พ่นออกมาซินะ เอลลี่ขัดใจที่ได้ยินแบบนั้น

“เอ่อ คือว่า ฉันคิดว่ามันจะดึกมากกว่านี้เลยโทรบอกฟลอเรนซ์ว่าจะค้างที่นี่น่ะค่ะ”

“…?”

“แบบว่า ฉันตั้งใจจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อย พิจารณาสถานที่ฝึกงาน สมัครทางอินทรอเน็ต แล้วก็ทำเรื่องอื่นๆ อีกให้เสร็จภายในคืนนี้ ฉันไม่อยากหยุดรอเอาไว้ เพราะพี่ตั้งใจทำให้ฉันขนาดนี้ฉันเลยตั้งใจจะทำให้เสร็จเรียบร้อยเหมือนกัน”

“…”

“ขอร้องล่ะ นะคะ”

สุดท้ายแล้วแคโรไลน์ก็พยักหน้าอย่างจำใจ เธอยังไม่เคยให้ใครค้างที่นี่มาก่อน แต่เพราะเอลลี่โทรบอกแม่เธอเอาไว้อย่างนั้น ครั้นจะปฏิเสธก็กลัวว่าแม่ของเธอจะเข้าใจผิด คิดว่าเธอรังเกียจน้องสาว แคโรไลน์ไม่ได้จะรังเกียจหรอกนะ แต่เธอแค่ไม่ชินที่มีน้องสาว ที่สำคัญไม่ใช่น้องสาวสายเลือดเดียวกันแบบนี้

“ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ” เอลลี่ยิ้มสดใสขึ้น

แคโรไลน์ชี้ไปที่ห้องใกล้ๆ โซนครัว “เธอใช้ห้องตรงนั้นก็แล้วกัน”

แคโรไลน์คงต้องปล่อยเลยตามเลย เพราะเห็นว่าเอลลี่กระตือรือร้นกับการฝึกงาน เธอเองก็ไม่อยากจะไปขัดอะไรกับความตั้งใจนั้น

ผ่านไปเกือบตีสามที่เอลลี่ตัดสินใจสมัครเข้ารับการฝึกงานจากอินทรอเน็ต เธอสมัครไปสองที่ และอีกสองที่ที่เธอต้องไปสัมภาษณ์งานเองและยืนใบสมัครอีกสองวันข้างหน้า เธอนั่งจมอยู่กับโซฟาจนปวดเมื่อยหลังไปหมด เธอเพิ่งนึกได้ว่าควรจะอาบน้ำและหลับพักผ่อนเอาแรง

เอลลี่อาบน้ำ และสวมเสื้อยืดของแคโรไลน์ที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองและกางเกงนอนขายาวที่ต้องพับขาขึ้น แคโรไลน์ขายาวกว่าเธอมากถึงสามเท่า ไม่แปลกที่กางเกงจะตัวใหญ่ขนาดนี้ อีกอย่างที่ทำให้เอลลี่รู้สึกสงบขึ้นมาคงจะเป็นกลิ่นน้ำหอมของอีกฝ่ายที่ส่งกลิ่นอ่อนๆ ออกมาจากชุดเหล่านั้น

“เหมือนกับได้อยู่ใกล้ๆ กันเลย ถ้านอนด้วยกันก็ดีสิ” เอลลี่ยืนม้วนตัวเขินกับคำพูดของตัวเอง

อ่า นั่นสิ ฉันควรจะไปบุกห้องของพี่สาวดีไหมนะ?

คิดได้ดังนั้นเอลลี่ก็ออกมาจากห้อง และก้าวไปอยู่ที่อีกประตูหนึ่ง ห้องของแคโรไลน์อยู่ข้างหน้าเธอ เอลลี่รู้สึกร้อนวูบวาบกับความคิดติดเรตของตัวเอง เธออยากสัมผัส และอยากเป็นของแคโรไลน์ จะทำได้ไหมนะ? เธอเป็นน้องสาวนี่หน่า แต่มันจะสำคัญอะไรหากแคโรไลน์ก็เล่นด้วยกับเธอ เธอต้องลองยั่วดูซะก่อนซิ มันต้องได้ผลแหละ คนทุกคนก็มีอารมณ์อ่อนไหวด้วยกันทั้งนั้น

เอลลี่ยื่นมือออกไป เธอกำลังจะแตะที่บานประตู

ประตูเปิดออก พร้อมด้วยคนร่างสูงที่ยืนอยู่

“ทำอะไรน่ะ…”

เอลลี่ยอมรับว่าตกใจที่อยู่ๆ ก็เห็นแคโรไลน์เดินออกมาพร้อมกับเตรียมตัวออกไปข้างนอก เธอสวมเสื้อแจ็กเกตหนังสีดำ มันช่างเท่และเหมาะกับคนร่างสูงมาก เอลลี่มองจนลืมไปเลยว่าเธอตั้งใจจะทำอะไร

“อ่ะ เอ่อ ฉันปวดหัวค่ะ ว่าจะมาขอยาจากพี่” เอลลี่แกล้งกลบเกลื่อน

“เดี๋ยวไปเอามาให้” แคโรไลน์ขยับออกมาจากห้อง เธอล็อกห้องจากด้านในและหย่อนกุญแจห้องเข้าไปในกระเป๋าแจ็กเกต เอลลี่แอบเซ็งเล็กน้อย ขนาดอยู่คนเดียวในห้องส่วนตัวแท้ๆ ยังมีกุญแจอีก เอลลี่คงอดสำรวจในห้องนั้นเสียแล้ว

ไม่นานอีกคนก็เดินเข้ามาพร้อมกับขวดที่บรรจุยา

“พี่แครล์กำลังจะไปไหนเหรอคะ?”

“ทำงานน่ะ”

ทำงานอะไรตอนตีสาม? เอลลี่ไม่กล้าถามออกไป แม้อยากถามใจแทบขาด

“เธออยู่ที่นี่ได้ พอตอนเช้าก็เอาคีย์การ์ดลงไปฝากไว้ที่ลอบบี้ก็แล้วกัน”

“เอ่อ คือ…!”

เอลลี่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยก็โดนอีกคนหันหลังใส่แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันที แคโรไลน์ไม่สนใจที่จะฟังเธอด้วยซ้ำ เอลลี่มองประตูที่ปิดลงด้วยความเซ็ง

“อะไรกัน เล่นตัวหรือไงนะ”



จอร์จิน่าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้สองวัน ก่อนจะได้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ซึ่งไม่ใช่บ้านของเธอที่อัปเปอร์เวสต์ไซด์ แต่เป็นคฤหาสน์ที่ควีนส์ จอร์จิน่ายอมรับไม่อยากไป แต่เธอขัดใจอะไรผู้เป็นพ่อไม่ได้สักเท่าไหร่ ก็เลยต้องจำยอมไปก่อน

ทรรศนีย์ภาพตึกสูงของแมนแฮตตันกำลังห่างออกไปเรื่อยๆ เมื่อแล่นรถเข้าสู่เขตบรู๊คลิน ใช้เวลาไม่นานมากรถก็เคลื่อนตัวเข้าสู่ย่านควีนส์ทรรศนีย์ภาพต่างออกไปจากแมนแฮตตันอยู่มากโขราวกับคนละที่กัน เธอเกือบเผลอคิดไปว่าที่นี่ไม่ใช่นิวยอร์ก เพราะในตัวเมืองแมนแฮตตันจะมีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ แต่ที่นี่ต่างออกไป เธอนึกถึงต่างจังหวัดไปโดยสิ้นเชิง แกรี่แล่นรถเข้าไปในหมู่บ้านจัดสรร ‘Alfheim Land’ – อัลฟ์ไฮล์ม แลนด์ พ่อของเธอเป็นเจ้าของ สองข้างทางมีบ้านสองชั้นสีขาวหลากหลายหลังเรียงรายไปไม่มีที่สิ้นสุด สีขาว เป็นสีโปรดของแม่เธอ จอร์จิน่าคิด

“คิดถึงจังเลยนะครับ ไม่ได้มานานมากแล้ว” แกรี่พูดขึ้นทำลายบรรยากาศในรถ แต่ทั้งรถก็เงียบเหมือนคืน เมื่อจอร์จิน่าทำหน้าบูดบึ้ง ส่วนแคโรไลน์ก็แค่นิ่งเฉยไร้ความรู้สึก แต่จริงๆ แล้วแคโรไลน์กำลังชื่นชมในความเป็นระเบียบของที่นี่อยู่

แคโรไลน์ชอบความเป็นระเบียบของบ้านสีขาว สนามหน้าบ้านของแต่ละหลังที่มีเด็กๆ วิ่งเล่น บ้าง คุณยายนั่งถักนิตติ่ง หรือไม่ก็เด็กหญิงวัยเรียนกำลังนั่งอ่านหนังสือ ดูแล้วเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่ดูสงบดี อีกทั้งคงต้องมีราคาแพงมากเลยทีเดียว เพราะตัวบ้านค่อนข้างเป็นบ้านหลังใหญ่พอสมควร ไม่นานสุดเขตของหมู่บ้านจัดสรรก็ปรากฏคฤหาสน์หลังสีเทาหม่นๆ ขึ้น รั้วเหล็กและพุ่มไม้ของคฤหาสน์อยู่สูงจนมิด มองเข้าไปข้างในแทบไม่ได้เลย นอกจากจะมองเข้าประตูรั้วเหล็กสีดำเท่านั้นถึงจะสามารถมองเห็นตัวคฤหาสน์ได้ ซึ่งให้อารมณ์ความแตกต่างและโดดเด่นอยู่เหมือนกัน คฤหาสน์สีเทาที่อยู่ท่ามกลางบ้านจัดสรรสีขาว

“ที่นี่หดหู่ชะมัด” เสียงจอร์จิน่าดังขึ้น เป็นเชิงไม่สบอารมณ์

“แต่ผมชอบนะครับ เหมือนซีรี่ย์แวมไพร์เลย” แกรี่เอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี

“…” เมื่อรถแล่นเข้าไปในตัวบ้านหลังจากที่ประตูรั้วอัตโนมัติเปิดให้เข้ามา แคโรไลน์รู้สึกได้ว่าบรรยากาศข้างในดูดีกว่าข้างนอกมาก ในสนามหน้าบ้านมีดอกไม้หลากสี สวนรอบข้างบ้านเขียวขจี วงเวียนรถทำเป็นสวนสี่เหลี่ยมเล็ก มีโคมไฟประดับสวยงาม แคโรไลน์คิดว่าเขตคฤหาสน์สวยมากแม้ในพื้นที่จำกัดของหมู่บ้านจัดสรร

จอร์จิน่าเดินลงมาจากรถก็โดนน้องชายสุดที่รักกระชากเข้าไปกอดอย่างไม่เกรงใจอาการเจ็บของอีกคน จอร์จิน่าเผลอร้องเสียงหลง

“เบาๆ หน่อยซิแดน”

“ขะ ขอโทษครับ!” น้องชายของเธอพูดเสียงดัง แล้วเกาท้ายทอยแก้เก้อ “ไม่ได้ไปเยี่ยมพี่ที่โรงพยาบาลเลย พ่อบอกอีกไม่กี่วันพี่ก็จะมาพักที่บ้าน ทางสถานบำบัดก็ไม่อนุญาตให้ออกมาด้วย”

“ไม่เป็นไรหรอก แล้ววันนี้ได้ออกมาด้วยเหรอ?”

“ก็ไม่เชิง วันนี้ขอออกมากรณีพิเศษแค่สองชั่วโมง พรุ่งนี้ผมก็ได้ออกมาอยู่ที่บ้านสองวันตามกำหนดแล้วนะ”

“อีกนานแค่ไหนนายถึงจะหายดี”

“ไม่นานหรอก” เขาทุบที่อกตัวเอง “อีกไม่นานพี่ก็จะเห็นผมแข็งแรงขึ้น”

“ไม่ถึงเดือนหรอกจีน่า แดนก็จะได้ออกมาจากสถานบำบัดแล้ว อาการเขาดีขึ้นมาก” ชาร์ลี เวสท์ผู้เป็นพ่อที่รออยู่หน้าทางเข้าคฤหาสน์พูดขึ้น แต่ใบหน้าของลูกสาวเซ็งขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นอีกคน

“พ่อรู้ว่าลูกไม่พอใจจีน่า แต่พ่อไม่ยอมให้ลูกต้องตกอยู่ในอันตรายอีก พักอยู่ที่นี่สักอาทิตย์หนึ่งเถอะ”

“…” จอร์จิน่าไม่มีอะไรจะพูด พูดไปก็เปล่าประโยชน์ พ่อของเธอฟังซะที่ไหนกัน

ชาร์ลีถอนหายใจปลงๆ ก่อนจะมองที่แคโรไลน์ แล้วพูดขึ้น

“ผมเตรียมห้องเอาไว้ให้แล้วนะแคโรไลน์ ข้างห้องจีน่าเลย”

“อะไรนะ?!” จอร์จิน่าตะคอกออกมาด้วยความตกใจ แต่ก็ไอออกมาเพราะคอของเธอยังคงอักเสบ

“นี่พ่อยังไม่บอกลูกเหรอว่าจะให้แคโรไลน์มาช่วยดูแลลูกที่นี่”

“พ่อไม่เห็นบอกหนูสักคำ”

“พ่อคงลืม”

ลืมบ้าอะไร จงใจชัดๆ จอร์จิน่าส่งสายตาไม่พอใจให้ผู้เป็นพ่อ และชาร์ลีไม่สนใจ

“แล้วอีกอย่าง พ่อให้ป้าแอนเน็ตมาอยู่ที่นี่ด้วย จะได้ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกอีกแรง ป้าเขาเพิ่งมาถึงเมื่อชั่วโมงที่แล้วเอง” ชาร์ลีพูดไม่ยอมให้ลูกสาวอ้าปากขัด

“แคโรไลน์ มาพบผมที่ห้องทำงานที หลังจากที่จัดการเรื่องที่พักและจีน่าเสร็จแล้ว”

“ค่ะ” แคโรไลน์พยักหน้า

จอร์จิน่ามองทั้งสองบุคคลสลับกัน ต้องมีบางเรื่องที่พ่อไม่ยอมบอกเธอ ทั้งสองกำลังเก็บความลับจากเธออยู่ เธอต้องรู้ให้ได้ว่าเรื่องอะไร

“แดน ลูกต้องกลับสถานบำบัดแล้วนะ”

“อ่อ จริงด้วย ผมมารอพี่ตั้งนานแน่ะเช้าวันนี้ แต่ไม่เป็นไรพรุ่งนี้จะมาหานะ” จอร์แดนยิ้มน่ารักๆ ส่งมาให้พี่สาว แล้วจูบแก้มของจอร์จิน่าเต็มแรง พี่สาวย่นคิ้วเจ็บปวด จอร์แดนตกใจหน่อยๆ ก่อนจะส่งสีหน้าเป็นเชิงขอโทษให้จอร์จิน่า

“พี่มีนัดดูสตาร์วอร์มาราธอนกับผมนะ”

“…พี่ไม่เคยสัญญา และนัดอะไรแบบนั้น”

“อย่าทำแบบนั้นเชียว ห้ามเบี้ยวนัดด้วย” เขาพูดก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่จอดเตรียมไว้อีกคันและแล่นออกไปทันที โดยไม่สนใจคำคัดค้านจากพี่สาว

ชาร์ลีบอกให้แกรี่ขนกระเป๋าขึ้นไปบนห้องจอร์จิน่า แล้วเขาก็เดินเข้าคฤหาสน์ ส่วนแกรี่ก็ขนกระเป๋าของจอร์จิน่าเข้าบ้านไป ทิ้งเอาไว้อีกสองใบคือของจอร์จิน่าหนึ่ง และสองกับของแคโรไลน์ กระเป๋าของจอร์จิน่ามีถึงสามใบ เพราะงั้นเขาเลยต้องทิ้งอีกใบแล้วค่อยกลับมาขนไป แคโรไลน์เหลือเชื่อกับการจัดกระเป๋าซึ่งส่วนใหญ่ป้าแอนเน็ตเป็นคนจัดให้ ส่วนจอร์จิน่าเป็นคนออกคำสั่งว่าจะเอาอะไรไปบ้าง

แคโรไลน์กำลังจะเดินไปที่ท้ายรถและขนกระเป๋า แต่จอร์จิน่าคว้าชายเสื้อเอาไว้

“พ่อฉันกับเธอมีความลับอะไรกัน”

“…” แคโรไลน์ไม่ตอบ

“นี่!” จอร์จิน่ากระชากชายเสื้ออีกคน แต่ตัวเองดันเจ็บแปลบที่แขนเสียเอง

“มิสเตอร์เวสท์ก็แค่จะออกคำสั่งให้ฉันดูแลคุณระหว่างอยู่ที่นี่ ก็แค่นั้นค่ะ”

“ฉันรู้สึกว่าไม่ใช่แค่นั้นนะ”

“…”

“อย่าให้ฉันรู้แล้วกัน” จอร์จิน่าคาดโทษกับอีกคน แล้วเดินออกไปจากตรงนั้น ร่างสูงเดินเข้ามาแตะแขนของเธอเป็นเชิงจะประคอง แต่จอร์จิน่าสะบัดแขนออก

“ไม่ต้อง เดินเองได้ ไม่ได้เป็นง่อย!” แม้ว่าจะเจ็บแค่ไหนในการเดินแต่ละก้าว เธอก็ไม่หวังเพิ่งแคโรไลน์หรอก เธอหมั่นไส้ใบหน้านิ่งๆ ของอีกคน

“…” แคโรไลน์ ปล่อยให้คนอวดดีเดินนำไปก่อนส่วนเธอก็ไปคว้ากระเป๋าจากท้ายรถออกมา และเนียนเดินตีขนาบข้างจอร์จิน่าเอาไว้เผื่ออีกคนจะล้ม

และก็เป็นจริง

จังหวะที่จอร์จิน่าก้าวขึ้นบันไดหน้าคฤหาสน์เพื่อที่จะเข้าไปภายใน เท้าของเธอก็พลาด เธอลื่นหงายหลังเกือบจะล้มหัวกระแทก แต่ดีที่แคโรไลน์ไหวตัวทัน เธอเตรียมตั้งรับอยู่แล้วในตอนนั้น ร่างสูงทิ้งกระเป๋าและเข้าไปช้อนร่างของจอร์จิน่าทันเวลา แต่พระเจ้าอย่างจอร์จิน่าไม่คอยเห็นความดีของเธอเลยแม้แต่น้อย

“นี่เธอแกล้งขัดขาฉันเหรอ?” เธอชกเข้าที่แขนของแคโรไลน์ทีหนึ่ง

แคโรไลน์ทำหน้าเหลือเชื่อ ที่อีกฝ่ายป้ายความผิดมาให้เธอหน้าตาเฉย

“คุณก็เห็นว่าตัวเองก้าวพลาด”

“ฮึ่ย!” จอร์จิน่าโมโหและอายด้วย เธอผละออกจากแขนของจอร์จิน่า ยิ่งทำให้เสียการทรงตัวของทั้งสองฝ่าย จอร์จิน่าเกือบจะร่วงลงไปจริงๆ ส่วนแคโรไลน์ก็เกิดจังหวะเซ

“…!” ด้วยความกลัวว่าตัวเองจะหล่นลงไปกระแทกพื้นหลังหักจริงๆ จอร์จิน่าเลยคว้าตัวอีกคนไว้ แต่เธอดันไปคว้าที่คอเชิ้ตของแคโรไลน์ แรงนั้นเป็นเหตุให้กระดุมเม็ดแรกขาดติดมือจอร์จิน่าออกมาด้วย และสิ่งที่จอร์จิน่าเห็นก็ทำเอาเธอหน้าแดง

จะไม่ให้เธอแสดงอาการอย่างนั้นได้อย่างไร ในเมื่อบราสีดำและเนินอกของร่างสูงเกือบจะชนที่จมูกของเธอเข้าแล้ว แม้มันจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่แบบนี้มันก็ช่วยเขินอายอยู่เหมือนกัน

“…!” แคโรไลน์ ตกใจที่เสื้อเชิ้ตของเธอโดยกระชากออกแบบนั้น แน่นอนว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เธอผละออกเป็นอันดับแรก และจัดแจงท่ายืนในจอร์จิน่าโดยไม่พูดอะไรสักคำ นั่นอีกทำให้จอร์จิน่าทำตัวไม่ถูก ทำไมเธอต้องมาอับอายกับอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ด้วย เธอต้องพูดอะไรสักอย่างซิ ไม่ใช่มัวแต่มาทำท่าอึดอัดแบบนี้

แคโรไลน์จัดเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ไม่เห็นหน้าเขินอายของเธอสักนิด ตกลงยัยนี่รู้สึกยังไงกันนะ

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้จอร์จิน่ารู้สึกร้อนที่ใบหน้า

“หน้าของคุณ…คุณหน้าแดง”

“หะ หา” จอร์จิน่าตะครุบแก้มของตัวเอง “ฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้นสักหน่อย!”

“คุณเป็น”

“ถอยไปเลยยัยซุ่มซ่าม” จอร์จิน่าผลักแคโรไลน์ออกก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน แคโรไลน์ส่ายหน้าแล้วลอบยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นว่าจอร์จิน่าก็เขินเป็นเหมือนกัน

“คุณหนูมาถึงแล้ว…จะขึ้นข้างบนเหรอคะ? มาค่ะป้าช่วย” ป้าแอนเน็ตเห็นจอร์จิน่าจับราวบันไดก็วิ่งเข้ามาหาด้วยท่าทีกระตือรือร้น แต่ว่าจอร์จิน่าไม่ยอมรับความหวังดีนั้น เธอทำท่าไม่ชอบใจ

“ฉันจะเดินเอง”

“แต่ว่า…”

“ก็บอกจะเดินเอง” เธอหงุดหงิด แน่ล่ะ ทำไมคนทั้งบ้านถึงได้ส่งสายตาเป็นเชิงว่าเธออ่อนแอถึงขนาดนั้น เธอไม่ชอบเลย เธอไม่ชอบที่ต้องเป็นแบบนี้ จอร์จิน่าก้าวเดินขึ้นบันไดทีละก้าว เริ่มแรกก็ไม่หนักหนาอะไร แต่พอถึงตรงกลางทางแล้วจอร์จิน่ารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่เอว

แคโรไลน์เดินเข้ามาหาป้าแอนเน็ตพร้อมกระเป๋าเดินทาง แล้วเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นร่างบางพยายามฝืนตัวเองโดยที่มีหญิงชราคอยมองตาม และลุ้นทุกก้าวเดินของจอร์จิน่า

แต่แคโรไลน์ไม่ลุ้นด้วย เธอวางกระเป๋าลง และก้าวขึ้นบันไดเร็วๆ เข้าไปหาจอร์จิน่า

“ให้ฉันช่วยเถอะนะคะ”

“…?!”

พูดแค่นั้นแคโรไลน์ก็รวบตัวจอร์จิน่าแล้วพาเดินขึ้นไปอย่างไม่พูดไม่จา จอร์จิน่าดูจะขัดใจแต่ก็ต้องจำใจเดินตามร่างนั้น เธออยากจะขัดขืน แต่ก็เจ็บชะมัด

“อะไรของเธอ” พอเดินขึ้นข้างบนเรียบร้อยแล้ว จอร์จิน่าก็ต่อว่าแคโรไลน์อยากไม่สำนึกบุญคุณ

“ฉันกำลังช่วยคุณอยู่นะคะ”

“ฉันไม่ต้องการ”

แคโรไลน์รู้ว่าอีกคนดื้อแค่ไหน

“ถ้าคุณตกลงไป ครั้งอาการจะหนักนะคะ”

จอร์จิน่ามองตามสายตาของแคโรไลน์ที่มองบันไดหลายขั้นที่เดินขึ้นมา ร่างสูงบอกเป็นเชิงนัยว่า บันไดไม่ถึงสิบกว่าขั้นก็ทำเธอโหม่งพื้นตายได้

“รู้แล้ว จะไปทำอะไรก็ไปซิ รำคาญ”

“…” แคโรไลน์ยังคงหน้านิ่งชวนหมั่นไส้ เธอรอให้จอร์จิน่าสะบัดหน้าเข้าห้องก่อน แล้วค่อยเดินลงมาชั้นล่าง

และเหตุการณ์นั้นอยู่ในสายตาของป้าแอนเน็ตทั้งหมด หญิงชรายิ้มออกมาเมื่อเห็นภาพเหล่านั้น นิสัยของคุณหนูคนโตของตระกูลไม่เคยเปลี่ยน เธอเป็นแบบนี้มานานมากแล้ว เธอไม่ยอมคน เถียงหัวชนฝา ดื้อรั้น แอนเน็ตยอมรับว่าเมื่อมีแคโรไลน์เข้ามาทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด คุณหนูของเธอยอมสงบทุกครั้งที่โดนนิ่งใส่ หรืออาจจะเพราะทนความนิ่งน่ารำคาญนั้นไม่ได้ก็เลยยอมให้ตลอด หญิงชราชอบที่เป็นแบบนั้น เธอมองว่าน่ารักดี

ตอนนี้เธอก็ได้แต่หวังเพิ่งแคโรไลน์ทุกอย่าง


จอร์จิน่าใช้เวลาทั้งหมดขลุกอยู่ในห้องที่แสนจะคุ้นเคย เธอแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าห้องนี้เป็นของเธอ เธอไม่เคยกลับมาที่นี่ตั้งแต่จบมหาลัยแล้ว นับรวมๆ ก็ประมาณเกือบเก้าปี เธอหลีกเลี่ยงที่นี่มาโดยตลอด หลายสิ่งหลายอย่างไม่น่าจดจำเท่าไหร่ จอร์จิน่าหวนคิดถึงสิ่งแรกเริ่มของชีวิตเธอ

พ่อของเธอร่วมลงทุนทุกอย่างในนิวยอร์กหลังจากที่แม่ของเธอตายที่ออสเตรเลีย เราอาศัยอยู่ที่ควีนส์ และพ่อเริ่มสร้างบริษัท แม้กระทั่งโครงการบ้านจัดสรร จอร์จิน่าพยายามคิดหาวิธีออกจากบ้านหลังนี้ตลอดเวลาตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย ทันทีที่รู้ว่าพ่อมีผู้หญิงคนใหม่ ผู้หญิงคนนั้นก็ใจดีมากน่ะนะ แต่ไม่สามารถซื้อใจจอร์จิน่าได้ ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยอยู่ที่คฤหาสน์ เพราะจอร์จิน่าไม่ปลื้ม แต่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในบ้านจัดสรรแห่งนี้แทน พ่อของเธอก็ไม่กล้าที่จะให้อีกคนย่างเข้ามาในคฤหาสน์ เพราะเห็นแก่ลูกสาว แต่ตอนที่จอร์จิน่าอยู่เธอไม่รู้ว่าผู้เป็นพ่อพาแม่เลี้ยงเข้ามาหรือไม่ จะเรียกว่าแม่เลี้ยงก็ไม่ถูก เพราะพ่อยังไม่แต่งงานกับเธอ จนกระทั่งตอนนี้จอร์จิน่าก็ไม่เข้าใจเหตุผลนั้น

“…” จอร์จิน่ามองตึกสูงที่อยู่ไกลลิบลับ แล้วอดคิดถึงก็ความสำเร็จของตัวเองไม่ได้ เธอก่อตั้งบริษัทเมอร์โร่ว์ขึ้นมาตั้งแต่อายุยี่สิบหกปี และตอนนี้สิ่งนั้นคือความภาคภูมิใจของเธอ

“คุณจอร์จิน่า” ประตูห้องของเธอถูกเคาะ และเปิดออกมาโดยคนร่างสูง ความทรงจำครั้งเก่าของเธอเหือดหายไป

แคโรไลน์นำอาหารมื้อกลางวันมาให้เธอ ร่างสูงเดินเข้ามาเงียบๆ แล้ววางอาหารลงที่โต๊ะเล็กๆ ตรงมุมห้อง เธอกำลังมองดูว่าจอร์จิน่ากำลังจะออกปากสั่งอะไรเธอหรือไม่ ร่างบางกำลังรับลมอยู่ที่ระเบียบ ซึ่งแคโรไลน์ไม่กล้าจะเอ่ยปากขัดอะไร เมื่อเห็นว่าอีกคนเงียบ แคโรไลน์ก็หวังจะเดินออกไป แต่ว่าอีกคนร้องเรียกขึ้นมาก่อน

“เดี๋ยว”

“…” แคโรไลน์หยุดเดิน แล้วหันมามองอีกคน

“ฉันอยากออกไปข้างนอก”

“คุณควรจะพักผ่อนก่อนนะคะ เพิ่งมาถึงได้ไม่นาน แล้ว…”

“ทำไม ฉันเบื่อที่จะอยู่ห้องบ้าๆ นี่”

ห้องของจอร์จิน่ากว้างขวาง พอจะมีโต๊ะทำงาน มุมอ่านหนังสือพร้อมหนังสือหลายพันเล่ม และชุดโซฟานั่งเล่นเป็นชุดได้สบายๆ แต่เธอก็เบื่อหน่าย มันไม่ได้ช่วยให้เธอดีขึ้นเลยสักนิด

“คุณเดินไปไหนไม่ได้ไกล”

“ฉันจะออกไป เดี๋ยวนี้!” เธอพูดราวกับเด็กเอาแต่ใจ แต่แคโรไลน์ก็ไม่ได้ทำตามที่เธอพูดสักนิด ยัยนี่จริงๆ เลย!

“ขอโทษด้วยนะคะ แต่มิสเตอร์เวสท์บอกฉันว่าคุณไม่ควรจะออกไป”

“ฉันไม่ได้อยู่ในคุกนะ เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงไม่อยากมาที่นี่”

“มิสเตอร์เวสท์เป็นห่วงคุณนะคะ”

จอร์จิน่าเดินเข้าไปผลักอีกคน “ฉันไปเองก็ได้!”

ร่างบางทำท่าจะเดินออกไป แต่แคโรไลน์ขวางเอาไว้

“ถ้าคุณจะออกไป ฉันจะตามคุณทุกฝีก้าว ทุกที่ที่คุณไป”

“นี่ …ฉันไม่ไปแล้วก็ได้!” เธอเปลี่ยนใจ พร้อมมองแคโรไลน์ตาเขียวปั๊ด จอร์จิน่าไอออกมาเมื่อใช้เสียงทำให้แคโรไลน์กลั้นขำเอาไว้ อวดดีจริงๆ เลยผู้หญิงคนนี้

“มิสเตอร์เวสท์บอกว่าถ้าคุณพักผ่อนอยู่บ้านได้สองวัน เขาจะให้คุณออกไปไหนก็ได้”

“จริงเหรอ?” เธอดูสนใจกับเงื่อนไขนั้น

“…แต่แค่ในควีนส์เท่านั้น”

“…?!” จอร์จิน่ากลับมาหน้าบึ้ง แต่ก็ดีกว่าที่ไม่ได้ออกไปไหนล่ะน่า ถ้าเธอขัดคำสั่งแอบออกไปข้างนอก พ่อคงสั่งการ์ดมาเพิ่มมากขึ้น และไม่ได้มีแค่แคโรไลน์คนเดียวแน่ๆ

“ก็ได้ ออกไปได้แล้ว ฉันจะนอน”


จอร์จิน่าตื่นขึ้นมาอีกทีในช่วงเย็น เธอนอนนานเกินไปจนน่าตกใจ แต่แล้วก็ได้เวลาที่เธอจะลุกขึ้นสำรวจห้องตัวเองจริงๆ จังๆ สักที จะพูดว่าสำรวจก็ไม่ใช่ เพราะเธอไม่ได้ใส่ใจอะไรนอกจากรูปถ่ายสมัยเกรดสิบสอง เป็นรูปที่จอร์จิน่าเกาะอยู่ที่แขนของเอลิซาเบธ และรีเบคก้า ยิ้มสวยงามในงานพรอม จอร์จิน่าจำได้ว่ารีเบคก้าได้เป็นควีนในงานปีนั้นด้วย พร้อมกับคิงคือแฟนบอยของรีเบคก้าที่หล่อจนเพื่อนๆ อิจฉา จอร์จิน่ายิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต มีหลายรูปอยู่ในกรอบที่พวกเธอถ่ายร่วมกัน

จอร์จิน่าเลิกสนใจเรื่องนั้นก่อนที่จะนั่งลงที่หน้าคอมพิวเตอร์ เปิดดูข่าวสารในสังคมสักหน่อย หญิงสาวถึงกับเบ้ปาก เมื่อเห็นสำนักข่าวใหญ่ลงข่าวของอิตาโลเวลกำลังฉีกยิ้มหล่อๆ มอบเงินหลายล้านให้มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้า และข่าวถัดมาคือเพื่อนสาวของเธออย่าง เอลิซาเบธ เพย์ตัน ชนะการประมูลหนังสือภาพเก่าหายาก ด้วยจำนวนเงินที่จอร์จิน่าเห็นแล้วจะเป็นลม มันไม่ค่อยมีข่าวไหนน่าสนใจ จนกระทั่งข่าวย้อนหลังเกือบอาทิตย์หนึ่ง มันเป็นข่าวซุบซิบคนดังทั่วไป และจอร์จิน่าสนใจขึ้นมา

[สองสาวดีไซเนอร์ชื่อดัง รีเบคก้า อาร์เชอร์ เฮเลน่า เพย์ตัน

นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน จับมือดีกันแล้วจริงหรือ?]

“อะไรเนี่ย?”

ท่าทางของทั้งสองดูร่าเริงมีความสุขกันจนจอร์จิน่าเกิดอาการหวงขึ้นมา แน่นอนว่า เธอมีนิสัยขี้หวงสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนของเธอก็ตาม แต่จะไปมีข่าวกับใครก็ได้ ทำไมต้องไปทำตัวญาติดีกับยัยนั่นด้วยล่ะ? จอร์จิน่ารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก และตามหามือถือกะว่าจะโทรไปหารีเบคก้า แต่ลืมไปว่ามือถือของตัวเองพังไปแล้ว เธอจึงส่งเมลหารีเบคก้าและแนบข่าวนั้นไปด้วย พร้อมข้อความ

‘ข่าวนี่มันอะไร ฉันงอนเธอแล้ว!’

จากส่งข้อความทิ้งระเบิดให้เพื่อนนั้นไป จอร์จิน่าก็ปิดคอมพ์ทันทีด้วยอารมณ์หงุดหงิด เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ารีเบคก้าจะทำยังไงกับเรื่องนี้

จอร์จิน่ากระแทกตัวนั่งที่เตียงนุ่มอย่างหงุดหงิดแต่ก็ต้องย่นหน้า เพราะเจ็บแปลบขึ้นมาที่ก้นกบ เธอยังไม่หายหงุดหงิดจึงระบายอารมณ์ด้วยการเหวี่ยงหมอนไปตรงกลางห้อง แล้วสายตาของเธอก็ไปสะดุดอะไรบางอย่างที่ด้านบนชั้นวางหนังสือ

“…?” กล่องอะไรน่ะ? จอร์จิน่าลืมเรื่องหงุดหงิดเมื่อครู่ทันที เธอเดินเข้าไปหาชั้นวางหนังสือ และหาวิธีที่จะเอากล่องนั้นลงมาให้ได้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จอร์จิน่าขึ้นเหยียบที่โซฟามุมอ่านหนังสือ เขย่งปลายเท้า

คว้าไม่ถึงเลย

จอร์จิน่ามีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่แผลฟกช้ำบริเวณเอว แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เธอขึ้นไปเหยียบที่พนักพิงโซฟา

จับได้แล้ว… อ๊ะ!

“…!” กล่องนั้นร่วงลงพื้นเสียงดัง มันไม่ได้ร่วงลงมาแค่กล่องใบนั้น แต่จอร์จิน่าก็ร่วงลงมาด้วย กล่องนั้นตกลงพื้น ส่วนจอร์จิน่าพาดอยู่กับพนักพิง ใบหน้าของเธองุบลงเบาะโซฟา

ประตูห้องของเธอถูกเปิดออก

“คุณ ทำอะไร…” เสียงของแคโรไลน์ดังขึ้น เธอมองไปยังกล่องที่ตกอยู่ กับสภาพของจอร์จิน่าก็พอจะเดาเหตุการณ์ออก

จอร์จิน่าแอบเห็นแคโรไลน์พยายามกลั้นหัวเราะ

หน็อย! ไม่ช่วยแล้วยังจะมาหัวเราะอีก

“ฉันอยู่ห้องข้างๆ ได้ยินเหมือนเสียงอะไรตก ก็เลยเข้ามาดู”

“งั้นก็มาช่วยฉันซิ ยืนโง่อยู่ทำไม” จอร์จิน่าด่าเข้าให้ ร่างสูงก็เลยเข้ามาช่วยเธอ จัดการให้กลับมาอยู่ในท่ายืนได้สำเร็จ

“คุณอยู่เฉยๆ ไม่เป็นจริงๆ”

“แล้วใครจะเก่งเรื่องนิ่งเฉยเป็นปักหมุดอย่างเธอล่ะ?”

“คุณหาเรื่องเจ็บตัวอยู่ตลอด เพราะอย่างนี้ฉันถึงต้องคอยระวังให้คุณ แต่ก็ไม่สำเร็จ” แคโรไลน์เปลี่ยนเรื่อง

“อย่ามาบ่ายเบี่ยง ฉันกำลังด่าเธออยู่ ไม่ใช่ให้เธอมาบ่นฉัน”

“…” แคโรไลน์หยุดต่อปากต่อคำ และจอร์จิน่าเพิ่งสังเกตว่าแคโรไลน์เปลี่ยนเป็นแต่งตัวสบายๆ เข้ากับการอยู่ในบ้าน อาจจะเป็นเพราะพ่อของจอร์จิน่าสั่งให้เปลี่ยนชุด ร่างสูงสวมกางเกงสีขาว และเสื้อยืดตัวโคร่งสีน้ำตาล แคโรไลน์ดูแปลกตาในชุดลำลอง แต่ก็ใช่ว่ามันไม่เหมาะกับร่างสูงเลย เธอใส่อะไรก็ดูดี เพราะความสูง และไหนจะรูปร่างหน้าตาอีก บางทีจอร์จิน่าก็อิจฉาอีกคนจริงๆ

แคโรไลน์มองไปที่กล่องขนาดกลาง และสิ่งที่ตกเกลื่อนกลาดออกมาจากกล่องใบนั้น มันเป็นสมุดนิทานเก่าๆ รูปวาดฝีมือเด็ก และรูปถ่ายเยอะมากทีเดียว เธอทรุดตัวลงเก็บสิ่งเหล่านั้นลงกล่อง แต่ก็สะดุดกับภาพถ่ายหลายใบ เด็กหญิงผมบลอนด์กำลังป้อนข้าวให้น้องชายตัวเล็กวัยเต๊าะแเต๊ะ บางรูปเธอให้น้องชายขี่หลัง และภาพถ่ายรวมครอบครัวเวสท์ พ่อ แม่ ลูก ทุกคนตอนนั้นมีใบหน้าที่เปื้อนยิ้มดูมีความสุขมากล้น

รูปพวกนั้นโดนกระชากออกจากมือของแคโรไลน์ จอร์จิน่าคงจะอายรูปสมัยเด็กๆ

“อย่าเสียมารยาทดูรูปของฉันนะ”

“…” แคโรไลน์ไม่ได้ตอบโต้พร้อมกับยืนขึ้นเต็มความสูง เธอหวังดีจะช่วยเก็บแท้ๆ ก็โดนต่อว่าอีก

แคโรไลน์นิ่งเสียจนจอร์จิน่าหงุดหงิด ทำไมต้องทำตัวเงียบๆ แบบนั้นด้วย แคโรไลน์เก่งเรื่องทำให้คนที่อยู่ใกล้ๆ กลายเป็นไร้ตัวตนชะมัด

ดี! ลองมุกนี้แล้วกัน ฉันจะทำให้หน้านิ่งๆ ของเธอเปลี่ยนไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!

จากความหมั่นไส้กลายมาเป็นแกล้ง

จอร์จิน่าดึงแคโรไลน์ให้เดินตามเธอมา แคโรไลน์งุนงง ในขณะที่จอร์จิน่ายกยิ้มให้เธอก่อนจะผลักเธอลงไปที่เตียง

วูบนั้นแคโรไลน์ตกใจ และแตกตื่นเมื่อจอร์จิน่านั่งทับเธออยู่ที่ตักในท่าคร่อม

“คุณจะทำอะไร…” แคโรไลน์ตาโต นั่นเป็นสีหน้าที่จอร์จิน่าต้องการจะเห็น

“แล้วคิดว่าฉันจะทำอะไรดีล่ะ ฉันอยากจะให้ใบหน้านิ่งๆ ของเธอดูเต้นตื่นหน่อยไม่ได้หรือไง เธอมีหน้าเดียวหรือไงแคโรไลน์”

“…!” แคโรไลน์ตกใจเมื่อมือหนึ่งของจอร์จิน่าเลิกชายเสื้อยืดของเธอขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องที่แข็งแรงสุขภาพดี และผิวที่เรียบเนียน แคโรไลน์มีหน้าท้องที่แข็งแรงและราบเรียบจนจอร์จิน่าเผลอมองอย่างเสียไม่ได้

“นี่คุณ!” แคโรไลน์ที่อยู่ใต้ร่างจับหมับเข้าที่มือของจอร์จิน่าเพื่อไม่ให้เลิกสูงขึ้นมากกว่านี้

จอร์จิน่านิ่วใบหน้าด้วยความเจ็บปวด เธอยังอาการไม่คงที่แต่ยังอยากแกล้งอีกคน ส่วนแคโรไลน์เมื่อเห็นว่าทำจอร์จิน่าเจ็บก็เอามือออกทันที และนั่นเป็นการเปิดช่องว่างให้คนที่อยู่บนร่าง

“ไหนดูซิ เธอจะนิ่งได้นานแค่ไหนกันเชียว”

น้ำเสียงเซ็กซี่บาดใจเอื้อนเอ่ยเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่จอร์จิน่าจะโถมเข้าที่ซอกคอของแคโรไลน์ จอร์จิน่าคิดว่าเธอจะล้อเล่นแล้วยอมปล่อย แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วเธอก็สนุกเกินขอบเขต เธอเริ่มติดใจในอุณหภูมิร้อนของร่างกายอีกฝ่าย และกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของแคโรไลน์

“พอได้แล้ว” แคโรไลน์ยอมรับว่าตกใจ แต่เธอก็มารยาทดีพอที่จะไม่ทำให้จอร์จิน่าต้องเจ็บตัว เธออยากผลักอีกคนออกเต็มแรง แต่ว่ากลัวจอร์จิน่าจะเจ็บ นี่ขนาดป่วยอยู่ยังอันตรายขนาดนี้

“…!” แคโรไลน์สะดุ้งเมื่อปลายลิ้นร้อนๆ ของจอร์จิน่าเลียที่คอยาวไปจนถึงใบหู เธอขบและดึงที่ใบหู แคโรไลน์ได้ยินเสียงอีกคนหัวเราะ หึหึ ในลำคอ

“หยุด หยุด” แน่นอนว่าแคโรไลน์หลุดเสียงดังออกมาพร้อมกับเสียงหอบหายใจแรงๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ซ่อนลึกอยู่ในตัว เธอกำลังแตกตื่น และจอร์จิน่าพอใจ

“พูดคำว่า ยอมแพ้ สิ” เสียงหวานกระซิบที่ข้างหู

“…?” แคโรไลน์ไม่เข้าใจที่อีกคนพูด แต่เธอต้องพูดคำนั้นให้จบๆ ทันทีที่เธอกำลังจะพูดริมฝีปากของจอร์จิน่าก็พรมจูบที่คอ มาถึงสันกราม หากเธอไม่พูดอะไรสักอย่างออกไปมีหวัง….

“ยอมแพ้…”

จอร์จิน่าผละออกทันที แต่ใบหน้ายังอยู่ใกล้แคโรไลน์ เธอหัวเราะคิกคิกพอให้เหมือนเด็กๆ เมื่อเห็นสีหน้าของอีกคน ก่อนจะเอาปลายนิ้วมาจิ้มที่แก้มของแคโรไลน์ ที่เห็นๆ อยู่ว่าหน้าแดง

“เธอยอมแพ้ฉันแล้วซินะ ฉันชนะสักที”

“แล้วคุณก็ช่วยออกไปจากตัวของฉันด้วย”

จอร์จิน่ามองใบหน้าอีกคนที่กลับมาเป็นนิ่งเฉย

แคโรไลน์เป็นผู้หญิงที่สวย สวยมากคนหนึ่ง

ให้ตายเถอะ! แล้วเธอจะมาทำท่าชื่นชมทำไม แล้วที่สำคัญเธอมีความรู้สึกเสียดายที่จะผละออกจากคนใต้ร่างซะอย่างงั้น

ประตูเปิดออก เสียงอะไรสักอย่างหล่นลงพื้น

“…!”

“…!”

จอร์จิน่าที่ยังคงทับอยู่บนร่างของแคโรไลน์มองขวับไปพร้อมกับคนใต้ร่าง

“…?!” จอร์แดนกำลังอ้าปากพะงาบๆ แผ่นดีวีดีสตาร์วอร์เกือบสิบแผ่นร่วงหล่นลงพื้นเกลื่อน

“พะ พวกพี่ ทะ ทำอะไรกัน…”

เข้ากำลังพยายามพูดออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“มะ ไม่เป็นไร ไม่ต้องตอบ พวกพี่ต่อกันเถอะ ผมไม่กวนแล้ว”

“แดน วิ่งไปไหนล่ะนั่น” จอร์จิน่ากำลังจะอ้าปากพูด แต่น้องชายวิ่งหนีออกไปทิ้งสตาร์วอร์เอาไว้หน้าห้อง จอร์จิน่าทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที

“ไง เห็นความสนุกของคุณหรือยังว่าทำให้ใครเข้าใจผิดได้บ้าง”

“…!”

ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าน้องชายเธอจะเข้ามาได้จังหวะขนาดนี้




_____________________________________________

มาต่อให้แล้วเนาะ  

เอลลี่หวังจะเข้าใกล้ แต่พลาดไปอีกตามเคย

ส่วนจีน่าเอาแต่ใจตัวเองทุกครั้ง

และสุดท้ายจอร์แดนมาเห็นฉากสำคัญพอดี555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น