[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 6 : FOUR

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    7 ก.ค. 61

จอร์แดนเดินลงมาจากรถด้วยท่าทางแจ่มใส เมื่อจอร์จิน่าสั่งให้แกรี่ไปรับเขาแต่เช้า ตามที่เขาได้ขอพี่สาวเอาไว้ เขาพูดกับพ่อว่าสัปดาห์นี้จะมาอยู่กับจอร์จิน่า จากนั้นอาทิตย์หน้าเขาจะกลับบ้านที่ควีน

“ขอบคุณนะแกรี่ ฉันคงไม่กวนแล้วล่ะ กลับไปได้แล้ว” เขาเอ่ยขึ้นกับคนขับรถผิวสีที่หิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็กลงมาจากท้ายรถ

“เดี๋ยวกระเป๋าฉันถือเองแกรี่” แกรี่ขัดอะไรจอร์แดนไม่ได้ เพราะโดนอีกคนแย่งไปแล้ว

“ผมไม่อยากโดนมิสเวสท์ต่อว่าครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า” เขายิ้ม ก่อนถาม “ว่าแต่นายไม่ต้องกลับไปหรอ วันนี้วันหยุดนะ”

“อ่อ พอดีว่ามิสเวสท์ไม่หยุดทำงานหรอกครับ แต่จะไปสายนิดหน่อย ถ้าเป็นวันเสาร์แบบนี้เธอจะเข้าบริษัทสิบโมงครับ แต่ก็ไม่ได้อยู่จนถึงตอนเย็นเหมือนเช่นทุกวัน”

“แล้วคุณเคยมารับพี่สาวของผมไม่ทันเวลาหรือเปล่า?” เขาถามกวนๆ

“ถ้าเกิดเรื่องนี้ขึ้นผมก็คงจะหายนะทั้งวันครับ”

จอร์แดนหัวเราะ “นั่นแหละพี่สาวผม” เขาตบไหล่แกรี่คล้ายให้กำลังใจ

“ผมไปก่อนนะ แล้วเจอกัน” จอร์แดนเดินเข้าไปในตึกหรู เขามิวายหันมาโบกมือให้แกรี่

จอร์แดนเป็นเด็กหนุ่มที่อารมณ์ดี และเป็นมิตร มองยังไงๆ สองพี่น้องเวสท์ก็ต่างกันลิบลับ แกรี่ได้แต่คิดอยู่ในใจ แต่จะว่าไปทั้งสองคนก็มีด้านดีที่แตกต่างด้วยเช่นกัน แกรี่ทำงานร่วมกับมิสเวสท์มาหลายปี เธอก็ใจดีกับเขามาก แม้จะน้อยนิดก็ตามที แต่เขาก็เต็มใจที่จะรับใช้เจ้านายคนนี้มาโดยตลอด แม้แต่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องทนอยู่กับจอร์จิน่าได้นานขนาดนี้ คำตอบของเขาได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ สักวันเขาจะตอบได้อย่างเต็มปาก



“หวัดครับป้าแอนเน็ต”

ทันทีที่หญิงชราเปิดประตูต้อนรับ จอร์แดนก็เอ่ยทักขึ้นมาด้วยใบหน้าร่าเริง หญิงชราที่รออยู่โผล่เข้ากอดเขาทันที

“โอ้ คุณหนูของป้า ป้าคิดถึงมากเลยนะคะ”

“ผมก็เหมือนกันครับ และตอนนี้ผมคิดถึงฝีมืออาหารของป้าเต็มแก่แล้ว” เขาโอบเอวป้าแอนเน็ต เดินเข้ามาในห้องครัวและวางกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ครัว ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาที่นี่ แต่เพนท์เฮ้าส์หลังนี้ยังคงสะอาดเหมือนใหม่ แน่นอนว่าพี่สาวเขาเป็นคนเจ้าระเบียบ และทุกอย่างต้องสะอาด

“ป้าเตรียมอาหารโปรดให้คุณหนูแดนแล้วนะคะ ไปรอป้าที่โต๊ะอาหารเลยค่ะ”

“ครับผม” จอร์แดนฟังคำสั่งอย่างว่าง่าย เขาเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปวางไว้ที่โซฟาและย้ายตัวเองมานั่งรอป้าแอนเน็ตที่กำลังตักซุปมะเขือเทศให้เขาอยู่

จริงซินะ …. จอร์แดนหันซ้ายหันขวาแต่ก็ไม่เห็นจอร์จิน่าเลย ปกติก็เป็นคนตื่นเช้า ทำไมวันนี้ไม่เห็นเลย นี่ก็จะปาไปเก้าโมงแล้วด้วย

“พี่ล่ะครับป้า”

“คุณหนูยังไม่ตื่นค่ะ”

“อะไรกันน้องอุตส่าห์มาหาทั้งที แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”

“สงสัยเมื่อคืนคุณหนูดื่มหนักไปหน่อยค่ะ คุณแคโรไลน์โทรมาบอกป้า ป้าเลยมานอนเฝ้าเมื่อคืนนี้ เผื่อคุณหนูต้องการเรียกใช้อะไร”

“งั้น…ให้พี่นอนอีกสักหน่อย เดี๋ยวผมไปปลุกเอง”

จอร์แดนทานอาหารฝีมือของป้าแอนเน็ตอย่างแสนจะคิดถึง เขาไม่ได้ทานอะไรแบบนี้มานานมาก เขารู้สึกอิจฉาพี่สาวที่พ่อส่งป้าแอนเน็ตมาให้ดูแลที่นี่ พี่เขาคงได้ทานอาหารดีๆ อย่างนี้ทุกวันแน่ๆ ถึงอยู่คฤหาสน์และมีเชฟทำให้ทาน แต่เชฟหน้าไหนก็ไม่ทำให้เขาพอใจเท่าป้าแอนเน็ตอีกแล้ว

เขาเปลี่ยนไปดูทีวีหลังทานมื้อเช้าเสร็จ ก่อนจะเหลือบตาไปดูนาฬิกาแขวนผนังที่ตีบอกว่าอีกสิบนาทีจะสิบโมงแล้ว เขาดูทีวีเพลินไปหน่อย แต่พี่สาวของเขาก็ยังไม่ลงมา เขาชะเง้อมองบันได แต่ก็ไม่ยักจะเห็นเงาของพี่สาว

จอร์แดนจึงตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องพี่สาวอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เปิด ไร้จึงการตอบกลับ

“ผมเข้าไปแล้วนะ!” เขาร้องบอก และเปิดประตูเข้าไป

อยู่ๆ หมอนก็ลอยเหวอเข้ามากระแทกหน้าเขาอย่างจัง คนที่ทำคือพี่สาวของเขาที่นอนอยู่บนเตียง และเพิ่งจะตื่นตอนเกือบจะสิบโมง

“แดน…”

“พี่ครับ ทำแบบนี้ได้ยังไง ถ้าเป็นป้าแอนเน็ตล่ะ” เขาบ่นให้อีกคน ที่เพิ่งจะงัวเงียตื่น และลุกขึ้นมา

“ก็เพราะพี่รู้ว่าไม่ใช่ป้าแอนเน็ตไง” เธอบิดขี้เกียจแล้วทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

“วันนี้พี่ไม่ไปทำงานหรอ?”

จอร์จิน่าเบิกตาดีดตัวขึ้นจากที่นอนด้วยท่าทางแตกตื่น เธอมองดูนาฬิกาแขวนผนังอยู่ด้านหน้าก่อนจะรัวพูดอะไรสักอย่างที่จอร์แดนจับประเด็นได้ว่า ‘สายแล้ว’ แต่พอผ่านไปสักพักเธอก็ล้มตัวลงนอนเหมือนอย่างเคย อาการเมาค้างเป็นสิ่งที่จอร์แดนเข้าใจดี

“ไม่ไหว วันนี้ขอหยุดสักวันก็แล้วกัน” เธอพูดเหมือนกับตื่นไม่เต็มที่ ผมฟูชี้จนจอร์แดนสงสารสภาพของพี่สาว

“ดี พาผมไปทัวร์แมนแฮนตัน” เขาทรุดตัวลงนั่งข้างพี่สาว และดึงเธอกลับมานั่ง

“โหย แดน พี่ขอล่ะ ไปพรุ่งนี้เถอะ ไม่เห็นสภาพพี่หรือไง วันนี้พี่ไม่ไหวจริงๆ”

“ก็ได้ๆ งั้นผมไปคนเดียวก็ได้”

“ห้ามไปคนเดียว!” จอร์จิน่าตาสว่างขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าน้องชายของเธอจะดีขึ้นหลังจากการบำบัด แต่ก็ใช่ว่าเธอจะเที่ยวให้น้องชายไปไหนมาไหนคนเดียว เธอจะปล่อยให้เขาเจอเรื่องอะไรที่มากระทบจิตใจไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

“อะไรกัน ก็พี่ไปไม่ได้เองนี่หน่า”

“งั้นให้แคโรไลน์พาไป” จอร์จิน่าตัดสินใจ เพราะไหนๆ เธอก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกอยู่แล้ว อีกอย่าง ไม่เกินสิบนาทีแคโรไลน์ก็น่าจะมาถึง เพราะมันเป็นเวลากับที่เธอจะไปทำงานพอดี

“ดีเลย ผมจะได้ไปเดทกับพี่บอดี้การ์ดคนสวย”

จอร์จิน่ากลอกตากับท่าทีขี้เล่นของน้องชาย ก่อนจะโทรบอกแคโรไลน์ว่าเธอหยุดงานไม่ได้ไปไหน แต่อีกคนต้องมารับน้องชายของเธอออกไปเที่ยวแทน



ผ่านไปสิบนาทีแคโรไลน์ก็เดินเข้ามาในบ้าน จอร์จิน่าอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำกำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่โซนรับแขก เธอทักทายป้าแอนเน็ตอย่างเคย และหยุดอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัว จอร์จิน่าที่นั่งดูทีวีจับรังสีการจ้องมองของแคโรไลน์ได้ เธอจึงหันมาสบตากับอีกคนที่ยืนอยู่ไกลออกไป

“มองอะไร มีอะไรก็รีบๆ พูดมา เธอจะมากดดันอะไรฉัน”

แคโรไลน์ถอนหายใจให้กับคำทักทายแรกของจอร์จิน่า เธอไม่ได้มองเพื่อให้อีกคนรู้สึกกดดันอะไร เธอแค่อยากรู้อาการว่าเมื่อวานที่จอร์จิน่าดื่มหนักขนาดนั้นเธอจะดีขึ้นบ้างหรือไม่ แต่ดูจากลักษณะแล้วเธอก็ดูดีขึ้นกว่าเมื่อวาน

“คุณเมาค้างหายหรือยังคะ?”

“ดูจากสภาพของฉันเอาเองซิ เธอก็รู้แล้วไม่ใช่หรอ?!”


ถึงกับไปทำงานไม่ได้เลย อาการคงหนักจริงๆ


“…?!” จอร์จิน่าเหมือนนึกอะไรออก เมื่อคืนเธอเมามากขนาดไหนกันนะ แน่ล่ะ มันต้องเมามากแน่ๆ เพราะเธอจำอะไรไม่ได้ แถมไม่ได้สติอะไรเลย เดี๋ยวนะ เมามากเลยหรอ?! แล้วเมื่อคืนเธอทำอะไรแย่ๆ ลงไปบ้างเนี่ย! เธอ…จูบกับใครไปกี่คนแล้ว…

พอคิดได้ดังนั้น จอร์จิน่าก็ตวัดสายตาไปที่แคโรไลน์ เธอก็อยากถามอยู่หรอกนะ แต่เธอก็รู้สึกอับอายขึ้นมาดื้อๆ แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องแสร้งแข็งใจถามออกไป

“เมื่อคืนฉันเมามากหรือเปล่า?”

“…” แคโรไลน์พยักหน้าแทนคำตอบ

“แล้วฉันทำอะไรแปลกๆ ไปบ้างมั๊ย?” จอร์จิน่าลดเสียงลง เธอไม่อยากให้ป้าแอนเน็ตได้ยิน แต่ก็แค่นั้นแหละ ป้าแอนเน็ตทำเป็นไม่ได้ยินอยู่แล้ว เธอเลือกที่จะเงียบทุกครั้งในเรื่องของเจ้านาย

“…” แคโรไลน์ส่ายหน้า

จอร์จิน่าโล่งอก แต่ประโยคทันมาทำให้จอร์จิน่าชะงัก

“คุณกลัวว่าตัวเองจะทำอะไรหรอคะ?”

“…!” คำพูดของแคโรไลน์สะกิดใจจอร์จิน่า แววตาของร่างสูงอ่านยาก แต่ไม่หรอก…ไม่ได้อ่านยากอะไร ยัยนี่ต้องรู้อะไรแต่ไม่ยอมบอก

“เธอรู้อะไร แต่ไม่ยอมบอกฉันหรอ?”

แคโรไลน์นิ่งไม่แสดงสีหน้าใดๆ

“นี่รู้อะไรน่ะ!” จอร์จิน่ายืนเต็มความสูง เดินปรี่มาที่แคโรไลน์แทบจะทันที แต่คนตัวสูงแค่ส่ายหน้าและพูดว่า

“ไม่มีอะไรค่ะ”

“อย่ามากวนประสาทฉันนะ ฉันเล่นงานเธอจริงๆ ด้วย”

“คุณจะเล่นงานฉันยังไง” แคโรไลน์พูดเสียงเรียบเธอไม่ได้ตอบคำถามอะไรจอร์จิน่าเลย มันคงจะยากถ้าหากเค้นเอาง่ายๆ แบบนี้ แคโรไลน์ไม่มีทางตอบหรอก แถมยังมาสบประมาทเธออีก


หนอย~ มาหยามกันได้นะ


จอร์จิน่าชี้หน้าของอีกคนอย่างคาดโทษ ก่อนจะหันหลังเดินไปหยิบแอปเปิ้ลที่ตะกร้าผลไม้บนโต๊ะอาหารแล้วปาใส่แคโรไลน์ทันที จอร์จิน่ากะจะเล็งที่หน้าแต่มันพลาดเป้าไปโดนที่ไหล่แทน แน่นอนว่าแคโรไลน์คงจะเจ็บ แต่เธอแค่ทำหน้าคาดไม่ถึงกับสิ่งที่จอร์จิน่าจะทำ

แคโรไลน์มองอีกคนแล้วส่ายหน้าเอือมๆ ส่วนป้าแอนเน็ตวิ่งเข้ามาคั่นกลางระหว่างทั้งสอง

“คุณหนูใจเย็นๆ ก่อนนะคะ”

“ถ้าฉันใจเย็นกว่านี้คงเป็นแม่ชีไปแล้วสิ!” เธอขึ้นเสียงแว้ดใส่หญิงชรา แคโรไลน์ออกมายืนข้างๆ ป้าแอนเน็ตเธอรู้สึกไม่ดีที่จะให้คนแก่มาปกป้องเธอที่เอาแต่ยืนอยู่ข้างหลัง

“ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะป้า” แคโรไลน์พยายามทำให้อีกคนคลายกังวล

“อ่อ งั้นดีเลย ลองอีกลูกมั๊ยล่ะ คราวนี้เข้าเป้าแน่!” จอร์จิน่าหันไปหยิบอีกลูก เธอง้างมือเต็มที่

“โว้วๆ จีน่า อะไรของพี่เนี่ย!” จอร์แดนที่เพิ่งลงมาจากห้องรีบถลาลงมาปรามเหตุการณ์ เขาคว้าแอปเปิ้ลจากมือพี่สาวออก แล้วกัดไปคำหนึ่ง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เห็นจะเป็นอย่างที่แกรี่เล่าให้ฟัง เขาบอกว่าจอร์จิน่าไม่ค่อยชอบหน้าแคโรไลน์ทั้งๆ ที่อีกคนก็ดีเสียเหลือเกิน ทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง แต่พี่สาวของเขาก็ไม่ถูกชะตาอยู่ดี และวันนี้เขาได้มาเห็นกับตาแล้ว อาการพี่ของเขาที่มีต่อบอดี้การ์ดหนักพอดู

“พี่ ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ ผมจะไม่ถามหรอกนะว่ามีเรื่องอะไรกัน” เขากัดแอปเปิ้ลอีกคำหนึ่ง และหันไปหาแคโรไลน์

“เราไปกันเถอะครับพี่แครล์” เขาเรียกชื่ออย่างสนิทสนม จนแคโรไลน์รู้สึกอึดอัด แต่เธอก็พยักหน้าให้อีกคน

จอร์จิน่าทำหน้ายุ่งเธอส่งเสียงฮึดฮัดก่อนจะสะบัดหน้าขึ้นข้างบนห้องไป แต่ก็มิวายได้ยินเสียงเตือนของเธอดังเล็ดลอดลงมาข้างล่าง

“กลับไม่เกินห้าโมงเย็นนะ ไม่งั้นนายกลับไปนอนที่ควีนเลย”

จอร์แดนหัวเราะเบาๆ และหันมาพูดกับแคโรไลน์ “มนุษย์พี่สาว”

แคโรไลน์ไม่คิดว่าจอร์จิน่าเป็น ‘มนุษย์พี่สาว’ แต่เธอคิดว่าจอร์จิน่าเป็น ‘มนุษย์ที่เอาแต่ใจ’ ถึงจะถูก


เอาล่ะ จอร์จิน่าโกหกว่าเธอจะไม่ออกไปไหน แต่เมื่อจอร์แดนออกไปอีกหนึ่งชั่วโมงถัดมาจอร์จิน่าก็บึ่งรถถ่อสังขารมาไกลถึงบลู๊คลิน แถมยังขับรถมาเองอีกต่างหาก เธอนัดพบกับใครคนหนึ่งที่ร้านน้ำชาบรรยากาศดี พนักงานนำชาชั้นดีมาเสิร์ฟพร้อมกับเค้กชิ้นเล็กๆ ที่เธอสั่ง จอร์จิน่ารู้สึกทรมาน แม้ว่าตอนนี้เธอหิวจนจะเขมือบแกะไปได้ทั้งตัว แต่กลับกินอะไรไม่ลงเลยสักนิด เพราะอาการเมาค้างของเธอนั่นเอง เธอได้แต่นั่งมองเค้กมะนาวและสังเวชตัวเองในใจ

“สวัสดีครับมิสเวสท์” ชายวันสี่สิบสองปี หน้าตาดูแก่กว่าอายุ แต่งตัวเรียบร้อยกล่าวทักเธอ จอร์จิน่าเชิญให้เขานั่งลง และผายมือให้เขารินชาเอง เพราะเธอไม่เคยจะบริการอะไรให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ชายคนนี้มีท่าทีเหนื่อยล้า สมกับอาชีพของเขาอยู่มาก เขารินชาและรีบจิบมันราวกับกระหายน้ำ

“เรื่องที่ฉันให้ไปสืบ ได้เรื่องมั๊ย?”

เขายิ้มในความใจร้อนของจอร์จิน่า ก่อนจะตอบ “ได้มาทุกอย่างที่มิสเวสท์ต้องการครับ”

เขายื่นซองสีน้ำตาลอย่างหนาระดับหนึ่งมาให้จอร์จิน่า เธอหยิบรูปมาดูก่อนเป็นอันดับแรก

“สาวผมบลอนด์ซินะ น้องชายฉันเข้าใจเลือก หน้าตาใช้ได้เลย”

“เธอเพิ่งย้ายมาที่แมนแฮนตัน เรียนไฮสคูลที่ออสเตรเลีย เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ก่อนที่ปีสุดท้ายจะโอนหน่วยกิตมาที่มหาวิทยาลัยแกสตันนิวยอร์ก”

“แล้วประวัติการใช้ชีวิตของเธอล่ะ มีเรื่องฉาวๆ บางมั๊ย?”

“จะว่ายังไงดี…เธอเป็นคนค่อนข้างจะซับซ้อน ผมตามดูเธอได้หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เธอเป็นเด็กมหาวิทยาลัยธรรมดาทั่วไป หัวดี ฉลาด และเรียนเก่ง แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คุณต้องสนใจ”

เขาว่าพลางยื่นรูปอีกจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือเขาให้จอร์จิน่าดู เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังเชยชมมัน เขาก็เล่าประกอบ

“ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ ก็อย่างที่คุณเห็น เธอคบกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า และแน่นอนว่ามีผู้หญิงด้วย”

“โอ้ว ยัยนี่เป็นเด็กที่น่าสนใจดี ขนาดน้องชายฉันยังดูไม่ออกเลย สงสัยสับรางเก่งใช่ย่อย” จอร์จิน่าเบ้ปากหมั่นไส้

“เธอจะดูดีเสมอเมื่ออยู่กับครอบครัว แต่พอละสายตาไปก็จะกลายเป็นอีกคน”

“ฉันพอจะเข้าใจแล้ว…เด็กคนนี้ชอบความท้าทาย” เธอเงยหน้าขึ้นจากรูปพวกนั้นแล้วมองหน้าเขา “ให้ฉันเดานะว่าเป็นลูกคนมีอันจะกิน”

“ครับ ทางบ้านเธอฐานะค่อนข้างดีพอสมควร”

จอร์จิน่าไม่ได้บอกให้เขาสืบเรื่องครอบครัว เธอไม่ได้สนใจครอบครัวของเด็กนี่เท่าไหร่ เธอสนใจแค่การใช้ชีวิตของอีกคนต่างหาก

“มีอะไรที่จะพอทำร้ายเด็กคนนี้ได้มั๊ย?”

เขาหัวเราะแห้งๆ “เอ่อ เรื่องนี้ผมไม่สนับสนุนให้มิสเวสท์ทำหรอกนะครับ เพราะว่า…”

“เงียบเถอะ” จอร์จิน่ายกมือห้าม เขาหุบปากแทบจะทันที และเขาก็ไม่ได้อยากจะขัดใจอะไรจอร์จิน่าอยู่แล้ว เพราะอีกคนเป็นถึงลูกค้าประจำของเขาเชียว แถมจ่ายหนักกว่าลูกค้าคนอื่นเป็นไหนๆ

หญิงสาวดูเอกสารประวัติอย่างคร่าวๆ จนในที่สุดก็สะดุดเข้ากับรายละเอียดบางอย่าง


สถานที่ฝึกงาน : Tadeo Corporation

(ผ่านเข้ารับการฝึกงาน)


จอร์จิน่าขมวดคิ้ว เธอรู้จักบริษัทนี้ดี และเธอไม่ค่อยจะชอบหน้าเจ้าของบริษัทสักเท่าไหร่ พูดตามตรง จอร์จิน่าประหม่าทุกครั้งที่ได้เผชิญหน้ากับผู้บริหารทาดิโอ้ แต่เธอไม่ยอมแพ้หรอก เธอแค่อยากจะสั่งสอนยัยเด็กนี่ให้หลาบจำบ้าง เพราะฉะนั้นเธอจำเป็นต้องติดต่อผู้บริหารทาดิโอ้อย่างด่วนที่สุด เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ยัยนี่กระเด็นออกจากการฝึกงานของบริษัทยักษ์ใหญ่ให้เร็วที่สุด และเธออยากรู้ว่าเด็กคนนี้จะมีสีหน้ายังไงถ้าได้ยินข่าวร้าย เธออยากรอดูผลงานตัวเองเชียวล่ะ

หลังจากนักสืบเดินออกไปเมื่อหมดธุระแล้วจอร์จิน่าอยู่ต่ออีกสักหน่อย เธออยากดื่มชาระงับอาการเมาค้าง เธอไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่มันจะหายขาด และทันใดนั้นเก้าอี้ตรงข้ามก็มีคนถือวิสาสะนั่งลง จอร์จิน่าขมวดคิ้ว แต่เมื่อเห็นเป็นโลเวล ฮิลตัน เธอก็เบ้ปากใส่

“คุณทักทายแขกอย่างนี้หรอจีน่า”

“แล้วไง คุณไม่ใช่แขกฉันสักหน่อยทำไมต้องยิ้มต้อนรับด้วย”

“นั่นน่ะซินะ ผมก็ลืมเรื่องนั้นไป” เขายิ้ม แล้วพิจารณาดูใบหน้าของอีกคน ที่ไม่ได้ดูสดชื่นอะไรเลย

“สีหน้าคุณดูเหนื่อยๆ นะ”

“…” จอร์จิน่าไม่ตอบ เธอเมินหน้าไปทางอื่น

“บรู๊คลินมันกว้างซะยิ่งกว่าแมนแฮนตัน แต่ผมก็บังเอิญเจอคุณที่นี่จนได้ น่ายินดีอะไรอย่างนี้ คุณมาทำอะไรที่นี่ นัดดูตัวกับนักธุรกิจอายุมากกว่าหรอ?” เขาบังเอิญเห็นทั้งสองได้สักพักแล้วแต่ก็ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรกัน ดูเหมือนไม่ได้นัดดูตัวอย่างที่เขาว่า มันเป็นเรื่องที่น่าจะสำคัญกว่านั้น

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ”

“ผมแค่อยากรู้ว่าคุณชอบผู้ชายแบบไหน”

จอร์จิน่าแสยะยิ้ม แล้วชี้ไปที่โลเวล เขาดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจอร์จิน่าก็หัวเราะออกมา พ่นคำพูดที่ทิ่มแทงเขาเหมือนเคย

“คนอย่างคุณไง ที่ฉันขยะแขยง”

เขามีสีหน้าบึ้งตึงไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าทำไมจอร์จิน่าถึงได้มีอิทธิพลกับความรู้สึกเขามากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เขาแกล้งเธอสารพัด

“ไม่เอาน่า อีกหน่อยผมก็ได้เป็นสามีคุณแล้วนะ พูดกับผมดีๆ หน่อยสิ ผมไม่ได้แย่ขนาดนั้น”

จอร์จิน่าส่ายหน้า จิบชาที่เริ่มจะเย็นชืด และเหม็นหน้าบางคนเต็มที

“วันนี้คุณมาคนเดียวนี่ ไปเที่ยวกับผมสักวันมั๊ยล่ะ ผมยกเลิกงานเพื่อคุณได้นะ”

“ฉันไม่ว่างจะกลับแล้ว!” จอร์จิน่าหยิบเงินมาวางที่โต๊ะเตรียมเช็กบิลกลับ โลเวลยิ้มและจับมืออีกคนเอาไว้

“เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง” เขายกมือเรียกพนักงานมาที่โต๊ะ จอร์จิน่าถือโอกาสเดินออกจากร้านไป แต่โวเวลก็ยังอุตส่าห์เดินตามเธอมาอีกจนได้

“ตามมาทำไมอีกรำคาญ!” เธอเดินเร็วๆ

“ก็ผมอยากเดินเล่นกับคุณนี่”

“อย่าให้ฉันต้องพูดหยาบคายใส่คุณนะโลเวล”

เขาหัวเราะและกางมือทั้งสองข้างออก ประมาณว่า ‘เอาเลย’

“ฮึ่ย!” จอร์จิน่าหัวเสีย เพราะเธอทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย เธอเดินไปถึงรถของตัวเองและเปิดประตูขึ้นรถ แต่ทว่า โลเวลก้าวเข้ามานั่งข้างคนขับเฉยเลย

“นี่ใครอนุญาตให้ขึ้นรถของฉัน ลงไปเดี๋ยวนี้นะ!” จอร์จิน่าเอามือทุบที่ไหล่ของเขา โลเวลหัวเราะชอบใจ

“ผมแค่อยากติดรถกลับแมนแฮนตันด้วย”

“ลงไป!” จอร์จิน่ารัวมือทุบไหล่ของเขา โลเวลรวบมือทั้งสองเอาไว้แล้วดึงอีกคนเข้ามาใกล้ตัว ทั้งสองชะเง้อไปกับการใกล้ชิดกันมากขนาดนี้ โลเวลชอบแกล้งจอร์จิน่าก็จริง แต่เมื่ออีกคนอยู่ใกล้แบบนี้ก็ทำให้เขาไขว้เขวได้เหมือนกัน จอร์จิน่าสวยมาก และเขาชอบผู้หญิงร้ายกาจแบบเธอ

“ปล่อย…” อีกคนกดเสียงพูดเบาๆ เธอคงกลัวว่าเขาจะเผลอทำอะไรเธอลงไป แน่นอนว่าเขาไม่ทำหรอก ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาอาจจะทำไปแล้ว แต่ถ้าเป็นจอร์จิน่าเขาไม่มีวันทำอะไรเธอ อย่าถามหาเหตุผลเลย แม้แต่เขาก็ไม่เข้าใจมัน

“ก็ได้ๆ” เขายอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ “แล้วเจอกันนะคนสวย”

เขากล่าวคำลา และเอานิ้วชี้จิ้มที่แก้มของอีกคน แน่นอนว่าเรียกเสียงโวยวายจากจอร์จิน่าได้เป็นอย่างดี เขาลงมาจากรถและโบกมือให้อีกคนที่มองเขาอย่างคาดโทษออกมาจากข้างในรถ

รถสีแดงคันหรูแล่นออกไปพร้อมกับรอยยิ้มของโลเวล




‘แมนแฮตตันมีอะไรอีกหลายอย่างที่ฉันต้องเรียนรู้’

อย่างน้อยเอลลี่ก็คิดอย่างนั้น ที่นี่ค่อนข้างถูกใจเธอมาก การท่องเที่ยว ธุรกิจ แฟชั่น เธอไม่มีทางที่จะออกไปจากเมืองนี้แน่ๆ เอลลี่รู้สึกดีใจที่พ่อแต่งงานและย้ายเธอมาอยู่ที่นี่ด้วย เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแกสตันนิวยอร์กที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเรื่องความร่ำรวย เธอขี้เกียจอ่านประวัติยาวนานของที่นี่ แต่ก็พอจะรู้คร่าวๆ มาเมื่อศตวรรษที่สิบเก้าที่นี่เคยเป็นโรงเรียนสอนมารยาทชั้นสูงให้กุลสตรีมาก่อนที่จะเปิดเป็นมหาวิทยาลัย ที่นี่นักศึกษาต่างใช้ชีวิตอู้ฟู่ พอๆ กับค่าเทอมที่แพงหูฉีก แต่นั่นก็เป็นส่วนดีที่พ่อของเอลลี่ไม่ได้ทุกข์ร้อนเรื่องนี้

“ไงแอล วันนี้ไม่เข้าฟังบรรยายอีกแล้วนะ” โรสเพื่อนไฮโซที่อยู่ในเอกเดียวกันกับเธอเอ่ยทัก ขณะเดินเข้ามานั่งตรงข้ามเธอที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนในห้างแถวๆ มหาวิทยาลัย

“ฉันขี้เกียจน่ะ บรรยายแต่เรื่องเดิมๆ ฉันเคยเรียนมาแล้วก็เลยเบื่อจะฟัง”

“จ้าๆ ฉันรู้ว่าเธอน่ะเก่ง”

เอลลี่มองซ้ายขาว ก่อนถาม “แล้วโทรี่กับลีน่าล่ะ ไม่มาด้วยหรอ?”

“กำลังตามมา อีกเดี๋ยวคงมาถึง”

เอลลี่ไม่ค่อยอยากจะสนิทกับคนพวกนี้สักเท่าไหร่ พวกเธอดูไมจริงใจพอๆ กับเอลลี่นั่นแหละ เธออยากจะรู้นักว่าถ้าบ้านใครคนใดคนหนึ่งล้มละลาย คนพวกนี้ยังจะต่อกันติดอีกหรือไม่ พวกเธอเป็นคุณหนูติดรวย ชอบใช้เงิน นอกจากนั้นแล้วเอลลี่ก็ไม่เห็นพวกนี้จะมีประโยชน์อะไรกับเธอเลย แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่เอลลี่กับคนพวกนี้มีร่วมกันคือ ‘ชอบความท้าทาย’ ช่างเป็นกลุ่มผู้หญิงที่ไม่น่าคบด้วยจริงๆ แต่กลุ่มคนแบบนี้แหละที่เอลลี่ต้องการ

ไม่นานโทรี่กับลีน่าก็เดินเข้ามาในร้าน พวกเธอเป็นสาวแซ่บของห้องเช่นเดียวกันกับโรส ลีน่ามีผมสีแดงร่างบาง ส่วนโทรี่ผมสีดำร่างสมส่วน เธอทั้งสองมีหน้าตาที่ดูน่ารักมากกว่าสวย และมีอะไรที่เหมือนกันคือ ชอบผู้ชายสเปกเดียวกัน ไม่แปลกที่จะเห็นทั้งสองทะเลาะแย่งผู้ชายกันประจำ ส่วนโรสเธอเป็นสาวผมบลอนด์และตัวสูงที่สุดในกลุ่ม เธอชอบผู้ชายที่อายุมากกว่าตัวเองหลายปี อย่างเช่นนักธุรกิจอายุราวยี่สิบเจ็ดปีที่เธอกำลังคบหาอย่างลับๆ อยู่โดยไม่ยอมบอกพ่อกับแม่

“ฉันบอกเธอแล้วโทรี่ เขาชอบผู้หญิงนมแบน” พอได้ที่นั่งทั้งสองคนก็วิจารณ์เรื่องผู้ชายอย่างเผ็ดร้อน เอลลี่ไม่ได้สนใจอะไร สายตาเธอมองออกไปนอกร้าน และสบเข้ากับผู้หญิงร่างสูงคนหนึ่ง

เคท แฮร์ริสัน

เอลลี่จำเธอได้แม่นเชียวล่ะ เพราะเคทเป็นนักศึกษาปีเดียวกันกับเอลลี่ เธอเรียนเอกกฎหมายที่พ่อของเอลลี่เป็นผู้สอน เอลลี่เห็นเธอครั้งแรกตอนเข้าไปหาพ่อที่ห้องพักอาจารย์ เธอกำลังทำงานวิจัยอยู่กับพ่อ เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างตัวสูง หุ่นดี ผิวขาวเนียน ผมสีดำขลับ สวมแว่นดูเป็นคนที่แก่เรียน และคล่องตัว แต่ในบางครั้งก็ดูเรียบเฉยไม่มีความรู้สึกอะไร

เอลลี่อยากจะลองเข้าไปคุยกับเธอคนนั้น เพราะเคท แฮร์ริงตัน ดึงความสนใจเธออย่างมากตั้งแต่แรกเห็น

“สายตาแบบนั้น กำลังเจอของเล่นชิ้นใหม่อยู่ซินะ” โรสหันมาสนใจเอลลี่

“เธอคิดว่าเคทเป็นยังไงบ้าง” เอลลี่พูดก่อนจะพยักพเยิดไปทางเคทที่เดินดุ่มๆ ไปอีกทางหนึ่งจนลับสายตา

“โอ้ว ยัยนั่นบ้านรวยจะตาย แต่ออกแนวเป็นหญิงเรียบๆ มากกว่านะ เธอชอบหรอ?”

“แน่ล่ะ แอลชอบคนหัวอ่อน” โทรี่โผล่หน้าเข้ามาร่วมวงสนทนา

“ระดับเธอจีบใครก็ติดอยู่แล้วแอล ลองเข้าหายัยนั่นแล้วเขี่ยทิ้งดูซิ” ลีน่าเสนอ

“ใช่ ฉันอยากเห็นอะไรสนุกๆ ฉันอยากรู้ว่าเธอจะเขี่ยยัยนั่นทิ้งยังไง ฉันรอดูสีหน้าของยัยนั่นไม่ไหวแล้ว” โรสว่า แล้วทั้งหมดก็หัวเราะชอบใจกัน มันเป็นชีวิตของพวกเธอที่ไม่ค่อยจะทำดีให้คนอื่นดูเป็นแบบอย่างสักเท่าไหร่

หลังจากแยกเพื่อนๆ มาเอลลี่ก็เดินหน้าสะกดรอยตามเคทมาที่ร้านหนังสือ เอลลี่ตามเข้าไปพยายามทำตัวให้เนียนที่สุด และเห็นว่าอีกคนไปหยุดที่มุมหนังสือกฎหมาย เอลลี่ขยับเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อย และรอจังหวะ

สำเร็จ

“อ๊ะ! ขอโทษนะคะ ฉันไม่คิดว่าคุณจะหยิบเล่มนี้” เอลลี่ปฏิบัติการเข้าหาโดยทันที เคทที่ไม่รู้เรื่องขยับแว่นและมองอีกคนราวกับไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มีตั้งหลายเล่ม” เธอยิ้มให้อีกคน

“คุณ…ฉันจำคุณได้ คุณเคยทำงานวิจัยกับพ่อของฉันนี่คะ”

“พ่อของคุณ?”

“ศาสตราจารย์มอร์ลินไงคะ”

“อ่อ ฉันจำคุณได้แล้ว คุณสนใจกฎหมายเหมือนกันหรอคะ ฉันจำได้ว่าศาสตราจารย์บอกว่ามีลูกสาวเรียนที่เอกวิทยาการคอมพิวเตอร์”

“ใช่ค่ะ พ่อของฉันชอบกฎหมาย เลยไม่ยากที่ฉันจะชอบในสิ่งที่พ่อชอบด้วย ฉันสนใจเรื่องกฎหมายเหมือนกัน” เอลลี่โกหก เธอไม่ชอบกฎหมายเลยสักนิด

“แต่ก็มีบางอย่างที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจกับเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ ฉันพยายามจะทำความเข้าใจกับมัน แต่ก็ยากจนเกินไป กฎหมายนี่ชวนปวดหัวจังเลยนะคะ”

“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ มันมีความเป็นจริงและทฤษฎีที่น่าสนใจอยู่”

“ดีเลยนะคะ ฉันเองก็อยากมีเพื่อเรียนกฎหมายจังเลย”

“…”

“คุณมีอะไรก็ถามฉันได้นะคะ”

“จริงหรอ?!” เอลลี่ยิ้มร่าเริง และยื่นมือไปจับมืออีกคน

“ฉันชื่อเอลลี่ มอร์ลิน คุณเรียกฉันว่า แอล ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ว่าแต่…คุณชื่อ”

“อ่อ ฉันชื่อเคท แฮร์ริงตันค่ะ” เธอส่งยิ้มให้อีกคนอยากเป็นมิตร และดวงตาสีไลแลคของเคททำให้เอลลี่แทบคลั่ง ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆ เธอต้องเอามาเก็บในคอลเลคชั่นของตัวเองสักหน่อยแล้ว

“ฉันต้องไปแล้วนะคะ ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ด้วย เพราะต้องกลับไปทำงานวิจัยน่ะ”

“อะ อ่อ ไม่เป็นไร แล้วค่อยเจอกันวันหลัง คุณจะไม่ลืมฉันใช่มั๊ยคะ?”

“ค่ะ” เธอส่งยิ้มให้อีกครั้ง และปลีกตัวเดินออกไปพร้อมกับหนังสือกฎหมาย เธอจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์และเดินออกไปอย่างไวราวกับว่างานวิจัยกำลังจะวิ่งหนีเธอเสียให้ได้ จากการประเมินดูแล้วเคทสนใจเธอในการเป็นเพื่อนมากกว่าอย่างอื่น แต่แล้วไงล่ะ เอลลี่อยากได้ซะอย่าง

เธอหยิบมือถือขึ้นมาแล้วโทรออก “พ่อหรอคะ? ...หนูขอเบอร์เคท แฮร์ริตันได้หรือเปล่า? ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คือว่าเราบังเอิญเจอกันแล้วคุยถูกคอ…โอเคได้ค่ะ กลับบ้านก่อนก็ได้…หนูรักพ่อนะ”

เอลลี่วางสายแล้วมองมือถือตัวเองนิ่งอยู่สักพักหนึ่ง เธอแสยะยิ้มพอใจ

“แย่จัง นิสัยเดิมแก้ไม่หาย”



“กลับมาแล้วครับ” จอร์แดนเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับแคโรไลน์ เขาออกไปจากที่นี่ได้แค่สี่ชั่วโมง ใช้เวลาไม่ถึงห้าโมงเย็นอย่างที่จอร์จิน่ากำหนดด้วยซ้ำนี่เพิ่งจะบ่ายสามโมงเอง เขาใช้เวลาดูหนังเรื่องโปรด แวะเข้าร้านหนังสือ และไปหาอะไรกินตลอดหลังจากนั้น แคโรไลน์ไม่ได้ห้ามเขาทำอะไรเลย เธอแค่เดินตามเขาไม่บ่นสักคำ เธอไม่ค่อยพูด และเป็นนักฟังที่ดี

“พี่จีน่า! ผมซื้อขนมมาฝากด้วย” จอร์แดนตะโกนขึ้นไปข้างบนห้อง

“คุณหนูออกไปข้างนอกค่ะ” ป้าแอนเน็ตเดินเข้ามารับของจากจอร์แดนไปเก็บ

“อะไรกัน ไหนบอกไม่ออกไปไหนไง โกหกหน้าตายชะมัด”

แคโรไลน์เห็นด้วยกับคำพูดของจอร์แดน จอร์จิน่าคงหาโอกาสสลัดเธอทิ้ง แล้วไปทำเรื่องแย่ๆ อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นก็มีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ถึงได้ไม่ให้เธอตามไปด้วย

ยังไม่ทันได้คิดอะไรนัก ประตูห้องก็เปิดออกจากด้านหลัง จอร์จิน่าเดินหลีกแคโรไลน์กับจอร์แดนเข้ามาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งจอร์แดนและแคโรไลน์มองอีกคนอย่างคาดโทษ จอร์แดนเป็นคนเริ่มพูดก่อน

“พี่ออกไปไหนมา โกหกผมหน้าตาเฉย”

จอร์จิน่าเดินมารินน้ำดื่มแก้กระหายที่เคาน์เตอร์ครัว ไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

“พี่เป็นผู้บริหารนะแดน ก็ต้องมีนัดด่วนบ้างซิ แล้วนี่เป็นอะไร ตั้งใจจะงอนพี่หรือไง” จอร์จิน่าวางแก้ว และจอร์แดนแอบเห็นว่าจอร์จิน่าถือซองสีน้ำตาลปึกหนามา คงจะเป็นงานอย่างที่ว่าจริงๆ

“ก็ได้ๆ ผมจะลองเชื่อพี่ดูสักวัน” เขาพยายามไม่งอนพี่สาว ก่อนจะพูดขึ้น “พรุ่งนี้พี่ห้ามลืมสัญญานะ ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะที่พี่จะเอาอะไรมาล่อผมก็ต้องยอมทุกอย่างน่ะ”

“จ้าๆ พรุ่งนี้สัญญา”

“ผมเปลี่ยนใจไปบลู๊คลินดีกว่า แมนแฮนตันผมมาบ่อยแล้ว” เขายิ้ม และพี่สาวพยักหน้าให้

“อ่อ ผมลืมไปเลย วันนี้ขอบคุณพี่แครล์มากนะครับ” จอร์แดนหันไปพูดกับอีกคน แคโรไลน์ยิ้มให้แทนคำตอบ แล้วชายหนุ่มก็ขอตัวขึ้นข้างบนห้อง เขาคงมีความสุขกับหนังสือบทกวีของเขา

จอร์จิน่าเองก็กำลังจะขึ้นบันได แต่เสียงของแคโรไลน์แทรกขึ้นมาเสียก่อน

“คุณไปไหนมาคะ?”

ร่างบางหยุด และหันหน้ามาเผชิญกับอีกคน

“ก็บอกแล้วไงว่าไปทำธุระมา แล้วทำไมส่วนที่เหลือฉันต้องบอกเธอด้วย”

“ฉันจะได้ตามไป…”

“ตามไปเกะกะล่ะซิไม่ว่า ฉันไม่ได้ออกไปนานสักหน่อย และที่สำคัญฉันก็ไม่ตายนี่ กลับมาครบสามสิบสอง และบางทีฉันก็คิดนะว่าต้องมีบอดี้การ์ดมาทำบ้าอะไร ขัดแข้งขัดขาฉันอยู่ได้ จะเดินเหินไปไหนก็ลำบาก” จอร์จิน่าเริ่มบ่น

“มันปลอดภัยสำหรับคุณ”

“พูดมากน่า! ฉันเบื่อน้ำเสียงของเธอสุดๆ ไปเลย กลับไปได้แล้วไป”

จอร์จิน่าออกปากไล่ แคโรไลน์ไม่พูดอะไร เธอเบื่อที่จะพูดมากกว่า ก็เลยตัดสินใจหันหลังกลับ

“เดี๋ยว!” ก่อนที่แคโรไลน์จะเปิดประตูเสียงของคนเอาแต่ใจก็ดังขึ้น

“….”

“ฝักบัวดูเหมือนจะน้ำไม่ไหล ช่วยขึ้นไปดูบนห้องให้ฉันด้วย”

“ฉันทำไม่เป็นหรอกค่ะ คุณต้องเรียกช่างแล้วล่ะ”

“ใช่ค่ะคุณหนู ให้ป้าเรียกช่าง….”

“ไม่ต้องป้าแอนเน็ต!” จอร์จิน่าแว้ดใส่คนแก่ ก่อนจะหันมาทำหน้าหยิ่งใส่แคโรไลน์ “พ่อจ้างเธอมาก็ไม่ใช่ถูกๆ หัดทำตัวให้คุ้มกับเงินเดือนซะบ้างซิ”

“แต่ว่าคุณหนู…”

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการเอง” แคโรไลน์พูดกับหญิงชราที่ทำหน้าไม่สู้ดีนัก ป้าแอนเน็ตพยักหน้าให้แคโรไลน์อย่างจำยอม

“เร็วซิ! เดี๋ยวนี้!”




แคโรไลน์ขึ้นมาข้างบนห้องของจอร์จิน่า เธอถอดสูทตัวนอกออกเหลือแค่เชิ้ตสีขาว ก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้น เพื่อให้ทำงานได้คล่องแคล่ว แคโรไลน์ไม่คิดว่าตัวเองจะซ่อมฝักบัวได้ เธอแค่ยอมๆ จอร์จิน่าไปก็เท่านั้นเอง

“…” แคโรไลน์เดินเข้ามาข้างอ่างอาบน้ำ มีม่านกั้นห้องอาบน้ำอยู่ตรงนั้นเป็นฝักบัวขนาดใหญ่ เธอเดินเข้าไปจับที่ก๊อกฝักบัว

“ไม่ใช่ ฝักบัวเล็กที่อยู่อ่างอาบน้ำต่างหาก”

จอร์จิน่าเธอยืนพิงประตูชี้นิ้วสั่ง ใบหน้าของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์

แคโรไลน์เดินออกมาจากม่านกั้นอาบน้ำ กำลังจะหยิบฝักบัวเล็กที่อยู่ด้านบนอ่างอาบน้ำ แต่จอร์จิน่าฉวยมันไปก่อน เธอถือฝักบัวไว้ในมือ

“เปิดน้ำซิจะได้รู้ว่ามันเสียตรงไหน”

แคโรไลน์ทำตามคำสั่ง

“…!”

จากนั้นน้ำก็พุ่งออกมาจากฝักบัวที่จอร์จิน่าถือ และแน่นอนว่ามันพุ่งเข้าใส่หน้าแคโรไลน์เต็มแรง เธอใช้มือบังหน้ากั้นแรงน้ำเอาไว้ เสียงจอร์จิน่าหัวเราะท่าทีของเธออย่างสะใจ

“คุณทำอะไรของคุณน่ะ!”

“ก็ล้างความอยากรู้อยากเห็นของเธอซะบ้างยังไงล่ะ”

จอร์จิน่าฉีดน้ำใส่แคโรไลน์ไม่หยุด จนอีกคนรู้สึกว่าตัวเองเปียกชุ่มไปหมดทั้งตัว

“หยุด”

จอร์จิน่าไม่ฟังคำสั่งของแคโรไลน์ เธอยังคงสนุกอยู่ แถมยังจงใจฉีดใส่หน้าเพื่อให้แคโรไลน์มองเห็นลำบากอีก ร่างสูงเอามืออีกข้างบังน้ำไว้ และอีกมือคว้าเปะปะไปทั่วจนกระทั่งเจอ และกระชากฝักบัวออกจากมือจอร์จิน่าได้สำเร็จ เธอได้ยินเสียงฮึดฮัดไม่พอใจของอีกคน

ทั้งสองยืนนิ่ง ไม่มีเสียงอะไรหลุดออกมาจากปาก จอร์จิน่ามองสภาพของแคโรไลน์ที่เปียกปอน เชิ้ตสีขาวที่เปียกชื้นเผยให้เห็นสัดส่วนอีกคนอย่างเสียไม่ได้ เสื้อที่เปียกน้ำลู่ลงมาแนบเนื้อของแคไรไลน์ เชิ้ตของเธอค่อนข้างบางทำให้เห็นไปถึงบราสีดำของเธอ


ยัยนี่ก็หุ่นดีไม่เบาเลยแหะ


จอร์จิน่าเผลอมองอยู่สักพัก จนได้สติว่าไม่ควรจะไปจ้อง เธอเมินหน้าไปอีกทาง ส่วนแคโรไลน์มองเธอยังกับจะเอาเรื่องเต็มที่

“คุณเล่นอะไรของคุณอยู่”

“ก็เพื่อความสะใจของฉันไง อีกอย่างเธอไม่ควรจะมาก้าวก่ายเรื่องของเจ้านาย ไร้มารยาทสิ้นดี ฉันแค่จะสั่งสอนเธอให้หลาบจำซะบ้าง”

แคโรไลน์หายใจออกแรงๆ เสยผมที่เปียกน้ำขึ้น

“ก็ได้ในเมื่อคุณต้องการแบบนั้น”

“…?”

“คุณไม่ใช่เจ้านายของฉัน และฉันจะล้างความเย่อหยิ่งออกจากตัวให้คุณเอง”

“ว่าไงนะ ยัย!” จอร์จิน่ากำลังจะอ้าปากด่าแคโรไลน์ แต่อีกคนฉีดน้ำพุ่งเข้าใส่ปากเธอเต็มแรง จอร์จิน่าสำลักน้ำและเอามือป้องหน้าเอาไว้ กลายเป็นว่าตอนนี้แคโรไลน์กำลังได้เปรียบเธออยู่

“หยุดนะ ยัยไร้มารยาท”

“…”

“หยุดดี๋ยวนี้! ฉันเปียกหมดแล้ว ยัยงี่เง่า!” จอร์จิน่าแว้ดๆ ใส่อีกคนและกระโดดดิ้นพราดๆ ไปมาทั้งโมโห ทั้งเปียกไปหมด แต่แล้วเธอก็ชะเง้อค้าง

เธอได้ยินเสียงหัวเราะของแคโรไลน์ ตอนแรกก็คิดว่าตัวเองหูเพี้ยนไป แต่ไม่ใช่ เธอได้ยินเต็มสองหู


…เสียงหัวของบอดี้การ์ดหน้านิ่งอย่างนั้นหรอ?

ยัยนี่หัวเราะเป็นด้วยหรอ?


“พอได้แล้ว!” แต่แล้วจอร์จิน่าก็ผลักฝักบัวหล่นลงจากมือแคโรไลน์ด้วยความโมโห

“เธอทำบ้าอะไรของเธอ”

“ฉันทำแบบที่คุณทำกับฉันไงคะ แล้วคุณรู้สึกยังไง โกรธ โมโห ใช่มั๊ยคะ?”

“…”

“ถ้าเป็นอย่างที่ฉันพูดล่ะก็ ฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากคุณหรอกค่ะ คุณควรจะเคารพคนอื่นบ้าง ไม่ใช่…!”

“หุบปากไปเลย อย่ามาสั่งสอน!”

แคโรไลน์รู้ว่าอีกคนหมดคำจะพูดเพราะเธอพูดจี้ใจดำ และจอร์จิน่าโมโหเพิ่มขึ้น ตอนนี้กำลังควบคุมอารมณ์ของตัวเองอยู่ แต่คงไม่ได้ผลเท่าไหร่ จอร์จิน่าถอดเสื้อสีน้ำตาลที่เปียกชื้นโยนไปข้างตู้กระจกห้องน้ำอย่างหัวเสีย เธอโมโหจนลืมไปว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

“…!” แคโรไลน์เบี่ยงสายตาไปทางอื่น เมื่อเห็นว่าอีกคนเหลือแค่บราสีเดียวกันกับเสื้อ และกางเกงหนังรัดรูปที่เธอกำลังจะถอดเป็นชิ้นต่อไป

แคโรไลน์หันหลังให้อีกคนและแสร้งเอื้อมมือไปปิดฝักบัว เพื่อให้จอร์จิน่าทำเรื่องส่วนตัวเสร็จ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจอร์จิน่าจะสะบัดชุดออกต่อหน้าเธอขนาดนี้ โมโหจนควบคุมไม่ได้เลยหรอ? ผู้หญิงคนนี้จริงๆ เลย ถึงจะเป็นผู้หญิงด้วยกันก็เถอะ แต่ทำแบบนี้แคโรไลน์ก็อึดอัดเหมือนกัน

“เธอจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานมั๊ย?!” ผ่านไปสักพักที่จอร์จิน่าหยิบชุดคลุมมาปกปิดร่างตัวเอง และเดินเข้ามาในห้องน้ำอีกครั้ง แคโรไลน์ก็หันมาเผชิญหน้ากับเธอ

“กลับไปซิ หมดธุระของเธอแล้วไม่ใช่หรอ?”

แคโรไลน์เงียบ มองอีกคน เธอไม่ได้ว่าอะไร และเตรียมตัวจะเดินออกจากห้องน้ำผ่านอีกคนไป

“เดี๋ยว!” จอร์จิน่าเรียกแคโรไลน์เอาไว้ก่อนจะโยนผ้าเช็ดตัวให้แคโรไลน์ “ฉันให้ยืมชุด อยู่ที่เตียงของฉัน” เธอพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง

แคโรไลน์ยังคงยืนงงอยู่ เธอแปลกใจที่อยู่ๆ จอร์จิน่าก็มาทำดีกับเธอซะงั้น

“รีบเปลี่ยนชุดแล้วก็กลับไปซะ เดี๋ยวจะหาว่าเป็นหวัดเพราะฉันอีก” เธอพูดจบก่อนจะปิดประตูห้องน้ำ ร่างบางหายเข้าไปในนั้นอีกครั้ง

แคโรไลน์มองผ้าขนหนูสลับกับชุดที่อยู่บนเตียง เธอแปลกใจกับความใจดีของจอร์จิน่า แต่ก็ยอมรับในความมีน้ำใจของอีกคน

ช่างเป็นคนที่ซับซ้อนอะไรอย่างนี้นะ จอร์จิน่า เวสท์



___________________________________________

มาอัพให้แล้วน๊าาาาาา 

จีน่าเริ่มปฎิบัติการตามหาคนที่หักอกน้องชาย [มนุษย์พี่สาวที่ห่วงน้อง]

และผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใคร [ไรท์เชื่อว่าบางคนเดาออก5555]

ติดตามได้ในตอนต่อๆๆๆไป ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น