[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 5 : THREE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    23 มิ.ย. 61

ทาวน์เฮ้าส์สุดหรูสามชั้นในแมนแฮตตันเป็นที่ที่แคไรไลน์บึ่งรถมาหลังจากที่ส่งจอร์จิน่าเข้าห้องเป็นที่เรียบร้อย งานบอดิ้การ์ดของเธอเสร็จไปอีกหนึ่งวัน นั่นก็ทำให้แคโรไลน์โล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง

ร่างสูงกดกริ่งหน้าบ้าน มันเป็นบ้านเก่าของแคโรไลน์เธอน่าจะชินกับมันได้แล้ว แต่เธอก็ไม่เคยที่จะทำใจให้ชินได้ บ้านหลังนี้มีเรื่องราวหลายอย่าง เรื่องราวที่ดีต่อความทรงจำ และบางเรื่องก็ไม่ควรที่จะเก็บมันใส่สมอง

“…!”

ประตูหน้าบ้านเปิดออก คนที่ปรากฏกลับไม่ใช่แม่ของเธอ แต่เป็นผู้หญิงสูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนเห็นจะได้ อายุน่าจะยี่สิบต้นๆ เธอมีผมสีบลอนด์ ดวงตากลมโตสีฟ้าน้ำทะเล ตัวบางราวกับกระดาษแต่ก็มีสัดส่วนที่ดีใช้ได้ และแน่นอนว่าเธอหน้าสะสวย

“ยะ ยินดีต้อนรับค่ะ คุณ… ขอโทษด้วยนะคะ ฉันจำหน้าแขกที่เข้ามาร่วมงานได้ไม่ดีพอ” เธอยิ้มขอโทษขอโพยส่งมาให้

“ฉันชื่อ แคโรไลน์ ครอสไวต์ค่ะ เป็นลูกเจ้าของงานที่นี่” เธอตอบเสียงเรียบและยิ้มบางๆ ให้อีกคน

“นั่นแครล์นี่หน่า ฟลอเรนซ์! แครล์มาถึงแล้ว” ชายวัยเกือบหกสิบปีดูภูมิฐานผู้มีเรือนผมสีบลอนด์ และตัวสูงกว่าแคโรไลน์นิดหน่อย ตะโกนเรียกแม่ของเธอ

“ลูกรัก…เข้ามาซิลูก” แม่ของเธอทักทายโดยการกอดที่แน่นและหอมแก้มเธอ ก่อนที่จะลากเธอเข้ามาในตัวบ้าน แม่ของเธอเป็นคนอารมณ์ดี หน้าตาสะสวย และมีเรือนผมสีดำขลับ ลักษณะนิสัยของฟลอเรนซ์เหมือนกับเควินพี่ชายของแคโรไลน์ไม่มีผิดเพี้ยน แถมยังมีดวงตาสีมรกตเหมือนกันอีก ใครๆ ก็ว่าแคโรไลน์เหมือนพ่อมากกว่าแม่ เพราะใบหน้าที่นิ่งสุภาพ และดวงตาสีน้ำตาลสว่างถอดแบบมาจากพ่อ ถ้าจะให้ถามส่วนที่เหมือนกันทั้งหมดของครอบครัวครอสไวต์คงจะเป็นสีผมที่ดำขลับ เพราะทั้งพ่อแม่ เควิน และแคโรไลน์ถอดแบบกันออกมาหมดทุกคน

“จริงซิ แม่ลืมแนะนำให้รู้จักเลย นี่ เอลลี่ มอร์ลิน เป็นลูกสาวคนเดียวของลูเซียสจ้ะ” ฟลอเรนซ์โอบไหล่เอลลี่

“ส่วนนี่…”

“หนูรู้ค่ะ แคโรไลน์” เธอเอ่ยขี้นและยิ้มให้อีกคนที่พยักหน้าส่งมาให้

“โอเค รู้จักกันไว้ก็ดีแล้วนะ แม่อยากให้หนูสองคนเข้ากันได้ดี” ฟลอเรนซ์ดูจะมีความสุขกับการแนะนำตัวของเอลลี่มาก จนแคโรไลน์ต้องเบี่ยงประเด็นไปถามลูเซียสตามมารยาท

“คุณเป็นยังไงบ้างคะลูเซียส ไม่ได้เจอกันนานเลย”

“สบายดีมากเลยล่ะ แต่ตอนนี้ฉันดื่มไวน์มากไปหน่อยรู้สึกมึนๆ ไปเลย” เขาสะบัดหัวตัวเองไปมา ราวกับกำลังเมาอยู่ “เอาล่ะตามสบายเลยนะแครล์ขาดเหลืออะไรก็บอกนะ”

ว่าที่พ่อเลี้ยงของเธอยิ้มให้ก่อนจะขอตัวเข้าไปในงานเลี้ยง สนทนากับแขกที่มาร่วมงาน

“เควินล่ะคะ?” แคโรไลน์มองหาพี่ชายท่ามกลางแขกเกือบยี่สิบคน และก็เห็นเขานั่งอยู่กับผู้หญิงสามคน เขาสบตากับเธอพอดีและโบกมือให้

“ลูกสาวของเพื่อนแม่ดูเหมือนจะชอบเขานะ บางทีแม่ก็อยากให้เขามีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที”

“แม่จะได้รู้ ถ้าแม่ถามเควินตรงๆ”

“จริงหรอ?!” แม่เธอตาโตด้วยความตื่นเต้น เธอคงไม่รู้ว่าเควินมีแฟนแล้ว “โอ้ จบงานนี้แม่ต้องถามพี่เขาจริงๆ จังๆ ซะแล้วล่ะ”

“หนูจะไม่บอกแม่หรอกนะคะว่าเธอเป็นคนยังไง ให้แม่ไปสืบเองจากเควิน”

“แน่นอนซิ” แม่ของเธอส่งซิกให้เธอ ก่อนจะยิ้มและเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แล้วลูกล่ะจ้ะ เธอเป็นใคร”

“…?”

“แครล์จ้ะ ที่เสื้อลูกน่ะมีลิปสติกติดอยู่” ฟลอเรนซ์ชี้ไปที่เชิ้ตสีขาวตรงหน้าอกที่มีลิปสติกติดอยู่ ซึ่งดูยังไงก็ไม่ใช่ของแคโรไลน์ เมื่อเจ้าของมองที่เสื้อตัวเองแล้วก็ตกใจ เธอไม่รู้เลยว่ามันมาติดอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกัน ใช่สินะ คงเป็นตอนที่จอร์จิน่าล้มทับเธอ

“ลูกกำลังคบกับผู้หญิงคนไหนแต่ยังไม่บอกแม่หรอเปล่า?” ฟลอเรนซ์หัวเราะ เธอรับได้หากลูกของเธอจะคบกับผู้หญิงด้วยกัน เธอถือคติที่ว่าลูกรักใครแม่ก็รักด้วย

“ปะ เปล่าค่ะ อุบัติเหตุนิดหน่อย” แคโรไลน์ตอบ

“ถ้าอย่างนั้นคุณเอาเสื้อของฉันไปเปลี่ยนก็ได้นะคะ” เอลลี่พูดแทรกขึ้นมา และส่งยิ้มน่ารักมาให้

“ไม่เป็นไรฉัน…”

“ขึ้นไปเปลี่ยนบนห้องเถอะลูก ให้น้องพาไป” แคโรไลน์พยักหน้าให้กับแม่อย่างจำใจ เธอควรทำตัวดีๆ เพื่อให้แม่เห็นสินะ แม่คงอยากจะให้เธอเข้ากันกับเอลลี่และลูเซียสได้ดีถึงได้พยายามมากขนาดนี้ เพราะงั้นแคโรไลน์ก็ปฏิเสธอะไรไม่ได้เลย



“ฟลอเรนซ์ให้ฉันพักที่ห้องนี้ค่ะ เธอบอกว่าห้องของคุณอยู่ที่ชั้นสาม แต่ว่าคุณไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว” ทันทีที่เดินขึ้นมาชั้นสองของบ้าน ก็มีห้องอยู่สองห้อง ห้องหนึ่งเป็นห้องเก่าของพ่อกับแม่แต่อีกไม่นานคงเป็นของลูเซียสด้วย อีกห้องหนึ่งที่เคยเป็นห้องของเควินก็ตกลงมาเป็นของเอลลี่อย่างไม่ต้องสงสัย ห้องพักที่สามซึ่งเป็นห้องของแคโรไลน์อยู่ชั้นสาม ห้องเดียวที่ยังไม่ตกเป็นของใคร เพราะสองเดือนครั้งหรือถ้ามีโอกาสแคโรไลน์จะกลับมาที่บ้าน จะว่าไปเธอก็ไม่ได้อยู่บ้านตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย อีกทั้งพี่ชายก็ออกจากบ้านตอนยี่สิบต้นๆ แม่ของเธอคงจะเหงาน่าดู แต่ตอนนี้คงไม่เหงาแล้วล่ะ

“แล้วคุณพักอยู่ที่ไหนคะ?” เอลลี่ถามแคโรไลน์ขึ้น

“ฉันอยู่ที่คอนโดแถวๆ มิดทาวน์”

“อ่อ นั่นซินะคะ ฟลอเรนซ์เล่าให้ฟังว่าคุณทำงานเป็นบอดิ้การ์ด เป็นยังไงบ้างค่ะ สนุกหรือเปล่า”

“ก็ไม่เชิงหรอก” เธอตอบเสียงเรียบราวกับไม่ใส่ใจ ก่อนที่เอลลี่จะเดินเข้าไปในห้องและหยิบเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินออกมายื่นให้แคโรไลน์

“เสื้อตัวนี้น่าจะใส่ได้”

“ขอบคุณค่ะ เอาไว้ฉันจะเอามาคืนคุณวันหลัง”

“…” เธอส่งยิ้มให้แคโรไลน์อีกครั้ง

แคโรไลน์เดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองที่ชั้นสาม เธอเปลี่ยนเสื้อที่นั่น ไม่อยากจะเชื่อว่าห้องของเธอเหมือนเดิมทุกอย่าง แม่คงไม่อยากแตะหรือย้ายอะไรออกจากที่นี่ ราวกับกลัวว่าเธอจะโกรธอย่างนั้นแหละ แต่แคโรไลน์แอบเห็นกระเป๋าเดินทางพี่ชายอยู่ในห้องนี้ แสดงว่าคืนนี้เควินคงจะนอนที่ห้องของเธอ เพราะห้องของเขากลายเป็นของเอลลี่ไปแล้ว

สักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เสียงเอลลี่ร้องถามว่าเธอใส่เสื้อนั้นได้มั๊ย แคโรไลน์ไม่ตอบเพราะเธอกำลังจะออกไปอยู่แล้ว เมื่อเธอออกไปจากห้องก็พบกับคนร่างเล็ก

“ใส่ได้พอดีจริงๆ ด้วย”

“ขอบคุณนะ” แคโรไลน์ตอบก่อนจะเบี่ยงตัวเดินออกไป แต่ว่าเสียงของเอลลี่เรียกเธอเอาไว้ก่อน

“เอ่อ คือ…ฉันขอเรียกคุณว่าพี่ได้มั๊ยคะ”

“…?” แคโรไลน์ดูเหมือนจะไม่ชิน แต่เพื่อแม่ของเธอแล้วล่ะก็ เธอต้องยอมซินะ

“แล้วแต่เธอ”

“ขอบคุณค่ะ พี่แครล์” เธอสิ่งยิ้มให้อีกครั้ง แคโรไลน์แค่พยักหน้าแล้วเดินลงไปที่ชั้นล่าง เธอไม่ค่อยจะใส่ใจอะไรกับหญิงสาวมากนัก

แต่เมื่อพ้นหลังแคโรไลน์ไปรอยยิ้มที่สดใสเมื่อครู่หุบลงเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มร้ายกาจ แววตาที่สดในสีฟ้าครามแข็งกร้าวขึ้น ใบหน้าซาตานเริ่มปรากฏ เอลลี่ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะที่ริมฝีปากสีชมพู เธอมองตามแผ่นหลังของแคโรไลน์จนลับสายตา

“พี่สาวของเรานี่น่าขย้ำชะมัด” น้ำเสียงที่สดใสไม่ได้สดใสเหมือนอย่างเคย แกะกลายเป็นหมาป่า และเขาถึงได้บอกว่าอย่าเพิ่งเชื่อใจใครเพียงแค่เห็นหน้าครั้งแรกถ้าคุณยังไม่รู้จักเขาดีพอ

เอลลี่ยังไม่เคยเห็นหน้าแคโรไลน์จริงๆ สักครั้ง มีแต่ฟลอเรนซ์เล่าให้เธอฟังและรูปถ่ายก็ไม่ค่อยจะมีเป็นปัจจุบันเท่าไหร่ เพราะเธอไม่ค่อยชอบถ่ายรูป แต่พอวันนี้เอลลี่ได้เห็นแล้ว เธอน่าหลงใหลมากตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเห็น ร่างสูงราวกับนางแบบ เธอดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะมองไม่เห็นความเปรี้ยวที่ซ่อนอยู่ในตัวก็ตาม แคโรไลน์เป็นผู้หญิงลุคเท่ซ่อนเซ็กซี่ ด้วยรูปร่าง และไหนจะหน้าตาโซนยุโรปที่ได้พ่อมาเต็มๆ ใบหน้าเรียวสวยเข้มชัดเจนนั้นทำให้เอลลี่ชื่นชม ถึงแม้ลักษณะนิสัยของเธอจะนิ่งๆ ก็ตาม แต่เอลลี่ก็ชอบมาก เธอไม่สนใจว่าต่อจากนี้คนอื่นจะว่ายังไง แต่เธออยากได้ผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน

ทำยังไงถึงจะชนะใจเธอนะ แคโรไลน์ ครอสไวต์



“ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าคนที่จะขึ้นปกต่อไปในเดือนหน้าจะต้องเป็น แม็คเคนซี่ ค็อกซ์ ไม่ใช่ยัยคนนี้!” จอร์จิน่าทิ้งรูปของใครสักคนลงบนโต๊ะก็ไม่ทราบแน่ เพราะแคโรไลน์ไม่ได้สังเกต วันนี้จอร์จิน่าเห็นทีว่าจะเรียกใช้เธอบ่อยเลยให้เธอเข้ามาอยู่ในห้องทำงานด้วย ซึ่งปกติเธอจะโดนไล่ให้ไปอยู่ด้านนอกห้องเสมอ

และตอนนี้จอร์จิน่ากำลังหัวเสียอยู่กับการเลือกคนดังมาขึ้นปกนิตยสารในเดือนถัดไป พร้อมฝ่ายประสานงานชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ และโซอี้สาวแว่นเลขาของเธอก็ยืนอยู่ด้านข้างฝ่ายประสานงาน

“แต่ว่ามิสเวสท์คะ แม็คเคนซี่ ค็อกซ์ ค่าตัวแบบว่า…เอ่อ สูงมากเลยนะคะ” โซอี้แย้งขึ้น ก่อนว่าต่อ “แถมเธอยังเลือกงานอีก และเรื่องมากอีกด้วย”

“หุบปากไปเลยโซอี้!” จอร์จิน่าต่อว่าเลขาแล้วหันไปพูดกับฝ่ายประสานงาน “แล้วคุณมีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้”

ฝ่ายประสานงานทำหน้าลำบากใจ “เอ่อ…ผมก็ไม่อยากจะแย้งหรอกนะครับ แต่ว่าเราติดต่อเธอไปแล้วตามที่มิสเวสท์บอก ผู้จัดการเธอเรียกค่าตัวสูงมากจนเราต้องขอคิดดูก่อน”

“ค่าตัวเท่าไหร่กัน เอามาดูซิ” จอร์จิน่าดูจะหงุดหงิดมากพอตัว ทุกคนทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจเธอเลยนี่หน่า

โซอี้ยื่นเอกสารให้จอร์จิน่าพิจารณา แคโรไลน์สังเกตเห็นใบหน้าของจอร์จิน่าแปลกไป เธอกำลังชั่งใจกับค่าตัวของดารานักแสดงดังคนนั้นอยู่

“ค่าตัวแพงขนาดนี้จะให้ฉันซื้อตึกเอ็มไพร์สเตตหรือไง” คำประชดของจอร์จิน่าทำให้ฝ่ายประสานงานและโซอี้พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกัน

“แต่ว่า ถ้าฉันต้องการก็ต้องได้! เอาแม็คเคนซี่มาให้ได้”

“หา!” ลูกจ้างทั้งสองเผลอปากตะคอกออกมาด้วยความตกใจ ปกติเจ้านายของพวกเขาจะรอบครอบมากเรื่องค่าใช้จ่าย ทำไมถึงอยากได้ตัวนักแสดงคนนี้มากนัก

“ทำไมล่ะ พวกเธอก็ใช้หัวคิดซะบ้างซิ อ่านข่าวในสังคมโซเชียลบ้าง ช่วงนี้แม็คเคนซี่กำลังฮอตสุดๆ ฉันคำนวณดูแล้วเกี่ยวกับการโด่งดังของเธอ น่าจะไปได้สวยอีกสักห้าหกปี หรือมากกว่านั้น สายตาของฉันมองคนไม่ผิดหรอก”

คำพูดของจอร์จิน่าเกือบทำให้แคโรไลน์กลอกตา คำว่า ‘ดูคนไม่ผิด’ ไม่น่าจะใช้ได้กับจอร์จิน่า เพราะเหตุการณ์ที่จอร์จิน่าเจอเธอในครั้งแรก ก็ยังกล่าวหาว่าเธอเป็นขโมยหน้าตาเฉยทั้งๆ ที่ตอนนั้นเธอเป็นเอฟบีไอ

“เอ่อ…คือว่า ผู้จัดการของแม็คเคนซี่บอกว่าถ้าหามิสเวสท์ต้องการตัวของแม็คเคนซี่จริงๆ ควรนัดให้มาเจอกัน และทำสัญญาให้เร็วที่สุด”

“ผู้จัดการหรอ?”

“โอเว่น บาร์ล ค่ะ เขาชื่ออย่างนั้น”

จอร์จิน่าครุ่นคิดชื่อชายคนนั้น แต่ก็คิดไม่ออก

“ติดต่อพวกเขามาล่ะกัน เร็วๆ ยิ่งดี”

“ครับ” ฝ่ายประสานงานขานรับ ก่อนที่จอร์จิน่าจะไล่ให้พวกเขาออกไปจากห้อง แต่ไม่หยักจะไล่แคโรไลน์ออกไป

บรรยากาศในห้องเงียบเชียบแคโรไลน์ยืนอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานของจอร์จิน่าอยู่พอสมควร เธอยืนอยู่ข้างๆ มุมเครื่องดื่มพอดี จอร์จิน่าก้มหน้าก้มตาทำงาน ตรวจเช็คอะไรบางอย่างที่โต๊ะทำงาน แคโรไลน์ทำงานกับจอร์จิน่ามาเกือบได้หนึ่งอาทิตย์ เธอเพิ่งได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วจอร์จิน่ามีปัญหาเกี่ยวกับสายตา เธอสายตาสั้น เวลาทำงานอยู่ที่โต๊ะ ไม่ได้ออกไปไหนเธอจะสวมแว่น แต่ถ้าทั้งวันเธอมีงานต้องออกไปข้างนอกเธอจะใส่คอนแทคเลนส์ และวันนี้เธอเลือกที่จะสวมแว่น

“นี่เธอน่ะ” ไม่นานจอร์จิน่าก็เอ่ยเรียกชื่อของแคโรไลน์ อีกคนรอฟังคำสั่งอยู่จึงเงียบ

“แคโรไลน์!” เสียงกระแทกของคุณหนูเอาแต่ใจดังขึ้น แคโรไลน์ไม่เข้าใจกับการกระทำนั้น


อยู่กันใกล้แค่นี้เองจะตะโกนทำไมนะ?


“เธอไม่ได้ยินที่ฉันเรียกเธอหรือไง”

“ได้ยินค่ะ”

“แล้วทำไมต้องยืนโง่อยู่ได้”

แคโรไลน์กลายเป็นคนผิดเฉยเลย เธอไม่รู้ว่าจะตามใจจอร์จิน่าได้ทุกอย่างหรอกนะ บางทีเธอก็ไม่เข้าใจอารมณ์ของอีกคนเอาซะเลย

“คุณต้องการจะให้ฉันทำอะไรคะ” เธอตอบเสียงเรียบ

“รินน้ำมาให้หน่อยคอแห้ง”

แคโรไลน์เดินไปที่มุมเครื่องดื่มและทำตามคำสั่งของจอร์จิน่าอย่างว่าง่าย ก่อนจะถือแก้วน้ำไปวางไว้ที่บนโต๊ะของจอร์จิน่า แคโรไลน์ได้ข้อสังเกตอีกว่าจอร์จิน่าคงไม่ชอบกาแฟ เพราะมุมเครื่องดื่มของเธอมีแค่ไวน์ ชา และน้ำแร่เท่านั้น

ผ่านไปกว่าสามสิบนาทีจอร์จิน่าก็ยกน้ำขึ้นจิบ ราวกับว่าเธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแคโรไลน์เอาไปวางไว้ให้นานแล้ว

“นี่อะไรเนี่ย! ทำไมน้ำมันถึงได้ไม่เย็นอะไรเลย เธอใส่น้ำแข็งหรอเปล่า?!”


ผิดอีก


“ฉันใส่ค่ะ แต่เพราะมันละลายแล้วต่างหาก”

“เถียงฉันหรอ? กลับไปใส่น้ำแข็งมาเลย งี่เง่า”

แคโรไลน์กลั้นหายใจและทำตามคำสั่ง เธอควบคุมเหตุการณ์ได้เสมอ ถ้าเป็นคนอื่นคงกลั้นใจตายไปแล้ว กับความเอาแต่ใจของจอร์จิน่า

และพอแคโรไลน์เติมน้ำแข็งใส่แล้ว แทนที่จะหมดปัญหาแต่ว่า…

“ฉันไม่ชอบรสชาติน้ำยี่ห้อนี้เลย ไปซื้อใหม่ให้หน่อยสิ”

แคโรไลน์รู้สึกแปลกๆ คับคล้ายคับคลาว่าโดนแกล้ง แต่เธอก็ไม่ปริปากบ่นอะไร เธอจำใจยอมลงไปซื้อน้ำแร่ยี่ห้อที่จอร์จิน่าบอก ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านค้าใกล้ๆ ไม่ได้เลย เธอเลยต้องรบกวนถามแกรี่คนขับรถประจำของจอร์จิน่า และขอบคุณสวรรค์ที่เขาพาเธอไปซื้อ กว่าจะได้มาก็ปาไปเกือบชั่วโมง

แคโรไลน์กลับเข้ามาที่ห้องทำงานของจอร์จิน่า เจ้าตัวที่ก้มหน้าทำงานอยู่เงยหน้าขึ้นมา แคโรไลน์เห็นแวบแรกว่าจอร์จิน่ายิ้มสะใจแค่ไหนก่อนจะแสร้งทำเป็นปั้นหน้าโกรธ เธอรู้ว่าจอร์จิน่าแกล้งให้เธอต้องไปซื้อน้ำแร่หายากที่ไม่มีขายในบริเวณนี้

“ทำไมช้าจัง ไปปีนเทือกเขาเอลฟ์มาหรือไง ฉันเกือบจะกระหายน้ำตายเพราะเธอ”

แคโรไลน์สังเกตเห็นว่าปริมาณน้ำแร่ที่จอร์จิน่าบ่นนักบ่นหนาว่าไม่ชอบรสชาติ น้ำแร่ที่เธอใส่น้ำแข็งมาให้เมื่อชั่วโมงก่อนหมดแก้ว จอร์จิน่าดื่มมันหมด และเธอโดนแกล้งอีกแล้ว แน่ล่ะ มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว

แต่แคโรไลน์ก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอเดินไปรินน้ำที่เธอเพิ่งซื้อมาวางให้จอร์จิน่า เธอใช้ความเงียบควบคุมอารมณ์ จอร์จิน่ายกน้ำขึ้นไปจิบพอเป็นพิธี แคโรไลน์แอบคิดในใจว่าจะสะใจมากถ้าจอร์จิน่าสำลักน้ำออกมาขณะดื่ม แต่ไม่ใช่

เธอย่นหน้า

“ฉันคงจำผิด ฉันไม่ชอบยี่ห้อนี้นี่หน่า”

อีกแล้ว แคโรไลน์คิด และรู้สึกทนไม่ได้

“เธอช่วยไปซื้อ…”

“ถ้าคุณสั่งให้ฉันไปซื้ออีกล่ะก็ คุณต้องรอนานหน่อยนะคะ เพราะฉันคงไปต้องปีนเทือกเขาเอลฟ์ก่อน แล้วค่อยไปซื้อน้ำมาให้คุณ จนถึงเวลานั้นฉันหวังว่าคุณคงจะไม่กระหายน้ำตายซะก่อน” แคโรไลน์พูดดักคอในที่สุด

“นี่เธอบังอาจมายอกย้อนฉันหรอ เป็นคนรับใช้แท้ๆ …”

“ฉันเป็นบอดิ้การ์ดไม่ใช่คนรับใช้”

“มันก็เหมือนกันนั่นแหละย่ะ!”

“…” แครไลน์เงียบอีกครั้ง เมื่อไหร่ที่จอร์จิน่าขึ้นเสียงเธอจะโมโหและไม่ยอมหยุดง่ายๆ แคโรไลน์เลยเป็นฝ่ายไม่ต่อต้านอะไร

“ฉันไล่เธอออก!”

คำพูดนี้ของจอร์จิน่า แคโรไลน์ไม่อยากนับว่าเธอพูดออกมากี่ครั้ง เพราะมันเยอะมากจนนับไม่ถ้วน แต่แคโรไลน์ก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร จอร์จิน่าดูจะฉุนขาดและลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ จอร์จิน่าหงุดหงิดในท่าทีนิ่งและเย็นชาของแคโรไลน์เต็มทน เห็นแล้วหมั่นไส้

“ทำไมไม่พูดอะไรล่ะ พูดอะไรสักอย่างออกมาซิ”

“…”

“เธอ! มันน่าโมโหจริงๆ เลย”

“แกรี่บอกว่าวันนี้คุณจะไปคลับ” แคโรไลน์เปลี่ยนเรื่องคุยหน้าตาเฉย จนจอร์จิน่าต้องขมวดคิ้ว เธอกอดอกแล้วเชิดหน้าไปอีกทาง

“แล้วไง?”

“คุณบอกแกรี่แต่คุณไม่ได้บอกฉัน”

“แล้วไง?”

“ฉันเป็นบอดี้การ์ด และฉันจะต้องทำตามหน้าที่ของตัวเอง คุณควรแจ้งฉันด้วยค่ะ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ฉันมีส่วนต้องรับผิดชอบ…อย่างหนัก”

“อ่อ เห็นว่าฉันเป็นตัวภาระเธอขนาดนั้นเลยหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก! เธอไม่ต้องไป ฉันไม่อยากให้เธอไปเกะกะ และอย่าหวังว่าเธอจะได้ขึ้นรถไปกับฉันด้วย ฝันไปเถอะ!” จอร์จิน่าพูดคำสุดท้ายก่อนจะนั่งตุ๊บลงเก้าอี้เสียงดัง แคโรไลน์คิดว่าเธอคงจะโมโหมากแน่ๆ คำพูดบางคำของเธอก็จี้จุดเกินไป แคโรไลน์เลยเลือกที่จะนิ่งอีกครั้ง เธอรู้สึกได้ถึงรังสีโมโหที่ตลบอบอวบในห้อง มือของจอร์จิน่ากำไอแพดแน่น แคโรไลน์ไม่รู้ว่าจอร์จิน่าโมโหอะไรมากขนาดนั้น

“มีส่วนต้องรับผิดชอบอย่างนั้นหรอ? เหอะพูดเหมือนกับคนที่ตายไปแล้วอย่างนั้นแหละ” เธอบ่นพึมพำ แคโรไลน์ไม่เข้าใจ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร จนกระทั่งจอร์จิน่าไล่เธอออกไปจากห้องทำงาน


แคโรไลน์ต้องร่วมมือกันกับแกรี่ โดยให้ไปส่งจอร์จิน่าก่อน ส่วนเธอจะขับรถตามไป เธอไม่อยากจะละเลยหน้าที่ถึงแม้ว่าจอร์จิน่าจะไม่ชอบหน้าเธอก็ตาม แต่เมื่อมันเป็นแบบนี้เธอก็ช่วยไม่ได้ แคโรไลน์ขับรถออดี้สีดำรถส่วนตัวของเธอมาจอดเทียบกับแกรี่ที่หน้าคลับ และทันทีที่จอร์จิน่าเห็นว่าเป็นเธอเจ้าตัวก็โวยวาย

“มาทำไรที่นี่ไม่ทราบยะ” จอร์จิน่าลงมาจากรถและโวยวายใส่เธอทันที จอร์จิน่าดูดีและสวยแซ่บในชุดเดรสสั้นเรียบสีดำ เธอรวบผมไว้เป็นมวยหลวมเผยคอสวยระหงของเธอ แคโรไลน์คิดว่าจอร์จิน่าสวยใช้ได้เลยถ้าไม่ติดที่ปากอันร้ายกาจ และนิสัยเอาแต่ใจของเจ้าตัว

“คุณไม่ให้ฉันขึ้นรถคุณ เพราะงั้นฉันเลยขับรถของฉันมา”

จอร์จิน่ามองรถออดี้สีดำรุ่นล่าสุดก็รู้ได้ทันทีว่าแคโรไลน์ไม่ใช่ฐานะจนๆ หรือกลาง เธอน่าจะร่ำรวยเชี่ยวล่ะ แต่ทำไมต้องมาฝืนทำงานเป็นบอดี้การ์ดด้วย จอร์จิน่าไม่เข้าใจจริงๆ เลย

“งั้นอยู่ข้างนอก ฉันจะเข้าไปแล้ว”

“ฉันจะเข้าไปกับคุณ และจะอยู่ให้ห่างหลังจากส่งคุณให้กลุ่มเพื่อนไปแล้ว”

“นี่ ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ! เห็นหน้าเธอแล้วฉันขัดใจ ออกไปเลยไป!” จอร์จิน่าทำหน้ายุ่งก่อนจะผลักแคโรไลน์ แกรี่ที่ยืนอยู่ด้วยทำตัวไม่ถูก แคโรไลน์ไม่ยอมเธอยืนอยู่อย่างนั้นและต้านแรงผลักของจอร์จิน่า อีกคนก็ไม่ยอมยื้อยุดกันไปอย่างนั้น จนสุดท้ายหน้าผากของจอร์จิน่าไปชนเข้ากับคางของแคโรไลน์ ทำให้ทั้งสองคนชะงักไป

“อุ๊ย!” แกรี่ตกใจจนเผลออุทานเสียงเล็กๆ ออกมา

จอร์จิน่าเอามือดันหน้าแคโรไลน์ออกห่างๆ แล้วทำท่าดีดดิ้น

“อย่าเอาหน้ามาใกล้ฉันนะ!”

“…?” คุณเองต่างหาก แคโรไลน์คิดในใจแต่ไม่พูดออกมา

“ฮึ่ย! จะทำอะไรก็ทำ ฉันไม่สนด้วยแล้ว!” จากนั้นจอร์จิน่าก็หายเข้าไปในคลับ

“เอ่อ เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณแคโรไลน์” แกรี่คนขับรถผิวสีถามขึ้น

“ฉันไม่เป็นไร ขอตัวก่อนนะ”

“เอ่อ เดี๋ยวครับ” เขาเรียกเอาไว้ “วันนี้มิสเวสท์ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลย แล้วยังมาที่นี่ด้วย ฝากดูแลเธอหน่อยนะครับ”

“…”

“ถ้าเป็นคุณล่ะก็ทำได้แน่”

“…”


แคโรไลน์เดินตามจอร์จิน่าเข้าคลับมาติดๆ เสียงเพลงบีทหนักๆ กระชากใจวัยมันส์เปิดกระหึ่ม แคโรไลน์เกลียดสถานที่แบบนี้ เธอไม่ชอบเท่าไหร่ แต่คลับแห่งนี้ค่อนข้างใหญ่ และหรู ไม่แปลกใจที่บรรดาไฮโซกระเป๋าหนักจะมากองรวมอยู่กันที่นี่ แคโรไลน์เดินเบียดผ่านผู้คนไปเรื่อยๆ มีผู้ชายร้องทักเธอหลายคน แต่เธอไม่ใส่ใจเสียงพวกนั้น จนกระทั่งเดินตามจอร์จิน่าไปชั้นสอง

“ไง ทางนี้” ที่โต๊ะชั้นสองมีคนโบกมือเรียกจอร์จิน่า แคโรไลน์รู้ได้ในทันทีว่าเป็นใคร รีเบคก้าอาร์เชอร์ เพื่อนคนสนิทและร่าเริงทุกครั้งของจอร์จิน่า และยังมีผู้หญิงอีกคนที่สวยอย่างร้ายกาจนั่งร่วมอยู่ด้วย เธอมีรูปร่างสูง สัดส่วนดีเยี่ยมราวกับนางแบบ ดวงตาสีฟ้าอมเขียวกลมโต ผมสีบลอนด์เหมือนกันกับจอร์จิน่า เธอดูคล้ายกับจอร์จิน่ามาก เพราะมีใบหน้าที่สวยซ่อนร้ายเหมือนกัน แคโรไลน์เริ่มระแวงว่าจะเจอคนแบบจอร์จิน่าอีกคน

“แคโรไลน์มาด้วยหรอ?” รีเบคก้าทัก ในขณะที่จอร์จิน่าทำหน้าบึ้งตึง แล้วนั่งลงข้างๆ ผู้หญิงที่แคโรไลน์ไม่รู้จัก

“นี่ไงลิซ ที่ฉันเล่าให้เธอฟังน่ะ” รีเบคก้าสะกิดผู้หญิงพราวเสน่ห์ที่อยู่เก้าอี้ตรงข้ามข้างจอร์จิน่า

“อ่า บอดิ้การ์ดคนเก่งและสวย” ผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยอย่างร้ายกาจมองจนแคโรไลน์ประหม่า จากนั้นเธอก็ส่งยิ้มมาให้เธอ

“ฉันเอลิซาเบธ เพย์ตัน เป็นเพื่อนของจีน่าค่ะ ยินที่ที่ได้รู้จัก ถ้าจำไม่ผิดคุณชื่อ แคโรไลน์ ครอสไวต์?”

“…” แคโรไลน์พยักหน้าแทนคำตอบ เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

“จะต้องแนะนำตัวไปทำไมให้เสียเวลา” จอร์จิน่าแขวะเพื่อนทั้งสอง เอลิซาเบธไม่ถือสาอะไรเพียงแต่หัวเราะเท่านั้น แคโรโลน์รู้สึกผิดที่แอบคิดว่าเธอนิสัยคล้ายๆ กับจอร์จิน่า แต่ผิดเลยเธอนิสัยคล้ายกับรีเบคก้าต่างหาก เพียงแต่เธอไม่ได้ร่าเริงเท่ารีเบคก้าก็เท่านั้นเอง

“นั่งด้วยกันซิคะ”

“ลิซ! ขอทีเถอะ” จอร์จิน่าหันมามองค้อนเพื่อน ก่อนจะพูดกับแคโรไลน์ที่ยืนอยู่ “ส่งฉันแล้วก็ไปซิ มายืนอยู่ทำไมเกะกะลูกตา”

“ไม่เอาน่าใจร้ายเกินไปแล้ว” รีเบคก้าพูดขึ้น แต่แคโรไลน์พูดแทรกขึ้นมา

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันคิดว่าคงต้องไปรอข้างนอก…”

“ไม่เอาๆ มานั่งด้วยกันเถอะค่ะ” รีเบคก้าลุกขึ้น ลากแคโรไลน์ที่ต่อต้านไม่ได้ให้มานั่งด้วยกันข้างๆ เธอ และแน่นอนว่าสีหน้าของจอร์จิน่าไม่ได้ยินดีเลย

“เธอคิดว่าแคโรไลน์เหมาะกับอาชีพในวงการมั๊ย?” รีเบคก้าชวนเอลิซาเบธพูดคุยเรื่องใบหน้าของแคโรไลน์ ทั้งสองคนจ้องเธออยู่สักพัก รีเบคก้าดูตื่นเต้นเมื่อเห็นหน้าเธออยู่ตลอดเวลา

“ฉันว่าได้ คุณต้องรุ่งแน่ๆ เลยนะคะ”

“ใช่มั๊ยล่ะลิซ แน่นอน เธอดันแคโรไลน์ได้เลยนะ” รีเบคก้าหัวเราะชอบใจก่อนจะหันไปมองแคโรไลน์ที่ทำหน้าเหวอๆ อยู่ “พวกเราล้อเล่นน่ะค่ะ ขอโทษที ฉันกับลิซเห็นใครหน้าตาดีเป็นต้องชวนเข้าวงการตลอด”

เอลิซาเบธเสริม “เรียกว่าติดเป็นนิสัยก็ได้นะคะ”

ทั้งสองคุยอยู่กับแคโรไลน์จนลืมจอร์จิน่าไป เมื่อหันมาจะพูดกับเพื่อนสาวก็เห็นว่า จอร์จิน่าดื่มไปหมดแก้วแล้ว เธอกำลังรินแอลกอฮอล์เองอีกต่างหาก

“เดี๋ยวนะๆ เธอไปเครียดมาจากไหนเนี่ยจีน่าเบาๆ หน่อย” เอลิซาเบธที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้ว่าอะไร เธอสั่งแอลกอฮอล์มาเพิ่มอีกต่างหาก

“ลิซเธอนี่ก็เกินไปนะ ไม่คิดจะห้ามหรือไง”

“เพิ่งแก้วเดียวเองหน่า ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างเรามาวันนี้เพื่อสนุกนะ ไม่ต้องกังวล” เธอพูดสบายๆ จอร์จิน่ายิ้มเป็นเชิงขอบคุณให้เอลิซาเบธ

“ได้ข่าวว่าเธอจะไปมิชิแกนเร็วๆ นี้นี่” จอร์จิน่าเปิดประเด็นพูดออกมา รีเบคก้าตาโต

“จริงหรอ? ไปกับบาส สามีสุดที่รักของเธอซินะ?”

แคโรไลน์แปลกใจที่เอลิซาเบธแต่งงานแล้ว แต่ก็ในอีกทางหนึ่งก็ไม่น่าจะแปลกใจอะไร เพราะผู้หญิงสวยรวยเสน่ห์อย่างเอลิซาเบธก็ต้องมีผู้ชายมาให้เธอเลือกเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

“ไม่หรอก ไม่ใช่บาสหรอก”

“เธอทำให้ฉันแปลกใจนะลิซ” จอร์จิน่าพูดแฝงความนัยบางอย่าง เธอยิ้มราวกับรู้อะไรดีๆ แต่ไม่พูดออกมา เอลิซาเบธถลึงตาใส่เธอ และพูดแก้

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละน่า ก็แค่เพื่อนผู้หญิง และฉันก็ไม่ได้จะนอกใจบาสด้วย พวกเธออยากจี้ให้ฉันเป็นข่าวจะได้มั๊ย กับเฮเลนฉันก็จะตายอยู่แล้ว”

จอร์จิน่ายิ้มร้ายมองเพื่อนอย่างล้อเลียน ส่วนรีเบคก้าก็ยกมือยอมถอยทัพ

“ว่าแต่เรื่องของเธอเถอะจีน่า เป็นไงบ้างเรื่องหานางแบบมาขึ้นปกเดือนหน้าน่ะ” รีเบคก้าถาม เพราะเมื่อสองวันก่อนจอร์จิน่าพูดเรื่องนี้กับเธอ และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเครียดมากๆ เพราะต้องดูกระแสซุปเปอร์สตาร์คนดังทุกวัน

“ได้แล้ว แม็กเคนซี่ ค็อกซ์”

“…!” เอลิซาเบธกับรีเบคก้ามีความสนใจที่แตกต่างกัน เอลิซาเบธยิ้มและยกแก้วให้ราวกับภูมิใจที่ได้ยินอย่างนั้น แต่รีเบคก้าทำสีหน้าบิดเบี้ยวแล้วฉวยแอลกอฮอล์มาดื่มอึกหนึ่ง

“ดูปฎิกิริยาของพวกเธอซิ อิจฉาฉันใช่มั๊ย?”

เอลิซาเบธหัวเราะก่อนอธิบาย “ฉันเคยเจอแม็คเคนซี่เธอมาที่ช่องรายการของฉันค่อนข้างบ่อยนะ จะว่ายังไงดีล่ะ…คนทั้งบริษัทแตกตื่นกันแทบไม่ได้ทำการทำงาน” จากนั้นก็เล่าต่อ “ฉันว่าแม็คเคนซี่ให้อารมณ์รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แปลกๆ อยากบอกไม่ถูก ตอนที่ฉันนัดเธอมาคุยเรื่องงาน เอ่อ…บุคลิกของเธอดูเยือกเย็น แต่แววตาของเธอมีแววซุกซน เหมือนกับกำลังเล่นสนุกอยู่อย่างนั้นแหละ”

“ผู้หญิงอันตรายซิฉันชอบ” จอร์จิน่าหัวเราะ ก่อนจะหันไปถามเพื่อน “ไง แล้วเธอล่ะ เธอเป็นสไตลิสต์และดีไซเนอร์นะ จะไม่เคยเจอดาราดังๆ แบบแม็คเคนซี่บ้างหรอ?”

“…” สีหน้าร่าเริงของรีเบคก้าเรียบเฉย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะแห้งๆ และส่ายหน้า

“โกหกไม่ดีหรอกนะ เธอก็รู้นี่เบคก้า” จอร์จิน่าจับสังเกตได้ “เธอเคยเดทกันหรอ?”

“ไม่มีวัน!” รีเบคก้าเผลอพูดเสียงดังจนทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว และรู้ได้ในทันทีว่าแม็คเคนซี่กับรีเบคก้าต้องมีอดีตไม่ดีต่อกันอย่างแน่นอน

“โอเค…ฉันคิดว่าจอร์จิน่าล้อเล่นนะเบคก้า” เอลิซาเบธพูดลากเสียงยาว เพื่อดูอารมณ์ของอีกคน

“ต้องมีอะไรมากกว่านั้นซิใช่มั๊ย?” จอร์จิน่าจี้ถามเพื่อน เธอสนุกเสมอเมื่อเห็นอีกคนมีพิรุธและพยายามจะเบี่ยงเบนคำถามและความรู้ทันของเธอ

“ก็ได้ๆ” รีเบคก้ายอมเล่าให้ฟัง “ยัยนั่นวิจารณ์ชุดฉันซะเละเทะ ยัยนั่นทำให้ฉันอับอายต่อหน้าคนทั้งกองถ่าย ฉันก็เป็นคนดังเหมือนกันนะยะ!”

“อ่อ ฉันจำได้แล้ว ที่เธอถอนตัวจากการเป็นสไตลิสต์ห์หนังดังเรื่องที่จะเข้าฉายในปีนี้ ข่าวใหญ่เลยเมื่อปีที่แล้วน่ะ” เอลิซาเบธจำได้ จอร์จิน่าพยักหน้า เพราะเธอก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแม็คเคนซี่ร้ายกาจกับรีเบคก้า ตอนที่อีกคนเล่าให้เธอฟังนั้นไม่ได้ระบุบว่าเป็นดาราดังคนไหน ในที่สุดวันนี้เธอก็ได้รู้ แถมยังจะได้ร่วมงานกับคู่อริของเพื่อนเธออีกต่างหาก น่าสนุกดี

“แหม ฉันกำลังคิดอยู่เลยเชียวว่าจะยืมเสื้อผ้าจากห้องเสื้อของเธอมาใส่ถ่ายแบบน่ะ”

“หยุดเลยจีน่า ฉันไม่ยอมให้เสื้อผ้าของฉันติดเชื้อบ้ามา”

จอร์จิน่าหัวเราะพอใจที่ได้แหย่เพื่อน

“เอาล่ะๆ ฉันเบื่อเรื่องของพวกเธอแล้ว เรามาคุยเรื่องของแคโรไลน์บางทีกว่า” เอลิซาเบธเปลี่ยนเรื่อง แล้วหันมาหาคนที่ตัวสูงที่สุดในกลุ่ม “เล่าเรื่องเอฟบีไอให้ฉันฟังทีซิคะ?”

แล้วหลังจากนั้นทั้งสามคนก็พูดคุยกัน ส่วนใหญ่แคโรไลน์จะเป็นคนตอบคำถามเองเสียมากกว่า ทั้งรีเบคก้ากับเอลิซาเบธตื่นเต้นกับทุกสิ่งทุกอย่าง ราวกับดีใจที่ได้รู้จักกับแคโรไลน์ จอร์จิน่านั่งร่วมอยู่ในโต๊ะไม่ได้พูดได้ถามอะไรเหมือนเพื่อน เธอแค่ ดื่ม ดื่ม และดื่มแอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่า จนกระทั่งเธอรู้สึกว่าดนตรีในคลับเริ่มสนุกขึ้นมาทั้งๆ ที่ตอนแรกไม่ได้เรื่องและน่าเบื่อสุดๆ ร่างบางลุกขึ้นปลีกตัวจากกลุ่มเพื่อน และเดินจมเข้าไปกับกลุ่มคน

“นี่ พวกเราคอยดูจีน่าไว้นะ เมาเละเทะแล้ว” รีเบคก้าพูดออกมาก่อนใครเพื่อน เมื่อเห็นเพื่อนลุกขึ้นไปเต้นยั่วยวนผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งจนเขาอดใจไม่ไหวต้องเป็นคู่เต้นให้จอร์จิน่า

“ปกติถ้าเมาก็ต้องมีเรื่องเครียดน่ะ” เอลิซาเบธคิด แล้วหันมาถามแคโรไลน์ “คุณเห็นวันนี้เธอทะเลาะกับใคร หรือว่าขึ้นเสียงกับใครหรือเปล่าคะ”

“ไม่นะคะ แต่ว่าถ้าเป็นเรื่องขึ้นเสียงฉันก็โดนอยู่ทุกวัน” แคโรไลน์ตอบตามตรงทำให้ผู้ฟังทั้งสองคนหัวเราะ

“นั่นเป็นปกติของจีน่านะคะ….โอ้ว! ตายล่ะ ผู้ชายที่โชคร้ายคนนั้น” รีเบคก้าหัวเราะ แล้วลากสายตาไปสังเกตจอร์จิน่า ก่อนจะทำตาโต เมื่อเห็นเพื่อนสาวสุดแซ่บของเธอที่เต้นนัวเนียกับผู้ชายเมื่อครู่หันมาแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม

“เดี๋ยวฉัน…” แคโรไลน์ทำท่าจะลุกขึ้น แต่เอลิซาเบธลุกขึ้นก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจัดการเอง” เอลิซาเบธรู้ดีว่าแคโรไลน์อาจจะโดนด่าถ้าไปขัด แต่ถ้าเป็นเพื่อนอย่างเธอคงไม่เป็นอะไรมากนัก

เอลิซาเบธเดินอาดๆ ออกไปและพูดอะไรสักอย่างกับผู้ชายคนนั้น เธอลากจอร์จิน่าที่ทำหน้าตาขัดใจออกมา เพื่อนตัวสูงประคองจอร์จิน่าที่เซไปมา มาถึงโต๊ะที่พวกเธอนั่งอยู่

“ลิซ~” จอร์จิน่ากอดรัดเอลิซาเบธแน่นจนอีกคนนิ่วหน้า “ตัวขัดความสุข มานี่เลย”

“…!” แคโรไลน์ตกใจที่อยู่ๆ จอร์จิน่าก็คว้าเอลิซาเบธไปจูบ ส่วนอีกคนก็แค่ดันหน้าออกแล้วฉุดให้เพื่อนนั่งลง รีเบคก้านั่งหัวเราะชอบใจกับเอลิซาเบธที่โดนกระทำ

“นั่นไงล่ะ โดนจนได้” รีเบคก้าหันมาขยายความให้แคโรไลน์ฟัง “ความลับอย่างหนึ่งของจอร์จิน่าค่ะ เวลาเมายัยนี่ชอบจูบคนไปทั่ว เพราะอย่างงั้นเธอถึงระวังตัวไม่ให้ตัวเองเมา แต่วันนั้น…คงเว้นไว้หนึ่งวันล่ะ”

“ฉันว่าเรากลับกันดีมั๊ย?” เอลิซาเบธพูดขณะที่จอร์จิน่านอนแหมะอยู่ที่ไหล่

“ไม่เอา~” อีกคนประท้วง

“โอเค ฉันว่าเรากลับเหอะ ก่อนที่จีน่าจะจูบคนทั้งคลับ”

“…”


หลังจากที่รีเบคก้ากับเอลิซาเบธมาส่งจอร์จิน่าที่รถ เธอทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับบ้าน มีแต่แกรี่กับแคโรไลน์ที่รับช่วงต่อจากทั้งสอง พาจอร์จิน่ากลับบ้านในเวลาต่อมา

แกรี่กับแคโรไลน์ช่วยกันหามปีกจอร์จิน่ามานอนที่โซฟา แล้วแกรี่ก็ขอตัวกลับ เขามีมารยาทพอคิดว่าปล่อยให้ผู้หญิงจัดการกันเองซะดีกว่า

“คุณจอร์จิน่า คุณต้องขึ้นไปบนห้องนะคะ ฉันอุ้มคุณไม่ไหวแน่ๆ”

จอร์จิน่าไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เธอเกลือกกลิ้งไปบนโซฟา

“จอร์จิน่าคุณได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า”

“ไปตายซะ!” เธอปัดมือแคโรไลน์ที่เอื้อมมาจับแขนตัวเองทิ้งแล้วมุดหน้าลงหมอนอิง พูดอะไรอบางอย่างที่อีกคนไม่ได้ยิน เพราะเสียงอู้อี้ที่อัดในหมอน

“จอร์จิน่า…” แคโรไลน์สะกิด จากนั้นจอร์จิน่าก็ลุกขึ้นยืนโงนเงนไปมา

“เธอน่ะออกไปเลย ประตูอยู่ทางนั้น!” จอร์จิน่าชี้นิ้วไล่อีกคน แคโรไลน์คาดว่าเธอคงเมามากจนไม่รู้ว่าทิศไหนเป็นทิศไหน เพราะจอร์จิน่าชี้ไปที่ห้องครัวแทนที่จะเป็นประตูหน้าห้อง

“ฉันต้องส่งคุณเข้าห้องก่อน…”

“ใช่ซิ ฉันทำตัวเป็นเด็ก เธอคิดว่าฉันเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบนี่”

“…?” แคโรไลน์สะกิดใจกับคำพูดเหล่านั้น มันเป็นคำพูดที่เธอเคยพูดออกไปเมื่อบ่ายวันนี้เอง จอร์จิน่าโกรธเพราะเธอพูดว่า ‘ฉันมีส่วนต้องรับผิดชอบ’ อย่างนั้นหรอ? ไม่น่าเชื่อเลยแหะ

“ใช่ซิ ใช่เลย หนูทำตัวเป็นเด็ก แม่ก็เลยต้องมีส่วนรับผิดชอบกับหนูตลอดเลยซินะ แต่ไม่ใช่ว่าแม่จะตายนี่ แม่ควรลุกขึ้นมาด่าหนูซิ เอาแต่เงียบทำไม”

“…” แคโรไลน์เข้าใจแล้ว จอร์จิน่าเคยพูดว่า

‘มีส่วนต้องรับผิดชอบอย่างนั้นหรอ? เหอะพูดเหมือนกับคนที่ตายไปแล้วอย่างนั้นแหละ’

มันเคยเป็นคำพูดของแม่ที่ตายไปแล้วของจอร์จิน่า ซึ่งเป็นคำเดียวกันกับที่แคโรไลน์เคยพูดกับเธอ สงสัยจะไปสะกิดแผลใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต เลยเก็บคำพูดของเธอไปเครียดและคิดถึงเหตุการณ์เร็วร้ายเกี่ยวกับแม่

“ฉันขอโทษที่ก่อนหน้านี้พูดอะไรไม่คิด” แคโรไลน์รู้สึกผิด แต่จอร์จิน่าเดินเข้ามาคว้าชุดสูทของเธอ และยังคงเมาเช่นเคย

“หนูเกลียดที่แม่เอาแต่ขอโทษทุกครั้ง แม่รู้ทั้งรู้ว่าหนูไม่ได้เป็นคนทำ แต่ก็ออกรับแทนหนูทุกอย่าง ทำไม ทำไมแม่ต้องเป็นคนดีขนาดนั้น ไม่ซิ ยอมเป็นคนไม่ดีเพราะคนอย่างหนูด้วย!”

จอร์จิน่าไม่มีน้ำตาไหลออกมาทั้งๆ ที่เป็นเรื่องน่าเศร้า เอาแต่อาละวาดและระบายความรู้สึกออกมา

“…” แคโรไลน์ไม่รู้ว่าในอดีตจอร์จิน่าทำอะไรไว้บาง แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเห็นใจจอร์จิน่าอย่างบอกไม่ถูก ทุกคนล้วนมีปมในอดีตไม่เว้นแม้แต่กับผู้หญิงที่เพอร์เฟคอย่างจอร์จิน่า

“คืนนั้นฉันน่าจะตายๆ ไปซะ ตายไปก็ดีแล้วแท้ๆ”

“จอร์จิน่าคุณไม่ใช่คนไม่ดีนะคะ” แคโรไลน์โผล่งพูดออกไป ในเวลาที่เมาแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ อย่างเช่นอุบัติเหตุร้ายแรง เธอแค่ไม่อยากให้จอร์จิน่ากล่าวโทษตัวเอง

“คุณเป็นคนเข้มแข็ง และฉลาดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา ชีวิตของคุณสำคัญมากกว่าอะไรทั้งสิ้น และคนที่รักคุณก็คิดแบบนั้น พ่อกับน้องชายของคุณไงคะ พวกเขาทั้งรักและหวังดีต่อคุณเสมอ พวกเขาจะอยู่ข้างคุณไม่ว่ายังไงก็ตาม คุณอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ มันไม่ใช่ จอร์จิน่า เวสท์ ที่ฉันรู้จักเลย”

“…” อีกคนนิ่งไป เธอเงยหน้าขึ้นมามองแคโรไลน์ คลายสูทที่ตัวเองกำแน่นออก เธอขยับมามองร่างสูงใกล้มาก แคโรไลน์แอบตำหนิตัวเองที่เวลาอย่างนี้ยังอดชื่นชมความสวยของจอร์จิน่าไม่ได้

“ไม่ใช่แม่…เธอไม่ใช่แม่ของฉันนี่” จอร์จิน่าพิจารณาใบหน้านั้นอย่างถี่ถ้วน อาจเป็นเพราะเมาเลยเห็นแคโรไลน์เป็นแม่ของตัวเอง แต่ตอนนี้ภาพนั้นกลับมาชัดเจนแล้ว คนที่อยู่ใกล้เธอตอนนี้คือ แคโรไลน์

“งั้น…เธอพูดจริงหรอ ที่ว่าชีวิตฉันสำคัญน่ะ” เสียงอ้อแอ้ถามขึ้น

“ค่ะ”

“จริงๆ นะ”

แคโรไลน์พยักหน้า

“เธอคงต้องการรางวัล”

“…!”

พูดจบจอร์จิน่าก็เขย่งตัวขึ้นมาจะจูบแคโรไลน์ แคโรไลน์ตกใจแต่เหวี่ยงตัวหลบทันทำให้ริมฝีปากของจอร์จิน่าโดนแก้มของเธอ

เกือบไป แคโรไลน์คิด โดนแก้มยังดีกว่าโดนปากล่ะ เพราะเธอไม่อยากเอาเปรียบหรือฉวยโอกาสจากคนที่กำลังเมาอยู่

“อะไรของเธอ ไม่อยากได้รางวัลหรอ”

“ฉันว่าคุณขึ้นไปนอนดีกว่านะคะ” แคโรไลน์ยกแขนอีกคนมาพาดที่คอ จอร์จิน่าหัวเราะออกมา แคโรไลน์ไม่รู้ว่าอีกคนหัวเราะประชดหรือสนุกสนาน เธอไม่เห็นสีหน้าของอีกคน เพราะจอร์จิน่าก้มหน้าคอพับเนื่องจากอาการเมา เธอพาจอร์จิน่ามาที่ห้อง ซึ่งกว่าจะถึงก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ ร่างสูงค่อยๆ วางอีกคนลงที่เตียงนอน ถอดรองเท้าและห่มผ้าให้

แคโรไลน์ขยับออกห่างจอร์จิน่าแล้วมองอีกคนที่พอหัวถึงหมอนก็หลับทันที เธอถอนหายใจออกมาที่ภารกิจเสร็จสิ้นไปอีกวัน ก่อนจะเผลอเอามือแตะที่แก้มเมื่อนึกขึ้นมาได้ รอยลิปสติกจางๆ ของจอร์จิน่ายังอยู่ที่ตำแหน่งนั้น แคโรไลน์ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง เธอไม่รู้ว่าทำไมเสี้ยววินาทีที่เกิดเหตุการณ์ไม่ได้ตั้งใจแบบนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ในทางที่ดีขึ้นมาได้ มันแค่อุบัติเหตุ จอร์จิน่าไม่ได้คิดจะแตะต้องเธอจริงๆ สักหน่อย


คุณทำให้ฉันทึ่งในตัวคุณทุกวันจริงๆ จอร์จิน่า เวสท์




______________________________________________________

ต่อให้แล้วนะคะ ช่วงนี้ยุ่งยาวเลยขอโทษด้วยนะคะ T^T

ไรท์จะพยายามลง ไม่หนีหายไปไหนแน่นอน

***สปอยสักนิด แม็คเคนซี่ ค็อกซ์ เริ่มเปรยๆออกมาแล้ว

แน่นอนว่าหลายคนคงจะรู้ว่าเธอจะได้คู่กับใคร ส่วนใครจะไม่รู้ก็ต้องรอต่อไป (ไม่ต้องรอหรอกเดี๋ยวไรท์บอก อิอิอิ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น