[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 3 : ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    26 พ.ค. 61

Florida, America

@สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าโฮป

บรรยากาศที่แสนจะอบอุ่น ลมหอบพัดใบไม้ไหวเป็นระยะๆ ด้านหน้าทอดออกไปเป็นสนามหน้าสถานสงเคราะห์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคฤหาสน์ของตระกูลครอสไวต์มาก่อน ที่สนามเต็มไปด้วยเด็กกำพร้าจากหลากหลายแห่ง บ้างจับกลุ่มเล่นกัน บ้างแยกตัวโดดเดี่ยว บ้างวิ่งเล่นกับพี่เลี้ยง สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความสุข ความหวัง และความเศร้า ทุกคนคิดอย่างนั้น อาจจะไม่ทุกคน แต่แคโรไลน์ ครอสไวต์คิดอย่างนั้นมาโดยตลอด

ร่างสูงเพรียวนั่งอยู่บนม้านั่งไม้สีซีดใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ ลมพัดผมสีดำขลับของเธอปลิวสยายทั่วแผ่นหลัง เธอกำลังจ้องมองเด็กๆที่แย่งของเล่นกัน สักพักพวกเขาตกลงกันได้แล้วหันมาแบ่งกันเล่น แคโรไลน์ยิ้มให้กับพฤติกรรมเหล่านั้น เธอกับพี่ชายก็เลยเป็น แต่พี่ชายของเธอจะเป็นฝ่ายยอมแพ้ และให้เธอเล่นก่อนเสมอ

ฟุตบอลกลิ้งมาหยุดที่เท้าของแคโรไลน์ ทำให้ความคิดของเธอหยุดนิ่ง

เธอมองฟุตบอลและหยิบมันขึ้นมา เงยหน้ามองหาเจ้าของจนไปสะดุดกับเด็กชายผมสีบลอนด์คนหนึ่ง เธอพยายามไม่เศร้าเมื่อเห็นสภาพของเด็กชาย เขาอยู่บนรถเข็น ขาข้างซ้ายของเขาเป็นขาเทียม ต้องเกิดอุบัติเหตุบางอย่างที่ชวนหดหู่ใจกับเขาเป็นแน่ แคโรไลน์สงสารเด็กชายคนนี้เหลือเกินอายุเขาไม่น่าจะเกินเจ็ดขวบด้วยซ้ำ แต่ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้

“ขอบอลคืนได้มั๊ยฮะ?”เสียงน่ารักพอๆกับใบหน้าของเขาเอ่ยขึ้น แคโรไลน์ปัดความคิดนั้นออกไปก่อนจะลุกจากม้านั่ง เดินตรงไปทรุดนั่งลงตรงหน้าเด็กชาย
“แล้วคนที่ขอบอลคืนชื่ออะไรจ้ะ”

“ไมเคิลเรียกผมว่าไมค์ก็ได้ฮะ”เขาตอบอย่างระมัดระวังในตอนแรก แต่เมื่อเห็นว่าพี่สาวคนสวยคนนี้ต้องเป็นคนดี เขาเลยพูดด้วยท่าทีสบายๆในช่วงหลัง
“ไมค์ ”แคโรไลน์ยิ้ม“ชอบเล่นฟุตบอลหรอ
?

เขาพยักหน้าและก้มลงมองขาตัวเอง บางทีแคโรไลน์นึกอยากตำหนิตัวเองที่ถามคำถามนั้นออกไป มันคงสะเทือนใจของเขาเป็นแน่ แต่ไมค์ยิ้มรับและตอบมันอย่างกล้าหาญ

“ผมอยากเป็นนักฟุตบอลแบบพ่อของผม มิสบราวน์บอกกับผมว่า สักวันผมจะต้องทำได้”

แคโรไลน์ไม่อาจห้ามความเศร้าใจนี้ได้ เขาดูเข้มแข็งกว่าเธอเสียอีก
“แล้วพี่ชื่ออะไรครับ
?
“เรียกว่า แครล์ก็ได้จ้ะ”เธอยิ้มให้เขา และเขาส่งยิ้มน่ารักมาให้เธอ
“แครล์ พี่ฝันอยากเป็นอะไรฮะ”
…?!”มันเป็นคำถามที่ค่อนข้างน่ากลัวสำหรับเธอ แคโรไลน์เองก็ฝันอยากเป็นตำรวจเหมือนกับพ่อของเธอ เธอเป็นมากกว่านั้น เธอก้าวมาเป็นเอฟบีไอ แต่สุดท้ายฝันของเธอก็ต้องพังทลายลงเพราะความอ่อนแอของเธอเอง
“เอ่อ
มัน
“ไมกี้ได้เวลามื้อกลางวันแล้วนะ”น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยขึ้นขัดการตอบคำถามที่ยากยิ่งของแคโรไลน์
“ฮะ มิสเตอร์ครอสไวต์”เขาขานรับก่อนจะหันมาลาพี่สาวคนสวย“แล้วเจอกันนะฮะ”
“จ้ะ แล้วเจอกัน”แคโรไลน์ยิ้มให้เขา ก่อนที่พี่เลี้ยงจะเดินเข้ามาเข็นรถพาเขาจากไป
“มาทำอะไรที่นี่ แคลร์ พี่ควรจะดีใจใช่มั๊ยที่เห็นน้อง”

เควิน ครอสไวต์ พี่ชายคนโตของบ้าน เขาเป็นบุคคลที่มีจิตใจงาม เมตตา รักสงบ และมีอุดมคติสูงส่ง เขาถึงได้ใช้คฤหาสน์ของปู่ทวดที่ส่งต่อกันมาแต่ไม่ค่อยมีคนอยู่มาหลายรุ่นเปิดเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าโฮป และเขาเป็นผู้อำนวยการที่นี่ ซึ่งน้องสาวอย่างแคโรไลน์คิดว่าที่นี่เหมาะกับผู้ชายรักสงบอย่างเขา
“ไมกี้เป็นเด็กที่มีความฝันเต็มเปี่ยม ถึงแม้ว่าขาของเขาจะกลับมาใช้งานไม่ได้เหมือนเดิมอีกแล้ว”พี่ชายของเธอไม่ได้ต้องการคำตอบจากเธอ เพราะเห็นสายตาของเธอจ้องมองไปที่ไมค์เด็กชายคนเมื่อครู่ พี่ชายของเธอรู้ว่าเธอให้ความสนใจกับเด็กชายคนนั้นมากกว่าคำถามของเขา
“ได้ยินมาว่าพ่อของเขาเป็นนักฟุตบอล”
“พ่อของเขาเป็นนักฟุตบอล ใช่ แต่เกิดคลุ้มคลั่งและเผาบ้านตัวเอง ภรรยาเขาตาย และทารกไมกี้ตัวน้อยได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขา เขารอดมาได้ และญาติของเขาไม่อยากเลี้ยงเด็กที่ไม่สมบูรณ์ เขาเลยต้องมาอยู่ที่นี่กับเรา เจ็ดปีได้แล้วล่ะ”
”ผู้ใหญ่ช่างใจร้ายกับเด็กจริงๆ เธอรู้แล้วว่าทำไมพี่ชายของเธอถึงอยากจะยืนมือเข้าไปช่วยเด็กๆเหล่านั้น และสร้างสถานที่แบบนี้ขึ้นมา
“โทษทีนะที่เล่าเรื่องแบบนี้ในเธอฟัง”

แคโรไลน์ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร

พี่ชายของเธอแตะไหล่และเดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวเดิมไม่ไกลจากตรงนั้น
“ว่ามาซิว่าอะไรส่งเธอให้มาที่นี่”
“แม่กำลังจะแต่งงานน่ะ”
“โอ้”เขาประหลาดใจเมื่อได้ยินประโยคนั้น แม่ของเขาไม่เคยคบกับใครจริงๆจังๆตั้งแต่เลิกกับพ่อไปเมื่อสิบปีก่อน เธอเลี้ยงดูพวกเราสองคนและไม่ยอมให้สิทธิ์อะไรแก่พ่อ แต่ให้พ่อมาเยี่ยมเขากับน้องสาวได้ มาถึงวันนี้แม่ของเขาทำให้เขาแปลกใจอยู่มาก ผู้ชายคนนั้นมัดใจแม่ด้วยอะไรนะ เธอถึงได้ยอมแต่งงานด้วย ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยสนิทกับแม่เพราะแยกตัวออกมาจากบ้านตอนอายุยี่สิบปี แต่ถ้านั้นเป็นความสุขของแม่เขาก็ยินดี
“พี่ว่า
เรื่องนี้น่าตกใจนะ ทำไมแม่ไม่เล่าให้พี่ฟังล่ะ”
“แม่ก็เหมือนพี่นั่นแหละ ไม่กล้าที่จะพูดด้วยกันจริงๆด้วยซ้ำ นี่พี่ดูไม่ออกหรอว่าแม่กับพี่เหมือนกันมากแค่ไหน”
นั่นซินะ ตอนนั้นเขามัวแต่เสียใจที่พ่อกับแม่เลิกกัน เขาเลยประชดแม่ด้วยการออกจากบ้าน ถึงแม่จะโทรหา และพูดคุยกับเขาเป็นปกติ แต่ความสัมพันธ์ของเขากับแม่ไม่เคยเหมือนเดิม
“แม่บอกว่าจะโทรมาบอกพี่ด้วยตัวเอง ไม่นานหรอกแม่จะโทรมา”
เขาพยักหน้า

“ว่าแต่ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันล่ะ”
“ชื่อลูเซียส มอร์ลิน เขาเป็นศาสตราจารย์ชาวออสเตรเลียที่ย้ายมาสอนที่มหาวิทยาลัยแกสตันนิวยอร์ก ที่เดียวกันกับแม่ ทั้งสองคบกันมาสองปีเห็นจะได้”

“เขาก็เป็นคนน่ารัก และดูเป็นผู้นำนะ เขามาหาแม่ที่บ้านบ่อยๆ แต่ฉันเจอเขาแค่สามสี่ครั้ง เพราะออกมาอยู่คอนโด ได้ข่าวว่ามีลูกสาวติดมาด้วย แต่ฉันก็ยังไม่เคยเจอมาก่อน”
“ก็เหมือนกับเรา”เขายิ้ม“เรามีกันสองคน”เควินจับมือน้องสาวบีบคล้ายให้กำลังใจ ถึงแม้พวกเขาจะโตแล้ว แต่การแต่งงานใหม่ของแม่ก็ทำพวกเขาใจหาย แต่เป็นในทางที่ดี
“แน่นอนว่าพี่จะไปงานแต่งของแม่”

แคโรไลน์พยักหน้า
“เดี๋ยวนะ เธอไม่หาอะไรทำมาตั้งหกเดือนแล้ว เธอควรจะหาอะไรทำบ้างนะ”เควินเปลี่ยนเรื่องเมื่อนึกขึ้นมาได้ น้องสาวของเขาเลือกเป็นเอฟบีไอ มันคือความฝันของเธอ แต่แล้วจู่ๆเธอก็ทิ้งมันไปทั้งๆที่ก็ได้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงๆ  เขาอยากรู้เหตุผลว่าทำไมถึงได้ปล่อยงานที่ตัวเองรักไปง่ายๆแบบนั้น แต่เขาเลือกที่จะไม่ถาม เพราะทุกอย่างล้วนมีเหตุผล
“ฉันก็ว่าจะหาอะไรทำเหมือนกัน พี่มีงานให้ฉันทำมั๊ย
?
“ที่นี่นะหรอ
? ไม่ ไม่ เธอเหมาะที่จะอยู่นิวยอร์กไม่ใช่ฟลอริดาแครล์”เขามองดูน้องสาวสักพักก่อนที่ความทรงจำบางอย่างของสองสามวันก่อนจะแวบเข้ามาในหัว
“จริงซิ ผู้สนับสนุนเงินทุนสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าโฮปรายใหญ่ของพี่ เขากำลังหาบอดิ้การ์ดผู้หญิงให้ลูกสาวของเขาพอดี พี่คิดว่างานนี้เหมาะกับเธอนะ”
…?
“เขาชอบบ่นเรื่องลูกสาวของเขาให้พี่ฟังว่าทั้งดื้อทั้งซน และไม่ยอมฟังคำพูดของเขาเลย เขาอยากได้บอดิ้การ์ดที่ค่อนข้างมีระเบียบพอที่จะควบคุมลูกสาวเขาได้”
“ฟังดูเป็นคุณหนูวัยเรียนที่เอาใจอยากนะ”
“ไม่อยากหรอก เธอเคยทำทุกอย่างมาแล้วตอนเป็นเอฟบีไอนะ เครื่องควบคุมคนน่ะ งานง่ายๆสำหรับเธอเลย และอีกอย่างเธอจะได้หยุดเรื่องทุกข์ใจไว้บ้าง”
”แคโรไลน์ไม่สบตากับพี่ชาย เขาไม่รู้ว่าเธอลาออกทำไม แต่เขารู้ว่าเธอกำลังเศร้า หมกมุ่นอยู่กับอะไรบางอย่าง
“หาอะไรทำเถอะ พี่เห็นเธอเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ”

แคโรไลน์พยักหน้าและคิดตาม บางทีเธออาจจะลองดู หกเดือนแห่งความอ่อนแอ ความเศร้าหมอง และหมกมุ่นอยู่กับหลายๆสิ่งในอดีต เธอจะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหนไม่มีทางรู้ เธอต้องเปิดประตูออกไปสู่โลกภายนอกเสียบ้าง
“คิดให้ดีแครล์”

 

 

Manhattan, New York
@บริษัทเมอร์โร่ว์

“ไม่! ไม่! ไม่! อันนี้ก็ไม่ได้! นั่นก็ไม่ได้!

น้ำเสียงของจอร์จิน่า เวสท์ นั่นไพเราะและฟังมีมนต์ขลังมาก หากแต่ไม่ใช่ว่าเธอกำลังตะคอกด่าอย่างนี้ เธอเป็นคนจริงจังเสมอกับเรื่องงาน ทุกอย่างต้องผ่านการตัดสินใจของเธอก่อนออกตีพิมพ์เสมอ เพราะเธอเป็นบรรณาธิการของนิตยสารแฟชั่นอย่างยูนีค ที่เป็นที่นิยมแพร่หลายของวัยรุ่นและวัยทำงานอยู่ในขณะนี้
“ใช้สมองคิดบ้างซิ เดือนนี้ ฤดูกาลนี้ มันควรจะไปปืนเขาหรือไง ช่วยแหกตาดูความชื้นของอากาศด้วย ชื้นๆแบบนี้ใครจะไปปืนเขา ได้ลื่นตกเขาตายแน่ล่ะ ไปหาสถานที่ท่องเที่ยวอื่นมาให้ได้เลยนะ คอลัมน์ท่องเที่ยวเดือนนี้จะต้องวิเศษสุดๆเขาใจมั๊ย
?!

ชายผู้เขียนคอลัมน์การท่องเที่ยวให้นิตยสารยูนีคก้มหน้ายอมรับผิด เขารู้ว่าเธอเป๊ะทุกอย่าง แต่เขาก็ยังพลาดเรื่องง่ายๆ
“นี่นายทำงานกับฉันมากี่ปีแล้วสแตน
?
“เอ่อ
อันที่จริงผมชื่อสนาร์ทครับ”
“ช่างซิ ตอบมา”
“สี่ปีครับ”เขาตอบพยายามกดหน้าลงให้ต่ำที่สุด เขาไม่กล้าแม่กระทั่งมองหน้าที่สะสวยและซุกซนของเจ้านายได้ ถึงแม้ว่าเขาจะเคยเก็บเอาไปฝันก็ตาม
“สี่ปีมันช่างยาวนานนะ นานพอที่นายจะหยุดเขียนคอลัมน์ให้ยูนีคได้แล้ว”ดวงตาสีฟ้าสดใสหากแต่เกรี้ยวกราดจริงจังมองมาที่ชายหนุ่ม มันยิ่งกดเขาให้ต่ำลงกว่าที่เคย
“ไม่นะครับมิสเวสท์ ได้โปรดอย่าไล่ผมออก”เขาลนลานจนลืมตัวลุกเข่าลงข้างเจ้านาย เขาเกือบจะเอื้อมมือไปจับส้นสูงสีแดงสดของเธอ แต่เจ้านายคนสวยหมุนเก้าอี้กระชากเท้าออกไปห่างๆ เธอมองดูความลนลานและร้องขอความเป็นธรรมของเขาอยู่ครู่หนึ่ง เขาพล่ามทุกอย่างออกมา เช่น มีลูกเมียต้องเลี้ยงดู งานสมัยนี้หายาก เขาจะอยู่ยังไง และภรรยาเขาต้องไล่ออกจากบ้านหากไม่มีงานทำ

และทุกอย่างที่จอร์จิน่าทำคือเทคนิคกระตุ้นลูกจ้างให้ทำงานได้ดีขึ้น หากทำอย่างนี้พวกเขาจะมีแรงฮึกเหิมในการทำงาน เมื่อรู้ว่าตัวเองจะถูกไล่ออก อะไรต่อมิอะไรก็เป็นแรงกระตุ้นให้ทำผลงานได้ดีขึ้น เธอไม่คิดจะไล่เขาออกสักหน่อย เพราะผู้ชายคนนี้ทำงานได้ดีมาก

พนักงานทุกคนมองเหตุการณ์นั้นอย่างเวทนาสนาร์ท เนื่องจากห้องของผู้บริหารเป็นกระจกสามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดาย มันดีสำหรับพนักงานชายที่ได้กำลังใจทำงานจากการมองหุ่นสวยๆและใบหน้าที่เพอร์เฟคของเจ้านายเป็นอย่างดี
“เอาล่ะ สแตน”ริมฝีปากสีแดงสดเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“สะ สนาร์ทครับ”
“ฉันจะไม่ไล่นายออกหรอกนะ รีบไปให้พ้นๆหน้า แล้วอย่าลืมแก้งานมาให้ฉันด้วย”
“คะ ครับๆ ได้ครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด”
“งั้นก็ไปซิ
!
“ครับ”เขาพยักหน้าคอแทบหัก แล้วเก็บเอกสารที่โต๊ะของจอร์จิน่า ก่อนจะรีบล้มลุกคลุกคลานออกไปราวกับว่าโลกได้ให้ที่พักเพิงกับเขาอีกครั้ง
“โซอี้
!”แล้วเจ้านายคนสวยก็ตะโกนเรียกเลขาที่อยู่หน้าห้อง เธอรีบวิ่งเข้ามาทันที

โซอี้ อีแวนส์ เป็นเลขาผมบลอนด์ และเป็นสาวแว่น เธอซุ่มซ่ามให้จอร์จิน่าได้ด่าทุกครั้ง แต่จอร์จิน่าก็ไม่เคยที่จะไล่เธอออก เพราะเธอทำงานได้ดีอย่างไร้ที่ติ
“ค่ะ มิสเวสท์”
“บอกนัดวันนี้ของฉันที”

เธอพยักหน้ารับ และยกสมุดบันทึกของเธอออกมา และอ่านมัน
“เที่ยงสิบห้านาทีมีนัดทานมื้อกลางวันกับมิสเตอร์จอห์นสัน”
“ยกเลิกซะ”
“บ่ายสามโมงมีประชุมบรรณาธิการในเครือ”
“ยกเลิก”
“ห้าโมงสามสิบนาทีนัดดินเนอร์กับมิส
พอร์ตแมน
“ยกเลิก”
“หา
! แต่ว่า มิสพอร์ตแมนบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญ
“ฉันเบื่อที่เธอพูดแต่เรื่องสัตว์หน้าขนอย่างเช่นพวก สุนัขกับแมวให้ฟัง นั่นมันมื้อเย็นนะ ฉันเบื่อ ยกเลิก
!
“เอ่อ
ถ้าอย่างนั้น วันนี้มิสเวสท์ก็ว่างยาวเลยค่ะ”
“ดี อ่อ มีใครไม่นัดไว้มั๊ย
?
“มีค่ะ มิสอาร์เชอร์เธอบอกว่ากำลังจะมาหา เรื่องอะไรเธอไม่ได้แจ้งเอาไว้”
”เธอทำท่าคิด“ดี ฉันจะออกไปข้างนอกหน่อย”
“คะ ค่ะ”โซอี้พยักหน้า เธอรู้สึกสงสารคนที่มาขอคิวนัดเอาไว้แต่โดนยกเลิกภายชั่วพริบตา  เจ้านายของเธอเป็นแบบนี้เสมออยากจะทำอะไรก็ทำ ครั้นจะไปขัดก็กลัวโดนต่อว่า
“ไปทำงานเถอะ”

โซอี้รับคำแล้วเดินออกไปจากห้อง
จอร์จิน่าหยิบมือถือมาและพิมพ์ข้อความส่งให้เพื่อนสนิทของเธอ รีเบคก้า อาร์เชอร์

 

จีน่า: ออกมาจากบ้านยัง ฉันรอนานแล้วนะ

เบคก้า: แล้ววันนี้ไม่มีงานทำหรือไงยะ

จีน่า: ว่างสุดๆ มาเจอกันนะ จะรอกินมื้อกลางกับเธอ

เบคก้า: ….?

จีน่า: มีเรื่องจะเล่าย่ะ

เบคก้า: ได้ ไหนๆก็จะไปหาเธอแล้ว อีก สิบหานาทีถึง

 

จอร์จิน่าเงยหน้าขึ้นจากมือถือก็เห็นเลขาของเธอเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ลำบากใจ

“อะไรอีก”
“คือว่า มิสเตอร์เวสท์มาขอพบค่ะ”

จอร์จิน่าขมวดคิ้ว รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาที่ได้ยินชื่อนั้น เธอมองไปที่โต๊ะของเลขาก็พบว่าเป็นเขาจริงๆ ผู้ชายวัยเกือบหกสิบปี เขาดูภูมิฐาน หน้าตาดีแม้จะอยู่ในวัยที่เริ่มจะแก่ชราแล้วก็ตาม เขาเป็นผู้บริหารช่องรายการกีฬาและการท่องเที่ยว และที่สำคัญเขาเป็นพ่อของจอร์จิน่า

 ชาร์ลี เวทส์
“ฉันไม่ว่าง ไม่พบ ไล่กลับไป”
“พ่อได้ยินนะ”ชาร์ลีเดินยิ้มเข้ามาหาจอร์จิน่าด้วยท่าทีสบายๆ โซอี้รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยจะดีนัก ก็เลยเนียนถอยหลังออกไปจากห้อง ทิ้งให้สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันสองคน ใครจะไปอยูให้โง่ล่ะ ดูจากสีหน้าที่บูดบึ้งของเจ้านายแล้ว ยังกับลากขุมนรกขึ้นมายังไงยังงั้น

ชาร์ลีหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามจอร์จิน่าอย่างถือวิสาสะ
“พ่อมาทำไม
?
“คำทักทายแรกของลูกซินะ”เขายิ้ม ไม่ใส่ใจอะไรกับคำพูดของลูกสาว“ลูกไม่กลับบ้านนานแล้วนะ”
“หนูกลับบ้านทุกวัน”
“พ่อหมายถึงบ้านจริงๆจีน่า คฤหาสน์ในรัฐควีนน่ะ”
“บ้านจริงๆของหนูอยู่ซิดนี่ย์ ออสเตรเลียต่างหากก่อนที่แม่จะตาย”คำพูดประชดนั้นยังคงส่งมาให้ผู้เป็นพ่ออย่างต่อเนื่อง
“พ่อเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกนะ พ่อติดตามข่าวของลูกตลอด จีน่าลูกสร้างศัตรูไปทั่วคอลัมน์แฉคนดังของลูกมันทำให้ลูกไม่ปลอดภัย”ชาร์ลีเป็นกังวลเรื่องนี้ เขาได้ข่าวว่าลูกสาวเขาได้ของขวัญเป็นซากหนูตาย ปลาตายกล่องใหญ่ นกอาบเลือดสดๆ เขากลัวว่าครั้งต่อไปมันจะเป็นอย่างอื่น อย่างอื่นที่หมายจะเอาชีวิตลูกสาวตัวร้ายของเขา มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด ลูกสาวเขาแสดงให้เขาเห็นได้อย่างน่าภาคภูมิใจ แต่มันเป็นความภูมิใจที่อยู่ในความเสี่ยง
“พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอก อย่างน้อยหนูก็ไม่เป็นอะไร ยังอยู่ดีครบสามสิบสอง”เธอกอดอกทำหน้านิ่ง ใบหน้าร้ายกาจหากแต่สวยสง่านั้นจอร์จิน่าได้มาจากผู้เป็นแม่ที่เสียไปตั้งแต่เธอยังสิบเอ็ดขวบ ชาร์ลีคิดเสมอว่าลีเดียได้ทิ้งความเป็นเธอเอาไว้ในลูกสาวคนโตอย่างไม่มีข้อสงสัย ทั้งใบหน้า ดวงตาสีฟ้าสดใส และน้ำเสียงที่ชวนฟัง มันจะดีมากถ้าเธอไม่ใช่เสียงแข็งกระด้างใส่เขาเสมอ
“จอร์แดนคิดถึงลูกมากนะ”เขาพูดถึงเด็กชายอีกคน ลูกชายคนสุดท้องที่อายุห่างจากจอร์จิน่าถึงสิบปี เขาเป็นคนอ่อนแอป่วยออดๆแอดๆอยู่ตลอดเวลา
“อย่าเอาน้องมาอ้างหน่อยเลย แดนโทรหาหนูทุกวันนั่นแหละ”

ชาร์ลีส่ายหน้า เขาทำอะไรก็โดนขัดไปเสียหมด
“หนูดูแลตัวเองได้ หนูอยู่ตัวคนเดียวมาหลายปีแล้ว”
“นั่นก็เพราะลูกใจร้ายกับพ่อมาก”
“งั้นหรอ
? ”จอร์จิน่าพยักหน้าเป็นการประชด ท่าทีและน้ำเสียงหยิ่งๆของเธอเอื้อนเอ่ยขึ้น“งั้นพ่อก็ไปซะสิ มานั่งอยู่ที่นี่ให้ทรมานทำไม”
“จีน่า พ่อรู้ว่าลูกโกรธพ่อเรื่องแม่ แต่ไม่ว่าจะยังไงพ่อก็เป็นพ่อของลูก มันลบคำนี้ออกไปจากลูกตลอดกาลไม่ได้หรอก และพ่อมีสิทธิ์ที่จะห่วงลูก ถ้าการเป็นห่วงลูกทำให้ต้องรำคาญล่ะก็ พ่อชินแล้ว ทีนี้ก็อย่าหาว่าพ่อใจร้ายก็แล้วกัน พ่อจ้างบอดิ้การ์ดมาให้ลูก อ่อ แล้วไม่ต้องตกใจหรอก พ่อจ้างผู้หญิงมาน่ะ”

“อะไรนะ!”จอร์จิน่าลุกพรืดขึ้นมาค้ำมือกับโต๊ะทำงาน ยืดตัวมามองพ่อของเธอราวกับไม่ได้ยินในสิ่งที่พ่อพูด เธอตกใจกับคำพูดสายฟาดของผู้เป็นพ่อ
“ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่อเสมอ ถึงแม้คนทั้งนิวยอร์กจะมองว่าลูกเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อบ้าบออะไรนั่น”
“ไม่ หนูไม่ยอมหรอก พ่อจะมาควบคุมชีวิตหนูไม่ได้นะ”
“ก็ถ้าพ่อพูดดีๆไม่ฟัง พ่อก็ไม่จำเป็นต้องฟังลูก”เขาลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนเรียกอีกคนที่เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องพอดี ซึ่งจอร์จิน่าไม่ได้สนใจอะไร เธอกำลังปรับอารมณ์ความสับสนอยู่
“แคโรไลน์ มาทักทายกับลูกสาวผมหน่อยสิ”

ผู้หญิงในเครื่องแบบสูทท่าทางคล่องแคล่วและตัวสูงเดินเข้ามา และวินาทีนั้นที่จอร์จิน่าเลื่อนสายตาไปมอง
…!

ไม่ผิดแน่ เธอมองคนไม่เคยพลาด
“เธอ
! / คุณ!

จอร์จิน่าชี้นิ้วค้างกลางอากาศหน้าซีดราวกับถูกผีหลอก ส่วนอีกคนหนึ่งก็เบิกตาตกใจไม่แพ้กัน จอรฺจิน่าจำใบหน้าเรียวสวยโซนยุโรปของเธอคนนี้ได้ ผู้หญิงที่เธอประกาศว่าชาตินี้จะไม่ขอเจออีก
“ทั้งสองคนรู้จักกันด้วยหรอ
? ดีเลยจะต้องไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก เอาเป็นว่าฝากดูแลลูกสาวผมด้วยนะ”เขาพูดกับแคโรไลน์ก่อนจะหันไปหาลูกสาวที่อ้าปากค้างอยู่“พ่อไปก่อนนะ”ชาร์ลีคร้านที่จะฟังลูกสาวเถียงอีกต่อไปเขาควรจะรีบๆเสร็จธุระของตัวเองให้เร็วที่สุด

แล้วจากนั้นแล้วก็เดินอาดๆออกไป ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้ให้ทั้งสองคน เขาไม่สนใจเสียงลูกสาวที่ร้องเรียกเลยด้วยซ้ำ
“นี่เธอ ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ”เมื่อรู้ว่าพ่อของตัวเองทำเป็นหูทวนลม จอร์จิน่าก็หันมาแว้ดใส่อีกคนทันที

แคโรไลน์ไม่อยากจะเชื่อว่าพระเจ้าเล่นตลกกับเธอได้ถึงเพียงนี้ เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เจอผู้หญิงอารมณ์ร้ายคนนี้อีก ตอนแรกที่เธอรับงานมา เธอนึกว่าจอร์จิน่า เวทส์เป็นแค่เด็กสาววัยรุ่นที่ขัดคำสั่งพ่อตลอดเวลา แต่ชาร์ลีบอกกับเธออย่างอารมณ์ดีว่า จอร์จิน่าอายุเท่ากันกับเธอ แคโรไลน์ก็ปลอบใจตัวเองว่าคงเข้ากันได้ เพราะอายุก็เท่าๆกัน เธออาจจะไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่ชาร์ลีบอก แต่มาวันนี้ แคโรไลน์รู้เลยทันทีว่า มันไม่ได้ง่ายเลย
“ออกไปซิ
!

แคโรไลน์พยายามสงบสติอารมณ์ ชาร์ลีไว้ใจให้เธอมาทำงานนี้ เพราะอย่างนั้นเธอต้องทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด เธอต้องตัดความขัดแย้งเก่าๆทิ้งไป
“เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ เพราะฉันเป็นบอดิ้การ์ดของคุณ”
“งั้นฉันไล่เธอออก
!
“เกรงว่าจะไม่ได้อีกเหมือนกันค่ะ เพราะคุณไม่ได้จ่ายค่าจ้างฉัน”

น้ำเสียงนิ่งๆราบเรียบนั้นทำให้จอร์จิน่าโมโห
“กรี๊ด
!”จอร์จิน่าไม่รู้ว่าจะทำยังไง หรือพูดอะไรไม่ได้ในขนาดนี้ เธอสับสนและโมโหพ่อสุดๆ เลยกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจ
“ฉันไม่สน เธอออกไปซะ
!”ร่างบางก้าวเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด กะจะผลักแคโรไลน์ด้วยกำลังที่มี แต่อีกคนไวกว่า เธอหลบฉากไปอีกทาง ทำให้จอร์จิน่าทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนโซฟาด้านข้างพอดิบพอดี ใบหน้าของเธอทิ่มลงโซฟานุ่มอย่างแรง แคโรไลน์แอบยิ้มที่มุมปาก เมื่ออีกคนลุกขึ้นมารอยยิ้มนั้นก็หายไปแล้ว
“เธอแกล้งฉันหรอ
?!
“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรคุณเลยนะคะ”เสียงเรียบกับใบหน้านิ่งๆตอบกลับมายิ่งทำให้จอร์จอน่าโมโห
“ฮึ่ย
!”แต่ก็นั่นแหละ เธอทำอะไรไม่ได้เลย จอร์จิน่าลุกขึ้นจากโซฟานั้นก่อนจะก้าวไปหยิบกระเป๋า เธอรู้สึกอับอายที่ล้มหน้าทิ่มต่อหน้าคนในบริษัททุกคน ที่กำลังมองดูเหตุการณ์อยู่ เธอเลยไม่อยากต่อกรให้ตัวเองต้องอับอายอีกเป็นครั้งที่สอง
“คุณจะไปไหนคะ
?
“ออกไปจากนรกนี่ ออกไปจากเธอ”

“ถ้าเป็นแบบนั้นฉันคงต้องบอกว่า ขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในนรก แต่ฉันก็ต้องทำหน้าที่ของฉัน เพราะฉะนั้นคุณไปที่ไหนฉันก็ต้องตามไปด้วย”
…!
“ถึงแม้ว่าคุณจะรู้สึกขัดหูขัดตาก็ตาม”

โอ๊ย! เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย ทำไมฉันต้องมาติดอยู่กับคนที่เกลียดขี้หน้าด้วยนะ!

 

จอร์จิน่าเปลี่ยนสถานที่นัดพบกับรีเบคก้าเป็นร้านอาหารหรูใกล้ห้างดังแถวๆบริษัท เธอหมดอารมณ์และรำคาญ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับยัยผู้หญิงคนนี้ดี ครั้นออกปากไล่มาหลายสิบรอบก็ไม่ยอมไปง่ายๆ เธอผลักไสด้วยคำพูดที่เจ็บแสบ ผู้หญิงคนนี้ก็นิ่งและทนได้อย่างน่าประหลาดใจ จอร์จิน่าไม่อยากจะเชื่อ แต่เธอต้องหาอะไรสักอย่างที่เป็นข้อมูลของผู้หญิงคนนี้ก่อน แล้วค่อยจิกกัดไปเรื่อยๆ

“นี่เธอน่ะ ชื่ออะไรนะ”ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ จอร์จิน่าที่อยู่เบาะหลังถามขึ้น เธอพยายามล้วงข้อมูลผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างคนขับรถผิวสีของเธอที่ชื่อว่าแกรี่ นอร์แมน เขาทำงานมาให้เธอหลายปีแล้วเช่นกัน
“แคโรไลน์ ครอสไวต์ค่ะ”
“จำยาก”อันที่จริงเธอจำได้“ฉันจะเรียกเธอสั้นๆว่าแครล์”
แคโรไลน์เงียบไม่พูดอะไร แต่ชั่ววินาทีนั้นจอร์จิน่าเกิดวูบโมโหขึ้นมา เธออุตส่าห์พูดด้วยแต่ยัยผู้หญิงคนนี้ดันมาเงียบใส่เธอ

“ถ้าจะมาทำงานกับฉัน เธอต้องรู้ว่าต้องปฎิบัติกับฉันยังไง แกรี่พูดให้ยัยนี่ฟัง”
แกรี่ทำหน้าลำบากใจ ในขณะที่แคโรไลน์มองออก

“พูดซิ!
“คะ ครับ ถ้าจะทำงานกับมิสเวสท์ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเธอทุกอย่าง แม้จะทั้งเธอสั่งให้กระโดดออกจากรถก็ตาม”
“พูดได้ดี”จอร์จิน่าพยักหน้าภูมิใจ คำนั้นเธอพูดเป่าหูแกรี่ทุกวัน
“เธอได้ยินแล้วใช่มั๊ย
?
” เงียบ
“นี่ฉันพูดกับเธออยู่นะ”
”เงียบ
จอร์จิน่าแสดงความไม่พอใจออกมาอีกครั้ง เธอเงียบไปสักพัก ก่อนจะก่อกวนประสาทอีกคน

“ตอนนั้นเธอเป็นเอฟบีไอนี่ใช่มั๊ย? ทำงานชุ่ยเลยโดนไล่ออกซิท่า”

“อีกไม่นานเธอก็คงจะโดนฉันไล่ออกเหมือนกัน โดนฐานขัดรองเท้าให้ฉันไม่วาวพอ”

“นี่
!”จอร์จิน่าโมโหเผลอตะคอกเสียงดัง จนแกรี่ที่ขับรถอยู่สะดุ้ง หากแต่คนหน้าเรียวสวยที่อยู่ข้างเขานิ่งเฉยไม่ตอบโต้อะไร
“ฉันกำลังพูดกับเธออยู่ หูหนวกหรือไง”จอร์จิน่าพุ่งมือไปกำสูทที่ไหล่ของแคโรไลน์
“คุณทำอะไรเป็นเด็กไปได้”นั้นคือคำพูดที่ใบหน้าเย็นชาพ่นออกมา แกรี่เกือบหลุดหัวเราะ

“เธอว่าฉันหรอ?!
“บนรถนี้ก็มีแต่คุณเท่านั้นแหละที่ทำตัวเป็นเด็ก”
“หนอย
~”จอร์จิน่าเอนหลังกลับไปนั่งที่เบาะหลังตามเดิม แคโรไลน์คิดว่ามันจบแล้ว แต่ไม่ใช่รองเท้าลูบูแตงสีแดงสดกระแทกเบาะที่นั่งของแคโรไลน์จนอีกคนเกือบจะกระเด็นไปโดนคอนโทรลรถข้างหน้าถ้าไม่ติดว่ามีเข็มขัดนิรภัยรัดตัวเอาไว้ แกรี่ถึงกับหน้าซีด
“มิสเวสท์”เขาเผลอพูดออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ“เป็นอะไรมั๊ยครับคุณแคโรไลน์
?!
อีกคนส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร และหันไปข้างหลังเห็นจอร์จิน่าฉีกยิ้มสะใจอยู่

“มารยาทของคุณหายไปไหนคะ”

คำพูดของอีกคน ฟังดูเจ็บปวดสุดๆ แต่จอร์จิน่าไม่สนใจ
“ฉันไม่สนเรื่องมารยาทกับเธอ ถ้ามันจะทำให้เธอลาออก ทำไม
? ตอนที่เธอเป็นเอฟบีไอมีแต่คนคอยประจบ เลียแข้งเลียขาสิท่า พอเจอแบบนี้แล้วทำมาเป็นพูด”
“คุณมากกว่าที่เป็นแบบนั้น ไม่ใช่ฉัน และฉันไม่ลาออกง่ายๆหรอก คุณหนูมารยาทแย่อย่างคุณต้องมีคนมาควบคุมซะบ้าง ซึ่งก็คือฉัน”
“อย่าแน่ใจนักเลย เธอยังไม่รู้จักฉันดีพอ”จอร์จิน่าแสยะยิ้ม คิดแผนการร้ายออกมาได้ในทันที

อยากตามไปทุกที่นักใช่มั๊ย? ได้!

“ไง เพื่อนรัก”เสียงสดใสของรีเบคก้าดังขึ้น เธอโบกมือทักทายจอร์จิน่าด้วยท่าทีร่าเริง ขณะที่เดินเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารสุดหรูบรรยากาศสุดเหมาะ สายตาของรีเบคก้าก็ไปสะดุดกับผู้หญิงร่างสูงที่ยืนอยู่ถัดไปไม่ไกลจากโต๊ะอาหาร และใบหน้าเรียวสวยนั้นทำให้เธอคุ้นเคย เหมือนกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“เอ๋
? เราเคยเจอกันมาก่อนมั๊ยคะ คุณหน้าคุ้นจัง อ๋อ นึกออกแล้ว คุณเอฟบีไอคนนั้นนั่นเอง คนที่ช่วยจีน่าเมื่อหกเดือนก่อน”
“แล้วนี่เธอไม่รู้หรอว่า ยัยนี่ลดขั้นลงมาเป็นคนรับใช้ให้ฉันแล้ว”จอร์จิน่าแทรก
“หา
!
“อันที่จริงฉันบอดิ้การ์ดค่ะ”แคโรไลน์แก้ และได้รับสายตาตำหนิของจอร์จิน่าส่งมาให้

“อ่อ อย่างนี้ค่อยน่าเชื่อหน่อย”เธอยิ้มแย้มให้ท่าทีดูเป็นมิตร“ฉันชื่อ รีเบคก้า อาร์เชอร์ เป็นเพื่อนของจีน่าค่ะ”
“ฉันแคโรไลน์ ครอสไวต์ค่ะ”
“ฝากจีน่าด้วยนะคะ”

แคโรไลน์ยิ้มบางๆแทนคำตอบ เพราะรีเบคก้ายิ้มบ่อยมากจนเธออดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบ เพราะเธอกลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาทหากไม่ทำท่าเป็นมิตรตอบกลับ อันที่จริงแล้วแคโรไลน์ดูออกแทบจะทันทีว่ารีเบคก้าเป็นคนร่าเริง และอัธยาศัยดีเลิศ จอร์จิน่าไม่น่าจะมีเพื่อนแบบนี้ได้ เธอไม่อยากจะเชื่อเลย
“แล้วทำไมถึงได้มีบอดิ้การ์ด”หลังจากที่นั่งลงรีเบคก้าก็ถามเพื่อนสาวที่หน้าตาบูดบึ้งตั้งแต่เธอเดินเข้ามา
“ก็พ่อฉันน่ะซิ ตาแก่งี่เง่า แกล้งพูดว่าเป็นห่วงฉันอย่างนั้นอย่างนี้ เขาบอกด้วยนะว่าเพราะคอลัมน์ที่ฉันเขียน เขาถึงได้ส่งตัวบอดิ้การ์ดมา”
“เอาน่า อย่างน้อยๆก็มีคนระวังหลังให้ไง”
“แต่ไม่ใช่ยัยนี่
!”จอร์จิน่าชี้ไปที่แคโรไลน์ หญิงสาวยังคงยืนทำเป็นหูทวนลม เธอยืนนิ่งไม่ได้ตอบโต้กลับอะไรเลย จนรีเบคก้าแอบคิดว่า แคโรไลน์จะทนเพื่อนเธอได้สักเท่าไหร่กันเชียว
“เถอะน่า อย่าอารมณ์เสียเรื่องนี้เลย วันศุกร์นี้เราไปคลับกันมั๊ย
? ชวนลิซไปด้วย”รีเบคก้าเปลี่ยนเรื่อง
“ฉันไม่แน่ใจว่าจะว่างมั๊ย”
“นี่ อย่างพูดคำว่าไม่ว่านะยะ ต่อไปนี้ฉันก็จะไม่ค่อยว่างแล้ว ฉันมีงานเข้ามาต้องออกแบบชุดให้นักแสดงหลักยกกองเลย”
“ก็ได้ๆ ฉันรู้ว่าช่วงนี้เธอหยิบจับอะไรก็เป็นทองไปหมด”
“แน่นอน”
“หลังมื้อกลางวันแล้วเราไปช็อปปิ้งกันเถอะ”จอร์จิน่าออกปากชวนรีเบคก้าก็จริง แต่สายตาของเพื่อนสาวดันจ้องไปที่แคโรไลน์ แววตาเป็นประกายแวววาวราวกับมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ

จะก่อเรื่องอะไรอีกนะยัยเพื่อนตัวแสบ

และก็เป็นดังที่รีเบคก้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด จอร์จิน่าเข้าออกร้านโน่นร้านนี้ช็อปปิ้งกระจายชนิดที่ถ้าซื้อยกร้านได้คงทำไปแล้ว และคนที่แบกของพวกนั้นทั้งหมดก็คือแคโรไลน์ บอดิ้การ์ดคนใหม่ของจอร์จิน่านั่นเอง แคโรไลน์ไม่ได้บ่นสักคำแม้ถุงยี่ห้อดังล้นมือออกมา แต่รีเบคก้าสงสารแคโรไลน์ที่โดนจอร์จิน่าต้อนรับเสียจนปวดเมื่อยตั้งแต่วันแรก เพื่อนสาวของเธอใจร้ายใช่ย่อย

“ให้ฉันถือช่วยคุณนะคะ”รีเบคก้าขันอาสา แต่แคโรไลน์กลับบอกว่าไม่เป็นไร และให้เธอเดินเป็นเพื่อนจอร์จิน่า แคโรไลน์สุภาพจนรีเบคก้าเห็นใจ เมื่อผ่านไปสักพักเธอก็อาสาจะช่วยอีก
“ฉันว่า ฉันถือช่วยดีกว่า มาค่ะ โอ๊ย
! อะไรเนี่ยจีน่า”รีเบคก้ากำลังจะเอื้อมมือไปถือของ แต่โดนตีมือดังเพี้ยะจนต้องชักมือกลับ
“ห้ามยุ่ง ห้ามถือ เธอไปกับฉัน”
“นี่จีน่า จะไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยหรอ เธอจะซื้อไปทำไมเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย”
“เยอะสิดี จะได้รู้ว่ามันหนักมากแค่ไหน อุ๊ย ไม่ใช่ จะได้รู้ว่าฉันต้องการของพวกนี้มากแค่ไหน”จอร์จิน่าปรายตาไปทางแคโรไลน์ที่ตอนนี้รีเบคก้าไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรในใจอยู่ เพราะแคโรไลน์นิ่งมาก
“นี่มันก็เกือบจะเย็นแล้วนะ ฉันเหนื่อยแล้วด้วย”
“เอาเถอะ ฉันจะไปดูสักสองสามร้านแล้วค่อยกลับ”
“หา
!
“มา เดินต่อ”จอร์จิน่าลากรีเบคก้าเดินตามไป เธอหันกลับมามองแคโรไลน์เป็นเชิงขอโทษแทนเพื่อน ส่วนแคโรไลน์ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มปวดกล้ามเนื้อไปหมด แต่เธอไม่ควรจะยอมแพ้ เธอไม่อยากเห็นจอร์จิน่าได้ใจไปกว่านี้ และเธอจะไม่ยอมให้อีกคนมองเธอด้วยสายตาสะใจแบบนั้น เธอไม่ยอม

เพนท์เฮ้าส์ของจอร์จิน่าอยู่ชั้นบนสุดของตึกสูงสี่สิบห้าชั้นใจกลางเมืองแมนแฮตตัน พนักงานรวมไปถึงยามแต่งกายเรียบหรู เขาอาสาจะช่วยแคโรไลน์ถือของ แต่โดนจอร์จิน่าสวนกลับว่า  
อย่ามายุ่ง  เป็นเหตุให้แคโรไลน์ต้องทนถือของขึ้นลิฟต์ส่วนตัวของเธอขึ้นไปที่ชั้นสี่สิบห้า เมื่อแคโรไลน์ก้าวเข้าไปในห้องนั้นเธอรู้สึกได้ถึงความหรูหราเกินคำบรรยาย และไม่แปลกใจที่คนรวยอย่างจอร์จิน่าจะยอมหว่านเงินให้กับเพนท์เฮ้าส์นี้

เพนท์เฮ้าส์มีทั้งหมดสามชั้นผนังด้านหน้าหน้าทั้งสองชั้นเป็นกระจก สามารถมองดูวิวทั้งเมืองได้สบายๆ ชั้นแรกแบ่งออกเป็น ห้องทำงาน ด้านนอกเป็นโซนนั่งเล่นที่อยู่ใกล้กับผนังกระจกตกแต่งได้เรียบหรู  โซนห้องครัวขนาดปานกลาง ลานโล่งๆ เอาไว้ทำกิจกรรมอื่นๆและจัดงานเลี้ยงเล็กได้ ชั้นที่สองเป็นห้องนอนสามห้องมีห้องน้ำในตัว ส่วนชั้นสุดท้ายเป็นชั้นที่ทำจากกระจกทั้งหมด มีสระว่ายน้ำ โต๊ะบาร์ไว้สำหรับดื่มชิลๆ ถัดออกไปเป็นระเบียงรับลมที่ค่อนข้างกว้างพอสมควร สถานที่ชั้นสามสามารถจัดปาร์ตี้ได้สาบยๆ จอร์จิน่าตัดสินใจซื้อมันด้วยราคาที่ค่อนข้างสูงพอตัว แต่ในเมื่อทุกอย่างมันตอบโจทย์ความหรูหราที่เธอต้องการ เธอจึงไม่เสียใจที่ซื้อมันมา

“คุณหนูกลับมาแล้วหรอคะ?

แคโรไลน์แปลกใจที่เห็นว่าจอร์จิน่ามีคนอยู่ด้วย เธอเป็นหญิงชราวัยประมาณหกสิบปี ผมสีขาวสนิทตามวัย ท่าทางดูเป็นมิตรและใจดี แต่จอร์จิน่าดูไม่เป็นอย่างนั้นเลย
“ก็กลับมาแล้วสิ ไม่งั้นจะเห็นหรอ”จอร์จิน่าอารมณ์บูดทั้งวัน เพราะแกล้งแคโรไลน์ไม่สำเร็จ ผู้หญิงคนนี้แข็งแรงมาเกินไป ขนาดให้ถือของเกือบยกห้างยังไม่บ่นสักคำ

แคโรไลน์ไม่เห็นด้วยที่จอร์จิน่ากระแทกเสียงใส่ป้าแก่ๆคนนั้น ซึ่งแคโรไลน์คิดว่าเธอคงเป็นแม่บ้าน
“แล้ว
”หญิงชราลากสายตามาที่แคโรไลน์เป็นเชิงถาม
“ฉันแคโรไลน์ ครอวไวต์ค่ะ เป็นบอดิ้การ์ดของคุณจอร์จิน่า”
“อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ป้าชื่อแอนเน็ต สมิธ เป็นแม่บ้านของคุณหนูตั้งแต่อยู่ที่ซิดนีย์เลยล่ะค่ะ”
“นี่หยุดพูดได้แล้ว กลับบ้านไปเลยทั้งสองคนนั้นน่ะ”จอร์จิน่าออกปากไล่
“คุณหนูอาหารมื้อเย็นป้าทำเอาไว้ให้แล้วนะค่ะ”
“อือ”
“คุณแคโรโลน์ก็ทานด้วยซิคะ ป้าทำไว้เยอะเลย”

แคโรไลน์กำลังจะแย้ง แต่จอร์จิน่าแทรกขึ้นก่อน

“ยัยนี่เป็นใคร ป้าถึงได้ชวนทานข้าวมื้อค่ำด้วย อย่ามาทำตัวใจดีที่นี่”
“ไม่เป็นไรค่ะป้าแอนเน็ต ฉันกำลังจะกลับอยู่พอดี”แคโรไลน์พูดแก้ไขให้สถานการณ์ดีขึ้น เมื่อเห็นว่าป้าแอนเน็ตก้มหน้าสำนึกผิด
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวป้าช่วยถือของไปไว้นะคะ”ป้าแอนเน็ตกระตือรือร้นที่จะช่วย จนแคโรไลน์ต้องแบ่งให้เธอถือในส่วนที่มีน้ำหนักเบา หญิงชราเดินนำหน้าแคโรไลน์เข้าไปในโซนห้องรับแขก แล้วอยู่ๆป้าแอนเน็ตก็เกิดสะดุดอะไรบางอย่างที่แคโรไลน์ก็ไม่ทันได้เห็น เป็นเหตุให้ชนแจกันลายโบราณอันหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะเตี้ยๆตกลงพื้นแตกกระจาย
“กรี๊ด
~ ! นั่นป้าทำอะไรน่ะ รู้มั๊ยว่ากว่าจะประมูลมาได้มันไม่ใช่ถูกเลยนะ ของเก่าจากอังกฤษเชี่ยวนะ!”จอร์จิน่าหวีดเสียงร้องดังลั่น ก่อนจะวิ่งเข้ามาผลักป้าแอนเน็ตออกจากสิ่งนั้น และมองแจกันที่แตกด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง ด้วยความแก่ชราเลยทำให้ป้าแอนเน็ตซวดเซ แต่ดีที่แคโรไลน์ทิ้งถุงข้าวของที่จอร์จิน่าซื้อมาลงกับพื้น และประคองร่างหญิงชราได้ทัน
“นั่นทำบ้าอะไร ของๆฉันเสียหายหมด งี่เง่า
!”จอร์จิน่าหันมาแว้ดใส่แคโรไลน์ แต่ป้าแอนเน็ตยังคงหน้าเสีย
“ทั้งสองคนเลย ไม่รู้จักค่าของเงินบ้างเลยหรือไง อ๋อ นี่โกรธฉันใช่มั๊ยถึงได้ไปลงที่ของน่ะ
!
“ป้าขอโทษนะคะคุณหนู เดี๋ยวป้าจะหามาแทน ป้า

“โอ๊ย
! ชาติหน้าก็หามาแทนไม่ได้หรอก มันไม่มีอีกแล้ว ถึงจะมีป้าก็ไม่มีปัญญาหามาให้ฉันได้หรอก”
“ป้าขอโทษจริงๆค่ะ”หญิงชราน่าสงสารมาก เธอตัวสั่นพร่ำคำขอโทษและน้ำตาซึม จอร์จิน่าเมินหน้าหนี ก่อนจะพูด
“ฉันจะหักเงินเดือนป้า เอารองเท้าไปเก็บที่ชั้นวางให้ฉันด้วย แล้วไปให้พ้นๆหน้าฉัน”
“คะ ค่ะคุณหนู”ป้าแอนเน็ตพยักหน้าลนลาน ก่อนจะรีบก้มลงเก็บรองเท้า เธอยังไม่ก้มลงเก็บด้วยซ้ำเพราะแคโรไลน์ฉวยมันขึ้นตัดหน้าเสียก่อน แคโรไลน์เห็นความไม่เป็นธรรมและวูบหนึ่งเธอโมโหที่จอร์จิน่าทำกับคนชราแบบนี้
“ป้าแอนเน็ตไม่ต้องเก็บ คุณอยากเก็บเองก็เก็บไปซิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะเก็บรองเท้าแพงๆของตัวเองเป็นมั๊ย”

ป้าแอนเน็ตอึ้ง อึ้งที่คำพูดของแคโรไลน์ท้าทายคุณหนูอย่างร้ายกาจ และอึ้งที่น้ำเสียงนั้นช่างประชดประชัน จนเธอไม่กล้าขยับตัวไปไหน
“อย่ามาพูดปากดีกับฉันนะยัยคนรับใช้
!”เธอตะคอกใส่แคโรไลน์แล้วหันไปที่หญิงชรา“ป้าเอาไปเก็บเดี๋ยวนี้!

ป้าแอนเน็ตได้สติ เธอจะถือเอารองเท้ากับแคโรไลน์ แต่เธอจะคว้าได้เพียงอากาศเมื่อแคโรไลน์ชูรองเท้าขึ้นเกือบกระแทกหน้าจอร์จิน่า
“เอาไปเก็บเองซิ ของๆคุณไม่ใช่หรอ
?
“กล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับฉัน อย่ามากำเริบใส่ฉันนะ ยัยคนรับใช้”จอร์จิน่าปัดรองเท้าส้นสูงที่ห่างหน้าไม่กี่นิ้วออก มันหล่นลงพื้น

 

 ยัยนี่กล้าลองดีกับฉันอย่างนั้นหรอ?!


“ฉันไม่ใช่คนรับใช้ของคุณ”เสียงเย็นชาและแววตาสีน้ำตาลสว่างเคลือบไปด้วยความโกรธ“คุณจะด่าฉันยังไงก็ได้ แต่คุณเคยสังเกตอะไรบ้างมั๊ยคุณผู้หญิง ว่าสิ่งที่คุณทำกับป้าแอนเน็ต คุณด่าทอ และผลัก ป้าแอนเน็ตเธออ่อนแอนะ ถ้าคุณทำอย่างนี้บ่อยๆแล้วเธอเกิดเป็นอะไรขึ้นมาคุณจะรับผิดชอบหรือเปล่า แน่ล่ะ ฉันคิดว่าคุณไม่รับผิดชอบอยู่แล้ว ทุกคนที่อยู่รอบกายของคุณไม่มีค่าพอหรอก คุณหนูเอาแต่ใจอย่างคุณป้าแอนเน็ตไม่ควรจะลดตัวลงมาหาคุณด้วยซ้ำ
…!

 

เพี๊ยะ!

 

“คุณหนู!
แรงฟาดเข้าที่ใบหน้าหยุดการต่อว่าของแคโรไลน์ ใบหน้าเรียวของเธอปวดแสบและชาไปหมด ส่วนจอร์จิน่าก็เจ็บและชาเช่นเดียวกัน เธอเจ็บใจที่โดนคนที่ไม่รู้จักมาด่าว่าเธอแบบนี้
“เธอทำตัวเทียบเสมอฉันเกินไปแล้ว
!

แคโรไลน์มองหน้าอีกคน มือลูบแก้มซ้ายที่โดนตบ“คุณทำตัวเองให้สูงทำไมในเมื่อพฤติกรรมของคุณก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่คุณกำลังเหยียบย่ำ”
…!
“พอทีเถอะค่ะคุณหนู คุณแคโรไลน์”

จอร์จิน่าไม่ฟังเสียงห้ามของป้าแอนเน็ต เธอง้างมือจะตบแคโรไลน์อีกครั้งโทษฐานปากดีใส่เธอ แต่อีกคนรับมือของเธอเอาไว้ทัน และพูดจาทิ่มแทงเธอเข้าไปอีก
“ฉันรู้ว่าคุณเป็นเด็กมีปัญหา คุณชอบโทษคนอื่น แต่คุณไม่เคยที่จะส่องกระจกดูตัวเองเลย คุณลองส่องกระจกดูตัวเองบ้างซิ จะได้รู้ว่าตัวเองทำตัวแย่ขนาดไหน มันเน่าเฟะหรือยังล่ะ
?
…!!”จอร์จิน่าอึ้งพูดไม่ออก คำพูดเหล่านี้ทำร้ายเธอมากเกินไป เกินจะรับไหว เธอไม่เคยถูกใครมาว่าต่อหน้า และดูถูกเธอมากขนาดนี้ ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอคนนี้เป็นใคร! มีสิทธิ์อะไรมาว่าเธอ! คำพูดของแคโรไลน์ทำให้จอร์จิน่าทั้งเจ็บและจุกที่ลำคอ เธอโต้กลับไม่ได้ จอร์จิน่าน้ำตาคลอ เธอเจ็บใจจนน้ำตาที่น้อยคนมากจะเห็นเกือบไหลออกมา
“ยัยคนชั้นต่ำ
!”เธอแผดเสียงลั่นและใช้มือทุบแคโรไลน์มันโดนที่แขนและไหล่ของอีกฝ่าย
“กล้าดียังไง
! กล้าดียังไง!
“คุณหนู พอเถอะค่ะ”ป้าแอนเน็ตอยากจะเข้าไปหยุดการกระทำนั้นของคุณหนู แต่ก็ดูเหมือนว่าเธอคงไม่มีพลังกายพอที่จะหยุดอารมณ์เกรี้ยวกราดร้ายแรงของคุณหนู ที่เธอไม่เคยได้เห็นมานาน
“จอร์จิน่า”เสียงเข้มของแคโรไลน์ดังขึ้น เธอพยายามปรามให้อีกคนหยุด แต่ไม่ได้ผล เธอใช้ไม้แข็งในทันที นั่นคือรวบข้อมือของจอร์จิน่าเอาแล้วบิดอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นเข้าใส่จอร์จิน่าจนเธอเผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และสิ่งที่คาดไม่ถึงคือ น้ำตา น้ำตาของเธอไหลออกมาด้วยความเจ็บปวดและเจ็บแค้นใจ แคโรไลน์ผละออกจากเธอตั้งแต่ตอนนั้น ใบหน้าไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด
“คุณร้องไห้เป็นด้วยหรอ
?”คำพูดประชดนั้นทำให้จอร์จิน่าหมดความอดทน ป้าแอนเน็ตเดินเข้ามาดูอาการเธอ
“คุณหนูเป็นอะไรมากหรือเปล่าค่ะ
…!

จอร์จิน่าสะบัดข้อมือที่ปวดตุบๆออกจากมือของหญิงชรา เธอกำลังเดือดดาลก่อนจะฉกลูบูแตงที่หล่นลงพื้นขึ้นมาแล้วปาใส่แคโรไลน์อย่างรวดเร็ว ถ้าเป็นคนอื่นคงได้เจ็บตัวไปแล้ว ขนาดแคโรไลน์ระวังตัวยังโดนเข้าเต็มๆ เธออาศัยจังหวะปัดรองเท้าที่ลอยเหวอมาอย่างรวดเร็วออกจากตำแหน่งใบหน้าของตัวเอง แต่ก็ยังพลาดทำหลังมือของตัวเองเลือดไหล ส้นของมันเจาะเข้ามาที่เนื้อหลังมือของเธอเพราะแรงปามหาศาลของจอร์จิน่า แคโรไลน์ตกใจตอนนั้นเอง ถ้าหากไม่ใช้มือปัดออก บางทีหน้าของเธออาจจะโดนสิ่งนี้เข้าเต็มๆ
“คุณแคโรไลน์”ป้าแอนเน็ตวิ่งเข้ามาดูอาการอีกคน เธอตกใจที่การทะเลาะครั้งนี้ถึงขันเลือดตกยางออก
และตอนนั้นที่จอร์จิน่าประกาศ“อย่าคิดที่จะมาลองดีกับฉันแคโรไลน์
!

เธอหันหลังให้และเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองพร้อมทั้งน้ำตา ไม่เคยมีใครทำเธอร้องไห้มานานมากแล้วตั้งแต่ตอนที่แม่ของเธอตาย มันเนินนานหลายปี เธอทึ้งที่แคโรไลน์ทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาได้ อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าน้ำตาไม่ได้สาบสูญไปจากเธอ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอเกลียดผู้หญิงคนนี้น้อยลงเลย เธอจะจำชื่อผู้หญิงคนนี้เอาไว้ และจะกลั่นแกล้งให้ถึงที่สุดโทษฐานทำให้เธอต้องอับอาย

ฉันเกลียดเธอ แคโรไลน์ ครอสไวต์!!





___________________________________________________________
มาอัพตอนแรกค่าาาา มันก็จะอัพช้าๆหน่อย55555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น