[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 20 : EIGHTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    16 มิ.ย. 62

“ว่าไงนะ จะไปอยู่ปารีส!”

จอร์จิน่าร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆ เพื่อนสาวสุดสนิทอีกคนในชีวิตนี้ของเธอ ประกาศว่าจะไปอยู่ฝรั่งเศสสักพัก

“มันดีต่อสุขภาพจิตฉันตอนนี้น่ะนะ เธอก็รู้จีน่าว่าฉันไม่ได้เข้มแข็งเหมือนอย่างเธอ”

จอร์จิน่ามาที่คฤหาสน์หลังใหญ่ในบรู๊คลินเพื่อที่จะอัปเดตเรื่องราวของเอลิซาเบธให้รีเบคก้าที่ไม่สามารถไปร่วมเสี่ยงตายช่วยเทเรซ่าครั้งนั้นให้ฟัง แต่เธอไม่ได้เตรียมพร้อมกับเรื่องนี้เลย รีเบคก้ากำลังจะไปปารีสเนี่ยนะ แล้วอีกอย่างรีเบคก้าก็คอยให้คำปรึกษาเธอทุกเรื่อง ขาดเพื่อนคนนี้ไปแล้วก็รู้สึกหมองๆ ลงไปเลย ถึงแม้จะไม่ได้ไปอยู่ที่นั่นถาวรก็เถอะ จอร์จิน่าก็รู้สึกขาดแขนไปข้างหนึ่งอยู่ดี

“แล้วเธอจะกลับมาตอนไหน”

“ฉันไม่รู้”

จอร์จิน่ารู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ แล้วในตอนนี้ เหตุการณ์ทั้งหมดที่รีเบคก้าโดนทำร้ายจนระแวงคนรอบข้าง กระทั่งไปพบจิตแพทย์ถึงสองสามอาทิตย์ และที่น่าสงสารที่สุดเลยคือรีเบคก้าไม่กล้าออกไปไหนมาไหนคนเดียว เธอมีการ์ดของแม่เธอรุมตามถึงห้าคน ทั้งหมดนี้มันก็เป็นเพราะจอร์จิน่า เธอดึงคนรอบข้างให้ตกอยู่ในอันตรายมาตลอด แม้กระทั่งเพื่อนในกลุ่มของเธออย่างรีเบคก้าก็ไม่รอด

“นี่กำลังโทษตัวเองอยู่สินะ”

ราวกับรู้ทัน รีเบคก้าใช้หมอนที่อยู่ใกล้มือบนโซฟาตีที่แขนจอร์จิน่าเบาๆ

“จะให้ฉันทำยังไงได้ล่ะ ที่เธอเจ็บตัวอยู่นี่ก็เป็นเพราะฉัน”

“แต่เธอไม่ได้ผิดอะไร มันเป็นอุบัติเหตุ”

“แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น”

รีเบคก้าถอนหายใจ เธอพยายามพูดปลอบใจอีกคน

“เธอไม่ผิด และไม่มีใครคาดเดาได้หรอกว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะเกิดขึ้น เลิกโทษตัวเองสักทีเถอะจีน่า”

อีกคนมองเพื่อนด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

“ถ้าเธอรู้สึกผิดก็ควรจะปล่อยให้ฉันไปปารีสอย่างมีความสุข ไม่ใช่มาทำหน้าบึ้งแถวนี้”

“ก็ได้!”

จอร์จิน่ากอดอกกระแทกเสียง และเชิดหน้า ถึงแม้จะเศร้าแต่ก็แสร้งทำเป็นโมโหเพื่อน

รีเบคก้ายิ้มให้กับท่าทีนั้น ก่อนจะเบือนหน้าไปทางแคโรไลน์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ถัดจากโซฟาด้านหลังจอร์จิน่า

“ฉันต้องขอบคุณคุณแคโรไลน์มากเลยนะคะที่ช่วยลิซเอาไว้”

เมื่อได้ฟังเรื่องที่จอร์จิน่าเล่า รีเบคก้าก็ทึ่งในความสามารถและความรับผิดชอบของแคโรไลน์ เธอและบรรดาเพื่อนๆ ของเธอที่มีกันแค่ไม่กี่คน แต่สามารถต้านคนร้ายเอาไว้ตั้งหลายคน มืออาชีพจริงๆ

“ค่ะ ฉันยินดีช่วย”

รีเบคก้ายิ้มให้อีกคนคน แต่เป็นยิ้มที่เหนื่อยล้า แคโรไลน์รู้ว่ารีเบคก้าแทบไม่ได้หลับได้นอน เธอรอคอยข่าวดีเรื่องเอลิซาเบธจนถึงรุ่งเช้า แต่จอร์จิน่าเลี่ยงพูดถึงเรื่องเฮเลน่าไม่รู้ว่าทำไม แต่ที่แน่ๆ รีเบคก้าก็โล่งใจที่เฮเลน่ายังมีความดีช่วยเหลือเทเรซ่าเอาไว้ในยามลำบาก

“เธอมีงานไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวประชุมไม่ทันนะ”

รีเบคก้าเตือนอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงข้าม จอร์จิน่ารีบดูนาฬิกา แล้วทำหน้าเหวอ

“จริงด้วย ฉันลืมไปเลย ต้องไปแล้ว จะไปปารีสวันไหนอย่าลืมบอกด้วยล่ะ ฉันจะไปส่ง”

“อืม”


กลับกลายเป็นว่าทั้งวันจอร์จิน่าใช้เวลาอยู่กับความน่าเบื่อ และฟุ้งซ่านเรื่องของรีเบคก้า เอลิซาเบธจะรู้เรื่องนี้หรือยังนะ ทางนั้นคงอาจจะยังไม่รู้ เพราะยุ่งเรื่องของตัวเอง จอร์จิน่าไม่เคยห่างเพื่อนไกลถึงขนาดนี้

น่าสงสารตัวเองชะมัด

“คุณดูซึมๆ”

จอร์จิน่าลืมไปเลยว่าตัวเองอยู่ในออฟฟิศ และแคโรไลน์กำลังจ้องจับพฤติกรรมของเธออยู่

“ฉันเครียดเรื่องที่กำลังจะเข้าห้องประชุม”

“เท่าที่ฉันสังเกตเห็นเป็นเรื่องของคุณรีเบคก้า”

รู้ดีเกินไปแล้ว!

“ใช่ แล้วไงล่ะ ฉันจะเครียดบ้างไม่ได้หรือไง เพื่อนฉันกำลังจะไปที่อื่นที่ไม่ใช่นิวยอร์ก”

แคโรไลน์มองจอร์จิน่าในแบบที่แปลกไป สายตาที่มองจอร์จิน่าราวกับว่าเธอเป็นเด็กไม่รู้จักโต

“อะไร?”

“คุณเหมือนเด็กอายุหกขวบ”

“ว่าไงนะ?!”

“เพราะคุณเคยอยู่แต่กับเพื่อน ยิ่งเพื่อนที่คอยปลอบใจและคอยเอาใจคุณอย่างคุณรีเบคก้าจะจากไป คุณเลยรู้สึกโดดเดี่ยว”

“ทำมาเป็นพูดดีไป ทั้งชีวิตพูดยังกับตัวเองไม่มีเพื่อนอย่างนั้นแหละ ปัญญาอ่อน อ๋อ…หรือว่าที่ยกเรื่องเพื่อนมาวิจารณ์ฉันเพราะเธอไม่เคยมีเพื่อนที่จริงใจซิท่า”

“…”

เงียบแบบนี้แสดงเธอพูดถูกจุด

“ฉันไม่เคยเห็นเพื่อนที่เธอสนิทใจด้วยสักคน มีแต่เพื่อนร่วมงาน เป็นไปได้ว่าเพื่อนคนนั้นต้องเบื่อหน้าเธอแล้วก็ชิงตายไปก่อนแน่นอน”

“….”

“….”

ความเงียบที่เกิดขึ้นแบบนี้คืออะไรกันแน่ จอร์จิน่าก็แปลกใจ แคโรไลน์นิ่งกับเรื่องที่เธอเพิ่งพูดไป แน่นอนว่าประเด็นนี้น่าสนใจสำหรับเธอขึ้นมาทันที นั่นสิ เธอเองก็ยังไม่เคยเห็นเพื่อนแคโรไลน์เลยสักครั้งน อกจากเพื่อนร่วมงาน หรือว่ามันถูกอย่างที่เธอคาดเดาเอาไว้จริงๆ

“นี่…เพื่อนเธอ…ตะ…”

ยังไม่ทันที่จอร์จิน่าจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ มือถือของแคโรไลน์ก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน อีกคนรับแทบจะทันทีราวกับว่าเธอเองก็ไม่อยากจะได้ยินคำถามนั้นจากปากของจอร์จิน่า

“ได้ค่ะ…หนูจะไป รออยู่ที่บ้านก่อนนะคะ”

เธอวางสายแล้วหันมาพูดกับจอร์จิน่า

“ฉันขอตัวไปทำธุระที่บ้านได้ไหมคะ”

“ไปทำอะไรที่บ้าน เกี่ยวกับเอลลี่เหรอ?”

“ฉันยังไม่ทันได้ถาม แม่ดูร้อนใจมาก”

จอร์จิน่าหรี่ตามอง แต่สักพักก็พยักหน้า

ช่วงหลังๆ มานี่เธอค่อนข้างปล่อยวางที่จะอคติกับแคโรไลน์ บางทีอาจจะเป็นเพราะวันนั้น วันที่เธอกับแคโรไลน์มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนต่อกัน มันชัดเจนมากก็จริง แต่จอร์จิน่าดันกลัวขึ้นมา เธอรู้สึกดีกับแคโรไลน์อย่างแน่นอน แต่เธอแค่ไม่พร้อม

แล้วทำไมเธอถึงยังไม่พร้อมกันนะ?

จอร์จิน่าก็ได้แต่ถามตัวเองมาหลายวันแล้วเช่นกัน

“งั้นเธอก็ไปเถอะ”

“…”

“อย่าลืมกลับมารับฉันกลับบ้านด้วยล่ะ”

แคโรไลน์ขานรับแล้วรีบเดินสาวเท้ายาวๆ ออกไป


และปรากฏว่าธุระที่แม่ของเธอร้อนใจคือเอลลี่ป่วย เธอติดไข้หวัดใหญ่มาจากที่ไหนสักแห่งตั้งแต่เมื่อคืนวาน อากาศช่วงนี้ก็เริ่มชื้นเสียด้วย แถมลูเซียสพ่อของเอลลี่ก็ไม่ว่างเพราะต้องพานักศึกษาไปศึกษาดูงานที่อังกฤษ คนที่ดูแลเอลลี่เลยมีแค่แม่เธอเท่านั้น

“เอลลี่ไม่ยอมไปหาหมอเลยตั้งแต่เมื่อเช้า แม่พยายามแล้วนะ แต่เอลลี่เอาแต่ปฏิเสธ เธอดูอ่อนแรงลงมากเลย ลูกช่วยขึ้นไปดูน้องหน่อยนะแครล์แม่ใจคอไม่ดีเลย”

ร่างสูงพยักหน้า

แคโรไลน์ถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องของเอลลี่ เพราะไม่ได้ล็อกประตูเอาไว้ ข้างในค่อนข้างสลัวเธอไม่เปิดแม้กระทั่งหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทเลย ซึ่งผิดปกติมากสำหรับเอลลี่ ร่างบางนอนขดตัวอยู่ในผ้านวมผืนใหญ่ สภาพไม่ต้องพูดถึง ใบหน้าสวยที่เคยเป็นสีชมพูระเรื่อของเอลลี่ซีด ขอบตาดำคล้ำ ริมฝีปากแห้งแตก เธอป่วยมากกว่าที่คิดเอาไว้

“แอล” แคโรไลน์แตะที่แขนของน้องสาวอย่างแผ่วเบา

“ฟลอเรนซ์หนูขอนอนต่ออีกสักหน่อย”

“เธอควรจะไปหาหมอ”

“…?”

เมื่อฟังดีๆ แล้วกลับไม่ได้เป็นน้ำเสียงของแม่เลี้ยง เอลลี่ลืมตามองอีกคนภายใต้เงาสลัวนั้น

“พี่แครล์” ใบหน้าของเอลลี่ดูร่าเริงมีชีวิตชีวาขึ้นมา แต่เพราะยังคงป่วยเธอก็เลยดีดดิ้นดีใจไม่ได้อย่างเมื่อก่อน

“พี่มาได้ยังไงคะ” เธอกำลังจะลุกขึ้น แต่แคโรไลน์ดันในนอนลงเหมือนเดิม

“แม่บอกว่าเธอเอาแต่ปฏิเสธเรื่องไปหาหมอ”

“ฉันเพิ่งป่วยเมื่อคืนเองนะ”

“แต่เธอก็รู้นี่ว่าแม่เป็นห่วงเธอมากแค่ไหน”

“ฉันรู้ค่ะ ฉันแค่อยากพักผ่อนอีกสักหน่อยเท่านั้นเอง”

“ไปทำอะไรมาถึงได้ป่วยขนาดนี้”

“อากาศชื้น เพื่อนชวนไปว่ายน้ำ”

“…?”

“ก็อย่างที่ฉันบอกพี่ไปนั่นแหละ ฉันเจอเพื่อนใหม่ เราบังเอิญเจอกันแล้วเธอก็เป็นครูสอนว่ายน้ำ”

“เอาล่ะ เธอต้องไปหาหมอ”

“ไม่เอา…ฉันเกลียดหมอ”

แคโรไลน์มองอีกคนนิ่ง คล้ายกดดัน เอลลี่มองสายตานั้นแล้วดูเกร็งขึ้นมานิดๆ เธอเกลียดหมอทุกประเภท เพราะฉะนั้นเวลาป่วยเธอเลยแค่ซื้อยามากินที่บ้าน และเอาแต่นอน นอน และนอนทั้งวัน แต่ในเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของแคโรไลน์แล้ว เธอคงจะต้องจำยอม

“ก็ได้ค่ะ ฉันจะไปหาหมอก็ได้ แต่ว่า…” เอลลี่คิดอะไรบางอย่างออก “ฉันขอแค่คืนนี้ ให้ฉันนอนต่ออีกสักหน่อย ถ้าไม่ดีขึ้นสัญญาว่าจะไปหาหมอ แล้วก็…คืนนี้พี่ต้องอยู่เฝ้าฉันด้วย”

“…?”

แคโรไลน์พอจะเข้าใจเรื่องที่เธอไม่อยากไปหาหมอ แต่ทำไมเธอจะต้องอยู่เฝ้าด้วยล่ะ และดูเหมือนว่าเอลลี่จะเข้าใจปฏิกิริยานั้นเลยอธิบายเพิ่มเติม

“ก็ถ้าพี่ไม่เฝ้าเผื่ออาการฉันทรุดกลางดึกทำยังไงล่ะคะ พ่อก็ไม่อยู่ด้วย ฟลอเรนซ์คนเดียวไม่ไหวหรอก”

ก็จริง…แคโรไลน์เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าแม่คนเดียวคงไม่ไหว

เธอพยักหน้าตกลง ที่เหลือคงโทรไปบอกเรื่องนี้กับจอร์จิน่า หวังว่ารายนั้นคงเข้าใจ

แคโรไลน์ใช้เวลาอยู่เฝ้าเอลลี่ทั้งวันกับแม่ของเธอ ตอนนี้เอลลี่เริ่มดีขึ้นเธอลงมาจากห้องและมานั่งดูทีวีรวมกลุ่มกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น แคโรไลน์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ส่วนฟลอเรนซ์ถักนิตติ้ง และคอยถามเอลลี่ว่าจะกินโน่นนี่หรือไม่ เป็นแบบนี้ทุกๆ ชั่วๆ โมง แล้วมือถือของแคโรไลน์ก็ดังขึ้นในเวลาที่ทุกคนเงียบ ทุกคนคงจะเดาออกว่าเป็นใครดูจากสีหน้าของเอลลี่ที่บูดบึ้ง กับใบหน้าของฟลอรนซ์ที่ยิ้มให้ลูกสาวอย่างมีเลศนัยจนแคโรไลน์ต้องลุกไปรับสายที่อื่น

[เธอไปอยู่ไหนมาทั้งวันไม่โผล่หัวมาทำงานหรือไงหา]

เสียงแวดของจอร์จิน่าเข้าหูของเธอ

“ฉันอยู่เฝ้าแอลเธอป่วย…”

[อ่อ! ไม่น่าล่ะ! เมื่อกี้เรียกยัยนั่นว่าแอลเฉยๆ เหรอ สนิทกันมาสินะ]

อะไรของจอร์จิน่ากันนะ?

[แล้วยัยนั่นป่วยจริงหรือเปล่า ไม่ใช่เรียกร้องความสนใจหรอกนะ]

“เธอป่วยจริงๆ ค่ะ” แคโรไลน์เน้นย้ำคำพูดนั้น “แล้วคืนนี้ฉันคงต้องขอตัวอยู่ที่นี่ก่อน เพื่ออาการแอลไม่ดีขึ้นจะได้ไปหาหมอ”

[สรุปเธอจะไม่มารับฉัน!]

“ขอโทษด้วยนะคะ วันนี้คงต้องให้แกรี่ไปรับคุณแค่คนเดียว ฉันต้อง….!”

ยังไม่ทันที่แคโรไลน์จะพูดจบ คนเจ้าอารมณ์ก็ตัดสายไปอย่างไร้มารยาท แถมยังสบถคำหยาบใส่หูเธออีก พรุ่งนี้แคโรไลน์ก็รู้ได้แล้วว่าเธอต้องเจอกับอะไร จอร์จิน่าคงด่าเธอจนหูชาตามประสา

เอาแต่ใจตัวเองจริงๆ เลยคนคนนี้



“แครล์พาน้องมากินมื้อค่ำ”

เวลามื้อเย็นมาถึง ฟลอเรนซ์ก็เรียกลูกสาวทั้งสองให้เข้ามาในครัว วันนี้ทั้งสามตกลงกันว่าจะกินมื้อค่ำในครัวง่ายๆ สบายๆ

แคโรไลน์ลุกขึ้น เอลลี่ยกมือขึ้นไปจนร่างสูงงงกับการกระทำนั้น

“พี่ลืมอะไรไปเหรอเปล่า ฉันเวียนหัวนะ ช่วยฉันหน่อย”

แคโรไลน์ไม่ถือสาที่จะประคองเอลลี่ขึ้น แต่เอลลี่ดีใจไม่น้อยที่ได้สัมผัสไออุ่นจากแคโรไลน์ เวลาอยู่ใกล้พี่เลี้ยงของเธอแบบนี้แล้วรู้สึกร้อนขึ้นมาแปลกๆ แม้ในเวลาป่วยไข้ เธออยากเป็นมากกว่านี้ เป็นมากกว่าน้องสาว เธออยากสัมผัสแคโรไลน์ให้มากกว่านี้ เธอคิดอยู่เสมอว่าหากเธอได้จูบแคโรไลน์สักครั้ง…

“มีอะไรเหรอ?”

เอลลี่เอาแต่มองหน้าแคโรไลน์และนึกภาพไปไกลเกิน จนลืมไปเลยว่าตอนนี้เธอโอบเอวของร่างสูงอยู่ด้วยมือทั้งสองข้างคล้ายการกอด

“ปะ เปล่าค่ะ”

“งั้นก็ค่อยๆ เดิน”

“อือ”

เสียงออดที่หน้าบ้านดังขึ้น

“แม่เองจ้ะ”

ฟลอเรนซ์รีบเดินออกมานอกครัว เธอไม่ค่อยมั่นใจว่าจะเป็นลูเซียส เขาไม่น่าจะทิ้งงานมา แต่ใจหนึ่งก็แอบคิดว่าเขาอาจจะเป็นห่วงเอลลี่เกินกว่าเหตุ แต่ทว่า…คนที่ยืนอยู่ด้านนอกบ้านไม่ใช่ชายวัยกลางคนที่หน้าเป็นมิตร และยิ้มร่าเริงอย่างลูเซียส หากแต่เป็น…

จอร์จิน่า เวสท์ สาวนักธุรกิจรูปร่างยั่วยวนใจ ใบหน้าสวยแสนเย่อหยิ่งของเธอมองมาที่ฟลอเรนซ์จนเธอถึงกลับพูดไม่ออก

“เอ่อ…คุณจอร์จิน่า”

“สวัสดีค่ะคุณนายครอสไวต์”

เธอทักทายด้วยน้ำเสียงที่มีเสน่ห์ ก่อนจะปรายตาไปด้านหลังฟลอเรนซ์ และทำหน้าบึ้งแทบจะทันที เมื่อเห็นเอลลี่กับแคโรไลน์ใกล้ชิดสนิทสนมกันแบบนั้น แถมยังใกล้ชิดเกินกว่าเหตุอีกด้วย โมโหทำไมเธอต้องอยากกรีดร้องและเดินไปตบยัยเด็กนั้นด้วยนะ

จอร์จิน่ามองภาพนั้น ในขณะที่เอลลี่ขยับใกล้แคโรไลน์ แก้มแนบกับอกของร่างสูง พลางส่งยิ้มเหยียดมาให้จอร์จิน่า

หน็อย ยัยเด็กนี่กล้าท้าทายฉันอย่างนั้นน่ะเหรอ อาจหาญเกินไปแล้ว!

“พี่แครล์พาฉันไปกินข้าวหน่อยสิคะหิวแล้ว”

เอลลี่ทำท่าออดอ้อนจนเกินงาม เธอก็แค่อยากทำให้จอร์จิน่าอิจฉา เธอหลับตาก็มองออกว่าจอร์จิน่าคิดยังไงกับแคโรไลน์ แต่ทำเป็นวางท่าหยิ่งใส่อีกคน

หึ ทำอย่างนี้ใครจะไปสนใจคนอย่างเธอกัน หยิ่งไปก็แค่นั้น พี่แครล์ไม่สนใจเธอหรอก

“คุณมาทำอะไรที่นี่คะ” เป็นแคโรไลน์ที่ถามออกไป ไม่ได้สนใจในสิ่งที่เอลลี่เพิ่งพูดออกไป

“เอลลี่ป่วยไม่ใช่เหรอ ฉันก็เลยมาเยี่ยม”

“มีมารยาทมากนะ มาเยี่ยมคนป่วยมือเปล่า ไหนล่ะของเยี่ยม” เอลลี่แขวะ

“ฉันรีบ และฉันมีงานร้อยแปดพันอย่าง ฉันเลยลืมว่าต้องซื้ออะไร แค่รู้ว่าเธอป่วยและถ่อสังขารมาเยี่ยมก็เป็นบุญคุณของเธอแล้วนะ”

“แถไปให้สุดเถอะ ดูก็รู้ว่าเธออยากมาที่นี่” เอลลี่เบ้ปาก

“ป่วยแล้วยังจะมาปากดี” จอร์จิน่าย่างเข้าไปหมายจะไปกระชากตัวเอลลี่ออกจากแคโรไลน์ ส่วนเอลลี่ที่กำลังป่วยอยู่ก็ยังอุตส่าห์ง้างมือจะตบอีกคน

“สาวๆ พอได้แล้วๆ” ฟลอเรนซ์เดินมากั้นทั้งสองคนเอาไว้ และทำทีเป็นพูดร่าเริ่งเบี่ยงความสนใจ เธอรู้ว่าทั้งสองคนไม่ได้มีจิตรักใคร่กันเท่าไหร่นัก เพราะดูจากเหตุการณ์พุ่งตัวไปตบกันเมื่อคราวก่อน

“ไหนๆ คุณจอร์จิน่าก็มาแล้ว เรากำลังจะทานมื้อค่ำพอดี คุณทานด้วยกันสิคะ”

“ไปชวนทำไม ลูกคุณหนูแบบนี้เขาไม่กินมื้อค่ำธรรมดาแบบเราหรอกค่ะ” เอลลี่ค่อนขอด แล้วไอออกมาเพราะเธอใช้เสียงมากเกินไป จอร์จิน่ามองอีกคนด้วยความสมเพช ก่อนจะหันมาแจกยิ้มกับฟลอเรนซ์

“ดีเลยค่ะ ฉันกำลังหิวพอดี”

“ไม่ ฟลอเรนซ์ ไม่เอาหรอก ฉันมีหวังทรุดลงกว่าเดิมแน่ถ้าได้ร่วมวงกินมื้อค่ำกับยัยนี่”

“แอล ทำตัวไม่น่ารักเลยนะ รับแขกบ้างสิจ๊ะ” ฟลอนเรนซ์ปรามเอลลี่ แล้วเดินนำทุกคนเข้าไปในห้องครัว

“เชิญเลยค่ะ คุณจอร์จิน่า ไม่ถือสานะคะ พอดีว่ามันนี้เราจะทานกันในห้องครัว”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

จอร์จิน่านั่งลงเก้าอี้ และแสยะยิ้มให้เอลลี่อย่างผู้ชนะ แม้ในเวลาแบบนี้เอลลี่ก็รู้สึกพ่ายแพ้

ไม่ได้การแล้ว เธอจะต้องทำยังไงก็ได้ให้จอร์จิน่ากลับไปซะ

“พี่แครล์ ฉันอยากกินไส้กรอกอยู่ในจานของพี่น่ะ”

เอลลี่เริ่มทำตามแผนโดยการออดอ้อนแคโรไลน์ต่อหน้าจอร์จิน่าที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“เอาไปสิ” แน่นอนว่าแคโรไลน์ไม่ได้ใส่ใจในแผนการของอีกคน เธอจิ้มไส้กรอกให้เอลลี่

เอลลี่ยิ้มที่มุมปากแล้วยักคิ้วใส่จอร์จิน่า เธอสัมผัสรังสีความโกรธของจอร์จิน่าได้แทบจะทันที

จะทนได้สักเท่าไหร่กันเชียว

“พี่แครล์หยิบซอสตรงนั้นให้ฉันทีสิคะ” เอลลี่จงใจเอาหน้าอกของตัวเองเบียดแขนแคโรไลน์ ซึ่งอีกคนไม่ได้ใส่ใจเหมือนอย่างเคย เธอหยิบซอสยื่นให้เอลลี่

“พี่ป้อนฉันได้ไหมคะ อ้า…” เอลลี่อ้าปากรอ แคโรไลน์เลิกคิ้วสงสัย

เสียงส้อมของจอร์จิน่าหล่นดังเคร้งกระแทกลงโต๊ะ มันไม่ได้หลุดซะทีเดียว แต่จอร์จิน่าตั้งใจทำต่างหาก ฟลอเรนซ์ที่ไม่ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับสงครามประสาทในโต๊ะมื้อค่ำแห่งนี้กับแคโรไลน์มองมาที่เธอ

“อาหารไม่ถูกปากเหรอคะคุณจอร์จิน่า คุณจะทานอย่างอื่นไหมคะ” ฟลอเรนซ์ถาม

“มะ ไม่หรอก อาหารก็อร่อยดี แต่ฉันแค่รู้สึกเลี่ยนอะไรบางอย่าง”

น้ำเสียงกระแทกใส่หน้าแคโรไลน์จนอีกคนรู้สึกสงสัย แต่ก็ไม่นานหรอก เพราะสายตาที่เกรี้ยวโกรธนั้นมองเอลลี่ยังกับจะกินเลือดกินเนื้อ แคโรไลน์มองออกในตอนนั้น

จอร์จิน่าหึงเธอ

“เลี่ยนอะไรเหรอคะ ที่นี่บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ใช่ไหมคะพี่แครล์”

เอลลี่ส่งเสียงดุจอร์จิน่า เพราะรู้ว่าอีกคนพูดจิกกัดเธอ ก่อนจะหันไปทำเสียงสองใส่แคโรไลน์ที่ไม่ใส่ใจอะไรมากนัก นอกจากปฏิกิริยาของจอร์จิน่าที่มีต่อเธอ และแน่นอนว่าแคโรไลน์มองเห็นแทบจะทันที

“แคโรไลน์ฉันอยากกลับแล้ว” คนเอาแต่ใจเบ้หน้า

ฟลอเรนซ์มองหน้าลูกสาว พลางทำหน้าประมาณว่า ‘นี่ลูกยังไม่ได้บอกจอร์จิน่าเหรอว่าจะค้างที่นี่’ แต่แคโรไลน์ไม่ได้ตอบคำถามในใจของแม่ตัวเอง เธอหันมาตอบกลับคนเอาแต่ใจ

“ฉันบอกคุณแล้วนี่คะว่าจะค้างที่นี่”

จอร์จิน่าหน้าบึ้ง อยากจะเหวี่ยงแทบขาดใจแต่เกรงใจคุณนายครอสไวต์

“แครล์ แม่ว่ากลับไปส่งคุณจอร์จิน่าแล้วค่อยกลับมาที่บ้านก็ได้นะ”

“เรื่องมาก”

เอลลี่พูดสวนขึ้น เท่านั้นแหละที่จอร์จิน่าขวันออกหู เธอต้องทำอะไรให้ยัยเด็กนี่รู้ฤทธิ์เดชของเธอซะแล้ว

“ก็ได้”

อยู่ๆ จอร์จิน่าก็พูดออกมาทำให้ทุกคนหันไปมองเธอ

“ในเมื่อเอลลี่ป่วย ทุกคนไม่สามารถปลีกตัวไปไหนได้ ฉันเองก็ขี้เกียจกลับ เพราะฉะนั้นฉันจะค้างที่นี่”

“หา!”

เอลลี่ร้องเสียงหลง คุณนายครอสไวต์ได้แต่มองแคโรไลน์สลับกับจอร์จิน่าไปมา ส่วนแคโรไลน์นั้นไม่มีใครรู้ได้ว่าในใจเธอกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่ เธอแค่นิ่ง นิ่ง แล้วก็นิ่ง

“แล้ว…ฉันขอถามหน่อยนะคะ คือว่าทำไมคุณจะต้องค้างคืนที่นี่ด้วย ฉันไม่ได้รังเกียจหรือไม่พอใจนะคะ ฉันแค่สงสัย”

ฟลอเรนซ์ตั้งคำถาม และจอร์จิน่าทำหน้าใสซื่อตอบคำถาม

“ฉันเข้าใจดีว่าตอนนี้คุณเป็นห่วงเอลลี่มาก ฉันก็เลยเสนอเข้ามาช่วย ข้างนอกบ้านของคุณมีคนขับรถรอสแตนด์บายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าหากว่าเอลลี่อาการทรุด แกรี่จะอุ้มเธอปานเจ้าหญิงไปส่งที่โรงพยาบาลถึงที่เลยล่ะค่ะ คุณกับแคโรไลน์ก็จะได้ไม่ต้องลำบากไงคะ”

“ตลก ถ้าหวังดีขนาดนั้นแล้วทำไมเธอไม่ขึ้นแท็กซี่กลับบ้านตัวเองล่ะยะ แล้วให้คนขับรถเธอรออยู่นี่ แล้วมันจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมานอนค้างให้เสียเวลา บ้าหรือเปล่า” เอลลี่แย้ง แต่โดนฟลอเรนซ์ปราม

“ฉันก็แค่อยากอยู่ดูอาการเธอด้วยคนไม่ได้หรือไง”

“ไม่มีทางอ่ะ เธอที่มันแถได้โล่จริงๆ”

“ก็เหมาะสมกับเธอแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เอ๊ะ! ยัยนี่”

เอลลี่ยกส้อมขึ้นมาทำท่าจะจิ้มอีกคน จอร์จิน่าปาผ้าเช็ดปากใส่หน้าเอลลี่ สงครามโต๊ะอาหารเกือบจะดำเนินขึ้น จนฟลอเรนซ์ต้องลุกขึ้นห้ามด้วยความรำคาญ

“พอกันได้แล้วเถอะทั้งสองคน แม่จะพาแอลขึ้นไปบนห้องพักผ่อน ส่วนลูกพาคุณจอร์จิน่าไปห้องของลูก คืนนี้มานอนกับแม่”

“อะไรนะ! ไม่นะ หนูไม่อยากให้ยัยไฮโซมาค้างที่นี่ หนูไม่ยอม”

เอลลี่แวดๆ จนฟลอเรนซ์ต้องลากขึ้นห้องไป ทิ้งให้แคโรไลน์กับจอร์จิน่าอยู่ด้วยกันสองคน

“คุณจะค้างที่นี่จริงๆ นะเหรอคะ”

“ก็ใช่ไง”

“…”

“…”

“งั้นฉันจะพาคุณไปที่ห้องของฉัน”

แคโรไลน์เงียบมาตั้งแต่พาเธอมาที่ห้อง ห้องของแคโรไลน์เป็นไปตามที่จอร์จิน่าคาดเอาไว้ เป็นระเบียบ เน้นโทนสีเทา ขาว เรียบหรู เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างล้วนมีแต่ยี่ห้อดังและแพงขึ้นหิ้ง แต่ที่ทำให้จอร์จิน่าไม่เข้าใจเลยคือ ในห้องของแคโรไลน์ไม่ยักจะมีรูปถ่ายสักใบ

“ชุดนอนของฉันอยู่ในตู้เสื้อผ้า คุณเลือกใสได้เลย”

“ฉันอยากดื่ม”

ดูเหมือนว่าอีกคนไม่สนใจคำพูดของเธอแม้แต่น้อย

“คุณดื่มในนี้ไม่ได้ ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่อง”

“ฉันดื่มแค่นิดเดียวเอง”

“ไม่ได้ค่ะ”

จอร์จิน่าขมวดคิ้ว

“ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ” น้ำเสียงหยิ่งๆ ของจอร์จิน่าทำให้แคโรไลน์อดหมั่นไส้ไม่ได้

“ยังไงก็ไม่ได้”

“ยัยบ้าอำนาจ อวดเบ่ง! ทีกับยัยเอลลี่นะ ทำเป็นเอาอกเอาใจ”

แคโรไลน์หรี่ตามองอีกคน

นี่อยู่ๆ เธอก็โดนประชดเลยอย่างนั้นนะเหรอ?

“คุณกำลังหึงฉันอยู่”

“พะ พูดอะไรของเธอกัน ใครหึงใคร!”

“ฉันดูออก” อีกคนยังคงตีหน้านิ่ง

“ก็บอกไม่ได้หึงไง ไม่ได้หะ…! แล้วนี่เธอกำลังทำบ้าอะไร”

จอร์จิน่าแทบผงะเมื่ออยู่ๆ แคโรไลน์ก็โน้มหน้าลงมาหาเธอ แถมยังสบตากับเธอในระยะประชิดด้วยอีกต่างหาก

“ฉันกำลังมองคนพูดโกหก”

“กวนเหรอ ยั่วโมโหฉันเกินไปแล้วนะ”

จอร์จิน่ายกมือขึ้นจะฟาดอีกคนที่แขน แต่คนร่างสูงจับข้อมือเธอเอาไว้ แล้วดึงเข้ามาใกล้ตัว ทีแรกแคโรไลน์กะจะแกล้งเล่น แต่ดึงแรงไปหน่อยเลยทำให้จมูกของจอร์จิน่ามาชนที่ปากของเธอ

ทั้งสองคนนิ่งอยู่ในท่านั้น ก่อนที่แคโรไลน์จะเป็นฝ่ายผละออกมาเมื่อจอร์จิน่าไม่โวยวายเหมือนครั้งก่อนๆ

“…” จอร์จิน่ามองแคโรไลน์นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะหลบดวงตาสีน้ำตาลสว่างที่ทอประกายดุจน้ำผึ้ง ดวงตานี้ทำให้จอร์จิน่าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

แคโรไลน์ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่ในบรรยากาศแบบนี้เธอกลับกำลังคิดอะไรบางอย่าง

เธออยากจะลองดูอีกสักครั้งเพื่อความชัดเจนของทั้งสองฝ่าย

“จอร์จิน่า ฉัน… ฉัน ไม่รู้สิ ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร”

แคโรไลน์ก้าวเข้าไปหาจอร์จิน่า ผู้หญิงที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เธอเดินเข้าไปจนจะชนกับอีกฝ่าย และแปลกใจที่จอร์จิน่าไม่ได้ถอยหลังหรือตะโกนด่าเธอเหมือนแต่ก่อน ร่างสูงเชยใบหน้าสวยสะกดใจของจอร์จิน่าขึ้นมา มืออีกข้างรวบเอวบางเข้ามาใกล้

ริมฝีปากของเธอทาบลงที่ริมฝีปากสีสดของอีกคน จอร์จิน่าไม่ได้ขัดขืน ตรงกันข้ามเธอกลับพอใจและยินดี เธอขยับเข้าไปใกล้แคโรไลน์ แอบแขนรอบคออีกคน ดันร่างให้เบียดแนบชิดอีกคนมากขึ้น แรงปรารถนาของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล มือของแคโรไลน์ขยุ้มกลุ่มผมสีบลอนด์ของเธอ ส่วนอีกข้างเกี่ยวรัดสะโพกของเธอในแนบชิดกับร่างตัวเอง เพื่อรับไอร้อนและสัมผัสที่ร้อนยิ่งกว่าไฟ

ลิ้นของเธอกับแคโรไลน์ทำงานได้เป็นอย่างดี ต่างควานหาและริมรสหาความหวานจากริมฝีปากของอีกคน จอร์จิน่าอยู่นิ่งไม่ได้นิ้วของเธอลากผ่านกลางตะเข็บกางเกงของแคโรไลน์สัมผัสโดนความร้อนใต้กางเกงผ่านเนื้อผ้า ร่างสูงเกร็งไปชั่วขณะ จอร์จิน่าได้ยินเสียงคราง แคโรไลน์เหมือนจะรู้ว่ามันเริ่มเกินเลย เธอดึงมือจอร์จิน่าออกจากการป้วนเปี้ยนตรงนั้น แต่มือทั้งสองของจอร์จิน่ากลับไม่ยอมอยู่นิ่ง จับหมับเข้าที่หน้าอกแคโรไลน์ ร่างสูงถอยทัพเมื่อรู้ว่าอีกคนช่างจุดติดอารมณ์เร็วเหลือเกิน

“อย่า”

จอร์จิน่าปรามไม่ให้แคโรไลน์ทำแบบนั้น เธอผละออกจากจูบแล้วทำหน้ายุ่ง แถมยังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของอีกคน

แคโรไลน์หมุนตัวหลบ แล้วหอบหายใจ

“เป็นอย่างนี้ทุกทีเลยนะ!” จอร์จิน่าพูดเหมือนเด็กเอาแต่ใจเมื่อแคโรไลน์ดันเธอออกจากตัว

“คุณอยากมีเซ็กซ์กับฉันขนาดนี้เลยเหรอ?”

“ใครจะไม่…”

จอร์จิน่าเกือบหลุดปาก เธอเม้มปากเอาไว้

“แล้วเธอมายั่วฉันทำไม”

“เรื่องนั้น…ฉันแค่ต้องการความแน่ใจ”

“แน่ใจ?”

“คุณคิดยังไงกับฉันกันแน่คะ?”

“…?!” จอร์จิน่าอึ้งไป คำถามนี้เธอไม่ต้องการที่จะตอบ แต่ก็แสร้งเป็นหลีกเลี่ยง “แล้วเธอล่ะคิดยังไงกับฉัน”

“ฉันจริงจังกับความรู้สึกของตัวเองเสมอ”

อยู่ๆ หัวใจของจอร์จิน่าก็พองโตขึ้นมาอารมณ์ปรารถนาหายไปชั่วขณะ นานมากแล้วที่เธอไม่รู้สึกแบบนี้ นานมากแล้วที่เธอไม่เคยคาดเดากับความรัก

“ฉันรู้สึกว่าคุณเป็นปัญหาสำหรับฉัน”

“หมายความว่าไง”

“เป็นปัญหาไงคะ”

“….”

ไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด

แคโรไลน์หัวเราะทั้งๆ ที่เงียบมาโดยตลอด เธอเอ็นดูในท่าทีมึนงงของจอร์จิน่า และติดกระดุมที่เสื้อเชิ้ตตัวเอง โดยจอร์จิน่ามองมันอย่างแสนเสียดาย

“ฉันเคยบอกคุณหลายครั้ง ว่าถ้าคุณพร้อม เราจะคุยกันเรื่องนี้”

“….”

แคโรไลน์ดักทางจอร์จิน่าจนอีกคนพูดไม่ออกเลยสักนิด ตลอดเวลาเธอไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความรัก เพราะทุกคนที่เข้ามาหาเธอมีแค่สองเรื่องเท่านั้น คือ เงิน พวกเขาต้องการเธอไปประดับบารมีและเป็นคู่นอน แต่กลับแคโรไลน์จอร์จิน่ารู้สึกว่ามันแปลกออกไป ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลย แม้จะเย็นชาแต่ก็มีความอบอุ่น และเข้าอกเข้าใจเธอ แคโรไลน์คงดูเธอออกตั้งแต่แรก ว่าเธอไม่ถนัดจะสร้างความสัมพันธ์กับใคร เธอเลยใช้คำว่า ‘ถ้าคุณพร้อม เราจะคุยกันเรื่องนี้’ หมายถึง แคโรไลน์ยังคงจะรอเธอสินะ แคโรไลน์ยังคงรอเธอมาตลอดตั้งแต่วันที่ไปลองไอซ์แลนด์

พระเจ้า แคโรไลน์ช่างโรแมนติกจริงๆ อย่างน้อยก็ในแบบของตัวเธอเอง เธอให้เกียรติจอร์จิน่าเสมอ แต่จอร์จิน่าไม่เคยนึกถึงเลย จนกระทั่งเมื่อสักครู่นี้

“เธอเคยบอกจะรอฉัน…”

“ฉันเคยพูดค่ะ”

“แล้วตอนนี้ล่ะ?”

“…”

“…”

“ฉันยังคงรออยู่”


รีเบคก้าเพิ่งออกจากบ้านหลังจากผ่านไปหลายอาทิตย์ เธอกำลังจะเดินทางไปปารีสไม่กี่วันข้างหน้า วันนี้เธอเลยตั้งใจออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะสักหน่อย การระแวงคนอื่นรั้งแต่จะทำให้เสียสุขภาพจิต เธอมีบอดิ้การ์ดสามคนเดินตามหลังอยู่ในระยะห่าง และปีเตอร์สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ที่พี่สาวของเธอฝากเลี้ยงเอาไว้ เดินเคียงข้างมาด้วย เธอจูงมันถึงแม้ว่ามันจะมีแรงเยอะกว่าเธอเป็นหลายเท่าตัว

“นั่น…จีน่าเหรอ?”

ผู้หญิงผิวสวย ร่างได้สัดส่วนในชุดออกกำลังกายโบกมือให้เธอ พร้อมแต่งตัวด้วยชุดวิ่งออกกำลังกาย ปีเตอร์หลุดออกจากมือเธอวิ่งไปทักทายจอร์จิน่าก่อนเจ้าของเสียอีก

“จีน่า มาทำอะไรที่บรู๊คลิน หวังว่า…เธอไม่ได้คิดอยากจะมาวิ่งไกลถึงบรู๊คลินหรอกนะ”

“ถูกต้อง ฉันมาวิ่งที่นี่”

รีเบคก้าหรี่ตาจับผิดเพื่อน

“ก็ได้ ฉันมีเรื่องจะปรึกษาหน่อย”

“ก็แค่นั้น แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

“โทรหาแม่เธอไงง่ายจะตาย”

รีเบคก้าพยักหน้า

“แล้วก็ ฉันอยากมาดูอาการเธอด้วย เธอโอเคใช่ไหม?”

“แน่นอน ฉันพยายามทำทุกอย่างให้มันดีต่อสุขภาพจิตน่ะ ออกมาเดินเล่นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ช่วงนี้ฉันต้องเขากับผู้คนบ้าง”

รีเบคก้ายิ้มให้เมื่อเห็นสีหน้าโล่งอกของจอร์จิน่า เพื่อนขี้เอาแต่ใจของเธอเป็นแบบนี้เสมอ ถึงจะร้าย จะดื้อรั้นบ้าง แต่ก็ยังคงเป็นห่วงเธออยู่เสมอ

ทั้งสองเดินเล่นอยู่ในสนามหญ้าที่ทอดตัวยาวเหยียดออกไป ผ่านผู้คนที่ทำกิจกรรมอยู่บริเวณนั้น พวกเขาดูสนุก สงบ และบางครั้งก็ดูวุ่นวาย จอร์จิน่ากับรีเบคก้าแวะนั่งที่เก้าอี้ไม้สีน้ำตาลแถวๆ นั้น

“ว่าไง เธอมีอะไรอยากปรึกษาฉัน”

“…”

“ทีจะเข้าเรื่องอย่างนี้เงียบเชียวนะ”

“ก็ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง”

“…”

รีเบคก้ารอที่จะฟัง แม้จอร์จิน่าจะใช้เวลาสักพักหนึ่งก็ตาม สุดท้ายจอร์จิน่าก็พูดออกมา

“ฉันเคยบอกเธอใช่ไหมว่าถ้าฉันเลิกกับผู้ชายคนล่าสุดแล้วฉันจะไม่เปิดใจรับใครอีก ฉันจะสนใจแค่งาน และพวกเธอแค่สองคน”

พวกเธอแค่สองคน รีเบคก้ารู้ว่าจอร์จิน่าหมายถึงใคร เธอ กับเอลิซาเบธนั่นเอง

“แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ฉัน…”

“เธอชอบคุณแคโรไลน์”

“หา อะไรนะ บ้า! มีมารยาทหน่อยซิ ฉันยังพูดไม่จบเลย”

รีเบคก้าดูออกแทบจะทันทีกับท่าทีเขินอายที่จะพูดเรื่องนี้ รีเบคก้าแน่ใจมาพักหนึ่งแล้วกับความสัมพันธ์ของจอร์จิน่ากับแคโรไลน์ ขนาดเอลิซาเบธยังเปรยเรื่องนี้กับเธอเมื่อสองวันที่แล้วเอลิซาเบธมาเยี่ยมเธอกับเทเรซ่า เด็กขี้อายแสนสวยที่เอลิซาเบธได้ช่วยชีวิตเอาไว้ เธอไม่ค่อยพูด และดูเอียงอาย รีเบคก้าไม่แปลกใจเลยที่เอลิซาเบธจะรักเด็กสาวคนนี้ได้ถึงขนาดนี้ แต่ยังไงก็แล้วแต่เอลิซาเบธคุยเรื่องแคโรไลน์กับเธอ และเธอรู้ได้ในทันทีจากการสังเกต ทั้งสองคู่นี้เริ่มไม่ทะเลาะกันให้เห็น จอร์จิน่าไม่โวยวายจิกกัดแคโรไลน์เหมือนแต่ก่อน ส่วนแคโรไลน์ก็ปรับตัวเข้าหาจอร์จิน่าตามใจเพื่อนเธอแทบทุกเรื่อง แบบนี้ดูไม่ออกก็บ้าแล้ว มีแต่จอร์จิน่านั่นแหละที่กลัวความรัก

“ฉันดูออก”

“…”

“เธอลงทุนมาหาฉันเพราะเรื่องแค่นี้เองเหรอ ไม่ใช่เธอเลยนะจีน่า”

“ฉันแค่สับสน”

“งั้นเล่าเรื่องทั้งหมดมา”

ตอนแรกดูจะไม่อยากจะเล่า แต่สุดท้ายแล้วจอร์จิน่าก็เล่าเรื่องระหว่างเธอกับแคโรไลน์ให้ฟังจนหมดเปลือก ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นที่ลองไอซ์แลนด์ จนกระทั่งเรื่องเมื่อสองวันก่อน รีเบคก้ายิ้มให้เพื่อนทันทีที่เล่าจบ มันเป็นเรื่องที่น่ารักดีระหว่างสาวบอดี้การ์ดเย็นชาแต่โรแมนติกกับสาวขี้วีนกลัวความรัก

“คุณแคโรไลน์นี่ฮอตสุดๆ เลยใช่ไหมล่ะ”

“ฉันไม่ได้จะให้เธอมาวิจารณ์เรื่องนั้น”

รีเบคก้ายกมือยอมแพ้เมื่อเห็นว่าเพื่อนจริงจัง “โอเคๆ ฉันก็แค่ล้อเล่น”

“ฉันยังไม่พร้อม ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม แต่ในขณะเดียวกันก็…ไม่รู้สิ”

“เธอเองก็ไม่อยากปล่อยให้คุณแคโรไลน์รอนานอย่างนั้นใช่ไหม?”

“…”

“เธอกลัวว่าคุณแคโรไลน์จะเป็นอย่างแฟนคนอื่นๆ ที่เข้าหาเธอเพราะเงินสินะ เฮ้ เธออย่าได้คิดแบบนั้นเด็ดขาดเลยนะ แค่มองฉันก็รู้ว่าคุณแคโรไลน์เป็นคนดี จริงจัง และจริงใจกับเธอมาก คุณแคโรไลน์ไม่ทำแบบนั้นกับเธอหรอกน่า”

“…”

“เธอไม่ควรจะคิดมากเกินไปนะจอร์จิน่า ความรักครั้งนี้ของเธอจะไปได้สวยแน่ๆ มัวรออะไรอยู่ ขนาดฉันเองยังคิดว่าเธอไม่ควรจะปล่อยให้คุณแคโรไลน์รอนานนะ”

“ยะ อย่างนั้นเหรอ?” จอร์จิน่าก้มลงมองมือที่วางไว้บนตักของตัวเอง เธอกำลังคิดอยู่

“เธอกลัวการเจ็บปวดสินะ ถ้าหากวันหนึ่งคุณแคโรไลน์กับเธอไปกันไม่สวย”

จอร์จิน่ามองหน้าเพื่อน รีเบคก้ารู้ทันเธอจนน่ากลัวไปหมดแล้ว เพื่อนคนนี้ยังกับเรียนวิชาอ่านใจมา ใช่แล้ว จอร์จิน่ากลัวในเรื่องนี้ถ้าหากเธอเริ่มจะจริงจังแล้ว หากเกิดว่าวันหนึ่งเลิกรากันไป เธอจะเป็นฝ่ายเจ็บปวด เธอไม่อยากเป็นเหมือนเอลิซาเบธตอนที่เลิกกับเฮเลน่าเลย รายนั้นราวกับจะขาดใจตาย

“เธอคงได้ยินคำว่าชีวิตมันสั้นใช่ไหม ฉันเองก็อยากจะบอกเธอกับประโยคนี้เหมือนกัน ชีวิตมันสั้น รักใครก็ควรจะบอก ชอบใครก็ควรจะบอก อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปแบบนี้เลยจอร์จิน่า มีความสุขสักที ใช้ชีวิตซะ”

“ใช้ชีวิตซะ”

จอร์จิน่าทวนคำนั้นเสียงเบา เธอกำลังคิดตาม และรีเบคก้ายิ้มอย่างภาคภูมิใจ เธอกำลังจะได้เห็นผลลัพธ์ในเร็วๆ นี้



อาการของเอลลี่ดีขึ้นหลังจากนั้น แคโรไลน์กลับมาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของจอร์จิน่าหลังจากที่เอลลี่บอกให้อยู่เฝ้าจนกว่าจะหายดี จอร์จิน่าค้างคืนได้แค่คืนเดียว จากนั้นเธอก็กลับบ้าน เธอทนเอลลี่ไม่ได้เลยยอมรามือ แต่แคโรไลน์รู้ว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของเอลลี่ แต่เกี่ยวกับเรื่องของเธอ จอร์จิน่าหลบ และเลี่ยงเธอตลอดเวลาสองสามวันมานี้ จนแคโรไลน์รู้สึกว่าตัวเองไม่น่าพูดคำเหล่านั้นออกไปเลย เธอก็เป็นคนแบบนี้ กับแซนดี้แฟนเก่าของเธอก็เหมือนกัน แคโรไลน์เป็นคนจริงจัง เลยแสดงความรู้สึกออกไปตรงๆ เธอไม่ชอบอ้อมค้อม หากเธอสนใจคนคนนั้นจริงๆ

วันนี้อากาศที่นิวยอร์กค่อนข้างชื้นและมีฝนตก แคโรไลน์เดินขึ้นไปบนดาดฟ้า มองวิวตึกท่ามกลางเสียงรถติดในเมือง ค่ำคืนนี้เพนส์เฮ้าส์เงียบเหมือนทุกครั้งเมื่อป้าแอนเน็ตไม่อยู่ จอร์แดนกลับไปอยู่ควีนส์ และจอร์จิน่าหมกมุ่นอยู่กับงานในห้องทำงาน

แคโรไลน์นั่งจิบชาร้อน และหลับตานิ่งสัมผัสเสียงฝนที่โปรยปราย บรรยากาศดีจริงๆ

โซฟาข้างแคโรไลน์ยวบลง เธอลืมตาขึ้น และนึกแปลกใจที่เห็นจอร์จิน่าจ้องเธออยู่

“คุณ… มีอะไรเหรอเปล่าคะ”

“มี”

“…?”

“แล้วมีเรื่องอะไรเหรอคะ”

“เธอก็พูดได้ซิ”

ทำไมน้ำเสียงดูประชดเธอจังเลยนะ

“…?”

“ก็เธอไม่ได้ลำบากใจอะไรเลยนี่”

“คุณกำลลังพูดเรื่องอะไรอยู่”

“ช่างมันเถอะ” จอร์จิน่าทำหน้าหงุดหงิดใส่

“คุณโกรธฉันเรื่องอะไรคะ”

“ฉันหงุดหงิดเธอต่างหากล่ะ”

“โอเค งั้นฉันจะออกจากตรงนี้ เผื่อคุณจะได้อารมณ์เย็นลง”

แคโรไลน์ลุกขึ้น เพราะอยู่นานคงโดนวีนใส่แน่ๆ แต่อีกคนคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ เธอหันไปมองจอร์จิน่าด้วยความงุนงง

“ฉันพูดมันออกมาไมได้ ฉันอายเป็นเหมือนกันนะ!”

แคโรไลน์เลิกคิ้วสงสย เธอไม่เข้าใจสิ่งที่จอร์จิน่าจะสื่อเลย

“…”

“…”

ทั้งสองต่างคนต่างนั้งเงียบอยู่อย่างนั้น แคโรไลน์มองจอร์จิน่า จนอีกคนต้องเม้มปาก คนตัวเล็กหน้าแดงขึ้นมาเฉยเลย นั่นทำให้แคโรไลน์เข้าใจในทันที จอร์จิน่าจะไม่เป็นฝ่ายพูดแน่ ไม่ใช่เพราะศักดิ์ศรี แต่เป็นเพราะเธอไม่กล้า และอายที่จะพูดขอความรักจากแคโรไลน์ อาจคงจะเป็นเพราะส่วนใหญ่มีแต่คนเข้าหา คนพวกนั้นเป็นฝ่ายพูดกับจอร์จิน่าก่อนทุกครั้ง และมันไม่เหมาะสมเลยหากจอร์จิน่าจะเป็นคนพูด เธอคงจะอายจริงๆ และเรื่องนี้ทำให้แคโรไลน์ดีใจ และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

เธอไม่ควรจะอยู่เฉย เธอไม่ควรจะคิดมาก และเธอไม่ควรจะให้ช่วงเวลานี้ผ่านไป

ใช้ชีวิตซะแคโรไลน์ ใช้ชีวิตอีกสักครั้ง

“คุณไม่ต้องพูดก็ได้”

แคโรไลน์ลุกขึ้น แล้วทรุดลงนั่งด้านล่างตรงหน้าจอร์จิน่า น้ำเสียงอบอุ่นและนุ่มนวลดึงให้จอร์จิน่าต้องมองตาอีกคนอย่างเสียไม่ได้ ราวกับว่าช่วงนี้กำลังเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิต

“ฉันจะเป็นฝ่ายพูดเอง…คุณโอเคใช่ไหม”

“…”

จอร์จิน่าพยักหน้า หัวใจเต้นรัว

“จอร์จิน่า เวสท์ คุณจะคบกับฉันไหมคะ”

“….”

แน่นอนว่าจอร์จิน่าอยากตอบออกไป แต่พูดไม่ออก เธอทั้งเขิน ดีใจ และตื่นเต้นจนไม่สามารถพูดอะไรออกไป ได้แต่อ้าปากอึกอักอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งแคไรลน์จูบเธอ

“คุณจะไม่พูดอะไรสักหน่อยเหรอคะ”

“…”

“…”

“ก็….”

“….”

“เธอเป็นของฉันแล้ว”

แคโรไลน์ยิ้มกว้างเหมือนเด็กเมื่อได้ยินคำนั้นออกจากปากของจอร์จิน่า อีกคนมองรอยยิ้มนั้นแล้วยิ้มตามออกมา และจอร์จิน่ารู้ได้เลยว่าต่อจากนี้ เธอคงหลงผู้หญิงคนนี้หัวปักหัวปำ

น่ารักจริงๆ เลยนะโรไลน์ ครอสไวต์


________________________________________________

มาอัพให้แล้วนะคะ ได้โปรดอย่าด่าไรท์555555

ไรท์งานยุ่งมากเลย แต่ก็จะพยายามมาอัพให้น๊าาาา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #50 mew_ch (@mew_ch) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 03:16
    ยังรออยู่นะคะมาต่อได้มั้ย
    #50
    0
  2. #49 Benie61796183 (@Benie61796183) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 21:07

    มาต่อได้ไหมอ่าาา

    #49
    0
  3. #47 mew_ch (@mew_ch) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 08:06
    มาต่อได้แล้วคิดถึง
    #47
    0
  4. #45 BeerBP (@BeerBP) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 20:39
    ฮรือออออ เค้าคบกันแล้วววว รอเค้าสวีทกันอยู่นะคะ สู้ๆนะไรท์
    #45
    0
  5. #43 chptan (@tankazae) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 13:34
    น่ารักกก ติดตามตอนต่อไป ต้องหวานแน่เลยอ่ะ
    #43
    0
  6. #42 VK812 (@Keetapatd) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 21:30
    อ่านรวดเดียว มาจบที่ตรงนี้พอดี แทบขาดใจเลยค่ะะ อยากเห็นจอร์จิน่าอ้อนแคลร์แล้ว ใจเหลวไปหมด ชอบคาแรคเตอร์เหวี่ยงๆวีนๆแต่ก็มีมุมน่ารักๆแบบจอร์จิน่า ส่วนคุณบอดี้การ์ดของเราก็นิ่งมาก รอติดตามตอนต่อๆไปนะคะ /ขอยาดข้ามปมเรื่องไปก่อน ตอนนี้กำลังหวาน ไม่อยากขัดค่ะะะ ><
    #42
    0
  7. #41 Poo1912 (@Poo1912) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 07:22
    ขอบคุณนะคะ. คิดว่าไรท์จะไม่มาสะแล้วมาอัพบ่อยๆนะ
    #41
    0
  8. #40 Pang51045 (@Pang51045) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 18:26
    โอ้ยเขินนนนนึกว่าไรท์จะเทแล้วอ้ะ
    #40
    0
  9. #39 noenoehonm (@noenoehonm) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 14:07
    แทบลืมเนื้อเรื่อง 5555555
    #39
    0
  10. #38 Kim (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 13:18

    กลับมาแล้วววว????????????????????

    #38
    0
  11. #37 graycloud (@graycloud) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:24
    อ้าาาาาาา อ่านไปอ่านมางงๆ
    สนุกดี.
    #37
    0