[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 18 : SIXTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61

หลังจากที่กลับมาที่แมนแฮตตันได้สองสามวันต่อมา แอนเน็ตได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับคุณหนูของเธอ จอร์จิน่าจะชอบมองแคโรไลน์อย่างครุ่นคิดตลอดเวลา คล้ายกับว่ากำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง แต่คนที่ถูกมองอย่างแคโรไลน์กลับไม่ได้แสดงท่าทีอะไร รายนั้นเป็นปกติ และอีกอย่างแอนเน็ตก็รู้ดีว่าคุณหนูผู้น้องอย่างจอร์แดนก็จับสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ แต่เขาไม่พูดอะไรออกมา และเช้าวันนี้เองที่พฤติกรรมของจอร์จิน่าแปลกไปอีกจนแอนเน็ตต้องอึ้ง

จอร์แดนนั่งร่วมอยู่ที่โต๊ะอาหารกับพี่สาว ช่วงนี้เขาไปๆ มาๆ อยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของพี่สาวและคฤหาสน์ที่ควีนส์ เขาออกจากสถานบำบัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันวิเศษมากสำหรับชีวิตของเขาตอนนี้ แต่ว่าเรื่องนี้คงไม่เซอร์ไพรส์เท่าวันนี้แน่ๆ

“…?”

จอร์แดนจ้องมองพี่สาวที่เอาแต่มองไปที่บันไดชั้นสองอย่างงุนงง ราวกับว่ากำลังรอการมาของใครบางคนอยู่ และแน่นอนว่าต้องเป็นพี่สาวบอดี้การ์ดคนสวย ร่างสูงเดินลงมาเงียบๆ ป้าแอนเน็ตทักทายเธอเป็นประจำทุกวัน เธอกำลังจะเดินออกไปข้างนอกเพื่อลงไปทานมื้อเช้าที่ด้านล่างของตึกเป็นประจำทุกวัน เพราะเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง เธอไม่อยากร่วมโต๊ะกับเจ้านาย จอร์แดนเคยเอ่ยชวน แต่แคโรไลน์ก็ปฏิเสธทุกครั้ง และอีกอย่างคือพี่สาวของเขาไม่ชอบให้แคโรไลน์มาร่วมโต๊ะด้วย คนหยิ่งบอกเบื่อหน้าแคโรไลน์

แต่วันนี้มันเปลี่ยนไป

“แคโรไลน์”

ร่างสูงหยุดชะงักเมื่อพี่สาวเขาเรียก

“ค่ะ”

“เธอกำลังจะไปไหน?”

ร่างสูงเกิดอาการงุนงง เพราะเธอต้องลงไปกินมื้อเช้าที่ด้านล่าง และนั่งรอจอร์จิน่าไปทำงานอยู่ที่รถกับแกรี่

“ลงไปข้างล่างรอคุณไงคะ”

“เธอกินมื้อเช้ายัง”

“ฉันกำลังจะลงไปกินค่ะ”

“มานั่งนี่”

จอร์จิน่าไม่สนใจฟังสิ่งที่แคโรไลน์พูด เธอตบลงที่เก้าอี้ข้างๆ ตัวเอง จอร์แดนเหลือบมองพี่สาวขณะที่เคี้ยวเบคอนอยู่ในปาก แคโรไลน์เดินเข้ามาอย่างว่าง่าย อีกเหตุผลหนึ่งคือเธอไม่อยากให้จอร์จิน่าอารมณ์เสียแต่เช้า

“ป้าแอนเน็ตทำอาหารให้แคโรไลน์อีกที่หนึ่งที”

หญิงชรายิ้ม “ได้ค่ะ”

จอร์แดนอ้าปากค้างทั้งๆ ที่เบคอนในปากยังเคี้ยวไม่หมด เขาอึ้งเกินกับการเปลี่ยนแปลงของพี่สาว จอร์จิน่าหันมามองน้องชายแล้วทำหน้ารังเกียจ

“แดนนายทำตัวน่าขยะแขยงเกินไปแล้วมั้ง”

จอร์แดนทำท่าอึกอักก่อนจะงับปากลง ก็จะไม่ให้เขาอึ้งได้ยังไงล่ะ พี่สาวของเขาชวนแคโรไลน์ทานมื้อเช้าร่วมโต๊ะด้วยเลยนะ อยู่ๆ ก็ตีสนิทกับแคโรไลน์ซะอย่างนั้น พระเจ้า! อะไรสิงพี่สาวเขาเนี่ย! แบบนี้มันผิดวิสัยสุดๆ

จอร์แดนหันไปมองหน้าป้าแอนเน็ตแล้วตั้งคำถามประมาณว่า ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ’ ส่วนป้าแอนเน็ตก็แค่ยิ้มและยักไหล่ให้เขา

แคโรไลน์ไม่ปฏิเสธที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับจอร์จิน่า เธอไม่อยากขัดใจอีกคน และเธอยินดีที่จะนั่งข้างจอร์จิน่าหากอีกคนต้องการ เธอแค่นั่งกินมื้อเช้าเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร แต่มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นมานิดหน่อย ซึ่งไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นมันง่ายๆ



จอร์จิน่าไม่เข้าใจเหตุผลที่ตัวเองเริ่มตีสนิทกับแคไรลน์เท่าไหร่นัก แต่ที่แน่ๆ คงจะเป็นเพราะประโยคที่แคโรไลน์พูดเอาไว้เมื่อวันที่ไปไบรตันบีช

‘ถ้าคุณพร้อม เราค่อยคุยกันเรื่องนี้’

ประโยคนั้นทำให้จอร์จิน่านั่งคิดนอนคิดจนเป็นบ้าไปเลย แคโรไลน์เก่งเรื่องทำให้เธอประสาทกินจริงๆ แล้วยังมีหน้ามาทำตัวปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ตัวเองเป็นคนพูดประโยคนั้นแท้ๆ เลย แต่เดี๋ยวก่อน ‘ถ้าคุณพร้อม…’ นั่นซินะบางทีแคโรไลน์อาจจะรอให้เธอพร้อม แล้วค่อยคุยกันเรื่องนี้ก็ได้ จอร์จิน่าก็แปลกใจที่แคโรไลน์เป็นคนรุกเธอเรื่องนี้ หรือว่าการกระทำของเธอที่สนใจแคโรไลน์มันปรากฏชัดเจนเกินไปจนอีกคนมองเห็น ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ เธอทำหน้าตาสนอกสนใจแคโรไลน์ขนาดนั้นเลยเหรอ?

จริงเหรอเนี่ย?

แม้แต่จอร์จิน่าก็ไม่รู้ใจตัวเอง

จอร์จิน่าครุ่นคิดเรื่องนี้จนกระทั่งตัวเธอนั่งอยู่ในห้องทำงาน สองสามวันมานี้เรื่องนี้รบกวนจิตใจเธอจริงๆ

“มิสเวสท์คะ”

โซอี้เดินเข้ามาหา ทำให้เธอหยุดคิดเรื่องพวกนั้น

“คอลัมน์แฉที่มิสเวสท์เขียน และตั้งใจจะลงในฉบับหน้า ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวก่อนเลยนะคะ เธอกำลังจะมาหาคุณเร็วๆ นี้”

“ว่าไงนะ? ฉันไม่ได้กลัวหรอกที่เจ้าตัวจะรู้ เพราะเกิดเรื่องนี้ขึ้นบ่อยครั้งแล้ว แต่นั่นมันหลังจากที่นิตยสารของฉันตีพิมพ์ออกไปแล้ว นี่มันแปลกมาก เธอรู้ก่อนที่จะตีพิมพ์แบบนี้ แสดงว่าในบริษัทของเราต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่นอน”

จอร์จิน่าจ้องมองโซอี้ และหรี่ตามองอีกคนอย่างครุ่นคิด แต่สายตาของจอร์จิน่าทำให้โซอี้เข้าใจผิด

“ไม่ใช่ฉันนะคะมิสเวสท์” เธอส่ายหน้ารัวๆ และยกมือทั้งสองเข้าโบกไปมา

“ฉันยังไม่พูดอะไรเลย”

อีกคนโล่งอกไป

“เธอช่วยไปเช็คเรื่องนี้ให้ฉันที เอาแบบด่วนที่สุดเลยนะ ตามหาหนอนเน่าที่อยู่ในนี้ให้ฉันอย่างเร็วที่สุด ฉันทนเรื่องแบบนี้อีกต่อไปไม่ได้แล้ว ห้ามใครรู้เรื่องนี้ นอกจากฉันกับเธอ”

“ค่ะ มิสเวสท์”

“แล้วเรื่อง ทรีน่า แบล็กวู้ด ที่กำลังรู้ตัว และจะมาที่นี่ นัดเธอให้เจอกับฉันเลย ฉันอยากรู้ว่าเธอรู้ข่าวนี้มาจากใคร”

“เธอจะบอกเหรอคะ?”

“ฉันมีวิธี นัดเธอมา”



“คุณไม่มีสิทธิ์เขียนถึงฉันเสียๆ หายๆ แบบนั้นจอร์จิน่า”

ทันทีที่ทรีน่า แบล็กวู้ด เดินเข้ามาหลังจากที่โซอี้ปิดประตูห้องแล้ว เสียงของหญิงวัยสี่สิบสี่ปีก็เอ่ยขึ้น จอร์จิน่ายังไม่ได้เชิญให้อีกคนนั่งด้วยซ้ำ แต่เธอก็ถือวิสาสะนั่งเอง เธอกำลังอารมณ์ร้อน เพราะจอร์จิน่าเขียนคอลัมน์แฉเธอเป็นรายต่อไป

“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันเขียนถึงคุณ ร้อนตัวจนลืมทักทายฉันเลยเหรอ” จอร์จิน่ายิ้มให้อีกคน แต่แววตานั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ยัยปีศาจสื่อไร้สมอง!

ทรีน่าด่าจอร์จิน่าอยู่ในใจ แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะไปท้าทายอำนาจของจอร์จิน่าเท่าไหร่นัก บุคคลวงในต่างก็รู้ว่าจอร์จิน่า เวสท์ ร้ายกาจขนาดไหน เธอไม่สนใจคนอื่นนอกจากผลประโยชน์ของตัวเธอเอง ทรีน่าไม่อยากเสี่ยง แต่ชื่อเสียงของเธอตอนนี้ก็สำคัญ เธอเป็นถึงนักสังคมสงเคราะห์เชียวนะ

“ฉันจะฟ้องคุณ”

จอร์จิน่าหัวเราะ เธอไม่มีความกลัวในน้ำเสียงนั้นเลย ทรีน่า แบล็กวู้ด นักสังคมสงเคราะห์ที่ชอบหิ้วหนุ่มๆ อายุไม่เกินยี่สิบห้าขึ้นโรงแรม จนสามีทนไม่ได้ต้องหย่าขาดไป เธอเลิกที่จะเป็นแบบนั้นแล้ว แต่ก็ช่วงระยะเวลาหนึ่ง วงในบอกว่าเธอกำลังจะกลับมาทำพฤติกรรมเดิมอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่จอร์จิน่าชอบเสียจริงๆ เธอชอบที่จะเห็นทรีน่ากระวนกระวายใจ

“งั้นคุณก็เชิญฟ้องได้เลย ไหนล่ะหลักฐาน ในคอลัมน์ฉันก็เขียนตัวย่อชื่อ ไม่ได้กล่าวถึงใครตรงๆ เลยด้วยซ้ำ คุณจะฟ้องฉันก็เชิญเลย ทางฉันก็มีทนายรออยู่แล้ว จะรออะไรล่ะ”

ทรีน่าเม้มปากเป็นเส้นตรง เธอยอมรับว่าจอร์จิน่ามีพรสวรรค์เรื่องการเขียน จริงอย่างที่เจ้าตัวว่า จอร์จิน่าไม่ได้เขียนตรงๆ และบ่งบอกว่าเป็นเธอ แต่ในบทความคอลัมน์นั้นมีบางอย่างแฝงอยู่ในถ้อยคำและหมึกพิมพ์ จอร์จิน่ามีการใช้คำแฝงนัยน์ และความหมายไม่ตรง มันอ้อมค้อมแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความจริง คนวงในด้วยกันที่อ่านคอลัมน์นี้จะมองออกทันทีว่าเป็นเธอ ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็จะมีคนวงในตัวดีนี่แหละไปปูดข่าวใส่สีตีไข่ให้เธอ งานนี้เธอเละแน่ๆ อนาคตนักสังคมสงเคราะห์ของเธอได้พังไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน

“ฉันไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่ และไม่อยากให้คุณเขียนถึงฉัน”

รอยยิ้มที่เห็นแก่ตัวของจอร์จิน่าปรากฏขึ้นทันที

“ถ้าอย่างนั้น ฉันมีข้อเสนอมาแลกเปลี่ยนให้คุณนะ” เธอลุกจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม และเดินมาหยุดที่ทรีน่า ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหาเธอ และกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู

“คนรู้เรื่องนี้มาจากใคร ใครเป็นคนบอกคุณ ถ้าคุณบอกฉัน ฉันจะไม่เขียนเรื่องของคุณอีกเลย”

คนสวยค่อยๆ ละใบหน้าออกจากใบหูของทรีน่า และเปลี่ยนเป็นจ้องใบหน้าของอีกคน มันใกล้มากจนทรีน่าต้องกลืนน้ำลาย เพราะผู้หญิงตรงหน้าของเธอมีทั้งความร้ายกาจ และความสวยหยาดเยิ้มจนทรีน่าที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังอดร้อนวูบวาบที่ร่างกายไม่ได้

“ฉันจะบอกคุณได้ยังไง…”

“งั้นฉันยอมรับว่าเขียนเรื่องของคุณ และจะสั่งตีพิมพ์ฉบับหน้าเลยเป็นไง”

จอร์จิน่าพูดเสียงเฉียบขาดแล้วผละออกห่างทรีน่า

“เดี๋ยว…”

“…”

“ก็ได้” เธอพูดเสียงเบา ราวกับว่าห้องกระจกนี้จะได้ยินเสียงลอดออกไปข้างนอก

“ว่ามาสิคะ คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

“มีอีเมลส่งมาหาฉัน ฉันไม่รู้จักด้วยซ้ำ มันมีคอลัมน์ที่คุณเขียนพาดพิงถึงฉันอยู่ และกำลังจะตีพิมพ์”

“คุณแน่ใจนะว่าไม่ได้หลอกฉัน ถ้าคุณโกหกฉันล่ะก็ รู้ดีนะว่าต้องเจออะไร”

“ฉันไม่ได้โกหกคุณเลย ฉันพูดจริงๆ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนคนนั้นส่งนี่มาให้ฉันทำไม”

“งั้นคุณส่งอีเมลนั้นมาให้ฉัน ฉันจะตรวจสอบเอง”

ทรีน่าพยักหน้า

“งั้นก็ยินดีที่ได้ทำธุรกิจร่วมกันค่ะคุณทรีน่า”

อีกคนทำหน้าบูดบึ้ง เธอไม่ตอบอะไร แล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องโดยที่ไม่เอ่ยคำลาอะไรกับจอริ์จน่าเลย

ตลอดวันจอร์จิน่าได้แต่หมกตัวอยู่กับอีเมล์ที่ทรีน่าส่งมา เธอให้พนักงานฝ่ายไอทีมาตรวจสอบ ก็พบว่าบัญชีนี้ปิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถทำอะไรได้ และพนักงานของเธอไม่ได้มีความสามารถที่จะแฮกข้อมูลอะไรได้ขนาดนั้น

“แคโรไลน์”

จอร์จิน่าตัดสินใจเรียกคนที่น่าจะเป็นการเป็นงานได้เข้ามา ไม่นานร่างสูงที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หน้าห้องทำงานก็เดินเข้ามาหา

“ฉันมีเรื่องบางอย่างจะพูดกับเธอหน่อยน่ะ”

แล้วจากนั้นจอร์จิน่าก็เล่าเรื่องคร่าวๆ ให้แคโรไลน์ฟัง อีกคนทำท่าคิดตามก่อนจะพูดขึ้น

“แม้แต่ได้ทำงานในที่ถูกที่ควรแล้วก็ยังคงไม่พอใจสินะคะ”

“แล้วเธอคิดว่ามีวิธีอื่นที่ตามตัวได้ไหม ฉันอยากรู้ตัวคนทรยศให้เร็วที่สุด มันน่าโมโหจริงๆ เลย ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง”

“…”

“เธอกำลังคิดอะไรอยู่”

“เราสามารถตามตัวคนที่ทำผิดได้ค่ะ หากหาคนมือดีมาแฮกข้อมูลให้ เราจะได้ทั้งตำแหน่งไอพีแอดเดรสเครื่องที่ส่งข้อมูลไปให้คุณทรีน่า ฉันมีเพื่อนที่รู้เรื่องนี้ค่ะเขาเป็นแฮกเกอร์มือดีคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก”

“จริงเหรอ?” จอร์จิน่ามีใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

“แน่นอนค่ะ เขาเก่งเรื่องแกะรอยในโลกไซเบอร์ทีเดียว”

“งั้นฉันฝากเธอเรื่องนี้เลยนะ ไปพาตัวเขามาเลยให้เร็วที่สุดด้วย”

“ค่ะ”

จากนั้นแคโรไลน์ก็อยู่รอฟังคำสั่งจากจอร์จิน่า แต่อีกคนก็ไม่ได้พูดอะไร แคโรไลน์เลยจะหันหลังกลับ แต่จอร์จิน่าพูดขึ้นมาก่อน

“นี่ เธอคิดว่าฉันเหมาะที่จะฝึกป้องกันตัวหรือเปล่า?”

“…?” จู่ๆ จอร์จิน่าก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ทำให้อีกคนงงเป็นที่เรียบร้อย “คุณอยากเรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเหรอคะ?”

“ก็ใช่น่ะซิ เหตุการณ์หลายๆ อย่างที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องนี้ด้วย มีแต่คนคอยเล่นงานฉันเต็มไปหมด ก็เลยอยากจะฝึกเอาไว้เผื่อวันหนึ่งตาย จะได้ตายอย่างภูมิใจ ว่าอย่างน้อยฉันก็ได้สู้สุดความสามารถก่อนตายน่ะนะ”

พูดอะไรเนี่ยคนคนนี้

“เพราะงั้นเธอช่วยสอนฉันทีสิ ฉันเห็นว่าเธอมีความสามารถด้านนี้”

“คุณไม่กลัวเจ็บตัวเหรอคะ?”

“…”

“ฉันสอนให้คุณได้…”

“มันเจ็บตัวด้วยเหรอ ตอนฝึกน่ะนะ”

แคโรไลน์ยิ้ม เมื่อเห็นว่าสีหน้าของจอร์จิน่าไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองขอไปเมื่อครู่

“ก็แค่ฟกช้ำ ไม่ก็เข็ดขัดยอกเล็กน้อยเวลากระแทกเท่านั้นแหละค่ะ มันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น”

“ช่างเถอะ ฉันไม่อยากทำมันแล้ว ลืมเรื่องที่ฉันพูดไปเถอะ”

แคโรไลน์เกือบจะหัวเราะออกมา

“แต่คุณคิดถูกแล้วนะคะ ฉันเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เราประมาทไม่ได้หรอกถึงแม้คุณจะมีฉันติดตามอยู่ แต่ก็ต้องระวังตัว เพราะฉะนั้นฉันจะสอนคุณให้เอง”

“…”

“ฉันไม่ทำให้คุณเจ็บหรอกค่ะ”



และด้วยเหตุนี้จอร์จิน่าเลยได้มาอยู่บนดาดฟ้าเพนท์เฮ้าส์ในวันหยุด อยู่ๆ เธอก็เกิดขี้ขลาดขึ้นมา เพราะกลัวว่าแคโรไลน์จะหาทางแกล้งเธอ หากเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอจะชกให้คว่ำเลยคอยดู

“คุณใส่นี่ก่อนค่ะ” แคโรไลน์ยื่นนวมชกสีดำให้จอร์จิน่า

อีกคนรับมาและจัดการสวมอย่างว่าง่าย วันนี้อากาศค่อนข้างอบอุ่นไปทางร้อน จอร์จิน่ากับแคโรไลน์เลยสวมใส่เสื้อผ้าที่ถนัดกับการออกกำลัง คือเสื้อกล้าม กับกาเกงสามส่วนแบบออกกำลังกาย แต่จอร์จิน่าเว่อร์ไปหน่อย เธอสวมแว่นตากันแดดมาด้วย

“คุณถอดแว่นตาออกจะได้ไหมคะ ฉันกลัวว่ามันจะทำให้คุณเจ็บตัวเปล่าๆ”

“ก็อากาศมันร้อนนี่ แสงแดดก็เยอะ”

“คุณกำลังอยู่ในที่ร่มนะคะ” แคโรไลน์มีท่าทีจะบ่น แต่เธอก็หันไปปูเบาะนุ่มๆ สีน้ำเงินลงพื้น กินพื้นที่เยอะพอสมควร อุปกรณ์ทุกอย่างในการฝึกครั้งนี้ เธอเพิ่งไปยืมมันมาจากเพื่อนที่เป็นครูสอนกีฬาชกมวยอยู่ในแถบๆ นี้

“ถอดแว่นออกค่ะ”

ร่างสูงเดินเข้ามา แล้วถอดแว่นออกให้จอร์จิน่าซะเอง จอร์จิน่าตั้งท่าจะโวยวาย แต่เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของแคโรไลน์ก็หุบปาก

“คุณคงไม่อยากให้ดิออร์ของคุณหักหรอกใช่ไหมคะ”

“ก็ได้ รีบๆ ฝึกฉันสักที ฉันให้เวลาเธอสามสิบนาที”

“นี่คุณตั้งใจจะฝึกจริงๆ เหรอเปล่าคะ สามสิบนาทีเนี่ยนะ”

“ก็อากาศมันร้อนขนาดนี้ ฉันไม่ชอบให้เหงื่อออกเยอะนี่”

“คุณไม่ควรจะเรื่องมากนะคะ”

“ชิ!”

แคโรไลน์เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่บ่นก็ก้มหาก้มตาสวมนวมชก แต่เธอใส่ไปได้แค่มือเดียว อยู่ๆ หมัดของจอร์จิน่าก็ปลิวเหวอเข้ามาที่หน้าของเธอ แต่เธอหลบได้ทันเวลาและใช้มือที่ยังไม่สวมนวมปัดหมัดจอร์จิน่าออก

“คุณเล่นทีเผลอเหรอจอร์จิน่า นี่คุณตั้งใจจะฝึกจริงๆ หรือเปล่า คุณจะ….!”

อีกหมัดที่จอร์จิน่าปล่อยออกมา ตามด้วยหมัดที่สอง สาม สี่ และห้า และน่าเศร้าที่มัดพวกนั้นไม่ได้แตะโดนตัวของแคโรไลน์เลย เรียกว่าไม่เฉียดเข้าตัวเลยต่างหาก ร่างสูงแค่เอี่ยวตัวหลบนิดหน่อย และเอามือปัดหมัดจอร์จิน่าออกด้วยท่าทีสบายๆ

ฮึ่ย! น่าโมโหสุดๆ เลยยัยนี่

แล้วจอร์จิน่าก็รัวหมัดใส่แคโรไลน์แบบไม่ลืมหูลืมตา เพราะความหมั่นไส้อีกคน แต่ก็นั่นแหละเพราะความชำนาญของแคโรไลน์เลยทำให้จอร์จิน่าเทียบไม่ติด แถมเธอยังใช้จังหวะเหล่านั้นสวมนวมไว้ในมือทั้งสองข้างอีก สุดท้ายจอร์จิน่าก็หมดแรง พลังราวกับหมีโกรธเมื่อครู่หดหาย เพราะงั้นหมัดอีกข้างของแคโรไลน์เลยต่อยเบาๆ เข้าที่หัวของเธอ แถมยังยิ้มเยาะอย่างผู้มีชัย

หน็อย! ฉันต้องต่อยยัยนี่ให้ได้สักครั้ง

จอร์จิน่าพุ่งไปข้างหน้าส่งพลังไปที่หมัดข้างที่ถนัดเงื้อสุดแรงเล็งไปที่หน้าแคโรไลน์

จอร์จิน่าเหวี่ยงหมัด แต่พลาด

แคโรไลน์เอี่ยวตัวหลบไปด้านข้างของเธอ อีกคนใช้คือนวมทุบแขนเธอให้ตกลงข้างลำตัว จากนั้นเข้ามาข้างหลังล็อกคอจอร์จิน่า ใช้เท้าของเธอยันขาพับจอร์จิน่า ทำให้ร่างบางล้มหน้าคว่ำลงบนเบาะโดนที่มีแคโรไลน์ทับอยู่บนหลัง โชคดีที่มีเบาะรองอยู่ ไม่อย่างนั้นจอร์จิน่าคงได้จมูกหักไปแล้ว

“นี่เธอจะฆ่าฉันเหรอ ปล่อย!”

“แล้วคุณจะตั้งใจฝึกดีๆ หรือยัง หรือว่าจะอาละวาดฟาดงวงฟาดงาต่อ”

จอร์จิน่าหอบ สูดหายใจเข้าเต็มปอด เสียงของแคโรไลน์อยู่แค่ใบหูของเธอ จากนั้นจอร์จิน่าก็กระแทกหมัดลงที่เบาะเป็นเชิงยอมแพ้

“ก็ได้!”

เมื่อเห็นว่าจอร์จิน่าพูดแบบนั้น แคโรไลน์ก็คลายแขนที่รัดลำคอของจอร์จิน่าออก เตรียมจะลุกขึ้น แต่จอร์จิน่ารอที่จะเอาคืนพลิกตัวหงายขึ้นไปเผชิญหากับแคโรไลน์ เธอไม่สนหลักการอะไรทั้งสิ้น แล้วโอบแขนทั้งสองข้างที่คอของอีกคนในท่ากอด แคโรไลน์ที่คิดไม่ถึงว่าจอร์จิน่าจะตลบหลังก็เลยเสียการทรงตัว เป็นจังหวะให้ร่างบางพลิกตัวเธอนอนหงาย และอีกคนปีนขึ้นไปนั่งบนท้องของแคโรไลน์ได้สำเร็จ

จอร์จิน่ายกกำปั้นขึ้น

“เย้! ฉันชนะ”

แคโรไลน์อยู่ใต้ร่างของจอร์จิน่า เธอก็หอบหายใจกับการตะลุมบอนครั้งนี้เหมือนกัน

“คุณเล่นสนุกพอหรือยังจอร์จิน่า เรายังไม่ได้ฝึกกันจริงๆ จังเลยนะ”

“เธอน่ะ…” จอร์จิน่าทุบหมัดทั้งสองลงเบาะ แล้วยื่นหน้าลงไปต่ำจนเกินไป ริมฝีปากของเธอเกือบไปโดนกับจมูกของอีกคน ทำให้คำที่จะด่าขาดหายไป

เพราะใบหน้าใกล้กันได้รู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอมและเหงื่อจางๆ ลมหายใจร้อนๆ ทำให้จอร์จิน่ากำลังจะเตลิด เธอเลยรีบลุกออกจากอีกคน

“กะ ก็ได้…!”

จอร์จิน่ากำลังจะลุกขึ้นจากตัวของแคโรไลน์ แต่เธอก็โดนขายาวๆ ของอีกคนวาดมาที่ลำตัวของเธอ จอร์จิน่าเลยล้มหน้าหงายมานอนข้างๆ อีกคน จอร์จิน่าส่งเสียงคำราม ทำให้แคโรไลน์หัวเราะออกมา จอร์จิน่าชกที่แขนอีกคน

“ทำบ้าอะไรของเธอ!”

“ก็คุณชอบเล่นทีเผลอ”

เมื่อจอร์จิน่าหันมาและสบกับที่แคโรไลน์กำลังหัวเราะอยู่ อีกคนก็หุบยิ้มทันที จอร์จิน่ารู้สึกเสียดาย เธอชอบนะเวลาที่แคโรไลน์หัวเราะ และเธอลิงโลดมากแค่ไหนที่ส่วนใหญ่จะเห็นแคโรไลน์หัวเราะแค่กับเธอคนเดียวในช่วงนี้

ทั้งสองลุกขึ้น จอร์จิน่าชิงพูด

“ฉันเหนื่อยแล้ว”

“อะไรนะ เรายังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยนะคะ”

“ก็…”

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณเร็วๆ นี้ล่ะก็ ฉัน…”

“โอ๊ะ ก็ได้ ไม่ต้องทำมาเป็นขู่หรอก มาสิอย่างฝึกอะไรก็ฝึกมา”

จอร์จิน่ายอมแพ้ในที่สุด แล้วจากนั้นการฝึกก็เริ่มต้นขึ้น สองชั่วโมงที่แสนจะลำเค็ญสำหรับจอร์จิน่า เธอเหมือนเป็นกระสอบทรายให้แคโรไลน์ทุบเล่น เธอไม่มีทางล้มคว่ำแคโรไลน์ได้เลย เข้าไม่ถึงตัวอีกคนเลยด้วยซ้ำ แม้แคโรไลน์จะลองอ่อนให้เธอก็ตาม แต่จอร์จิน่าก็ได้เทคนิคต่างๆ เยอะขึ้นมากเหมือนกัน ทักษะเล็กๆ น้อยๆ ที่แคโรไลน์สอนให้มันใช้ได้ผลนาทีสุดท้ายที่เธอบิดแขนแคโรไลน์ได้สำเร็จ และแผ่นหลังของอีกคนแนบชิดกับหน้าอกของเธอ จอร์จิน่าหายใจแรงๆ ทีหนึ่งแล้วปล่อยอีกคน

เธอมันบ้าหรือเปล่าคิดแต่เรื่องลามกในสมองเนี่ยจีน่า

“คุณทำได้ดีแล้วนะ แต่กำลังของคุณยังอ่อนเกินไป”

“แน่ล่ะ ใครไปทึกเหมือนเธอกัน”

“เราพอแค่นี้กันก่อนก็ได้นะคะ เอาไว้วันหยุดค่อยกลับมาฝึกอีก”

“ก็ดี เพราะฉันเหนื่อยจนจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว”

แคโรไลน์พยักหน้า และเดินไปเก็บเบาะรองมากองทับกัน

จอร์จิน่าเผลอมองการกระทำนั้นอย่างเงียบๆ จะพูดว่ามองแคไรลน์เก็บเบาะก็ไม่ถูกซะทีเดียว ความจริงเธอกำลังมองรูปร่างของอีกคนอยู่น่ะสิ แคโรไลน์มีรูปร่างแข็งแรงอย่างนักกีฬา แต่มีหุ่นเยี่ยงนางแบบ เธอมีกล้าม แต่ไม่ได้มีมากเกินจนหน้าเกลียด ยัยนี่ไปได้รูปร่างที่เพอร์เฟคมาจากไหนกันนะ เป็นหุ่นที่อยากครอบครองจริงๆ ไม่ได้อยากจะครอบครองแบบอยากได้มาเป็นของตัวเอง แต่จอร์จิน่าหมายถึงอีกแบบนึ่งในเชิงที่กำลังทำเธอร้อนรุ่มอยู่ในตอนนี้

เธอเป็นอะไรไปนะ อากาศร้อนไปเหรอ? และแน่นอนว่าอากาศไม่ได้ร้อน จอร์จิน่าโกหกตัวเอง

ตั้งสติหน่อยจีน่า!

เมื่ออีกคนจัดการกับเบาะรองเสร็จแล้ว กำลังจะเดินมานั่งข้างๆ จอร์จิน่าที่ม้านั่งสีขาว ร่างบางก็โผ่งออกมา

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งนั่ง!”

“…?”

“…เอ่อ คือ เปล่าหรอก เสียงในหัวฉันน่ะ ไม่สิ! ฉันหมายถึง ฉันค่อนข้างร้อนน่ะ เธอขยับไปนั่งตรงนั้นหน่อยได้ไหม”

แคโรไลน์ไม่ได้พูดอะไร เธอเปลี่ยนทิศและนั่งลงม้านั่งตรงข้ามกับจอร์จิน่า และดื่มน้ำเกือบหมดขวด จอร์จิน่าจับสังเกตพฤติกรรมนั้น และกลืนน้ำลาย

ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย! คิดแต่เรื่องสิบแปดบวกอยู่ได้ น่ารำคาญตัวเองจริงๆ

แคโรไลน์ขมวดคิ้วมองอีกคน เพราะอยู่ๆ จอร์จิน่าก็ทำหน้ายุ่ง

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ไม่นะ ฉันไม่เป็นไร” จอร์จิน่าตอบเร็วลิ้นพันกัน

“ฉันว่าคุณไปพักก่อนเถอะค่ะ คุณเหนื่อยมากแล้ว”

จอร์จิน่าพยักหน้า ฉันเหนื่อยเพราะจินตนาการสิ้นคิดของตัวเองต่างหากล่ะ แต่ก็ดีแล้วที่แคโรไลน์อ่านใจเธอไม่ออก ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน



จอร์แดนนั่งอยู่ในร้านเบเกอรี่ในย่านอัปเปอร์เวสต์ไซด์ เขากลับไปเรียนและได้การบ้านมาเพียบจนต้องให้เพื่อนสนิทของเขามาช่วย คนคนนั้นคือ แอนนา คอนเนอร์ หลานแท้ๆ ของป้าแอนเน็ต เธอถูกป้าแอนเน็ตรับมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก เพราะน้องสาวของป้าแอนเน็ตกับน้องเขยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต เลยทำให้แอนนาสนิทกับเขาและพี่สาวของเขามาตั้งแต่เด็กๆ แถมเธอยังโตมาพร้อมๆ กับพวกเขาที่คฤหาสน์ในควีนส์อีกต่างหาก ทั้งจอร์จิน่า จอร์แดน และแอนนาเหมือนพี่น้องท้องเดียวกันมาแต่ไหนแต่ไร แอนนาย้ายออกจากคฤหาสน์มาตอนที่ป้าแอนเน็ตตามมารับใช้จอร์จิน่า เลยทำให้เขาเหงา เพราะไม่มีเพื่อนอยู่ระยะหนึ่ง

จอร์แดนเป็นผู้ชายคนข้างอ่อนแอ ส่วนแอนนาเป็นผู้หญิงสวยและออกแล้วลุยๆ ขัดกับบุคลิกของตัวเองมาก ทั้งสองไม่เคยมีเรื่องราวว่าเคยรักกันมากกว่าเพื่อน ยกเว้นก็แต่ครั้งหนึ่งที่แอนนาเอาดอกเดซีไปขอจอร์จิน่าแต่งงานตอนสิบขวบ เธอได้กำปั้นของจอร์จิน่าทุบหัวกลับมา และนั่นเป็นเรื่องของเด็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ขนาดโตมาพวกเขาสามคนยังล้อกันเล่นเรื่องขอแต่งงานเป็นประจำ

“นี่ ฉันซึ้งใจจริงๆ นะที่เธอมาช่วยฉันทำการบ้านน่ะ”

“ฉันจบก่อนนายไม่ใช่หรือไง เรื่องงานแค่นี้ไม่ลืมหรอก” เธอกล่าวด้วยท่าทีร่าเริง

จอร์แดนชอบดวงตาสีน้ำเงินอ่อนเกือบสีฟ้าของแอนนา เธอตัวเล็กกว่าพี่สาวเขาแค่สองเซ็นเอง แถมยังมีผมสีน้ำตาลเข้มที่ชวนมองอีก แล้วที่ว่าเธอจบก่อนเขาน่ะเรื่องจริง แอนนากับเขาเรียนคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ คลาสเดียวกัน นั่งติดกัน แต่แอนนาจบก่อน เพราะเขาติดปัญหาเศร้าๆ ในคราวนั้น แถมยังป่วยบ่อยจนต้องขาดเรียนหลายคาบ และตอนนี้เขากลับมาแล้ว เขามีจิตใจที่แข็งแกร่งอีกครั้งหนึ่ง

“ขอนอกเรื่องทีนะ ตอนนี้เธอมีแฟนหรือยัง ฉันไม่ค่อยได้ฟังเธอเล่าถึงใครเลยเป็นพิเศษ” เขาจำได้ว่าแอนนาไปเยี่ยมเขาที่สถานบำบัดอาทิตย์ละครั้ง เธอไม่เคยเล่าเรื่องแฟนให้เขาฟังเลยว่ากำลังเดทกับใครอยู่

“ก็ยังไม่อยากคบใครนี่”

“แม็กซ์ ทีเจ แล้วก็เวนดี้ใช่ไหม เวนดี้น่ารักดีนะ เลิกกันทำไมน่ะ”

“ก็เรื่องน่ารักมันใช่อยู่หรอก แต่เธอจุกจิกกับชีวิตส่วนตัวของฉันเกินไป”

“อ่อ แล้วอีกคนหนึ่งผู้หญิงคนนั้นปีที่แล้วไง ก่อนที่เธอจะคบกับเวนดี้ เธอเล่าว่าเจอกันตอนไปเที่ยวชิคาโก้”

“นี่แดน นายจะไม่ทำการบ้านแล้วใช่ไหม?” แอนนาเสียงเข้ม

“ก็ได้ครับๆ”

แล้วจอร์แดนก็ก้มหน้าก้มตากับหนังสือ และเอกสารเป็นกอง

แล้วสายตาของแอนนาก็สบกับใครบางคนกำลังเดินเข้ามาในร้านด้านหลังจอร์แดน

“นั่น…” แอนนาชี้ให้จอร์แดนดูจนเขาต้องเอี่ยวตัวหันหลังไปมอง

“มีอะไร…!”

“ยัยนั่น เอลลี่ ใช่ไหม?”

จอร์แดนไม่ต้องรอให้แอนนาบอกเป็นครั้งที่สอง แน่นอนอยู่แล้วผู้หญิงคนนั้นคือเอลลี่ เธอเดินเข้ามาในร้านและนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งกับผู้หญิงที่แสนจะสวยอีกคน ทั้งสองกำลังจูบกันอยู่ เขารู้ได้เลยว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน และที่แอนนาชี้ตัวได้ถูกเป็นเพราะว่าเขาเคยเอารูปเอลลี่ให้เพื่อนสาวดู

“ขอไปตบทีเถอะ”

“เฮ้ แอนนาไม่เอาน่า อย่าไปยุ่งเลย”

“จะไม่ให้ยุ่งได้ยังไงล่ะ ยัยนั่นทำให้นายเหมือนตกอยู่ในนรกตั้งหลายเดือยเชียวนะ”

“พอเถอะ…เฮ้ย! แอนนา”

แอนนาถือแก้วมิลค์เชคเดินอาดๆ เข้าไปเข้าไปหาเอลลี่ทันที โดยมีจอร์แดนเดินตามหลังมาด้วย เขาพยายามจะหยุดแต่ไม่ทัน แอนนาขาตบประจำห้อง เธอได้ฉายาตอนเรียนอยู่ไฮสคูล และตอนนี้เธอกำลังนำฉายานั้นกลับมาใช้อีกซ้ำสองหลังจากห่างหายไปนาน

เธอดึงคอเสื้อของเอลลี่ เมื่ออีกคนหันมาเธอก็สาดมิลค์เชคใส่หน้า แถมตบด้วยมือหนักๆ อีกทีหนึ่ง เอลลี่กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เธอเช็ดหน้าเช็ดตาเร็วๆ เพราะอยากรู้ว่าใครเป็นคนทำเรื่องแบบนี้กับเธอ ก่อนที่เธอจะเห็นได้ชัดว่าเป็นแอนนากับเขาที่ยืนอยู่ด้วยกัน จอร์แดนกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มากับเอลลี่ยังคงอึ้งอยู่และยังไม่ทำอะไรตอนนี้

“ยัยทรยศ แกหักหลังเพื่อนฉัน!”

เอลลี่มองทั้งสองสลับกันไปมา น่าแปลกที่เธอจ้องแอนนาราวกับรู้จัก ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยเจออีกคนมาก่อน แล้วสายตาของเอลลี่ก็ตวัดมามองเขา

“อ๋อ ให้ผู้หญิงมาจัดการฉันเหรอ แฟร์ดีนะสำหรับนายแดน”

“ไม่ใช่อย่างนั้น…”

“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ผู้หญิงสวมแว่นหน้าตาดีคนนั้นเอ่ยถามพวกเขา

“คุณนี่ก็หน้าตาดีมาก และดูท่าจะฉลาดมากพอนะ ทำไมไม่แหกตาดูบ้างว่ายัยนี่เป็นคนยังไง แม่นี่คบคนไปทั่วแล้วทิ้ง ที่คบไปทั้งหมดก็เพราะคำท้าเพื่อน คุณลองไปเดินสำรวจดูแถวๆ นี้แล้วถามผู้ชายที่ผ่านไปมาดูสิ เขาคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเคยตกเป็นเหยื่อมักมากของยัยคนนี่กันทุกคน ตาสว่างเถอะ ยัยนี่ไม่เคยรักใครจริงๆ สักคน”

และมันได้ผลที่ผู้หญิงคนนั้นมองเอลลี่อย่างหาคำตอบ แต่เอลลี่ไม่ได้มองหน้าเธอคนนั้น กลับมองมาที่แอนนา พร้อมกับยิ้มเหยียดให้เธอ

“ฉันไม่เชื่อว่าแอลจะเป็นคนแบบนั้น”

“อ๋อ เหรอ ถามเพื่อนฉันดูซิ คนนี้ไง ยัยนี่ทำให้เขาเจ็บปางตาย หลอกให้รักแล้วหักอกเขาไง เขาเพิ่งจะกลับมาจากขุมนรกที่ยัยนี่ผลักตกลงไปไงล่ะ!”

“แอล…”

“ไม่ต้องไปฟังหรอกเคท มันไม่ใช่เรื่องจริง”

แอนนาหัวเราะ

“เคทใช่ไหม? คุณน่าจะมองออกนะ ไม่น่าให้ยัยนี่หลอกมาถึงขนาดนี้เลย…”

“พอเถอะแอนนา ไปได้แล้ว”

จอร์แดนออกแรงลากเพื่อนกลับมาที่โต๊ะเก็บหนังสือ อุปกรณ์ต่างๆ แล้วออกมาจากร้านทันที เพราะคนในร้านกำลังสนใจสิ่งที่พวกเขาคุยกันอยู่ อีกอย่างแอนนาโกรธแทนเขาได้น่ากลัวมาก สายตาที่มองเอลลี่ยังกับจะขย้ำให้ตายคามือ แต่เอลลี่กลับมองแอนนาราวกับว่าเพื่อนของเขากำลังเล่นตลกอยู่ ทำไมกันนะ?

“ขอโทษนะแดน วันนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีจริงๆ ฉันกลับบ้านก่อนได้ไหม”

“อืม ไม่เป็นไรหรอก”

“ขอโทษด้วยนะ”

“ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงฉัน”

แอนนาเงียบไป แต่เธอก็พยักหน้า

“พรุ่งเจอกันที่เพนท์เฮ้าส์จีน่านะ มาตรงเวลาด้วยล่ะ”

“โอเค” เธอยิ้มให้เขาบางๆ แล้วเดินจากไป

จอร์แดนไม่คิดจะโทษแอนนาเรื่องนี้ เขาเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนปกป้อง เพราะงั้น เขาจะปล่อยให้แอนนาสงบลงก่อน แล้วค่อยโทรไปคุย

“อ้าว โน๊คบุ๊คของแอนนานี่”

เดินมาได้ครึ่งทางแล้ว จอร์แดนเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าเผลอหอบของสำคัญที่มีงานของแอนนาเต็มไปหมดมาด้วย เขาเลยตัดสินใจเดินกลับไป เพื่อจะไปหาเพื่อนที่บ้านและส่งมันคืน



แอนนาหัวเสียเรื่องเมื่อสักครู่เป็นอย่างมาก เธอรู้จักกับเอลลี่ รู้จักมากเลยด้วย และเธอเคยตกเป็นเหยื่อของเอลลี่ด้วยเช่นกัน เธอเจอเอลลี่ก่อนที่ยัยนั่นจะคบกับจอร์แดน เธอไปเที่ยวพักผ่อนที่ชิคาโก้ และได้สานสัมพันธ์กับเอลลี่แค่หนึ่งเดือน ก่อนเธอกลับบ้าน เธอเจอเอลลี่ควงกับผู้ชายหล่อล้ำคนหนึ่ง เธอเสียใจอย่างหนัก และเป็นฝ่ายบอกเลิกเอลลี่ก่อน เธอไม่รอให้อีกคนอธิบายด้วยซ้ำ

“โลกกลมจริงๆ เลยนะว่าไหม เธอเป็นแฟนกับแดนเหรอ?”

“…?!” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นมาหลังจากที่แอนนายืนอยู่ที่ตึกอพาร์ตเมนต์ตัวเอง ให้ตายเถอะยัยนี่ตามเธอมาอย่างนั้นเหรอ?

“เธอตามฉันมาทำไม”

“ก็…ฉันรู้สึกดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง แม้สถานการณ์จะไม่ดีก็ตาม ว่าแต่ เธอบอกแดนเรื่องของเราหรือยัง”

เอลลี่ยิ้มร้ายกาจ

จอร์แดนไม่รู้เรื่องนี้ และแอนนาไม่ได้บอก เพื่อนของเธอคบกับเอลลี่โดยที่ไม่บอกเธอเลยสักคำเขาบอกแค่ว่าดูๆ กันไปก่อน และฝ่ายหญิงไม่ค่อยชอบอยากให้เขาเปิดตัว จนกระทั่งจอร์แดนอาการหนัก เขาถึงยอมเล่าเรื่องนี้ให้เธอฟัง แถมยังเอารูปของผู้หญิงที่ทำร้ายจิตใจเขาให้แอนนาดู ตอนนั้นเธออึ้งไปเลย แต่เธอเลือกที่จะเก็บความลับเอาไว้ ว่าเธอก็เคยโดนเอลลี่หักอก มันควรจะเป็นความลับแบบนี้ต่อไปจะดีกว่า

“คงยังไม่ได้บอกแดนสินะ เป็นแฟนกันก็ต้องรู้ทุกเรื่องไม่ใช่เหรอ”

“ฉันกับแดนไม่ได้เป็นแฟนกัน”

“โอ้ งั้นก็ดีเลยสิ”

“กลับไปซะ ไปหาแฟนสุดที่รักของเธอสิ”

“ฉันเพิ่งโดนเธองอนแล้วจากไป แต่อีกไม่นานเธอก็คงจะใจอ่อนกับฉันอยู่ดี”

“เธอสมควรจะโดนผู้หญิงคนนั้นตบให้คว่ำมากกว่า”

“ฉันไม่ยอมให้เธอทำฉันขายหน้าฟรีๆ หรอกแอนนา เธอทำแสบกับฉันมากนะ”

“แล้วไง เธอน่ะน่าจะโดนมากกว่านี้อีก”

เอลลี่หัวเราะ แล้วเริ่มพูดจาก่อกวน

“เธอไม่ได้โมโหฉันเพราะแดนใช่ไหม แต่เธอโมโหเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ…อืม ฉันรู้ว่าเธอยังคงคิดถึงฉันอยู่”

“ไม่!”

“โอ้ เธอนี่ใจร้ายจังเลยนะ นอนกับฉันแล้วก็เขี่ยฉันทิ้งแบบนี้น่าเศร้าจริงๆ”

“กล้าดียังไง” แอนนาสาวเท้าเข้าไปใกล้เอลลี่เธออยากตบหน้าสวยๆ นั่นเดี๋ยวนี้เลย

“หรือว่าไม่จริง เธอจะปฏิเสธงั้นเหรอว่าเราสองคนไม่เคยมีอะไรกัน”

“หุบปาก”

“ทำไมทนฟังไม่ได้เหรอ ฉันจะบอกความลับฉันให้เธอรู้นะ เธอน่ะเป็นอันดับหนึ่งของฉันเลย…!”

“อ๋อ เหยื่ออันดับหนึ่งสินะ”

เอลลี่หน้าตึง “เธอคือคนที่ฉันเลือกที่จะคบเองโดยที่ไม่มีคำท้าใดๆ ทั้งสิ้น และเธอเป็นคนบอกเลิกฉันก่อน เพราะไม่เคยมีใครทำแบบนั้นกับฉันมาก่อน เธอถึงได้เป็นที่หนึ่ง”

“โกหก ฉันไม่เชื่อลิ้นคนสกปรกอย่างเธอหรอก”

“แต่เธอก็เคยชอบลิ้นของฉันไม่ใช่เหรอ?”

“ไปตายซะ…!”

แอนนาเงื้อมือจะตบเอลลี่ เธอโมโหจริงๆ แต่เอลลี่คงจะกะเรื่องนี้เอาไว้อยู่แล้ว อีกคนคว้ามือของแอนนาเอาไว้ ดึงอีกคนเข้าไปจูบ แน่นอนว่าเธอใช้ลิ้นร้อนๆ นั่นแหละเป็นการลงโทษแอนนา แต่เธอก็กลัวว่าแอนนาจะกัดเลยรีบผละออก และหัวเราะอย่างอารมณ์ดี คนที่เดินผ่านไปมา ไม่ค่อยสนใจอะไรมากน่ะ เพราะคิดว่าแฟนทะเลาะกันแล้วอีกคนกำลังงอนขอคืนดี

“ทำบ้าอะไร!” แอนนาเช็ดปากที่ชื้นๆ ของเธอออกอย่างรังเกียจ

“ทำยังกับว่าไม่เคย…” เสียงเอลลี่ขาดหายไป สายตาของเธอไปประสานกับใครบางคนที่ด้านหลังของแอนนา เอลลี่หุบยิ้มเมื่อเจอคนคนนั้น

แอนนาหันกลับไปมองตามสายตาของอีกคน

จอร์แดน

“ทำไม…?” เขาอยากจะถามคำถามนี้ แต่เสียงของเขาไม่ออกมา

“เรื่องมันยาวน่ะแดน” เอลลี่ประชดเสียงเรียบ

แล้วทั้งสามคนก็ตกอยู่ในความเงียบหลังจากนั้น



จอร์จิน่านอนหงายอยู่บนเตียง พลิกตัวไปมายังปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เลยทำให้เธอได้แต่นอนอยู่ท่าเดิมมาเป็นชั่วโมงๆ แล้ว อาการปวดเมื่อยนี้ไม่ได้เป็นทันที แต่พอตกเย็นมาจอร์จิน่าก็รู้สึกว่าตัวเองโดนจองจำในติดอยู่ที่เตียง จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น

“เข้ามา”

ร่างสูงเดินเข้ามาในห้อง จอร์จิน่าปรายตามอง

“มีอะไร”

“ฉันว่าคงได้เวลาทายาให้คุณ หากออกกำลังกายหนักๆ แบบนี้อาการปวดเมื่อยจะเกิดขึ้นตามมา”

แคโรไลน์ไม่ได้พูดล้อเล่นเธอถือหลอดยามาด้วยในมือ

“คุณโอเคหรือเปล่าคะ?”

“ถามมาได้ เพราะเธอไม่ใช่เหรอ ฉันเลยมีสภาพแบบนี้น่ะ”

“คุณปวดตรงไหนคะ ฉันจะทายาให้”

“ไหล่ กับขา”

แคโรไลน์นั่งลงข้างเตียง จอร์จิน่าพยายามลุกขึ้นมา เธอเหมือนตุ๊กตาไร้ชีวิตที่อ่อนปวกเปียกเกินกว่าจะมีคนหยิบ เธอส่งเสียงตอนที่เคลื่อนไหวตัว และค้านที่จะต่อล้อต่อเถียงกับแคโรไลน์

อีกคนลงมือนวดที่ไหล่ให้จอร์จิน่า จนเธออดทึ่งไม่ได้ที่แคโรไลน์วางมือได้ชำนาญราวกับไปเรียนนวดมาจากประเทศไทย อีกคนนวดได้ผ่อนคลายและไม่ทิ้งน้ำหนักแรงจนเกินไป ผ่านไปแค่ยี่สิบนาทีจอร์จิน่าก็ฟื้นตัว แล้วอีกคนก็นวดที่ขาให้อีกต่อหนึ่ง

“นี่ เธอไม่เมื่อยเหรอ?” จอร์จิน่าถามอีกคน ขณะที่ขาของเธอพาดเอาไว้บนตักของอีกคน กลิ่นยาที่ใช้นวดจางๆ ในอากาศ

“ไม่ค่ะ”

“ฉันจะนวดให้”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยนะคะ คุณดีขึ้นแล้วเหรอ?”

“แน่นอนสิ”

จอริ์จน่าพลิกตัวนั่งสบายๆ แล้วบอกให้แคโรไลน์หันหลังไป เพราะเธอจะนวดให้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นแค่ข้ออ้าง จอร์จิน่าแค่อยากหาทางสัมผัสอีกคนก็แค่นั้น แคไรลน์สวมเสื้อกล้ามสีดำเพราะงั้นเลยเห็นผิวสุขภาพดีสีน้ำผึ้งของอีกคน แถมยังได้สัมผัสผิวนุ่มนิ่มนั้นอีก

จอร์จิน่าวางมือและนวดให้อีกคน แต่สายตาของเธอว่อกแว่กไปทั่วทั้งแผ่นหลังของแคโรไลน์ เธอกำลังคิดเรื่องลามกอีกแล้ว บ้าจริง!

“คิดบ้าอะไรเนี่ย!” จอร์จิน่าเผลอตวาดตัวเองเสียงดังไปหน่อย ทำให้แคโรไลน์สะดุ้ง

“อะไรคะ?”

“ทะ ไม่มีอะไรหรอก คือ…ฉันนวดเสร็จแล้วน่ะ”

“อะไรนะคะ ยังไม่ถึงสองนาทีเลย”

“นี่ แค่นาทีเดียวก็ถือว่าเป็นบุญของเธอแล้วนะที่คนอย่างฉันลดตัวลงมานวดให้ขนาดนี้” จอร์จิน่าแก้เก้อด้วยวิธีพูดจาแดกดันแทน ที่จริงเธอรู้สึกเขินกับความคิดลามกของตัวเองที่มีต่ออีกคน

“…”

แต่แคโรไลน์ก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอกำลังจะลุกขึ้น และจอร์จิน่ายังไม่อยากให้อีกคนไป

“นี่ ช่วยนั่งลงก่อน”

“มีอะไรคะ?”

“อย่าเพิ่งหันมา”

“…?” แคโรไลน์งุนงงแต่ก็ทำตามคำสั่ง

“เรื่องที่เธอพูดกับฉันตอนอยู่ที่ไบรตันบีชน่ะ….มันรบกวนจิตใจฉันมากเลยรู้หรือเปล่า”

แคโรไลน์ตั้งใจฟังเงียบๆ

“เธอคิดยังไงกับเรื่องนี้”

“…”

“ฉันถามเธอนะ”

“ฉันแน่ใจบางอย่างถึงได้พูดออกไป คุณกับฉันต่างก็รู้เหตุผลดี แค่ต้องมีใครคนหนึ่งพูดกระตุ้นความรู้สึกก็แค่นั้น แต่ฉัน…ฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องพูดออกไป”

“ฉันคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดนี่ ฉันนึกว่าเธอไม่มีความรู้สึกซะอีก แบบหุ่นยนต์น่ะ”

จอร์จิน่าได้ยินเสียงแคโรไลน์หัวเราะเบาๆ หลังของเธอไหวนิดหน่อย

“ฉันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ”

“…”

“ว่าแต่คุณเคยถามแบบนี้กับใครที่ไหนหรือเปล่าคะ?”

“เรื่องอะไรล่ะ ฉันไม่ยอมพูดก่อนหรอก”

“…”

“…”

“ฉันว่าเรื่องนี้ปล่อยให้คุณคิดดีกว่านะคะ ฉัน…”

“ถ้าฉันตอบว่ายังไม่พร้อมตอนนี้ล่ะ”

แคโรไลน์เงียบ แล้วหันหน้ามาหาอีกคน จอร์จิน่าตกใจที่อยู่ๆ อีกคนก็พรวดพราดหันมาเจอกับสีหน้าลำบากใจของเธอ

“ฉันไม่ได้กดดันคุณ ไม่ได้คิดว่าอยู่ๆ จะคบกัน ฉันหมายความว่าเราต้องศึกษากันไปเรื่อยๆ”

จอร์จิน่าใจเต้นตอนได้ยินคำว่า คบ เธอกับแคโรไลน์กำลังจะมาถึงขั้นนี้จริงๆ น่ะเหรอ

แล้วทำไมฉันต้องเขินขนาดนี้ด้วยเนี่ย! ทำยังกับว่าไม่เคยคบกับใครมาก่อนอย่างนั้นแหละ

“เธอพูดเหมือนกับว่าจะรอฉัน”

“เปล่าค่ะ”

อ้าว ยัยนี่!

อีกคนลุกขึ้นจากเตียงและยิ้มให้จอร์จิน่า เธอลุกตามร่างสูง

“นี่! ถึงฉันจะพูดออกไปว่ายังไม่พร้อมก็ตาม แต่มีบางอย่าง…”

“…”

“บางอย่างที่เกี่ยวกับเธอ…ที่ฉันต้องการ”

“…?”

“ฉันอยากจูบเธอ”

“…?!”

“อะไร ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง ฉันอุตส่าห์หน้าด้านพูดออกมานะ”

แคโรไลน์หัวเราะ จอร์จิน่าทำหน้าบึ้งใส่

“คุณปฏิเสธฉัน แต่คุณอยากจูบฉันเนี่ยนะคะ ปากแข็งจริงๆ เลย”

“แล้วไง” จอร์จิน่ากอดอกเชิดหน้า ราวกับว่าที่พูดเมื่อสักครู่ไม่ได้ออกมาจากปากของเธอเลย

“ฉันไม่ให้คุณจูบง่ายๆ หรอกนะคะ”

“…?”

“ถ้าคุณยอมทำตัวดีๆ กับฉันก็ไม่แน่”

พูดออกมาด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยแบบนั้นได้ยังไงกันนะยัยนี่

“เธอจะกล้ากับฉันเกินไปแล้วนะ ตอนนี้เธอน่าตบมากกว่าน่าจูบซะอีก”

“ฉันคิดว่าคุณไม่มีทางได้จูบฉันหรอกค่ะ แม้จะวิธีไหนก็ตาม ฉันไม่เคยเห็นคุณทำตัวดีๆ สักครั้ง” แคโรไลน์แกล้งยั่วให้อีกคนติดกับ

“หน็อย! ดูถูกกันเกินไปแล้วนะ คอยดูเถอะฉันจะทำตัวดีๆ ให้เธอดู แล้วอีกอย่างเธอจะต้องยอมให้ฉันจูบแน่!”

“แล้วฉันจะคอยดูค่ะ”

แคโรไลน์เดินหันหลังออกไปนอกห้อง พร้อมกับจอร์จิน่าที่เหวี่ยงหมอนใส่กลางหลังเธอ อีกคนส่งเสียงเกรี้ยวกราด หากแต่มันน่ารักสำหรับแคโรไลน์

“เล่นกับใครไม่เล่น!” เสียงจอร์จิน่าลอดออกมานอกห้อง

แคโรไลน์ยิ้มออกมาหลังจากปิดห้อง จอร์จิน่าติดกับดักเธอเข้าให้แล้ว เธอแค่อยากแกล้งจอร์จิน่า แต่ไม่คิดว่าอีกคนจะจริงจังขนาดนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเลย

เพราะ…เธอก็อยากจูบจอร์จิน่าเหมือนกัน



______________________________

มาต่อให้แล้วจ้าาาาาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #24 tankazae (@tankazae) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 00:06
    น่ารักอ่ะคู่นี้ อีกคนก็ปากแข็ง อีกคนก็เย็นชา โว้ยยย ลุ้นๆ
    #24
    0
  2. #23 bee997 (@bee997) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:37
    จูบเลยๆๆๆๆๆๆๆๆ//~\(≧▽≦)/~
    #23
    0