[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 17 : FIFTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

“นานขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่ฟื้น ถ้ารีเบคก้าเพื่อนฉันตายก่อนวัยอันควรล่ะก็ เราได้ไปเจอกันที่ชั้นศาลแน่ๆ คุณหมอ”

เสียงของจอร์จิน่าแว่วเข้ามาในหูของรีเบคก้า เธอรู้สึกตัวในตอนนั้น แต่ยังขยับไม่ได้

“ผมเข้าใจครับว่าคุณเป็นห่วงเพื่อนมากขนาดไหน แต่เราจะพยายามรักษาให้ดีที่สุด”

“ใจเย็นๆ ก่อนเถอะจีน่า”

เสียงของเอลิซาเบธปราม

“หุบปากเธอไปเลยเอลิซาเบธ”

ตั้งแต่งอนเอลิซาเบธก็ไม่เคยเรียกชื่อเล่นเลย จอร์จิน่าเพื่อนของเธอคนนี้โหดจริงๆ

“หุบปากเธอนั่นแหละจีน่า ฉันปวดหัว”

แล้วรีเบคก้าก็ได้จังหวะนั้นพูดออกไป เมื่อจอร์จิน่ากับเอลิซาเบธได้ยินเสียงของเธอ ทั้งสองก็กรูกันเข้ามา เอลิซาเบธเกือบฆ่าเธอด้วยความดีใจ เพื่อนสาวเขย่าตัวเธออย่างแรงอย่างลืมตัว

“เจ็บ!”

“อ๊ะ ขอโทษๆ ฉันดีใจนี่ เธอสลบไม่ฟื้นตั้งวันหนึ่งแน่ะ”

ส่วนจอร์จิน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ เอลิซาเบธก็ดีใจมากเช่นกันที่เห็นเธอรอดมาได้อย่างปลอดภัย แต่ก็แอบทำหน้างอนเอลิซาเบธอยู่ดี

“คนไข้ฟื้นก็ดีแล้วครับ เดี๋ยวหมอขอตรวจสภาพร่างกายหน่อยครับ”

คุณหมอที่โดนจอร์จิน่าคาดโทษเมื่อสักครู่ดูจะโล่งใจเมื่อเห็นเธอฟื้นขึ้นมา เขาคงรำคาญจอร์จิน่าเต็มทน

หลังจากที่หมอตรวจอาการของรีเบคก้าเสร็จแล้ว เธอก็สังเกตเห็นบุคคลในห้องชัดเจนขึ้น ในห้องไม่ได้มีแค่เพื่อนรักของเธอสองคน แต่ยังมีแคโรไลน์ยืนอยู่ห่างออกไปนิดหน่อยด้วย

รีเบคก้าค่อนข้างงวยงงที่ตัวเองตื่นขึ้นมาแล้วมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไง ตอนนี้เธอรู้สึกได้ถึงร่างกายที่ระบมปวดหนึบไปหมด หมอบอกว่าเธอไหล่หลุดที่ข้างซ้าย มีอาการบาดเจ็บที่หัว และนอกนั้นก็ฟกช้ำนิดหน่อยไม่มีอะไรร้ายแรงมาก แต่รีเบคก้าคิดว่าตัวเองโดนมาหนักเอาการเลยทีเดียว เธอรู้สึกปวดที่หัวตุบๆ ซึ่งมีผ้าพันแผลพันรอบหัวอยู่

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

“จูเลียน่ะ จูเลียโทรมาเช็คเธอตามที่ได้พูดกับเธอเอาไว้ แต่มีเสียงของผู้หญิงรับสายแทนเธอ ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเธอต้องการไปโรงพยาบาลด่วน แต่จูเลียคิดว่าเธออำเล่น แต่ก็เป็นห่วงกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ เลยมาสำรวจที่ร้านอีกที แล้วก็พบเธอ จูเลียบอกว่าเกือบช็อกไปเลย สภาพของเธอเละมาก หลังจากส่งเธอมาที่นี่จูเลียก็โทรบอกฉันกับจีน่า แล้วก็ครอบครัวเธอด้วย พ่อกับแม่ของเธอมาเยี่ยมเมื่อสี่ชั่วโมงที่แล้ว”

“ละ แล้วจูเลียล่ะ?”

“ทางนั้นดูแลร้านแทนเธอ แต่อีกสักพักก็คงจะมาเยี่ยมเธอ ฉันโทรหาจูเลียแล้วตอนที่หมอตรวจเธอน่ะ”

“ตกลงเธอโดนใครทำร้ายมาน่ะ ถึงได้หนักขนาดนี้ น่าขนลุกจริงๆ”

จอร์จิน่าถามขึ้น แต่รีเบคก้าคงรู้ว่าแคโรไลน์ที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลคงเดาออก

“ผู้หญิงคนที่ทำร้ายเธอนั่นแหละ”

“หา!”

ทั้งเอลิซาเบธกับจอร์จิน่าส่งเสียงขึ้นมาพร้อมกัน

“มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย เล่าให้ฟังด่วนเลย”

แล้วหลังจากนั้นรีเบคก้าก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนๆ ฟังไม่ได้ขาดตกบกพร่องสักนิด เธอเล่าละเอียดมาก และตัวสั่นเมื่อย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์นั้น โดยมีเอลิซาเบธนั่งข้างๆ โอบเธอเอาไว้คล้ายปลอบใจ แม้กระทั่งจอร์จิน่าที่ได้ฟังยังหน้าซีด และแน่นอนว่าเธอควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย

“เป็นเพราะฉัน” จอร์จิน่าเสียงสั่น

“อย่าโทษตัวเองสิจีน่า เรื่องที่เกิดกับฉันไม่ใช่เพราะเธอหรอกนะ”

“ก็มัน…เป็นเพราะฉันอยู่ดี สาเหตุทั้งหมดเป็นเพราะฉัน ยัยบ้านั่นคงจะทำร้ายคนอื่นๆ ไปทั่ว ฉันไม่รู้จะทำยังไงต่อไปแล้ว”

จอร์จิน่ามีสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอเดินกลับไปกลับมาที่ปลายเตียงอย่างร้อนรน แล้วทรุดนั่งอย่างหมดแรงที่โซฟา เธอใช้มือทั้งสองปิดหน้า เอลิซาเบธเห็นท่าทีของเพื่อนก็เห็นใจ เธอลุกจากเตียงของรีเบคก้ามานั่งข้างๆ เพื่อนอีกคน แต่ก็อยู่ห่างอีกคนพอสมควร ถึงจอร์จิน่าจะงอนเธออยู่ แต่เธอก็อดเป็นห่วงความรู้สึกของเพื่อนไม่ได้เหมือนกัน

“มันทำอะไรฉันไม่ได้ก็เลยหันไปลงที่พวกเธอแทน โคตรบ้าเลย! ต่อไปจะเป็นใครอีกล่ะ มันต้องการอะไรจากฉันกันแน่”

จอร์จิน่าจนปัญญากับเรื่องนี้ เธอคิดหาทางไม่ออกเลยจริงๆ ไม่มีทางที่จะเกี่ยวกับอดีตของเธอแน่นอน และไม่ทางที่จะเกี่ยวกับคอลัมน์แฉที่เธออุตส่าห์เขียนขึ้นมาด้วย มองยังไงก็ไม่เกี่ยวกันเลย ศัตรูของเธอคนนี้เป็นใครกันแน่นะ ใครสั่งยัยคนนั้นมาทำเรื่องแบบนี้กัน

“มันบอกว่าอยากเห็นเธอเป็นบ้า คงอยากแกล้งให้เธอประสาทเสีย”

“ซึ่งมันก็ทำสำเร็จแล้ว”

“ฉันอยากให้คุณเล่าเรื่องอดีตของคุณให้พวกเราฟัง ฉันรู้ว่าคุณมีอดีตที่ไม่น่าจดจำ” เสียงของแคโรไลน์แทรกขึ้นมา เสียงเข้มจนเพื่อนทั้งสองหันมามองจอร์จิน่าเป็นตาเดียว

“ถ้าอย่างนั้น…จีน่าเธอเคยมีเรื่องคอขาดบาดตายในอดีตงั้นเหรอ อย่างน้อยก็บอกฉันกับลิซบ้างสิ เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“…”

“จีน่า…”

“มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับคนที่ตามมาฆ่าฉันเลยนี่น่า”

“ถ้าคุณลองเล่าให้พวกเราในที่นี้ฟัง ทั้งหมดอาจจะช่วยคุณแก้ปัญหา หรือขบคิดเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ ได้นะคะ”

“ฉันว่าแคโรไลน์พูดถูกนะจีน่า ถ้าเราไม่รีบแก้ไขกัน เรื่องทั้งหมดจะเลวร้ายลงไปอีก ครั้งต่อไปอาจจะเป็นแดน ไม่ก็ป้าแอนเน็ตอย่างนี้มันประกาศเอาไว้กับฉันก็ได้นะ”

จอร์จิน่าถอนหายใจ เธอไม่รู้ว่าจะจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ยังไงดี แถมเพื่อนๆ ของเธอยังมากดดันเธออีก

แคโรไลน์พยักหน้าเมื่อจอร์จิน่าหันไปสบตาด้วย เธอเหมือนกำลังจะพูดว่า ช่วยคายความลับของคุณออกมาสักทีเถอะ สุดท้ายแล้วจอร์จิน่าก็ยอมแพ้ ที่เธอเป็นยอมเป็นเพราะรีเบคก้าหรอกนะ แล้วเธอก็ไม่อยากให้คนที่อยู่รอบข้างเธอพลอยเป็นอันตรายไปด้วย

“ก็ได้ ฉันจะเล่าให้ฟัง แม้เรื่องมันจะทรมานฉันใจแทบขาดก็ตาม”

ทุกคนพยักหน้าเตรียมใจฟังพร้อมๆ กัน พวกเธอจับสังเกตได้ว่าเรื่องนี้จะต้องทำให้จอร์จิน่าเจ็บปวดอย่างแน่นอน ดูจากสีหน้าแล้วจอร์จิน่าไม่อยากจะนึกถึงมันด้วยซ้ำไป

“เรื่องนี้มันคือสาเหตุที่ฉันย้ายโรงเรียนมาที่แกสตันนิวยอร์กไฮสคูล แล้วก็มาได้เจอกับเธอทั้งสองคน ฉันโกหกพวกเธอว่าย้ายมาจากโรงเรียนในควีนส์เพราะมีเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกัน แต่จริงๆ แล้วปัญหาของฉันไม่ใช่เรื่องนั้น แต่เป็นจิตใจของฉันที่ไม่ยอมรับความสูญเสียบางอย่าง”

จอร์จิน่าเริ่มเล่าเรื่อง

“ฉันมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อ วิลล่า จอห์นสัน เธอเป็นเพื่อนบ้านของฉันตั้งแต่ฉันย้ายมาอยู่ที่ควีนส์ เราเลยสนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆ เธอเป็นคนสดใสร่าเริง เธอคล้ายกับเบคก้ามากในเรื่องของนิสัย เธอสวยและเมตตา ใจดีกับฉันเสมอ จนกระทั่งเราอายุได้สิบหกปี เรื่องร้ายๆ มันเกิดขึ้นตอนนี้ โรงเรียนของเราไปเข้าค่ายตั้งแคมป์ที่ลองไอส์แลนด์ ที่ตอนนี้กลายมาเป็นส่วนของบ้านพักตากอากาศ”

รีเบคก้าตาโตรีบแทรกขึ้นมาทันที

“ไม่น่าล่ะ บ้านที่เธอได้มาจากแฟรงค์ใช่ไหม”

จอร์จิน่าพยักหน้า “ความจริงแล้วแฟรงค์เป็นคนซื้อมันมาจากเจ้าของคนเก่าน่ะ ฉันเพิ่งจะมารู้ตอนที่เขาซื้อมาได้สองสามอาทิตย์ เลยพยายามขอซื้อต่อจากเขา แต่เขาไม่ขายจนกระทั่งสุ่มแจกให้คนที่มางานครบรอบงานแต่งของเขาไงล่ะ ฉันแค่อยากได้ที่นั่นเพราะวิลล่าชอบที่นั่น ถึงแม้จะไม่อยากย้อนนึกถึงอดีต แต่อย่างน้อยสิ่งนี้มันก็เป็นเรื่องที่ฉันทำเพื่อวิลล่าได้”

“ส่วนใหญ่ที่แคมป์แห่งนั้นจะมีหลากหลายโรงเรียนมาเจอกัน แบ่งโซนแยกชายหญิงชัดเจน มันเป็นค่ายที่พวกเราเหล่าสาวๆ ชอบที่สุด ก็นะ ผู้ชายเยอะแยะขนาดนั้น” จอร์จิน่าหัวเราะขมขื่นและเปลี่ยนเป็นเศร้าทันทีเมื่อเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นต่อจากนี้

“เรื่องมันเกิดขึ้นในวันที่สองของการเข้าค่าย วิลล่าบอกความลับบางอย่างกับฉัน เป็นความลับที่ใหญ่โตมากสำหรับเด็กอายุสิบหกปี เธอกับอเล็กที่คบกันมาสองปีรักกันอย่างจริงจัง ทั้งสองจริงจังไปถึงขั้นใช้ชีวิตด้วยกันเลยก็ว่าได้ แต่ด้านพ่อกับแม่ของฝ่ายชายไม่ชอบวิลล่า พวกเขาได้เตรียมคู่หมั้นเอาไว้ให้อเล็กแล้ว แต่เขาไม่ต้องการ ทั้งสองเลยตัดสินใจจะหนีไปด้วยกันในคืนนี้”

ทุกคนเงียบจนแทบกลั้นหายใจ ตั้งหน้าตั้งตาฟังเรื่องที่น่ากลัวนั้นต่อ

“ฉัน…ก็ฉันสงสารในสิ่งที่วิลล่าเล่าให้ฟัง ความรักที่ไม่สมหวัง แถมวิลล่ายังบอกกับฉันอีกว่าเธอท้องกับอเล็กอีกด้วย ฉันไม่รู้จะทำยังไงนอกจากปล่อยให้เพื่อนที่ฉันรักมีความสุขสักครั้ง จากนั้นฉันก็ช่วยพาวิลล่าหนี เธอนัดกับอเล็กที่ป่าสนน่าขนลุกนั่นตรงข้ามค่าย ฉันต้องข้ามแม่น้ำที่ท่วมจนถึงเอวเพื่อไปส่งเธออีกฝั่งหนึ่ง”

“…”

“…”

“…”

“อเล็กออกมารับเราทั้งสองเมื่อไปถึงฝั่งนั้นอย่างปลอดภัย ฉันกับวิลล่าลากันตรงนั้น เธอให้สร้อยข้อมือกับฉันด้วย และสัญญาว่าจะกลับมาเอาคืน เธอให้ฉันเก็บรักษาเอาไว้ และเมื่อถึงตอนนั้นจะแนะนำฉันให้ได้รู้จักกับลูกเมื่อเธอกลับมา เธอจะตั้งชื่อลูกสาวว่าจอร์จิน่าด้วย ฉันดีใจมากเลยตอนนั้น…วิลล่าบอกกับฉันก่อนไปว่าจะติดต่อหาฉันคนเดียวเท่านั้น แล้วอเล็กกับวิลล่าก็เดินเข้าป่าไป ฉันรู้ว่าอีกด้านมีถนนใหญ่และรถของอเล็กจอดอยู่ ฉันคิดว่าเรื่องทั้งหมดคงจะจบลงตรงนั้น ก็เลยเดินกลับข้ามแม่น้ำ แต่ก็ไปได้ไม่ถึงฝั่ง ฉันยังไม่ถึงฝั่งตรงข้ามเลย…”

จอร์จิน่าหายใจเฮือก เสียงของเธอสั่นเครือ ราวกับว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดไม่ไหวอีกต่อไป ช่วงบีบใจคงอยู่ตรงนี้ทุกคนรู้ดี เอลิซาเบธจับมือของจอร์จิน่าเอาไว้แน่น รีเบคก้าส่งความเป็นห่วงออกมาทางสายตา

“ตรงนั้น…ที่ป่าน่าขนลุกที่ทั้งสองเดินเข้าไป ฉันได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสามนัด ด้วยความเป็นห่วงทั้งสองคนและตอนนั้นฉันคงบ้ามากไปหน่อย ก็เลยข้ามไปดูเหตุการณ์นั้น ฉันเดินเข้าไปในป่าตะโกนเรียกชื่อพวกเขา แต่ก็ไร้การตอบรับ ฉันไม่สบายใจเลยในวันนั้นและอีกสองวันถัดมา…มีศพของผู้หญิงลอยจากแม่น้ำมาติดโขดหินข้างค่าย”

“พระเจ้า” รีเบคก้ายกมือขึ้นปิดปาก

จอร์จิน่าน้ำตาคลอทันทีที่เห็นว่ามือของเอลิซาเบธที่กุมมือของเธออยู่สั่นเทา แม้กระทั่งเพื่อนทั้งสองของเธอก็ยังตกใจกับเรื่องนี้

“ฉันปล่อยให้เพื่อนของฉันตาย ฉันมันน่ารังเกียจที่สุด!”

เอลิซาเบธดึงจอร์จิน่าเข้าไปกอดปลอบโยนทันที จอร์จิน่าก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เธอลืมไปเลยด้วยซ้ำว่ายังงอนเอลิซาเบธอยู่

“อย่าโทษตัวเองจีน่า มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลยนะ” เอลิซาเบธพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ถึงแม้จอร์จิน่าที่อยู่ในอ้อมกอดจะพยักหน้าเข้าใจ แต่มันก็ไม่คลายความกังวลจากเรื่องนี้อยู่ดี

“แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้คะ” แคโรไลน์ที่ยืนอยู่เงียบที่สุดถามขึ้น

จอร์จิน่าผละออกจากเพื่อน แล้วเล่าต่อ

“เรื่องราวของวิลล่ากับอเล็กถูกเปิดเผย จนถึงตอนนี้อเล็กหายสาบสูญ ตำรวจตามตัวไม่พบตั้งแต่ตอนนั้น ก็เลยคิดว่าเขาเป็นคนฆ่าวิลล่า แต่ทุกคนที่เป็นเพื่อนร่วมห้องไม่เชื่อเด็ดขาด เพราะสองคนนี้รักกันมาก และสุดท้ายสามเดือนต่อมาก็จับชายตัดไม้คนหนึ่งได้ ชื่อ เจมส์ โทเปีย เขาเข้าไปล่าสัตว์ในป่า และยิงพลาดไปโดนวิลล่า จากนั้นคดีนี้ก็ปิดไป ตานั่นได้เข้าคุกสมใจฉันเลยล่ะ”

“ตอนนี้เขายังติดคุกอยู่ใช่ไหมผู้ชายคนนั้น”

“แน่นอนสิ ติดคุกไปจนตายก็ดีแล้วตานั่น!”

แคโรไลน์เงียบไป มีบางอย่างที่เธอต้องคิด

“ทำไมเธอไม่เคยบอกพวกเราเลยล่ะ กับเรื่องทั้งหมดนี้” รีเบคก้าพูดขึ้นตอนนี้ปากคอเธอแห้งไปหมด

“ฉันแค่อยากเริ่มต้นใหม่ ทุกวันนี้ฉันแทบทนมองหน้าครอบครัวของวิลล่าไม่ได้เลย ครอบครัวของเธอยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรของพ่อฉัน ฉันไม่อยากเหยียบไปที่นั่นเลย มันคอยย้ำเตือนฉันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดเวลา”

และตอนนี้แคโรไลน์เข้าใจแล้วว่าทำไมจอร์จิน่าถึงไม่อยากกลับบ้านที่ควีนส์ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ถูกชะตากับพ่อที่มีแม่เลี้ยงคนใหม่ แต่เพราะเธอคิดถึงวิลล่าและโทษตัวเองทุกครั้งที่กลับไป ที่ควีนส์มีแต่เรื่องที่สูญเสียสำหรับจอร์จิน่า

“เธอไม่ควรเจอเรื่องแบบนี้เลยจีน่า” เอลิซาเบธเห็นใจเพื่อน จอร์จิน่าประสบปัญหาที่ใหญ่หลวงมากตั้งแต่อายุสิบหกปี

“ยังไงซะ พวกเธอก็ได้ฟังเรื่องนี้แล้วใช่ไหมล่ะ แล้วฉันรู้สึกว่ามันไม่เห็นเกี่ยวกันเลยกับเรื่องผู้หญิงที่ตามมาฆ่าฉัน”

ทุกคนเงียบและคิดตาม

“แต่มันก็ประมาทไม่ได้หรอกนะจีน่า” รีเบคก้าพูดขึ้น

“ใช่ค่ะ อย่างที่คุณรีเบคก้าพูด เรื่องราวมีช่องโหว่หลายอย่างเลยนะคะ”

และแคโรไลน์ก็ร่ายพิจารณาแต่ละเรื่องๆ ไป เธอไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวังเลยเรื่องคาดคะเนสิ่งต่างๆ ที่คนอื่นไม่มีทางมองเห็น

“อเล็กหายสาบสูญจริงเหรอ? ชายคนตัดไม้ที่ออกไปล่าสัตว์ยิงพลาดไปโดน ก็น่าจะรู้ว่าพลาดตั้งแต่นัดแรกแล้ว แต่ทำไมถึงยิงตั้งสามนัด บางทีถ้ามองพลิกกลับ เขาอาจโดนใส่ร้ายโดยคนที่มีอำนาจ แล้วไหนจะครอบครัวทั้งสองคนอีก อาจจะมีคนในครอบครัวหรือใครก็ตามพยายามขัดขวางการหนีของทั้งสองคน หรือไม่ก็ไม่อยากให้ทั้งสองคนลงเอยกัน ใจเหี้ยมมากพอที่จะฆ่าทิ้ง วนกลับมาที่อเล็ก เขาเป็นคนดีจริงๆ เหรอ เราเองก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาดีมากแค่ไหน”

ทั้งสามอ้าปากค้างกับการคาดเดาของแคโรไลน์ และมันก็เป็นจริงอย่างที่อีกคนพูด ทั้งหมดมีความน่าจะเป็นด้วยกันทั้งนั้น

“แล้วอีกอย่างสิ่งที่สำคัญเลยที่จะขาดไม่ได้ อาจมีบางคนเข้าใจผิดคิดว่าคุณจอร์จิน่าฆ่าทั้งสองคนก็ได้ คุณเองก็อยู่ในเหตุการณ์ถึงแม้จะไม่ใช่ซะทีเดียว แถมครอบครัวคุณดันรวย พวกนั้นอาจจะคิดว่าคุณจ่ายเงินค่าปิดปากโยนความผิดให้คนอื่น ก็เลยคอยตามคุณ ปั่นหัวคุณอยู่อย่างนี้ไงคะ”

เอลิซาเบธพยักหน้าเห็นด้วย

“ฉันว่ามีเค้าเป็นไปได้นะจีน่า โดยเฉพาะข้อสันนิษฐานสุดท้ายน่ะ ฉันว่าเราแจ้งตำรวจกันไว้ดีกว่าไหม”

“ฉันไม่คิดว่าตำรวจจะช่วยฉันได้นะเอลิซาเบธ”

“ไม่ลองก็ไม่รู้นี่น่า เพื่อความปลอดภัยของเธอเองนะ”

“คุณแคโรไลน์ตามเรื่องนี้ให้ได้ไหมคะ” รีเบคก้าถามขึ้นอีกครั้ง

“ค่ะ ดูจากที่คุณจอร์จิน่าเล่ามา เราพอจะมีข้อมูลหลายอย่างที่จะนำไปตรวจสอบได้ ฉันคิดว่าเพื่อนฉันต้องช่วยได้แน่นอนค่ะ”

และอันที่จริงชาร์ลี พ่อของจอร์จิน่าก็ให้เธอตามเรื่องนี้มานานเช่นกัน แต่ก็ไม่เป็นผลเลย แล้วนี่ก็ดีมากที่จอร์จิน่ายอมคายความลับออกมา การสืบคงจะง่ายขึ้นกว่านี้

“ต่อจากนี้พวกเราทุกคนต้องระวังตัวแล้วล่ะ ไม่ใช่แค่จีน่าที่มันเล็งจะทำร้าย”

สิ้นคำพูดของรีเบคก้าทั้งหมดก็ดูจะเห็นด้วยกับข้อสรุปนั้น แต่เพื่อนทั้งสองยังคงอดไม่ได้ที่จะมองจอร์จิน่าด้วยความเป็นห่วง จอร์จิน่าต่อสู้กับเรื่องนี้มาโดยตลอด พวกเธอไม่เคยรู้และไม่เคยอยู่เคียงข้างจอร์จิน่าเลย แต่ตอนนี้พวกเธอเองก็จะเป็นหูเป็นตาให้เพื่อนของเธอเช่นเดียวกัน และต่อไปนี้พวกเธอจะอยู่ข้างๆ จอร์จิน่า ไม่มีวันทอดทิ้งอย่างแน่นอน



“คุณจะแวะที่ไหนไหมคะ?” แคโรไลน์เอ่ยถามจอร์จิน่าที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถ อีกคนมีสีหน้าซึมๆ มาตลอดทาง เธอคงคิดเรื่องเมื่อสักครู่อยู่แน่นอน ทุกคนก็ต่างคิดไม่ตกกันทั้งนั้น ทั้งรีเบคก้า และเอลิซาเบธเองก็เป็นกังวลกับเพื่อนด้วยเช่นกัน แคโรไลน์เข้าใจเหตุผลของจอร์จิน่าดี จะว่าไปก็น่าเห็นใจที่จอร์จิน่าโดนกดดันให้ต้องเล่าเรื่องในอดีตที่แสนจะโหดร้ายนั้น

“ไม่อยากไปไหน”

“มิสเวสท์สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะครับ ไปผ่อนคลายที่ไหนก็ได้นะครับ” แกรี่คนขับรถผิวสีเอ่ยขึ้น

“ผ่อนคลายอะไร ที่ไหนก็ไม่ช่วยให้ฉันดีขึ้นหรอก”

“สวนสนุกไงครับ”

“นายเห็นหน้าตาอย่างฉันชอบไปสวนสนุกหรือไง!”

“เปล่าครับ เอ๊ย…ไม่ใช่ ผมหมายถึง ผม…แค่เสนอไอเดีย”

“หุบปากไปเหอะ จะกลับบ้าน”

“ครับ”

แล้วจากนั้นทุกคนก็เงียบ มีเพียงเสียงมือถือของแคโรไลน์ที่ดังขึ้น หน้าจอปรากฏว่าเป็นเอลลี่ที่โทรเข้ามา แคโรไลน์ละไม่อยากจะรับเลย ถ้าจอร์จิน่ารู้คงเหวี่ยงวีนอีกแน่ๆ ตอนนี้ยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย แต่ท้ายที่สุดแล้วแคโรไลน์ก็กดรับเช่นเคย

“มีอะไรเหรอ? ...ฉันทำงานอยู่…ไม่ได้หรอกโทษทีนะ…ก็บอกว่าไม่ได้ไง ขอโทษนะ”

แล้วแคโรไลน์ก็วางสายทันที ส่วนแกรี่ก็แซวสวนขึ้นมา

“แฟนเหรอครับคุณแคโรไลน์ แหม ทำตัวว่างหน่อยก็ได้ครับ เดี๋ยวส่งมิสเวสท์แล้วก็ค่อยออกไปก็ได้ ปล่อยให้แฟนรอนานไม่ได้นะครับ”

“ไม่ใช่แฟนหรอกค่ะ…น้องสาวน่ะ”

แกรี่หัวเราะ แล้วเสียงจอร์จิน่าก็แทรกขึ้นทันควัน

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว อยากไปไบรตันบีช”

“หา บรู๊คลินเลยนะครับเกือบสองชั่วโมง”

“แล้วไง ฉันพอใจอยากจะไป ไหนบอกอยากให้ฉันไปผ่อนคลายอยู่หยกๆ แค่นี้บ่นเหรอ”

“ดะ ได้ครับ ไม่บ่นครับ”

แล้วแกรี่ก็ขับรถไปตามคำสั่งสายฟ้าแลบของจอร์จิน่า แม้แต่แคโรไลน์ยังงุนงงกับอารมณ์แปรปรวนของจอร์จิน่า ตอนแรกยังบ่นอยากกลับบ้านอยู่เลย ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว อะไรกันเนี่ย

ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงนิดๆ มาถึงที่ไบรตันบีช หาดทรายที่จอร์จิน่าอยากมานักหนา เมื่อลงจากรถจอร์จิน่าก็สั่งให้แกรี่โทรจองหาที่พักทันที

“อะไรนะครับ มิสเวสท์จะค้างคืนเหรอ?”

“มีปัญหาอะไรกับคำสั่งของฉันมากไปหรือเปล่าแกรี่ ตั้งแต่มาแล้วนะ ทำตามฉันแบบไม่ต้องถามมันจะตายหรือไง”

“ก็เราไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลยนี่ครับ”

“ก็แค่จะค้างแค่คืนเดียว ไปได้แล้วน่า อีกอย่างโทรบอกป้าแอนเน็ตด้วยล่ะ”

“เอ่อ…”

“มีปัญหาอะไรอีก”

“เปล่าครับ ไม่มี จะไปเดี๋ยวนี้ครับ”

แล้วแกรี่ก็วิ่งขึ้นรถแล่นออกไป เหลือทิ้งไว้แต่แคโรไลน์กับจอร์จิน่าแค่สองคนเท่านั้น

จอร์จิน่าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอลงทุนทำแบบนี้อีกแล้ว กับอีแค่ได้ยินว่าเอลลี่โทรมาหาแคโรไลน์ ยัยนั่นคงอยากชวนแคโรไลน์ออกไปข้างนอกตอนที่ส่งเธอถึงบ้านแล้วน่ะซิ เพราะงั้นจอร์จิน่าก็เลยเปลี่ยนแผนให้แกรี่บึ่งรถมาไกลถึงที่นี่ จอร์จิน่าไม่อยากยอมรับเลยว่า เธอจะแค้นใจแค่ไหนถ้าเห็นแคโรไลน์กับเอลลี่ไปไหนมาไหนด้วยกัน เธอไม่ชอบเลยสักนิด

“คุณอยากกินไอศกรีมเหรอคะ?”

“ห๊ะ?”

อยู่ๆ แคโรไลน์ก็ถามเธอออกมาอย่างนั้น แล้วมันก็ไม่ได้อยากจะกินอะไรหรอกนะ แค่เธอคิดอะไรเพลินๆ แล้วหน้ามันหันไปทางร้านไอศกรีมสีสันสวยงามนั้นพอดี แต่จอร์จิน่าก็ตอบแก้เก้อไป

“อืม เอาซิ”

ไม่นานแคโรไลน์ก็เดินมาพร้อมกับไอศกรีมโคนสีสันสายรุ้ง เธอยื่นมันให้จอร์จิน่า

“แล้วเธอไม่กินเหรอ?”

แคโรไลน์ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ทำไมล่ะ”

“ฉันไม่ค่อยชอบของหวานๆ แบบนี้เท่าไหร่”

“แสดงว่าชาตินี้เธอจะไม่แตะไอศกรีมเลยว่างั้น”

“เปล่าค่ะ ฉันกินรสผลไม้มากกว่ารสหวานๆ แบบน้ำหวานที่คุณกำลังกินอยู่”

“เรื่องมาก”

จอร์จิน่าเบ้ปากใส่ ก่อนจะเดินเล่นไปทั่วบริเวณนั้น ที่นี่มีร้านขนมหวาน และของเล่นเรียงกันเป็นแถบๆ จนจอร์จิน่ารู้สึกตาลาย เพราะสีสันที่สดใสของมัน บางร้านสีสันแสบตาจนไม่อยากมอง ส่วนใหญ่ร้านอาหารที่นี่จะเป็นร้านเล็กๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ให้อารมณ์เหมือนเธอมาเที่ยวสวนสนุกอย่างไงอย่างงั้น

วันนี้คนเยอะและแน่นเป็นพิเศษ แถมยังมีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมาชวนวิงเวียน บ้างถ่ายรูป บ้างวิ่งเล่นเหมือนเด็กๆ ชายนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเดินมาชนจอร์จิน่าด้วยซ้ำ เขาก้มหน้าก้มตาขอโทษเธอแล้วรีบเดินออกไปเร็วๆ จนจอร์จิน่าอดพึมพำออกมาไม่ได้

“ขอให้อีตานั่นสะดุดล้มข้างหน้าทีเถอะ!”

“คุณนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นจังเลยนะคะ”

แคโรไลน์ขำกับท่าทีของเธอ

“รอให้หมอนั่นมาชนเธอล้มก่อนเถอะแล้วค่อยมาว่าให้ฉัน”

แต่คนตัวสูงก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอแค่เดินตามจอร์จิน่ามุ่งลงไปที่ชายหาด ตรงนั้นมีคนอยู่บางตา จอร์จิน่าเลยถอดรองเท้าส้นสูงถือเอาไว้เมื่อไอศกรีมในมือของเธอหมดพอดี ร่างบางเดินไปใกล้ๆ ฟองคลื่น ยืนเท้าออกไปแตะเส้นคลื่นทะเลเบาๆ แคโรไลน์สังเกตพฤติกรรมนั้น

“อยากเล่นน้ำหรือเปล่าคะ?”

“ฉันไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยนนี่”

“มันน่าแปลกที่คุณอยากมาที่นี่”

“ไม่เห็นจะแปลก มันก็เป็นคำแนะนำของแกรี่ต่างหากล่ะ”

แคโรไลน์อ่านแววตาของจอร์จิน่าออกทันที จอร์จิน่าต้องมีเหตุผลอื่นที่มาที่นี่ แต่แคโรไลน์คิดไม่ออก

“คุณมีเรื่องอะไรจะบอกฉันหรือเปล่าคะ?”

“ไม่มี”

เสียงเข้มด้วยแฮะ

แคโรไลน์มองหน้าอีกคนเธอเงียบไปสักพักหนึ่ง ตอนนั้นที่จอร์จิน่าเดินเข้าไปในคลื่นลึกประมาณเกือบสิบห้าเซนติเมตร แคโรไลน์ก็นึกออก

“คุณมาที่นี่หลังจากที่เอลลี่โทรหาฉัน คุณกลัวว่าฉันจะออกไปข้างนอกกับเอลลี่หรือเปล่าคะ?”

จอร์จิน่าชะงักไป และแคโรไลน์เข้าใจในตอนนั้นทันที

“เธอจะมารู้ใจอะไรฉัน สำคัญตัวเองจริงๆ เลยนะเธอน่ะ!”

“ฉันคิดถูกใช่ไหมคะ?”

“ก็บอกว่าไม่ใช่อย่างนั้นไงเล่า! งี่เง่าอย่างเธอมีแต่เข้าข้างตัวเอง”

“เหรอคะ”

“อย่ามายั่วโมโหด้วยหน้านิ่งๆ แบบนั้นนะ ฉันสุดจะทนจริงๆ แล้ว!”

จอร์จิน่าหงุดหงิดที่โดนจับได้ เธอเผลอเหวี่ยงรองเท้าส้นสูงที่อยู่ในมือลอยเหวอออกทะเลไปอย่างลืมตัว และโชคร้ายที่มันหายไปในเกรียวคลื่นแทบจะทันที และตอนนั้นที่จอร์จิน่าได้สติ

“กรี๊ด!! หลุยส์วิตตองของฉัน! ”

แล้วจอร์จิน่าก็แทบจะเดินลงไปเก็บมันกลับคืนมา แต่น่าเศร้าที่มันไปโผล่ในระยะร้อยเมตรโน่นแล้ว แคโรไลน์ยืนหัวเราะอย่างหนัก เธอไม่เคยหัวเราะอะไรมากมายขนาดนี้มาก่อน เมื่อจอร์จิน่าเห็นร่างสูงขำเธอขนาดนั้นก็อับอายขายหน้า เธอเดินเข้ามาตีแคโรไลน์ที่แขนอย่างแรง

“นี่เธอกล้าหัวเราะฉันเหรอ! ลงไปเก็บรองเท้ามาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย”

“คงไม่ทันแล้วล่ะมั้งคะ คุณก็รู้นี่น่า”

“ฮึ่ย!”

“คุณปามันไปเองนะ”

จอร์จิน่ามองเกลียวคลื่นที่ซัดหลุยส์วิตตองไกลออกไปเรื่อยๆ อย่างหมดอาลัยตายอยาก คู่นั้นเป็นคู่โปรดของเธอซะด้วยซิ และไม่มีอะไรน่าอับอายไปกว่าต้องใส่รองเท้าฟองน้ำสีเหลืองสะท้อนแสงที่แคโรไลน์ไปซื้อมาให้ ซึ่งมันไม่ได้เข้ากับชุดที่หรูเรียบของเธอเอาเสียเลย จอร์จิน่าต้องทนอายเดินต่อไปจนกระทั่งถึงร้านรองเท้ายี่ห้อดังที่อยู่ไกลออกไปนิดหน่อย และพอดีกับที่แกรี่มารับ เขากลั้นขำรองเท้าฟองน้ำของเธอ จอร์จิน่าเลยปามันใส่เขา

สุดท้ายพวกเราทั้งสามคนได้พักที่โรงแรมใกล้ๆ ชายหาด พวกเธอลงมาทานอาหารเย็นและแยกทางกันไปพักผ่อน ห้องของเราอยู่ติดกันสามห้อง แกรี่อนุญาตออกไปเที่ยวคลับในคืนนั้น คงไปหาเหยื่อสาวๆ สิท่า จอร์จิน่ารู้สึกอิจฉาแกรี่ที่ออกไปลั้นลาได้อย่างหน้าไม่อาย ส่วนเธอต้องมาติดแงะอยู่ที่ห้อง เพราะไม่มีอารมณ์ออกเที่ยว

จอร์จิน่าสูดอากาศอยู่ที่ระเบียงมองชายหาดในความมืดมิดที่ไกลออกไป เธออาบน้ำเสร็จแล้วและได้ใส่ชุดลำลองสบายๆ ที่เพิ่งซื้อมาเป็นชุดนอน แน่นอนว่าเธอนอนไม่หลับ พอบรรยากาศเงียบเธอก็เผลอคิดถึงเรื่องของวิลล่าขึ้นมา เธอไม่น่าเล่าเรื่องนั้นขึ้นมาเลย มันทำให้เธอกลัวขึ้นมาในเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว

เสียงเคาะประตูดังขึ้น จอร์จิน่าไปเปิดประตู เพราะรู้ว่าเป็นใคร

“มีอะไร”

“ฉันมาเช็คดูว่าคุณล็อกประตู หรือตรวจสอบห้องเรียบร้อยแล้วหรือเปล่า”

“เห็นฉันเป็นคนโง่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

สายตาของแคโรไลน์มองไปที่ระเบียง แต่เธอยังไม่เข้ามาในห้อง

“คุณอยากลืมล็อกประตูระเบียงด้วยนะคะ”

“รู้แล้วน่า”

ร่างสูงพยักหน้าแล้วหมุนตัวจะกลับไปที่ห้อง

อะไรเนี่ยมาแค่นี่เองเหรอ?

“นี่แคโรไลน์”

“…” ร่างสูงหันหน้ามาหาเธอ

น่าอายชะมัดที่เธอรู้สึกกลัว แต่เธออยู่ต่างถิ่นที่น่าช่วยไม่ได้

“ฉันคิดว่าตัวเองจะนอนไม่หลับ”

“ทำไมคะ”

“ก็เรื่องวิลล่า…เรื่องที่ฉันเล่าให้เธอฟังมันย้อนมารบกวนฉันนี่น่า นี่อย่าทำหน้าอย่างนั้นนะ ห้ามว่าฉันขี้ขลาดเชียว ก็เธอเป็นคนบอกให้ฉันเล่าเอง”

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะคะ”

จอร์จิน่าทำหน้าเหลอหลา จากนั้นแคโรไลน์ก็เดินตามจอร์จิน่าเข้าไปในห้อง จอร์จิน่าล้มตัวลงนอนที่เตียง ในขณะที่แคโรไลน์ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา ท่าทีของคนตัวสูงดูสบายๆ กว่าจอร์จิน่าที่เป็นเจ้าของห้องเสียอีก

“เธอช่วยอยู่ตรงนั้นจนกว่าฉันจะหลับได้ไหม”

คนหน้านิ่งพยักหน้า แล้วจอร์จิน่าก็นอนตะแคงตัวหลับตาลง เนื่องจากเหตุการณ์วันนี้มันมีแต่เรื่องหลอนประสาทจอร์จิน่าเต็มไปหมด เธอเลยนอนไม่หลับซะทีเดียว ไหนจะมีแคโรไลน์นั่งเฝ้าอยู่อีก นี่มันอึดอัดเกินกว่าจะนอนหลับด้วยซ้ำ

จอร์จิน่าพลิกตัวไปมา แล้วสุดท้ายก็ลุกขึ้นนั่ง ตอนนั้นเวลาผ่านไปแล้วสามสิบนาที

“มีอะไรเหรอคะ” แคโรไลน์มองเธอด้วยสายตาไม่เข้าใจ

“ไม่เห็นเหรอว่าฉันนอนไม่หลับน่ะ”

“คุณคิดเรื่องนั้นอยู่เหรอคะ”

“ก็ใช่”

“คุณหาอะไรดื่มหน่อยไหม ฉันหมายถึงชา หรือนมอุ่นๆ”

“ไม่ล่ะ บางทีฉันคงนอนแปลกที่ด้วยก็เลยไม่หลับ”

อยู่ๆ จอร์จิน่าก็คิดบางอย่างออก

“ฉันอยากเล่นเกมพูดความจริง”

“…?”

“เล่นกับเธอไง”

“ฉันไม่เล่นค่ะ คุณควรจะนอน”

จอร์จิน่ากอดอกแล้วเชิดหน้าขึ้นเป็นเชิงท้าทาย

“กลัวล่ะสิ”

“ฉันว่ามันไร้สาระ”

พูดอย่างนี้เอาน้ำร้อนมาสาดหน้าฉันเลยจะดีกว่า

“เล่นแค่สามรอบเองจะกลัวอะไรนักหนา”

“ฉันไม่ได้กลัว…”

“งั้นก็เล่นสิ” จอร์จิน่าหันไปจับเอาปากกาด้ามหนึ่งที่ทางโรงแรมวางเอาไว้ให้กับกระดาษโน้ตขึ้นมา เธอจะใช้มันเป็นอุปกรณ์ในการเล่น ร่างบางเดินเข้ามานั่งลงตรงข้ามกับแคโรไลน์ที่ปฎิเสธไม่ได้ ก่อนจะวางปากกาลงและหมุน กว่าสามสี่รอบ รอบที่ห้าปลายปากกาชี้ไปที่แคโรไลน์

เสร็จฉัน! งานนี้ต้องถามคำถามบีบใจสักหน่อยแล้ว

“เอาล่ะ เธอคงจะรู้กฎแล้ว ฉันถามเธอก็แค่พูดความจริง”

“…”

“เธอคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ และทำให้เธอหวั่นไหวหรือไม่”

“…?!”

คำถามนี้ทำเอาจอร์จิน่ายิ้มออก เพราะแคโรไลน์หน้าเครียดขึ้นมาทันที

“ก็แค่ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่แล้วมันจะยากเย็นอะไรหนักหนา”

จอร์จิน่าหัวเราะในลำคอ

“…”

“ว่าไง”

“ใช่”

“…!”

เมื่อคนหน้านิ่งตอบ จอร์จิน่าเป็นฝ่ายที่ใจเต้นขึ้นมา เธอวัดจังหวะหัวใจของเธอได้เลย แถมยังกลัวว่าเสียงเต้นของหัวใจจะดังจนแคโรไลน์ได้ยินอีกต่างหาก บ้าจริงๆ กะจะแกล้งยัยนั่น แต่เธอมาเขินซะเองแบบนี้หมายความว่ายังไง

“ตาฉันหมุน”

แคโรไลน์จับด้ามปากกา และไม่ได้ลุ้นเลยด้วยซ้ำ มันมาตรงจอร์จิน่าในตาเดียวทันที หมุนมาแบบไม่พลาดเลยอย่างนั้นน่ะเหรอ โกหกน่า

จอร์จิน่าตกใจจนอ้าปากค้าง แต่เธอแอบเห็นว่าดวงตาของแคโรไลน์กำลังสะใจอยู่ และยิงคำถามใส่เธอทันที

“ครั้งสุดท้ายที่คุณมีความสุขกับคำพูดของฉันคือเรื่องอะไร”

“คำถามอะไรของเธอ” จอร์จิน่าไม่พอใจขึ้นมาดื้อๆ

“คุณชวนฉันเล่นเองนี่คะจำได้ไหม”

“ฮึ่ย ก็ได้!” จอร์จิน่าก้มหน้าลงและพูดเสียงเบาตอบอีกคนไป “ตอนที่เธอชวนฉันไปฟลอริด้า”

“…!”

น่าเสียดายที่จอร์จิน่าเอาแต่ก้มหน้าเลยไม่ทันได้เห็นใบหน้านิ่งของแคโรไลน์ที่กำลังตะลึงกับคำตอบของเธอ

“เอามาจะหมุน” จอร์จิน่ารีบแย่ง และหมุน ปากกาหมุนสองครั้งและครั้งที่สามปลายปากกามาจ่อที่จอร์จิน่าอีกเช่นเคย

บ้าบอ! ขุดหลุมฝังตัวเองชัดๆ

“ฉันไม่เล่นแล้ว”

“มันตกที่คุณนะ ครั้งสุดท้ายแล้วด้วย คุณต้องเล่น”

“เลิกเล่น ฉันเป็นเจ้านายเธอ และฉันออกคำสั่งให้เลิกเล่น”

“กลัวล่ะสิ” แคโรไลน์ล้อคำพูดของเธอ คนที่ศักดิ์ศรีค้ำคออย่างจอร์จิน่าได้ฟังดังนั้นก็โมโห เธอต้องหนักแน่นเข้าไว้

“ใครกลัว ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย!”

“งั้นคุณก็เล่นต่อสิคะ”

“เออ! ถามมาสิคำถามน่ะ จะได้จบๆ” จอร์จิน่ากอดอก และทำเป็นเก๊ก แต่คำถามถัดมาทำเอาเธอใบ้กิน

“คุณหึงฉันกับเอลลี่ใช่หรือไม่”

“มะ มัน คำถามบ้าบออะไรของเธอ ฉันไม่ตอบ ง่วง!”

อยู่ๆ จอร์จิน่าก็พรวดพราดลุกขึ้นจากโซฟา และกระโดดตุ๊บลงที่เตียง เอาผ้าห่มคลุมหัวเสร็จสรรพ

“คุณต้องตอบคำถามของฉันนะ เกมยังไม่จบ”

“คำตอบคือ ไม่!”

เสียงอู้อี้ดังรอดออกมาใต้ผ้าห่มทำให้แคโรไลน์แทบกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่

“คุณกำลังโกหกฉันอยู่ ฉันจะเชื่อคุณก็ต่อเมื่อคุณมองหน้าฉันแล้วตอบคำถาม”

แคโรไลน์ดึงผ้าห่มออก เสียงจอร์จิน่าคำราม เธอเงยหน้าขึ้นจ้องตาแคโรไลน์แล้วตอบเสียงเข้ม

“ไม่ได้หึง! พอใจหรือยัง!”

คำพูดและสายตานั้นเต็มไปด้วยคำโกหกแคโรไลน์รู้ดี

“ก็ได้ ฉันเชื่อก็ได้ว่าคุณ….”

มือถือของแคโรไลน์ดังขึ้นมา และแน่นอนว่าเอลลี่โทรมาถูกจังหวะ

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ”

และจอร์จิน่าลุกขึ้นยืนบนเตียงเลยได้เห็นแวบๆ ว่าใครโทรมา เธอคว้ามือถือไปจากมือแคโรไลน์หน้าตาเฉย

“ไหนบอกไม่หึงไงคะ”

“ฉันไม่ได้หึง! แค่ชื่อยัยนั่นฉันก็ไม่อยากมองเห็น”

แคโรไลน์ส่ายหน้าเอือมกับคนปากแข็ง

“งั้นฉันก็ขอมือถือคืนด้วยค่ะ”

แคโรไลน์จะคว้ามือถือจากร่างบางที่อยู่สูงกว่า แต่อีกคนซ่อนมันไว้ข้างหลัง ก็เลยเกิดการยื้อแย่งกันขึ้น จนคนตัวสูงขี้เกียจจะเล่นแบบนั้น

“ก็ได้ คุณเอาไปเลย” แคโรไลน์พ่นลมหายใจออกมา

“เธอไม่ยอมหยุดคิดถึงยัยนั่นเลยใช่ไหม”

“ฉันไม่ได้คิดถึงเอลลี่นะ”

“ออกไปเถอะ” จอร์จิน่ายกมือขึ้นปิดหน้า และนั่งตุ๊บลงเตียงเหมือนเด็กๆ ที่กำลังงอนเต็มที่ ซึ่งแคโรไลน์มองว่ามันน่ารัก เธอนั่งลงข้างๆ จอร์จิน่า เอามือทั้งสองของอีกคนออก แล้วจ้องมองไปยังดวงตาคู่สวยสีฟ้าอยู่สักพัก แคโรไลน์ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอทำแบบนั้น

เธอจูบจอร์จิน่า

“…!”

จอร์จิน่าตกใจที่อยู่ๆ ตัวเองก็โดนจูบ แถมยังเป็นจากแคโรไลน์อีก ตัวเองต้องฝันไปแน่ๆ แต่ความอบอุ่นที่ริมฝีปากของอีกคนเป็นของจริง แคโรไลน์กำลังจูบเธออยู่ แถมยังอ่อนโยนกว่าที่คาด จอร์จิน่าจูบตอบกลับคนตัวสูงทันที ราวกับว่าเธอรอสัมผัสนี้จากแคโรไลน์มาเนิ่นนาน

จอร์จิน่าโอบรอบคอของอีกคน กดริมฝีปากหนักแน่น เธอพอใจที่อีกคนก็มอบจูบหนักหน่วงมาให้เธอเช่นกัน หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที เพราะเธอไม่ได้เมา ความรู้สึกแบบนี้จึงพิเศษมากสำหรับจอร์จิน่า

แคโรไลน์ผละออกจากเธอ แล้วยิ้มให้ จอร์จิน่ารู้สึกเสียดายอยู่ในใจ เธอยังไม่อยากหยุดมันเลย เธอขยับตัวเข้าใกล้แคโรไลน์อีกครั้ง และดึงอีกคนเข้ามาจูบอีก ริมฝีปากล่างของแคโรไลน์โดนจอร์จิน่าขบเบาๆ อย่างเย้ายวน จงใจยั่วกันเห็นๆ แต่ก็นั่นแหละเพราะตอนนี้ไม่ได้เมาและแคโรไลน์มีสติ

“จอร์จิน่า คุณ…พอก่อนได้ไหม”

“ทำไม เธอมาจูบฉันก่อนนะ แล้วจะให้หยุดง่ายๆ แบบนี้นะเหรอ ขี้โกงเกินไปแล้ว”

“ฉันก็แค่ทนเห็นคนปากแข็งอย่างคุณทำแบบนั้นใส่ฉันไม่ได้นี่คะ”

“ฉันทำอะไร”

“หึง”

“…?!”

“ถ้ายอมรับมาก็สิ้นเรื่อง”

“แล้วถ้าฉันยอมรับเธอจะให้ฉันจูบอีกไหมล่ะ?!”

โอ๊ย จีน่าเอ๊ย พลั้งปาก!

“….เอ่อ คุณพูดเมื่อสักครู่…จริงเหรอคะ”

“ปะ เปล่า”

แคโรไลน์ยิ้ม เป็นยิ้มที่จอร์จิน่าไม่เคยเห็นบ่อยนัก

“ถ้าคุณพร้อม เราค่อยคุยกันเรื่องนี้”

“เรื่อง…”

“ฉันกับคุณ”

“…!”

พระเจ้า ฉันหูฝาดไปใช่ไหม

และมันก็น่าแปลกใจเข้าไปอีกเมื่อจอร์จิน่ามีความรู้สึกที่ชัดเจนออกมาเมื่อได้ฟังอีกคนพูดแบบนั้น เธอจะทำอย่างนั้นจริงๆ น่ะเหรอ เธอกับแคโรไลน์กำลังจะไปอีกขั้นหนึ่งใช่ไหม เธอควรจะทำยังไงดีนะ

แล้วถ้าเธอพร้อมกับเรื่องนี้ เอลลี่ก็จะไม่มาวอแวกับแคโรไลน์ใช่ไหม?

เธอพร้อมเมื่อไหร่อย่างนั้นน่ะเหรอ?

พร้อมตอนนี้ได้เลยไหมนะ?



_______________________________________________

อดีตของจอร์จิน่าถูกเปิดเผยขึ้นมาแล้ว

ส่วนความสัมพันธ์ของแครล์กับจีน่า ก็ก้องรอตัดสินไปในตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #21 tankazae (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 11:29

    น่ารักกกก หึงน่ารักกกก

    #21
    0
  2. #19 SaFasa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:17
    โอ้ยจิน่าหึงได้น่ารักมากเลยค่ะแถมได้จูบอีกด้วยยเขินจัง//น่ารักมากเลยค่ะคิดถึงนะคะ
    #19
    0
  3. #18 ืkim (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:51

    อ๊าววว ไรเตอร์อย่าเพิ่งไป

    #18
    0