[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 16 : FOURTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61


แคโรไลน์มาที่บ้านในเช้าวันถัดมา

เอลลี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแคโรไลน์จะขัดคำสั่งฟลอเรนซ์ผู้เป็นแม่ อีกคนควรจะมาตั้งแต่เมื่อวานได้แล้วแต่ก็เมินคำสั่งโทรมาบอกฟลอเรนซ์ว่าสะดวกมาพรุ่งนี้แทน ซึ่งเอลลี่เดาออกว่าปานนี้จอร์จิน่าคงจะนั่งยิ้มภูมิใจที่ชนะเธออยู่เป็นแน่ เธออุตส่าห์อ้างโน่นนี่ให้จอร์จิน่าควันออกหูจนปรี้ดแตก แล้วอาละวาดใส่แคโรไลน์จนอีกคนทนไม่ได้ต้องกลับบ้าน แต่เหตุการณ์เปลี่ยนไปเฉยเลย ยัยนั่นชนะเธอใสๆ

เอาซิ! ฉันไม่ยอมแพ้เธอง่ายๆ หรอกนะยัยไฮโซจอมเหวี่ยง

จะว่าไปเอลลี่ก็เป็นคนที่ฟ้องฟลอเรนซ์เรื่องนี้เองนั่นแหละ เธอต้องทำเพื่อให้จอร์จิน่าดูแย่ในสายตาของทั้งสองให้ได้ เธอก็แค่เล่าความจริง และบิดเบือนบางอย่าง ใส่สีตีไข่นิดหน่อย มันก็เลยกลายเป็นว่าในสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสอง จอร์จิน่ากลายเป็นคุณหนูเจ้าอารมณ์ เจอหน้าคนที่ไม่ถูกชะตาด้วยก็เป็นตบ ส่วนฟลอนเรนซ์ที่แสนดีนั้นดูจะเป็นกลาง เธอบอกว่าอยากฟังคำอธิบายเหตุการณ์จากแคโรไลน์ก่อน

“เอาล่ะแครล์ เล่าเรื่องเมื่อวานมาสิ แม่อยากรู้ว่าคุณจอร์จิน่าตบแอลทำไม”

ร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามบุคคลสามคนอึดอัดราวกับตัวเองกำลังถูกสอบสวน แต่เธอก็ตอบเป็นกลางมากที่สุด

“หนูเป็นคนเข้าไปห้ามทั้งสองเองค่ะ” แคโรไลน์ย้ำสิ่งนี้ก่อน เพราะจอร์จิน่าก็ไม่ได้เป็นฝ่ายตบเอลลี่อยู่ฝ่ายเดียว

เอลลี่รู้สึกได้ถึงความลำเอียงในพูดนี้ หรือบางทีแคโรไลน์ก็กำลังเป็นกลางอยู่

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คือ ฉันก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งหรอกนะเรื่องส่วนตัวของทั้งสองน่ะ แต่ว่ามันรุนแรงถึงขั้นตบตีกัน ก็เลยอยากทำความเข้าใจน่ะ แอลก็ไม่ค่อยบอกอะไรด้วย”

ฟลอเรนซ์พยักหน้าเห็นด้วย เธอไม่อยากตัดสินคนจากการกระทำเท่าไหร่

แคโรไลน์หนักใจ ใครจะกล้าไปบอกแม่ตรงๆ กันล่ะว่าจอร์จิน่ามีแค้นส่วนตัวเรื่องน้องชายกับเอลลี่ ส่วนเอลลี่ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่ทั้งสองเห็น เธอมีด้านดีและด้านร้ายอยู่ในตัว และแคโรไลน์ไม่อยากให้ทั้งสองผู้ใหญ่ต้องเห็นด้านนั้นของน้องสาวต่างพ่อ

ให้ตายเถอะ! เธอสมควรที่จะมานั่งตอบคำถามทั้งๆ ที่เธอไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยเนี่ยนะ ถึงจะเกี่ยวทางอ้อมก็เถอะ

“หนูอยากจะบอกแม่ว่า หนูไม่รู้เรื่องความบาดหมางของทั้งสองคนค่ะ และหนูก็ไม่อยากรู้เรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนด้วย”

แคโรไลน์เหลือบมองเอลลี่ที่ทำหน้าโล่งใจ คงกลัวว่าเธอจะพูดความจริงสินะ

“หนูแค่มาเห็นเหตุการณ์ แล้วก็แยกทั้งสองคน…”

แคโรไลน์ไม่ทันจะได้อธิบายจบ เสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ฟลอเรนซ์เดินออกไปทำหน้าที่นี้ สักพักเธอก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีทำตัวไม่ถูก เหมือนโดนกดดันอะไรสักอย่าง และแคโรไลน์ก็เข้าใจ เมื่อคนที่เดินตามหลังของแม่เธอเข้ามาในห้องนั่งเล่นคือจอร์จิน่า

มาทำอะไรเนี่ย

เอลลี่จิกเล็บเข้ากับหมอนแน่น เมื่อเห็นใบหน้าสวยเคลือบปีศาจของจอร์จิน่า

“คุณมาทำอะไรที่นี่”

เมื่อจอร์จิน่าหย่อนตัวนั่งลงข้างแคโรไลน์ก็โดนอีกคนสาดคำถามใส่ทันที แต่อีกคนก็แค่ยิ้ม และทำตัวร่าเริง แน่นอนว่าแคโรไลน์ดูออก จอร์จิน่าไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นหรอก ถึงแม้จะยิ้มแต่แววตายังคงดุดันอยู่ เธอคงพยายามที่จะไม่ตบเอลลี่อีกรอบล่ะมั้ง และการแต่งตัวที่เรียบหรู นำแฟชั่น แลดูแพงมีราคาของจอร์จิน่าในครั้งนี้เล่นเอาทุกคนเว้นแคโรไลน์อึ้งไปตามๆ กัน เธอมาในชุดสูทสีขาวทั้งตัว แต่เป็นสูทที่ออกแบบมาอย่างนำสมัย เพื่อประกาศว่าเธอคือ จอร์จิน่า เวสท์ เจ้าแม่แห่งวงการสื่ออย่างแท้จริง

ทุกคนเงียบ

“ที่ฉันมาวันนี้ต้องโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณทั้งสองคนต้องวุ่นวาย พวกคุณต้อนรับฉันอย่างดี แต่ฉันกลับสร้างเรื่องให้กับคุณทั้งสอง เรื่องแบบนี้ฉันเข้าใจค่ะ พวกคุณอาจจะมองฉันเป็นยัยไฮโซบ้าคลั่งไปแล้ว”

ฟลอเรนซ์กับลูเซียสสำรวจตัวของอจร์จิน่าแวบๆ ก็มองเห็นว่าที่คอของจอร์จิน่ามีรอยข่วนจากลูกสาวบ้านตัวเองด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งสองเลยมีท่าทีอ่อนลง ทั้งๆ ที่ตอนแรกตึงเครียดอยู่

“พวกคุณคงอยากจะรู้ว่าเราทั้งสองคนทะเลาะเรื่องอะไรกัน”

สองผู้ใหญ่พยักหน้า แต่ฟลอเรนซ์ก็พูดออกมาด้วยความเห็นแก่ทั้งสองคนอย่าจอร์จิน่าและเอลลี่

“เอ่อ…คือถ้าคุณไม่สะดวกเล่าก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคน แล้ว…”

“ฉันอยากจะถามเอลลี่สักหน่อยค่ะ” จอร์จิน่ายิ้มแล้วใช้ดวงตาที่เย็นชามองเอลลี่ “เธอน่ะ ฉันมีตัวเลือกให้สองข้อ เอคือน้องชาย ส่วนบีคือตัวเธอเอง”

จอร์จิน่าหัวเราะคิกคัก เมื่อเห็นว่าเอลลี่หน้าถอดสี อีกคนก็คงจะเข้าใจความหมายที่ว่านั่นอยู่แล้ว แม้แต่แคโรไลน์ก็เข้าใจ จอร์จิน่าจะให้เอลลี่เลือก ถ้าเลือกข้อเอคือน้องชาย แน่นอนว่าจอร์จิน่าจะแฉเอลลี่หมดเปลือก แต่ถ้าเลือกข้อบี จอร์จิน่าจะรักษาความลับนั้นไว้ ซึ่งแคโรไลน์ไม่รู้ว่าจอร์จิน่าจะมีอะไรแลกเปลี่ยนเงื่อนไขข้อบีกับเอลลี่หรือเปล่า คนอย่างจอร์จิน่าไม่ยอมยกโทษให้ใครฟรีๆ หรอก ยิ่งทำอย่างนั้นกับคนที่เธอรักและหวงสุดๆ อย่างน้องชายเธอแล้วล่ะก็ เรื่องไม่จบง่ายๆ แน่

แต่ยังไงมันก็ดูเป็นการข่มขู่กันกลายๆ เลย

“ฉันรู้ว่าเธอจะเลือกตัวเอง”

เอลลี่ขบกราม กำมือแน่นจนซีด เธอทำอะไรไม่ได้ จอร์จิน่าเหนือกว่าทุกอย่าง

“ถ้าอย่างนั้น เธอก็ตัดสินใจได้แล้วสินะ” จอร์จิน่าเมินหน้าจากเอลลี่ไปพูดกับสองผู้ใหญ่

“ฉันไม่อยากให้คุณทั้งสองมองฉันไม่ดีเลยนะคะ แต่ทำยังไงได้ก็เพราะเรื่องส่วนตัวของฉันกับเอลลี่ทำให้พวกคุณตัดสินฉันไปแล้ว เอาเป็นว่าฉันบอกพวกคุณได้แค่ ฉันกับเอลลี่มีอดีตที่ไม่ค่อยน่าจดจำรวมกันสักเท่าไหร่ คุณคงรู้นะคะ สาวๆ ก็ต้องมีปากเสียงกันบ้าง พอมาเจอกันอีกครั้ง ก็ให้อภัยกันได้ยาก มันเป็นเรื่องหยุมหยิมของผู้หญิงอยู่แล้วล่ะค่ะ…ฉันต้องขอโทษคุณทั้งสองคนด้วยที่ฉันจะบอกว่า ฉันไม่ถูกชะตากับเอลลี่เลย แต่ฉันจะพยายามค่ะ เพราะแครล์บอกกับฉันว่า อยากให้ฉันเข้ากับครอบครัวของเธอให้ได้ เธอจะดีใจมากถ้าฉันทำได้”

จอร์จิน่าระบายยิ้มอ่อนโยนมาให้แคโรไลน์ และแตะมือลงที่แขนของเธอ และอยากจะบอกว่าแคโรไลน์ไม่เข้าใจสิ่งที่อีกคนจะสื่อเลย อีกอย่างจอร์จิน่าโกหก แคโรไลน์ไม่ได้บอกเลยว่า อยากให้จอร์จิน่าเข้ากับครอบครัวเธอได้ ซึ่งแม้ในใจจะคิดอย่างนั้นก็เถอะ และไอ้การเรียกชื่อเล่นของเธออย่างสนิทสนมออกมาแบบนั้นหมายความว่ายังไงกัน ยังกับว่าเป็นคู่รักที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรครักพ่อแม่ไม่ปลื้มยังไงยังงั้น

หรือว่าจอร์จิน่ากำลังจะเล่นละครแบบที่เธอคิดอยู่กันนะ?

“จะว่ายังไงดีล่ะ ที่คุณพูดว่าก็ถูกนะจอร์จิน่า เรื่องหยุมหยิมของผู้หญิงน่ะ บางครั้งก็เป็นแบบที่คุณว่านั่นแหละ ผมเคยเจอในนักศึกษาหลายคน แต่ผมก็ดีใจนะที่ได้ยินคุณพูดว่าพยายามจะปรับตัว อย่างน้อยคุณก็มาขอโทษ”

“ใช่ค่ะ คุณเป็นคนที่รับผิดชอบกับการกระทำได้ดีมาก” แม้แต่ฟลอเรนซ์ก็ชื่นชม “เราควรจะค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากัน…”

“เรื่องการปรับตัวให้เข้ากับยัยนี่ เอาไว้อีกสักสองสามปีเถอะค่ะ!”

คนที่ฉุนขาดคือเอลลี่ เธอเหวี่ยงหมอนลงโซฟา แล้วเดินอาดๆ ขึ้นห้องไป ทิ้งให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ เอลลี่จากคนที่ร่าเริ่งกลายเป็นคนขี้เหวี่ยงแทนจอร์จิน่าไปเสียแล้ว และทุกคนต่างก็รู้ว่าเรื่องของทั้งสองไม่มีวันจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง

“ถ้าอย่างนั้น…ถึงแม้แอลจะไม่เห็นด้วย แต่เราก็จบเรื่องนี้ลงได้นะคะลูเซียส” ฟลอเรนซ์หัวเราะแห้งๆ ส่งให้แคโรไลน์กับจอร์จิน่า

แคโรไลน์มองหน้าอีกคน เธอนึกชื่นชมการใช้วาทศิลป์และการแสดงของจอร์จิน่าซะเหลือเกิน อย่างน้อยอีกคนก็ใช้ความสามารถของตัวเองได้เป็นประโยชน์ก็วันนี้แหละ และเพราะจอร์จิน่าสถานการณ์เลยกลับมาดีขึ้น หรืออาจจะเพราะผู้ใหญ่ทั้งสองเห็นแก่แคโรไลน์ก็เป็นได้

“ฉันขอบคุณคุณทั้งสองคนที่ให้โอกาสฉันอีกครั้งนะคะ”

น้ำเสียงของจอร์จิน่ามีความจริงแฝงอยู่ในนั้นแคโรไลน์จับสังเกตได้

“ค่ะ ถ้าหากคุณจะมาที่บ้านหลังนี้เราเปิดรับเสมอ”

“ถ้าวันไหนแอลไม่อยู่บ้านน่ะนะ” ลูเซียสแซวยิ้มๆ

แคโรไลน์โล่งอกขึ้นมา อย่างน้อยวันนี้ก็ผ่านไปด้วยดี



“ไม่เห็นจะยากเลย”

เมื่อทั้งสองเดินออกมาจากบ้าน คนปากเก่งก็พูดขึ้นมา

“แล้วคุณต้องลงทุนมาถึงที่นี่เองเลยเหรอคะ?”

“ก็…” จอร์จิน่ากลอกตาไปมาราวกับหาข้ออ้าง “ฉันไม่อยากให้แม่กับพ่อเลี้ยงของเธอมองฉันว่านิสัยไม่ดีนี่เลยชิงมาขอโทษก่อนไง เธอไม่เคยได้ยินเหรอว่าถ้าสารภาพโทษมันจะเบากว่า”

“คุณกลัวว่าครอบครัวของฉันจะมองว่าคุณนิสัยแย่เหรอคะ?”

“ทะ…” จอร์จิน่ากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอหุบปากเอาไว้ และซ่อนสายตา

แคโรไลน์คิดว่าคำพูดเหล่านั้นของจอร์จิน่ามีอะไรแฝงอยู่หรือเปล่า เพราะการกระทำวันนี้มันแปลกมากเลย ทุกครั้งจอร์จิน่าไม่สนใจความรู้สึกของใครหน้าไหนด้วยซ้ำ เธอไม่สนว่าใครจะมองเธอยังไงอีกต่างหาก แต่วันนี้เป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์จากจอร์จิน่าที่มอบให้แคโรไลน์อย่างไม่ทันตั้งตัว

“จะกลับแล้ว ขึ้นรถสิ” จอร์จิน่าเปลี่ยนเรื่อง

แคโรไลน์มาที่บ้านด้วยแท็กซี่ เพราะงั้นเธอเลยจะขับรถให้จอร์จิน่า ด้วยเห็นว่าอีกฝ่ายขับรถมาเอง แต่จอร์จิน่ามากันท่าแคโรไลน์เอาไว้เสียก่อน

“เธอจะทำอะไร?”

“ขับรถไงคะ”

“ฉันจะขับเอง”

แล้วแคโรไลน์ก็ไม่ได้แย้งอะไรเนื่องจากจอร์จิน่าดูอารมณ์ดี เธอเลยไม่อยากขัดใจอีกคน และเธอนั่งเงียบไปตลอดทาง จนกระทั่งรถแล่นออกนอกแมตแฮนตันขึ้นสะพานบรู๊คลิน ซึ่งแคโรไลน์ก็แปลกใจมาสักพักหนึ่งแล้ว

“เอ่อ จอร์จิน่าบริษัทคุณอยู่แมนแฮตตันนะ นี่มันจะเข้าเขตบรู๊คลินแล้ว”

จอร์จิน่าเปลี่ยนเป็นอารมณ์เสียทันทีเมื่อแคโรไลน์ออกปากพูดแบบนั้น

“ฉันอยากไปซื้อเค้กมะนาวที่ร้านโปรด ไม่ได้หรือไง!”

“…” อะไรของคุณกันเนี่ย

แต่แคโรไลน์ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะรั้งแต่จะให้อีกคนหงุดหงิดเปล่าๆ เธอเลยตามน้ำไปกับจอร์จิน่าที่เริ่มกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง และจุดเปลี่ยนของอารมณ์ก็เกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปสามสิบนาที รถแล่นเทียบทางเท้า

ร้านเบเกอรี่ปิด

“โอ๊ย! หงุดหงิด”

จอร์จิน่ากำพวงมาลัยรถแน่นอย่างหัวเสียจนแคโรไลน์แทบจะกลั้นขำกับท่าทีนั้นไม่ได้

“อุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่เชียวนะ ฉันขับรถมาเองเลย! ร้านนี่หยาบคายกับฉันมากเลยรู้ไหม…นั่นเบอร์โทรใช่ไหมหน้าร้านน่ะ ฉันจะโทรไปบอกเจ้าของร้านให้มาเปิดร้านเดี๋ยวนี้!”

เหลือเชื่อจริงๆ และแน่นอนว่าจอร์จิน่าจะทำแบบนั้น ถ้าแคโรไลน์ไม่ออกปากพูดเสียก่อน

“คุณจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะจอร์จิน่า คุณจะให้คนทั้งโลกตามใจคุณแบบนั้นไม่ได้นะคะ”

“แล้วเธอเป็นแม่ฉันเหรอ ถึงได้ชอบเที่ยวสั่งสอนฉันจัง!”

จอร์จิน่าพูดจบก็โยนมือถือไปที่เบาะหลังด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“ถ้าอย่างนั้นเราไปซื้อที่อื่นก็ได้นะคะ”

“ไม่ หายอยากแล้ว จะกลับบริษัท!”

อย่างนี้ก็ได้เหรอ?

แคโรไลน์ตามไม่ทันอารมณ์เข้าๆ ออกๆ ของจอร์จิน่าเลยจริงๆ เธอเป็นคนที่มีอารมณ์หลากหลายในเวลาเดียวกันจนแคโรไลน์สับสนไปหมด แต่อย่างน้อยเหตุการณ์ที่บ้านของเธอก็ผ่านไปได้ด้วยดี เธอต้องขอบคุณจอร์จิน่าสิถึงจะถูก


ทั้งสองกลับมาที่เพนท์เฮ้าส์ในตอนเย็นหลังเลิกงาน จอร์แดนยังคงขลุกตัวอยู่กับการเล่นเกมเพลย์อยู่หน้าจอทีวี ทันทีที่เห็นจอร์จิน่ากลับมาเขาก็ทิ้งจอยเกมและวิ่งมาหาพี่สาวด้วยท่าทีตื่นเต้น

“พี่จีน่า ข่าวดี! อีกหนึ่งอาทิตย์ผมก็จะได้ออกจากสถานบำบัดแล้วนะ ผมคิดว่าจะกลับไปเรียนด้วย”

จอร์จิน่ายิ้ม เป็นยิ้มที่มาจากใจจริง ซึ่งแคโรไลน์คิดว่าคงหาได้ยากนักที่จะเห็น

“จริงเหรอ?”

“จริง! ผมจะหลอกพี่ทำไมน่ะ วันนี้เราออกไปฉลองกันไหม?”

“ก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ไปจองโต๊ะที่ภัตตาคารให้เดี๋ยวนี้เลย นายอยากกินล็อบสเตอร์จนอ้วกไปข้างหนึ่งพี่ก็ไม่ว่าอะไร”

“เย้!” จอร์แดนชูกำปั้นขึ้นเหนือหัวแล้วกอดพี่สาวจนตัวลอย

“แดน นี่นายอายุยี่สิบสามแล้วนะ ทำอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้”

“ก็ผมดีใจนี่”

จอร์จิน่ายิ้มและส่งมือไปยีผมน้องชายที่ตัวสูงกว่า ก่อนจะขอตัวขึ้นไปบนห้อง

“วันนี้พี่จีน่าดูอารมณ์ดีนะครับ วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอ?” จอร์แดนหันมาถามแคโรไลน์ ที่ทำหน้าแปลกใจอยู่กับคำถามของเขา

“อารมณ์ดี?”

“ก็ใช่ไง วันนี้คงมีเรื่องอะไรดีๆ เกิดขึ้นแหละ”

“ไม่หรอกมั้ง เห็นตอนเที่ยงยังหงุดหงิดที่ร้านเบเกอรี่ปิดอยู่เลย คงจะไม่อารมณ์ดีทั้งวันหรอกค่ะ”

“ร้านเบเกอรี่ไหนครับ?”

“ชีพแอนด์บี”

“หา? ชีพแอนด์บีที่บรู๊คลินน่ะเหรอครับ”

“ค่ะ พอเห็นว่าร้านปิดไม่ได้ซื้อเค้กก็เลยโมโห”

“ร้านที่พี่แครล์เพิ่งจะบอกผมน่ะ ผมกับพี่จีน่ารู้จักดีเลยล่ะครับ แต่มันปิดกิจการไปเมื่อสองเดือนก่อนนะ พี่จีน่าก็รู้เรื่องนี้ดี เราทั้งสองคนยังแอบดอดไปกินกันสองคนก่อนร้านจะปิดกิจการอยู่เลย”

อะไรเนี่ยไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย มิหนำซ้ำร้านยังเหมือนไม่ปิดกิจการเลยสักนิด

“แต่เมื่อวานแขวนป้ายว่าปิดอยู่หน้าร้าน”

“อ่อ เรื่องนั้นก็แค่เจ้าของร้านผิดพลาดไปเท่านั้นเองล่ะครับ เขาไม่ค่อยใส่ใจอะไรมาก ขนาดของอุปกรณ์ในร้านยังไม่เก็บออกไปเลยใช่ไหมล่ะ”

แคโรไลน์พยักหน้า

“ไม่ใช่แค่พี่หรอกที่คิดอย่างนั้น คนอื่นเขาก็คิดว่าลุงแกแค่ปิดร้านเฉยๆ แถมยังมีเบอร์โทรติดไว้หน้าร้านอีก ไม่ยอมแกะออก” จอร์แดนหัวเราะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสงสัย “แต่ทำไมพี่จีน่าที่รู้อยู่แล้วถึงพาพี่ไปที่นั่นล่ะ…นี่ถ้าเป็นหนังรักโรแมนติกผมก็คิดว่าพี่สาวผมคงอยากใช้เวลาอยู่สองต่อสองกับพี่แครล์แหงๆ แต่นี่มันไม่ใช่ไง”

จอร์แดนพูดจบก็หัวเราะอีกครั้ง เขาหมุนตัวไปเล่นเกมที่ค้างไว้ต่อ ทิ้งให้แคโรไลน์ใช้ความคิดกับเรื่องนี้อยู่คนเดียว อยากอยู่สองต่อสองงั้นเหรอ? ทำไมถึงได้มีความคิดอ้อมโลกขนาดนั้นนะ บางทีคนพูดตรงๆ แบบจอร์จิน่าก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นก็ได้ จอร์จิน่าจะอยากอยู่สองต่อสองกับเธอเนี่ยนะ ตลกแล้ว นี่ไม่ใช่หนังรักโรแมนติกอย่างที่จอร์แดนพูดจริงๆ นั่นแหละ

เลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้วแครล์



หลังจบพิธีการศึกษาเอลลี่ก็ยังไม่ได้สมัครงานจริงๆ จังๆ เธออยากพักสักเดือนหนึ่งก่อน และวันฉลองการจบการศึกษาที่แสนจะสำคัญของเธอ แคโรไลน์ก็มาช้าจนคนที่บ้านเลิกงานเลี้ยงไปแล้ว อีกคนอ้างว่าต้องไปธุระกับจอร์จิน่า เรื่องสำคัญของบริษัทอะไรสักอย่างก็เลยมาไม่ทัน เอลลี่งอน เธอไม่ชอบและริษยาจอร์จิน่า ที่อะไรๆ แคโรไลน์ก็เห็นว่าสำคัญก่อนเสมอ ถึงจะเป็นหน้าที่ของงานก็เถอะ ขนาดเควินพี่ชายคนโตของครอบครัวยังมาร่วมงานเลย รายนั้นได้รับเกียรติไปกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัยแกสตันเลย เขาพูดได้กินใจเชียวล่ะ แต่ยังไงก็แล้วแต่ ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนเอลลี่ได้บอกกับแคโรไลน์ว่า ‘พี่มาช้า แต่ต้องชดเชยให้ฉันทีหลังนะ พาฉันไปช็อปปี้ที’ และอีกคนก็พยักหน้าตกลง เลยทำให้วันนี้เอลลี่ได้มาเดินเคียงข้างแคโรไลน์อย่างหน้าชื่นตาบาน

เอลลี่เป็นคนที่เวลาช็อปปิ้งจะเลือกของนานมาก แต่แคโรไลน์ก็ไม่ได้ถือสาอะไร รายนั้นแค่ยืนมอง ไม่ก็เดินไปมาอยู่ในร้านรอเธออย่างใจเย็นอยู่อย่างนั้น แถมยังเป็นคนจ่ายเงินให้อีกต่างหาก และสุดท้ายเราทั้งสองคนก็มาหยุดกันนานนับชั่วโมงที่ร้านเสื้อผ้า เอลลี่เลือกนานกว่าปกติ แต่แคโรไลน์ก็ไม่ขัดอะไร

แบบนี้สิ! อยากได้เป็นแฟนจนเนื้อเต้นเชียวล่ะ

“พี่แครล์ชุดนี้โอเคหรือเปล่าคะ?”

เอลลี่แกล้งใส่ชุดที่มันโป๊ อย่างเช่นเดรสสั้นสีเงิน ที่สั้นมากจนไม่สามารถก้มได้ และเกาะอกก็เห็นหน้าอกหน้าใจเยอะเกินไป เป็นไปตามคาดคนร่างสูงขมวดคิ้ว และเอ่ยเสียงดุๆ เตือนเธอ

“เธอจะใส่ชุดนั้นเนื่องในโอกาสอะไร เธอเป็นผู้หญิงนะอย่าลืมสิ มันสั้นเกินไป และมัน…มันโป๊เกิน”

เอลลี่ยิ้มพอใจให้กับท่าทีนั้น แล้วเดินมาคล้องแขนแคโรไลน์ แถมเอาหน้าอกเบียดแขนอีกคน ซึ่งร่างสูงไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด แคโรไลน์ไม่ได้รู้สึกรำคาญหรือเขินอะไรเลย

“พี่แครล์เป็นห่วงฉันด้วยเหรอคะ?”

“…” คนหน้านิ่งไม่ตอบคำถามของเธอ แต่เบี่ยงไปพูดเรื่องอื่นแทน “จะเอาชุดไหนก็บอกนะ จะไปนั่งรอตรงนั้น”

แคโรไลน์ไม่รอคำตอบจากอีกคน เธอเดินอาดๆ ไปนั่งที่โซฟาสีขาวกลางร้าน เอลลี่รู้สึกหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ดังใจตัวเอง

“ทำไมต้องนิ่งขนาดนั้นด้วย” เอลลี่บ่นเบาๆ แล้วแผนการบางอย่างก็ผุดขึ้นในหัวของเธอทันที

“พี่แครล์!”

ผ่านไปห้านาทีแคโรไลน์ที่นั่งรอเอลลี่อยู่ก็ได้ยินเสียงอีกคนร้องดังขึ้น เธอหันไปมองที่ห้องลองชุดก็เห็นว่าน้องสาวของเธอยื่นแค่ส่วนของศีรษะออกมาและกวักมือเรียกเธออย่างร้อนรน

“มีอะไรเหรอ?” เธอเดินเข้าไปหาเอลลี่ที่หน้าประตู

“ซิปมันติดน่ะ ฉันรูดซิปไม่ได้ พี่ช่วยหน่อยสิคะ”

แคโรไลน์เข้าใจปัญหานี้ทันที เธอรุดเข้าไปในห้องลองชุด และปิดประตูแต่ไม่ได้ล็อคเอาไว้

เอลลี่หันหลังให้แคโรไลน์เธอลอบยิ้มอย่างพอใจ เมื่ออีกคนรูดซิปให้

“…?” แคโรไลน์ขมวดคิ้วสงสัย “ก็ไม่ได้ติดอะไรนี่…!”

จังหวะที่รูดซิปจนสุดได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร เอลลี่ก็หันหน้ามาหาเธอ ทำให้ชุดเดรสเลื่อนหลุดออกจากตัวเอลลี่ ซึ่งอีกคนไม่สนใจจะตะครุบมันเอาไว้เลยด้วยซ้ำ เลยกลายเป็นว่าตอนนี้เอลลี่เหลืออยู่แค่ชุดชั้นในเท่านั้นที่ปกปิดร่างกาย แคโรไลน์มองแวบหนึ่งก่อนจะเมินหน้าไปอีกทาง เพราะสัดส่วนของเอลลี่นั้นดูดีมากถึงแม้เจ้าตัวจะตัวเล็กก็ตาม แคโรไลน์ไม่อยากมองเพราะจะเป็นการเสียมารยาท ถ้าเป็นเควินเธอจะไม่รู้สึกแบบนี้เลย แต่นี่เอลลี่เพิ่งจะมาเป็นน้องสาวของเธอ เลยไม่อยากทำอะไรแบบนั้นให้อีกคนอึดอัด

“เธอใส่เสื้อก่อนไหม?” แคโรไลน์มัวแต่มองไปทางอื่นเลยไม่เห็นสายตาที่ซุกซนและเจ้าเล่ห์ของเอลลี่

“ทำไม พี่แครล์รู้สึกอะไรกับฉันงั้นเหรอ?”

“อะไร?” แคโรไลน์ไม่เข้าใจความหมายนั้น

“เปล่าค่ะ”

ร่างสูงพยักหน้า เธอกำลังตั้งท่าจะเดินออกประตู แต่เอลลี่ขว้างเอาไว้ก่อน แถมยังเอามือทั้งสองโอบคอเธอเอาไว้อีกต่างหาก

“พี่แครล์ช่วยหยิบเสื้อให้ฉันที มันแขวนอยู่ข้างหลังพี่น่ะคะ”

แคโรไลน์รู้สึกแปลกๆ ในท่าทีของอีกคน แต่เธอก็คร้านที่จะคิดอะไรมาก เลยเอี้ยวตัวไปหยิบเสื้อของเอลลี่ที่แขวนอยู่ด้านหลัง แต่อีกคนเคลื่อนตัวเสียก่อน

“โอ๊ะ เดี๋ยวฉันหยิบเองดีกว่า”

แล้วอีกคนก็เปลี่ยนใจกะทันหัน เธอเบียดตัวเข้ามาใกล้แคโรไลน์มาก จนคนตัวสูงต้องถอย และเกือบสะดุดหงายหลัง ด้วยสัญชาตญาณที่จะล้มแคโรไลน์เลยคว้าเอวของเอลลี่เอาไว้ ซึ่งอีกคนรอจังหวะนี้อยู่แล้ว ร่างเล็กแสร้งเซไปซบอกแคโรไลน์ เห็นได้ชัดว่าเอลลี่ชอบตรงนี้เป็นพิเศษเพราะเธอตั้งใจฝังหน้าลง กลิ่นน้ำหอมของแคโรไลน์ทำให้เอลลี่รู้สึกอารมณ์พลุกพล่านขึ้นมา เธอต้องการแคโรไลน์มากขนาดไหนในเวลานี้ แต่เธอไม่อยากบอกเรื่องนี้กับพี่สาวสุดที่รักหรอกนะ การที่ได้ใกล้ชิดแบบนี้สมใจเอลลี่มากเลย น่าเสียดายที่แคโรไลน์ยังมีเสื้อผ้ากั้นเอาไว้อยู่ แต่ถึงยังไงเอลลี่ก็สัมผัสได้ว่ามีไออุ่นและเนื้อนุ่มนิ่มของหน้าอกอีกคนให้ได้มโนเห็นภาพ

“เอลลี่…ขยับไปหน่อย มันอึดอัดนะ”

ประตูห้องลองชุดเปิดผลัวะออก เอลลี่กรีดร้องตกใจรีบหยิบชุดของตัวเองมาปิดทันที

“แคโรไลน์!” ร่างบางที่อยู่หน้าประตูตะคอกใส่แคโรไลน์

“จอร์จิน่า? คุณมาทำอะไรที่นี่”

“มาขัดความสุขของเธอกับยัยนี่ไง!”

เอลลี่ตกใจในทีแรก และเปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าทำให้จอร์จิน่าหึงหวงได้สำเร็จโดยที่ไม่ต้องเพิ่งแผนการอะไรให้มากความ

“คุณว่าไงนะคะ ฉันไม่ได้…”

“ชิ! คิดจะทำอะไรกันโดยที่ไม่เลือกสถานที่เลยหรือไง น่าโมโหจริงๆ”

จอร์จิน่าส่งสายตาเหยียดหยามทั้งคู่ ก่อนจะคว้าหมับที่ข้อมือคนตัวสูง และดึงออกไปจากห้องลองชุด

“พี่แครล์ จะทิ้งฉันอย่างนี้เลยเหรอ!” เอลลี่โผล่หน้าออกมาจากประตู เพราะตัวเธอนั้นกำลังกึ่งโป๊อยู่ แคโรไลน์ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่จอร์จิน่า เดินเข้าไปหาเอลลี่เสียก่อน

“เธอมาได้เองก็กลับได้เองสิยะ จะมาเรียกร้องอะไร”

“เธอนั่นแหละยัยจิ้งจอก โผล่มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น”

จอร์จิน่าแสยะยิ้ม เธอล้วงเงินออกมาจากกระเป๋า ปึกหนาพอควร ก่อนจะใช้แรงฟาดเงินจำนวนนั้นใส่หน้าเอลลี่อย่างแรง

“จอร์จิน่า คุณทำอะไรน่ะ!” แคโรไลน์ร้องเสียงหลง เมื่อได้เห็นประโยคที่ว่าใช้เงินฟาดหน้ากลายเป็นจริงก็วันนี้

“เงินนี่จ่ายเพื่อไม่ให้เธอมายุ่งกับแคโรไลน์อีก และถ้าเธอไปฟ้องเรื่องนี้กับฟลอเรนซ์อีก ฉันรับรองได้เลยว่า เรื่องหน้าไม่อายของเธอจะหลุดออกมาจากปากของฉันแน่ๆ ฉันจะแฉเธอ!”

“…!” เอลลี่ขบกรามแน่น เธอไม่มีอะไรที่จะไปต่อรองจอร์จิน่าได้เลย เธอได้แต่มองตามจอร์จิน่าที่ลากแคโรไลน์ไปจนสุดสายตา และความแค้นเริ่มก่อตัว



“จอร์จิน่าคุณทำอะไรของคุณ เล่นแรงไปแล้วนะ” แคโรไลน์เอ็ดจอร์จิน่าทั้งๆ ที่ยังโดนลากอยู่

“เลิกถามฉันได้แล้ว รำคาญ!”

“คุณไม่อายคนอื่นบ้างหรือไง”

แน่นอนว่าจอร์จิน่าลืมความอายไปในทันที เธอแทบจะลืมไปว่ามีคนมุ่งดูเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ แต่คนก็ไม่ได้มากพอที่จะเป็นข่าว

จอร์จิน่าปล่อยมือจากอีกคนเมื่อเห็นว่าลากมาได้ไกลพอสมควร

“เหอะ ที่อย่างนี้อายเป็นด้วยเหรอ แล้วตอนที่ทำอะไรกับยัยนั่นที่ห้องลองชุดน่ะไม่น่าอายเลยงั้นซิ!”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรแบบที่คุณคิดสักหน่อย”

“ยืนกอดกันท่านั้นควรคิดว่านั่งเล่นขายของกันอยู่งั้นสิ” จอร์จิน่ากระฟัดกระเพียด

“จอร์จิน่า ฉันจะไปทำอะไรอย่างที่คุณว่ากับเอลลี่ได้ยังไง ฉันเป็นพี่สาวนะ”

“เธอไม่ได้อยากทำแต่ยัยนั่นอยาก ให้ตายเถอะ! สมองของเธอมันเด็กประถมหรือยังไงถึงคิดไม่ออกว่ายัยน้องสาวนั่นกำลังจะปล้ำเธออยู่”

“…?” มันช่างเป็นคำพูดที่ชวนให้แคโรไลน์ตกตะลึง สำหรับเธอแล้วไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอย่างนั้นเลยสักนิด ถึงแม้เอลลี่จะชอบมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆ เธอก็เถอะ แคโรไลน์ปัดความคิดนั้นออกจากหัว เมื่อจอร์จิน่าดึงชายเสื้อของเธอให้เดินหน้าต่อ

“แล้วคุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ?”

“…!” จอร์จิน่าหยุดเดิน เธอไม่ได้ตอบคำถามแคโรไลน์

“คุณสะกดรอยตามฉันมาเหรอ?”

“มันบังเอิญต่างหาก!” จอร์จิน่าหันมาใช้เสียงเข้มกับอีกคน

แต่จริงๆ แล้วจอร์จิน่าโกหก เธอบอกให้ป้าแอนเน็ต และแกรี่คอยจับตามองเอลลี่ ถ้าหากทั้งสองเห็นมาติดต่อหาแคโรไลน์ให้โทรรายงานเธอด่วน และยัยเด็กนี่ก็ไปหาแคโรไลน์ถึงเพนท์เฮ้าส์ของเธอเลยทีเดียว ป้าแอนเน็ตโทรมาบอกเธอตอนที่กำลังคุยงานกับลูกค้าที่ล็อบบี้ตึกแถวๆ นั้น เป็นเหตุให้เธอต้องมาที่นี่ทั้งๆ ที่คุยงานกับลูกค้าไม่เรียบร้อย หากจะถามเหตุผลว่าทำไมเธอถึงรีบมาขนาดนี้ จอร์จิน่าก็ไม่รู้เหตุผลของตัวเองเหมือนกัน ขนาดเธอยังงงกับอารมณ์ของตัวเองที่ไม่ต้องการให้แคโรไลน์กับเอลลี่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง

“มันจะไม่บังเอิญเกินไปเหรอคะ”

จอร์จิน่ากลอกตา และแสร้งเมินไปทางอื่น กว่าจะตามหาทั้งสองคนได้เธอต้องใช้หัวคิดอันชาญฉลาด แอบให้เงินพนักงานรักษาความปลอดภัยตรวจสอบในกล้องวงจรปิด และตามทั้งสองคนจนเจอ

“ฉันรู้ก็แล้วกันล่ะ”

“ทำไมคุณต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย ยังกับว่า…หึง ยังงั้นแหละ”

“ใครหึงใคร สำคัญตัวผิดจริงๆ เลยเชียว!” จอร์จิน่าสวนกลับทันควัน

แคโรไลน์ยิ้มที่มุมปาก แล้วแกล้งแหย่อีกคน

“ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นแล้วฉันจะกลับไปหาเอลลี่ล่ะค่ะ”

แคโรไลน์หมุนตัวจะเดินออกไป แต่จอร์จิน่ากระชากแขนเอาไว้

“นี่อย่านะ ฉันจ่ายยัยนั่นไปเยอะเลย!”

“คุณห่วงเรื่องเงินหรือฉันกันแน่”

จอร์จิน่าสะอึกกับคำพูดนั้น เธอไม่รู้ และไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“ถ้าอย่างนั้นฉันอยากจะบอกคุณว่า คุณควรมีเหตุผลและควบคุมอารมณ์มากกว่านี้ อารมณ์ของคุณน่ากลัวมากนะจอร์จิน่า”

“ก็ยัยนั่นชอบมายุ่งกับของของฉันนี่!” ด้วยความที่เป็นคนที่อารมณ์ร้อน จอร์จิน่าเลยโผงออกไปแบบนั้น แคโรไลน์มองเธอนิ่ง

“ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ”

“แล้วไง เธอน่ะเป็นสิ่งของ เป็นของฉัน!”

“นั่นก็ชัดเจนแล้วว่าคุณเป็นคนยังไงจอร์จิน่า คุณนิสัยไม่ดี และฉันผิดหวังในตัวคุณ” น้ำเสียงเย็นเฉียบและใบหน้าที่เย็นชาของแคโรไลน์เรียกสติของจอร์จิน่าอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลสว่างมองเธอด้วยโทสะที่จอร์จิน่าไม่เคยเห็นมาก่อน

จอร์จิน่าพูดอะไรไม่ออกในตอนนั้น และแคโรไลน์เดินหนีหายจากไป จอร์จิน่าไม่ได้รั้งแคโรไลน์เอาไว้ เธอได้แต่ยืนทบทวนสิ่งที่เธอพูดออกไป ทำไมเธอถึงได้รู้สึกผิดล่ะ ทั้งๆ ที่ไม่เคยแคร์คำพูดตัวเองด้วยซ้ำแต่ทำไมต้องเก็บมาคิดได้ขนาดนี้ ก็ช่างซิ! แคโรไลน์ทำเธอโมโหเองนี่หน่าช่วยไม่ได้

ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนโกรธไม่ใช่เธอสักหน่อยแคโรไลน์ งี่เง่า!



จอร์จิน่าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะมานั่งรอการกลับมาของแคโรไลน์จนถึงห้าทุ่ม จอร์จิน่ามานั่งๆ นอนๆ คิดแล้ว เธอก็คิดว่าคำพูดของตัวเองแรงไปจริงๆ นั่นแหละ เอลลี่คงจะสะใจที่เธอกับแคโรไลน์ผิดใจกันสินะ แต่แล้วทำไมเธอถึงต้องคิดมากเรื่องนี้ด้วยเนี่ย คนอย่างจอร์จิน่า เวสท์ จะต้องมานั่งรอง้อแคโรไลน์อย่างนั้นน่ะเหรอ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

ใช่! ฉันไม่ง้อหรอก ไม่เคยง้อ ไปนอนดีกว่า

แล้วประตูห้องก็เปิดออกได้จังหวะกับที่จอร์จิน่าลุกจากโซฟาพอดี ร่างสูงที่เข้ามาในตัวบ้านมองจอร์จิน่าด้วยความแปลกใจ

“คุณ…มารอฉันเหรอคะ?”

“เปล่า ฉันแค่มาดูทีวี” จอร์จิน่าปฏิเสธหน้ายุ่งแล้วหวังจะเดินขึ้นบันได แต่คำพูดของแคโรไลน์หยุดเธอเอาไว้เสียก่อน

“ฉันขอโทษค่ะ”

“…?!” จอร์จิน่าอึ้งไป ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากแคโรไลน์ มันเกินคาดเธอมากเลย

“ฉันขอโทษที่พูดว่าคุณนิสัยไม่ดีและผิดหวังในตัวคุณ”

“แล้วเธอจะมาทวนซ้ำให้ฉันหงุดหงิดทำไมล่ะ”

แคโรไลน์ทำหน้ารู้สึกผิด ดวงตาสีน้ำตาลสว่างของอีกคนสั่นไหว แต่จอร์จิน่ากลับมองว่าตอนนี้ดวงตาคู่นั้นสวยมากแค่ไหน

“ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว ฉันใช้คำพูดที่แรงเกินไป เพราะงั้น…”

“ไม่เป็นไรหรอก ก็ถือว่าหายๆ กันไปก็แล้วกัน ฉันเองก็พูดไม่ดีกับเธอ ขะ ขอโทษด้วยล่ะกัน”

“…?”

“ทำหน้าอึ้งแบบนั้นทำไม”

“ฉันแค่ตกใจที่ได้ยินคุณพูดขอโทษ”

“งั้นก็ทำเป็นไม่ได้ยินซะสิ” จอร์จิน่ากอดอก แล้วเชิดหน้าไปอีกทางอย่างคุณหนูผู้เอาแต่ใจ

แคโรไลน์ยิ้มเมื่อเห็นท่าทีนั้น

“ช่วยไม่ได้นี่คะ ก็ฉันดันได้ยินแล้ว”

“ชิ!”

จอร์จิน่าแสร้งหงุดหงิด แต่ภายในใจนั้นเธอโล่งอกมากกว่าที่แคโรไลน์ไม่ได้โกรธเธอมากมายอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ มิหนำซ้ำยังมาขอโทษเธอก่อนอีกต่างหาก

“พรุ่งนี้ฉันจะไปดินเนอร์ที่มิดทาวน์ร้านโปรดของฉัน”

“คะ…?” แคโรไลน์ออกอาการงงหน่อยๆ ที่จู่ๆ จอร์จิน่าก็พูดเรื่องอาหารมื้อค่ำของพรุ่งนี้ขึ้นมา

“ฉันอยากให้เธอไปด้วย แบบไม่ได้ไปยืนเฝ้าฉันเหมือนทุกที ฉันจะ…จะ ฉันจะให้เธอไปในฐานะ…เพื่อน ไม่ใช่บอดิ้การ์ด”

“…?”

“มีอะไรน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“คุณจะชวนฉันไปเดท…แบบเพื่อนเหรอคะ”

“แล้วมันไม่ดีตรงไหน”

“คุณเห็นฉันเป็นเพื่อนแล้วเหรอคะ”

“ชิ จงภูมิใจเอาไว้เถอะ คนอย่างฉันน่ะไม่ใช่ว่าใครก็ได้เป็นเพื่อนกันง่ายๆ หรอกนะ”

น้ำเสียงหยิ่งๆ นั้นทำให้แคโรไลน์ยิ้มออกมาได้บ้าง หรือบางทีนี่อาจจะเป็นการเลี้ยงข้าวเพื่อไถ่โทษที่พูดไม่ดีกับเธอกันแน่นะ มียกให้เป็นเพื่อนอีกต่างหาก น่าแปลกจริงๆ เธอตามอารมณ์จอร์จิน่าไม่ทันอีกแล้วสินะ

“ถ้าอย่างนั้น คุณไม่ลองไปที่ฟลอริด้าดูล่ะคะ เพื่อนส่วนใหญ่ของฉันชอบไปที่นั่นนะ”

“เธอชวนฉันไปฟลอริด้าเหรอ? มันไกลไปไหม”

“โอเค งั้นเราก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน”

“ฮึ่ย! เรื่องมากจริงๆ เลย!”

แคโรไลน์ยิ้ม

“ก็ได้ จะไปวันไหนก็บอกมาแล้วกัน ฉันไปนอนล่ะ”

จอร์จิน่าพูดแค่นั้นก็เดินขึ้นห้องไปพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม จอร์จิน่าแปลกใจในความรู้สึกของตัวเองที่ทำไมถึงได้ลิงโลดขนาดนี้ ก็แค่แคโรไลน์ชวนไปฟลอริด้าแค่นั้นเอง ทำไมเธอต้องดีใจยังกับได้ของขวัญวันเกิดเป็นชุดเพชรราคาหลายล้านบาทไปได้

เลิกคิดได้แล้วจีน่า เธอเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย!



รีเบคก้าใช้เวลาอยู่ที่ห้องเสื้อนานมากทั้งอาทิตย์นี้ เธอไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยเพราะงานที่แน่นจนล้นมือ เมื่อเดือนที่แล้วเธอตอบรับว่าจะเป็นสไตล์ลิสให้กับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ที่ค่อนข้างจะหนักในเรื่องแฟชั่นของตัวเอก เพราะอย่างนั้นที่ห้องเสื้อของเธอเลยมีนางเอกคนดังเข้าๆ ออกๆ อยู่ตลอดเวลา เธอจะมาปรึกษาเรื่องเสื้อผ้า แม้กระทั่งชุดที่อยากให้ออกแบบใหม่ และทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เลยทำให้รีเบคก้ายุ่งสุดตัวเลยล่ะ

จนกระทั่งเธอตัดสินใจรับ เอวา ซิมป์สัน มาเป็นผู้ช่วยของเธออีกคนหนึ่ง เอวาเป็นเด็กที่อายุแค่ยี่สิบสามปี แต่เธอมีความคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย และเข้าใจเรื่องแฟชั่นได้น่าตกตะลึงมาก เพราะงั้นรีเบคก้าเลยรีบคว้าตัวเอาไว้เพื่อที่จะมาช่วยงานเธอในตำแหน่งผู้ช่วยเธออีกคนหนึ่ง

“คุณรีเบคก้ากลับบ้านได้แล้วนะคะ มันดึกมากแล้ว เดี๋ยวฉันทำต่อให้ค่ะ” จูเลียหนึ่งในผู้ช่วยของเธอเอ่ยขึ้นขณะที่เดินเอาน้ำดื่มมาวางให้เธอที่โต๊ะทำงาน

“เดี๋ยวสิก็งานมันล้นมือขนาดนี้จะให้ฉันปลีกตัวกลับได้ยังไง ถึงแม้เธอจะช่วยได้มากก็เถอะ”

“งั้นฉันก็จะอยู่เป็นเพื่อนค่ะ อีกไม่นานก็จะรับผู้ช่วยคนใหม่อีกคนมาแล้ว ค่อยมายุ่งเอาตอนนั้นก็ได้นี่คะ” จูเลียสาวผมบลอนด์ และหน้าตาสะสวยนั่งลงที่โซฟา เธอหยิบแล็ปท็อปมาและตั้งใจทำงานต่อ

เมื่อรีเบคก้าเห็นอย่างนั้นแล้วก็รู้สึกผิด เธอใช้แรงงานลูกน้องมากเกินไปหรือเปล่านะ

“นี่จูเลีย เธอกลับไปก่อนเถอะ”

“แล้วคุณจะได้ทำงานคนเดียวน่ะสิคะ”

“ฉันก็จะกลับแล้ว”

จูเลียหรี่ตามอง “คุณโกหก”

“โอเค ฉันทำต่ออีกสักชั่วโมงจะกลับ”

“ถ้าคุณสัญญาแบบนั้นก็ดีแล้วค่ะ เพราะงั้นอีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะโทรเช็ค”

รีเบคก้าพยักหน้า

จูเลียกับรีเบคก้าทำงานมาด้วยกันหลายปี เพราะอย่างนั้นเลยเหมือนเพื่อนมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องไปทุกวัน จูเลียเป็นห่วงรีเบคก้าในทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องงาน ถ้าเป็นเรื่องงานเข้ามายุ่งเกี่ยวแล้วล่ะก็ เจ้านายของเธอเป็นอีกคนหนึ่งแหละที่สู้ตายจนลืมลิมิตของตัวเองไป

“ฉันกลับก่อนนะค่ะ”

“โอเค”

ผ่านไปยี่สิบนาทีที่รีเบคก้าทำงานอยู่ในห้องทำงาน เธอรู้สึกแปลกๆ เมื่อไฟในห้องทำงานกะพริบถี่กัน และได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกกระทบพื้น เล่นเอาเธอสะดุ้งโหยงขึ้นมาทันที จูเลียคงเล่นอะไรแผลงๆ อีกแล้วสินะ คงยังไม่กลับบ้านล่ะสิ คิดจะก่อกวนเธอแบบนี้งั้นสินะ

“จูเลีย นั่นเธอใช่ไหม?”

เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ

“จูเลีย เธอจะล้อเล่นกับฉันอีกแล้วใช่ไหม คราวที่แล้วก็แต่งคอสเพลย์ เฟรดดี้ ครูเกอร์ มาแกล้งฉันเลยนะ ครั้งนี้จะอะไรอีกล่ะ”

รีเบคก้าลุกขึ้นและเปิดออกไปนอกห้องทำงาน เพื่อตั้งรับการกลั่นแกล้งของผู้ช่วยขี้แกล้งของเธอ

แต่ปรากฏว่า ข้างนอกนั้นมืดสนิท มีเพียงไฟจากตึกตรงข้ามที่ส่องแสงบางเบาลอดเข้ามา

“ไฟดับเหรอ?” รีเบคก้าเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที ที่ไฟดับทั้งตึก แต่ห้องทำงานของเธอดันสว่างเสียอย่างนั้น คงไม่ใช่จูเลียแล้วล่ะ เธอคงจะต้องติดต่อ รปภ. ข้างล่างให้เช็คดูให้เสียแล้ว

รีเบคก้าหมุนตัวเพื่อที่จะกลับไปที่ห้องโทรติดต่อหารปภ.ข้างล่าง แต่มีบางอย่างทำให้เธอต้องทรุดลงไปกับพื้น

“…!”

รีเบคก้าโดนอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่หัวอย่างจัง ทำให้เธอล้มคว่ำหน้าลงกับพื้น แรงนั้นส่งผลให้เธอเจ็บชาและมึนที่หัว เห็นดาวระยิบระยับเลยทีเดียว ก่อนที่อาการปวดตุ๊บๆ จะเกิดขึ้น รีเบคก้าใช้มือแตะที่หัว และก็ต้องตกใจเพราะมีของเหลวเหนี่ยวข้นไหลออกมาก เธอเกือบเป็นลมลมพับไปทันทีที่เห็นเลือดตัวเอง และตอนนั้นที่ความเจ็บปวดถาโถมใส่เธอ

เกิดอะไรขึ้น ขโมยเหรอ?!

เมื่อคิดได้ดังนั้นรีเบคก้าก็พยายามที่จะฝืนตัวลุกขึ้น แต่ยิ่งเธอขยับก็ดูเหมือนว่าหัวสมองเธอกำลังจะระเบิดยังไงยังงั้น แขนทั้งสองของรีเบคก้ายันตัวค่อยๆ ลุกขึ้น

“…!”

เฮือก!

รีเบคก้ากำลังจะลุกขึ้นแต่ก็มีแรงบางอย่างทับลงที่กลางหลังของเธอ ทำให้เธอทรุดลงไปอีกครั้ง เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดของเข่า ผมของเธอถูกกระชากโดยใครบางคนจนหน้าหงายไปด้านหลังตามแรงกระชาก รีเบคก้าส่งเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดทันที

“ยินดีที่ได้รู้จัก รีเบคก้า อาร์เชอร์ เพื่อนคนสนิทของ จอร์จิน่า เวสท์”

เสียงผู้หญิง?

เสียงหัวเราะ หึหึ ในลำคอ ผู้หญิงคนนั้นกระซิบเสียงเบาแต่หนักแน่นที่ข้างหูของเธอ ก่อนจะงับที่ใบหูของรีเบคก้าแรงๆ ทีหนึ่ง

รีเบคก้าเบิกตาตกใจหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม เธอตัวสั่นสะท้านราวกับเป็นโรคร้ายที่ใกล้ตาย คำพูดของจอร์จิน่าไหลเวียนเข้ามาในหัวของเธอไม่ขาด

ผู้หญิงสำเนียงรัสเซีย

ใช้น้ำหอมวาเลนติโน่

แค่คิดเรื่องนี้รีเบคก้าก็อยากจะอาเจียนออกมา ยัยโรคจิตที่จอร์จิน่าพูดถึงนั้น ได้มาอยู่ที่นี่ และตรงนี้กับเธอแล้ว

“จอร์จิน่ามีคนคุมแจฉันก็เลยเข้าหาไม่ได้ ส่วนเอลิซาเบธก็เป็นข่าว และนักข่าวตามตัวอยู่ นั่นก็เป็นเรื่องยากสำเร็จฉัน แต่เธอ…เธอช่างไร้การป้องกัน ฉันเหงาและไม่มีเพื่อนเล่น ขอเล่นด้วยได้ไหม?”

รีเบคก้าส่ายหน้า เธอกลัวมากจนทำตัวไม่ถูก ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาคุกคามเธอได้ถึงขนาดนี้มาก่อน

“ใจร้ายจัง ดูสิ เธอตัวสั่นเหมือนแมวตัวน้อยๆ เลย”

ผู้หญิงคนนั้นลูบผมเธอช้าๆ มันอ่อนโยนก็จริงแต่รีเบคก้าไม่ชอบสัมผัสแบบนี้

“เธอต้องการอะไร!” รีเบคก้าถามทั้งๆ ที่กลัวจนเนื้อเต้น

“ก็แค่…อยากเห็นจอร์จิน่าเป็นบ้าน่ะ คงสนุกดี”

รีเบคก้าออกแรงดิ้นคลุกคลักอยู่ใต้การกดทับนั้น แต่ไม่เป็นผล เพราะเธอยิ่งดิ้นเข่าของคนที่ได้เปรียบก็กดลงแน่น รีเบคก้าเจ็บจนน้ำตาไหล เธอนึกว่าหลังของเธอจะหักเป็นสองท่อนเสียแล้ว

“อย่าทำเหมือนเป็นหนังฆาตกรรมสิ ฉันไม่ได้ทำร้ายเธอขนาดนั้นหรอก แค่อยากเล่นด้วย”

รีเบคก้ารู้สึกตาลาย อาจจะเป็นเพราะเลือดที่ไหลลงมาจนถึงค้างของเธอ หรือไม่ก็เธอหายใจไม่ออกเพราะนอนคว่ำหน้าโดนกดทับอยู่

“ฉัน อย่า…อย่าทำอะไรฉันเลยนะ…!” คำขอของรีเบคก้าขาดหายไปเพราะเสียงกรีดร้องของเธอ เมื่อผู้หญิงบนร่างของเธอใช้ฟันกัดลงที่ไหล่เปลือยของเธออย่างแรง และตอนนั้นรีเบคก้าร้องไห้น้ำตาไหลพราก เธอร้องไห้จนสะอึกสะอื้นตัวสั่นทึ่มด้วยความหวาดกลัว และคิดในหัวว่าต่อไปนี้เธอขยาดที่จะใส่ชุดเปลือยไหล่

ฉันอาจจะตาย ตายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ใครจะช่วยฉันได้ในตอนนี้…ไม่มีวี่แววเลย

“ตัวของเธอนุ่มนิ่มดีจริงๆ แถมเธอยังเป็นคนน่ารักด้วยนะ อยากจะกิน…!”

“ไม่!”

มือที่ซุกซนของผู้หญิงคนนั้นลูบที่เอวคอดของเธอ และตอนนั้นที่รีเบคก้าฮึดสู้ เธอใช้กำลังที่มีส่งไปที่แขนยันตัวเอง และเอียงตัวในองศาที่พอดี ทำให้หลุดออกไปจากการกดทับนั้นได้ แต่เธอก็ปวดตุ๊บๆ ที่หัว และตัวของเธอพลิกกลิ้งไปชนที่โคมไฟขาตั้งในร้าน ผู้หญิงคนนั้นตกใจในการกระทำของเธอ แต่ก็ตามมาอย่างไว้ และนั่งทับตัวรีเบคก้าเอาไว้ มือตะครุบปิดตาของรีเบคกาได้ทัน น่าเสียดายที่เธอไม่ได้เห็นใบหน้านั้น

“ลูกเล่นของคนใกล้ตายที่มันน่าทึ่งจริงๆ เอาล่ะ มาเล่นกัน”

“…!”

รีบเคก้าที่เรียกว่าอ่อนแอสุดในกลุ่มเพื่อนโดนปิดตาเอาไว้ด้วยเนกไท เธอโดนมัดมือมัดเท้าได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีแรงสู้อะไรเลย จากนั้นก็โดนลากไปพิงที่ผนัง

ผู้หญิงคนนั้นใช้เท้าเขี่ยเธอที่ขา

“อ่อนแอจัง ขนาดจอร์จิน่ายังดิ้นรนกว่าเธออีกนะ ตอนนั้นฉันก็เหนื่อยแทบแย่ แต่เธอ…กระจอกจัง”

อยากดูถูกก็เอาซะให้พอใจ จอร์จิน่าน่ะ มือตบประจำกลุ่มเลย แต่นี่ไม่ใช่เวลามาชื่นชมจอร์จิน่าหรอกนะ เพราะรีเบคก้ารู้สึกกลัวตายอย่างสุดๆ แล้วในตอนนี้

“…!”

รีเบคก้ารู้สึกชาที่ใบหน้าทั้งสอง เพราะอยู่ๆ เธอก็โดนฝ่ามือฟาดลงมาอย่างแรง มันหนักมากพอที่จะให้เธอรู้สึกถึงกลิ่นคาวของเลือดที่คละคลุ้งในปาก

ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวมาก เธอรวดเร็ว และมือเท้าหนัก เป็นอย่างที่แคโรไลน์และจอร์จิน่าเล่าให้ฟังอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ถ้าไม่ได้เจอกับตัวคงไม่รู้หรอกว่า ผู้หญิงโรคจิตคนนี้อันตรายขนาดไหน

“อ๊ะ..!” รีเบคก้าสะดุ้งโหยงเมื่อจมูกของผู้หญิงคนนั้นแตะลงที่ปลายค้างของเธอ แถมปลายลิ้นร้อนๆ ของยัยโรคจิตนั่นยังเลียที่ริมฝีปากของเธอเร็วๆ ทีหนึ่ง

กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนนี้ทำให้รีเบคก้าเอียนจริงๆ เธอคงจะกลัวทุกคนที่ใช้น้ำหอมกลิ่นนี้อย่างแน่นอน

“ฉันชอบกลิ่นของเธอรีเบคก้าตัวน้อย”

“…”

“ช่วยส่งข้อความหาจอร์จิน่าด้วยนะ ว่าทั้งหมดมันไม่ช่วยอะไรหรอก มีบอดี้การ์ดไปก็แค่นั้น เพราะฉันรู้แล้วว่าสิ่งที่จะทำให้จอร์จิน่าเจ็บปวดได้ก็คือ…คนใกล้ตัว ฉันจะทำแบนนี้กับคนที่จอร์จิน่ารักไปเรื่อยๆ จนกว่ายัยนั้นจะประสาทเสีย รายต่อไปใครกันนะ ยัยป้าแก่ๆ คนนั้น หรือว่าน้องชายผู้หล่อเหลาของยัยนั่นดี”

“เธอมันโรคจิตเกินไปแล้ว..!”

รีเบคก้าโดนตบอีกครั้ง

“ฉันบอกให้เธออ้าปากพูดเหรอยัยลูกแมว!”

“…”

“ฝากไปบอกจอร์จิน่าด้วยนะ บอกให้ชัดทุกคำเลยนะที่รัก”

เสียงร้องของรีเบคก้าดังขึ้น คราวนี้มันดังมากจนกลายเป็นกรีดร้องเสียงแหลมราวกับจะขาดใจ เพราะแรงถีบอย่างหนักหน่วงส่งลงมาที่แขนของเธอ รีเบคก้ารู้สึกเจ็บชาและไหล่ข้างซ้ายคงใช้งานไม่ได้ในเร็วๆ นี้แน่ เธอรู้สึกได้ว่าไหล่หลุดไปแล้ว เพราะขยับแขนซ้ายไม่ได้เลย

“อย่า…อย่าทำแบบนี้ ฉันขอร้อง”

“แต่ฉันยังชอบเสียงกรีดร้องของเธออยู่เลยนี่นะ”

“…!”

“แต่ฉันก็เห็นใจอยู่ เธอมันอ่อนแอนี่ เข้าใจแล้วๆ แค่นี้ก็ได้”

รีเบคก้าไม่รู้ว่ายัยบ้านั้นพูดเรื่องอะไร และสีหน้าเป็นแบบไหน เธอโดนปิดตาอยู่ สุดท้ายก็มีอะไรหนักๆ ตีลงมาที่ท้ายทอย โลกทั้งใบมืดลงไปทันที

เสียงสุดท้ายที่รีเบคก้าเอ่ยในใจดังก้อง

จอร์จิน่า…




___________________________________________

จบตอน.... ความสัมพันธ์ของแครล์กับจีน่าก็ค่อยๆเป็นค่อยไป

ต่างคนต่างเริ่มแอบแฝงความรู้สึกเล็กๆน้อยให้กัน

ส่วนผู้หญิงโรคจิตคนนั้น ก็จะโผลมาก่อกวนเป็นระยะๆ หุหุหุ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #17 Pang51045 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 13:10
    อยากอ่านคู่ขอบรีเบคก้าค่ะ
    #17
    0
  2. #16 Pang51045 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 13:10
    ชอบมากค่ะ
    #16
    0
  3. #15 Zivach (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 12:38

    ตอนต้นเรื่องงานของรีเบคก้าก็โดนโจรบุก ตอนนี้ยังมาโดนคนโรคจิตบุกมาทำมิดีมิร้ายอีก โธ่ทำไมซวยอย่างงี้
    #15
    0