[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 15 : THIRTEEN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    17 พ.ย. 61

จอร์แดนนั่งขลุกอยู่กับทีวีตั้งแต่เช้า โซฟาตรงนี้กลายเป็นที่นอนของเขาไปเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่แคโรไลน์เข้ามาดูแลพี่สาวเขาตามคำสั่งของพ่อ ห้องนั้นเลยยกให้เป็นห้องของแคโรไลน์ไป ส่วนเขาก็ไม่ได้คิดมากหรือเก็บไปคิดยุ่งยากอะไร ถึงแม้แต่ก่อนเขาจะนอนห้องนั้นก็จริง แต่จอร์แดนไม่ชอบหรอกเพราะไม่มีทีวีให้เขาดู เขานอนตรงนี้สะดวกที่สุด

“วันนี้พี่ไม่ออกไปไหนเหรอ?” เขาถามพี่สาวที่ดื่มชาอยู่เคาท์เตอร์ครัว และดูเหมือนว่าจอร์จิน่าจะไม่ได้ยินคำถามของเขา

“พี่”

“…”

“จีน่า!”

“อะไร อยู่กันแค่นี้เสียงดังทำไม” อีกคนสะดุ้งจนแก้วแทบจะร่วงออกจากมือ ก่อนจะทำหน้าคาดโทษน้องชาย

“พี่นั่นแหละผมพูดด้วยก็ไม่ได้ยินเอง”

“มีเรื่องต้องคิดน่ะ ป้าแอนเน็ตออกไปซื้อของนานจัง”

“พี่อยากออกไปข้างนอกเหรอ ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวป้าก็มา พี่ไปเถอะไม่ต้องห่วงผมหรอก” จอร์แดนรู้ว่าจอร์จิน่าห่วงเรื่องอาหารการกินของเขามากแค่ไหน นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วก็เลยกะว่าจะอยู่รอให้ป้าแอนเน็ตมาทำอาหารให้เขากินเสียก่อน เธอจึงออกไปข้างนอกอย่างสบายใจ

“จะว่าไปก็มีคนออกไปข้างนอกเยอะจังวันนี้ พี่แครล์ก็ออกไปข้างนอกได้สองชั่วโมงแล้ว”

“ไปไหน?”

“เห็นบอกว่าไปทำธุระแทนแม่น่ะ”

จอร์แดนตอบแล้วลุกจากโซฟาไปหยิบแอปเปิลจากตะกร้าที่วางอยู่ตรงหน้าพี่สาว

“พี่ดูเป็นกังวลนะ เรื่องพี่ลิซหรือเปล่า?”

“อย่ามาทำเป็นรู้ดี”

จอร์จิน่าเก๊กไปอย่างนั้นแหละ จริงๆ แล้วเธอคิดเรื่องเอลิซาเบธเพื่อนสนิทของเธอนั่นแหละ เธอไม่พอใจที่เอลิซาเบธไม่ยอมบอกเธอเรื่องแต่งงานกับเซบาสเตียนเพื่อหวังประโยชน์จากการแก้แค้นเฮเลน่า ส่วนเซบาสเตียนก็หวังให้ครอบครัวมีสุข โดยแอบเก็บภรรยาอีกคนไว้ที่บร็องซ์ นี่ถ้าเรื่องไม่เป็นข่าวดังเอลิซาเบธก็คงไม่ยอมบอกความจริงกับเธอ แถมเจ้าตัวยังสารภาพว่ารักกับเด็กอายุยี่สิบสามปีที่ชื่อ เทเรซ่า เกรส เด็กซุ่มซ่ามคนนั้นที่จอร์จิน่าเผลอไปมีเรื่องด้วย เมื่อทางรักมีอุปสรรคเอลิซาเบธก็เลยขอให้เธอช่วย แต่จอร์จิน่าไม่ยอมหรอก เธอไม่พอใจอะไรหลายๆ อย่างในการกระทำครั้งนี้ของเอลิซาเบธ เธอไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ หรอก

“ทำไมต้องโมโหขนาดนั้นด้วยนะ พี่ลิซจะหย่ากับสามีเหรอ ถ้าเป็นเรื่องนั้นพี่ควรไปปลอบใจพี่ลิซสิ ไม่ใช่มานั่งคิดมากอยู่อย่างนี้”

มันมีอะไรมากกว่าที่นายจะรู้น่ะสิแดน จอร์จิน่าไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับน้องชายของเธอหรอก

“ผมได้ข่าวว่าพี่ลิซมาง้อ…”

“หรือถ้าไม่มีปัญหาก็ไม่โผล่หน้ามาให้ช่วยสินะ”

“อะไร พี่เป็นคนใจร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่ เพื่อนมีปัญหาก็ต้องช่วยเพื่อนสิ”

“…”

“ตอนนั้นผมยังจำได้เลยว่าขนาดพี่เลี้ยงแมวชื่อเอลิซาเบธ พี่ลิซยังไม่บ่นสักคำ แถมพี่ยังเคยบังคับให้พี่ลิซนอนกับมันด้วย ร้ายกาจจริงๆ …ตอนนั้นพี่ลิซน้ำตาตกเลย แต่พี่อ้างว่าเป็นวันเกิดตัวเองพี่ก็เลยอยากเห็นพี่ลิซอยู่กับแมวตัวโปรด ผมจำได้พี่ถ่ายคลิปนั้นเก็บไว้ดูด้วย แล้วก็ยังตอนนั้นอีก พี่เกือบจมน้ำตายที่มิชิแกน พี่ลิซก็เป็นคนช่วย แล้วไหนจะพี่ทะเลาะกับพ่อตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ พี่ลิซก็มานอนเป็นพี่ตั้งสองอาทิตย์ …ยังมีอีก..”

จอร์จิน่าแตะมือลงที่ปากน้องชาย และดันให้พูดห่างๆ หูของเธอ

“พอ...พี่เบื่อเรื่องบุญคุณคน ฟังแล้วน่ารำคาญ”

“พี่ลิซเป็นแม่พระของพี่เลยนะ”

“โอเค…พี่จะออกไปข้างนอกแล้ว ถ้านายไล่พี่ออกจากบ้านด้วยวิธีนี้ล่ะก็ พี่คิดว่านายทำสำเร็จ”

จอร์จิน่าเดินขึ้นไปบนห้อง สักพักก็ออกมาพร้อมด้วยกระเป๋า

“ขากลับซื้อทาโก้มาให้ด้วย”

“ไม่รับฝากย่ะ พี่งอนนายอยู่”

“อ้าว แล้วกัน”

เมื่อเห็นว่าจอร์จิน่าเดินออกไปจากห้องแล้ว จอร์แดนก็ต่อสายหาแคโรไลน์ทันที

“พี่แครล์ พี่จีน่าเพิ่งออกไปข้างนอกครับ…ใช่ครับ ฝากดูพี่สาวผมด้วยวันนี้พี่อารมณ์ไม่ดี ครับผม”

จอร์แดนวางสาย

คิดว่าผมจะปล่อยพี่ไปง่ายๆ เหรอ พี่ต้องมีคนคุมจีน่า และคนนั้นต้องเป็นพี่แครล์



จอร์จิน่ามาที่เซ็นทรัลพาร์ก เธอไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว แม้ขนาดแกรี่ที่จอดรถให้เธอก็ถึงกับประหลาดใจที่เห็นเธอลงมาที่นี่ จอร์จิน่าคิดว่าการเดินเล่นในที่ที่มีคนเยอะๆ และสีเขียวๆ แบบนี้เธอจะเป็นอันตรายน้อยที่สุด แต่ถึงยังไงก็ประมาทไม่ได้ล่ะนะ

จอร์จิน่าเพิ่งเดินเล่นได้ไม่นานความสงบของเธอก็ถูกขัดขวางลงโดยแก๊งเด็กห้าคนอายุหกเจ็ดขวบ ผู้หญิงสองชายอีกสามคน เด็กพวกนี้เล่นเตะฟุตบอลในทางเดินหน้าตาเฉย จอร์จิน่าต้องเดินหลบเบี่ยงตัวไป เพราะกลัวว่าฟุตบอลนั่นจะกระเด็นมาโดนเธอ และในที่สุดจอร์จิน่าก็เดินปลีกออกมาได้

“ลูกเตะเทพเจ้า!”

จอร์จิน่าได้ยินเสียงเด็กชายคำรามเสียงดังเรียกพลังตัวเองดังแว่วมาจากด้านหลัง ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร

จนกระทั่ง…

“…!” ลูกฟุตบอลนั้นปลิวเหวอมาโดนหัวของเธอเต็มๆ จอร์จิน่าถึงกลับหน้าคะมำมองเห็นดาวในทันที จากนั้นเธอก็รู้สึกปวดตุบๆ ที่หัว

“นี่ ใครเตะมาโดนฉันสารภาพมาซะดีๆ” จอร์จิน่าจับหัวของตัวเอง แล้วหันไปแว้ดใส่เด็กๆ

“เหวอ!” เด็กทั้งห้าคนตกใจร้องประสานเสียง เมื่อคุณน้าคนสวยไม่ใช่คนใจดีอย่างที่คิด

“แม็กนัสทำ!” เด็กหญิงชี้ไปที่เด็กชายผมสีแดงฟันหลอ และเพื่อนๆ ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

“ผมไม่ได้ตั้งใจครับ ขอโทษคุณน้าด้วยครับ”

“แค่ขอโทษเนี่ยนะ ผู้ปกครองพวกนายอยู่ไหน ดูสิ ฉันจะไปเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลย”

เด็กทั้งห้าคนมองหน้ากันอัตโนมัติ พวกเขาไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นโดยเฉพาะไปฟ้องผู้ปกครอง ซึ่งพวกเขายอมให้ทำอย่างนั้นไม่ได้

“แต่พวกเราขอโทษแล้วนะครับ” เด็กชายอีกคนพูด

“ใช่ค่ะ คุณน้าก็อย่าใจร้ายเกินไปหน่อยเลย เป็นผู้ใหญ่ไม่ควรถือสาเด็กนะคะ” เด็กผู้หญิงหนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นราวกับกำลังสั่งสอนจอร์จิน่า

“หน็อย! นี่พวกเธอกำลังว่าฉันเหรอ…!”

“งั้นเราให้คุณน้าเล่นด้วยเป็นการไถ่โทษก็ได้ คุณน้าจะได้ให้อภัยเรา”

“เย้! ไปเล่นกัน”

“เนอะๆ”

“ความคิดอะไรของพวกเธอกันเนี่ย ฉันโตแล้วนะ เอ๊ะ…อย่ามาเกาะขา ออกไป!”

จอร์จิน่าโวยวาย แต่เด็กพวกนั้นก็เขามารุมในคราวเดียว เด็กหญิงอีกคนเกาะขาเธออย่างนึกสนุก แขนและชายเสื้อของจอร์จิน่าถูกดึงด้วยเด็กอีกสี่คนที่เหลือ เสียงของพวกเขาเจี๊ยวจ๊าวจนเธอแสบหู

“จอร์จิน่าคุณดูเข้ากับเด็กๆ นะคะ”

ร่างสูงเดินเข้ามาหาจอร์จิน่าที่สภาพเหมือนกำลังจะร้องไห้เมื่อโดนแก๊งเด็กรุมแกล้ง แคโรไลน์รีบมาที่นี่ทันทีหลังจากจอร์แดนโทรหา เธอโทรหาแกรี่อีกต่อหนึ่งแล้วก็ได้รู้ว่าจอร์จิน่าอยู่ที่ไหน และเธอก็มาเห็นภาพนี้ แต่น่าแปลกใจที่เด็กๆ น่ารักเหล่านี้เข้าถึงจอร์จิน่าได้ง่ายๆ ปกติจอร์จิน่าเป็นประเภทที่เด็กๆ เห็นแล้ววิ่งหนี แต่มาคิดๆ ดูแล้วเด็กพวกนี้น่าจะแสบไม่เบา

“แคโรไลน์ เธอช่วยบอกเด็กพวกนี้ทีว่าอย่ามายุ่งกับฉัน” จอร์จิน่าเบ้ปากรังเกียจ

แคโรไลน์ยิ้มและโน้มตัวลงคุยกับเด็กๆ

“เด็กๆ คะ คุณน้าคนนี้กำลังมีธุระต้องรีบไปทำ เราจำเป็นจะต้องไปกันแล้ว ช่วยปล่อยเธอก่อนได้ไหมคะ”

“ไม่ได้หรอกครับ! คุณน้าจะไปฟ้องพ่อกับแม่ว่าเราเตะบอลใส่คุณน้า” เด็กชายฟันหลอพูดขึ้น

“ก็เพราะ นายนั่นแหละ เราเลยซวย เตะโดนหัวคุณน้าแรงด้วยค่ะ” เด็กหญิงที่นั่งเกาะขาจอร์จิน่าพูดขึ้น

แคโรไลน์อดหัวเราะไม่ได้ เตะโดนหัวเลยเหรอ ไม่น่าล่ะ จอร์จิน่าถึงได้อารมณ์เสียขนาดนั้น

“โอเคๆ ถ้าฉันไม่บอกผู้ปกครอง พวกเธอจะปล่อยฉันใช่ไหม”

“แน่นอนสิครับ”

“งั้นฉันไม่บอกแล้ว พอใจหรือยัง?!” จอร์จิน่าผู้ยี้เด็กเข้าไส้เอ่ยขึ้น

“จริงๆ นะครับ คุณน้าดูเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจได้เลย”

“นี่! ...”

“ไว้ใจได้แน่นอนค่ะ เอาล่ะใครอยากกินไอศกรีมบ้าง คุณน้าที่พวกหนูบอกว่าไม่น่าไว้ใจจะเลี้ยงล่ะ” แคโรไลน์หวาดล้อม

“ว้าว จริงเหรอครับ!”

“จริง และปล่อยได้แล้ว”

เด็กทั้งห้ามองหน้ากันแล้วพยักหน้าตกลง

“ฉันเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะงั้นฉันจะตัดสินใจว่าเราควรไปกินร้านไหน เข้าใจ๊?” เด็กชายที่ชื่อแม็กนัสพูดกับเพื่อนๆ

จอร์จิน่าควักเงินยื่นให้เด็กๆ

“อะไรน่ะ?”

“ก็นายเป็นหัวหน้าไม่ใช่เหรอ เอาเงินนี่ไปซื้อไอศกรีมได้แล้ว รีบๆ ไป”

“พวกน้าไม่ไปด้วยเหรอครับ?”

“ไม่” จอร์จิน่ายัดเงินใส่มือเด็ก แม็กนัสมองอย่างไม่ค่อยพอใจนักที่คุณน้าทั้งสองไม่ไปด้วย แต่ไอศกรีมของเขามีค่ามาก ไม่ไปก็ช่วยไม่ได้

“ขอบคุณครับ พวกเราไปล่ะ คุณน้าคนสวยทั้งสองคน”

เด็กชายหญิงทั้งห้าโบกมือให้จอร์จิน่ากับแคโรไลน์ พวกเขาเดินไปสักพัก แล้วแม็กนัสก็วิ่งกลับมาเก็บฟุตบอล เขายิ้มฟันหลอแล้วเดินอย่างอารมณ์ดีไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ อีกที

“ฉันน่าจะเอาฟุตบอลนั่นไปซ่อนก่อนพวกนั้นจะย้อนกลับมา”

แคโรไลน์ยิ้ม เธอหัวเราะออกมาจนได้

“หัวเราะอะไร มีเรื่องอะไรน่าตลกตรงนี้หรือไง”

“คุณไม่ถูกกับเด็ก”

“แน่นอนสิยะ สิ่งมีชีวิตที่วุ่นวายรำคาญหู” จอร์จิน่ามองเด็กๆ กลุ่มนั้นอย่างหวาดหวั่นว่าจะย้อนกลับมาเกาะขาเธออีก

“แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่”

“น้องชายของคุณโทรบอกฉันค่ะ”

จอร์จิน่าบ่นอุบอิบเมื่อได้ยิน จอร์แดนไม่ยอมปล่อยเธอไปจริงๆ

“แต่วันนี้ยังไงก็เป็นวันหยุดของเธอ”

“คุณไปไหนฉันก็ไปด้วย เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วนี่คะ”

จอร์จิน่ากลอกตา

“แล้ว…วันนี้คุณจะไปไหนคะ”

“ช็อปปิ้งแถวๆ นี้แหละ”

แคโรไลน์พยักหน้า รอให้จอร์จิน่าออกตัวเดินไปก่อน แต่อีกคนกลับมองหน้าเธอนิ่งซะอย่างนั้น

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“…”

“…”

“เธอน่ะ…มาเดินข้างฉันสิ”

“…?”

“ทำหน้างงทำไมล่ะ ฉันสั่งว่าให้มาเดินข้างๆ ฉันก็ทำตามสิ ไหนว่าทำตามหน้าที่ไง มานี่”

จอร์จิน่ากวักมือเรียกแคโรไลน์ ซึ่งเธอก็เดินขึ้นไปเคียงข้างจอร์จิน่าด้วยความงุนงง เพราะปกติเธอจะเดินตามหลังจอร์จิน่าเสมอไม่ว่าจะไปไหนก็ตาม แต่วันนี้มาแปลกแหะ อยู่ๆ ก็เรียกให้ไปเดินข้างๆ แบบนี้

วันนี้แคโรไลน์แต่งตัวเป็นสาวหวานผิดหูผิดตาจอร์จิน่าเป็นอย่างมาก เธอสวมกระโปรงสีขาวลายจุดสีดำดูเรียบหรู แถมยังใส่รองเท้าส้นสูงอีก การแต่งตัวของแคโรไลน์ทำให้จอร์จิน่าเซอร์ไพรส์ได้ทุกครั้งจริงๆ ราวกับว่าคนตัวสูงมีหลายบุคลิกก็ไม่ปาน

“ฉันนึกว่าเธอสวมแค่ชุดสูทเป็นอย่างเดียว”

“ฉันก็ชอบอะไรที่สวมใส่สบาย และถูกกาลเทศะอยู่เหมือนกันนะคะ อย่างเช่นวันนี้ฉันไปทำธุระให้แม่ก็เลยต้องสวมชุดนี้”

“แล้วมันคือธุระอะไร” จอร์จิน่าถามซอกแซก แต่แคโรไลน์ก็ตอบอย่างไม่ถือสาอะไร

“ฉันไปส่งคุณยายแทนแม่ค่ะ คุณยายมาเยี่ยมบ้านที่อยู่แถวๆ นี้”

“บ้านเหรอ? เธอมีบ้านอีกหลังอยู่แถวนี้เหรอ?”

“ค่ะ ที่อัปเปอร์เวสต์ไซด์ถนนที่เจ็ดสิบ”

จอร์จิน่ามีท่าทีสนใจเมื่อแคโรไลน์พูดชื่อถนนนั้น เธอนึกว่าบ้านของแคโรไลน์ไม่ได้อยู่ที่แมนแฮตตันเสียอีก แต่กลับกลายเป็นว่าบ้านอยู่ฝั่งเดียวกันกับเธอ แถมไม่ใกล้ไม่ไกลกันด้วย แล้วแคโรไลน์จะต้องเสียงเงินซื้อคอนโดทำไมกันในเมื่อบ้านก็อยู่แค่นี่เอง แต่ถึงยังไงซะจอร์จิน่าก็พยายามไม่สนใจเรื่องนี้

“ถ้าคุณอยากไปบ้านฉันก็ได้นะ ฉันพาคุณไปได้”

แคโรไลน์เองก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้ออกปากชวนจอร์จิน่า คงจะเป็นเพราะเห็นเธอเคว้งไม่มีที่จะไปพักผ่อนที่ไหนก็ได้ อีกอย่างแม่ของเธอก็ชอบบอกให้เธอพาจอร์จิน่ามาทำความรู้จักกับที่บ้านบ้าง แม่ของเธออยากเห็น และที่สำคัญแม่ของเธอชอบทำท่าทีแปลกๆ เวลาเธอเล่าเรื่องจอร์จิน่าให้ฟัง แต่ทำไมต้องบอกให้พาไปรู้จักด้วยนะ จะว่าไปจอร์จิน่าก็ต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน รายนั้นไม่อยากไปหรอก ที่บ้านของเธอก็ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก

“ไปสิ ฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

“…?” เกินคาดแหะ แคโรไลน์คิดไม่ถึงว่าจอร์จิน่าจะตอบตกลง ความหนักใจมากองอยู่ที่เธอในทันที แคโรไลน์ไม่รู้ว่าจอร์จิน่าจะเข้าได้กับคนที่บ้านของเธอหรือเปล่า ยิ่งเป็นคุณหนูผู้เอาแต่ใจอยู่ด้วย

“เธอเป็นคนชวนฉันเองนะ ช่วยทำหน้าให้มันดีใจกว่านี้ไม่ได้เหรอ?”

“เอ่อ…ฉันคิดว่าคุณ…” ไม่คิดว่าคุณอยากจะไปจริงๆ น่ะซิ

“ยืนอยู่ทำไม ไปสิ”



แล้วแคโรไลน์ก็ได้พาจอร์จิน่ามาที่บ้านจริงๆ คนที่ยืนรอเปิดประตูคือแม่ของแคโรไลน์อย่างไม่ต้องสงสัย จอร์จิน่าดูได้จากลักษณะของสีผมเข้ม และโครงหน้าที่สวยแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม ผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้มีดวงตาสีมรกตชวนมองเลยทีเดียว แถมเธอยังมีรอยยิ้มที่ตรึงใจอีกต่างหาก

“เข้ามาก่อนซิคะ แครล์โทรมาบอกเราแล้วว่าจะมีแขกมาที่บ้าน คุณ…จอร์จิน่า เวสท์”

ฟลอเรนซ์พอจะรู้จักจอร์จิน่าผ่านสังคมออนไลน์ และตัวจริงจอร์จิน่าดูตัวสูงกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก แถมยังดูสวยด้วยใบหน้าที่โฉบเฉี่ยวแฝงความร้ายกาจเอาไว้ ฟลอเรนซ์คิดว่าเธอไม่ควรไปตัดสินใครจากรูปลักษณ์ภายนอก

“สวัสดีค่ะ” จอร์จิน่าทักทาย เธอยิ้มให้พอเป็นพิธี

“แครล์พาคุณจอร์จิน่าเข้ามาซิลูกรัก”

แคโรไลน์พาจอร์จิน่าเข้ามาในบ้าน

จอร์จิน่าดูออกในทันทีตั้งแต่ก้าวเข้ามาที่นี่ ทาวน์เฮ้าส์ตรงนี้ราคาแพงมากเลยทีเดียว แถมเข้ามาข้างในแล้วยังดูสวยงามสบายตา ของทุกอย่างถูกตกแต่งด้วยสีขาวและเทา ดูเป็นบ้านผู้ดีที่ร่ำรวยและสะอาดสะอาน

“เชิญนั่งตรงนี้ก่อนค่ะ”

ฟลอนเรนซ์เชิญชวนให้จอร์จิน่านั่งลงที่โซฟารับแขก ผู้ชายอีกคนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ก่อนหน้านี้ลุกขึ้นมายืนต้อนรับ จากนั้นทั้งหมดก็นั่งลงพร้อมกัน

“ฉันเป็นแม่ของแครล์ค่ะชื่อ ฟลอเรนซ์ มอร์ลิน ส่วนนี่สามีของฉันชื่อ ลูเซียส มอร์ลิน”

ลูเซียสพยักหน้ารับ เมื่อจอร์จิน่ายิ้มให้ ทั้งสองดูเป็นสามีภรรยาที่สุภาพเรียบร้อย แต่มีเสน่ห์ในเรื่องของความร่าเริงที่จอร์จิน่าคิดว่าแคโรไลน์ไม่มี แต่จะว่าไปนามสกุล ‘มอร์ลิน’ เธอรู้สึกคุ้นๆ ยังไงชอบกล และแคโรไลน์ทำไมนามสกุล ‘ครอสไวต์’

“ลูเซียสเป็นพ่อเลี้ยงของฉัน เพิ่งแต่งงานกับแม่เมื่อเดือนก่อน” แคโรไลน์เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของจอร์จิน่าเลยอธิบายให้ฟัง

“คุณทั้งสองทำงานสังคมสงเคราะห์เหรอคะ พวกคุณดูเหมือนชอบออกงานการกุศลไม่ก็จัดงานการกุศล”

“คุณตาถึงเลยนะ” ลูเซียสว่า แล้วยกนิ้วให้จอร์จิน่า

“จะว่าไปก็ไม่ทีเดียวหรอกค่ะ เราทั้งสองเป็นศาสตราจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยแกสตันนิวยอร์ก ฉันสอนจิตวิทยา ส่วนลูเซียสสอนกฎหมาย เราก็มีเป็นแม่งานโครงการงานการกุศลของมหาวิทยาลัยเป็นบางครั้ง แต่ถ้าหากพูดถึงนักสังคมสงเคราะห์ละก็ลูกชายคนโตของฉันเขามีเลือดที่เข้มข้นกว่าฉันกับลูเซียสซะอีก เควินเป็นผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าที่ฟลอริด้า”

จอร์จิน่ากำลังซึมซับข้อมูล เธอเหมือนได้เข้ามาอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง

“จะว่าไปคุณควรไปทะเลที่นั่นนะคะ บรรยากาศดีมากๆ ถึงจะร้อนก็ตาม”

ผู้ใหญ่สองคนหัวเราะ จอร์จิน่ามองหน้าแคโรไลน์

“เอาไว้ว่างๆ ลูกก็ชวนคุณจอร์จิน่าไปด้วยกันสิแครล์”

แคโรไลน์พยักหน้ารับ

“จะว่าไปฉันก็ติดตามข่าวของคุณมาจากเด็กๆ ที่มหาวิทยาลัย คุณมีแฟนคลับที่นั่นเยอะเลย”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”

“แน่นอน ที่มหาวิทยาลัยพูดถึงคุณ และฝันอยากเป็นคุณเลยทีเดียว”

ลูเซียสพยักหน้า “ใช่ครับ ผมได้ข่าวจากเด็กๆ ที่ผมสอนว่าคุณเรียนจบจากที่แกสตัน และได้เกรดสูงมากทีเดียว”

“ใช่ค่ะ เรื่องนั้นฉันไม่เถียง”

ทั้งหมดยิ้มออกมาในความมั่นใจของจอร์จิน่า และดูเหมือนว่าศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจะเดาได้ว่าจอร์จิน่ากำลังประหม่า เธอเลยพูดขึ้นในที่สุด

“แครล์ลูกพาคุณจอร์จิน่าชมบ้านไปก่อนนะ แม่กับลูเซียสว่าจะออกไปข้างนอกพอดี”

“หา…อ๋อ…ใช่เลยที่รัก ผมลืมน่ะ” แล้วลูเซียสก็เออออไปกับฟลอเรนซ์เนื่องจากไม่ได้เตรียมอะไรกันไว้ก่อน

แคโรไลน์ส่งสายตาตำหนิไปให้แม่อย่างรู้ทัน เธอรู้ว่าฟลอเรนซ์ต้องแอบชิ่งและปล่อยให้เธอกับจอร์จิน่าอยู่ด้วยกันสองคน ทำยังกับว่าเธอพาแฟนมาเปิดตัวกับที่บ้านยังงั้นแหละ

ฟลอนเรนซ์ยิ้มให้ลูกสาว แล้วหันไปพูดกับจอร์จิน่า

“อยู่ทานมื้อเที่ยงกับเราก่อนนะคะคุณจอร์จิน่า เราจะกลับมาพร้อมอาหารเที่ยง”

“ค่ะ” จอร์จิน่าพยักหน้า และส่งยิ้มบางๆ ให้ทั้งสอง แคโรไลน์แอบสังเกตเห็นว่าจอร์จิน่ามีท่าทีอึดอัดและประหม่าไม่สมกับเป็นตัวเองเลย ทุกครั้งก็เห็นเข้ากับคนอื่นได้ดีกว่านี้ วันนี้เธอดูแปลกๆ ไปจริงๆ นั่นแหละ

“แม่ของเธอมีธุระอะไรกันเหรอ ดูเร่งรีบกันใหญ่” พอฟลอเรนซ์กับลูเซียสออกไปจากบ้าน จอร์จิน่าก็กลับมาเป็นโหมดปกติ

“แม่ของฉันคงเห็นว่าคุณดูประหม่า ก็เลยปล่อยไว้กับฉันสองคนจะดีกว่า”

“ฉันไม่ได้…ประหม่าสักหน่อย”

“คุณเป็น”

แคโรไลน์ยิ้มที่มุมปาก เมื่อเห็นว่าอีกคนทำหน้ายุ่งใส่เธอ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปเดินดูรอบๆ บ้านแคโรไลน์แทน

“บ้านเธอมีฐานะนะ” จอร์จิน่าพึมพำ ร่างสูงพาจอร์จิน่าชมบ้านไปจนถึงชั้นสอง

“ห้องของฉันอยู่บนชั้นสามคุณจะไปดูก็ได้นะคะ แต่ฉันไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่นอกจากคอนโด”

“นี่เธอเห็นฉันเป็นวัยรุ่นเห่อแฟนหรือไงถึงได้ชวนไปดูห้องนอน บ้าหรือเปล่า ไม่เอาหรอก!”

“งั้นก็ไปดูบนดาดฟ้าเลยก็แล้วกันค่ะ”

แคโรไลน์พาจอร์จิน่าเดินผ่านไปชั้นสามเพื่อไปที่ดาดฟ้าของทาวน์เฮ้าส์ เธอแอบเห็นจอร์จิน่ามองที่ประตูห้องนอนของเธอทั้งๆ ที่พูดเสียงเข้มว่าไม่อยากไป ร่างสูงยิ้มให้กับการกระทำของจอร์จิน่า คนอะไรปากไม่ตรงกับใจสุดๆ

แล้วทั้งสองก็ขึ้นมาบนดาดฟ้า ละแวกนี้มีบ้านของเพื่อนบ้านติดกันค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่ที่ดาดฟ้าก็ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวโดยมีผนังอิฐสีอ่อนกั้นบ้านแต่ละหลังเอาไว้ แถมมองจากตรงนี้จอร์จิน่ายังเห็นเพนท์เฮ้าส์ของเธออีกด้วย บรรยากาศข้างบนนี้ดีสุดๆ สามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรอบได้ วิวก็ดี จอร์จิน่ารู้สึกชอบขึ้นมาซะแล้ว ทำเลดีๆ แบบนี้เธอควรจะซื้อทาวน์เฮ้าส์ที่นี่เก็บเอาไว้บ้างก็ดีเหมือนกัน

“คุณต้องการดื่มอะไรไหมคะ เดี๋ยวฉันจะไปเอามาให้ น้ำหวานหรือผลไม้”

“อยากดื่มไวน์”

“คุณ…จะเมา”

จอร์จิจน่าจับน้ำเสียงนั้นได้ เหตุการณ์บนดาดฟ้าที่เพนท์เฮ้าส์แวบเข้ามาในหัว แน่ล่ะต่อไปนี้แคโรไลน์คงระวังตัวแจถ้าหากเธอดื่มแอลกอฮอล์เข้าปาก

“ฉันไม่เมาหรอก!”

“ฉันไม่แน่ใจ ฉันไปเอาน้ำผลไม้ให้คุณดีกว่า”

“จะเอาอะไรก็เอามา เธอนี่!”

แล้วจากนั้นมือถือของแคโรไลน์ก็ดังขึ้นพอดี เธอเลยปลีกตัวออกไป และบอกจอร์จิน่าว่าจะไปเอาน้ำผลไม้มาให้ จอร์จิน่าพยักหน้าและนั่งลงที่โซฟาหวาย เธอแอบไม่พอใจอยู่หน่อยๆ ที่โดนแคโรไลน์แซวจนเสียเซล์ฟ

“คุณ…เป็นใครน่ะ” ผ่านไปไม่กี่นาที จอร์จิน่าก็ได้เสียงบุคคลปริศนาดังขึ้นที่ข้างหลัง แน่นอนว่าไม่ใช่แคโรไลน์ เธอเลยหันไปมองบุคคลที่มาใหม่

การเผชิญหน้านั้นทำให้จอร์จิน่าตกตะลึง

ผู้หญิงผมสีบลอนด์ ดวงตาสีน้ำทะเล ตัวเล็กกว่าเธอนิดหน่อย จอร์จิน่าจำเด็กคนนี้ได้แม่นเชียวล่ะ

ยัยผู้หญิงจอมหลอกลวง โง่เง่าคนนั้น นังตัวดีที่ทำให้ชีวิตน้องชายของเธอตกต่ำ

เอลลี่ มอร์ลิน!

จอร์จิน่าปรี้ดแตกทันที เธอไม่รู้ว่าตัวเองออกตัวเดินมาจนถึงอีกคนเมื่อไหร่ แต่รู้อีกทีเธอก็ตบหน้าเอลลี่เข้าฉากใหญ่ เด็กนั่นมองเธออย่างตกตะลึง

“คุณทำอะไรของคุณน่ะ!” คนตัวเล็กว่ากุมที่แก้มของตัวเอง แน่นอนว่าเธอไม่รู้จักจอร์จิน่าเลย แต่ในเมื่อชะตาฟ้าลิขิตให้จอร์จิน่าต้องมาเจอยัยนี่แล้ว เธอควรจะเปิดเผยตัวให้เด็กนี่รู้จักเธอไปเลย ถึงว่า ทำไมเธอถึงได้คุ้นนามสกุลมอร์ลินนัก ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้เจอกันตรงๆ แบบนี้ แถมเป็นที่บ้านของแคโรไลน์อีกด้วย

“เธอควรจะดีใจนะที่ฉันไม่ทำมากกว่านี้ ยัยเด็กใจแตก!”

เอลลี่มีแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะ จอร์จิน่าเห็นแล้ว ธาตุแท้ที่ออกมาของเอลลี่ ยัยนี่ดูเป็นผู้หญิงที่อันตรายและทำทุกอย่างได้จริงๆ แค่ดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่าตัวจริงของแม่นี่ร้ายขนาดไหน

“ฉันไม่รู้จักคุณเลยด้วยซ้ำ คุณมาตบแล้วยังมาด่าฉันปาวๆ”

“ต่อไปนี้เธอได้รู้จักฉันดีแน่!” จอร์จิน่ากระชากเสียง และผลักเอลลี่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวล้มหงายลงพื้น ดวงตาสีน้ำทะเลของเอลลี่มีความเกรี้ยวกราดราวกับอยากจะฆ่าจอร์จิน่าให้ตาย เธอกำมือแน่น

‘ยัยนี่เป็นใครกัน?!’

เอลลี่เฝ้าแต่ถามคำถามนี้ในหัวของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ยัยไฮโซหน้าสวยคนนี้เป็นใครกันแน่ หรือเป็นหนึ่งในคนที่เธอไปหลอกลวงอย่างนั้นน่ะเหรอ ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะดูหน้าตาท่าทางก็น่าจะฉลาดรู้ทันเธอก่อนที่จะลงมือเนียนจีบด้วยซ้ำ มองยังไงก็ไม่ใช่สเปคเธอเลย ถึงแม่จะสวยก็ตาม แต่เอลลี่ก็คุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้อยู่ดี น่าจะปรากฏอยู่ในนิตยสารหรือทีวี ดาราเหรอ? ไม่ใช่ เอลลี่ไม่รูเลย แต่ถึงยังไงเธอก็ไม่ยอมให้ตัวเองถูกทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียวหรอก!

“คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอเหรอ!”

เอลลี่คำรามก่อนจะลุกขึ้นและพุ่งเข้าใส่จอร์จิน่าที่ไม่ทันได้ตั้งตัว กลายเป็นว่าจอร์จิน่าล้มหงายหลังโดยมีเอลลี่ทับอยู่บนตัว เธอปีนขึ้นตัวจอร์จิน่าแล้วตบคืนถึงสองครั้งติดกัน แต่เอลลี่ก็เกิดพลาดเพราะคนที่อยู่ใต้ร่างดิ้นหลุด และเอลลี่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ

จอร์จิน่ากระชากผมของอีกคนจิกเล็บเข้าที่ไหล่ของเอลลี่จนเลือดซิบ เธอตบเอลลี่อีกครั้ง และดูเหมือนว่าเอลลี่ก็ไม่ยอมเสียเปรียบ เธอส่งมือของเธอขึ้นมาข่วนที่คอของจอร์จิน่าถึงเลือดไม่ออกแต่ก็ทิ้งรอยยาวเอาไว้ให้เห็น แถมยังกระชากเชิ้ตสีแดงเข้มของจอร์จิน่าจนกระดุมติดมือมาด้วย เสื้อผ้าของอีกคนหลุดลุ่ย แต่จอร์จิน่าไม่ได้สนใจมันเธอกับเอลลี่ตะลุมบอนกันอยู่ตรงนั้นสักพัก

“เกิดอะไรขึ้น!”

เสียงของแคโรไลน์ดังขึ้น และเธอตกใจไม่น้อยที่เห็นจอร์จิน่ากับเอลลี่กำลังฟาดฟันนัวเนียกันอยู่ที่พื้น

“จอร์จิน่าหยุด!”

แคโรไลน์พยายามจะแยก เธอโดนลูกหลงไปด้วยที่แก้มของเธอเองและเธอไม่รู้ว่าเป็นมือใครที่ตบมาโดนเธอ สุดท้ายคนร่างสูงก็คว้าตัวจอร์จิน่าได้

ร่างบางดิ้นขลุกๆ ในอ้อมแขนของแคโรไลน์

“ฉันจะฆ่ายัยเด็กนี่!”

เอลลี่ลุกขึ้นมองอีกคนด้วยท่าทีเดือดดาลไม่แพ้กัน

“พี่แครล์รู้จักยัยไฮโซบ้าคลั่งคนนี้ด้วยเหรอ พี่ไปเป็นเพื่อนกับผู้หญิงแย่ๆ แบบนี้ได้ยังไงกัน”

“ตัวเองดีตายล่ะ ผู้ชายที่เธอหลอกน่ะกี่คนแล้วยะ!”

แคโรไลน์สงสัยในคำพูดของจอร์จิน่า

“เธอพูดเรื่องอะไร?”

“อย่าให้ฉันต้องใช้คำหยาบกับเธอ ที่น้องชายของฉันต้องติดเหล้าและอยู่ในสถานบำบัดอยู่หลายเดือน มันก็เพราะเธอนั่นแหละ อ๋อ ลืมบอกไป น้องชายของฉันคือจอร์แดน เผื่อเธอจะจำได้บ้างนังปีศาจ!”

“…!” เอลลี่เบิกตาโต เธออึ้งมากที่รู้ว่าจอร์แดนเป็นน้องชายของยัยไฮโซคนนี้ แต่จะว่าไปก็ไม่ผิดแน่ เพราะเค้าโครงใบหน้า ดวงตา และสีผม ทุกอย่างทางพันธุกรรมเด่นชัดเหมือนกันขนาดนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เอลลี่ใจหายคือสายตาของแคโรไลน์ที่มองมาราวกับกำลังผิดหวังในตัวเธอ

“คุณแน่ใจนะจอร์จิน่า”

“ถามยัยนี่เองสิ ฉันน่ะแน่ซะยิ่งกว่าแน่! นักสืบของฉันไม่ทำงานพลาดหรอก!” จอร์จิน่าสะบัดตัวออกจากแคโรไลน์ เสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยของเธอมีกระดุมเหลืออยู่ส่วนล่างแค่สองเม็ด นอกนั้นหล่นไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แถมเสื้อเชิ้ตนั้นยังแหวกให้เห็นบราลูกไม้สีดำไล่ลงไปยังหน้าท้องที่แบนราบ ภาพนี้จะเป็นอะไรที่เซ็กซี่มากหากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ และจอร์จิน่าไม่ได้กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

“ยัยบ้านี่มาอยู่ที่บ้านเธอได้ยังไงแคโรไลน์ อย่าบอกนะว่า…!”

แคโรไลน์พยักหน้า

“เธอเป็นลูกของลูเซียส”

“…!” บ้าเอ๊ย! ถ้าอย่างนั้นยัยนี่ก็มีศักดิ์เป็นน้องสาวของแคโรไลน์ ทำไมเรื่องต้องกลายมาเป็นแบบนี้ด้วยเนี่ย โลกจะกลมเกินไปแล้ว!

“ฉันทนเห็นหน้ายัยนี่ไม่ได้ เอายัยนี่ออกไปที” จอร์จิน่าสั่งแคโรไลน์

“เธอนั่นแหละที่ต้องออกไปจากที่นี่ เธอเป็นใครฉันไม่สน และนี่ไม่ใช่บ้านของเธอ” เอลลี่สวนกลับ และพูดกับพี่สาว “พี่แครล์อย่าไปเชื่อผู้หญิงคนนี้เลยนะคะ แอลไม่ได้ทำอย่างนั้น”

“ยังจะหน้าด้าน!” จอร์จิน่าหมายจะวิ่งเข้าไปตบสักฉาดอีกครั้ง แต่แคโรไลน์ตรึงแขนเอาไว้

“จอร์จิน่าตอนนี้ฉันจะพาคุณกลับบ้าน”

“ฉันไม่กลับ”

“คุณต้องกลับ”

“ไม่!”

แคโรไลน์ไม่ฟังเสียงร้องเรียกของเอลลี่ และเธอไม่ฟังคำสั่งของจอร์จิน่าด้วยเช่นกัน เธอลากจอร์จิน่าลงมาจากดาดฟ้า และผลักขึ้นรถในที่สุด

เอลลี่มองรถคันหรูแล่นออกไปด้วยความไม่สบายใจ เธอรู้ในทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้านายของแคโรไลน์ เธอต้องเสียภาพลักษณ์ที่อุตส่าห์สั่งสมมาเพราะยัยนั่นคนเดียว แคโรไลน์เองก็ดูจะเชื่อจอร์จิน่าเสียด้วย ไม่ได้การแล้ว เธอจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้แคโรไลน์เชื่อใจเธอ และเลิกสนใจยัยจอร์จิน่าอะไรนั่น แต่แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ?



“ฉันยังตบยัยเด็กนั่นไม่สะใจเลย!” จอร์จิน่ากระฟัดกระเพียดตั้งแต่รถออกตัวมาจนถึงตอนนี้

“จอร์จิน่าคุณต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองบ้างซิคะ”

“แล้วไง เธอเชื่อใจยัยเด็กนั่นเหรอ!”

“…”

“ยัยนั่นทำร้ายเด็กน้องชายฉันนะ ยังไงเธอต้องจัดการเรื่องนี้ให้ฉันเดี๋ยวนี้”

“คุณจะให้ฉันทำอะไร และทำยังไง เอลลี่เป็นน้องสาวของฉัน และลูเซียสเขาก็เป็นคนดีมากคนหนึ่ง คุณก็เห็นแล้วนี่ แล้วอีกอย่าง…ฉันจำได้ว่าคุณให้วาเนสซ่าไล่เด็กที่กำลังได้ที่ฝึกงานออก คนคนนั้นก็คือเอลลี่ และฉันก็ยังได้ช่วยเธอหาที่ฝึกงานจนดึกดื่น เรื่องนี้มันบังเอิญจริงๆ”

“แน่สิ ก็ยัยนั่นเป็นคนในครอบครัวเธอนี่ แล้วเธออย่าลืมนะว่าแดนก็น้องชายฉัน เธอเห็นยัยนั่นทำกับน้องชายฉันแล้วนี่”

“…” แคโรไลน์ปวดหัวกับเรื่องพวกนี้จริงๆ เธอไม่ควรจะเข้าไปยุ่งด้วย มันเป็นการเห็นแก่ตัวก็จริง แต่ต้องให้คนที่ทำแก้ปัญหาเองจะดีกว่า

“ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของน้องชายคุณกับเอลลี่”

“อ๋อ! เธอหาว่าฉันยุ่งเรื่องคนอื่นงั้นสิ!”

“…!” เสียงของจอร์จิน่าเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ จนแกรี่ที่ทำหน้าที่ขับรถสะดุ้งไปหลายครั้ง ตอนนี้เขาทำตัวไม่ถูกเลยที่เห็นเจ้านายของตัวเองเกรี้ยวกราดรุนแรง แถมยังเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ทรงผมชี้ฟูราวกับผ่านการสงครามบางอย่างมา แต่เขาไม่ควรจะไปยุ่งด้วย และเลือกที่จะเงียบเอาไว้จะเป็นการดีที่สุด

“ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น”

“ยัยโง่!” จอร์จิน่าตวาดเสียงดังพอๆ กับไฟจราจรที่ขึ้นเป็นสีแดงพอดี แกรี่หยุดรถ

“มิสเวสท์อย่าทำอย่างนั้นครับ!” แกรี่ร้องเสียงหลงเมื่อจอร์จิน่าพุ่งเข้ามากระชากแขนแคโรไลน์ที่นั่งอยู่เบาะหน้า แต่แคโรไลน์เอาความนิ่งเข้าสู้ เธอนิ่งแม้จะรู้สึกเจ็บก็ตาม

แล้วคนที่รอการตอบโต้อย่างจอร์จิน่าก็รอไม่ไหว เธอหงุดหงิด และไม่รู้ว่าจะทำยังไง เธอต้องออกจากตรงนี้และไปปลดปล่อยที่ไหนสักแห่ง ไม่งั้นเธอได้เป็นบ้าตายจริงๆ

“ไม่นะ มิสเวสท์!” แกรี่ร้องเสียงหลงอีกครั้ง เขาหันไปจะคว้าตัวเจ้านายด้วยซ้ำเมื่อเห็นว่าอยู่ๆ จอร์จิน่าก็เปิดประตูรถพรวดพราดออกไปกลางถนน ก็ยังดีที่มันจะติดไฟจราจรอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาไม่อยากจะคิดเลย

“คุณแคโรไลน์เอาไงดีครับ…เฮ้ย! ออกไปอีกคนแล๊ว มันอันตรายนะครับ!” แกรี่กำลังจะหันไปปรึกษาแคโรไลน์ แต่ทางนั้นก็ไวเช่นเดียวกันเธอเปิดประตูรถออกไปและสั่งเขาทันที

“ช่วยถอดสูทของคุณออกมาตอนนี้เลย แล้วก็ไปหาที่จอดรถ ฉันจะโทรหา”

“โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย” ถึงแม้จะบ่นแต่แกรี่ก็ทำตาม เขาส่งสูทให้แคโรไลน์อย่างเร็ว ทันทีกับเสียงแตรรถกว่าสิบคันที่บีบดังระงมให้กับการกีดขวางจราจรของพวกเขา เขาแทบลืมไปเลยว่าไฟเขียวแล้ว แกรี่จำใจออกรถไปพร้อมกับแคโรไลน์ที่วิ่งข้ามถนน



จอร์จิน่าวิ่งเข้าไปในเซ็นทรัลพาร์ก เธอรู้สึกปวดที่เท้าเลยหย่อนก้นนั่งลงใกล้สระน้ำแถวๆ นั้นราวกับเด็กๆ ที่รอให้พ่อกับแม่มาง้อ ผู้คนที่อยู่แถวนั้นมองเธอเป็นตาเดียว แน่ล่ะสภาพการแต่งตัวของเธอมันน่าหวาดเสียว แต่ตอนที่วิ่งมาที่นี่จอร์จิน่าไม่ได้อายสักนิด เธอโกรธจนลืมอายไปเลย จอร์จิน่าก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอจะต้องโกรธมากขนาดนี้ ที่น่าแปลกคือเธอโกรธแคโรไลน์มากกว่าเอลลี่ เธอโกรธที่แคโรไลน์ไม่เข้าข้างเธอ นั่นคือเหตุผลที่แท้จริงในการโกรธครั้งนี้

“…!” จอร์จิน่ากระชับเสื้อเชิ้ตแนบตัว แล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมา เมื่อมีสูทมาคลุมที่ตัวของเธอ

เมื่อจอร์จิน่ารู้ว่าใครเป็นคนทำแบบนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ แคโรไลน์ยืนมองเธออยู่ด้วยสายตาแบบผู้ปกครองดุลูกหลาน นั่นทำให้จอร์จิน่ากระชากสูทออกและโยนมันทิ้งไปนอนอยู่ข้างๆ

“จอร์จิน่าคุณควรจะใส่สูทตัวนี้ เพราะคุณเหมือนกำลังมาถ่ายภาพนู้ดที่เซ็นทรัลพาร์ก”

“เรื่องของฉัน เธอไม่ต้องมายุ่ง! ตามฉันมาทำไม”

“ฉันรู้ว่าคุณโกรธ แต่คุณควรจะควบคุมอารมณ์ของคุณหน่อยไม่ได้หรือไง”

“ทำไม ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย เพราะยังไงเธอก็ไม่เข้าข้างฉันอยู่แล้วนี่! ไม่ต้องทำมาเป็นดีด้วยหรอก!”

“…?”

“…”

“คุณกำลังโกรธฉัน เพราะ…ฉันไม่เข้าข้างคุณเหรอคะ?”

“…!”

สีหน้าของจอร์จิน่าเปลี่ยนไป แคโรไลน์รู้ตัวแล้ว

“ฉันไม่ได้โกรธเธอเรื่องนั้นเข้าใจไว้ด้วย มันไม่เกี่ยวหรอกว่าเธอจะเข้าข้างไม่เข้าข้าง เธอไม่สำคัญกับฉันขนาดนั้น!”

“…”

“แล้วก็ช่วยไสหัวไปไกลๆ ด้วย!” ที่สุดแล้วจอร์จิน่าก็ไม่ยอมให้ตัวเองเสียหน้า ถึงแม้แคโรไลน์จะเข้าใจถูกต้องก็ตาม

ร่างสูงถอนหายใจแล้วหยิบสูทตัวนั้นขึ้นมา คลุมกลับไปให้จอร์จิน่าตามเดิม จอร์จิน่าอยากจะสะบัดออกอีกครั้งแต่แคโรไลน์ตรึงเอาไว้ แทบจะเหมือนเป็นการกอดเธอจากข้างหลังอีกต่างหาก

“คุณต้องกลับบ้านตอนนี้”

“ไม่!”

“คุณไม่กลัวคนอื่นจะถ่ายคลิปคุณประจานหรือไง คนแถวนี้รู้จักคุณค่อนข้างเยอะนะ ถ้าคุณอยากขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ในสภาพแบบนี้ล่ะก็…ฉันก็ไม่ขัดหรอก”

“ฮึ่ย!”



และท้ายที่สุดแล้วคำพูดของแคโรไลน์ก็สะกิดสติบางอย่างของเธอ เพราะลืมไปว่าตัวเองก็เป็นหน้าเป็นตาทางสังคมเลยจำยอมต้องกลับเพนท์เฮ้าส์ทั้งๆ ที่อารมณ์ยังขุ่นมัว พอกลับมาถึงบ้านสายตาของจอร์จิน่าก็ไปปะทะเข้ากับกระดาษโน้ตที่เขียนติดไว้ตู้เย็น เป็นลายมือของจอร์แดน เขาเขียนว่า ‘ออกไปข้างนอกกับป้าแอนเน็ตนะ’

เอ่อ ดี ไปกันซะให้หมด!

จอร์จิน่ากลายเป็นโมโหใส่ทุกคนไปแล้วในตอนนี้ แคโรไลน์ที่เดินตามเข้ามาไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับท่าทีนั้น เพราะเธออยากอยู่อย่างสงบ แต่ความสงบก็หายไปเมื่อมือถือของเธอดังขึ้น ร่างสูงถอนหายใจออกมา ถึงยังไงเธอก็ต้องรับสายนี้

“เอลลี่เดี๋ยวโทรกลับ..ได้ เดี๋ยวจะไปคุยกับแม่…!” มือถือของแคโรไลน์โดนแย่งออกไปจากมือ ขนาดพูดเสียงเบาแล้ว จอร์จิน่ายังแอบได้ยินอีก เหลือเชื่อจริงๆ เลยผู้หญิงคนนี้

“ยัยหน้าด้านยังกล้าโทรมาอีกนะ เสแสร้งซะให้พอ…” จอร์จิน่าตะโกนใส่มือถือ แล้วสักพักก็เงียบไป แคโรไลน์ไม่รู้ว่าเอลลี่จากปลายสายพูดอะไรที่ทำให้หยุดจอร์จิน่าได้ เธอไม่รู้เลย แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้ แววตาไฟลุกท่วมของจอร์จิน่ากลับคืนมาอีกครั้ง ดวงตาสีฟ้านั้นมองมาที่แคโรไลน์อย่างเกรี้ยวกราด

อะไรอีกเนี่ย

“ไม่จริง…แคโรไลน์ไม่มีทางเข้าข้างเด็กจอมหลอกลวงอย่างเธอหรอก เธอมันก็แค่ขยะที่เข้ามาในชีวิตของแคโรไลน์…”

จอร์จิน่าเงียบอีกครั้ง และโกรธมากขึ้น

“…!”

แคโรไลน์อึ้งกับการกระทำของจอร์จิน่า เมื่ออีกคนปามือถือของเธอลงพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ แคโรไลน์ยืนไว้อาลัยให้กับมือถือเรื่องนั้น และเหนื่อยใจกับความไม่ยอมแพ้ของจอร์จิน่า

“เธอรู้หรือเปล่าว่าน้องสาวของเธอมันคิดไม่ซื่อกับเธออยู่แคโรไลน์”

“อะไร คุณพูดอะไร?”

“อย่ามาทำเป็นแกล้งไม่รู้ ยัยนั่นบอกกับฉันว่า เธอกับมันมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกัน มากพอที่เธอจะเข้าข้างมัน!”

“พูดอะไร ฟังนะ ฉันกับเอลลี่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันยังไม่รู้จักเอลลี่ดีเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าคุณจะคิดอะไรในหัว มันไม่จริงทั้งนั้นแหละ” แคโรไลน์พยายามใจเย็น

“แต่ยัยนั่นบอกว่าเธอกับมันเป็นมากกว่าพี่น้อง มันบอกว่าเธอกับมันรักกัน”

“…?”

“ยัยนั่นคิดกับเธอเกินพี่น้องนะแคโรไลน์ เธอนี่โง่จริงๆ”

“ฉัน…ไม่ ฉันไม่รู้” แคโรไลน์ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เธอสับสนและอึ้งไปหมดแล้ว จอร์จิน่าเป็นคนพูดตรงๆ เพราะอย่างนั้นเธอเลยเชื่อว่าเอลลี่พูดแบบนั้นกับจอร์จิน่าจริงๆ

“หึ แกล้งทำตัวนิ่งๆ แต่จริงๆ แล้วก็แอบแซ่บกับน้องสาวตัวเอง”

“จอร์จิน่าระวังคำพูดของคุณด้วย”

“ถึงว่า เธอถึงได้เข้าข้างมันจังเลย”

“ฉันบอกว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องนี้ด้วย และไม่ว่าคุณได้ยินอะไรมามันไม่จริง”

“เธอเข้าข้างมัน!”

“ถ้าฉันเข้าข้างเอลลี่แล้วจะมากับคุณทำไม!” แคโรไลน์พูดเสียงเข้มด้วยใบหน้าจริงจัง และนี่ก็คือความจริงที่ออกมาจากปากของเธอ

“…!”

“คุณจะคาดคั้นอะไรจากฉันนักหนา แค่นี้ฉันก็ลำบากใจมากพออยู่แล้ว ฉันต้องกลับไปอธิบายเรื่องทั้งหมดกับพ่อแม่ ทั้งๆ ที่ฉันไม่รู้เรื่องการขัดแย้งของคุณกับเอลลี่ดีพอเลยฉันก็ต้องบากหน้าไปเคลียร์เรื่องนี้กับผู้ใหญ่ กลายเป็นว่าฉันโดนดึงเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยที่ไม่เต็มใจ และฉันไม่ได้ก่อ ถ้าฉันไม่แคร์คุณฉันก็ไม่ตามคุณมาถึงที่นี่หรอก คุณอยากได้ยินคำนี้มากใช่ไหม ใช่ ฉันเข้าข้างคุณ อยู่ข้างคุณมาตลอดนั่นแหละ”

แคโรไลน์โกรธมาก เธอร่ายความอึดอัดใจออกมาจนจอร์จิน่าพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว จอร์จิน่ากำลังอึ้งอยู่กับคำพูดเหล่านั้น

“พอใจคุณหรือยัง?”

“ฉัน…ฉันไม่อยากให้เธอไปฟังคำพูดที่ยัยนั่นใส่ไฟฉันให้แม่เธอฟังนี่” จอร์จิน่าอ่อนลงกว่าเดิมมาก จนแคโรไลน์ต้องสงบอารมณ์โกรธลง จอร์จิน่าแคร์ความรู้สึกของเธอแล้วก็แม่ของเธอ นั่นทำให้แคโรไลน์เซอร์ไพรส์มากเลยล่ะ

“นั่นแหละคือฉันยิ่งต้องไป ฉันจะไปอธิบายให้แม่เข้าใจไง แล้วอีกอย่างทางบ้านต้องมีคำถามที่รอฟังคำตอบจากฉันมากมายเลยทีเดียว”

จอร์จิน่าส่ายหน้า ไม่ใช่ แคโรไลน์ยังไม่เข้าใจ และเธอเท่านั้นที่จะได้ยินคำพูดที่ไม่เสแสร้งของเด็กนั่น เอลลี่พูดกับเธอในปลายสายว่า

‘พี่แครล์น่ะ เข้าข้างฉันแน่นอนเพราะเรามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกันเกินพี่น้อง เรารักกัน แม้กระทั่งพ่อกับแม่ก็ยังไม่รู้ ฉันไม่อยากบอกคนนอกอย่างเธอหรอกนะ ฉันกับแครล์ตัวติดกันเชียวล่ะ อีกไม่นานแครล์จะต้องกลับมาที่บ้าน มาหาฉันแน่นอน’

และถ้อยคำเหล่านั้นที่เอลลี่พูดกับเธอมันยั่วโมโหเธอได้เป็นอย่างดี มันช่วยกระตุ้นทำให้นิสัยของจอร์จิน่าชัดเจนมากขึ้น ความต้องการที่จะเอาชนะ เสแสร้ง อยากได้อะไรก็ต้องได้ นั่นแหละคือนิสัยดั้งเดิมของจอร์จิน่า

เธออยากลองดีกับฉันก็ได้เลยเอลลี่ ฉันจะทำมันตอนนี้แหละ

“ฉันไม่อยากให้เธอไป อยู่กับฉันก่อนเถอะ” น้ำเสียงของจอร์จิน่าอ่อนลงมากจนกลายเป็นอ้อนวอน

“ฉันต้องไปค่ะ…!”

จอร์จิน่าขยับเข้าใกล้แคโรไลน์ และสวมกอดอีกคนอย่างออดอ้อนเศร้าโศก และแน่นอนเป็นการเสแสร้งที่แคโรไลน์ไม่อาจรู้

“อย่าไปเลยนะ”

“…!”

เกิดอะไรขึ้นกับจอร์จิน่า เวสท์ คนนี้กันแน่ แต่น่าประหลาดคือ แคโรไลน์ไม่สามารถต้านทานการอ้อนของคนตรงหน้าได้เลย

แคโรไลน์พยักหน้าตกลง เธอส่งมือไปลูบที่หัวของจอร์จิน่าอย่างปลอบโยน

“ฉันไม่ไปแล้วก็ได้”

จอร์จิน่าลอบยิ้มที่มุมปาก

‘แคโรไลน์ไม่มีทางเป็นของเธอ ฉันจะแสดงให้รู้ว่าใครกันแน่ที่ถือไพ่เหนือกว่า’

เอลลี่ไม่ทางรู้ได้เลยว่าเธอกำลังเล่นอยู่กับใคร ถ้าเธอรู้ตัวตั้งแต่แรกคงไม่กล้าที่จะลองดีกับจอร์จิน่า เวสท์ อย่างแน่นอน



__________________________________________

ตอนนี้จีน่าได้เจอกับเอลลี่ล่ะ แน่นอนว่าไม่ถูกกันแน่ๆ

และจะเป็นอย่างนี้ตลอด555

ส่วนในเรื่องของอารมณ์จิน่าในตอนนี้นั้น ก็จะแปรปรวนหน่อยๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #13 Zivach (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 09:52
    ไรท์แต่งดีมากเลยครับ อ่านไปอมยิ้มไป ฟินมากกกก
    #13
    0
  2. #12 tongosom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 13:08
    ประโยคสุดท้าย นี้ เป็น ประโยชค บรรยาย ใช้ไหม ค่ะ! ตอบหนู~~~
    #12
    0